ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลักพาตัวเด็ก"

สังคม
26 ม.ค. 63

แม่ผวา! ลูกโดนชายที่คุยในเฟซบุ๊กลักพาตัวไป คนร้ายอ้าง “ไม่ได้ตั้งใจ”

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 63 เวลา 18.00 น. ร.ต.อ.บุญทัน พันธ์จันทร์ รองสว.สอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุเด็กชายวัย 4 ขวบ ถูกลักพาตัว เหตุเกิดภายในหอพักไม่มีชื่อ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่า 2 ชั้น พบ น.ส.กรวรา วันทอง อายุ 20 ปี เเม่ของเด็กที่ถูกลักพาตัว พักอาศัยอยู่ที่ชั้นล่าง โดยภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ โดยคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อคอปก สีขาว กางเกงขายาวสีดำ อายุประมาณ 25 ปี ขับขี่รถจยย. ขับเข้ามาจอดที่หน้าหอพักดังกล่าว จากนั้นได้พูดจาหว่านล้อม ด.ช.ธีรเทพ วันทอง หรือน้องกัปตัน อายุ 4 ปี สวมเสื้อสีแดง กางเกงขายาว โดยผู้ก่อเหตุใช้เวลาในการพูดคุยกับน้องกัปตันประมาณ 5 นาที จากนั้นได้พาขึ้นรถจยย.แล้วขับออกไป   จากการสอบถาม น.ส.กรวรา เเม่ของน้องกัปตัน เปิดเผยว่า เมื่อ 3 เดือนก่อน ตนรู้จักกับนายวุฒิ อายุประมาณ 25 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นก็คุยกันมาได้ประมาณ 1 เดือน แล้วนัดเจอกัน แต่ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ซึ่งหลังจากที่เจอหน้า นายวุฒิพูดคุยในลักษณะคุกคามตนมากจนเกินไป ตนจึงบล็อกและหยุดการติดต่อทุกช่องทาง ตั้งแต่วันที่เลิกคุย จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาประมาณ 3 เดือนแล้ว   จนกระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 10.30 น. ตอนนั้นตนอยู่ที่ห้องและลูกชายก็วิ่งเล่นอยู่ที่หน้าห้องกับเด็ก ๆ ที่หอพัก ตนเห็นนายวุฒิขี่รถจยย.มาจอดที่หน้าห้อง ตอนนั้นตนตกใจมาก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่ได้คุยกันแล้ว นายวุฒิเข้ามาจอดอยู่สักพัก แล้วก็ขี่รถออกไป ตนจึงเดินไปหาลูกชาย แต่ปรากฎว่า ลูกหายไปแล้ว จึงไปดูกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในอาคาร พบว่านายวุฒิพาลูกชายขึ้นรถจยย.ไปด้วย ตอนนั้นตนทำอะไรไม่ถูกเลย กลัวว่านายวุฒิจะโกรธเราที่เราไม่คุยกับเขา แล้วเอาลูกเราไปทำร้าย ตอนนี้ตนเป็นห่วงลูกมาก   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายสราวุฒิ เชื้อผู้ดี อายุ 23 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จากนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง และตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านหลังดังกล่าว   จากการสอบถามนายสราวุฒิ เชื้อผู้ดี ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า เมื่อ 3 เดือนก่อน ตนรู้จักกับ น.ส.กรวรา เเม่ของน้องกัปตันผ่านทางเฟซบุ๊ก และคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากตนใช้คำพูดและกิริยาวาจาที่ไม่เหมาะสม จึงทำให้ น.ส.กรวรา บล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ซึ่งที่ผ่านมาตนมาที่ห้องเช่าแห่งนี้ประมาณ 2 ครั้งแล้ว และตนกับน้องกัปตันก็รู้จักกันอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ตนตั้งใจจะไปหาน.ส.กรวรา แต่ไม่เจอพอดีไปเจอน้องกัปตันกำลังวิ่งเล่นอยู่พอดี เลยรับน้องไปเที่ยวที่บ้านและซื้อของเล่นให้ ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเด็กหรือโกรธแค้นน.ส.กรวรา แต่อย่างใด   ทางด้านน.ส.กรวรา กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจอย่างมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับตัวนายสราวุฒิ และนำตัวน้องกัปตันกลับมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับนายสราวุฒิให้ถึงที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ ได้เเจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดา มารดา โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกตั้งเเต่ 3 - 10 ปี  

 564
สังคม
26 ม.ค. 63

สาวร้องหนุ่มแชทคุยในเฟซบุ๊กลักพาตัวลูก 4 ขวบ ถึงหอพัก ตร.จับได้อ้างแค่พาไปเที่ยว

นนทบุรี-นางสาวกรวรา อายุ 20 ปี แจ้งความกับตำรวจ สภ.บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ว่าลูกชาย น้องกัปตัน อายุ 4 ขวบ ถูกลักพาตัวไป โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชาย ขี่รถจักรยานยนต์ ขับเข้ามาจอดที่หอพักแห่งหนึ่ง แล้วพูดคุยกับน้องกัปตัน ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็พาเด็กขึ้นรถแล้วขับออกไป   นางสาวกรวรา เปิดเผยว่า เมื่อ 3 เดือนก่อน รู้จักกับคนร้ายคือ นายวุฒิ อายุประมาณ 25 ปี ผ่านทางเฟซบุ๊ก หลังคบหาพูดคุยผ่านเฟซบุ๊กได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ก็นัดเจอกัน แต่ไม่มีอะไรเกินเลย แต่หลังจากนั้นนายวุฒิพิมพ์มาคุยในลักษณะคุกคามเธอมาตลอด เธอจึงบล็อกไป และหยุดติดต่อทุกช่องทาง   จนกระทั่งเมื่อวานนี้ เห็นนายวุฒิขี่รถมาจอดหน้าห้องพัก เธอตกใจ แต่ไม่คิดว่านายวุฒิจะมาทำอะไร สักพักนายวุฒิขี่รถออกไป เธอเดินออกไปดูหน้าบ้านจึงพบว่าลูกชายหายไป เมื่อขอดูกล้องวงจรปิดของหอพัก จึงรู้ว่านายวุฒิพาลูกชายไป เธอกลัวนายวุฒิจะโกรธแค้นที่เธอเลิกติดต่อ จนทำร้ายลูก จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวนายวุฒิให้ได้   ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวุฒิได้แล้ว อ้างแค่พาเด็กไปเที่ยว ไม่ได้ทำร้ายแต่อย่างใด     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/lmkDDFMFS_w  

 3,428
สังคม
26 ม.ค. 63

แม่ใจหาย แจ้งตร.ลูกชายถูกลักพาตัว เปิดกล้องวงจรปิดเห็นผช.ที่คุยในเฟซบุ๊กพาไป หวั่นลูกเป็นอันตราย

นนทบุรี - เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 ม.ค. 63 ร.ต.อ.บุญทัน พันธ์จันทร์ รอง สว.สอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุเด็กชายวัย 4 ขวบ ถูกลักพาตัว เหตุเกิดภายในหอพักไม่มีชื่อ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่า 2 ชั้น พบ น.ส.กรวรา วันทอง อายุ 20 ปี เเม่ของเด็กที่ถูกลักพาตัว พักอาศัยอยู่ที่ชั้นล่าง โดยภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ โดยคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อคอปก สีขาว กางเกงขายาวสีดำ อายุประมาณ 25 ปี ขับขี่รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้ามาจอดที่หน้าหอพักดังกล่าว จากนั้นได้พูดจาหว่านล้อม ด.ช.ธีรเทพ วันทอง หรือน้องกัปตัน อายุ 4 ปี สวมเสื้อสีแดง กางเกงขายาว โดยผู้ก่อเหตุใช้เวลาในการพูดคุยกับน้องกัปตันประมาณ 5 นาที จากนั้นได้พาขึ้นรถจยย.แล้วขับออกไป   จากการสอบถาม น.ส.กรวรา วันทอง เเม่ของน้องกัปตัน เปิดเผยว่า เมื่อ 3 เดือนก่อน ตนรู้จักกับนายวุฒิ อายุประมาณ 25 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นก็คุยกันมาได้ประมาณ 1 เดือนเศษๆ แล้วนัดเจอหน้ากัน แต่ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ซึ่งหลังจากที่เจอหน้ากัน นายวุฒิพูดคุยในลักษณะคุกคามตนมากจนเกินไป ตนจึงบล็อกและหยุดการติดต่อทุกช่องทาง ตั้งแต่วันที่เลิกคุย จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาประมาณ 3 เดือนแล้ว   จนกระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 10.30 น. ตอนนั้นตนอยู่ที่ห้องและลูกชายก็วิ่งเล่นอยู่ที่หน้าห้องกับเด็ก ๆ ที่หอพัก ตนเห็นนายวุฒิขี่รถจยย.มาจอดที่หน้าห้อง ตอนนั้นตนตกใจมาก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่ได้คุยกันแล้ว นายวุฒิเข้ามาจอดอยู่สักพัก แล้วก็ขี่รถออกไป ตนจึงเดินไปหาลูกชาย แต่ปรากฎว่า ลูกหายไปแล้ว จึงไปดูกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในอาคาร พบว่านายวุฒิพาลูกชายขึ้นรถจยย.ไปด้วย ตอนนั้นตนทำอะไรไม่ถูกเลย กลัวว่านายวุฒิจะโกรธเราที่เราไม่คุยกับเขา แล้วเอาลูกเราไปทำร้าย ตอนนี้ตนเป็นห่วงลูกมาก   น.ส.กรวรา ยังกล่าวต่ออีกว่า อยากจะฝากไปถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่เล่นเฟซบุ๊กทุกคน ก่อนที่จะนัดเจอใคร ควรศึกษาดูใจกันให้ดีก่อน บางทีเขาอาจจะไม่ใช่คนดีอย่างที่เราเห็นก็ได้   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายสราวุฒิ เชื้อผู้ดี อายุ 23 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จากนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง และตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านหลังดังกล่าว   จากการสอบถามนายสราวุฒิ เชื้อผู้ดี ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า เมื่อ 3 เดือนก่อน ตนรู้จักกับ น.ส.กรวรา เเม่ของน้องกัปตันผ่านทางเฟซบุ๊ก และคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากตนใช้คำพูดและกิริยาวาจาที่ไม่เหมาะสม จึงทำให้ น.ส.กรวรา บล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ซึ่งที่ผ่านมาตนมาที่ห้องเช่าแห่งนี้ประมาณ 2 ครั้งแล้ว และตนกับน้องกัปตันก็รู้จักกันอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ตนตั้งใจจะไปหาน.ส.กรวรา แต่ไม่เจอพอดีไปเจอน้องกัปตันกำลังวิ่งเล่นอยู่พอดี เลยรับน้องไปเที่ยวที่บ้านและซื้อของเล่นให้ ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเด็กหรือโกรธแค้นน.ส.กรวรา แต่อย่างใด   ทางด้านน.ส.กรวรา กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจอย่างมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับตัวนายสราวุฒิ และนำตัวน้องกัปตันกลับมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับนายสราวุฒิให้ถึงที่สุด   เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ ได้เเจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดา มารดา โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกตั้งเเต่ 3 - 10 ปี     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/QNshAFJogbc  

 335
ต่างประเทศ
25 ธ.ค. 62

อุทาหรณ์ ยายปล่อยหลานคลาดสายตาแป๊บเดียว ถูกชายปริศนาอุ้มลักพาตัวคารถเข็นห้าง

อุทาหรณ์เตือนภัยผู้ปกครองที่มีเด็กเล็ก เมื่อมีคุณยายคนหนึ่งพาหลานไปเที่ยวในห้างสรรพสินค้า ก่อนหันหน้าไปคุยกับพนักงานเพียงไม่กี่วินาที แต่แล้วมีชายปริศนาใส่สูทคล้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มาอุ้มลักพาตัวเด็กไปจากรถเข็น ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้ก่อนหนีหาย   แต่เมื่อคุณยายหันมาไม่เห็นหลาน เกิดตกใจอย่างหนักร้องขอให้คนช่วย จากนั้นได้วิ่งตามไปจนเจอชายคนนั้น และยื้อแย่งหลานกลับคืนมาได้สำเร็จ คนร้ายถูกตั้งข้อหาลักพาตัว ซึ่งยังไม่รู้แรงจูงใจในการก่อเหตุพร้อมเตือนผู้ปกครองดูแลลูกหลานไม่ให้คลาดสายตาโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดที่มีผู้คนพลุกพล่าน  

 4,426
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 62

สาวพังงาดีใจได้ลูกคืน หลังโดนลักพาตัวคา รพ. ด้านผู้ต้องหาร่ำไห้สำนึกผิด อ้างอยากได้เด็กไปเลี้ยงเป็นลูก

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.62 ที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา  นางวสาอภิญญา รักจิตต์ อายุ 28 ปี มารดาของ ด.ญ.ปัญญาวณี สมานชื่น ที่โดนลักพาตัวไป (เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.62 เวลา 14.30 น.) พร้อมกล่าวความรู้สึกดีใจ และขอขอบพระคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากสามารถตามจับกุม น.ส.ศรีวลักษณ์ เอกธรรมเสถียร อายุ 27 ปี พร้อมด้วยทารกน้อยเพศหญิงที่ได้ลักพาตัวมา และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลตะกั่วป่า ที่เร่งติดตามตัวคนร้ายที่ลักพาตัวลูกสาวของตัวเองไปได้อย่างรวดเร็ว      โดยนางวสาอภิญญา เผยว่า ตอนแรกตัวเองก็คิดว่าไม่รู้จะได้เจอลูกอีกหรือป่าว เพราะตนเองเป็นแค่คนจนที่มาใช้สิทธิรักษาฟรี ไม่มีใครรู้จัก จึงคิดว่าน่าจะไม่ได้เจอหน้าลูกสาวอีกแล้ว แต่พอทราบข่าวจากทางตำรวจว่าพอทราบแล้วว่าเด็กอยู่ที่ไหน ก็รู้สึกดีใจมากและมีความหวัง สุดท้ายขอขอบพระคุณทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมากๆ     โดยทางพ.ต.ท.นิพนธิ์ ญาณไพศาล รอง ผกก.สส.สภ.ตะกั่วป่า พร้อมด้วย พ.ต.ท.สราวุธ สูงสง่า พนังงานสอบสวนเจ้าของคดีได้นำตัว น.ส.ศรีวลักษณ์ เอกธรรมเสถียร อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ชาวอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มาทำการสอบสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง      ทั้งนี้ทางผู้ต้องหาให้การยอมรับ พร้อมทั่งร่ำไห้ สารภาพสำนึกผิดที่กระทำลงไปพร้อมกล่าวขอโทษญาติผู้เสียหาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่าโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ดูแลพร้อมนำตัวส่งศาลจังหวัดตะกั่วป่า เมื่อเวลา 14.30 น.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gA4P-SlNFQc

 533
สังคม
12 ธ.ค. 62

รวบแล้วสาวใหญ่ขโมยทารกแรกเกิด อ้างแท้งลูก

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.62 ที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา  นางวสาอภิญญา รักจิตต์ อายุ 28 ปี มารดาของ ด.ญ.ปัญญาวณี สมานชื่น ที่โดนลักพาตัวไป( เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.62 เวลา 14.30 น.) พร้อมกล่าวความรู้สึกดีใจ และขอขอบพระคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากสามารถตามจับกุม น.ส.ศรีวลักษณ์ เอกธรรมเสถียร อายุ 27 ปี พร้อมด้วยทารกน้อยเพศหญิงที่ได้ลักพาตัวมา และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลตะกั่วป่า ที่เร่งติดตามตัวคนร้ายที่ลักพาตัวลูกสาวของตัวเองไปได้อย่างรวดเร็ว ตอนแรกตัวเองก็คิดว่าไม่รู้จะได้เจอลูกอีกหรือป่าว เพราะตนเองเป็นแค่คนจนที่มาใช้สิทธิรักษาฟรี ไม่มีใครรู้จักจึงคิดว่าน่าจะไม่ได้เจอหน้าลูกสาวอีกแล้ว แต่พอทราบข่าวจากทางตำรวจว่าพอทราบแล้วว่าเด็กอยู่ที่ไหน ก็รู้สึกดีใจมากและมีความหวัง สุดท้ายขอขอบพระคุณทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมากๆ   โดยทางพ.ต.ท.นิพนธิ์ ญาณไพศาล รอง ผกก.สส.สภ.ตะกั่วป่า พร้อมด้วย พ.ต.ท.สราวุธ สูงสง่า พนังงานสอบสวนเจ้าของคดีได้นำตัว น.ส.ศรีวลักษณ์ เอกธรรมเสถียร อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ชาวอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มาทำการสอบสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยทางผู้ต้องหาให้การยอมรับ พร้อมทั่งร่ำไห้ สารภาพสำนึกผิดที่กระทำลงไปพร้อมกล่าวขอโทษญาติผู้เสียหาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่าโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ดูแลพร้อมนำตัวส่งศาลจังหวัดตะกั่วป่า เมื่อเวลา 14.30 น.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 578
สังคม
11 ธ.ค. 62

เร่งล่าตัวสาวปริศนาขโมยทารกแรกเกิดในห้องคลอด

ที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ทาง นพ.สุรัตน์ ตันติทวีวรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตะกั่วป่า พร้อมด้วย พ.ต.ท.สราวุธ สูงสง่า พนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า ได้เร่งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาลหลังจากมีหญิงสาวได้ขโมยเด็กแรกเกิดอายุประมาณ 2 วัน ออกจากห้องคลอดภายในโรงพยาบาล    โดยจากภาพกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพของคนร้ายได้อย่างชัดเจน พบผู้หญิงคลุมผ้าโพกหัวสีดำแบบชาวมุสลิม อุ้มเด็กเดินออกจากห้องคลอดจากนั้นกล้องวงจรปิดที่อยู่ด้านหน้า รพ.ตะกั่วป่า จับภาพผู้หญิงที่อุ้มเด็กทารกดังกล่าวขึ้นจักรยานยนต์ และขับออกจากโรงพยาบาลเพื่อให้ไปส่งที่ขึ้นรถ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ได้ไล่กล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆสามารถควบคุมตัวนายชาติชัย ธงไชย อายุ 50 ปี ที่ต.สะตึก อ.สะตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อเวฟสีขาว ทอง ที่เป็นคนขับรถพาหญิงสาวออกจากโรงพยาบาล มาสอบปากคำที่ สภ.ตะกั่วป่า และไปส่งที่หน้าถนนใหญ่ห่างออกจากโรงพยาบาลประมาณ 800 เมตร ก่อนที่ทางหญิงสาวคนดังกล่าวได้อุ้มเด็กขึ้นรถมุ่งหน้าไปทาง อ.ท้ายเหมือง    อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ได้ตรวจสอบพบว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ ดังกล่าว ทางหญิงสาวคนดังกล่าว ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 9 ธ.ค.62 และได้เดินทางมาที่ห้องคลอดและได้ไปนั่งพูดคุยกับญาติของเด็กทารกเหมือนกับคนสนิท โดยจะแต่งตัวดีใส่ทองเต็มตัวพร้อมกับถุงผ้า ซึ่งได้มีการมานั่งตีสนิทพูดคุยกับญาติและขอชมเด็ก   พ.ต.ท.สราวุธ สูงสง่า พนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า กล่าวว่า ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาลตะกั่วป่า และตามเส้นทางต่างๆที่คนร้ายอุ้มเด็กหลบหนี ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นวันนี้พบว่าคนร้ายได้เข้ามาทำสนิทกับญาติผู้เสียหาย โดยแต่งตัวดีมีทองใส่ ก่อนที่คนร้ายได้หลอกให้ทางญาติตายใจและได้ขโมยเด็กออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า พร้อมทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้ามีเอกสารตั๋วรถโดยสาร สร้อยคอทองคำปลอมจำนวน 1 เส้น เงินสดจำนวนหนึ่งที่ทิ้งไว้ให้ญาติผู้เสียหายดูซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อนเหตุภายในคืนนี้แน่นอน   ทางนายชาติชัย ธงไชย อายุ 50 ปี คนขับรถที่จักรยานยนต์นำหญิงสาวออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า กล่าวว่า ขณะตนเองขับรถออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า ได้มีผู้หญิงที่อุ้มเด็ก ได้โบกรถของตนเพื่อให้ช่วยนำไปส่งที่สถานีเดินรถ แต่เมื่อพานั่งขึ้นรถออกจากโรงพยาบาลได้ประมาณ 800 เมตร ทางผู้หญิงคนดังกล่าวได้ ให้จอดรถลง และผู้หญิงคนดังกล่าวก็ได้ยื่นอุ้มเด็ก ตนเองได้ขับรถออกไป ซึ่งผู้หญิงคนดังกล่าวไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ตนเองเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่อุ้มเด็กเลยส่งสารจึงได้รับขึ้นรถไปด้วย

 531
สังคม-อาชญากรรม
05 ธ.ค. 62

วุ่น..! ทั้งตลาด ลักพาตัวเด็กขึ้นเก๋งสีแดง สุดท้ายเป็นเรื่องโอ้ละพ่อ

  เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 5 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจห้องวิทยุสภ. เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งว่า มีเด็กถูกลักพาตัวขึ้นรถยนต์เก๋งสีแดงหายตัวไปขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบ เหตุเกิดที่ร้านเจ้ไรแตงโม ตลาดปฐมมงคลเขตเทศบาลนครนครปฐมหลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ ออกเดินทางไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบนางเพรี อายุ 25 ปีสัญชาติพม่าและนายเอจอ อายุ 26 ปี สัญชาติพม่า ยืนอยู่ด้วยความตกใจ ซึ่งทั้งสองคนเป็นพ่อแม่ของเด็กชายนัท ชาวพม่า อายุ 2 ขวบ โดยนางเพรี เปิดเผยว่า ในขณะที่ตนเองกำลังยืนขายแตงโมให้กับลูกค้าอยู่นั้น ได้มีคุณลุงและคุณป้า ขับรถยนต์เก๋งสีแดงจำหมวดอักษรและจังหวัด ไม่ได้ ทราบเพียงหมายเลขทะเบียน 2729 มาจอดและซื้อแตงโม จากนั้น น้องนัทได้ขึ้นรถเก๋งไป โดยที่ตนเองไม่คาดคิดว่า รถยนต์เก๋งสีแดงของคุณลุงและคุณป้าทั้งสองจะขับออกไปจากร้านจำหน่ายแตงโม ทำให้ตนเองตกใจมาก จึงเรียกเพื่อนๆที่ทำงานด้วยกันช่วยกันดูหมายเลขทะเบียน พร้อมกับขี่รถมอเตอร์ไซค์วิ่งไล่ตาม และเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ารถคันดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังสี่แยกทุ่งพระเมรุ ถนนเพชรเกษม แล้วหายไป จนกระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง รถของคุณลุงและคุณป้าได้นำน้องนัทกลับมาส่งคืนให้ที่ร้านขายแตงโม ขณะนั้นเป็นช่วงที่ชุลมุนมาก เพราะตำรวจกำลังออกตามหาเด็กอยู่ ส่วนตนเองดีใจจนน้ำตาไหลที่ได้ลูกชายกลับคืน จากการสอบถามทราบว่าคุณลุงชื่อ พ.ต.ท.ชาญ ใจเย็น ดำรงตำแหน่ง สจ.นครปฐม และคุณป้าคือนางเพ็ญศรี ใจเย็น ภรรยาของ พ.ต.ท.ชาญ เป็นอดีตข้าราชการครู ทั้งสองเปิดเผยว่าปกติแล้วเป็นลูกค้าประจำร้านแตงโม มาซื้อแตงโมที่ร้านเป็นประจำ แต่ปรากฏว่าวันนี้แม่เด็กได้อุ้มเด็กขึ้นมาบนรถเก๋งของตน เมื่อเราเห็นจึงเกิดความเอ็นดู เล่นด้วย เพราะเด็กหน้าตาน่ารัก ฉลาดพูดเก่ง หลังจากซื้อของเสร็จกำลังจะอุ้มเด็กไปส่งคืนพ่อแม่ แต่เด็กไม่ยอมลง จึงคิดว่าเดี๋ยวไปขับพารถไปเที่ยวบ้านซักครึ่งชั่วโมงแล้วจะนำมาส่งคืนให้ โดยบอกแม่เด็กไว้แล้วว่าขอพาเด็กไปเที่ยวสักแปปเดี๋ยวจะเอามาส่งคืนให้ จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็นำมาส่งคืน แต่เมื่อมาถึงร้านแตกงโม ถึงกับตกใจ เห็นผู้คนมากมายคนรุมล้อมเต็มร้านไปหมด คิดว่าต้องเป็นเรื่องแน่ๆ ซึ่งตนเองไม่คาดคิด ว่า จะต้องถึงกับแจ้งความ เพราะ เพียงแค่เอ็นดูเด็ก ส่วนเรื่องการลักพาตัวเด็กนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ลูกหลานเรามีมากมาย หากจะต้องมาลักขโมยเด็กคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน หลังเกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกันทั้งสองฝ่ายจนเป็นที่เข้าใจดี และแยกย้ายกันไปโดยไม่มีเหตุรุนแรง คาดว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิดและเป็นการสื่อสารกันภาษาไทย กับ ภาษาพม่า โดยไม่เข้าใจเท่านั้น

 1,098
สังคม
29 ต.ค. 62

รวบชายวัย 48 พา ‘น้องไฮเตอร์’ หนีก่อนกระทำอนาจาร ตร.แจ้ง 2 ข้อหาหนัก

จากกรณี มีการออกประกาศหาตัว น้อง ไฮเตอร์  อายุ 11 ปี หายออกจากบ้าน หลังจากช่วงเช้าบอกจะไปโรงเรียนที่ วัดกษัตราธิราช ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ วันศุกร์ ที่ 27 กันยายน 2562 ผ่านมา ซึ่งน้องไฮเตอร์ อยู่กับยายสองคนทำให้คุณยาย ซึ่งมีอายุ 83 ปี ออกตามหาหลานตลอดเวลาและได้ไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา แต่ก็ยังไม่สามารถพบตัวเด็กหรือติดต่อ มีเบาะแสแต่อย่างใด   กระทั่งทีมตำรวจสืบสวนไปพบน้องไฮเตอร์ ปรากฏว่าเล่นอยู่ในเกมส์ออนไลน์ อยู่ในเขตที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ออกติดตามกันอย่างกระชั้นชิด จนทำให้นายวันชาติ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดอ่างทอง คนที่พาหนีออกจากบ้านไป ต้องรีบนำมาส่งทิ้งไว้ที่หน้าร้านเกมส์วัดท่าการ้องกลับคืนสู่อ้อมอกแม่และยาย   เบื้องต้นนายวันชาติ รับกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า ได้พาน้องไฮเตอร์ออกมาจากลานวัดท่าการ้อง ตั้งแต่ค่ำของวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาโดยใช้รถยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ สีดำน้ำตาล จังหวัดระยอง พานั่งซ้อนท้ายออกมาแล้วมุ่งหน้าไปยังจังหวัดอ่างทอง อ้างว่าพามาด้วยความสงสาร และชอบเด็ก เนื่องจากไม่มีลูก จากนั้นได้พานั่งรถ จยย. ตะเวนไปนอนพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี แล้วพาขึ้นรถ จยย. ตะเวนต่อเรื่อยๆ พักที่จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นได้ขับรถพานั่งซ้อนท้ายต่อมาพักที่จังหวัดปราจีนบุรี แล้วพามานอนพักที่นาเกลือ จังหวัดชลบุรี สุดท้ายมานอนกบดานอยู่ในโรงแรมที่พัทยา จังหวัดชลบุรี รวมระยะเวลา 28 วัน โดยหลอกล่อพาน้องไฮเตอร์ไปเล่นเกมส์ตามสถานที่ต่างๆ ที่พาน้องไฮเตอร์หลบหนี   ล่าสุดหลังพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำน้องไฮเตอร์เสร็จตามขบวนการสอบสวนเด็กต่อหน้าผู้ปกครองและนักจิตวิทยาเสร็จเรียยร้อยแล้ว ได้นำตัวน้องไฮเตอร์ส่งไปให้แพทย์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทำการการตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการกระทำล่วงทางเพศ เพื่อนำผลการพิสูจน์มาเป็นหลักฐานมัดตัวนายวันชาติ ผู้ต้องหา หลังภาคเสธอ้างว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศน้องไฮเตอร์ ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่พาน้องไฮเตอร์ไปเพราะความรักความสงสารน้องไฮเตอร์อยู่กับครอบครัวไม่มีความสุขและเรียกตัวเองว่าพ่อด้วย ส่วนที่ไม่ทราบข่าวว่าน้องไฮเตอร์หายเนื่องจากไม่ได้ติดตามข่าวจึงไม่รู้เรื่อง แต่ด้วยพยานหลักฐานในการสอบปากคำน้องไฮเตอร์ พยานแวดล้อม   ในเบื้องต้นตำรวจตั้ง 2 ข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยวและข้อหาพากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่ออนาจารและกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี คุมตัวฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทันที ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัตินายวันชาติพบว่าเคยถูกจับในคดียาเสพติด คดีฉ้อโกงทรัพย์และเพิ่่งพ้นโทษในคดีลักพาเด็ก ในพื้นที่จังหวัดตราด และเพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาแและมาก่อเหตุพาน้องไฮเตอร์หนีล่วงละเมิดทางเพศ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/BHztPamPRzU

 475
ข่าวภูมิภาค
28 ก.ย. 62

พ่อแม่หัวใจสลาย ลูกชายคลอดได้เพียง 18 วัน ถูกอุ้มหาย แม่เล่าไปเข้าห้องน้ำ ออกมาก็ไม่เจอลูกแล้ว

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ค Phapassorn Foiluang โพสข้อความว่า "เคยได้ยินข่าวเด็กหายบ่อย ๆ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในครอบครัวตัวเอง เหตุการณ์วันที่ 26 กันยายน เวลา 16:00 น. เป็นจังหวะที่แม่และเด็กอยู่บ้านกัน 2 คน แม่เด็กไปเข้าห้องน้ำ ออกมาจากห้องน้ำพบว่าลูกตัวเองหายไปพร้อมกระเป๋าเงิน หลานน้อยลูกของน้องสาวคลอดมายังไม่ถึง 2 อาทิตย์เลย หายตัวไปที่บ้านห้วยติ่ง หมู่.4 ต.ดงคู่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ใครเอาไปได้โปรดเอาหลานมาคืนด้วยเถิด ยังบ่อเกยหันหน้าหลานเลย เอาหลานมาคืนเต๊อะ   สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงขอให้เจอตัวหลาน ขอให้หลานปลอดภัยดลจิตรดลใจให้คนที่เอาหลานน้อยไปเอาหลานมาคืนด้วยเถิด"   ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อกลับไปยังเจ้าของโพสต์ดังกล่าว และหลังจากเกิดเหตุแม่ของเด็กได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสชนาลัย จ.สุโขทัย   น.ส.อิศราพร ฝอยเหลือง อายุ 22 ปี แม่ของ น้องไอแอล อายุ 18 วัน เล่าว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.40 น. วันที่ 26 ก.ย. ขณะที่ตนนอนอยู่กับลูกบริเวณใต้ถุนบ้าน จากนั้นตนได้ไปเข้าห้องน้ำประมาณ 10 นาที พอออกมาก็ไม่พบลูกแล้ว ด้วยความตกใจจึงรีบโทรศัพท์ตามพี่สาว ซึ่งไปรับลูกที่โรงเรียนซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร ให้รีบกลับมา และบอกว่าลูกหาย   จากนั้นจึงรีบออกตามหาและถามเพื่อนบ้าน ซึ่งก็ไม่มีใครเห็นลูกชายของตน ซึ่งตนเองก็ไม่มีเรื่องบาดหมางกับใคร และเพิ่งจะกลับมาบ้านเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเพื่อมาคลอดลูก ส่วนสามีตนคือ อายุ 24 ปี หลังจากมาส่งตนเองเพื่อรอคลอดลูกก็ได้กลับไปทำงานจังหวัดโคราช จนกระทั่งเมื่อวานหลังจากลูกหายไป ตนจึงรีบโทรศัพท์ไปบอกสามี จากนั้นสามีก็ได้รีบมา   ซึ่งตอนนี้ตนเองก็คิดไม่ออก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงลูกมาก และที่ผ่านมาในหมู่บ้านก็ไม่เคยมีเรื่องลักพาตัวมาก่อน อยากจะบอกให้คนที่เอาลูกไปให้เอามาคืน เพราะคนเป็นแม่เมื่อลูกหายไปหัวใจแทบสลาย กินไม่ได้นอนไม่หลับ   ด้าน พ่อของน้องไอแอล เล่าว่า หลังจากทราบเรื่องตนตกใจและเสียใจมากและรีบเดินทางมาเพราะตั้งแต่ลูกคลอดมาตนยังไม่เคยได้กอดและอุ้มลูกเลย ซึ่งตอนนี้ก็คิดอะไรไม่ออกเป็นห่วงแต่ลูก ส่วนตัวคิดว่าลูกน่าจะถูกลักพาตัวเพราะตนเองและเมียปกติแล้วก็ทำงานอยู่ต่างจังหวัด และไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร เพิ่งจะกลับมาคลอดลลูกเมื่อต้นเดือนเอง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/FOpbmqJN9g4

 12,886
ข่าวภูมิภาค
17 พ.ค. 62

แม่วุ่นตามหาลูกสาว 5 ขวบ หวั่นถูกลักพาตัว ที่แท้ญาติพาไปกินข้าวแล้วไม่บอก

บุรีรัมย์-ตร.ได้รับแจ้งมีคนลักพาเด็กวัย 5 ขวบ ขึ้นรถจักยานยนต์หลบหนี บริเวณสวนรมณ์บุรี ถ.จิระ ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายของติดกับสำนักงานทรูฯ พบนางสาวศศิธร วงษ์ขันธ์ อายุ 24 ปี แม่ของเด็กที่ถูกลักพากำลังร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า   สอบถามนางคำภู จันทรวี อายุ 50 ปี ผู้เหตุการณ์เล่าว่า เห็นมีหญิงสาวอายุประมาณ 25 ปี ขับรถจักรยายนต์มาจอดหน้าร้านในลักษณะสวมเสื้อแบบคลุมใบหน้า เรียกน้องโรส อายุ 5 ขวบ ขึ้นรถไป ตนคิดว่ารู้เด็กรู้จักกัน ประมาณ 5 นาทีเห็นแม่น้องโรส วิ่งร้องไห้ออกมาว่าลูกถูกขโมยไป   ตำรวจจึงสั่งระดมกำลังตรวจสอบทุกพื้นที่ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย จนกระทั่งได้ภาพเด็กขณะเล่นอยู่หน้าร้าน แต่เห็นรถจักรยานยนต์ของคนพาไปเพียงเล็กน้อย   เวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงครึ่ง น้องโรส เด็กหญิงอายุ 5 ขวบ ที่ถูกลักพาไป ได้วิ่งร้องไห้กลับร้านมากอดแม่ลักษณะเหมือนตกใจ ทำให้ตำรวจต้องควานหาตัวคนลักพาไปกันจ้าละหวั่น   จนกระทั่งตำรวจพบตัวคนที่พาตัวเด็กไปทราบชื่อ น.ส.สุรนารี ชัยสุวรรณ อายุ 28 ปี มาที่เกิดเหตุ เมื่อ น.ส.ศศิธร แม่น้องโรส ที่หายไปเห็นหน้าจึงรู้ว่าเป็นญาติกัน สอบถาม น.ส.สุรนารี เล่าว่า ตนเองเป็นคนมารับน้องโรสไปจริง เพื่อจะพาไปรับประทานอาหารที่ตลาดไนท์ โดยได้บอกให้กับคนข้างร้านไปแล้ว แต่เมื่อตนสั่งอาหารรับประทาน น้องโรส บอกว่าปวดปัสสาวะ ตนก็ไม่เอะใจ   หลังจากรับประทานอาหารเสร็จตนก็หาน้องไม่เจอ จนกระทั่งตำรวจมาตามตัวไป ส่วนสาเหตุที่น้องวิ่งจากตลาดไนท์ไปที่บ้านซึ่งห่างกันประมาณ 300 เมตร คาดว่าน้องน่าจะปวดปัสสาวะ ครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์หากจะพาบุตรหลานไปไหนต้องบอกแม่เพียงคนเดียว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MBGj-ZEjqQg

 2,825
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

โอละพ่อ ด.ญ.วัย 12 หายจากบ้าน 5 วัน ที่แท้ซ่อนตัวในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน ดื่มน้ำประทังชีวิต แม่เสียใจไม่มีเวลาดูแลลูก

ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.กุ้ง นามสมมติ อายุ 12 ปี ได้หายออกจากบ้านใน ม.5 ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตั้งแต่ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 62 เวลา 07.00 น. นาน 5 วัน โดยพบเพียงจักรยานจอดทิ้งในป่ารกใกล้บ้าน   จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. พบตัวน้องที่สุเหร่าข้างบ้าน ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวง โดยน้องกุ้งระบุว่า มีชายสวมหมวกไอ้โม่งมาขังตัวไว้ในอาคารไม้หลังโรงเรียนลาดบัวหลวง   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามเรื่องนี้ สอบถามแม่ของเด็กกล่าวทั้งน้ำตาว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครพาลูกไปขัง แต่ยังไม่ได้คุยกับลูก เพราะลูกไม่ยอมคุยด้วย ซึ่งยอมรับว่าตนและลูก ไม่ค่อยสนิทกันเพราะตนทำแต่งานไม่ค่อยมีเวลา เรื่องที่ลูกหายตนก็เป็นคนไปแจ้งความเอง   ครั้งแรกไม่คิดว่าลูกจะไปไหน แต่เห็นหายไปหลายวันโดยไม่มีใครรู้ ก็เริ่มออกตามหาจนมาพบตัว เรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเกิดจากปัญหาการดูแลลูกไม่ดีของตน และขอร้องสังคมอย่าไปตำหนิยาย ซึ่งเป็นแม่ของตนที่ดูแลหลานไม่ดี ปัญหาเกิดจากตน หากมีเวลาให้ลูกคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านของน้องกุ้ง พบเพื่อนบ้านนำกล้องวงจรปิดมาให้ เป็นภาพที่น้องปีนหน้าต่างบ้านออกไป โดยได้พูดคุยกับญาติ และหลานที่สนิทกับน้องกุ้งเล่าว่า น้องกุ้งบอกกับ โต๊ะและม๊ะ (เป็นคนอิสลาม)  ว่าไม่ได้หนีไปไหนแอบตัวอยู่ในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน และกินน้ำในขวดที่วางไว้ในห้อง เวลามีคนมาเปิดห้องนี้ก็แอบตัวในกองผ้า ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าน้องกุ้งหายไปไหน   จาการสอบถามน้าชายที่เลี้ยงดูน้องกุ้งเล่าว่า น้องกุ้งเคยหายจากบ้านมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ตอนนั้นก็กลับมาเอง ซึ่งยอมรับว่าหลานเป็นคนเก็บตัวเงียบไม่ค่อยพูดคุยกับใคร บางครั้งก็แอบไปนอนเล่นที่ตึกร้าง หรือโรงเรียนคนเดียว ก่อนเกิดเหตุหายตัวไป น้องไปหาแม่ ซึ่งทำงานก่อสร้างใกล้เคียงกับบ้าน แต่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จนถึงขณะนี้ น้องก็ไม่ยอมขอเจอกับแม่อีก   เรื่องที่น้องระบุว่าถูกคนร้ายใส่ไอ้โม่งเอาไปขังที่โรงเรียนนั้น ตนเชื่อว่า อาจจะไม่เป็นความจริง ตอนนี้ทางครอบครัวยังไม่สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องว่าเกิดอะไรขอให้น้องรักษาตัวก่อน และน้องเล่าเรื่องทั้งหมด ให้กับหมอที่รักษาฟังหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้คุณยายพอทราบเรื่องของน้องก็เป็นลมล้มฟุบพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเช่นกัน   ทางด้าน พ.ต.อ.สง่า  ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือ ส่วนกรณีที่เด็กระบุว่าถูกนำไปขัง ในอาคารไม้ที่หลังโรงเรียน จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบหลักฐาน โดยพบว่าสภาพแวดล้อมของอาคารไม้แห่งนี้  มีการนำไม้กั้นปิดตั้งแต่ทางขึ้นบันได และที่ห้องก็ถูกล็อคด้วยกุญแจ ภายในห้องก็ไม่มีร่องรอยคนอาศัย พบเพียงรอยฝุ่นในห้อง   ทั้งนี้ทางตำรวจรอให้รักษาอาการอ่อนเพลียของเด็กให้หายดี และจะร่วมกับสหวิชาชีพ และจิตแพทย์ ร่วมสอบถามอีกครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F7JzpLktWjg

 28,599
สังคม-อาชญากรรม
04 เม.ย. 62

เริ่มภารกิจค้นหา 'น้องภาคิน' วันที่ 4 เพื่อนบ้านให้กำลังใจครอบครัวน้องขอให้พบเจอไวๆ

(4 เม.ย. 62) วันนี้เป็นวันที่สี่ โดยวันนี้เจ้าหน้าตำรวจชุดสืบจังหวัดเพชรบุรีและชุดสายสืบของ สภ.ท่ายาง ประมาณ50คน ได้เข้าค้นหาที่บ้านของน้องภาคิน แต่ยังไม่พบ    ส่วนทางพ่อของน้องภาคินนายโชคชัยยังอยู่ในอาการเศร้าโศก บอกว่าขอให้ได้คืนในสภาพไหนก็ได้โดยมีเพื่อนบ้านมาให้กำลังขอให้พบน้องไวๆส่วนแม่เด็กเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวไปที่โรงพัก เวลา10.00 น.   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ยังไร้วี่แวว! 'น้องภาคิน' วัยขวบเศษ หายตัวปริศนาขณะนั่งเล่นกับหมาหน้าบ้าน เร่งปูพรมค้นหา แม่เชื่อถูกลักพาตัว

 5,999
ข่าวภูมิภาค
04 เม.ย. 62

ยังไร้วี่แวว! 'น้องภาคิน' วัยขวบเศษ หายตัวปริศนาขณะนั่งเล่นกับหมาหน้าบ้าน เร่งปูพรมค้นหา แม่เชื่อถูกลักพาตัว

เพชรบุรี-กรณีที่ ด.ช.ภาคิน คิดตลอด หรือน้องบิ๊ก วัย 1 ขวบ 7 เดือน หายออกไปจากบ้านใน ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ช่วงเย็นของวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา เบาะแสสุดท้ายทราบว่าน้องนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับสุนัข ส่วนแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ พอแม่ออกมาดูก็ไม่เจอลูกแล้ว   โดยชาวบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งค้นหา จนถึงขณะนี้เข้าสู่วันที่ 3 แล้วก็ยังไม่พบตัว ขณะที่เฟซบุ๊ก ‘สถานีตำรวจภูธรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี’ ได้โพสต์ภาพเด็กและข้อความประกาศตามหา ผู้ใดพบเห็นแจ้ง  สภ.ท่ายาง โทร. 032-463227 พร้อมขอความร่วมมือชาวเน็ตคอมเมนต์ในทางบวก ส่งกำลังใจให้ครอบครัวพบน้องโดยเร็ว ไม่คอมเมนต์ในทางลบ เช่น ตำหนิ หรือพูดถึงเรื่องการค้ามนุษย์ เพราะอยากให้คำนึงถึงผู้เป็นพ่อแม่เด็กเพราะตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่   คาดว่าเด็กอาจพลัดตกคลองน้ำหรือไม่ เพราะอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ทุกภาคส่วนร่วมกันค้นหาตลอดทั้งวันทั้งคืน บริเวณคลองสาย 3  โดยประสานชลประทานเขื่อนเพชรปิดประตูระบายน้ำให้น้ำแห้ง เพื่อความสะดวกในการค้นหา พร้อมสำรวจตามคลองส่งน้ำ เพราะหากเด็กพลัดตกน้ำอาจจมน้ำหรือลอยไปกับกระแสน้ำหรือไม่ เจ้าหน้าที่ระบุผ่านมาหลายวันศพก็น่าจะลอยขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบ ยังคงค้นหาต่อไป   หลังระดับน้ำเริ่มลด ตา ยาย และแม่ของเด็กพากันลงไปงมหาน้องภาคินด้วยตนเอง ยังหวังลึก ๆ ว่าจะปลอดภัยและเจอตัวน้องภาคินโดยเร็ว ขณะที่นางอารยา ขัวลำหาน อายุ 26 ปี แม่ของเด็ก ร่ำไห้เชื่อว่าอาจถูกลักพาตัว วิงวอนใครพบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส วันที่ลูกหายไปตนทำอาหารอยู่ในบ้าน ส่วนยายและลูกชายคนโตนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน ปล่อยให้น้องภาคินนั่งเล่นกับสุนัขอยู่หน้าบ้าน พอไม่ได้ยินเสียงลูก สุนัขก็ไม่เห่าจึงวิ่งออกมาดู พบว่าน้องภาคินหายไป ออกตามหาบริเวณบ้านและในสวนมะม่วงก็ไม่เจอ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยออกตามหา   ด้านนายโชคชัย คิดตลอด อายุ 32 ปี พ่อของเด็ก กล่าวว่า ก่อนที่ลูกจะหายตัวไปตนทำงานอยู่กรุงเทพฯ พอทราบเรื่องก็รีบกลับบ้านทันที ภาวนาขอให้พบลูกทำใจได้ไม่ว่าจะเจอในสภาพไหน ตนเชื่อว่าลูกอาจเดินเล่นพลัดตกลงไปในคลองชลประทาน แต่หากใครลักพาตัวไปก็ขอลูกคืนโปรดเห็นใจด้วย ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันตามหา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่น้องภาคิน จะหายไปช่วงเวลา 18.00 น. มีชาวบ้านคนหนึ่งเห็นเด็กยืนอยู่ใกล้เครื่องสูบน้ำริมคลอง แต่ไม่ได้เอะใจอะไรจึงขี่รถ จยย.ผ่านไป  ขณะที่ชาวบ้านที่ออกมาช่วยค้นหา เล่าว่า ตั้งแต่ที่เด็กหายไป แม่ของเด็กไม่ยอมเปิดบ้านให้เข้าไป เพราะชาวบ้านและกู้ภัยจะเข้าไปช่วยค้นหาตามสวนมะม่วง โดยเพิ่งเปิดให้เข้าไปบริเวณบ้าน เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.)เอง   นางสาวมะลิวัลย์ ชาลี เพื่อนบ้าน สงสัยพี่ชายวัย 8 ขวบ ว่าพาน้องภาคินไปเล่นริมคลองแล้วเกิดการพลัดตกลงไปแต่ไม่ยอมบอก เนื่องจากพี่ชายของน้องภาคคิน มีอาการหวาดกลัวบางอย่าง เมื่อสอบถามว่าเห็นน้องมั้ยก็ชี้ลงไปที่คลองส่งน้ำ อย่างไรก็ตามไม่มีใครเห็นตอนเด็กพลัดตกน้ำหรือมีใครลักพาตัวไป จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเด็กหายไปไหนอย่างไร้ร่องรอย   อาสากู้ภัย บอกว่า หากเด็กตกลงไปในคลองและเสียชีวิตต้องลอยขึ้นเหนือน้ำแล้ว เพราะผ่านมาหลายวัน โอกาสที่จะติดอยู่โพรงหรือซอกปูนคลองชลประทานก็เป็นไปได้ หลังจากชลประทานปิดประตูระบายน้ำเนื่องจากระดับดับสูงและกระแสน้ำไหลค่อนข้างแรง กู้ภัยลงงมหาอีกครั้งรัศมีระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ก็ไม่เจอ จึงยุติการค้นหาทางน้ำ หากเด็กลอยไปกับกระแสน้ำอย่างน้อยต้องมีคนเจอ   ด้าน พ.ต.อ.อาชวิน บุญธรรมเจริญ ผู้กำกับการ สภ.ท่ายาง เปิดเผยว่า ครอบครัวเด็กได้เข้าแจ้งความในวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่มุ่งค้นหาไปที่การพลัดตกลงไปในน้ำเป็นหลัก ส่วนข้อสันนิษฐานว่าอาจถูกลักพาตัวนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้การถูกลักพาตัวไป เจ้าหน้าที่จึงมุ่งหน้าค้นหาในน้ำก่อน   โดยเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ทางกรมชลประทาน หยุดการปล่อยน้ำเพื่อค้นหา หากเด็กตกลงไปในคลองชลประทานจริง กว่า 48 ชั่วโมง ที่ผ่านมา คาดว่ากระแสน้ำจะพัดร่างเด็กไปไกลพอสมควร ซึ่งได้ประสานไปยังตำรวจท้องที่ต่าง ๆ ช่วยสำรวจตามเส้นทางคลองชลประทาน พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรโดยรอบจุดที่เด็กหาย แต่ยังไม่พบเบาะแสใด ๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q2yat7F486A

 2,300
ต่างประเทศ
17 ก.ย. 61

หลั่งน้ำตายินดี! ชายจีนถูกลักพาตัวตอน 5 ขวบ หวนคืนสู่อ้อมอกแม่ หลังเวลาผ่านไปเกือบ 40 ปี

สำนักข่าว metro เผยแพร่เรื่องราวบีบหัวใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีลูกชายที่ถูกลักพาตัวไปตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ ได้หวนกลับคืนสู่อ้อมอกผู้เป็นแม่อีกครั้งหลังเวลาผ่านไปนานเกือบ 40 ปี     Sun Gongguang วัย 43 ปี ได้กลับบ้านเกิดอีกครั้ง หลังศูนย์ช่วยเหลือคนหายพบว่าเขามีดีเอ็นดีตรงกับ Deng Xianyu ซึ่งเป็นแม่ที่แท้จริง โดยวินาทีที่สองแม่ลูกได้พบหน้ากันในรอบ 38 ปี น้ำตาแห่งความยินดีก็หลั่งออกมาอย่างสุดกลั้น ท่ามกลางความดีใจของบรรดาญาติๆ ที่มาร่วมต้อนรับ     ย้อนไปเมื่อปี 1980 ชายหนุ่มซึ่งชื่อเดิมคือ Hu Shengming ถูกลักพาตัวที่สถานีรถไฟในมณฑลเหอหนาน ขณะเดินทางไปกับพ่อ หลังเขาหายตัวไปพ่อของเขาก็พยายามเสาะแสวงหาเท่าที่เทคโนโลยีในสมัยนั้นจะเอื้ออำนวยแต่ก็ไม่พบ ในขณะที่อีก 5 ปีต่อมา เด็กชายซึ่งกลายเป็นเด็กกำพร้าได้ถูกขายต่อให้คู่รักในมณฑลเหอหนาน ซึ่งครอบครัวใหม่ก็ได้มอบชื่อใหม่และชีวิตใหม่ให้แก่เขา   ต่อมาในปี 2016 ชายหนุ่มได้เริ่มต้นค้นหาครอบครัวที่แท้จริง โดยส่งมอบเลือดของตัวเองให้กับตำรวจ ซึ่งจะถูกนำไปเป็นฐานข้อมูลดีเอ็นเอแห่งชาติ กระทั่งเดือนเมื่อ มี.ค. ที่ผ่านมา เขาก็ได้รับข่าวดี หลังพบว่าดีเอ็นเอของตัวเองมีความคล้ายคลึงกับหญิงคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง และต่อมาก็ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าหญิงคนดังกล่าวและเขามีความสัมพันธ์เป็นแม่ลูกกัน     ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชายหนุ่มพร้อมด้วยภรรยาได้เดินทางไปพบหน้าแม่ของตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสี่ทศวรรษ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้กอดผู้เป็นพ่อ     ขณะที่แม่ซึ่งอายุย่างเข้า 70 ปี เปิดใจว่า การได้เจอลูกชายที่หายไปอีกครั้งถือเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิต และยังได้บอกกับลูกว่าพ่อของเขาไม่เคยหยุดตามหาลูกเลยตลอดระยะเวลาที่หายไปกระทั่งเขาเสียชีวิตลงเมื่อหลายปีก่อน   ทั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้เปิดเผยถึงแผนในอนาคตว่าจะกลับมาอยู่กับแม่ที่แท้จริงหรือไม่ และไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาได้แนะนำครอบครัวบุญธรรมให้รู้จักกับครอบครัวที่แท้จริงแล้วหรือยัง                      

 13,967

Top