ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลักพาตัวเด็ก"

ข่าวภูมิภาค
17 พ.ค. 62

แม่วุ่นตามหาลูกสาว 5 ขวบ หวั่นถูกลักพาตัว ที่แท้ญาติพาไปกินข้าวแล้วไม่บอก

บุรีรัมย์-ตร.ได้รับแจ้งมีคนลักพาเด็กวัย 5 ขวบ ขึ้นรถจักยานยนต์หลบหนี บริเวณสวนรมณ์บุรี ถ.จิระ ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายของติดกับสำนักงานทรูฯ พบนางสาวศศิธร วงษ์ขันธ์ อายุ 24 ปี แม่ของเด็กที่ถูกลักพากำลังร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า   สอบถามนางคำภู จันทรวี อายุ 50 ปี ผู้เหตุการณ์เล่าว่า เห็นมีหญิงสาวอายุประมาณ 25 ปี ขับรถจักรยายนต์มาจอดหน้าร้านในลักษณะสวมเสื้อแบบคลุมใบหน้า เรียกน้องโรส อายุ 5 ขวบ ขึ้นรถไป ตนคิดว่ารู้เด็กรู้จักกัน ประมาณ 5 นาทีเห็นแม่น้องโรส วิ่งร้องไห้ออกมาว่าลูกถูกขโมยไป   ตำรวจจึงสั่งระดมกำลังตรวจสอบทุกพื้นที่ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย จนกระทั่งได้ภาพเด็กขณะเล่นอยู่หน้าร้าน แต่เห็นรถจักรยานยนต์ของคนพาไปเพียงเล็กน้อย   เวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงครึ่ง น้องโรส เด็กหญิงอายุ 5 ขวบ ที่ถูกลักพาไป ได้วิ่งร้องไห้กลับร้านมากอดแม่ลักษณะเหมือนตกใจ ทำให้ตำรวจต้องควานหาตัวคนลักพาไปกันจ้าละหวั่น   จนกระทั่งตำรวจพบตัวคนที่พาตัวเด็กไปทราบชื่อ น.ส.สุรนารี ชัยสุวรรณ อายุ 28 ปี มาที่เกิดเหตุ เมื่อ น.ส.ศศิธร แม่น้องโรส ที่หายไปเห็นหน้าจึงรู้ว่าเป็นญาติกัน สอบถาม น.ส.สุรนารี เล่าว่า ตนเองเป็นคนมารับน้องโรสไปจริง เพื่อจะพาไปรับประทานอาหารที่ตลาดไนท์ โดยได้บอกให้กับคนข้างร้านไปแล้ว แต่เมื่อตนสั่งอาหารรับประทาน น้องโรส บอกว่าปวดปัสสาวะ ตนก็ไม่เอะใจ   หลังจากรับประทานอาหารเสร็จตนก็หาน้องไม่เจอ จนกระทั่งตำรวจมาตามตัวไป ส่วนสาเหตุที่น้องวิ่งจากตลาดไนท์ไปที่บ้านซึ่งห่างกันประมาณ 300 เมตร คาดว่าน้องน่าจะปวดปัสสาวะ ครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์หากจะพาบุตรหลานไปไหนต้องบอกแม่เพียงคนเดียว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MBGj-ZEjqQg

 2,407
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

โอละพ่อ ด.ญ.วัย 12 หายจากบ้าน 5 วัน ที่แท้ซ่อนตัวในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน ดื่มน้ำประทังชีวิต แม่เสียใจไม่มีเวลาดูแลลูก

ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.กุ้ง นามสมมติ อายุ 12 ปี ได้หายออกจากบ้านใน ม.5 ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตั้งแต่ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 62 เวลา 07.00 น. นาน 5 วัน โดยพบเพียงจักรยานจอดทิ้งในป่ารกใกล้บ้าน   จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. พบตัวน้องที่สุเหร่าข้างบ้าน ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวง โดยน้องกุ้งระบุว่า มีชายสวมหมวกไอ้โม่งมาขังตัวไว้ในอาคารไม้หลังโรงเรียนลาดบัวหลวง   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามเรื่องนี้ สอบถามแม่ของเด็กกล่าวทั้งน้ำตาว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครพาลูกไปขัง แต่ยังไม่ได้คุยกับลูก เพราะลูกไม่ยอมคุยด้วย ซึ่งยอมรับว่าตนและลูก ไม่ค่อยสนิทกันเพราะตนทำแต่งานไม่ค่อยมีเวลา เรื่องที่ลูกหายตนก็เป็นคนไปแจ้งความเอง   ครั้งแรกไม่คิดว่าลูกจะไปไหน แต่เห็นหายไปหลายวันโดยไม่มีใครรู้ ก็เริ่มออกตามหาจนมาพบตัว เรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเกิดจากปัญหาการดูแลลูกไม่ดีของตน และขอร้องสังคมอย่าไปตำหนิยาย ซึ่งเป็นแม่ของตนที่ดูแลหลานไม่ดี ปัญหาเกิดจากตน หากมีเวลาให้ลูกคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านของน้องกุ้ง พบเพื่อนบ้านนำกล้องวงจรปิดมาให้ เป็นภาพที่น้องปีนหน้าต่างบ้านออกไป โดยได้พูดคุยกับญาติ และหลานที่สนิทกับน้องกุ้งเล่าว่า น้องกุ้งบอกกับ โต๊ะและม๊ะ (เป็นคนอิสลาม)  ว่าไม่ได้หนีไปไหนแอบตัวอยู่ในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน และกินน้ำในขวดที่วางไว้ในห้อง เวลามีคนมาเปิดห้องนี้ก็แอบตัวในกองผ้า ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าน้องกุ้งหายไปไหน   จาการสอบถามน้าชายที่เลี้ยงดูน้องกุ้งเล่าว่า น้องกุ้งเคยหายจากบ้านมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ตอนนั้นก็กลับมาเอง ซึ่งยอมรับว่าหลานเป็นคนเก็บตัวเงียบไม่ค่อยพูดคุยกับใคร บางครั้งก็แอบไปนอนเล่นที่ตึกร้าง หรือโรงเรียนคนเดียว ก่อนเกิดเหตุหายตัวไป น้องไปหาแม่ ซึ่งทำงานก่อสร้างใกล้เคียงกับบ้าน แต่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จนถึงขณะนี้ น้องก็ไม่ยอมขอเจอกับแม่อีก   เรื่องที่น้องระบุว่าถูกคนร้ายใส่ไอ้โม่งเอาไปขังที่โรงเรียนนั้น ตนเชื่อว่า อาจจะไม่เป็นความจริง ตอนนี้ทางครอบครัวยังไม่สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องว่าเกิดอะไรขอให้น้องรักษาตัวก่อน และน้องเล่าเรื่องทั้งหมด ให้กับหมอที่รักษาฟังหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้คุณยายพอทราบเรื่องของน้องก็เป็นลมล้มฟุบพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเช่นกัน   ทางด้าน พ.ต.อ.สง่า  ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือ ส่วนกรณีที่เด็กระบุว่าถูกนำไปขัง ในอาคารไม้ที่หลังโรงเรียน จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบหลักฐาน โดยพบว่าสภาพแวดล้อมของอาคารไม้แห่งนี้  มีการนำไม้กั้นปิดตั้งแต่ทางขึ้นบันได และที่ห้องก็ถูกล็อคด้วยกุญแจ ภายในห้องก็ไม่มีร่องรอยคนอาศัย พบเพียงรอยฝุ่นในห้อง   ทั้งนี้ทางตำรวจรอให้รักษาอาการอ่อนเพลียของเด็กให้หายดี และจะร่วมกับสหวิชาชีพ และจิตแพทย์ ร่วมสอบถามอีกครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F7JzpLktWjg

 27,988
สังคม-อาชญากรรม
04 เม.ย. 62

เริ่มภารกิจค้นหา 'น้องภาคิน' วันที่ 4 เพื่อนบ้านให้กำลังใจครอบครัวน้องขอให้พบเจอไวๆ

(4 เม.ย. 62) วันนี้เป็นวันที่สี่ โดยวันนี้เจ้าหน้าตำรวจชุดสืบจังหวัดเพชรบุรีและชุดสายสืบของ สภ.ท่ายาง ประมาณ50คน ได้เข้าค้นหาที่บ้านของน้องภาคิน แต่ยังไม่พบ    ส่วนทางพ่อของน้องภาคินนายโชคชัยยังอยู่ในอาการเศร้าโศก บอกว่าขอให้ได้คืนในสภาพไหนก็ได้โดยมีเพื่อนบ้านมาให้กำลังขอให้พบน้องไวๆส่วนแม่เด็กเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวไปที่โรงพัก เวลา10.00 น.   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ยังไร้วี่แวว! 'น้องภาคิน' วัยขวบเศษ หายตัวปริศนาขณะนั่งเล่นกับหมาหน้าบ้าน เร่งปูพรมค้นหา แม่เชื่อถูกลักพาตัว

 5,639
ข่าวภูมิภาค
04 เม.ย. 62

ยังไร้วี่แวว! 'น้องภาคิน' วัยขวบเศษ หายตัวปริศนาขณะนั่งเล่นกับหมาหน้าบ้าน เร่งปูพรมค้นหา แม่เชื่อถูกลักพาตัว

เพชรบุรี-กรณีที่ ด.ช.ภาคิน คิดตลอด หรือน้องบิ๊ก วัย 1 ขวบ 7 เดือน หายออกไปจากบ้านใน ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ช่วงเย็นของวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา เบาะแสสุดท้ายทราบว่าน้องนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับสุนัข ส่วนแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ พอแม่ออกมาดูก็ไม่เจอลูกแล้ว   โดยชาวบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งค้นหา จนถึงขณะนี้เข้าสู่วันที่ 3 แล้วก็ยังไม่พบตัว ขณะที่เฟซบุ๊ก ‘สถานีตำรวจภูธรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี’ ได้โพสต์ภาพเด็กและข้อความประกาศตามหา ผู้ใดพบเห็นแจ้ง  สภ.ท่ายาง โทร. 032-463227 พร้อมขอความร่วมมือชาวเน็ตคอมเมนต์ในทางบวก ส่งกำลังใจให้ครอบครัวพบน้องโดยเร็ว ไม่คอมเมนต์ในทางลบ เช่น ตำหนิ หรือพูดถึงเรื่องการค้ามนุษย์ เพราะอยากให้คำนึงถึงผู้เป็นพ่อแม่เด็กเพราะตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่   คาดว่าเด็กอาจพลัดตกคลองน้ำหรือไม่ เพราะอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ทุกภาคส่วนร่วมกันค้นหาตลอดทั้งวันทั้งคืน บริเวณคลองสาย 3  โดยประสานชลประทานเขื่อนเพชรปิดประตูระบายน้ำให้น้ำแห้ง เพื่อความสะดวกในการค้นหา พร้อมสำรวจตามคลองส่งน้ำ เพราะหากเด็กพลัดตกน้ำอาจจมน้ำหรือลอยไปกับกระแสน้ำหรือไม่ เจ้าหน้าที่ระบุผ่านมาหลายวันศพก็น่าจะลอยขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบ ยังคงค้นหาต่อไป   หลังระดับน้ำเริ่มลด ตา ยาย และแม่ของเด็กพากันลงไปงมหาน้องภาคินด้วยตนเอง ยังหวังลึก ๆ ว่าจะปลอดภัยและเจอตัวน้องภาคินโดยเร็ว ขณะที่นางอารยา ขัวลำหาน อายุ 26 ปี แม่ของเด็ก ร่ำไห้เชื่อว่าอาจถูกลักพาตัว วิงวอนใครพบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส วันที่ลูกหายไปตนทำอาหารอยู่ในบ้าน ส่วนยายและลูกชายคนโตนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน ปล่อยให้น้องภาคินนั่งเล่นกับสุนัขอยู่หน้าบ้าน พอไม่ได้ยินเสียงลูก สุนัขก็ไม่เห่าจึงวิ่งออกมาดู พบว่าน้องภาคินหายไป ออกตามหาบริเวณบ้านและในสวนมะม่วงก็ไม่เจอ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยออกตามหา   ด้านนายโชคชัย คิดตลอด อายุ 32 ปี พ่อของเด็ก กล่าวว่า ก่อนที่ลูกจะหายตัวไปตนทำงานอยู่กรุงเทพฯ พอทราบเรื่องก็รีบกลับบ้านทันที ภาวนาขอให้พบลูกทำใจได้ไม่ว่าจะเจอในสภาพไหน ตนเชื่อว่าลูกอาจเดินเล่นพลัดตกลงไปในคลองชลประทาน แต่หากใครลักพาตัวไปก็ขอลูกคืนโปรดเห็นใจด้วย ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันตามหา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่น้องภาคิน จะหายไปช่วงเวลา 18.00 น. มีชาวบ้านคนหนึ่งเห็นเด็กยืนอยู่ใกล้เครื่องสูบน้ำริมคลอง แต่ไม่ได้เอะใจอะไรจึงขี่รถ จยย.ผ่านไป  ขณะที่ชาวบ้านที่ออกมาช่วยค้นหา เล่าว่า ตั้งแต่ที่เด็กหายไป แม่ของเด็กไม่ยอมเปิดบ้านให้เข้าไป เพราะชาวบ้านและกู้ภัยจะเข้าไปช่วยค้นหาตามสวนมะม่วง โดยเพิ่งเปิดให้เข้าไปบริเวณบ้าน เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.)เอง   นางสาวมะลิวัลย์ ชาลี เพื่อนบ้าน สงสัยพี่ชายวัย 8 ขวบ ว่าพาน้องภาคินไปเล่นริมคลองแล้วเกิดการพลัดตกลงไปแต่ไม่ยอมบอก เนื่องจากพี่ชายของน้องภาคคิน มีอาการหวาดกลัวบางอย่าง เมื่อสอบถามว่าเห็นน้องมั้ยก็ชี้ลงไปที่คลองส่งน้ำ อย่างไรก็ตามไม่มีใครเห็นตอนเด็กพลัดตกน้ำหรือมีใครลักพาตัวไป จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเด็กหายไปไหนอย่างไร้ร่องรอย   อาสากู้ภัย บอกว่า หากเด็กตกลงไปในคลองและเสียชีวิตต้องลอยขึ้นเหนือน้ำแล้ว เพราะผ่านมาหลายวัน โอกาสที่จะติดอยู่โพรงหรือซอกปูนคลองชลประทานก็เป็นไปได้ หลังจากชลประทานปิดประตูระบายน้ำเนื่องจากระดับดับสูงและกระแสน้ำไหลค่อนข้างแรง กู้ภัยลงงมหาอีกครั้งรัศมีระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ก็ไม่เจอ จึงยุติการค้นหาทางน้ำ หากเด็กลอยไปกับกระแสน้ำอย่างน้อยต้องมีคนเจอ   ด้าน พ.ต.อ.อาชวิน บุญธรรมเจริญ ผู้กำกับการ สภ.ท่ายาง เปิดเผยว่า ครอบครัวเด็กได้เข้าแจ้งความในวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่มุ่งค้นหาไปที่การพลัดตกลงไปในน้ำเป็นหลัก ส่วนข้อสันนิษฐานว่าอาจถูกลักพาตัวนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้การถูกลักพาตัวไป เจ้าหน้าที่จึงมุ่งหน้าค้นหาในน้ำก่อน   โดยเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ทางกรมชลประทาน หยุดการปล่อยน้ำเพื่อค้นหา หากเด็กตกลงไปในคลองชลประทานจริง กว่า 48 ชั่วโมง ที่ผ่านมา คาดว่ากระแสน้ำจะพัดร่างเด็กไปไกลพอสมควร ซึ่งได้ประสานไปยังตำรวจท้องที่ต่าง ๆ ช่วยสำรวจตามเส้นทางคลองชลประทาน พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรโดยรอบจุดที่เด็กหาย แต่ยังไม่พบเบาะแสใด ๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q2yat7F486A

 1,968
ข่าวต่างประเทศ
17 ก.ย. 61

หลั่งน้ำตายินดี! ชายจีนถูกลักพาตัวตอน 5 ขวบ หวนคืนสู่อ้อมอกแม่ หลังเวลาผ่านไปเกือบ 40 ปี

สำนักข่าว metro เผยแพร่เรื่องราวบีบหัวใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีลูกชายที่ถูกลักพาตัวไปตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ ได้หวนกลับคืนสู่อ้อมอกผู้เป็นแม่อีกครั้งหลังเวลาผ่านไปนานเกือบ 40 ปี     Sun Gongguang วัย 43 ปี ได้กลับบ้านเกิดอีกครั้ง หลังศูนย์ช่วยเหลือคนหายพบว่าเขามีดีเอ็นดีตรงกับ Deng Xianyu ซึ่งเป็นแม่ที่แท้จริง โดยวินาทีที่สองแม่ลูกได้พบหน้ากันในรอบ 38 ปี น้ำตาแห่งความยินดีก็หลั่งออกมาอย่างสุดกลั้น ท่ามกลางความดีใจของบรรดาญาติๆ ที่มาร่วมต้อนรับ     ย้อนไปเมื่อปี 1980 ชายหนุ่มซึ่งชื่อเดิมคือ Hu Shengming ถูกลักพาตัวที่สถานีรถไฟในมณฑลเหอหนาน ขณะเดินทางไปกับพ่อ หลังเขาหายตัวไปพ่อของเขาก็พยายามเสาะแสวงหาเท่าที่เทคโนโลยีในสมัยนั้นจะเอื้ออำนวยแต่ก็ไม่พบ ในขณะที่อีก 5 ปีต่อมา เด็กชายซึ่งกลายเป็นเด็กกำพร้าได้ถูกขายต่อให้คู่รักในมณฑลเหอหนาน ซึ่งครอบครัวใหม่ก็ได้มอบชื่อใหม่และชีวิตใหม่ให้แก่เขา   ต่อมาในปี 2016 ชายหนุ่มได้เริ่มต้นค้นหาครอบครัวที่แท้จริง โดยส่งมอบเลือดของตัวเองให้กับตำรวจ ซึ่งจะถูกนำไปเป็นฐานข้อมูลดีเอ็นเอแห่งชาติ กระทั่งเดือนเมื่อ มี.ค. ที่ผ่านมา เขาก็ได้รับข่าวดี หลังพบว่าดีเอ็นเอของตัวเองมีความคล้ายคลึงกับหญิงคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง และต่อมาก็ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าหญิงคนดังกล่าวและเขามีความสัมพันธ์เป็นแม่ลูกกัน     ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชายหนุ่มพร้อมด้วยภรรยาได้เดินทางไปพบหน้าแม่ของตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสี่ทศวรรษ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้กอดผู้เป็นพ่อ     ขณะที่แม่ซึ่งอายุย่างเข้า 70 ปี เปิดใจว่า การได้เจอลูกชายที่หายไปอีกครั้งถือเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิต และยังได้บอกกับลูกว่าพ่อของเขาไม่เคยหยุดตามหาลูกเลยตลอดระยะเวลาที่หายไปกระทั่งเขาเสียชีวิตลงเมื่อหลายปีก่อน   ทั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้เปิดเผยถึงแผนในอนาคตว่าจะกลับมาอยู่กับแม่ที่แท้จริงหรือไม่ และไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาได้แนะนำครอบครัวบุญธรรมให้รู้จักกับครอบครัวที่แท้จริงแล้วหรือยัง                      

 13,835

Top