ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสพยาบ้า"

สังคม
14 ม.ค. 63

แม่สุดทน! ลูกชายเมายาอาละวาด หลังถูกหวยรางวัลที่ 1 ใช้เงินวันละแสน-เสพยาบ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ท.ประยงค์ จานชิน สว.(สอบสวน) สภ.ขุขัน สภ.ขุขันธ์ ได้รับแจ้งความจากนางก้อมว่า นายชัยณรงค์ โภคา ซึ่งเป็นบุตรชายของตน ได้เมายาบ้าอาละวาดทุบทำลายข้างของภายในบ้านและกำลังจะทำการเผาบ้าน แต่ว่าชาวบ้านและญาติพี่น้องช่วยกันดับไฟเอาไว้ได้    เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่า นายชัยณรงค์ กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวาย เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการจับกุมตัวไว้ จากนั้นได้ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 2 รวมยาบ้าทั้งสิ้น 20 เม็ด อยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมสีเขียวด้านหน้าข้างขวาอยู่ภายในห้องนอนของนายชัยณรงค์ ซึ่งนายชัยณรงค์ ได้ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ ได้ทำการเสพยาบ้าไปแล้ว จำนวน 2 เม็ด จึงนำตัวไปผู้ต้องหาและของกลางไปสอบสวน ที่สภ.ขุขันธ์   จากการสอบสวนเบื้องต้น นางก้อม โภคา อายุ 56 ปี แม่ของนายชัยณรงค์ ให้การว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงประมาณกลางเดือน พ.ค. 62 ที่ผ่านมา นายชัยณรงค์ ลูกชายของตนไปทำการเป็นกรรมกรก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ และได้โชคดีถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัล 6 ล้านบาท จากนั้น ได้กลับมาอยู่บ้านกับตน    ปรากฏว่าต่อมา นายชัยณรงค์ ได้เสพยาบ้าอย่างหนัก ตนเกรงว่า เงินที่ได้มาจากการถูกรางวัลที่ 1 จะหมดสิ้นไป จึงได้นำเอามาฝากธนาคารไว้ในชื่อของตน แต่นายชัยณรงค์ไม่มีงานทำ ใช้เงินที่ได้จากการถูกรางวัลที่ 1 อย่างเดียว ประกอบกับเสพยาบ้าอย่างหนักและเที่ยวเตร่กินเหล้าเมายาทุกวัน โดยจะให้ตนไปเบิกเงินมาให้ใช้จนเงินร่อยหรอเหลือไม่ถึง 2 แสนบาท    พอนายชัยณรงค์เมายาบ้าและเมาเหล้าจะทำลายสิ่งของภายในบ้านและจะทำร้ายตน ทำให้ตนกลัวมาก จึงได้มาแจ้งให้ ตร.ไปทำการจับกุมตัวนายชัยณรงค์ เพื่อให้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากหวังว่า เมื่อนายชัยณรงค์พ้นโทษออกมาแล้ว อาจจะกลับตัวเป็นคนดีเหมือนเดิม ส่วนเงินที่ถูกรางวัลที่ 1 และเหลือเงินอยู่ไม่ถึง 2 แสนบาท ตนจะเก็บเงินเอาไว้ให้นายชัยณรงค์ใช้ในคราวจำเป็นหลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/UqqBLEbNU-M    

 1,767
อาชญากรรม
14 ม.ค. 63

รวบลูกเลี้ยงปาระเบิดขวดใส่พ่อเลี้ยงพิการ-ฟันซ้ำจนสาหัส พบปัสสาวะเป็นสีม่วง

จากกรณีนาย นายอนุศักดิ์ ปะกะตังหรือเบียร์ อายุ 35 ปีชาวบ้านหนองหว้า ต.โนนแดง อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง ปาระเบิดขวดใส่ นายสุรศักดิ์ สนองเดช อายุ 50 ปี พ่อเลี้ยง จนไฟลุกท่วมแล้วใช้อาวุธมีดที่มัดรวมกันหลายเล่มฟันที่ศีรษะและตามร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส จากนั้นก็หลบหนีไป    ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตร ผกก.สภ.บ้านไผ่ว่า หลังเกิดเหตุ มีพยานยืนยันชัดเจนว่าคนที่ทำร้ายนายสุรศักดิ์ สนองเดช อายุ 50 ปี คือนายเบียร์ ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามหาตัวจนพบว่าอยู่ที่บ้าน จึงได้เชิญตัวมาสอบปากคำที่ สภ.บ้านไผ่ รวมถึงตรวจปัสสาวะ และพบว่าเป็นสีม่วง    ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ในส่วนของการทำร้ายร่างกายพ่อเลี้ยงนั้น นายเบียร์สารภาพว่า ทำร้ายจริง แต่ไม่ได้ใช้ระเบิดขวด เป็นเพียงการใช้ท่อนเหล็กตีตามร่างกายเท่านั้น และอ้างถึงสาเหตุที่ทำร้ายร่างกายพ่อเลี้ยงว่า หลังจากมารดาเสียชีวิต พ่อเลี้ยงก็ไม่ใส่ใจดูแลหลานชายวัย 12 ขวบ ในแต่ละวัน ออกจากบ้านแต่เช้า เข้าบ้านมืดค่ำ ปล่อยให้หลานชายอยู่บ้านเพียงลำพัง จึงโกรธแค้นที่ไม่ดูแลหลาน    ส่วนทรัพย์สินอื่นๆนั้น ก็พอรู้ว่ามีอะไรบ้าง พ่อเลี้ยงได้เงินและได้อะไรไปบ้าง ซึ่งในส่วนไหนที่เป็นของมารดาก็อยากจะให้แบ่งคืนให้ลูกๆ แต่พ่อเลี้ยงก็ยังนิ่งเฉย ซ้ำยังปล่อยให้หลานชายอดอยาก ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาจะพูดอย่างไรก็ได้ แต่การกระทำที่ปรากฏนั้นเจ้าหน้าที่ก็ต้องว่ากันตามกฎหมายและดูว่าแพทย์จะลงความเห็นอย่างไร หากบาดแผลฉกรรจ์หรือบาดเจ็บสาหัสก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/08zdOp--gk4  

 500
สังคม
06 ม.ค. 63

นาที ตร.สกัดเก๋งต้องสงสัยหนีด่านตรวจ รับเสพยาบ้าเมื่อ 3 วันก่อน

ตำรวจเผยภาพ ขณะเร่งไล่ล่ารถเก๋งต้องสงสัย เลี้ยวหนีจุดตรวจ และขับหลบหนีอย่างน่าหวาดเสียว สุดท้ายจนมุ พร้อมจับกุมผู้ต้องหา เป็นชายได้ 2 คน สารภาพเสพยาบ้ามา     เผยภาพ ขณะที่ ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ระดมกำลังเร่งไล่ล่ารถเก๋งต้องสงสัย หลังจากมาพบจุดตรวจ จึงได้เลี้ยวกลับรถหนีกะทันหัน ทำให้ ตำรวจ ต้องเปิดเสียงสัญญาณไซเรน และไฟกระพริบ เพื่อส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่ก็ไม่เป็นผล ยังคงพยามยามขับรถหลบหนี ทั้งปาดซ้ายปาดขวา ย้อนศร รวมทั้งฝ่าไฟแดง และเกือบชนกับชาวบ้านหลายครั้ง     แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ถูกตำรวจตามไปจับกุมได้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บนถนนพลพิชัย-คลองหวะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากขับรถไล่ล่ากัน มาเกือบครึ่งชั่วโมง ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร ก่อนจะทำการจับกุม      ทราบชื่อ นายอภิชญา แก้วได้ปาน อายุ 26 ปี เป็นคนขับ และ นายธีรวัฒน์ ดินสละ อายุ 26 ปี ที่นั่งมาด้วยกัน และจากการตรวจค้นภายในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวไปตรวจสอบประวัติ และทำการตรวจปัสสาวะ พบว่า ทั้ง 2 คน มีสารเสพติดในร่างกาย      ขณะที่ นายอภิชญา คนขับรถ ให้การว่า สาเหตุที่ตนขับรถหนีเนื่องจากได้เสพยาบ้ามาเมื่อ 3 วันก่อน และเกิดตกใจกลัว จึงขับรถหลบหนี เบื้องต้น ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายอภิชญา ฐานขับรถไม่คํานึงถึงความปลอดภัยฯ และข้อหาเสพยาบ้าเข้าสู่ร่างกายโดยผิดกฎหมาย ร่วมกับนายธีรวัฒน์ อีกหนึ่งข้อหา

 2,238
สังคม
05 ม.ค. 63

คลิปวินาทีบุกชาร์จชายหลอนยาไล่ทุบตีชาวบ้าน

นาทีระทึก!!!! ตร.สภ.หนองหาน ขณะบุกชาร์ทหนุ่มคลั่งเสพยาจนหลอนไล่ทุบตีชาวบ้านขณะไปยืนรอซื้อส้มตำ ชาวบ้านไม่รู้อีโหน่อีเหน่แตกตื่นหนีกระเจิงแทบไม่ทันหัวแตกไปหลายคน ก่อนหนุ่มคลั่งหนีไปหลบในห้องน้ำของชาวบ้าน เกลี้ยกล่อมอยู่นานไม่เป็นผล ตร.ตัดสินใจพังประตูบุกล็อตตัวไว้ได้ ท่ามกลางความโล่งอกของชาวบ้าน     นาทีระทึกตร.หนองหานบุกล็อคหนุ่มเสพยาจนหลอนไล่ทุบตีชาวบ้าน โดยวันนี้ (5 ม.ค.62) เวลา 14.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธร จ.อุดรธานี รับแจ้งมีคนไอ้หนุ่มเสพยาคลั่งแล้วหลอนไล่ทำร้ายร่างกายชาวบ้านบริเวณร้านส้มตำยายน้อย สามแยกรพ.ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านเชียง เขตเทศบาลต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี      หลังจากตอนเที่ยงวันนี้มีชาวบ้านที่ไปยืนรอซื้อส้มตำที่ร้านยายน้อยถูกนายหนุ่ม ไม่ทราบนามสกุล อายุ 33 ปี ที่เสพยาบ้าจนหลอนและคลั่งไล่ทุบตีชาวบ้านทั้งผู้หญิงและผู้ชายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่และไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน     นายเอ อายุ 28 ปีหนึ่งในวัยรุ่นที่ถูกนายหนุ่มหลั่งยาบ้าไล่ทุบตีและจะใช้มีดแทงบอกว่า ขณะที่ตนเองยืนต่อคิวซื้อส้มตำ ชายคนดังกล่าวก็เข้ามาถามว่า "มึงเป็นทหารสังกัดไหน" เพราะเห็นตนเองใส่กางเกงทหาร ตนก็นึกว่าจะถามไถ่กันปกติ ก็ตอบไปว่าไม่ใช่ทหาร พอจะบอกว่าอยู่ร้านซ่อมรถอยู่บ้านเชียงก็ถูกหมวกกันน็อคฟาดมาที่ศีรษะ ตนเองตกใจรีบหลบ ส่วนมือซ้ายที่ถือมีดแหลมจะแทงมาอีกแต่แทงไม่ได้เพราะติดเสาไฟ ตนเองตกใจจึงรีบวิ่งหนีไปทางตลาด หลังจากนั้นก็มีคุณยายอีกคนที่โดนหนุ่มคลั่งคนนี้ใช้หมวกกันน็อคตีคนหัวแตกนอนรักษาตัวที่รพ.สต     ทราบชื่อนางประไพ สุขใจ อายุ 53 ปีถูกตีศีรษะจนแตกรักษากำลังทำแผลอยู่ที่รพ.สต.บ้านเชียง โดยนางประไพ บอกว่า ตกใจมาก โดนทุบท้ายทอยและศีรษะจนแตก ทั้งที่ไม่รู้จักกันเลย      ต่อมาเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.หนองหาน เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อล็อคตัว ทราบจากชาวบ้านหนุ่มคลั่งรายนี้ หลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงพร้อมอาวุธมีด      ตร.พร้อมอุปกรณ์ชุดเหล็กง่ามกรูเข้าไปหน้าห้องน้ำพร้อมเกลี้ยกล่อมให้ออกมา แต่ได้ยินเสียงนายหนุ่มเล็ดลอดออกมาจากห้องน้ำว่า ไม่ออก ต่อมาเจ้าของบ้านจึงเดินทางเกลี้ยกล่อมให้ออกมาจากห้องน้ำ แต่ไม่เป็นผล ผ่านไปกว่า 10 นาที ตร.ตัดสินใจพังประตูห้องน้ำเข้าไป ใช้เหล็กง่ามล็อคตัวเอาไว้ได้ จนเกิกเหตุต่อสู้กันหลายนาที ก่อนไอ้หนุ่มคลั่งจะยอมสยบ ล็อคตัวไปคลั่งในห้องขังต่อ     ขณะที่ชาวบ้านเชียงหลายคน บอกว่า ถือว่าอันตรายต่อคนบ้านเชียง หลอนจนคลั่งเห็นใครก็ทำร้ายหมดทั้งผู้หญิงผู้ชายจะรู้จักหรือไม่ก็ตาม      สำหรับหนุ่มคลั่งรายนี้ เคยไปทำงานต่างประเทศและถูกเมียบอกเลิกหลายปีก่อน พอกลับมาบ้านเสียใจมากไม่ทำการทำงาน จากนั้นก็หันมาเสพยาบ้าวันละหลายเม็ดจนประสาทหลอน      จนมาช่วงวันปีใหม่ก็ทีการขู่และทำร้ายร่างกายแม่หลายครั้งเพื่อเอาสร้อยคอทองคำแม่ไปแลกยาบ้ามาได้ 100 เม็ด เสพจนหลอนและคลั่ง ไล่ทุบตีชาวบ้าน 

 794
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

คนขับรถพยาบาลสารภาพ เสพยาบ้าก่อนมาขับรถ เกิดอุบัติเหตุชน จยย.

ชัยภูมิ-จากอุบัติเหตุรถตู้พยาบาลที่กำลังนำคนไข้ส่งโรงพยาบาล ชนกับรถจยย. มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ที่กลางแยกไฟแดงโรงต้ม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ   ต่อมาได้สอบสวนคนขับรถตู้พยาบาล พร้อมตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ก่อนพบว่าคนขับรถตู้พยาบาลรายนี้มีสารเสพติดประเภทยาบ้าอยู่ในร่างกาย ก่อนยอมรับสารภาพว่า เสพยาบ้าใส่เครื่องดื่มชูกำลังมาจริง แต่เสพมานานกว่า 2 วันแล้ว ไม่คิดว่าจะมีสารเสพติดหลงเหลือในร่างกายแต่อย่างใด จึงมาช่วยรับงานอาสาขับรถตู้พยาบาลจากกรุงเทพฯ มาส่งผู้ป่วย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/jzBETHX9JwI

 2,170
สังคม
29 ต.ค. 62

คนขับรถพยาบาลสารภาพ เสพยาบ้าก่อนมาขับรถ เกิดอุบัติเหตุชน จยย.

ชัยภูมิ-จากอุบัติเหตุรถตู้พยาบาลที่กำลังนำคนไข้ส่งโรงพยาบาล ชนกับรถจยย. มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ที่กลางแยกไฟแดงโรงต้ม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ   ต่อมาได้สอบสวนคนขับรถตู้พยาบาล พร้อมตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ก่อนพบว่าคนขับรถตู้พยาบาลรายนี้มีสารเสพติดประเภทยาบ้าอยู่ในร่างกาย ก่อนยอมรับสารภาพว่า เสพยาบ้าใส่เครื่องดื่มชูกำลังมาจริง แต่เสพมานานกว่า 2 วันแล้ว ไม่คิดว่าจะมีสารเสพติดหลงเหลือในร่างกายแต่อย่างใด จึงมาช่วยรับงานอาสาขับรถตู้พยาบาลจากกรุงเทพฯ มาส่งผู้ป่วย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/jzBETHX9JwI

 2,170
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

ล่าระทึก 6 ล้อแหกด่าน หนีไกล 70 กม. คนขับรับเพิ่งเสพยาบ้ามา เสียดายในตัวยังเหลืออีก 8 เม็ด

เพชรบูรณ์-นายบุญหลาย พรหมดี อายุ 50 ปี ก่อเหตุขับรถ 6 ล้อ แหกด่านการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.วิเชียรบุรี บริเวณหน้าวัดป่าเรไร หมู่ 3 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์   ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนขับรถส่ายไปมา ในลักษณะคล้ายคนเมาขับรถ ขอให้ช่วยตรวจสอบเพราะเกรงจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ดาบตำรวจมนัส ทองดี กับ ส.ต.ต.ปิยพัฒน์ พิมพ์กิ่ง ผบ.หมู่งานจราจร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.วิเชียรบุรี จึงทำการสกัดและเรียกขอตรวจค้นรถบรรทุก 6 ล้อ ซึ่งมีนายบุญหลาย พรหมดี เป็นผู้ขับขี่   แต่นายบุญหลาย ได้ขัดขืนการตรวจค้น และหลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขับรถมุ่งหน้าเข้ามาในตัวอำเภอวิเชียรบุรีด้วยความเร็วสูง และใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 สายสระบุรีหล่มสัก ขับฝ่าด่าน สภ.พุเตย สภ.ศรีเทพ สุดท้าย ไปจนมุมเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการยิงยางรถ ล้อหน้า ด้านซ้าย จึงทำการจับกุมตัวเอาไว้ได้ ในพื้นที่ตำบลม่วงค่อม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี รวบระยะทางการหลบหนี ประมาณ 70 กิโลเมตร   โดยระหว่างหลบหนีการจับกุม ได้สร้างความเสียหายต่อรถจักรยานยนต์ ตราโล่ 97515 และด่านสกัดที่พยายามสกัดคนร้าย แต่ถูกชนจนได้รับความเสียหาย จึงถูกแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง เสพและเป็นผู้จับขี่รถ เสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย   ซึ่งผู้ต้องหายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่า ที่ตนเองก็เหตุหลบหนี เพราะเพิ่งเสพยาเสพติดมาใหม่ๆ อีกทั้งในตัวก็มียาบ้าเหลืออยู่อีก 8 เม็ด เกิดเสียดาย จึงพยายามขับรถเพื่อจะหลบหนีดังกล่าว สุดท้ายก็ไปไม่รอด ถูกติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tHyH4b6E5tQ

 2,478
ข่าวภูมิภาค
06 มี.ค. 62

หนุ่มเสพทั้งยาบ้า-ยาไอซ์ หลอนเดินเข้าป่า ก่อนมากราบริมถนนให้คนพาส่งบ้าน

ตาก-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สมมาตย์ คำรินทร์ หรือบอย วินมอไซร์รับจ้าง ได้โพสต์เรื่องราวที่ตนเองประสบเจอในระหว่างขับรถออกรับส่งลูกค้า ระหว่างทางบริเวณ วัดโมกขธรรม หมู่ที่ 10 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด พบวัยรุ่นชายอายุราว 23-28 ปี กำลังก้มกราบรถที่ผ่านไปมาเพื่อขอพาไปส่งบ้านของตนเอง   ซึ่งผู้โพสต์จึงอาสาลงไปเพื่อให้การช่วยเหลือ แต่กลับพบว่าวัยรุ่นชายดังกล่าวอยู่ในสภาพคล้ายคนเสียสติ แต่เมื่อเข้าไปสอบถามพบว่า ชายดังกล่าวอยู่ในสภาพอาการหลอนขึ้นสมอง   จากการสอบถามเรื่องราว จึงรู้ว่าชายดังกล่าวเสพทั้งยาบ้าและยาไอซ์รวมกัน แล้วเกิดอาการหลอนอย่างหนักจนเดินเตลิดเข้าป่า และมาอยู่ข้างทาง ยกมือกราบลงบนถนน เพื่อขอให้คนที่ผ่านไปมานำไปส่งบ้าน   ซึ่งก็ทราบภายหลังว่า นายคนนี้อาศัยอยู่บ้านตีนธาตุ ต.พระธาตุ อ.แม่ระมาด ขับรถจักรยานยนต์มา เพื่อไปซื้อยาเสพติดมาเสพ และเกิดสภาวะอาการหลอนหนัก ทิ้งรถ ทิ้งทุกอย่าง แล้วมาขอความช่วยเหลือ แต่สุดท้ายต้องประสานหน่วยกู้ภัยต้องนำตัวไปโรงพยาบาลแม่สอด เพื่อทำการรักษา เนื่องจากเกรงว่าอาจจะทำร้ายผู้คนที่สัญจรไปมาบริเวณดังกล่าวได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QHhcE0MmZj0

 3,471
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 61

ออกหมายจับ อดีต สท.โหดกระชากหัวภรรยา พาขึ้นรถก่อนยิงขา ขู่ปาระเบิดให้ตายยกบ้าน

ปราจีนบุรี-ตำรวจ สภ.ประจันตคาม รับแจ้งเหตุยิงกันได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าร้านขายของชำ โดยกล้องวงจรปิดจับภาพ ส.ท.อภิวัฒน์ พันธ์ชื่น อายุ 27 ปี กำพร้อมอาวุธปืน กำลังก่อเหตุ ฉุดกระชากลากผม  น.ส.พรพรรณ พุฒกลาง เพื่อบังคับให้ไปขึ้นรถ แต่ น.ส.พรพรรณ ขัดขืนจึงถูกยิง โดยคนร้ายได้ทิ้งคนเจ็บลงรถก่อนขับรถหนี   ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับ นายอภิวัฒ พันชื่น อายุ 27 ปี อดีตทหารบก ยศ สิบโท ถูกไล่ออกจากราชการ เนื่องจากก่อเหตุทำร้ายผู้บังคับบัญชา เมื่อ 3 เดือนก่อน หลังจากที่ได้ก่อเหตุพยายามฉุดภรรยา คือ น.ส.พรพรรณ พุฒกลาง ขึ้นรถ และยิงเข้าที่ขาจนได้รับบาดเจ็บก่อนหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะได้ตัวคนร้ายภายใน 1-2 วันนี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายอภิวัฒ มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ทั้งยาบ้าและยาไอซ์   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านของนายเสถียร บ่อทอง อายุ 65 ปี เผยว่า ในช่วงเกิดเหตุฝ่ายชายได้ชักปืนออกมาขู่ห้ามตนเองเข้าไปยุ่ง ทำให้ไม่กล้าและเห็นว่าเป็นสามีภรรยากัน แต่ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องช่วยด้วย แต่ตนก็ไม่กล้า จนฝ่ายหญิงวิ่งหนีเข้ามาในร้านเพื่อขอความช่วยเหลือ ตนเองจึงให้วิ่งหนีออกไปที่หลังบ้าน   ส่วน น.ส.พรพรรณ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ได้อยู่กินกับฝ่ายชายประมาณ 12 ปี มีบุตรด้วยกันจำนวน 3 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 2 คน มาระยะหลังสามีมีอาการผิดปกติและหนีทหารจนถูกศาลทหารออกหมายจับ ก่อนเกิดเหตุสามีได้อาละวาดและเอาโทรศัพท์มือถือของตนไปจำนำจนมีปากเสียงกัน และได้ไล่ตนออกจากบ้านของเขา   ต่อมาตนได้ขนเสื้อผ้าและพาลูกๆมาอยู่ที่บ้านของแม่ ตกดึกสามีได้งัดหน้าต่างบ้านเข้ามาหาตนและให้กลับบ้านแต่ตนไม่กลับ และยังขู่ว่าถ้าไม่กลับจะเอาระเบิดมาขว้างให้ตายทั้งบ้านก่อนที่จะออกจากบ้านไป   จนกระทั่งเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนเลิกงานและลงจากรถรับส่งที่หน้าร้านค้าโดยมีลูกชายมารอรับอยู่บนรถจักรยานยนต์ ขณะนั้นสามีได้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวตามมาตนเห็นเข้าพอดีจึงหนีเข้าไปในร้านค้า แต่สามีได้ตามเข้าฉุกกระชากลากตนออกมาจากร้านพร้อมกับเอาปืนขู่ และบอกว่าถ้าไม่ไปจะยิง ตนพยายามต่อสู้ดิ้นรน สามีจึงได้ใช้ปืนยิงตนไป 1 นัด แต่กระสุนพลาดลงพื้นปูนทำให้เศษปูนแตกสะเก็ดปูนกระเด็นถูกต้นแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะโยนตนลงกับพื้น จากนั้นสามีก็ขึ้นรถขับหลบหนีไป   ด้านนางสมคิด พุฒกลาง อายุ 55 ปี แม่ของ น.ส.น.ส.พรพรรณ กล่าวว่า ระยะหลังลูกเขยมีอาการผิดปกติคล้ายคนติดยาบ้า ทำให้ลูกสาวตนอยู่ในอาการหวาดผวาอย่างมาก เนื่องจากลูกเขยได้ขู่ไว้ว่า จะย้อนกลับมาฆ่าคนในครอบครัวให้หมด ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว และบอกว่าจะเอาระเบิดมาขว้างใส่บ้านให้ตายให้หมด ซึ่งทุกคนต่างได้ยิน ขณะที่เกิดเหตุฉุดกระชากลูกสาวตนขึ้นรถ   นางสมคิด กล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า ทำไมลูกเขยต้องมาทำกันถึงขนาดนี้ ลูกสาวตนทำงานหาเลี้ยงลูกและส่งเงินให้ใช้ทุกเดือนแบบนี้ยังไม่ดีพออีกหรือ ลูกสาวตนไม่เคยมีชายอื่น เข้ากะสลับกันทั้งกลางวันกลางคืนฝากตำรวจตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ทุกคนกลัวมากหากจับตัวไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะย้อนมาตอนไหน   โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดนอกเครื่อง มาคอยคุ้มครองครอบครัวของผู้บาดเจ็บ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะจับตัวผู้ต้องหาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CcYiz846qYM

 11,430
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 61

รวบแก๊งฆ่าโหดคนดูแลโรงเหล็ก จับแก้ผ้าปิดตา-มัดมือเท้า ทิ้งศพในป่า สารภาพขโมยเหล็กไปขายหาเงินซื้อยาบ้า

จากกรณีพบศพ นายจิตรพัฒน์ สัตยาพันธ์ อายุ 56 ปี อาชีพดูแลโรงงานเหล็กเก่า บ.วัฒนไพศาล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด สภาพนอนเสียชีวิตภายในป่าริมถนน 331 ม.7 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ถูกจับถอดเสื้อผ้ามัดมือไพล่หลังด้วยเชือก เท้าถูกมัดด้วยสายไนล่อนสีดำ ถูกมัดตาด้วยเสื้อลายพรางทหาร เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง   ล่าสุดตำรวจรวบผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง จำนวน 5 ราย โดยเมื่อวานนี้ ( 5 พ.ย.)  พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้ทำการสอบปากคำ ก่อนคุมตัวผู้ต้องหา 3  ราย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือ   1.นายการุณย์ อุรักษ์ หรือตูน อายุ 35 ปี (เป็นผู้ใช้ท่อนไม้ตีผู้ตาย)   2.นายนราศักดิ์ ป้องบุญจันทร์ หรืออ้วน อายุ 31 ปี (เป็นผู้ร่วมทำร้ายผู้ตายและเอาอาวุธปืนลูกซองยาวของผู้ตายไป)   3.นายอาคม สาลีผล หรือจุก อายุ 35 ปี (เป็นคนช่วยยกร่างผู้ตายไปทิ้งใกล้จุดเกิดเหตุและเอาอาวุธปืนสั้นของผู้ตายไป)   4.นายอดิเรก อุรักษ์  หรือ เหรก อายุ 33 ปี (เป็นคนมัดมือมัดเท้าผู้ตาย)   5.นายชูชีพ เนื่องจานง หรือชีพ อายุ 48 ปี (เป็นคนดูต้นทางขณะพรรคพวกรุมทำร้ายผู้ตาย) ทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและร่วมกันปล้นทรัพย์ฯ ทั้งนี้ได้ตรวจยึดปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก และปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ตายที่ถูกประทุษร้ายไป   จากนั้นได้นำตัวทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แบ่งเป็น 8 จุด ทั้งนี้คดีนี้เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.01 น. ผู้ต้องหาทั้งหมดได้เข้าไปขโมยเหล็กภายในโรงเหล็กเก่าของ บ.วัฒนไพศาล เพื่อนำไปขายเอาเงินไปซื้อยาบ้าเสพ จนมีเสียงสุนัขเห่า และนายจิตรพัฒน์ ซึ่งเป็นคนดูแลโรงงานเหล็ก ได้ลงมาดูและยิงปืนขู่ จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้ก้มลงหมอบ ทำให้กลุ่มผู้ต้องหาไม่พอใจ จึงได้ไปดักรอเพื่อทำร้าย   เมื่อได้โอกาสผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้รุมทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต โดยนายการุณย์ เป็นคนใช้ท่อนไม้ตีผู้ตาย แล้วนำศพไปทิ้งในป่าหญ้าข้างทาง นำทรัพย์สินของผู้ตายไปแล้วแยกย้ายกันหลบหนี   ผู้ต้องหาให้การว่าได้ใช้ไม้ตีเข้าที่ต้นคอและหลัง ทำให้ผู้ตายล้มลง แล้วช่วยกันรุมทำร้ายด้วยการใช้เท้าเตะจนสลบ จากนั้นได้นำผ้าอุดเข้าไปในปาก ถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางใน จับมัดมือไพล่หลังและมัดเท้าปล่อยทิ้งไว้ป่าหญ้า สาเหตุที่ถอดเสื้อผ้าออกเพื่ออำพรางคดีและต้องการให้ญาติของผู้ตายอับอาย   เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาโกรธแค้นที่ถูกไล่ยิง ก่อนพากันหลบหนี โดยนายนายการุณย์ และนายนราศักดิ์ หนีไปอยู่กระต๊อบของนายการุณย์ตั้งอยู่ตีนเขาเรือแตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ จากนั้นทั้งสองพากันหนีไปอยู่บ้านเช่าที่พัทยา จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม   พล.ต.ต.นันทชาติ เผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ร่วมกันสืบสวนอย่างต่อเนื่อง  จนทราบว่ามีผู้ก่อเหตุในคดีนี้ 5 คน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ได้ยกแก๊ง จากการสืบสวนทราบว่านายนราศักดิ์ เคยทำงานอยู่ที่โรงเหล็กฯ  ซึ่งลาออกไปนานแล้ว ส่วนนายชูชีพ เป็นคนทำสวนให้กับโรงเหล็ก ทั้งหมดมักจับกลุ่มเสพยาบ้า และร่วมกันวางแผนก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ตนได้มอบเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตเบื้องต้น เป็นเงิน 10,000 บาท   ด้านนางศศิธร สัตยาพันธ์ ภรรยาของผู้ตาย ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็วทุกวันนี้ตนยังอยู่ในอาการผวา สภาพจิตใจย่ำแย่ ตนอยู่กับลูกชายคนเล็กเพียง 2 คน เนื่องจากสามีเป็นเสาหลักของครอบครัวก็มาถูกคนร้ายลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ไม่รู้จะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อจากนี้ ร้องไห้เสียใจแทบไม่มีน้ำตา สงสารลูกมาก อยากถามจิตใจเขาทำด้วยอะไร   ขณะที่นางสาวจินดารัตน์ สัตยาพันธ์ ลูกสาวของผู้ตาย บอกว่า ดีใจที่จับคนร้ายได้แต่ก็เสียใจที่พ่อถูกฆ่าตาย ถึงจะลงโทษประหาร ก็ไม่ได้ทำให้พ่อของตนฟื้นกลับคืนมา มันเรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้แล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะเขาทำให้พ่อของตนตายอย่างไม่สมศักดิ์ศรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m-I_I3JJrEA

 2,849
ข่าวภูมิภาค
31 ต.ค. 61

โชเฟอร์สิบล้อขนดินทับเก๋งทำคนตาย สารภาพเพิ่งเสพยาบ้ามา โดนแจ้ง 3 ข้อหาหนัก

สมุทรปราการ-จากกรณีที่เกิดเหตุรถสิบล้อบรรทุกดินหนักกว่า 14 ตัน พุ่งชนราวสะพานและพลิกล้มลงมาทับรถยนต์เก๋งที่จอดริมถนนเปิดไฟฉุกเฉิน จนตัวถังรถบี้แบนติดพื้นถนน ที่บริเวณสะพานข้ามคลองหน้าแดง ถนนเทพารักษ์ กม.7 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทำให้นางกมลลักษณ์ วระสุข อายุ 40 ปี ที่นั่งอยู่ในรถเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา    ล่าสุด ตร. สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เผยว่า หลังสอบปากคำนายคนไทย ทับละคร อายุ 33 ปี โชว์เฟอร์สิบล้อที่ก่อเหตุตลอดทั้งคืน พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาหนักคือ   1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย 2. ความผิดฐาน ปฏิบัติหน้าที่ผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) เสพเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย 3.เป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) จนเป็นเหตุให้ผู้ถึงแก่ความตาย ก่อนคุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ   โดยหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน ได้คุมตัวนายคนไทย มาสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมกับตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่ไม่พบ จึงได้นำตัวนายคนไทย ไปตรวจแยกหาสารเสพติด ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ปรากฏว่ามีสารเสพติดในเลือด และจากการสอบสวนนายคนไทย ได้ให้การรับสารภาพว่า เพิ่งเสพยาบ้ามาจำนวน 1 เม็ด ก่อนหน้าที่จะมาขับรถและเกิดเหตุดังกล่าว   ด้านนายชัยวัฒน์ วระสุข อายุ 43 สามีของผู้เสียชีวิต พร้อมญาติเดินทางมารับศพนางกมลลักษณ์ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก เพื่อกลับไปทำบำเพ็ญกุศลที่วัดบางนาใน แขวงบางนา เขตบางนา กทม. เป็นเวลา 5 วัน สำหรับผลการชันสูตรพลิกศพ แพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตจากปอดซ้ายฉีกขาด จากของแข็งไม่มีคมกระทบกระแทก   นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปกติภรรยาของตนเป็นคนร่าเริง พูดเก่ง ทำอาชีพเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางที่ภรรยาใช้สัญจรไปมาเป็นประจำ เพราะต้องเดินทางไปพบลูกค้า มีความชำนาญทาง หลังทราบเรื่องตนได้ตามไปที่โรงพยาบาล พบว่าแพทย์ใช้เวลาปั๊มหัวใจนานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เป็นผล ส่วนคู่กรณีตนยังไม่มีการพูดคุย ให้ตำรวจว่าไปตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bzhTg4pJOpE

 3,036
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 61

หนุ่มติดยาบ้าวัย 19 ชวนแฟนสาวนอนโรงแรมอ่างทอง ก่อนช็อคเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ

อ่างทอง-พบผู้เสียชีวิตภายในห้องพักของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ในอำเภอวิเศษชัยชาญ ในที่เกิดเหตุภายในห้องพักหมายเลข B 23 บริเวณเตียงนอนพบศพชายในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ ทราบชื่อต่อมา นาย ธนภูมิ ชูศรี อายุ 19 ปี ภายในห้องพักไม่มีร่องรอยการต่อสู้   จากการสอบสวนนางสาววรรณา บรรเลง อายุ 18 ปี ให้การว่า ก่อเกิดเหตุผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มารับตนเองเอง โดยบอกว่าอยากจะชวนมานอนที่โรงแรม โดยออกมาจากบ้านตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา เมื่อมาถึงโรงแรมได้เปิดห้องพัก จากนั้นได้นอนพูดคุยกันพักใหญ่ผู้เสียชีวิตบอกกับตนเองว่าหิวข้าว ตนเองจึงขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากโรงแรมไปซื้อข้าวมาให้กิน หลังผู้ตายกินข้าวเสร็จแล้วได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไป 2 ขวด แล้วขอตัวนอน   ระหว่างที่ตนเองนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นว่าผู้ตายนอนหงาย แล้วบอกกับตนเองว่ารู้สึกแน่นจนหมดสติไป ตนเองจึงช่วยปั๊มหัวใจ พร้อมกับโทรเรียกหน่วยกู้ชีพ ทางหมายเลข 1669 ให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่พบว่าฝ่ายชายได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่คบกันมาผู้เสียชีวิตจะชอบเสพยาบ้าให้เห็นอยู่เป็นประจำ และเมื่อหลายวันก่อนมีอาการไม่สบาย จึงต้องหาซื้อยามารับประทาน   ด้าน ตร.ระบุว่าจากการสอบสวนฝ่ายหญิง เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิต ไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ช่วยแฟนสาวซึ่งมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายส้มตำ โดยก่อนเกิดเหตุได้ชักชวนแฟนสาวมาหลับนอนในโรงแรมดังกล่าว ระหว่างนั้นได้เกิดอาการช็อคจนเสียชีวิต   จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แต่แฟนสาวให้การว่าผู้เสียชีวิตติดยาเสพติดชอบเสพยาอยู่เป็นประจำ ประกอบกับก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตมีอาการป่วยต้องซื้อยามารับประทาน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ให้อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนที่จะมอบศพผู้เสียชีวิตให้ญาติไปดำเนินการตามประเพณีของทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OeEf7etCrK4

 27,205

Top