ค้นหา :

ผลการค้นหา "พุทธิพงษ์ปุณณกันต์"

บันเทิง
10 ธ.ค. 62

'พุทธิพงษ์-ช่อ พรรณิการ์' ตอบคำถามนางงาม "ความมั่นคงกับความเป็นส่วนตัว อะไรสำคัญกว่ากัน?"

บีบีซีไทยชวนพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ , พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และประจักษ์ ก้องกีรติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ตอบคำถามที่สตีฟ ฮาร์วีย์ พิธีกรบนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 ถาม " ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น" นางงามจากประเทศไทยในรอบ 5 คนสุดท้าย   พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ตอบว่าตอนนี้มันมีเส้นบาง ๆ ที่แบ่งระหว่างสิทธิส่วนบุคคลกับความมั่นคง เนื่องจากโซเชียลมีเดียและอะไรที่เป็นออนไลน์ทั้งหลายมันเข้ามาเร็วโดยที่ไม่มีอะไรกรองเลย   ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายฉบับไหนที่ออกระเบียบออกมาแล้วไปจำกัดสิทธิของประชาชน มันจะครอบคลุมเฉพาะเรื่องของความมั่นคงเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าอันไหนสำคัญกว่ากัน ผมคิดว่าเรื่องความมั่นคงก็ทำไประดับหนึ่งที่ทำให้เกิดความปลอดภัยในข้อมูลของประชาชน กฎหมายที่ใช้ในเมืองไทยเป็นการปกป้องหรือคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่จะไม่ให้ถูกละเมิด ไม่ได้เอากฎหมายหรือใช้เรื่องความมั่นคงไปละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของประชาชน ตรงนี้อาจเป็นความเข้าใจผิด มันแยกชัดเจนระหว่างกฎหมายที่ออกมาดูแลความมั่นคง ปกป้องสิทธิของประชาชน และเราก็ไม่ได้ไปใช้กฎหมายในการไปละเมิดสิทธิของประชาชนในเรื่องการสื่อสารหรืออะไรทั้งนั้น มันชัดเจนว่าทั้งสองอย่างเดินไปได้ โดยที่ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนและยังสามารถคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้ด้วย   พรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า "เรื่องนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยนะคะ ความมั่นคงในชีวิตของประชาชนย่อมสำคัญที่สุดและสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับความมั่นคงของชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง และรัฐมีหน้าที่จะต้องปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลนั้นไม่ให้ถูกละเมิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถูกละเมิดจากรัฐเอง หากรัฐล้มเหลวในเรื่องนี้ ย่อมหมายความว่าล้มเหลวในการปกป้องคุ้มครองประชาชน การละเมิดสิทธิของประชาชนโดยอ้างเรื่องความมั่นคงของรัฐ ก็ต้องถามว่าแล้วตกลง "รัฐ" คืออะไร รัฐคืออำนาจหรือรัฐบาลหรือเปล่า แต่ที่จริงแล้วรัฐหรือชาติคือประชาชน"   "ถ้าถามว่านโยบายของรัฐบาลไทยขณะนี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขนาดไหนก็เห็นได้จาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และการฟ้อง "คดีปิดปาก" ที่ตอนนี้มีการใช้อยู่มากมายทั้งโดยรัฐบาล กองทัพและนักการเมือง ตอนนี้เห็นชัดว่า ผู้มีอำนาจในประเทศนี้กำลังสร้างคอนเซ็ปต์กลวง ๆ ของคำว่า "ความมั่นคงของรัฐ" ขึ้นมา โดยคำว่า "รัฐ" นั้น หมายถึงผู้มีอำนาจ ไม่ได้หมายถึงประชาชน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ejhtqvU6Re8

 6,627
การเมือง
10 ธ.ค. 62

'พุทธิพงษ์-ช่อ พรรณิการ์' ตอบคำถามนางงาม "ความมั่นคงกับความเป็นส่วนตัว อะไรสำคัญกว่ากัน?"

บีบีซีไทยชวนพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ , พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และประจักษ์ ก้องกีรติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ตอบคำถามที่สตีฟ ฮาร์วีย์ พิธีกรบนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 ถาม " ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น" นางงามจากประเทศไทยในรอบ 5 คนสุดท้าย   พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ตอบว่าตอนนี้มันมีเส้นบาง ๆ ที่แบ่งระหว่างสิทธิส่วนบุคคลกับความมั่นคง เนื่องจากโซเชียลมีเดียและอะไรที่เป็นออนไลน์ทั้งหลายมันเข้ามาเร็วโดยที่ไม่มีอะไรกรองเลย   ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายฉบับไหนที่ออกระเบียบออกมาแล้วไปจำกัดสิทธิของประชาชน มันจะครอบคลุมเฉพาะเรื่องของความมั่นคงเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าอันไหนสำคัญกว่ากัน ผมคิดว่าเรื่องความมั่นคงก็ทำไประดับหนึ่งที่ทำให้เกิดความปลอดภัยในข้อมูลของประชาชน กฎหมายที่ใช้ในเมืองไทยเป็นการปกป้องหรือคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่จะไม่ให้ถูกละเมิด ไม่ได้เอากฎหมายหรือใช้เรื่องความมั่นคงไปละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของประชาชน ตรงนี้อาจเป็นความเข้าใจผิด มันแยกชัดเจนระหว่างกฎหมายที่ออกมาดูแลความมั่นคง ปกป้องสิทธิของประชาชน และเราก็ไม่ได้ไปใช้กฎหมายในการไปละเมิดสิทธิของประชาชนในเรื่องการสื่อสารหรืออะไรทั้งนั้น มันชัดเจนว่าทั้งสองอย่างเดินไปได้ โดยที่ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนและยังสามารถคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้ด้วย   พรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า "เรื่องนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยนะคะ ความมั่นคงในชีวิตของประชาชนย่อมสำคัญที่สุดและสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับความมั่นคงของชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง และรัฐมีหน้าที่จะต้องปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลนั้นไม่ให้ถูกละเมิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถูกละเมิดจากรัฐเอง หากรัฐล้มเหลวในเรื่องนี้ ย่อมหมายความว่าล้มเหลวในการปกป้องคุ้มครองประชาชน การละเมิดสิทธิของประชาชนโดยอ้างเรื่องความมั่นคงของรัฐ ก็ต้องถามว่าแล้วตกลง "รัฐ" คืออะไร รัฐคืออำนาจหรือรัฐบาลหรือเปล่า แต่ที่จริงแล้วรัฐหรือชาติคือประชาชน"   "ถ้าถามว่านโยบายของรัฐบาลไทยขณะนี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขนาดไหนก็เห็นได้จาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และการฟ้อง "คดีปิดปาก" ที่ตอนนี้มีการใช้อยู่มากมายทั้งโดยรัฐบาล กองทัพและนักการเมือง ตอนนี้เห็นชัดว่า ผู้มีอำนาจในประเทศนี้กำลังสร้างคอนเซ็ปต์กลวง ๆ ของคำว่า "ความมั่นคงของรัฐ" ขึ้นมา โดยคำว่า "รัฐ" นั้น หมายถึงผู้มีอำนาจ ไม่ได้หมายถึงประชาชน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ejhtqvU6Re8

 6,627
การเมือง
07 ธ.ค. 62

นายกฯ ยันไม่ได้พูดยุบสภา-ปรับครม. - 'เศรษฐกิจใหม่' ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล

ประเด็นกระแสข่าวการปรับ ครม. โดยการดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่เข้ามาร่วม แก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ ผู้สื่อข่าวไปสอบถามเรื่องนี้กับ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยนายกฯได้ส่งยิ้มกลับมา และชูนิ้วบอกว่าไปประชุม    ต่อมา นายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ บอกว่า ไม่มี ยืนยันไม่ได้พูด วันนี้ทุกคนเริ่มทำงานเข้าขากันมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้เข้ามาใหม่ๆอาจฉุกละหุก รัฐบาลเองต้องระมัดระวังดูนโยบายภาพรวม แต่ตอนนี้ทำงานกันเข้าขามากขึ้น   ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ บอกว่า ไม่รู้ นักข่าวพยายามถามว่าแบบนี้ครม.สบายใจได้หรือไม่ ปีใหม่ยังเหมือนเดิม ตำแหน่งเดิม พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ยังอยู่อย่างนี้ ทำงานกันไป ทำงานดีกันไม่ใช่หรือ ต่างคนต่างทำงานกันไป   ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บอกว่า มีการดึงคุยกันกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ แต่ยังไม่เป็นทางการ แต่ว่าพูดคุยกัน เป็นเพื่อนส.ส.ในสภาด้วยกัน ได้พูดคุยกับทุกคนในอนาคตเขาจะร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ก็ต้องให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ตัดสินใจ แนวทางแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน ต้องแล้วแต่เขา ตอบแทนไม่ได้ แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว ค่อนข้างดี   ฝั่งพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายมนูญ สิวภิรย์รัตน์ หัวหน้าพรรค ยืนยันไม่ได้เป็นงูเห่า สุดท้ายแค่โหวตให้มันจบๆไปตามหลักประชาธิปไตย การจะมาเล่นกันเองเรื่ององค์ประชุมมันก็ไม่ใช่ ในที่ประชุมพรรคเศรษฐกิจใหม่เรามีเอกภาพ เราขอสงวนสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้ เพราะเห็นว่าการกั๊กกันไปกั๊กกันมาแบบนี้ไม่ถูกต้อง ประเทศไม่เดินหน้า เมื่อถามพรรคเศรษฐกิจใหม่ จะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายมนูญ บอกว่า ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/BYM6hfhlv_E

 986
ประชาสัมพันธ์
06 ธ.ค. 62

ชวนคนไทยช้อปสินค้าเด็ดทั่วไทย ด้วยมาตรการ 'ชิม ช้อป ใช้' ผ่าน g-wallet 2 ที่เว็บไซต์ thailandpostmart.com

              “ไปรษณีย์ไทย” ชู “thailandpostmart.com” ร่วมมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ทั้ง 3 เฟส ลูกค้าสามารถ จ่ายค่าสินค้าด้วย G-Wallet 2 พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 20% เปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนลงทะเบียน นำสินค้ามาจำหน่ายบนออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ thailandpostmart.com แหล่งรวมสินค้าชุมชนที่ใหญ่ที่สุด มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น             กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ ธนาคารกรุงไทย จับมือเดินหน้าสนองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ผ่านมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ทั้ง 3 เฟส ขยายการใช้จ่ายในส่วนของ G-Wallet 2 ให้สามารถซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบเว็บไซต์กลางที่สามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ โดยมอบให้ไปรษณีย์ไทยซึ่งมีเว็บไซต์ thailandpostmart.com แหล่งรวมสินค้าชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็น e-Marketplace ร่วมกับธนาคารกรุงไทย พัฒนาระบบการชำระเงินด้วยแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อช้อปสินค้าในเว็บไซต์thailandpostmart.com พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ใช้จ่ายผ่าน G-Wallet 2 ได้แก่ ต่อที่ 1 รับเงินคืน หรือแคชแบ็ค (Cash Back) จากมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” โดยยอดซื้อไม่เกิน 30,000 บาท รับแคชแบ็ค 15% และยอดซื้อตั้งแต่ 30,001 – 50,000 บาท รับแคชแบ็ค 20% ต่อที่ 2 เมื่อช้อปสินค้าหมวด ชิม ช้อป ใช้ ครบ 1,000 บาทขึ้นไป รับคูปองส่วนลด 5% สำหรับการใช้จ่ายสินค้าในหมวดอื่นๆ ในครั้งถัดไป และต่อที่ 3 บริการขนส่งสินค้าจากออนไลน์สู่ปลายทางทุกที่ทั่วไทยด้วยบริการ EMS ส่งถึงผู้รับภายใน 1-2 วัน            นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของไปรษณีย์ไทยในการเป็นหน่วยงานหลัก ที่ได้พัฒนาระบบงานร้านค้าออนไลน์ ระบบการชำระเงินค่าสินค้า และระบบการขนส่ง เพื่อสร้างโอกาสให้ร้านค้าชุมชนด้วยการนำสินค้าจากชุมชนมาจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ thailandpostmart.com แบ่งหมวดสินค้าเป็น 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ อร่อยทั่วไทย ของดีประจำจังหวัด สินค้าชุมชน สินค้าไปรษณีย์ สุขภาพและความงาม บ้านและสวน ยานยนต์ และสินค้าฮาลาล              สำหรับผู้สนใจสามารถช้อปสินค้าที่ร่วมมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ที่เว็บไซต์ thailandpostmart.com และ ที่ทำการไปรษณีย์ 20 แห่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยไปรษณีย์ไทยพร้อมจัดส่งด้วยระบบการขนส่งสินค้า ที่สะดวก ปลอดภัย มีมาตรฐาน    เริ่มใช้สิทธิ์ ชิม ช้อป ใช้ กได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป - 31 มกราคม 2563      

 995
เศรษฐกิจ
26 ต.ค. 62

ลงทะเบียน 'ชิมช้อปใช้' รอบเช้าเต็มแล้ว! ธ.กรุงไทย แจ้งความเอาผิดมือดีป่วนระบบ เตือนอย่าหลงเชื่อหลอกลงทะเบียนทางลัด

ลงทะเบียน ชิมช้อปใช้ เฟส 2 วันนี้(26 ต.ค.) รอบเช้ามีคนลงทะเบียนใช้สิทธิครบ 5 แสนคนเป็นที่เรียบร้อย     นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ประชุมร่วมกับนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอรองผู้บังคับการ ปอท. เพื่อติดตามกรณีธนาคารกรุงไทย ตรวจพบความผิดปกติในระบบลงทะเบียนชิมช้อปใช้ เฟส2 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีขบวนการมิจฉาชีพ ทำการรวบรวมข้อมูลจำนวนมากพยายามเข้าสู่ระบบภายในครั้งเดียว ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ระบบเกิดความล่าช้า    โดยเป็นการกระทำลักษณะหลอกลวงด้วยการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ เช่น ชิมช้อปใช้ควิก หรือ ชิมช้อปใช้ ดอท เน็ท เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสามารถลงทะเบียนได้เร็วกว่าช่องทางปกติ แต่ระบบของธนาคารกรุงไทย สามารถตรวจพบความผิดปกติและสกัดกั้นไว้ได้ จึงไม่เกิดความเสียหายใดๆ นอกจากระบบเกิดความล่าช้า และยังตรวจพบความพยายามกระทำผิดในลักษณะออฟไลน์ด้วยกว่า 40-50 ราย    ซึ่งธนาคารกรุงไทย และ ดีอี.ได้ส่งข้อมูลให้ ปอท. ดำเนินการติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีแล้ว เนื่องจากมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 10 มีโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี ปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท คาดว่าจะได้ตัวผู้กระทำผิดภายใน 1 สัปดาห์   ขณะเดียวกันได้เตือนประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนรับสิทธิ์ ให้ใช้ช่องทางปกติ เพราะหากใช้ช่องทางอื่นที่ไม่ถูกกฎหมาย การลงทะเบียนจะเป็นโมฆะ    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/enNEPO_9u6Q

 5,795
สรุปข่าว
11 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ต.ค.62 อุทธรณ์ยืนจำคุกลุงวิศวะ 10 ปี-แบน 3 สารพิษจบไม่ง่าย-ชำแหละซากช้างตกเหวนรก

-ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกลุงวิศวะ 10 ปี คดียิงวัยรุ่นที่ล้อมรถตายที่อ่างศิลาเมื่อปี 60 ศาลชี้พฤติกรรมสมัครใจวิวาท หากมีสติยับยั้งชั่งใจอารมณ์ร้อน เหตุทะเลาะวิวาทคงไม่เกิดขึ้น เหตุที่ทำเพราะมีปืนติดตัว แสดงถึงการสมัครใจวิวาท ยั่วโสะท้าทายจนกลุ่มผู้ตายโต้ตอบ อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น     พิพากษาตามศาลชั้นต้น จำคุก 15 ปีลดโทษ 1 ใน 3 เหลือ 10 ปี ปรับคดีอาวุธปืน 2 พันบาท จ่ายค่าสินไหมให้โจทก์ 3 แสนบาท ทนายยื่นเงินสด 8 แสนบาทยื่นประกันตัว สู้คดีต่อในศาลฎีกา ด้านแม่คนตายพอใจคำตัดสิน แต่รู้สึกเหนื่อยที่ต้องมาศาลตลอด 2 ปี หลังเกิดเรื่องยังไม่เคยคุยกับลุงวิศวะเลย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น! ศาลชี้สมัครใจทะเลาะวิวาท สั่งจำคุก 'ลุงวิศวะ' 10 ปี ยื่นประกัน 8 แสนสู้ฎีกาต่อ    -แบน 3 สารพิษจบไม่ง่าย กลุ่มไร่มันโคราชจับมือชาวไร่อ้อยเตรียมบุกกรุงค้านมติแบน 3 สาร ชี้ใช้ยาตัวอื่นแทนแพงกว่า 5 เท่า แบกรับไม่ไหว ซ้ำเติมเกษตรกร วิษณุชี้การแบนไม่ง่าย ต้องใช้เวลา แต่คิดว่าจะจบในคณะกรรมการชุดนี้ได้ เลขาแจง รมต.เฉลิมชัยป่วยจริง พักผ่อนน้อย ความดันสูง ปัดชิ่งม็อบ ยันไม่เอาสารอันตราย ด้านมนัญญาป่วยเพราะเครียดจริง ถูกกดดันจากหลายด้าน เจอขู่ฟ้องหลังประกาศแบน 3 สาร   -เพจเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แสดงความไม่พอใจนักการเมืองไทยบางคนมีท่าทีสนับสนุนม็อบฮ่องกง เตือนให้ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ของมิตรภาพจีน-ไทย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สถานทูตจีนไม่ปลื้ม นักการเมืองไทยหนุนม็อบฮ่องกง หลัง 'โจชัว หว่อง' โพสต์ภาพคู่ 'ธนาธร'   -ศาล รธน.ไม่เอาผิด อ.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ พ่อจอห์น วิญญู กรณีโพสต์วิจารณ์ศาล รธน.เป็นการละเมิดอำนาจศาล เจ้าตัวขออภัยต่อศาล เยียวยาจะอธิบายข้อเท็จจริงในทวิตเตอร์ให้ ปชช.เข้าใจ   -พรรคเพื่อไทยชี้กระทรวงดีอีให้ร้านค้า ร้านกาแฟเก็บข้อมูลคนใช้ฟรีไวไฟในร้าน 90 วัน เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล สร้างความยุ่งยากให้ร้านค้า สร้างอุปสรรคให้ผู้ประกอบการในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ชี้รัฐอย่าระแวง ปชช. ทำตัวเหมือนเป็นไทยแลนด์ 0.4 ไม่ใช่ 4.0 ด้านพุทธิพงษ์ชี้เป็นการขอความร่วมมือ เพื่อเป็นหลักฐานในคดีความมั่นคง อาชญากรรม ฉ้อโกง หลอกโอนเงิน โพสต์ข้อความไม่เหมาะสม  ตาม พ.ร.บ.คอมฯ   -ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุก 2 ปีสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  อดีต รมว.การต่างประเทศ สมัยรัฐบาลยิ่งยักษณ์ ออกพาสปอร์ตให้อดีตนายกฯทักษิณ เมื่อปี 54 ทั้งที่เป็นจำเลยหลบหนีคดี ขัดระเบียบกระทรวง นายสุรพงษ์ขอให้ศาลลงโทษสถานเบา ศาลพิจารณาว่าไม่เคยต้องโทษ อายุเยอะ โรครุมเร้าทั้งหัวใจ เบาหวาน มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะลุกลาม จึงพิพากษาแก้ให้รอลงอาญา 2 ปี เพิ่มโทษปรับ 1 แสน เจ้าตัวยกมือไหว้คณะผู้พิพากษา ก่อนนั่งรถพยาบาลออกจากศาล ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลเมตตา ให้รอลงอาญา 2 ปี 'สุรพงษ์' คดีออกพาสปอร์ต 'ทักษิณ'    -เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเกิดต้มยำกุ้งรอบใหม่ หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.ร่วงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ต่ำสุดในรอบ 39 เดือน อยู่ที่ระดับ 72.2 ชี้เกิดจากความรู้สึกของ ปชช.ที่รู้สึกว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ อาจลามเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ต่างจากครั้งก่อน รอบนี้ผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยไม่ได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย.62 ดิ่งสุดในรอบ 39 เดือน หวั่นเกิดต้มยำกุ้งรอบ 2 แต่รอบนี้เล่นงานคนจน   -มาตรการลดหย่อนภาษีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ไม่ได้ไปต่อ จะปิดตัวลงในวันที่ 31 ธ.ค. หลังจากใช้มาตรการนี้มาตั้งแต่ปี 2551 หรือ เป็นเวลา 12 ปี สศค.ยันชัดไม่ต่ออายุ อยุ่ระหว่างพิจารณากองทุนใหม่ที่จะมารับไม้ต่อ ย้ำต้องเป็นการส่งเสริมพัฒนาตลาดทุนระยะยาว ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ     -DSI บินสำรวจ 6 จุดแก่งกระจาน หาความเชื่อมโยงคดีบิลลี่ หลังพบคำให้การพยานขัดแย้งกับหลักฐาน หากพยานหลักฐานแน่นหนา พร้อมออกหมายจับทันที ด้านชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยืนยันบริสุทธิ์ใจ ถ้า DSI มาค้นที่ไร่ได้เลยโดยตรง ชี้ภาพร่วมงานสงกรานต์ปี 57 ที่ไร่เป็นตามปกติ เพราะเป็นไร่ของพี่ชาย ด้านเมียบิลลี่ของคุณ DSI ที่ติดตาม กังวลว่าคดีจะถูกแทรกแซง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : dsi บินสำรวจ 6 จุดแก่งกระจานสางคดีบิลลี่ 'ชัยวัฒน์' ยินดีให้ตรวจค้นทุกจุดที่สงสัย   -ภารกิจกู้ซากช้างป่า 11 ตัวที่น้ำตกเหวนรก เจออุปสรรคฝนตกหนัก มวลน้ำเพิ่มขึ้น ล่าสุดเจอซากช้างอีก 3 ตัว ไหลลงมากองรวมกับอีก 2 ตัว รวมเป็น 5 ตัว สภาพขึ้นอืด กลิ่นเหม็น จนท.เร่งขึงเชือกทำซิปไลน์ ก่อนชำแหละซากช้างลำเลียงลงมาที่เขื่อน ล่าสุดชำแหละแล้ว 1 ตัว ใช้เลื่อยตัดอวัยวะ 4 ชม.บรรจุถุง เตรียมนำไปวัด รอให้ครบทุกตัวก่อนทำพิธีเผาพร้อมกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝนตกหนัก ทำอุปสรรคเก็บซากช้างป่าน้ำตกเหวนรก เจอซากอีก 3 ตัวไหลลงมากอง ชำแหละเสร็จ 1 ตัว   -เจ้าของร้านเพชรชื่อดังร้องสื่อ บ้านและที่ดินกว่า 50 ล้านถูกนายพลทหารชื่อดังเข้ายึดครอง มีคลิปชายฉกรรจ์บุกยึดบ้าน เผยนายทหารตีสนิทกับแม่ที่มีครอบครัวแล้ว พอแม่ตายยกบ้านให้ลูกสาวแท้ๆ แต่กลับถูกยึด ด้าน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ยันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ตามคำสั่งศาล เตรียมฟ้องกลับหากถูกพาดพิง   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ลูกสาวร้านเพชรร้องถูกอดีตบิ๊กทหารยกพวกยึดบ้าน 60 ล้าน 'บรรณวิทย์' งัดคำสั่งศาลโต้ จ่อฟ้องกลับ   -เสี่ยท็อปเปิดใจ กลับไทย 23 ต.ค.เคลียร์หนี้ให้ทั้งหมด พร้อมแถลงข่าวไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ ระบุเจ้าสาวตกเป็นเครื่องมือ ยันพาสปอร์ตน้ำเงินได้มาอย่างถูกต้อง แต่ไม่ขอตอบกับกองเงินหรู ยังพร้อมจะเจอรักใหม่ ถ้าเจอคนที่ใช่ก็ไปด้วยกัน พ่อเจ้าสาวรับไม่ได้ถ้าแถลงข่าวให้ร้ายลูกสาว ขอให้มาเคลียร์หนี้สินแล้วต่างคนต่างไป ล่าสุดเหยื่อโผล่อีกราย ไกด์สาวอ้างสูญ 7 ล้านถูกเสี่ยท็อปหลอกทำธุรกิจร่วมกัน อ้างเป็นเบื้องสูงกลับชาติมาเกิด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด   -ล่าระทึกสมาชิกแก๊งค้ายาหนี ตร. จอดรถกลางสะพานโดดลงแม่น้ำ ลอยคอ 2 ชม. ก่อนจนมุมเจอหลบใต้ตอม่อสะพานแม่น้ำท่าจีน สุพรรณบุรี ค้นรถกระบะเจอยาไอซ์ 132 กก.เคตามีน 5 กก. สารภาพทำมาแล้ว 6 ครั้ง ได้เงินไม่เท่ากันแล้วแต่จำนวนยา ครั้งนี้สูงสุด 5 หมื่นบาท มีนายทุนอยู่เบื้องหลังคอยสั่งการ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มขนไอซ์ 132 กก.โดดน้ำหนี ตร. สุดท้ายไม่รอด สารภาพทำมาแล้ว 6 ครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sh7W2q8giKg

 8,505
เศรษฐกิจ
10 ต.ค. 62

ฟังเสียงร้านกาแฟ เห็นด้วย-ค้านเก็บข้อมูลผู้ใช้ wifi 90 วัน 'พุทธิพงษ์' โพสต์แจงแค่ขอความร่วมมือ

จากกรณีที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาระบุนโยบายให้ร้านค้าและร้านกาแฟต่าง ๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียนใช้ Wi-Fi ของร้านเป็นเวลา 90 วัน เพื่อป้องกันเมื่อมีเหตุอะไรแล้วเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องขอข้อมูลดังกล่าว โดยอาศัยความตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย   จากกรณีดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟหลายแห่ง แสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยรายที่เห็นด้วยระบุว่า หากมีการเก็บข้อมูลถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศเราเป็นประเทศท่องเที่ยวจะส่งผลต่อความมั่นคงแต่ หากเป็นการผลักภาระให้กับผู้ประกอบการมองว่าเป็นเรื่องแย่   หากคิดที่จะดำเนินการ เพื่อป้องกันความปลอดภัยก็ควรสนับสนุนธุรกิจร้านค้าต่างๆ ด้วย รัฐอย่ามุ่งหวังเพียงต้องการเก็บข้อมูลจากภาคธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ควรช่วยโปรโมทร้านเพื่อพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเที่ยวด้วย โดยการจัดให้ร้านนั้น ๆ ลงทะเบียนอย่างถูกต้องเหมือนกันทั้งประเทศ ต้องบูรณาการร่วมกัน ทั้งนี้มองว่าการเก็บข้อมูลจากการใช้บริการอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า   ขณะที่บางรายแสดงความไม่เห็นด้วย โดยมองว่าการเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าเป็นการสร้างภาระ เพราะขายของที่รายเพียงคนเดียว การไปสอบถามรายละเอียดของลูกค้าเกี่ยวกับการลงทะเบียน เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้า   นอกจากปัญหาความยุ่งยากการเก็บข้อมูลแล้ว การทำให้ลูกค้าเกิดความไม่สบายใจ ย่อมส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการของร้านอย่างแน่นอน ซึ่งอาจทำให้จำนวนลูกค้าลดลง ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ทางร้านเห็นว่าไม่ควรสร้างความยุ่งยากในการให้บริหาร เพราะส่วนตัวถ้าแค่ขอให้บริการไวไฟเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีใครมาขอข้อมูล หรือตรวจสอบการใช้บริการก็ไม่สบายใจ และไม่อยากเปิดเผยข้อมูลของตนเองเช่นกัน   ล่าสุด นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ดิจิทัลคือเหรียญสองด้าน มีทั้งฝั่งดีและร้าย จากข่าวที่ผมแถลงเมื่อวาน อาจมีการนำเสนอคลาดเคลื่อนในบางประเด็น จนประชาชนเกิดความสับสน โดยเฉพาะเจ้าของร้านที่ให้บริการ free wifi แก่ลูกค้า ซึ่งตามปกติแล้ว คงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าผู้มาใช้บริการอินเทอร์เน็ตนั้น ใช้งานตามปกติ หรือใช้ในเรื่องที่ไม่ดี   หลายๆ ท่านคงพอทราบว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 นี้ประกาศใช้มานานแล้ว ซึ่งการเก็บ log file หรือข้อมูลของผู้ใช้ เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนหลังกลับไปได้ 90 วัน เป็นการขอความร่วมมือ เพื่อผลประโยชน์ของทางร้านค้าเอง เพราะเมื่อเกิดเหตุกระทำผิดขึ้นมา แล้วตรวจสอบย้อนกลับไปจนเจอ IP address ของร้านค้า จะได้ทราบว่าใครคือผู้ใช้จริง ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้   ในทางเทคนิคแล้ว ตอนนี้ทั้ง ISP และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ จะมีการเก็บ log ผู้ใช้งานไว้อยู่แล้ว ทางผู้ประกอบการเองสามารถแจ้งไปเพื่อให้ดำเนินการขอข้อมูลย้อนหลังได้ ซึ่งผมเองก็ยินดีรับฟังข้อเสนอต่างๆ เกี่ยวกับมาตรการนี้ สังคมดิจิทัล เราต้องช่วยกันดูแลครับ"   ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีการประกาศบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2550 แล้วซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยหลักแล้วกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ผู้ที่ให้บริการดำเนินการเก็บข้อมูล ไม่ใช่ผู้ใช้บริการ   สำหรับประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้บริการหรือดำเนินการต่างๆ ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลหรือตื่นตระหนก โดยภาครัฐให้ผู้บริการทำการเก็บข้อมูลก็เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ใช้ในการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายบ้านเมืองในคดีต่างๆ ทุกประเภท เช่น คดีความมั่นคง คดีฉ้อโกง หลอกลวง หมิ่นประมาท หรือเกี่ยวกับความผิดทางคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ถือได้ว่าเกิดประโยชน์แก่สาธารณะ   ที่ผ่านมาในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีฉ้อโกงประชาชน หรือคดีที่มีมูลค่าความเสียหายมากและผู้เสียหายจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์สืบสวนสอบสวนจนสามารถนำสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย   จากการใช้ข้อมูลในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อีกทั้งยังถือเป็นหลักสากลที่นานาประเทศก็ดำเนินการในลักษณะคล้ายกับประเทศเรา ที่กฎหมายบังคับเช่นนี้ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งในปัจจุบันการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือบนโลก Social Media นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GVnUMjLhfkk

 5,873
เศรษฐกิจ
09 ต.ค. 62

คาเฟ่-ร้านค้างานเข้า ดีอีสั่งจัดระเบียบ ต้องเก็บข้อมูลปล่อยฟรีไวไฟ 90 วัน ถ้าเรียกตรวจไม่เจอ มีโทษ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดระเบียบอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ร้านกาแฟ และร้าค้าต่างๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการ ต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต WiFI (ไวไฟ) ภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอินเตอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียนใช้ WiFi ของร้านเป็นเวลา 90 วัน   เพื่อป้องกันเมื่อมีเหตุไม่เหมาะสมแล้วเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องขอข้อมูลดังกล่าว โดยอาศัยความตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 ซึ่งดีอีได้หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปอท.แล้ว และหากไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zkhMu6XlKTQ

 16,959
สังคม-อาชญากรรม
09 ต.ค. 62

ศาลให้ประกันตัว 'กาณฑ์' 1 แสน กำชับห้ามโพสต์ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ปัดมีใบสั่งการเมืองให้จับ

ศาลให้ประกันตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 1 แสนบาท หลังถูกฝากขังปมโพสต์เฟซบุ๊กประวัติศาสตร์ต่างประเทศ เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมกำชับห้ามโพสต์ข้อความลักษณะนี้อีก   ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงร่วม บก.ปอท. ยันไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองและไม่เลือกปฏิบัติ ถือเป็นคดีตัวอย่าง จะโพสต์อะไรลงออนไลน์ต้องรอบคอบ   ระบุ ได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของผู้ต้องหา พบมีการโพสต์ข้อความหลายครั้งและต่อเนื่อง ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก ยืนยันการจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้มีการตั้งเป้าจับกุมใครเป็นพิเศษถึงแม้มีประวัติฝักใฝ่การเมือง แต่จะดูการโพสต์เนื้อหาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากพบใครเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับรูปแบบใดจะดำเนินการทั้งหมด และคาดว่าจะมีผู้กระทำผิดเพิ่มเติม   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จับครั้งนี้ไม่ใช่การปราม แต่เป็นการจับจริงมีบุคคลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ประมาณ 5 คน ส่วนจะมีความเชื่อมโยงแค่ไหนนั้น ต้องรอผลการสืบสวนก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nQlPcfVBSlQ

 1,686
สังคม
09 ต.ค. 62

ศาลให้ประกันตัว 'กาณฑ์' 1 แสน กำชับห้ามโพสต์ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ปัดมีใบสั่งการเมืองให้จับ

ศาลให้ประกันตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 1 แสนบาท หลังถูกฝากขังปมโพสต์เฟซบุ๊กประวัติศาสตร์ต่างประเทศ เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมกำชับห้ามโพสต์ข้อความลักษณะนี้อีก   ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงร่วม บก.ปอท. ยันไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองและไม่เลือกปฏิบัติ ถือเป็นคดีตัวอย่าง จะโพสต์อะไรลงออนไลน์ต้องรอบคอบ   ระบุ ได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของผู้ต้องหา พบมีการโพสต์ข้อความหลายครั้งและต่อเนื่อง ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก ยืนยันการจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้มีการตั้งเป้าจับกุมใครเป็นพิเศษถึงแม้มีประวัติฝักใฝ่การเมือง แต่จะดูการโพสต์เนื้อหาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากพบใครเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับรูปแบบใดจะดำเนินการทั้งหมด และคาดว่าจะมีผู้กระทำผิดเพิ่มเติม   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จับครั้งนี้ไม่ใช่การปราม แต่เป็นการจับจริงมีบุคคลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ประมาณ 5 คน ส่วนจะมีความเชื่อมโยงแค่ไหนนั้น ต้องรอผลการสืบสวนก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nQlPcfVBSlQ

 1,686
สรุปข่าว
09 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 9 ต.ค.62 ช้างป่าดิ่งน้ำตกเหวนรกตาย11-จัดระเบียบร้านค้าปล่อยฟรี wifi -ปิดฉากชีวิตรักมีมี่

-สลดช้างป่าเขาใหญ่ดิ่งน้ำตกเหวนรกตายเพิ่มอีก 5 ตัว รวมช้างตายทั้งหมด 11 ตัว หลังใช้โดรนบินสำรวจ พบซากช้างที่น้ำตกชั้น4-5 กระจัดกระจายตามร่องลำธาร ส่วนซากช้าง 6 ตัวเดิมอยู่ที่น้ำตกชั้น 1-3 ชี้เป็นโขลงเดียวกัน ส่วนช้างแม่ลูกที่รอดตายมีชาวบ้านเห็นมากินผลไม้ในที่ราบแล้ว ถือเป็นการสูญเสียช้างป่ามากที่สุดในรอบ 27 ปี หลังจากปี 35 ที่พบช้างป่าตกน้ำตกเหวนรกตายพร้อมกัน 8 ตัว ส่วนการกู้ซากยากลำบากเพราะหน้าผาสูง กระแสน้ำเชี่ยว ต้องขึงตาข่ายดักปลายน้ำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เศร้า! ช้างป่าดิ่งน้ำตกเหวนรกเพิ่มอีก 5 ตัวรวม 11 ตัว สูญเสียช้างป่ามากสุดในรอบ 27 ปี คาดต้องกู้ซากเป็นเดือน      -พ่อโร่แจ้งความลูกสาวหายตัวไร้ร่องรอยนาน 3 เดือน คาดถูกลูกเขยฆ่าฝังดินที่สวนลำไย จ.ตาก หลังหลานสาวฝันเห็นร่างถูกฝังในไร่ ชาวบ้านสงสารลงขันออกค่าเดินทางให้ญาติๆ 50 คนนั่งกระบะ 7 คันจากกำแพงเพชรมาถึงที่ ได้กลิ่นเน่ากลางไร่ ขุดลงไปเจอแค่ฟันกับเส้นผม ขุดลึก 1 ม.ไม่เจอศพ พ่อเผยลูกสาวถูกสามีทุบตีประจำ โทรหาหลานสาวระบายอยู่ไม่ไหวแล้ว จากนั้นหายตัวปริศนา เชื่อศพถูกย้ายไปซ่อน ขณะที่ลูกเขยหนีไปแล้ว   -BBC ไทยเปิดบันทึกข้อมูลเอกสารทางการออสเตรเลีย ยืนยันธรรมนัสเคยถูกศาลแขวงดาวนิ่ง ในนครซิดนีย์ พิพากษาจำคุก 4 ปี ก่อนให้เนรเทศฐานมีส่วนรู้เห็นการนำเข้าเฮโรอีน 3.2 กก.ไปออสเตรเลีย บันทึกศาลระบุธรรมนัสสารภาพเมื่อปี 36 ด้านธรรมนัสบอก BBC ไทยยันไม่เคยรับสารภาพ หรือยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ แต่ด้วยความเยาว์วัยอ่อนประสบการณ์ ไม่มีเงินต่อสู้คดี จึงเจรจากับอัยการและศาล โดยไม่มีการรับสารภาพเลย กำลังให้ กต.ติดต่อขอคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์จากศาลซิดนีย์ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : บีบีซีไทยขุดเอกสาร 'ธรรมนัส' เคยติดคุกที่ออสเตรเลีย เจ้าตัวโต้ไม่เคยรับสารภาพ      -รัฐบาลมั่นใจ พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 มูลค่า 3.2 ล้านล้านบาทผ่านฉลุย หลังวิษณุยัน รมต.ที่เป็น ส.ส.สามารถลงมติได้ เพราะ รธน.ฉบับปัจจุบัน ส.ส.เป็นรมต.ในเวลาเดียวกันได้ ไม่ห้ามลงมติในเรื่องที่มีส่วนได้เสีย ยอมรับหาก พรบ.งบไม่ผ่านสภา รัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภาตามประเพณีที่สืบต่อกันมา เพราะเท่ากับเสียงข้างมากไม่ไว้ใจรัฐบาล ไม่ยอมให้รัฐบาลทำงาน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'วิษณุ' แจง รธน.ปี 60 ให้ รมต.ที่เป็น ส.ส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้    -ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เชื่อมั่น พ.ร.บ.งบประมาณจะผ่านสภาเรียบร้อย แม้จะมีคนเป็นห่วงเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล แต่เมื่อ ส.ส.ที่เป็น รมต.ลงมติได้ เสียงรัฐบาลจึงมีเพียงพอ ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ ด้านพิเชษฐ สถิรชวาล ที่ประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระได้ปรากฏตัวทำเนียบรัฐบาล เข้าพบทีมงานบิ๊กป้อม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'วิษณุ' แจง รธน.ปี 60 ให้ รมต.ที่เป็น ส.ส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้    -ศาลให้ประกันกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 1 แสนบาท หลังถูกฝากขังปมโพสต์เฟซบุ๊กประวัติศาสตร์ต่างประเทศ ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมกำชับห้ามโพสต์ข้อความลักษณะนี้อีก พุทธิพงษ์ยันไม่มีการกลั่นแกล้ง ไม่เลือกปฏิบัติ ถือเป็นคดีตัวอย่าง จะโพสต์อะไรลงออนไลน์ต้องรอบคอบ ตรวจสอบย้อนหลังพบกาณฑ์โพสต์หลายครั้ง ทำสังคมแตกแยก บิ๊กป้อมบอกจับครั้งนี้ไม่ใช่การปราม แต่เป็นการจับจริง มี 5 คนเอี่ยวโจมตีสถาบัน รอผลสอบเชื่อมโยง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลให้ประกันตัว 'กาณฑ์' 1 แสน กำชับห้ามโพสต์ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ปัดมีใบสั่งการเมืองให้จับ   -จัดระเบียบร้านค้าปล่อยพรี wifi พุทธิพงษ์ รมว.ดิจิทัลกางกม.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขอความร่วมมืออินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ร้านที่ให้ใช้ฟรี wifi เก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน ให้ตร.ตรวจสอบย้อนหลัง กรณีมีคนใช้สัญญาณ wifi ทำผิดกฎหมาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คาเฟ่-ร้านค้างานเข้า ดีอีสั่งจัดระเบียบ ต้องเก็บข้อมูลปล่อยฟรีไวไฟ 90 วัน ถ้าเรียกตรวจไม่เจอ มีโทษ    -ลงทะเบียนชิมช้อปใช้รอบเก็บตก 1,482 คน ใช้เวลาแค่ 2 นาทีก็เต็มแล้ว คลังเตือนคนได้รับสิทธิ์แต่ยังไม่ใช้เงิน 1 พันบาท ต้องใช้ด่วนภายใน 14 วัน ไม่เช่นนั้นจะโดนตัดเงินคืนไปให้คนอื่น ล็อตแรกครบ 14 วันในวันพรุ่งนี้ ธนกรระบุชิมช้อปใช้ไม่เอื้อนายทุน พบเงินเข้าห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เพียง 19.78% เท่านั้น ที่เหลือเข้าร้านค้าชุมชน ธงฟ้า ส่วนเฟส 2 ได้ข้อสรุปสัปดาห์นี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ไม่แจกแล้ว 1 พัน! ชิมช้อปใช้ เฟส 2 เน้นให้คนควักเงินมาใช้ ได้เงินคืนจูงใจ กระจายจังหวัดเล็กๆ    -เศรษฐกิจน่าห่วง ศูนย์วิจัยไทยพาณิชย์หั่น GDP ปีนี้โต 2.8% จากเดิม 3% จากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ทำให้การบริโภคชะลอตัว เงินบาทแข็งค่ากระทบส่งออก สินเชื่อไร้หลักประกัน สินเชื่อ บัตรเครดิตโตไปพร้อมกับหนี้เสียบ้านรถยนต์ที่พุ่ง อาจทำให้ธนาคารเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ คนว่างงานกว่า 4 แสนปีหน้าแรงงานจบใหม่อีก 5 แสนคน หากตลาดแรงงานยังซึม เสี่ยงตกงานสูง   -สวนสัตว์เชียงใหม่และผู้เชี่ยวชาญจากจีน สรุปสาเหตุการตายแพนด้าช่วงช่วง มาจากหัวใจล้มเหลว อวัยวะภายในขาดออกซิเจนตาย ไม่พบบาดแผลภายนอก ฝ่ายไทยอาจต้องจ่ายค่าชดเชยให้จีนตามข้อตกลง หากแพนด้าตายจากการเลี้ยงดูไม่ดีไทยต้องจ่าย 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หากตายตามธรรมชาติและเลี้ยงดูอย่างดีก็อาจไม่ต้องจ่าย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผลชันสูตร 'แพนด้าช่วงช่วง' หัวใจล้มเหลว เปิดสัญญาถ้าตายผิดธรรมชาติ ไทยต้องจ่ายค่าปรับให้จีน      -ด่ายับ หนุ่มภูเก็ตจอด จยย.ถีบไหล่หญิงสาวที่ขี่ จยย.พร้อมลูก รถล้มคว่ำ คว้าเก้าอี้ฟาดซ้ำ เหยื่อแจ้งความเล่าฝ่ายชายขี่ช้าคร่อมกลางถนน หวั่นถูกชนเลยตะโกนให้ขี่ดีๆ จนมีปากเสียงถูกทำร้าย ตร.รู้ตัวเรียกสอบหนุ่มหัวร้อนแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รู้ตัวแล้ว หนุ่มภูเก็ตหัวร้อนโดดถีบสาวพร้อมลูก ตก จยย. ก่อนคว้าเก้าอี้ฟาดซ้ำ ปมทะเลาะกันบนถนน    -เสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลออัดคลิปตอบครั้งแรก ยันไม่ได้หนี แต่มีงานต้องทำ ขอโทษที่อัดคลิปด่านักข่าวตอแหล ไม่ได้ตั้งใจ โทรศัพท์ถูกแฮก ตอบแชทไลน์นักข่าวยันเรื่องที่เกิดขึ้นมีเหตุผล เตรียมแถลงทั้งหมด ข่าวมั่วเกาะกระแสหากินกัน ฝ่ายกม.ขอให้ไม่ตอบโต้ ข่าวบิดเบือนเสียชื่อประเทศไทย ด้านเตยเพื่อนเจ้าสาววอนเสี่ยกลับมาใช้หนี้ก่อนแถลง ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยติดต่อกลับมาใช้หนี้สักบาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสี่ยท็อป' อัดคลิปเปิดใจปัดหนี แค่ไปทำงานฮ่องกง ยันกลับไทยอาทิตย์หน้า อ้างโดนแฮกปล่อยคลิปด่านักข่าว     -จับแล้ว หนุ่มหมวกกันน็อกชกสาว ทุบกระจกรถ ยอมรับทำไปเพราะฟิวส์ขาด เผยโดนขับรถจี้ท้าย เลยจอดลงไปเคลียร์เคาะกระจกถาม คู่กรณีไม่คุยด้วยเลยของขึ้นชกสั่งสอน ไม่รู้เป็นผู้หญิง ไม่หายแค้นคว้าประแจทุบกระจกรถซ้ำ ยินดีชดใช้ค่าเสียหาย ผู้เสียหายเสียงแข็งไม่ยกโทษให้ ไม่ไกล่เกลี่ย ขอดำเนินคดีถึงที่สุด ตร.แจ้ง 2 ข้อหาพบประวัติเคยรักษาอาการทางจิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้ว! หนุ่มชกหน้าสาว-ทุบกระจกรถ อ้างโมโหถูกขับจี้ ฉุนอยากเคลียร์แต่อีกฝ่ายเอาแต่ขอโทษ   -กรรมาธิการควบคุมสารเคมีทางเกษตร จี้รัฐบาลแบน 3 สารพิษ คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต ทันที อนุทินยันไม่ได้ยกเลิก 3 สารเพื่ออุ้มกลุ่มทุนใหม่ ให้ ก.เกษตรฯหาสารมาใช้ทดแทน การันตีสารทดแทนไร้พิษ ผ่านการตรวจ อย.แล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จี้แบน 3 สารอันตรายทันที ไม่ต้องรอ 1 ธ.ค. 'อนุทิน' มั่นใจมีสารทดแทนพาราควอต เกษตรกรไม่เจ็บป่วยอีก    -ปิดฉากชีวิตรัก มีมี่หนุ่มหน้าปาน กับน้องบี สาวหน้าสวย หลังฝ่ายหญิงโพสต์รูปคู่หนุ่มใหม่ ยอมรับเลิกมีมี่แล้ว หลังอยู่กินร่วมปี อ้างมีปัญหาฝ่ายชายขี้เมา เข้ากับคนที่บ้านไม่ได้ ด้านมีมี่กลับบ้านที่สุรินทร์ เก็บตัวเงียบ เศร้าหนักกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'มีมี่' เศร้ากลับบ้านเกิด เผยปมเลิก 'น้องบี' ทะเลาะเรื่องกระต่าย ฝ่ายหญิงโพสต์ภาพคู่หนุ่มใหม่      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aZwLdh4QCsM

 9,200
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

รมว.ดีอี-ปอท.เปิดปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม 9 จุดทั่วประเทศ

วันที่ 10 ก.ย. 62 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กระทรวงดิจิทัจเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ บก.ปอท. แถลงข่าวผลปฏิบัติการ ‘09.09.2019 ปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม’ ซึ่งได้มีการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย Fake News 9 คดี 9 จุด ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 19 ส.ค.-9 ก.ย. 62    ภายใต้การนำของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษกิจและสังคม และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. สืบสวนการกระทำความผิดในลักษณะการของการสร้างข่าวปลอมทางสื่อสังคมออนไลน์ รวม 9 คดีดังนี้     คดีแรก เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดป่วนกรุง ซึ่งในโซเชียลได้มีการแชร์ภาพข่าวประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ ระเบิด 7 จุด โดยเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อความเท็จ จึงได้ทำการสืบหาต้นตอคนโพสต์ ทราบว่าคนโพสต์อยู่ย่านบางพลัด กทม. จึงได้นำตัวมาทำการดำเนินคดี    คดีที่ 2 เกี่ยวกับกรณี Email-Scam คือการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และหลอกลวงให้คู่ค้าของผู้เสียหลงเชื่อว่าคนร้ายเป็นคู่ค้ากับผู้เสียหายจริง ซึ่งมีการทำเป็นขบวนการทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วยชาวไนจีเรีย 3 ราย และคนไทย 2 ราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท    คดีที่ 3 Romance Scam เป็นคดีที่คนร้ายสร้างเฟซบุ๊กปลอมแฝงตัวเป็นชาวต่างชาติ และในคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการด้วย 2 คน ซึ่งมีหน้าที่โทรศัพท์สร้างเรื่องหลอกผู้เสียหายว่ามีของส่งมาจากต่างประเทศ และหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่าล้านบาท    คดีที่ 4 เป็นคดีที่คนร้ายอ้างว่าเป็นข้าราชการระดับสูงกระทรวงมหาดไทย เพื่อหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ โดยสามารถจับกุมคนร้ายได้ที่ จ.มหาสารคาม และ จ.สมุทรสาคร      คดีที่ 5 คนร้ายแอบอ้างว่าเป็นลูกสาวของประธานาธิบดีประเทศจีน ซึ่งคดีนี้ เกิดจากที่มีเพจเฟซบุ๊ก ได้นำคลิปการโคฟเวอร์เพลงของนักร้องสาวชาวไทยคนหนึ่งมาลงที่เพจตัวเอง โดยที่ใช้แคปชั่นว่า มาฟัง สีหมิงเจ๋อ ลูกสาวคนเดียวของประธานาธิบดีประเทศ สีจิ้นผิง แห่งประเทศจีนร้องเพลง เพราะต้องการให้คนมากดติดตามเพจ ทำให้นักร้องสาวคนดังกล่าวเสียหายเพราะถูกนำคลิปไปแอบอ้าง ซึ่งต่อมาได้สืบทราบว่าแอดมินเพจดังกล่าวอยู่ที่เกาะสมุย ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบและทำการแจ้งข้อหาต่อไป    ดคีที่ 6 ได้มีการโพสต์ข่าวปลอมแม่น้ำโขงแห้ง ปลาสูญพันธ์ ลงในเฟซบุ๊ก พร้อมกับระบุข้อความว่า จีนไม่ปล่อยน้ำลงมาที่แม่น้ำโขง ส่งผลให้แม่น้ำโขงแห้ง ซึ่งเป็นการบิดเบือนจากข้อเท็จจริง โดยพบว่าแอดมินเพจอยู่ที่ จ.นนทบุรี จึงได้นำตัวมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์    คดีที่ 7 หลอกขายผลิตภัณฑ์ประหยัดไฟฟ้า โดยมีการนำภาพเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาตัดต่อกับรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อทำการขาย บก.ปอท. จึงร่วมกับ บก.ปคบ. นำหมายค้นไปยังโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยได้ทำการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายจำนวนมาก      คดีที่ 8 แอบอ้างนามสกุลนายกรัฐมนตรี หลอกขายของออนไลน์ โดยต่อมาสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ และยอมรับว่าได้มีการหลอกขายสินค้ามาแล้วหลายครั้ง โดยคดีนี้ มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย  ขณะที่คดีสุดท้าย เป็นการเปิดเพจเฟซบุ๊กล้มล้างการปกครอง บก.ปอท.ได้นำหมายค้นของศาล จ.นนทบุรี เข้าตรวจค้นที่บ้านพักย่านเมืองทอง และได้พบตัวผู้กระทำ ซึ่งยอมรับว่ากระทำจริง จึงได้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุว่า ปัจจุบันมีการสร้างข่าวปลอมหรือ Fake News ในสังคมออนไลน์ สามารถแบ่งได้ 4 ประเภท คือกลุ่มเกรียนหรือนักเลงคีย์บอร์ดโพสต์ข้อความสร้างกระแสเพื่อความสนุกส่วนตัว, กลุ่มหวังเงิน นำภาพดารา ผู้มีชื่อเสียง โพสต์สร้างกระแส หวังยอดติดตามเพื่อโฆษณา, กลุ่มส้รางความเกลียดชัง โพสต์ข้อความดูหมิ่น ยุยง ปลุกปั่นหรือกลุ่ม Hate Speech และกลุ่มหลอกลวง นำเข้าข้อมูลเท็จ หลอกขายสินค้า ซึ่งหากกระทำความผิดก็จะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจน      ส่วนที่จะมีการคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นนั้น นายพุทธิพงศ์ ระบุว่า ประชาชนสามารถโพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตได้ หากไม่สร้างความเกลียดชัง และไม่เกิดความเสียหายต่อสังคม แต่หากกระทบบุคคลอื่น อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้    

 1,070
เศรษฐกิจ
26 ส.ค. 62

รมว.ดีอี ลงพื้นที่เยี่ยมชมความร่วมมือรัฐ-เอกชนเพื่อขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 พร้อมตรวจเยี่ยมความสำเร็จโครงการเน็ตประชารัฐ

                          รมว.ดีอี ลงพื้นที่ตรวจราชการงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ณ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา  เยี่ยมชมความร่วมมือรัฐ-เอกชนเพื่อขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ในงาน depa- AMATA-SMART Classroom & AMATA –SMART City Showcase ที่อมตะซิตี้ พร้อมตรวจเยี่ยมความสำเร็จโครงการเน็ตประชารัฐบ้านวังสะแก โชว์ความสำเร็จ ใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐ ขายมะม่วงออนไลน์-เสริมความรู้เกษตร                วันที่ 24 สิงหาคม 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ได้ปฏิบัติการกิจลงพื้นที่ตรวจราชการงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ณ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา ในโอกาสนี้ได้เข้าเยี่ยมชมงาน depa- AMATA-SMART Classroom & AMATA –SMART City Showcase และรับฟังบรรยายเกี่ยวกับการแนะนำเมืองอัจฉริยะอมตะ ที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี ต่อจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการเน็ตประชารัฐบ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา                  ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ได้ร่วมกับ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการ SMART Classroom @ AMATA EDUTown เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขานรับยุทธศาสตร์ชาติ ในเรื่องการพัฒนากําลังคนดิจิทัล ซึ่งถือเป็นรากฐานของการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งรองรับการพัฒนาพื้นที่อีอีซีให้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Thailand 4.0              นายพุทธิพงษ์ ได้เป็นประธานเปิดตัวเปิดตัวห้องเรียนอัจฉริยะ (depa-AMATA SMART Classroom) ขึ้นเป็นแห่งแรกในอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบสำหรับการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล รวบรวมความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมหลัก เช่น  Robotic, Mechatronics, Smart Electronic, Automotive, Internet of Thing (IoT) เป็นต้น และยังเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เกิดเครือข่ายในการพัฒนา EEC Digital Training Hub ในรูปแบบ PPAP (Public Private Academic Partnership) ด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล                “ปัจจุบันกำลังและบุคลากรในสาขาเหล่านี้ ประเทศยังมีความขาดแคลน โดยในปี 2563 depa AMATA SMART Classroom แห่งนี้ จะเป็นสถานที่ในการพัฒนาและยกระดับกำลังคนและบุคลากรสาขาดังกล่าว ซึ่งตั้งเป้าหมายพัฒนากำลังคนและบุคลากร ไม่น้อยกว่า 12,000 ราย และความพิเศษสุด คือ ผู้ที่ต้องการพัฒนาและยกระดับตนเอง สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา” นายพุทธิพงษ์ กล่าวเสริม                ที่ผ่านมา บมจ.อมตะ ได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยอมตะ ขึ้นในพื้นที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี  โดยเป็นส่วนหนึ่งใน “โครงการเมืองการศึกษาอมตะ” หรือ AMATA EDUTown เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะ (AMATA SMART CITY) ในพื้นที่อีอีซี มีการจัดการศึกษาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกด้านวิศวกรรม รองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะในพื้นที่อีอีซี และได้เสนอโครงการ Smart University เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการส่งเสริมสนับสนุนแนวทางการพัฒนาบุคลากรทางดิจิทัล และบุคลากรรองรับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ มีการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก หน่วยงานด้านการศึกษาของไทย และสถาบัน Thai German Institute                 จากนั้น นายพุทธิพงษ์ พร้อมทั้งนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จการใช้ประโยชน์จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ บ้านวังสะแก จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชาวบ้านทั้งเด็กเล็ก นักเรียนเพื่อการเรียนรู้และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตร /รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำหรับชุมชน โดยมี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี/หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามงานโครงการเน็ตประชารัฐและประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางพิมพ์วิมล วงษ์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บมจ.ทีโอที และ ส.อ. จักรกฤษณ์ พิสุทฺธิทร้พย์ ผู้ใหญ่บ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ให้การต้อนรับพร้อมรับนโยบายเร่งต่อยอดพัฒนาการใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ                รมว.ดีอี กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงฯ มุ่งตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศโดยเฉพาะโครงการเน็ตประชารัฐสามารถตอบสนองสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม โดย 24,700 หมู่บ้านเน็ตประชารัฐสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและชุมชน ซึ่งจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐของบ้านวังสะแก มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจให้กับชุมชนโดยการค้าขายมะม่วงกวนออนไลน์ รวมถึงการเสริมความรู้ด้านการเกษตรสร้างรายได้ให้กับครอบครัว                 โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รมว.ดีอี ยังได้รับชมการสาธิตเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สำหรับฉีดพ่นสารเหลวในพื้นที่เกษตร และร่วมพูดคุยกับเกษตรกรปลูกข้าว และร่วมหาแนวทางเพื่อใช้ดิจิทัลลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อแปลง และใช้ดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่าย                   นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ได้เร่งต่อยอดการใช้ประโยชน์โดยได้มอบหมายให้ ทีโอที ดำเนินการพัฒนาความรู้การใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งการพัฒนาทีมสนับสนุนระดับจังหวัด พัฒนาแกนนำอาสาเน็ตประชารัฐ พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลการบ่มเพาะและพัฒนาหมู่บ้านเน็ตประชารัฐต้นแบบ รวมถึงการจัดประกวดและแสดงผลงานหมู่บ้านเน็ตประชารัฐต้นแบบ นอกจากนี้ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน กระทรวงฯ ได้เตรียมที่จะขยายจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐทั้งหมู่บ้านเพิ่มเติมอีกทั่วประเทศ                น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี/หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามงานโครงการเน็ตประชารัฐ และประธานกรรมการบมจ.ทีโอที กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการเน็ตประชารัฐ มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน WiFi จำนวน 6,840,688 คน                   โดยที่ผ่านมาโครงการได้สร้างวิทยากรแกนนำ 1,033 คน อบรมผู้นำชุมชน 100,446 คน พัฒนาการใช้ประโยชน์ให้ กับประชาชนในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐจำนวน 1,224,632 คน พัฒนาผู้นำและเครือข่ายเน็ตอาประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน                  นอกจากนี้โครงการฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงสามารถคว้ารางวัล WSIS Project Prize 2019 ซึ่งจัดขึ้นโดย สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ITU ได้รับการโหวตติด 1ใน 5 โครงการพื้นฐานของสารสนเทศและการสื่อสารที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย                  ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทีโอที ได้ต่อยอดโครงการโดยพัฒนาแอปพลิเคชั่นเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ และ Live 360 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันของประชาชน และรวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อรองรับการเศรษฐกิจของชุมชน ด้วยศักยภาพด้านบริการโทรคมนาคมและบริการดิจิทัลของประเทศ                       “ทีโอที พร้อมที่จะสนับสนุนโครงการสำคัญของประเทศ เพื่อเสริมสร้างการใช้งานและร่วมพัฒนาชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ และนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงในการดำรงชีพ สร้างความเข็มแข็งเติบโตให้กับชุมชน นำประเทศไปสู่ความความยั่งยืน” ดร.มนต์ชัยกล่าว                    ทั้งนี้ พื้นที่บ้านวังสะแก ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และที่ผ่านมาประสบความสำเร็จจากการติดตั้งเน็ตประชารัฐ ตามโครงการของรัฐบาล แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก  ได้แก่ 1.ด้านการศึกษา/เรียนรู้ สำหรับเยาวชนและนักศึกษาในทุกระดับ 2.ด้านการเกษตร  และ 3. ด้านการท่องเที่ยว ได้พัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเกษตรกรรม รวมถึงต่อยอดการใช้ประโยชน์ของสถานที่ติดตั้งเน็ตประชารัฐ ณ บริเวณที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ให้เป็นศูนย์บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์    

 752
เศรษฐกิจ
12 ส.ค. 62

'พุทธิพงษ์' เตรียมนำเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร คาด 3 เดือนเห็นผล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีนโยบายจะนำเทคโนโลยีดิจิทัล ไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดยจะมีการคัดเลือกจังหวัดที่ประชากรมีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ มา 5-10 จังหวัด เพื่อมาเป็นจังหวัดนำร่อง ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยเพิ่มรายได้ใหักับครัวเรือน โดยขอให้นำรายชื่อจังหวัดมาเสนอให้กระทรวงภายใน 2 สัปดาห์   ทั้งนี้ ดีอีจะนำระบบดิจิทัลไปช่วยประชาชนในระดับฐานรากในกลุ่มเกษตรกร ซึ่งจะเลือก 1 จังหวัดนำร่องที่มีรายได้ต่อครัวเรือนต่ำสุดก่อน และจะทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร โดยจะนำดิจิทัลไปใช้วางแผนการเพาะปลูก พัฒนาผลผลิต วางแผนการตลาด ว่าผลผลิตจะนำไปขายใคร ช่องทางใด จะสร้างเป็นเครือข่ายช่วยเหลือกัน คาดว่าภายใน 3 เดือน รายได้ภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/vV7nHEGcsCA

 1,023
การเมือง
08 ส.ค. 62

'ช่อ' ถาม 'พุทธิพงษ์' กลางสภา ปมข่าวปลอมระเบิด 'ปารีณา' ร่วมแชร์ด้วย

น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ยื่นกระทู้สดถามนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ถึงมาตรการต่อต้านข่าวปลอมของรัฐบาลที่มีผลกระทบนักการเมืองและประชาชน   จากเหตุระเบิด กทม.หลายจุด ทำให้มีผู้หยิบยกมาเป็นประเด็นการเมืองป้ายสีฝ่ายตรงข้าม ทั้งที่รัฐบาลควรมีมาตรการป้องกันข่าวลวง ข่าวเฟกนิวส์ กระทรวงดีอีมีมาตรการควบคุมข่าวบิดเบือนใส่ร้ายบุคคลอื่นอย่างไร บางคนที่เผยแพร่ข้อมูลเป็น ส.ส.พลังประชารัฐ   ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอี ชี้แจงว่าการเผยแพร่ข้อมูลช่วงเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ กทม. มีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอม กระทรวงได้ดำเนินการกับผู้ปล่อยข่าวปลอมไปแล้ว 4 ราย ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลักการการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์คือต้องเป็นเรื่องกระทบต่อสังคมโดยรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะไม่ต้องการให้ฟ้องร้องเรื่องส่วนบุคคล   เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่าง ส.ส. 2 พรรคทราบว่า น.ส.พรรณิการ์ได้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบในวงกว้าง และกระทรวงดีอีไม่มีอำนาจใช้กฎหมายเพื่อลิดรอนสิทธิของบุคคลใด การบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต้องใช้อย่างเคร่งครัดตามอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่ใช้เพื่อรังแกหรือปกป้องใคร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q6NqbUPjO7w

 1,434

Top