ค้นหา :

ผลการค้นหา "พุทธิพงษ์ปุณณกันต์"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 ส.ค. 62

'พุทธิพงษ์' เตรียมนำเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร คาด 3 เดือนเห็นผล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีนโยบายจะนำเทคโนโลยีดิจิทัล ไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดยจะมีการคัดเลือกจังหวัดที่ประชากรมีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ มา 5-10 จังหวัด เพื่อมาเป็นจังหวัดนำร่อง ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยเพิ่มรายได้ใหักับครัวเรือน โดยขอให้นำรายชื่อจังหวัดมาเสนอให้กระทรวงภายใน 2 สัปดาห์   ทั้งนี้ ดีอีจะนำระบบดิจิทัลไปช่วยประชาชนในระดับฐานรากในกลุ่มเกษตรกร ซึ่งจะเลือก 1 จังหวัดนำร่องที่มีรายได้ต่อครัวเรือนต่ำสุดก่อน และจะทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร โดยจะนำดิจิทัลไปใช้วางแผนการเพาะปลูก พัฒนาผลผลิต วางแผนการตลาด ว่าผลผลิตจะนำไปขายใคร ช่องทางใด จะสร้างเป็นเครือข่ายช่วยเหลือกัน คาดว่าภายใน 3 เดือน รายได้ภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/vV7nHEGcsCA

 782
การเมืองเข้มข้น
08 ส.ค. 62

'ช่อ' ถาม 'พุทธิพงษ์' กลางสภา ปมข่าวปลอมระเบิด 'ปารีณา' ร่วมแชร์ด้วย

น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ยื่นกระทู้สดถามนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ถึงมาตรการต่อต้านข่าวปลอมของรัฐบาลที่มีผลกระทบนักการเมืองและประชาชน   จากเหตุระเบิด กทม.หลายจุด ทำให้มีผู้หยิบยกมาเป็นประเด็นการเมืองป้ายสีฝ่ายตรงข้าม ทั้งที่รัฐบาลควรมีมาตรการป้องกันข่าวลวง ข่าวเฟกนิวส์ กระทรวงดีอีมีมาตรการควบคุมข่าวบิดเบือนใส่ร้ายบุคคลอื่นอย่างไร บางคนที่เผยแพร่ข้อมูลเป็น ส.ส.พลังประชารัฐ   ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอี ชี้แจงว่าการเผยแพร่ข้อมูลช่วงเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ กทม. มีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอม กระทรวงได้ดำเนินการกับผู้ปล่อยข่าวปลอมไปแล้ว 4 ราย ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลักการการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์คือต้องเป็นเรื่องกระทบต่อสังคมโดยรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะไม่ต้องการให้ฟ้องร้องเรื่องส่วนบุคคล   เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่าง ส.ส. 2 พรรคทราบว่า น.ส.พรรณิการ์ได้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบในวงกว้าง และกระทรวงดีอีไม่มีอำนาจใช้กฎหมายเพื่อลิดรอนสิทธิของบุคคลใด การบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต้องใช้อย่างเคร่งครัดตามอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่ใช้เพื่อรังแกหรือปกป้องใคร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q6NqbUPjO7w

 1,275
การเมืองเข้มข้น
02 ส.ค. 62

'พุทธิพงษ์' ห่วงโซเชียลบิดเบือนขยายผลเหตุระเบิด หวั่นกระทบสังคม

'พุทธิพงษ์' ระบุมีการใช้โซเชียล บิดเบือน - ขยายผลระเบิด หวั่นกระทบสังคมโดยรวม    วันที่ 2 ส.ค. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการขยายความเหตุระเบิดทางโซเชียลมีเดีย ว่า ส่วนใหญ่จะเกินความจริงและสร้างความตระหนก ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าข่าวไม่ได้กรองหรือข่าวตัดต่อไม่ได้มีพื้นฐานจากความเป็นจริง มีความบิดเบือนเกินจริง    ในส่วนความมั่นคงทำงานเต็มที่ ถ้ามีในการแก้ปัญหาบรรเทา เรื่องข่าวกรองให้ลดลงได้ ประชาชนก็จะได้ประโยชน์มาก การเอาไปสร้างความเสียหาย และขยายความก็จะน้อยลง และขณะนี้ก็พบว่ามีการขยายความเอาไปต่อยอดอยู่มาก มีการเอาไปพูดเชื่อมโยงที่มาที่ไป โดยที่ยังไม่มีการพูดถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ แต่บางทีก็เขียนเกินจริงและเป็นความคิดเป็นความคิดส่วนตัว ซึ่งต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้กระทบต่อสังคมโดยรวม              อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'บิ๊กป้อม' เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ เหตุระเบิดป่วนกรุง 5 จุด เชื่อหวังสร้างสถานการณ์  - รองผบ.ตร. เผย ยังไม่ชี้เป็นเหตุป่วนเมือง เร่งประชุมทีมเฉพาะกิจ - นายกฯ สั่งเร่งสอบระเบิด เพิ่มความปลอดภัย ทำเนียบฯ-สถานที่สำคัญ - 'บิ๊กป้อม' ตั้ง ผบ. ตร. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เหตุป่วนเมือง ยังไม่โยงเหตุไม่สงบชายแดนใต้ - อย่าเชื่อข่าวแชร์! กอ.รมน.ยันยังไม่ได้ประกาศ 'พื้นที่ควบคุมพิเศษ'        

 906
การเมืองเข้มข้น
02 ส.ค. 62

'พุทธิพงษ์' รมว.ดีอี วางโปรเจคตั้งศูนย์กำจัดข่าวปลอม ภายใน 3 เดือน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การจัดตั้ง Fake News Center เพื่อกำจัดข่าวที่หลอกลวงกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต หรือสร้างความตื่นตระหนกในสังคม เป็นนโยบายด้านการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านดิจิทัล ที่พยายามจะเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน    โดยจะต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่ง ณ เวลานี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการเท่าใด แต่ยืนยันว่า กระบวนการทำงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่มีการกระทำใดที่จะละเมิดสิทธิ์เสรีภาพของประชาชน   ขณะที่กรอบในการหามาตรการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เบื้องต้นจะครอบคลุมในด้านต่างๆ ดังนี้   (1) พฤติกรรมที่รุนแรงและเกี่ยวกับอาชญากรรม ความรุนแรงและการยุยง บุคคลและองค์กรที่เป็นอันตราย  การส่งเสริมหรือการเผยแพร่อาชญากรรม การร่วมมือกันทำอันตราย สินค้าควบคุม   (2) ความปลอดภัย อาทิ การฆ่าตัวตายและการทำร้ายตัวเอง ภาพโป๊เปลือยของเด็ก และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากผู้ใหญ่ การข่มเหง รังแกและการก่อกวน การละเมิดความเป็นส่วนตัวและสิทธิความเป็นส่วนตัวของรูปภาพ เรื่องล่อหลอกให้ถูกโจรกรรมทรัพย์สิน   (3) เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม อาทิ คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง เนื้อหารุนแรงและโจ่งแจ้ง เนื้อหาที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทบุคคลอื่น ภาพโป๊เปลือยของผู้ใหญ่และกิจกรรมทางเพศ การชักชวนทางเพศ ความรุนแรงและการทำร้ายจิตใจ   (4) การหลอกลวง และ Fake News  อาทิ สแปม การบิดเบือนความจริง ข่าวปลอม การล่อหลอก Fake Account   (5) การเคารพทรัพย์สินทางปัญญา   (6) คำขอที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา อาทิ คำขอจากผู้ใช้  มาตรการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับผู้เยาว์   (7) ความสงบเรียบร้อยของสังคม อาทิ สถาบันหลักของประเทศ และการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RQPOFFDVth0    

 443
การเมืองเข้มข้น
25 ก.ค. 62

'ชลน่าน' จี้ถามคุณสมบัติ 'อุตตม' ด้านเจ้าตัวลุกแจงกลางสภา ลั่นกระบวนการบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด

ชลน่าน อภิปรายถึงคุณสมบัติ ของนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำที่ทำให้ประชาชนขาดศรัทธา  ยินดี 'ณัฏฐพล-พุทธิพงษ์' ศาลได้มีการยกฟ้อง 4 แนวร่วมกปปส. ก่อนจี้ถามคุณสมบัติ อุตตม เหตุคดีปล่อยกู้กรุงไทย เจ้าตัวแจงกลางสภา ลั่นมีกระบวนการบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด    วันที่ 25 ก.ค. นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายถึงคุณสมบัติ ของนายกรัฐมนตรี ว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง รวมถึงความสามารถในการจัดการ ส่อให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่ทำให้ประชาชนขาดศรัทธา ซึ่งจะทำให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างไร ขณะเดียวกันรัฐบาลนี้ก็มีการปล่อยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะนักดิจกรรมทางการเมือง ซึ่งต่อไปตนก็ต้องระวังตัง อาจต้องใส่หมวกกันน็อค 2 ครั้ง เพราะกลัวว่าจะมีคนมาตีหัว เพราะนายกรัฐมนตรีบอกเองว่า ตนเป็นดาวสภา แาจทำให้มีรายชื่อก็ในลิสต์แล้ว   ทั้งนี้ นายแพทย์ชลน่าน ได้แสดงความยินดีกับ 2 รัฐมนตรี คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มาจากกลุ่ม กปปส. ซึ่งอาจถูกตัดรายชื่อออกจากการอภิปรายของฝ่ายค้าน เนื่องจากทราบมาว่าศาลได้มีการยกฟ้อง 4 แนวร่วมกปปส.เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะถูกยกฟ้องเช่นเดียวกัน    นอกจากนี้ ยังอภิปรายถึงคุณสมบัติของ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าไม่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง จากกรณีเป็น 1 ในบอร์ดคดีปล่อยกู้ธนาคากรุงไทย ซึ่งอยากให้นายอุตตม ชี้แจงว่าเหตุใดจึงไม่ถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว จาก 1 ใน 5 ของบอร์ดบริหาร    จากนั้น นายอุตตม ได้ลุกขึ้นชี้แจง โดยย้ำว่ามีกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน เกิดความเสียหาย และถูกมองว่าไม่มีคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีผู้อภิปรายเรื่องนี้อีกหลายคน จึงจะขอชี้แจงลงรายละเอียดในครั้งต่อไป     อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : - เริ่มแล้ว! ‘บิ๊กตู่’ แถลงนโยบายรัฐบาล เจอฝ่ายค้านประท้วง ต้องพูดตามคำแถลง - นายกฯ แถลงนโยบายรัฐบาล เฉียด 2 ชม. ยึด 12 ด้าน ลุยเศรษฐกิจ มุ่งนำสังคมสงบสุข แก้ความเหลื่อมล้ำ - 'สมพงษ์' ชี้นโยบายรัฐบาลทำไม่ได้จริง นายกฯ ขาดคุณสมบัติ-รมต.ไม่สง่างาม - 'ปิยบุตร' ชำแหละนโยบายรบ. มีแต่น้ำ “เลื่อนลอย-โลเล-หลอกลวง”  

 1,417
การเมืองเข้มข้น
15 ก.ค. 62

'พุฒิพงษ์' ยัน บรรจุประเด็น รธน.ในนโยบาย แต่ไม่กำหนดวาระเร่งด่วน เชื่อพรรคร่วมเข้าใจ

พุฒิพงษ์ ยอมรับบรรจุประเด็นรัฐธรรมนูญอยู่ในนโยบายรัฐบาล แย้มเปิดช่องให้ศึกษาแก้ไขได้ แต่ไม่กำหนดเป็นวาระเร่งด่วน เชื่อพรรคร่วมเข้าใจไม่สามารถทำให้ถูกใจทั้งหมดได้   วันที่ 15 ก.ค. นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคมนี้ โดยยอมรับว่าได้นำประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญมาบรรจุอยู่ในนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นเพียงการวางกรอบกว้างๆ ให้สามารถศึกษาแก้ไขได้ แต่ไม่ได้กำหนดให้เป็นวาระเร่งด่วน    ส่วนจะเป็นปัญหาในการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ เพราะเป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ประกาศไว้นั้น ส่วนตัวมองว่าการที่รัฐบาลมีพรรคร่วมเกือบ 20 พรรคไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะสามารถเขียนนโยบายให้ถูกใจทั้งหมดได้ แต่ยืนยันการทำงานที่ผ่านมาต่างให้เกียรติกัน และพยายามนำนโยบายของทุกพรรคมาปรับและรวบรวมให้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล จึงเชื่อว่าจะเข้าใจและไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน    

 918
การเมืองเข้มข้น
13 ก.ค. 62

‘พุฒิพงษ์’ เผยร่างนโยบายรัฐบาลส่งถึงมือ นายกฯ แล้ว

วันที่ 13 ก.ค. 62 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ร่างนโยบายรัฐบาลที่ต้องแถลงต่อรัฐสภาได้ส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วในวันนี้ ถือเป็นร่างนโยบายรัฐบาล ที่พรรคร่วมรัฐบาลได้สรุปมาในระดับหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาดูอีกครั้ง    ทั้งนี้ ร่างนโยบายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ตรวจความเรียบร้อยและปรับปรุงถ้อยคำเนื้อหา เพื่อให้เกิดความถูกต้อง    สำหรับร่างนโยบายจะจัดทำเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่นายกรัฐมนตรีจะต้องใช้แถลงต่อรัฐสภาซึ่งจะเป็นหัวข้อหลักๆสำคัญ และอีกส่วนหนึ่งที่จะขยายลงรายละเอียด  

 1,301
การเมืองเข้มข้น
12 ก.ค. 62

'พุทธิพงษ์' เผย ครม.ใหม่ เตรียมเข้าถวายสัตย์ สัปดาห์หน้า

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กำหนดการหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ครม.ใหม่นั้น ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบแจ้งให้ ครม. เตรียมความพร้อมไว้แล้ว คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า แต่วันที่แน่นอนต้องรอยืนยันก่อน   ซึ่งการประชุม ครม.นัดแรก นายกรัฐมนตรีมีความประสงค์ว่าจะให้เร็วที่สุดหลังเข้าไปถวายสัตย์ปฏิญาณตน สำหรับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา คาดว่าจะมีขึ้นระหว่าวันที่ 23-25 กรกฎาคมนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4xzaNdCRe9w  

 566
การเมืองเข้มข้น
12 ก.ค. 62

'พุฒิพงษ์' ดอดพบ 'บิ๊กตู่' ปัดหารือตำแหน่งโฆษกรัฐบาล

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ขนพระพุทธรูปจากกระทรวงกลาโหม เข้าห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ตึกบัญชาการแล้ว ขณะที่พุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ดอดพบนายกรัฐมนตรี และสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ปฎิเสธมารับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล   วันที่ 12 ก.ค. หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม. รัฐมนตรีแต่ละคนเริ่ม มีการขนข้างของย้ายเข้าห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่พ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี อย่างเดียว ได้ให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานกระทรวงกลาโหม ขนโต๊ะ หมู่บูชา พร้อมพระพุทธรูปปางลีลา 25 พุทธศตวรรษ ครุฑ และรูปภาพ จากกระทรวงกลาโหม เข้ามาไว้ที่ห้องทำงานรองนายกฯ ที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ แล้ว    ขณะที่ นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยระบุ ว่าเดินทางมาพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ปฎิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดว่าหารือประเด็นใดกับนายกรับมนตรี และยืนยันว่าไม่ได้เดินทางมารับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล    จากนั้นได้เข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกบัญชาการ ซึ่งนายสมคิด กล่าวภายหลังนายพุฒิพงษ์ เข้าพบ ว่า ได้แสดงความยินดี กับตำแหน่งใหม่ พร้อมได้ให้คำแนะนำในการทำงาน และเชื่อมั่นว่านายพุฒิพงษ์ จะทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว    ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ มาหารือประเด็นที่เกี่ยวการร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่า จะส่งฉบับสมบูรณ์ให้นายกรัฐมนตรีได้ภายในวันพรุ่งนี้ ส่วนความคืบหน้าการตั้งทีมโฆษกรัฐบาล เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติ แม้จะมีรายชื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทั้ง 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย โฆษก และ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ตาม    ขณะที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเปิดโอกาสให้ ศาสตราจารย์เคล้าส์ ชวาป (Professor Kluas Schwab) ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร World Economic Forum (WEF) เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย ที่ห้องสีม่วง    

 716
การเมืองเข้มข้น
01 ก.ค. 62

พลังประชารัฐระส่ำ กลุ่มสามมิตรไม่พอใจ ก๊วนอดีต กปปส. ได้ 2 เก้าอี้ รมต.

มีกระแสข่าวปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐระส่ำระสาย เกิดการไม่ลงรอยกันในการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะอดีต กปปส.และกลุ่มสามมิตร มี ส.ส.ในพรรคไม่พอใจอดีต 2 แกนนำ กปปส.คือนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่ได้เก้าอี้ รมว.ศึกษาฯ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ได้รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทั้งๆที่ได้ ส.ส.กทม.แค่ 11 เสียง แต่ได้ถึง 2 เก้าอี้ ทำให้ถูกมองว่าล็อบบี้ผู้มีบารมีทางการเมือง จนต้องไปเฉือนโควต้ากลุ่มสามมิตรที่ได้ ส.ส. 30 เสียง ทั้งที่อดีต กปปส.ควรได้แค่ 1 ที่นั่งเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mXUFUlP37xk

 1,475
การเมืองเข้มข้น
07 มิ.ย. 62

'พุทธิพงษ์' ชี้มุ่งแก้ปัญหาปากท้อง ต้องมาก่อนแก้ รธน.

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องนี้สำคัญ แต่เร็วไปที่จะพูดถึงในการแก้ไข   ตอนนี้ต้องมุ่งนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องต้องก่อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลารัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่ได้แก้ไขไม่ได้ แต่จะแก้มากแก้น้อยขนาดไหนต้องมาพูดคุยกัน คงไม่ใช่เงื่อนไขเร่งด่วน หรือจะเป็นปัญหาในการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้   ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อกำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลแล้วก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามรายละเอียดเรื่องเงื่อนไขเวลาอื่นๆเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันต่อไป ส่วนเงื่อนเวลาที่จะต้องทำเป็น 6 เดือนหรือ 1 ปี ก็ต้องนำไปคุยกันในนโยบาย เพราะจะมีรายละเอียดที่เป็นตัวกำหนด แต่ไม่ควรจะช้า รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/HDAMTqmVpGo

 1,152
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
07 มิ.ย. 62

'พุทธิพงษ์' ชี้มุ่งแก้ปัญหาปากท้อง ต้องมาก่อนแก้ รธน.

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องนี้สำคัญ แต่เร็วไปที่จะพูดถึงในการแก้ไข   ตอนนี้ต้องมุ่งนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องต้องก่อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลารัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่ได้แก้ไขไม่ได้ แต่จะแก้มากแก้น้อยขนาดไหนต้องมาพูดคุยกัน คงไม่ใช่เงื่อนไขเร่งด่วน หรือจะเป็นปัญหาในการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้   ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อกำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลแล้วก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามรายละเอียดเรื่องเงื่อนไขเวลาอื่นๆเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันต่อไป ส่วนเงื่อนเวลาที่จะต้องทำเป็น 6 เดือนหรือ 1 ปี ก็ต้องนำไปคุยกันในนโยบาย เพราะจะมีรายละเอียดที่เป็นตัวกำหนด แต่ไม่ควรจะช้า รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/HDAMTqmVpGo

 1,152
การเมืองเข้มข้น
26 พ.ค. 62

'พุทธิพงษ์' เผยหลังเลือกรองประธานสภาเสร็จ จะประเมินอีกครั้งเรื่องเทียบเชิญพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเดินสายพูดคุยกับพรรคการเมืองเพื่อเทียบเชิญร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่าจะมีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้ โดยมติการโหวตเลือกประธานสภาฯเมื่อวานนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนให้เห็นพันธมิตรที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลชัดเจน ทั้งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคการเมืองขนาดเล็ก    โดยยืนยันเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และมีเสถียรภาพ เพราะมีอย่างน้อย 251 เสียง และเชื่อว่าอาจจะมีมากกว่านั้น โดยประเมินจากผลการเลือกประธานสภาเมื่อวานนี้ แม้ว่าจะมีข้อกังวลจากบางฝ่ายเรื่องเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งตัวเลขของเมื่อวานนี้ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าจำนวนเสียงที่โหวตเลือกประธานสภาเมื่อวานนี้มาจากการพูดคุยกับพรรคที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่กังวลเรื่องเสียงปริ่มน้ำ และย้ำว่าจะได้เสียงข้างมากในการบริหารประเทศ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการสืบทอดอำนาจ แต่ท้ายที่สุดก็ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมา   ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการประชุมเลือกรองประธานสภาในวันนี้จะประเมินอีกครั้งหนึ่งเรื่องของการเดินสายเชิญพรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยจะแจ้งเรื่องสถานที่การแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลให้ทราบ ยืนยันทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย    ส่วนเรื่องการจัดสรรโควตารัฐมนตรีระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่าทำเป็นขั้นเป็นตอน โดยหลังจากโหวตเลือกตำแหน่งประธานสภาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรอการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธาน และรองประธานสภา จากนั้นก็รอการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และตามด้วยการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี    พร้อมปฎิเสธเกิดความขัดแย้งภายในพรรคจากเสียงโหวตเลือกประธานสภาที่มีการโหวตผิดโหวตถูก โดยระบุว่าเป็นวิธีตามขั้นตอนการลงคะแนนและเป็นวิธีในการรวมคะแนน ถือว่า มีความสำคัญมากหลังจากที่มีการพูดคุยกับพรรคแนวร่วม เป็นการตรวจสอบคะแนนให้เกิดความชัดเจน ไม่ให้มีความผิดพลาด ยืนยันว่าเป็นไปตามที่พรรคพูดคุยไว้ทุกอย่าง ซึ่งท้ายที่สุดผลที่ออกมาก็เป็นไปตามที่ตั้งใจคือเสียงข้างมากในสภา        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/2ow21BTWa4k

 1,735
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
26 พ.ค. 62

'พุทธิพงษ์' เผยหลังเลือกรองประธานสภาเสร็จ จะประเมินอีกครั้งเรื่องเทียบเชิญพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเดินสายพูดคุยกับพรรคการเมืองเพื่อเทียบเชิญร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่าจะมีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้ โดยมติการโหวตเลือกประธานสภาฯเมื่อวานนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนให้เห็นพันธมิตรที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลชัดเจน ทั้งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคการเมืองขนาดเล็ก    โดยยืนยันเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และมีเสถียรภาพ เพราะมีอย่างน้อย 251 เสียง และเชื่อว่าอาจจะมีมากกว่านั้น โดยประเมินจากผลการเลือกประธานสภาเมื่อวานนี้ แม้ว่าจะมีข้อกังวลจากบางฝ่ายเรื่องเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งตัวเลขของเมื่อวานนี้ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าจำนวนเสียงที่โหวตเลือกประธานสภาเมื่อวานนี้มาจากการพูดคุยกับพรรคที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่กังวลเรื่องเสียงปริ่มน้ำ และย้ำว่าจะได้เสียงข้างมากในการบริหารประเทศ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการสืบทอดอำนาจ แต่ท้ายที่สุดก็ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมา   ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการประชุมเลือกรองประธานสภาในวันนี้จะประเมินอีกครั้งหนึ่งเรื่องของการเดินสายเชิญพรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยจะแจ้งเรื่องสถานที่การแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลให้ทราบ ยืนยันทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย    ส่วนเรื่องการจัดสรรโควตารัฐมนตรีระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่าทำเป็นขั้นเป็นตอน โดยหลังจากโหวตเลือกตำแหน่งประธานสภาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรอการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธาน และรองประธานสภา จากนั้นก็รอการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และตามด้วยการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี    พร้อมปฎิเสธเกิดความขัดแย้งภายในพรรคจากเสียงโหวตเลือกประธานสภาที่มีการโหวตผิดโหวตถูก โดยระบุว่าเป็นวิธีตามขั้นตอนการลงคะแนนและเป็นวิธีในการรวมคะแนน ถือว่า มีความสำคัญมากหลังจากที่มีการพูดคุยกับพรรคแนวร่วม เป็นการตรวจสอบคะแนนให้เกิดความชัดเจน ไม่ให้มีความผิดพลาด ยืนยันว่าเป็นไปตามที่พรรคพูดคุยไว้ทุกอย่าง ซึ่งท้ายที่สุดผลที่ออกมาก็เป็นไปตามที่ตั้งใจคือเสียงข้างมากในสภา        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/2ow21BTWa4k

 1,735
การเมืองเข้มข้น
11 พ.ค. 62

แหล่งข่าว พปชร. เผยพรรคร่วมฯ ตั้งเงื่อนไขใหม่ ไม่เอา 'บิ๊กป้อม-คสช.' นั่งรัฐมนตรี หวั่นตอกย้ำภาพสืบทอดอำนาจ - พปชร.ไม่คาย 4 กระทรวงหลัก

การเมืองตอนนี้กำลังเดินหน้าจับจัดขั้วจับตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะขั้วของพรรคพลังประชารัฐ แหล่งข่าวจาก พปชร. เปิดเผยว่าเกิดเงื่อนไขใหม่ ทำให้บางพรรคยังไม่ตอบร่วมเป็นรัฐบาลกับ พปชร. เงื่อนไขใหม่คือ ยอมรับในตัวของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะมาเป็นนายกฯ และหัวหน้า ครม.เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะ พลเอกประยุทธ์มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ   แต่ปฏิเสธไม่เอา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ไม่เอา พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และบุคคลอื่นๆที่มาจาก คสช. แล้วจะเข้ามานั่งใน ครม. เพราะพรรคเหล่านี้มองว่าจะเป็นการตอกย้ำภาพของการสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร กลายเป็นจุดอ่อน เพราะมีปมปัญหาในอดีต และมีเรื่องของการแต่งตั้ง ส.ว.เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย   ตามรายงานข่าวยังมีอีกหนึ่งปัญหาก็คือ ฝั่ง พปชร.จะยึดกระทรวงใหญ่กระทรวงสำคัญไว้ ไม่คายออกมา อาจทำให้พรรคอื่นๆไม่พอใจ   ล่าสุดมีรายงานว่าแกนนำ พปชร.ยืนกรานที่จะเอา 4 กระทรวงหลัก ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจไว้ดูแลเอง คือ กระทรวงกลาโหม มหาดไทย กระทรวงการคลัง และคมนาคม    โดยตามรายงานข่าวระบุว่า กระทรวงกลาโหม ยังคงเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขณะที่กระทรวงการคลัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะนั่งรองนายกฯควบ รมว.คลัง หรืออาจดันนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นมานั่ง รมว.คลัง   ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ยังคงเป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แต่หาก พล.อ.ประวิตร มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ต้องการพัก ก็มีความเป็นไปได้ ที่จะเป็น พล.อ.อนุพงษ์ ต้องขยับไปเป็น รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร อาจเหลือแค่รองนายกฯ ตำแหน่งเดียว    ล่าสุดปรากฏชื่อของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทย ขึ้นมาเป็นแคนดิเดต รมว.มหาดไทย แทน ถือเป็นอีกคนที่ทำงานถูกใจ ทั้งนายกฯและ พล.อ.อนุพงษ์ โดยนายฉัตรชัยมีอายุราชการเหลือ 2 ปี หากนายฉัตรชัยปฏิเสธรับตำแหน่ง ก็ยังมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หรือ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อาจขึ้นมาแทน เพราะทั้งคู่มีคอนเนกชันที่ดีกับฝั่งของพรรคภูมิใจไทย เป็นตัวเลือกที่ถูกมองไว้ ถ้า พล.ต.อ.จักรทิพย์ หรือ พล.ต.อ.สมยศ ได้ ส่วนนี้จะกลายเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย   กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยต่อรองเพื่อขอในส่วนนี้ แต่พรรคพลังประชารัฐยังไม่ตกลงให้ เนื่องจากต้องการเดินหน้าต่อในส่วนของเมกะโปรเจกต์ที่ปักหมุดไว้ ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่    พรรคภูมิใจไทยอาจได้ รัฐมนตรีช่วยคมนาคม มีชื่อนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เป็นอดีต รมช.คมนาคม อาจมาดำรงตำแหน่งนี้    ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นโควตาของนายอิทธิพล คุณปลื้ม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ    พรรคชาติไทยพัฒนาจะได้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีชื่อนายวราวุธ ศิลปอาชา เนื่องจากต้องการดูการบริหารจัดการน้ำ    ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ แม้ยังต้องรอมติพรรควันที่ 15 พ.ค. แต่เบื้องต้น ตามรายงานข่าวระบุว่า จะได้ 6-7 ที่นั่งเท่ากับภูมิใจไทย อย่างเช่น กระทรวงศึกษาธิการ และ รมช.มหาดไทย    ส่วนกระทรวงน้องใหม่อย่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมนั้น ตามรายงานมีการระบุว่า มอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดูแล เนื่องจากขับเคลื่อนกระทรวงนี้มากับมือ   ล่าสุดมีรายงานจากแกนนำ พปชร. ว่าทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ และสัปดาห์หน้าจะได้เห้นความชัดเจน ถึงแม้การเจรจายังไม่สมบูรณ์ เพราะทุกอย่างต้องจบก่อนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอน   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเป็นประธานยุทธศาสตร์ กทม. ของพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า เชื่อในการจตัดสินใจของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีการได้พูดคุยกัน ส่วนกระแสข่าวมีบางพรรคไม่พอใจ ทางฝั่งของพลังประชารัฐที่เก็บโควต้าใหญ่ๆไว้ทั้งหมดนั้น ขอให้ใจเย็นๆ ทุกอย่างอยู่ภายใต้การทำประโยชน์ให้ประเทศ   นอกจากนี้นักข่าวก็ถามว่า "ถ้ารวมกันได้ฝั่งของ พปชร. เสียงมันปริ่มน้ำเหลือเกิน จะเป็นปัญหาไหม" นายพุทธิพงษ์ ตอบว่า มันเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้ ส.ส.ทุกคนมีความรับผิดชอบ ไม่สามารถขาดประชุมสภาได้ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/V-4-G4lFX_M

 8,585

Top