ค้นหา :

ผลการค้นหา "บอยสกล"

สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ย. 61

ตร.ปทุมวัน เรียก 'บอย สกล' รับทราบ 3 ข้อหา ปมแอบอ้างเป็นนิสิต หลังตัวแทนจุฬาฯ หอบหลักฐานเข้าร้องทุกข์

ตร.ปทุมวันออกหมายเรียก บอยสกล แอบอ้างเป็นนิสิตจุฬาฯ เข้ารัทราบ 3 ข้อหา 14 พฤศจิกายนนี้ หลังตัวแทนจุฬาลงกรณ์ฯ หอบเอกสารหลักฐานเข้าร้องทุกข์เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีหลักฐานชัดว่ามีการแอบอ้างแต่งกายและลงสมัครผู้นำเชียร์อ้างตัวเป็นนิสิต ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์   (11 พ.ย.61) จากกรณี นายสกล เอี่ยมสอาด อายุ 23 ปี หรือบอย สกล ก่อเหตุใส่ชุดนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอ้างเป็นนักศึกษาปีที่ 4 คณะเศรษฐศาสตร์เพื่อสมัครคัดเลือกประธานผู้นำเชียร์แห่งมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์รุ่น 73 เกิดเหตุภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ช่วงกลางวันของวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น   พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน ระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอริยะ ทองพีรพันธุ์ ผู้รับมอบอำนาจจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าเดินทางแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน กรณีที่นายสกลได้มีการสวมใส่ชุดนักศึกษาของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งที่ไม่ใช่นิสิตของสถาบัน ทำให้ผู้อื่นที่พบเห็นอาจจะเกิดความเข้าใจผิดได้ อีกทั้งจากการตรวจสอบพบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า นายสกลได้กรอกข้อความลงในใบสมัครคัดเลือกผู้นำเชียร์แห่งมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์รุ่น 73 โดยระบุว่าเป็นนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งข้อความที่กรอกในใบสมัครนั้นเป็นข้อความอันเป็นเท็จ เป็นเหตุให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหาย ซึ่งได้เข้าแจ้งความไว้ทั้งหมด 3 ข้อหา คือ ใช้เครื่องแต่งกายของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ตามพ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551 ม.69, ปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 264,268 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่จะเกิดความเสียหายแกประชาชน    อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบปากคำในส่วนของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้หมดแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่ารวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน และจะทำการเรียกนายสกลเดินทางเข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน นี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'บอย สกล' โผล่เปิดใจยันไม่เคยแอบอ้างเรียน ม.ดัง ปัดโกงเงินรุ่น 8 แสน ถือป้ายงานบอลเพราะเพื่อนชวน  

 3,347
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 61

‘บอย สกล’ หอบหลักฐานส่ง ตร. ยืนยัน ไม่เคยโกงเงินรุ่น 8 แสน ปัดปลอมเอกสารอ้างเป็นนิสิตจุฬาฯ

วันนี้ (31 ต.ค.) นายสกล เอี่ยมสะอาด หรือ ‘บอย สกล’ วัยรุ่นชายที่ถูกโลกโซเชียลเปิดโปงว่ามีการแอบอ้างเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยดัง จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในช่วงเดือนที่ผ่านมา พร้อมกับทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางรัก เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อกล่าวหาว่าตนโกงเงินของสโมสรนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพากว่า 8 แสนบาท และการแอบอ้างมหาวิทยาลัยดัง   โดย บอย สกล ระบุว่า วันนี้นำเอกสาร เป็นบทสัมภาษณ์ที่บุคคลดังกล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อ กล่าวอ้างว่าตนยักยอกเงินของสโมสรนิสิตนักศึกมหาวิทยาลัยบูรพากว่า 8 แสนบาท รวมทั้ง บันทึกธุรกรรมทางการเงิน มามอบให้ตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ มามอบให้กับพนักงานสอบสวนด้วย พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่กล่าวหาตน ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และพรบ.คอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตนเองไม่เคยนำเงินดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว และยอดเงินของชมรมไม่ถึง 8 แสนตามกล่าวอ้าง   ซึ่งเงินก็ถูกใช้ภายใช้ชมรมทั้งหมด แต่ยอมรับว่ารู้จักกับเพื่อนคนดังกล่าวแต่ไม่สนิท และไม่ทราบสาเหตุว่า ทำไมถึงออกมาว่าให้ร้ายกล่าวหาตนส่วนเรื่องกล่าวหาว่า ตนเองแอบอ้างและปลอมแปลงเอกสาร รวมทั้งเข้าเรียน เป็นนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงขณะนี้ ตนเองได้ส่งชี้แจงกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ตนเองไม่ได้หนี หากจะให้เข้าไปชี้แจงก็พร้อม ซึ่งสถานะตอนนี้ เป็นนักศึกษา ม.รามคำแหง แต่ก่อนหน้านี้ เคยเรียนที่ ม.บูรพาจริง แต่พ้นสถานะออกมาเมื่อปี 57    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ‘บอย สกล’ โผล่เปิดใจยันไม่เคยแอบอ้างเรียน ม.ดัง ปัดโกงเงินรุ่น 8 แสน ถือป้ายงานบอลเพราะเพื่อนชวน  

 3,432
สังคม-อาชญากรรม
29 ต.ค. 61

'บอย สกล' โผล่เปิดใจยันไม่เคยแอบอ้างเรียน ม.ดัง ปัดโกงเงินรุ่น 8 แสน ถือป้ายงานบอลเพราะเพื่อนชวน

กรณีบอย สกล หรือ นายสกล เอี่ยมสอาด ที่ถูกโลกโซเชียลขุดคุ้ยแฉประวัติ ระบุว่า มีการแอบอ้างเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดัง และกระทั่งถูกแชร์ว่าได้โกงเงินรุ่นของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา จำนวนเงินกว่า 8 แสนบาท แล้วหนีไป   ล่าสุด บอย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ถึงประเด็นถูกกล่าวหาว่าโกงเงินรุ่นของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา จำนวนเงินกว่า 8 แสนบาท นั้น ตนอยากออกมาชี้แจงตั้งแต่เป็นข่าว ที่ไม่พูดเพราะไม่มีหลักฐานอะไร จึงเลือกที่จะเงียบและรวบรวมพยานหลักฐาน อยากพูดถึงคนที่กล่าวหาซึ่งเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่ากำลังรวบรวมหลักฐานจะฟ้องตน จนถึงวันนี้ก็ไม่เห็นฟ้องร้องอะไร ตนอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตนไม่โกงเงิน โดยจะนำหลักฐานทั้งหมดไปยื่นให้ตำรวจ สน.บางรัก พร้อมกับทนายความในวันที่ 31 ต.ค. นี้ และขอคำปรึกษาจ่อเอาผิดคนที่กล่าวหาตน   ยอมรับว่าเป็นประธานของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา รุ่นที่ 22 ปีการศึกษา 2557 จริง เป็นคนบอกให้เก็บเงินจริง มีเหรัญญิกเป็นคนเก็บเงิน ตนไม่ได้เก็บและไม่ได้เป็นเจ้าของบัญชีที่เปิด  มีเหรัญญิก 2 คน เป็นผู้เปิดบัญชีร่วม หากถอนเงินก็ต้องเซ็นชื่อถอนเงินพร้อมกัน ตนจำตัวเลขยอดเงินที่แน่นอนไม่ได้ อีกไม่นานจะมีการตรวจสอบตามกฎหมาย เงินรุ่นที่เก็บอาจไม่ถึง 8 แสนบาท เนื่องจากรุ่นมีประมาณ 800 คน เก็บครั้งเดียวคนละ 1,500 บาท เพื่อใช้ทำกิจกรรมภายในรุ่นตลอด 4 ปี ในช่วงการศึกษา จ่ายจริง ๆ เพียง 500-600 คนเท่านั้น   ตอนนี้ยังงงทำไมถึงกล่าวหาว่าตนโกงเงินไป ขอชี้แจงว่าไม่ได้เอาไป ตนเรียนที่มหาวิทยาลัยบูรพาแค่ปีการศึกษา 2557  ที่บอกว่าตนหายไปพร้อมกับเงินและนำเงินไปออกรถใหม่ยืนยันไม่ใช่ความจริง ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาครอบครัวของตนไม่เคยถอยรถใหม่    “ช่วงที่มีกระแสข่าวผมถูกโจมตีจากโซเชียลอย่างหนัก โดยเฉพาะทวิตเตอร์  ใน 1 นาที มีคนรีทวิตหลักพันและวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงจนไม่กล้าเปิดดู ผมเป็นแค่คน ๆ หนึ่ง พอเจอกระแสข่าวนี้ถือว่าหนักพอควรแต่ก็รับได้ ไม่ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย คนทำผิดไม่ได้หมายความว่าขีวิตจะล้มเหลว ผมยอมรับในสิ่งที่ทำผิดและเคยขอโทษไปแล้วตั้งแต่แรก แต่ถ้าเป็นเรื่องทางกฎหมายก็ยินดีให้ปากคำหรือมอบตัวกับเจ้าหน้าที่หากมีหมายศาลมาที่บ้าน หากผิดก็พร้อมยอมรับ”   ผู้สื่อข่าวถามที่บอกว่าทำผิดบอยทำผิดอะไร บอยบอกผมไม่ได้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ไปถือป้ายในงานฟุตบอลประเพณี จนสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ใช่นิสิตฯ แต่ทำไมถึงได้ไปถือป้าย งานดังกล่าวเป็นงานเปิดไม่ใช่งานปิด ก่อนถึงวันงานมีเพื่อนมาบอกว่าคนขาดขอความร่วมมือหน่อยได้ไหม   ตนจึงถามไปว่าเสียเงินไหม เขาบอกไม่เสียไปเดินให้หน่อยจึงตัดสินใจไป วันที่ไปเดินตนคิดว่าทำถูกไม่ได้เสียหายอะไร หลังจากนั้นสังคมวิจารณ์ว่าตนทำผิด ก็มานั่งคิดทบทวนรู้สึกละอายใจ ถ้าย้อนกลับไปได้คงไม่ไปเดิน ตอนนั้นไม่ทราบว่าเขาอนุญาตให้คนนอกเข้าร่วมกิจกรรมได้หรือไม่    “ผมไม่เคยแอบอ้างเรียนมหาวิทยาลัยดัง ที่บอกว่าผมเข้าไปนั่งเรียนและนั่งสอบไม่เป็นความจริง ผมไม่เคยไปนั่งเรียนตามที่เป็นข่าว ส่วนภาพที่ตนเข้าไปนั่งในหอสมุดของมหาวิทยาลัยนั้น สถานที่ดังกล่าวไม่ใช่สถานที่ปิด บุคคลภายนอกสามารถเข้าไปอ่านหนังสือได้ ทั้งนี้ตนได้ทำหนังสือชี้แจงมหาวิทยาลัยแล้ว   กระแสข่าวที่ออกมาและเป็นความจริงมีเรื่องเดียวคือกรณีตนไปถือป้ายงานฟุตบอลประเพณี ประเด็นอื่น ๆ ขอปฏิเสธไม่เป็นความจริง ยินดีให้ขุดคุ้ยประวัติหรือใครอยากรู้เรื่องอะไรมาถามตนได้ ส่วนที่ไปฝึกงานบริษัทแห่งหนึ่งตนก็ใช้วุฒิการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ตนเรียนไปยื่นจริง ๆ ไม่เคยปลอมแปลงเอกสารหรือบัตรนิสิต”   บอย บอกว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่คิดหนีไปไหน ตนเห็นข่าวแต่กลับบ้านไม่ได้เพราะนักข่าวหลายสำนักไปดักรออยู่หน้าบ้าน จึงไปอาศัยอยู่คอนโดเพื่อนชั่วคราว พอเรื่องเพรา ๆ ลง ก็ติดต่อกลับบ้านปรึกษาพ่อแม่เพื่อหาทางออก ทางบ้านแนะนำสิ่งไหนที่ทำผิดพลาดก็ให้ยอมรับ สิ่งไหนที่มั่นใจไม่ได้ทำให้ปรึกษาทนายความดำเนินคดีตามกฎหมาย   “ตั้งแต่เกิดเรื่องผมอึดอัดใจมากแทบแทรกแผ่นดินหนี น้อยคนมากที่จะเข้าใจเรา คนสนิทเท่านั้นที่จะรู้ว่าตนเป็นคนอย่างไร ทุกคนมองตนในทางลบไปแล้วก็รู้สึกไม่ดี ยอมรับตั้งแต่เกิดเรื่องใช้ชีวิตในสังคมค่อนข้างยาก ไปที่ไหนมีคนรู้จัก จำหน้าได้มาถามถึงที่เกิดขึ้นว่าทำจริงมั้ย ส่วนที่คนมองว่าตนเป็นคนลวงโลก ตนไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดและไม่ได้หลอกลวงใคร ผมไม่สนใจคำพูดก็แค่ลมปาก ตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างมีสติเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น”     รับชมผ่านยูทูบ https://youtu.be/nuFc7okBXMc  

 6,690
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 61

'บอยสกล' เปิดใจกับสื่อ ปฏิเสธทุกเรื่องที่ถูกแฉ เตรียมแถลงที่ สน.บางรัก 31 ต.ค.นี้

ความคืบหน้ากรณีโซเชียลแห่แฉ 'บอยสกล' แอบอ้างเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยดัง และโกงเงินรุ่นของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพาจำนวนเงินกว่า 8 แสนบาทไป จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น ล่าสุด บอยสกล ได้เปิดใจกับข่าวสด ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเตรียมแถลงข่าวชี้แจงที่ สน.บางรัก ในวันที่ 31 ต.ค.นี้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/tIQ9Vfuc03o

 3,305
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ย. 61

‘บอย สกล’ ขอเวลารวบรวมหลักฐานก่อนแจง ประธานนิสิตจุฬาฯ-เพื่อนสนิท แห่แฉพฤติกรรม ม.บูรพาเตรียมประสานศิษย์เก่าที่ถูกหลอกเงิน

จากกรณีโลกโซเชียลแฉพฤติกรรมของ #บอยสกล ที่ระบุว่า แอบอ้างเรียนโรงเรียนดัง และแอบอ้างเป็นนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการโพสต์ภาพตนเองทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ถึงขั้นไปถือป้ายในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเงินรุ่นที่หายไปมากกว่า 700,000 บาท ตอนที่ยังเป็นนิสิตอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ด้วยนั้น   ล่าสุด รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 ได้รายงานว่าได้ติดต่อไปทาง บอยสกล เพื่อสอบถาม ซึ่งเจ้าตัวได้ติดต่อกลับมายังรายการ โดยส่งข้อความระบุว่า "ตอนนี้มีหลายกระแสมากมายเหลือเกิน พอเข้าใจได้ว่าเพราะอะไร บางเรื่องก็ยอมรับได้ แต่บางเรื่องก็ยอมรับไม่ได้ สำหรับเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ขอเวลารวบรวมเอกสารหลักฐานอีกนิด แล้วจะมาชี้แจงให้ครบถ้วน และสามารถชี้แจงได้ทุกคำถาม"   ขณะที่ นายธนวัฒน์ วงค์ชัย นิสิตปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นประธานนิสิตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การที่นายบอยสกล แอบอ้างมาเรียนอยู่ที่จุฬาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 โดยตอนแรกอ้างว่าอยู่คณะบัญชี และสุดท้ายได้มาแอบอ้างว่าย้ายจากคณะบัญชีมาอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ ในปี 2559 จนถึงปี 2561 รวมเวลาเกือบ 4 ปี ทั้งนี้ตนไม่ได้รู้จักกับนายบอยเป็นการส่วนตัวแต่ก็เคยเห็นที่คณะและตามกิจกรรมบ้าง   และกิจกรรมล่าสุด นายบอยได้ใส่ชื่อตัวเองว่าเป็นนิสิตที่รับผิดชอบโครงการ ทางสภานิสิตจึงเอาชื่อไปคีย์ข้อมูลเพื่อที่จะให้คะแนนกิจกรรม แต่ปรากฎว่าไม่มีนิสิตชื่อนี้อยู่ในระบบของมหาวิทยาลัย จึงมีการตรวจสอบกันเกิดขึ้น ประกอบกับมีข้อมูลมาจากทางโซเซียล จึงได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติมจนพบว่า นายบอยสกล ได้มีข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยรามคำแหงแทน หลังจากที่มีการจับได้ทางสภานิสิตได้มีการพยายามติดต่อไปแต่ไม่สามารถติดต่อได้   ส่วนงานฟุตบอลประเพณีที่เห็นนายบอยสกลได้ไปถือไปนั้น ทางตนอยากจะชี้แจงว่า หลัก ๆ แล้วขบวนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ขบวนจากส่วนกลาง และขบวนที่คณะประมูลได้ ซึ่งขบวนของส่วนกลางจะมีกระบวนการคัดเลือกที่ชัดเจนและสามารตรวจสอบได้ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะเป็นฝ่ายจัดตั้งเปิดโครงการคัดเลือกเอง ส่วนขบวนที่คณะประมูลได้จะเป็นการให้สิทธิ์ทางคณะเต็มที่ว่าจะเลือกจัดการขบวนอย่างไร ให้ใครเป็นคนถือป้าย ซึ่งนายบอยสกล เป็นคนที่ถือได้ว่าสนิทสนมกับคนที่ทำกิจกรรมในคณะอยู่แล้วจึงอาศัยช่องทางตรงนั้น ประกอบกับเป็นคนที่พูดจาโน้มน้าวคนเก่ง จึงได้ไปโน้มน้าวรุ่นพี่ขอให้ช่วยให้ได้ถือป้าย ทำให้คนที่จัดงานอนุญาต   และเรื่องที่นายบอยเดินเข้าออกในหอสมุดกลางที่ต้องใช้บัตรนิสิตในการเข้าออกนั้น ตรงนี้ทางมหาวิทยาลัยจะมีกฎอยู่ 2 อย่างคือ ใช้บัตรนิสิตและแตะเข้าไป อย่างที่ 2 คือ ถ้ามีการลืมบัตรนิสิตมาก็จะสามารถใช้บัตรผ่านชั่วคราวได้โดยที่ต้องทำการซื้อเป็นเงิน 20 บาท ซึ่งเป็นไปได้ว่านายบอยสกลซื้อบัตรชั่วคราว หรือใช้บัตรนิสิตของคนอื่น ทั้งนี้จากที่ได้ยินได้ทราบมาจากเพื่อนของนายบอยจะใช้บัตรนิสิตที่เป็นของรุ่นปี 57 แต่รหัสนิสิตที่นายบอยอ้างเป็นรหัสปี 58   นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการสอบถามถามรุ่นพี่และเพื่อนของนายบอยทราบว่านายบอยจะเข้าเรียนและทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ๆ มีสายรหัสเหมือนนิสิตทั่วไป แต่นายบอยจะเข้าเรียนเฉพาะรายวิชาที่ไม่มีการเช็คชื่อเท่านั้น และเวลาสอบเมื่อเพื่อนถามถึงว่าทำไมไม่เห็นมาสอบ นายบอยก็มักจะอ้างว่าได้ทำการสอบแบบเก็บตัวไปแล้ว ซึ่งคือการสอบในกรณีที่มีการสอบแบบชนกัน 2-3 วิชา นิสิตก็จะต้องทำเรื่องกับฝ่ายทะเบียนว่าขอสอบก่อน และนายบอยก็มักจะเอาเรื่องการสอบในกรณีแบบนี้มาแอบอ้างเป็นประจำ    ด้าน ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยบูรพา โดยทางนายเสถียร ปุรณะวิทย์ รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนิสิต เผยว่า หลังจากที่มีข่าวขึ้นมาทางมหาวิทยาลัยก็ตรวจสอบประวัติของบอยสกล ก็พบว่าเข้ามาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อปี 2557 และพ้นสภาพไปเมื่อปี 2558 จริง ส่วนเรื่องการหลอกลวงเก็บเงินรุ่นน้อง ทางมหาวิทยาลัยก็ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นมาอย่างไร ซึ่งนโยบายของมาวิทยาลัย ไม่ให้นิสิตเก็บเงินกันเอง ไม่ว่าจะไปทำกิจกรรมอะไรก็ตาม เพราะมหาวิทยาลัยจะมีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมของนิสิตมาตลอด   ส่วนเรื่องการยักยอกเงิน ทางมหาวิทยาลัยก็ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวน เพราะว่าบอยสกล ก็พ้นสภาพไปนานแล้ว ก็คงจะต้องให้บุคคลที่เสียหายเป็นผู้ดำเนินการต่อไป ก็ขอร้องให้บอยสกลออกมาพิสูจน์ตัวเองว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ถ้าไม่ได้กระทำความผิดอะไรก็มาแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเอง   หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปติดตามความคืบหน้าที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งก็มีสินิตที่ทราบว่า ต่างก็จับกลุ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว บางคนก็พึ่งทราบว่านายบอยสกล ได้หายตัวไปพร้อมกับเงินของสโมสรฯ เช่นกัน   ขณะที่ ดร.สิทธิภัสร์ เอื้ออภิวัชร์ ผู้ช่วยคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ความเป็นจริงทางคณะก็มีเงินสนับสนุนกิจกรรมของนิสิตภายในคณะอยู่แล้ว ปีหนึ่งก็มากกว่า 1 ล้านบาท และที่ผ่านมาก็มีการห้างนิสิตเก็บเงินมาโดยตลอด พอทราบข่าวก็ตกใจเช่นกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็เกิดขึ้นมา 4 ปีแล้ว บอยสกลก็พ้นสภาพจากมหาวิทยาลัยไปนานแล้วเช่นกัน   ส่วนขั้นตอนการดำเนินการต่อไปทางคณะก็จะประสานไปยังนิสิตเก่า รหัส 57 ซึ่งจบไปแล้ว 1 ปี ว่าจะดำเนินการอย่างไร หรือจะมีการรวบรวมชื่อนิสิตที่จ่ายเงินในครั้งนี้ ว่ามีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องเงินที่หายไป ทางคณะก็ยินดีจะประสานให้เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางคณะก็มีความเป็นห่วงในเรื่องที่เกิดขึ้น ตระหนักถึงผลกระทบที่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม ก็จะดูแล กวดขัน เข้มงวดกับนิสิตเพื่อไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป   รายงานข่าวแจ้งว่า นายบอยสกล จบการเรียนมาจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยมีเกรดเฉลี่ย 2.96 เข้ามาสอบตรงกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ เรียนได้ 1 เทอม ได้เกรด 1.50 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยกำหนดต้องไม่ต่ำกว่า 1.75 นายบอยสกลแทบจะไม่ได้เข้าเรียน จากการดูเกรดเฉลี่ยที่จบม.ปลาย ก็ถือว่าเป็นเด็กที่เรียนในขั้นดี หากบอยสกล มีความตั้งใจที่จะเรียนจริง คงไม่ได้เกรดเฉลี่ย 1.50 อย่างแน่นอน   นอกจากนี้ นิสิตสาวจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนหนึ่ง ที่มีความใกล้ชิดกับบอยสกล ได้โพสต์เล่าพฤติกรรมของบอยสกล และมีการเผยแพร่ข้อความสนทนาในไลน์ของทั้งคู่ด้วย ระบุว่า คนเรามีทั้งข้อดีข้อเสีย ไม่มีใครเลว 100% และถามด้วยว่า ที่ทำอยู่มีความสุขหรือไม่ อยากให้บอยทบทวนและยอมรับในสิ่งที่บอยทำ กล้าทำก็ต้องกล้ารับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ukst1GPVeoY

 9,221
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ย. 61

โซเชียลแฉ 'บอยสกล' มโนเรียนจุฬาฯ-ถือป้ายงานบอล โกงเงินคณะ ม.ดัง เกือบล้าน พ่อขอเวลา 2 วันแล้วจะให้ข้อมูล

โลกโซเชียลผุด #บอยสกล แฉพฤติกรรมหนุ่มอ้างโปรไฟล์ดี วีรกรรมเพียบ สวมรอยเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ และจุฬาฯ จนได้ถือป้ายงานบอลประเพณี ทั้งที่ไม่ได้มีสถานะเป็นนิสิต   โดยมีพฤติกรรมสร้างโปรไฟล์ให้เป็นที่ยอมรับ ด้วยการเรียนในโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศ ว่าจะเป็น โรงเรียนสวนกุหลาบ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาไม่ใช่แค่โกหกธรรมดา แต่ถึงขึ้นใส่ชุดนักเรียนเข้าไปนั่งเรียนด้วยเลย กระทั่งถูกจับได้ก็ต้องล่าถอยไป   ก่อนมาตบตาว่าเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ใส่ยูนิฟอร์มของสถาบันถ่ายรูปกับผองเพื่อน เมื่อมีการขอดูบัตรนิสิต ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนมีภาพไปปรากฏว่าได้ถือป้ายงานบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา   นายชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบหลักฐานว่าผู้ที่ใช้ชื่อว่าบอย สกลเป็นนิสิตของจุฬาฯ ส่วนการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางจุฬาฯ จัดขึ้นนั้น มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่เปิด   ดังนั้นจึงตรวจสอบได้ยากว่าผู้ที่มาร่วมกิจกรรม เป็นนิสิตของจุฬาฯ จริงหรือไม่ แต่สุดท้ายหลังการทำกิจกรรม จะมีระบบการบันทึกชื่อ ซึ่งถือเป็นการตรวจสอบระดับหนึ่ง และก็พบว่าบางกิจกรรม มีชื่อของบอยสกล มาร่วมลงทะเบียนด้วย โดยใช้รหัสประจำตัวนิสิตของผู้อื่น ดังนั้นทางจุฬาฯ จึงรวบรวมหลักฐาน จากทางโซเชียลและสอบถามจากนิสิตบางส่วน เพื่อเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับบอยสกล เนื่องจากมีพฤติกรรมหลอกลวง กล่าวอ้างว่าเป็นนิสิต จุฬาฯ ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหาย   นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวออกมาว่าบอยสกล เคยเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง ย่านบางแสน ชลบุรี เมื่อตรวจสอบไปที่กองกิจการนิสิต กองทะเบียนและประมวลผล ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว พบว่าบอยสกล สอบเข้ามหาวิทยาลัยจริงใน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เมื่อปี พ.ศ. 2557 หลังจากนั้นเรียนได้ 1 ปี ก็พ้นสภาพเป็นนิสิต เมื่อ พ.ศ.2558 อันเนื่องมาจากเกรดการเรียนไม่ถึง 1.75 ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด   ต่อมาทางผู้สื่อข่าวของเราได้ไปติดตามที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งก็ได้พบกับเพื่อนๆ ของบอยสกล ที่ได้เคยร่วมกิจกรรมกันเมื่อช่วงปี 2557   เพื่อนร่วมรุ่น (ขอสงวนนาม) เป็นเพื่อนที่เคยร่วมกิจกรรมกับบอยสกล เล่าว่า เมื่อปี 2557 ตนเองกับเพื่อนๆก็ถูกนายสกล มาชักชวนหว่านล้อม ให้เข้าร่วมเป็นพรรค เพื่อการเลือกตั้งเป็นคณะทำงานของสโมสรนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งนายสกล มีวาทศิลป์ มีหลักการพูดจาหว่านล้อมคนได้ดี รู้จักใช้คน ตนเองหลงเชื่อก็เข้าร่วมพรรค และได้รับเลือกตั้งเข้ามาทำงานทั้งหมด 13 คนด้วยกัน   งานแรกที่ทำคือจัดกิจกรรมงานวันลอยกระทงในปี 57 จนงานเสร็จ พอมาเครียร์เรื่องการเงิน บอยสกลบอกว่า ค่าใช้จ่ายเกินงบไปประมาณ 2-3 หมื่นบาท พร้อมกับเอาบัญชีมาให้คณะกรรมการดู ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้ติดใจอะไร เราก็มุ่งที่จะช่วยงานกันไป   “การเบิกเงิน การใช้จ่ายเงินของบอยสกล เขาจะเบิกได้แค่ 3 คนด้วยกัน แต่ไม่มีใบเสร็จ หรือสลิปการเบิกเงิน มีแต่ใบรายงานค่าใช้จ่ายอย่างเดียว ซึ่งทุกคนก็ไม่ได้ติดใจอะไร จนมาทราบว่า เมื่อปี 2558 บอยสกลสอบติดที่จุฬาฯ พวกเพื่อนๆก็ดีใจกับบอยสกล ยังมาร่วมแสดงความดีใจ ร่วมกันบลูมให้บอยสกล ซึ่งทุกคนก็ไม่ทราบว่า บอยสกลพ้นสภาพจากนิสิต มารู้เอาภายหลัง พร้อมกับเงินของสโมรสรนิสิต หายไปเกือบ 7 แสนบาท ซึ่งหลักฐานก็ไม่มีอะไรที่จะไปเอาความผิดได้ และเรื่องก็ผ่านไปนานหลายปี" อดีตเพื่อนร่วมคณะกล่าว   ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามรุ่นน้องปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ของบอยสกลเล่าว่า เริ่มแรกบอยสกล ได้มาติดต่อให้ร่วมกิจกรรม โดยจะแต่งตั้งให้เป็นฝ่ายเหริญญิก แต่ตนเองไม่ถนัดเกี่ยวกับเรื่องเงิน จึงไม่ได้เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งช่วงที่พี่เขาเป็นประธานสโมสรนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีการเก็บเงินรุ่นน้องค่ากิจกรรม และเงินรุ่น รุ่นน้องคนละ 1,700 บาท รุ่นน้องมี 500 คน ก็ตกประมาณ 850,000 บาท ส่วนรุ่นพี่คนละ 1,500 บาท บอยสกลก็จะมีอำนาจสูงสุดในการใช้จ่ายเงินของสโมสร ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเขาเอาไปใช้จ่ายอะไรบ้าง พอปี 58 ก็ทราบว่าพี่เขาสอบติดที่จุฬา ก็หายตัวไปเลย   ล่าสุด วานนี้ (11 ก.ย.) คุณพ่อของบอย สกล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ เพียงสั้นๆ ผ่านโทรศัพท์ว่า ขณะนี้ทางครอบครัวทราบเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ขอชี้แจงอะไรในตอนนี้ขอเวลา 2 วัน แล้วจะออกมาให้ข้อมูล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/urOBf7Qy9fE

 48,470
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ก.ย. 61

เผยวีรกรรม #บอยสกล ใน ม.ดัง จ.ชลบุรี หายตัวพร้อมเงินแสน ก่อนตีเนียนโกหกเรียนจุฬาฯ

ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @khemsterven และ @Samonolo   เผยวีรกรรม #บอยสกล ใน ม.ดัง จ.ชลบุรี หายตัวพร้อมเงินแสน ก่อนตีเนียนโผล่เรียนจุฬาฯ   จากกรณีที่โลกโซเซียลได้มีการแฉ ‘บอยสกล’ ที่มีรูปปรากฏอยู่ในรั้วของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ทั้งนั่งเรียน ถือป้าย ทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนิสิต อีกทั้งยังแฉอีกว่า บอย สกล เคยก่อวีรกรรม เมื่อปี 2557 โดยได้รับเลือกเป็นประธานสโมสรนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ซึ่งพอเรียนได้ 1 ปี ก็ได้หาตัวไปพร้อมกับเงินอีกเกือบ 8 แสนบาท   วันนี้ (11 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่กองกิจการนิสิต ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว ใน จ .ชลบุรี เพื่อไปสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องประวัติการสอบเข้าของบอยสกล จากกองทะเบียนและประมวลผล ซึ่งพอทราบได้ว่า บอยสกล สอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เมื่อปี พ.ศ. 2557 หลังจากนั้นเรียนได้ 1 ปี บอยสกล ก็พ้นสภาพเป็นนิสิต เมื่อ พ.ศ.2558 อันเนื่องมาจากเกรดการเรียนไม่ถึง 1.75 ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ และก็ได้พบกับเพื่อนๆ ของบอยสกล ที่ได้เคยร่วมกิจกรรมกันเมื่อช่วงปี 2557   เพื่อนร่วมรุ่น (ขอสงวนนาม) เป็นเพื่อนที่เคยร่วมกิจกรรมกับบอยสกล เล่าว่า เมื่อปี 2557 ตนเองกับเพื่อนๆก็ถูกนายสกลมาชักชวนหว่านล้อม ให้เข้าร่วมเป็นพรรคเพื่อการเลือกตั้งเป็นคณะทำงานของสโมสรนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์    ซึ่งนายสกล มีวาทะการพูดจากหว่านล้อมคนได้ดี รู้จักใช้คน ตนเองหลงเชื่อก็เข้าร่วมพรรค และได้รับเลือกตั้งเข้ามาทำงานทั้งหมด 13 คนด้วยกัน งานแรกที่ทำคือจัดกิจกรรมงานวันลอยกระทงในปี 2557 จนงานเสร็จ พอมาคุยกันเรื่องการเงิน บอยสกลบอกว่า ค่าใช้จ่ายเกินงบไปประมาณ 2-3 หมื่นบาท พร้อมกับเอาบัญชีมาให้คณะกรรมการรดู ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้ติดใจอะไร    “การเบิกเงิน การใช้จ่ายเงินของบอยสกล เขาจะเบิกได้แค่ 3 คนด้วยกัน แต่ไม่มีใบเสร็จ หรือสลิปการเบิกเงิน มีแต่ใบรายงานค่าใช้จ่ายอย่างเดียว ซึ่งทุกคนก็ไม่ได้ติดใจอะไร จนมาทราบว่า เมื่อปี 2558 บอยสกลสอบติดที่จุฬาฯ พวกเพื่อนๆ ก็ดีใจกับบอยสกล ยังมาร่วมแสดงความดีใจ ร่วมกันบูมให้บอยสกล ซึ่งทุกคนก็ไม่ทราบว่า บอยสกลพ้นสภาพจากนิสิต มารู้เอาภายหลัง พร้อมกับเงินของสโมรสรนิสิต หายไปเกือบ 7 แสนบาท ซึ่งหลักฐานก็ไม่มีอะไรที่จะไปเอาความผิดได้ และเรื่องก็ผ่านไปนานหลายปี”    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามรุ่นน้องปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ของบอยสกล เล่าว่า เริ่มแรก บอยสกล ได้มาติดต่อให้ร่วมกิจกรรม โดยจะแต่งตั้งให้เป็นฝ่ายเหรัญญิก แต่ตนเองไม่ถนัดเกี่ยวกับเรื่องเงิน จึงไม่ได้เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งช่วงที่พี่เขาเป็นประธานสโมสรนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีการเก็บเงินรุ่นน้องค่ากิจกรรม และเงินรุ่นน้องคนละ 1,700 บาท รุ่นน้องมี 500 คน ก็ตกประมาณ 850,000 บาท ส่วนรุ่นพี่คนละ 1,500 บาท พี่เขาก็จะมีอำนาจสูงสุดในการใช้จ่ายเงินของสโมสร ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเขาเอาไปใช้จ่ายอะไรบ้าง พอปี 2558 ก็ทราบว่าพี่เขาสอบติดที่จุฬาฯ แล้วก็หายตัวไป   ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @khemsterven และ @Samonolo

 9,947

Top