ค้นหา :

ผลการค้นหา "ส่งพัสดุยาเสพติด"

สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 63

ตร.ยิงปะทะเดือดแก๊งค้ายาเชียงราย - จับชาวไต้หวันลอบขนเฮโรอีนคาสนามบิน

ภาพนาทีตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ชุดสกัดกั้น ยิงปะทะเดือดแก๊งค้ายาเสพติดสนั่นป่า ขณะลักลอบขนมาจากชายแดนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะตำรวจลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณสวนป่า บ้านห้วยน้ำขุ่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย   พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 6-7 คน สะพานกระสอบเดินสลับวิ่งอยู่ข้างถนน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมหลายนัดจึงเกิดการปะทะกัน ก่อนที่กลุ่มบุคคลต้องสงสัยจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า   ต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบพื้นที่ พบยาบ้า 674,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระสอบและกระเป๋าสะพาย ถูกโยนทิ้งไว้ตามเส้นทางที่หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดล้อมพื้นที่ จนสามารถจับกุมนายชิฟู เยเบียง สัญชาตเมียนมาร์ โดยผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาวางไว้ที่จุดนัดหมาย โดยได้ค่าจ้างเป้ละ 15,000 บาท จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนำกำลังเข้าจับ นายลี ชุน ฮุย และนายลี ชัย ปิง สัญชาติจีน-ไต้หวัน กลางสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณจุดตรวจผู้โดยสารเดินทางออกไปต่างประเทศ หลังได้รับรายงานจากตำรวจไต้หวันว่ามีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเฮโรอีนจากไทยไปไต้หวัน   จากการตรวจค้นกระเป๋าเดินทาง ภายในพบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวนมากและแป้งหลายกระป๋อง เมื่อเปิดดูภายในพบเป็นเฮโรอีนจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ รวมน้ำหนัก 15 กิโลกรัม   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพว่าเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อขนยาเสพติดข้ามไปไต้หวัน หลังได้รับว่าจ้างจากกลุ่มนายทุนฝั่งไต้หวัน ทำมาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งจะใช้วิธีซุกซ่อนในสิ่งของแตกต่างกันไป ก่อนจะมาถูกจับได้ครั้งนี้ เชื่อมีคนไทยร่วมขบวนการ   นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังแถลงจับกุมพัสดุต่างประเทศต้องสงสัยถูกส่งจากต้นทางประเทศโปรตุเกส ปลายทางจังหวัดชลบุรี พบยาอี หรือเอ็กซ์ตาซี่ ซุกซ่อนอยู่ในกล่องป้ายไฟ LED จำนวน 2,260 เม็ด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้ และขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือหญิงชาวไทย และชายชาวไนจีเรีย ก่อนขยายผล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9t64QxCEvBs

 2,599
สังคม
04 ก.พ. 63

ตร.ยิงปะทะเดือดแก๊งค้ายาเชียงราย - จับชาวไต้หวันลอบขนเฮโรอีนคาสนามบิน

ภาพนาทีตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ชุดสกัดกั้น ยิงปะทะเดือดแก๊งค้ายาเสพติดสนั่นป่า ขณะลักลอบขนมาจากชายแดนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะตำรวจลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณสวนป่า บ้านห้วยน้ำขุ่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย   พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 6-7 คน สะพานกระสอบเดินสลับวิ่งอยู่ข้างถนน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมหลายนัดจึงเกิดการปะทะกัน ก่อนที่กลุ่มบุคคลต้องสงสัยจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า   ต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบพื้นที่ พบยาบ้า 674,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระสอบและกระเป๋าสะพาย ถูกโยนทิ้งไว้ตามเส้นทางที่หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดล้อมพื้นที่ จนสามารถจับกุมนายชิฟู เยเบียง สัญชาตเมียนมาร์ โดยผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาวางไว้ที่จุดนัดหมาย โดยได้ค่าจ้างเป้ละ 15,000 บาท จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนำกำลังเข้าจับ นายลี ชุน ฮุย และนายลี ชัย ปิง สัญชาติจีน-ไต้หวัน กลางสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณจุดตรวจผู้โดยสารเดินทางออกไปต่างประเทศ หลังได้รับรายงานจากตำรวจไต้หวันว่ามีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเฮโรอีนจากไทยไปไต้หวัน   จากการตรวจค้นกระเป๋าเดินทาง ภายในพบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวนมากและแป้งหลายกระป๋อง เมื่อเปิดดูภายในพบเป็นเฮโรอีนจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ รวมน้ำหนัก 15 กิโลกรัม   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพว่าเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อขนยาเสพติดข้ามไปไต้หวัน หลังได้รับว่าจ้างจากกลุ่มนายทุนฝั่งไต้หวัน ทำมาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งจะใช้วิธีซุกซ่อนในสิ่งของแตกต่างกันไป ก่อนจะมาถูกจับได้ครั้งนี้ เชื่อมีคนไทยร่วมขบวนการ   นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังแถลงจับกุมพัสดุต่างประเทศต้องสงสัยถูกส่งจากต้นทางประเทศโปรตุเกส ปลายทางจังหวัดชลบุรี พบยาอี หรือเอ็กซ์ตาซี่ ซุกซ่อนอยู่ในกล่องป้ายไฟ LED จำนวน 2,260 เม็ด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้ และขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือหญิงชาวไทย และชายชาวไนจีเรีย ก่อนขยายผล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9t64QxCEvBs

 2,599
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 63

พนง.ส่งของผงะ กระสุนปืนm16 ร่วงจากกล่องพัสดุ จ่าหน้าชื่อทหาร ต้องรอเจ้าตัวมาแกะเอง

ราชบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งจากพนักงานของบริษัท Flash express ซึ่งเป็นบริษัทส่งของเอกชน สาขาถนนสายบ้านไร่-อู่เรือ หมู่ 2 ต.บ้านไร่ อ.เมือง ว่าพบลูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกลงมาจากกล่องพัสดุที่เตรียมจะนำไปส่งให้กับลูกค้า   ที่เกิดเหตุพบกล่องพัสดุจำนวน 3 กล่อง วางอยู่ด้านหลังสำนักงานบริษัท Flash express โดยที่ข้างกล่องพัสดุกล่องแรกนั้นมีรอยแตกของกล่องอยู่ และมีกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ข้างๆจำนวน 1 ลูก และเมื่อตรวจสอบภายในตามช่องรอยแตกของกล่องพบว่ามีแมกกาซีนปืนอยู่ภายในด้วย   แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดกล่องออกมาตรวจสอบได้ เนื่องจากที่กล่องนั้นมีการระบุชื่อผู้รับเป็นนายทหารยศพันเอกคนหนึ่ง จึงต้องให้นายทหารท่านนั้นเป็นผู้มาเซ็นต์ชื่อรับกล่องพัสดุ และต้องให้เจ้าของกล่องนั้นทำการเปิดเองเพื่อความโปร่งใสและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย   ด้านนายนรากร จารุสิริวรรณนุกูล อายุ 27 ปี พนักงานส่งของบอกว่า ช่วงเช้าได้นำกล่องพัสดุดังกล่าว ซึ่งส่งมาจากสำนักงานใหญ่ที่ จ.ปทุมธานี เพื่อจะนำไปส่งให้กับลูกค้าตามชื่อหน้ากล่องขณะกำลังยกออกมาจะขึ้นรถ ก็พบว่ากล่องนั้นมีน้ำหนักมาก และจู่ๆกล่องก็แตกที่บริเวณด้านข้างและมีลูกกระสุนปืนหล่นลงมา ด้วยความตกใจจึงรีบวางกล่องลงและรีบแจ้งให้กับผู้จัดการสาขาได้รับทราบก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบต่อไป   ด้านตำรวจระบุ ในเบื้องต้นนั้นยังไม่ได้ทำการเปิดกล่องพัสดุจำนวน 3 กล่องออกดูว่ามีอะไรในนั้นบ้าง เนื่องจากต้องให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบก่อน และจะเชิญนายทหารเจ้าของกล่องมาพุดคุยถึงที่มาของการส่งกระสุนปืนเอ็ม 16 มาให้ และผู้ที่ส่งมาให้ด้วย ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งมีขั้นตอนในการปฏิบัติอยู่ แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการบ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Z6OKRGWc3qY

 3,566
สังคม
09 ม.ค. 63

พนง.ส่งของผงะ กระสุนปืนm16 ร่วงจากกล่องพัสดุ จ่าหน้าชื่อทหาร ต้องรอเจ้าตัวมาแกะเอง

ราชบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งจากพนักงานของบริษัท Flash express ซึ่งเป็นบริษัทส่งของเอกชน สาขาถนนสายบ้านไร่-อู่เรือ หมู่ 2 ต.บ้านไร่ อ.เมือง ว่าพบลูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกลงมาจากกล่องพัสดุที่เตรียมจะนำไปส่งให้กับลูกค้า   ที่เกิดเหตุพบกล่องพัสดุจำนวน 3 กล่อง วางอยู่ด้านหลังสำนักงานบริษัท Flash express โดยที่ข้างกล่องพัสดุกล่องแรกนั้นมีรอยแตกของกล่องอยู่ และมีกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ข้างๆจำนวน 1 ลูก และเมื่อตรวจสอบภายในตามช่องรอยแตกของกล่องพบว่ามีแมกกาซีนปืนอยู่ภายในด้วย   แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดกล่องออกมาตรวจสอบได้ เนื่องจากที่กล่องนั้นมีการระบุชื่อผู้รับเป็นนายทหารยศพันเอกคนหนึ่ง จึงต้องให้นายทหารท่านนั้นเป็นผู้มาเซ็นต์ชื่อรับกล่องพัสดุ และต้องให้เจ้าของกล่องนั้นทำการเปิดเองเพื่อความโปร่งใสและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย   ด้านนายนรากร จารุสิริวรรณนุกูล อายุ 27 ปี พนักงานส่งของบอกว่า ช่วงเช้าได้นำกล่องพัสดุดังกล่าว ซึ่งส่งมาจากสำนักงานใหญ่ที่ จ.ปทุมธานี เพื่อจะนำไปส่งให้กับลูกค้าตามชื่อหน้ากล่องขณะกำลังยกออกมาจะขึ้นรถ ก็พบว่ากล่องนั้นมีน้ำหนักมาก และจู่ๆกล่องก็แตกที่บริเวณด้านข้างและมีลูกกระสุนปืนหล่นลงมา ด้วยความตกใจจึงรีบวางกล่องลงและรีบแจ้งให้กับผู้จัดการสาขาได้รับทราบก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบต่อไป   ด้านตำรวจระบุ ในเบื้องต้นนั้นยังไม่ได้ทำการเปิดกล่องพัสดุจำนวน 3 กล่องออกดูว่ามีอะไรในนั้นบ้าง เนื่องจากต้องให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบก่อน และจะเชิญนายทหารเจ้าของกล่องมาพุดคุยถึงที่มาของการส่งกระสุนปืนเอ็ม 16 มาให้ และผู้ที่ส่งมาให้ด้วย ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งมีขั้นตอนในการปฏิบัติอยู่ แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการบ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Z6OKRGWc3qY

 3,566
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

ผบช.ปส. เรียก นร.สาว ม.3 เข้าพบ ปมมีชื่อในกล่องพัสดุยาเสพติด ยันไม่กลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์

ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันไม่เคยกลั่นแกล้งประชาชน ขอเพียงมาให้ข้อมูลตามขั้นตอน หากมีชื่อปรากฎบนกล้องพัสดุที่บรรจุยาเสพติด   พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึง กรณีเด็กสาวอายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน 4 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด   หลังมีหมายเรียกไปที่บ้านเพื่อเข้ามาให้ปากคำและชี้แจงกับตำรวจ จากกรณีพบมีชื่อเป็นผู้รับพัสดุ ที่ถูกส่งมาจากประเทศเบลเยี่ยม เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ซึ่งการตรวจสอบพบว่าภายในกล่องพัสดุดังกล่าวมียาอี จำนวน 4,600 เม็ด โดยพัสดุดังกล่าวถูกส่งไปที่จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งที่ตัวน้องอยู่ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น   โดยเป็นการเรียกให้มาพบในฐานะพยาน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าชื่อที่ปรากฎหน้ากล่องพัสดุ เป็นชื่อของบุคคลดังกล่าวใช้ในเฟซบุ๊ก ไม่ใช่ชื่อนามสกุลจริงตามทะเบียนบ้าน และจากการตรวจสอบภูมิลำเนาของน้อง กับสถานที่ส่งพัสดุก็ไม่ตรงกัน อีกทั้งน้องก็ไม่เคยเดินทางไปตามสถานที่ที่มีการจ่าหน้ากล่องพัสดุไว้   ทั้งนี้ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้กลั่นแกล้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว ซึ่งเป็นการเรียกตามขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น พร้อมได้ประสานไปยังตำรวจเบลเยี่ยมตรวจสอบต้นทางที่มาของพัสดุว่ามาจากเครือข่ายใด

 2,117
สังคม
28 ต.ค. 62

ผบช.ปส. เรียก นร.สาว ม.3 เข้าพบ ปมมีชื่อในกล่องพัสดุยาเสพติด ยันไม่กลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์

ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันไม่เคยกลั่นแกล้งประชาชน ขอเพียงมาให้ข้อมูลตามขั้นตอน หากมีชื่อปรากฎบนกล้องพัสดุที่บรรจุยาเสพติด   พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึง กรณีเด็กสาวอายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน 4 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด   หลังมีหมายเรียกไปที่บ้านเพื่อเข้ามาให้ปากคำและชี้แจงกับตำรวจ จากกรณีพบมีชื่อเป็นผู้รับพัสดุ ที่ถูกส่งมาจากประเทศเบลเยี่ยม เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ซึ่งการตรวจสอบพบว่าภายในกล่องพัสดุดังกล่าวมียาอี จำนวน 4,600 เม็ด โดยพัสดุดังกล่าวถูกส่งไปที่จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งที่ตัวน้องอยู่ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น   โดยเป็นการเรียกให้มาพบในฐานะพยาน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าชื่อที่ปรากฎหน้ากล่องพัสดุ เป็นชื่อของบุคคลดังกล่าวใช้ในเฟซบุ๊ก ไม่ใช่ชื่อนามสกุลจริงตามทะเบียนบ้าน และจากการตรวจสอบภูมิลำเนาของน้อง กับสถานที่ส่งพัสดุก็ไม่ตรงกัน อีกทั้งน้องก็ไม่เคยเดินทางไปตามสถานที่ที่มีการจ่าหน้ากล่องพัสดุไว้   ทั้งนี้ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้กลั่นแกล้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว ซึ่งเป็นการเรียกตามขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น พร้อมได้ประสานไปยังตำรวจเบลเยี่ยมตรวจสอบต้นทางที่มาของพัสดุว่ามาจากเครือข่ายใด

 2,117
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

แม่ช็อก! ลูกสาว ม.3 ถูกออกหมายเรียก มีพัสดุยาอี 4,600 เม็ดส่งมาจากเบลเยี่ยม

แม่พาลูกสาว ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น หลังมีหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียกสองแม่ลูกเข้าให้การ เนื่องจากพบพัสดุซึ่งข้างในบรรจุยาอีจำนวน 4,600 เม็ด ระบุชื่อผู้รับเป็นชื่อ น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ส่งมาจากประเทศเบลเยี่ยม แต่พัสดุไม่มีผู้มารับ     กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบข้างในกล่องพัสดุมียาอี จำนวน 4,600 เม็ดอยู่ภายในกล่อง จึงได้ออกหมายเรียก น.ส.เก๋ ซึ่งเป็นผู้ถูกระบุชื่อในชื่อผู้รับ และแม่ของ น.ส.เก๋ (นามสมมุติ)มาให้การตามหมายในฐานะพยาน โดยกล่องพัสดุดังกล่าวส่งไปยังห้องเช่าแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ       ซึ่ง 2 แม่ลูกยืนยันว่า ไม่เคยออกนอกพื้นที่และไม่เคยไป จ.สมุทรปราการแต่อย่างใด และปกติก็ทำสวนทำไร่อยู่ในหมู่บ้านที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นทุกวัน จึงเกิดความกังวลใจว่าจะต้องได้รับโทษ จึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.น้ำพอง และเดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่าควรทำอย่างไร       โดยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่และยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ในการประสานข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในเบื้องต้น ทราบว่า เจ้าหน้าที่มีการออกหมายเรียก น.ส.เก๋ (นามสมมุติ)ไปสอบปากคำในฐานะพยาน ที่มีชื่อตรงกับผู้รับพัสดุ ในส่วนของค่าเดินทางต่างๆ กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 จะออกค่าใช้จ่ายให้     ด้าน น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โดยส่วนตัวได้เล่นโซเชียลกับเพื่อน มีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อจริงของตัวเอง มีไลน์ไว้คุยกับเพื่อนๆ แต่ไม่เคยคุยกับชาวต่างชาติ และไม่เคยสิ่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือขายสินค้าออนไลน์ กับสิ่งที่เกิดขึ้นก็กลัว แต่ตัวเองไม่ได้ทำ และไม่เคยไปพักหรือเที่ยวที่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่เคยไปกรุงเทพ ไม่เคยไปเที่ยวต่างจังหวัด และยินดีที่จะเดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปากคำตามความเป็นจริง   ด้านมารดา น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) กล่าวว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปกรุงเทพฯ หรือจังหวัดสมุทรปราการเลย ช่วงที่รับหมายเรียก ตกใจ กังวลใจกลัว ทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านให้คำปรึกษา และหาทางออกช่วยกัน กำนัน และนายกเทศบาลตำบลม่วงหวานก็มาให้การช่วยเหลือ โดยจะจัดหารถตู้ให้ตนและลูกสาวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม     ซึ่งหลังได้รับคำปรึกษาจากยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ทำให้แม่คลายความวิตกกังวลไปมากและไม่กลัวแล้ว ทุกอย่างคือความจริง และให้ข้อมูลตามความจริง ทั้งชีวิตแม่และลูก รวมถึงสามี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงพร้อมที่จะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่าลูกสาวไม่รู้จักกับคนส่งพัสดุและไม่เคยรับพัสดุจากใครไม่ว่าคนไทยหรือคนต่างชาติ แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า อาจจะมีคนชื่อนามสกุลมาพ้องกับชื่อของลูกสาวก็ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E_PNWq6zKVQ

 7,190
สังคม
25 ต.ค. 62

แม่ช็อก! ลูกสาว ม.3 ถูกออกหมายเรียก มีพัสดุยาอี 4,600 เม็ดส่งมาจากเบลเยี่ยม

แม่พาลูกสาว ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น หลังมีหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียกสองแม่ลูกเข้าให้การ เนื่องจากพบพัสดุซึ่งข้างในบรรจุยาอีจำนวน 4,600 เม็ด ระบุชื่อผู้รับเป็นชื่อ น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ส่งมาจากประเทศเบลเยี่ยม แต่พัสดุไม่มีผู้มารับ     กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบข้างในกล่องพัสดุมียาอี จำนวน 4,600 เม็ดอยู่ภายในกล่อง จึงได้ออกหมายเรียก น.ส.เก๋ ซึ่งเป็นผู้ถูกระบุชื่อในชื่อผู้รับ และแม่ของ น.ส.เก๋ (นามสมมุติ)มาให้การตามหมายในฐานะพยาน โดยกล่องพัสดุดังกล่าวส่งไปยังห้องเช่าแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ       ซึ่ง 2 แม่ลูกยืนยันว่า ไม่เคยออกนอกพื้นที่และไม่เคยไป จ.สมุทรปราการแต่อย่างใด และปกติก็ทำสวนทำไร่อยู่ในหมู่บ้านที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นทุกวัน จึงเกิดความกังวลใจว่าจะต้องได้รับโทษ จึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.น้ำพอง และเดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่าควรทำอย่างไร       โดยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่และยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ในการประสานข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในเบื้องต้น ทราบว่า เจ้าหน้าที่มีการออกหมายเรียก น.ส.เก๋ (นามสมมุติ)ไปสอบปากคำในฐานะพยาน ที่มีชื่อตรงกับผู้รับพัสดุ ในส่วนของค่าเดินทางต่างๆ กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 จะออกค่าใช้จ่ายให้     ด้าน น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โดยส่วนตัวได้เล่นโซเชียลกับเพื่อน มีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อจริงของตัวเอง มีไลน์ไว้คุยกับเพื่อนๆ แต่ไม่เคยคุยกับชาวต่างชาติ และไม่เคยสิ่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือขายสินค้าออนไลน์ กับสิ่งที่เกิดขึ้นก็กลัว แต่ตัวเองไม่ได้ทำ และไม่เคยไปพักหรือเที่ยวที่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่เคยไปกรุงเทพ ไม่เคยไปเที่ยวต่างจังหวัด และยินดีที่จะเดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปากคำตามความเป็นจริง   ด้านมารดา น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) กล่าวว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปกรุงเทพฯ หรือจังหวัดสมุทรปราการเลย ช่วงที่รับหมายเรียก ตกใจ กังวลใจกลัว ทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านให้คำปรึกษา และหาทางออกช่วยกัน กำนัน และนายกเทศบาลตำบลม่วงหวานก็มาให้การช่วยเหลือ โดยจะจัดหารถตู้ให้ตนและลูกสาวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม     ซึ่งหลังได้รับคำปรึกษาจากยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ทำให้แม่คลายความวิตกกังวลไปมากและไม่กลัวแล้ว ทุกอย่างคือความจริง และให้ข้อมูลตามความจริง ทั้งชีวิตแม่และลูก รวมถึงสามี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงพร้อมที่จะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่าลูกสาวไม่รู้จักกับคนส่งพัสดุและไม่เคยรับพัสดุจากใครไม่ว่าคนไทยหรือคนต่างชาติ แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า อาจจะมีคนชื่อนามสกุลมาพ้องกับชื่อของลูกสาวก็ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E_PNWq6zKVQ

 7,190
สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 62

หนุ่มแกร็บไบค์เกือบซวย ถูกสั่งให้ส่งยาไอซ์ ก่อนจับพิรุธได้ รีบแจ้ง ตร.ตรวจสอบ

เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v12 โพสต์คลิปเหตุการณ์ ขณะตำรวจกำลังตรวจสอบซองเอกสาร ซึ่งภายในพบเสื้อยืดและยาไอซ์ พร้อมระบุข้อความว่า   "คนขับ Grab เกือบซวย ลูกค้าให้ไปส่งยาไอซ์ ลูกค้าเรียกรถให้ไปรับของที่เอื้ออาทรบางเขน ไปส่งย่านประเวศ คนขับเอะใจเลยสอบถามว่าให้ไปส่งอะไรนื่องจาก ลูกค้าเรียกใช้บริการรถผิดประเภท ลูกค้าบอกว่าข้างในเป็นเสื้อ ให้ไปส่งที่ปักหมุดไว้ คนขับเห็นท่าทีมีพิรุธ เนื่องจากเปลี่ยนจุดรับส่ง และลูกค้าเร่งรีบให้ไปส่ง ซึ่งระหว่างทางคนขับจึงตัดสินใจขับเข้าโรงพัก นำสิ่งของให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดู พบภายในมียาไอซ์ 2 ถุง”   หลังจากคลิปเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตรวจสอบของกลางของเจ้าหน้าที่ว่า ควรจะใส่ถุงมือเพื่อไม่ให้เกิดลายนิ้วมือแฝงมากขึ้น เพราะอาจกระทบต่อการตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้กระทำผิดบนของกลางก็เป็นได้   ด้านพนักงานแกร็บไบค์ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนขับแกร็บไบค์ประเภทส่งผู้โดยสาร แต่ลูกค้ากลับเรียกตนให้ไปรับของและไปส่งให้อีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นการใช้บริการผิดประเภท อีกทั้งผู้ติดต่อยังเปลี่ยนสถานที่รับและส่งของไปมาถึง 3 ครั้ง โดยไม่ตรงตามที่ระบุไว้ ซึ่งผู้ติดต่อเป็นผู้หญิง เมื่อถามว่าของที่ส่งเป็นอะไรก็ไม่ตอบ และเมื่อเข้าไปรับของพบว่าผู้มาส่งของเป็นผู้ชาย ท่าทางมีพิรุธ    ตนจึงนำของซึ่งบรรจุอยู่ในซองเอกสารเข้าไปให้ตำรวจ สน.บางเขนตรวจสอบดู กระทั่งพบว่าเป็นยาเสพติด จากนั้นลูกค้าได้โทรมาตาม ตนจึงแจ้งไปว่า ตนไม่ส่งยาเสพติด หากอยากได้คืนให้มารับเองที่สน.บางเขน ซึ่งลูกค้าพยายามปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด จากนั้นได้ปิดเครื่องไป ไม่สามารถติดต่อได้อีก   ด้านพ.ต.ท. อนันต์ วรสาตร์ รองผกก.(สส) สน.บางเขน เผยว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค. มีพนักงานแกร็บไบค์นำซองเอกสารเข้ามาให้ตรวจสอบ เนื่องจากพบว่าผู้ส่งของมีพิรุธ   จากการตรวจสอบภายในซองเอกสาร พบเสื้อยืดสีส้ม 1 ตัว บริเวณชายเสื้อมียาไอซ์ปริมาณ 0.5 กรัม ซุกซ่อนอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ฝากถึงพนักงานรับส่งของ หากพบเห็นสิ่งต้องสงสัย สามารถนำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้   ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าไม่ใส่ถุงมือในระหว่างทำการตรวจสอบของกลางนั้น ไม่เป็นปัญหาในเรื่องของการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงของผู้กระทำผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะส่งตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ต่อไปก็จะกำชับเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8dVmgWwZs2U

 2,294
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ค. 62

จับแก๊งนศ.จีน อัดยาเสพติดใส่กรอบพระ อ้างเป็นเครื่องรางดินจากป่าช้า ส่งพัสดุขาย ตปท.

นนทบุรี-ตำรวจจับกุมกลุ่มนักศึกษาจีน ลักลอบขนยาเสพติด คือยาเค 682.17 กรัม และยาอี 25 เม็ด รวมมูลค่า 546,318 บาท   หลังตำรวจได้รับเบาะแสแจ้งข่าวจากพลเมืองดีว่า มีบุคคลไม่ทราบชื่อและสกุลจริง นำวัตถุสีเหลืองคล้ายก้อนเทียนรูปร่างเป็นแท่งสี่เหลี่ยม นำไปให้ร้านรับเลี่ยมกรอบพระ ทำการเลี่ยมใส่กรอบพลาสติกกันน้ำ ซึ่งผู้แจ้งสงสัยว่าอาจจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย   ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจสอบร้านรับเหลี่ยมกรอบพระดังกล่าว ตามที่รับแจ้ง จำนวน 2 ร้าน ผลการตรวจสอบทั้งสองร้าน พบกรอบพลาสติกกันน้ำขนาดใหญ่มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมหุ้มด้วยเทียนไขสีเหลือง จำนวน 15 ก้อน เมื่อตรวจดูภายในพบว่าเป็นยาเสพติดดังกล่าว   โดยทางผู้ต้องหาจะอ้างว่าเป็นผงกระดูก และดินจากป่าช้า เพื่อมาอัดกรอบ จัดส่งไปที่ต่างประเทศ เพื่อทำเครื่องราง โดยจะให้ค่าจ้างเลี่ยมอัดกรอบชิ้นละ 1,000 บาท จากนั้นจะจัดส่งไปรษณีย์ไปยังต่างประเทศ ซึ่งมีการส่งไปรษณีย์ในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยส่วนใหญ่จะส่งไปปลายทางที่ประเทศจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ebWH5aMpsXQ

 2,637
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

จับหนุ่มกระบี่เพิ่งพ้นโทษ สั่งยาบ้าทางพัสดุกว่า 6 พันเม็ด นำมาขาย

กระบี่-ตำรวจเข้าจับกุมนายศมาโรจน์ โสมากุล อายุ 33 ปี หลังเดินทางมารับพัสดุจากบริษัทเอกชนที่รับส่งสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่   พบพัสดุกล่องกระดาษ ภายในมียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 6 พันเม็ด จากนั้นได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักหลังหนึ่ง พบยาบ้าอีก 15 เม็ด และพบกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 นัด กระสุนขนาด .22 จำนวน 3 นัด จึงนำมาสอบสวนที่สภ.เมืองกระบี่ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าค้ายาจริง   ผู้ต้องหาให้การว่า ได้สั่งยาบ้าดังกล่าวจากผู้ค้าที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เป็นครั้งที่ 2 หลังจากตนเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อ 3 เดือนก่อน โดยใช้ชื่อผู้รับนายอนุชา แส๊ะหล๊ะ ซึ่งเป็นชื่อตาของตน ขณะนี้ติดคุกในคดียาบ้าเมื่อปีที่ผ่านมา โดยได้สั่งยาบ้ามา 6 พันเม็ด ราคาเม็ดละ 32 บาท นำมาขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งค่ายาบ้าจะโอนให้หลังจากขายยาบ้าหมดและสั่งรอบต่อไป   ด้าน พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ยองเข รองผกก.สส.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าได้ลักลอบขายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ โดยจะสั่งยาบ้าส่งมาทางพัสดุ จนกระทั่งสืบทราบว่าวันนี้ จะมารับยาบ้าล็อตใหม่ที่เพิ่งสั่งมา จึงนำกำลังไปซุ่มจับกุมได้ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ค้าจำนวนมาก เปลี่ยนวิธีการขนส่ง มาส่งทางไปรษณีย์ และขนส่งของเอกชนมากขึ้นกว่าการขับรถขึ้นไปรับยาบ้าจากแถบภาคเหนือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Norc__QvwAA

 839
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

โผล่อีก! ส่งพัสดุยาบ้าหมื่นเม็ด ให้บ้านปิดตายกว่า 10 ปี แถมส่งถึงชื่อคนตายไปแล้ว

สุราษฎร์ธานี-พบกล่องพัสดุสีน้ำตาลที่บ้านในพื้นที่ หมู่ 3 ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมระบุชื่อผู้รับ นายเฉลิม นิลาวรรณ ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตไป 5 ปีแล้ว ที่บ้านที่ปิดล็อกไม่มีใครอยู่ เนื่องจากครอบครัวได้ย้ายลงมาซื้อบ้านใหม่และเปิดกิจการที่จังหวัดชลบุรีนานกว่า 10 ปี แล้ว   แต่ญาติที่บ้านเกิดแจ้งว่า พบพัสดุดังกล่าวมาส่งพัสดุที่บ้านแต่ไม่มีใครอยู่และล็อกไว้ รถส่งพัสดุจึงได้วิ่งเข้าไปถามบริเวณศาลาที่ชาวบ้านในชุมชนท่าชนะกำลังประชุมกันอยู่ โดยผู้ส่งได้ถามหาชื่อนายเฉลิม ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วกว่า 5 ปี ทางญาติและผู้ใหญ่บ้านได้มาร่วมกันเปิดดู จึงพบว่าภายในเป็นห่อคล้ายลักษณะยาเสพติด ทางผู้ใหญ่จึงได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และเปิดดูภายในห่อสีเหลืองจึงทราบว่าเป็นยาบ้าจำนวนนับหมื่นเม็ด ส่งมาในชื่อผู้เสียชีวิตไปนานแล้ว   ด้านลูกชายผู้ตายเมื่อทราบเรื่อง จึงรีบไปลงบันทึกประจำวันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และอยากวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยเร่งรัดติดตามตัวผู้ส่งและผู้รับให้ได้โดยเร็วด้วย เนื่องจากทำให้ครอบครัวเสียหายมากและไม่เคยที่จะคิดเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่กับมาถูกกลุ่มยาเสพติดอาศัยส่งกันมาแบบนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MEfMyBJPDxc  

 36,541
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

สาว ปวช.แพะคดีส่งพัสดุยา ยังนอนคุกแม้จับคนร้ายตัวจริงได้ อดีต ส.ส.เสนอที่ดิน 1 ล้านยื่นประกัน

ร้อยเอ็ด-กรณี น.ส.สุปราณี พลดอน อายุ 22 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้น ปวช.ปีสุดท้าย ที่สถาบันอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง ถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2562 หลังจากมีคนส่งพัสดุมาให้แต่ข้างในมียาเสพติด เป็นยาเม็ดสีขาว 3 เม็ด ยาไอซ์ 10.30 กรัม หลังถูกจับ ถูกนำไปตรวจปัสสาวะ ไม่มีสารเสพติดในร่างกาย ขณะนี้ถูกขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนส่งยาเสพติดมาทางพัสดุรายนี้ได้ เป็นเยาวชนชายอายุ 17 ปี โดยผู้สั่งการให้ส่งคือ นางฐิตา พงศ์อัครวานิช อายุ 23 ปี   ทั้งนี้ คดีนี้ภายหลังถูกจับ น.ส.สุปราณี ยืนกรานว่าตนเองบริสุทธิ์ แต่เคยมีคนรู้จักคนหนึ่ง ขอใช้ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของตนในการให้คนส่งของมาให้ และได้ให้ทนายความยื่นขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว แต่ไม่ได้รับการอนุญาตจากศาล   ทำให้ น.ส.สุปราณี ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งทางยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ดแจ้งว่า หากคณะกรรมการยุติธรรมจากส่วนกลางพิจารณาวงเงินค้ำประกันให้ 1 ล้านบาท ก็จะเชิญพี่สาวของน้องปลาซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจให้ทำหน้าที่แทน มาทำสัญญาที่ยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด 3 ฉบับ แล้วส่งไปให้ประธานคณะกรรมการยุติธรรมส่วนกลางเป็นผู้ลงนามในสัญญา   จากนั้นนำหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุมัติจากกองทุนยุติธรรมส่วนกลาง 1 ล้านบาทไปยื่นต่อศาลจังหวัดเพื่อขออนุมัติให้ปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.สุปราณี ซึ่งการจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา ทราบว่าขณะนี้เรื่องอยู่ในมือของประธานอนุกรรมการให้การช่วยเหลือแล้ว แต่ยังไม่มีการอนุมัติลงมา   ทางด้าน นางบุญถิน เกตุภูงา มารดาของ น.ส.สุปราณี เผยว่า ตนได้รับการประสานผ่านมาทางผู้ใหญ่บ้านว่า นายเอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และนางรัชนี พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ได้แสดงเจตนาที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ยินดีที่จะเอาที่ดินของตนเอง มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาทเศษ เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัว น.ส.สุปราณี   ทำให้ทางครอบครัวรู้สึกดีใจและขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ หวังว่าลูกจะได้ออกมาใช้ชีวิตปกติในเร็ววันนี้ เพราะเชื่อในความบริสุทธิ์ของลูกสาวว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WWwAIY5wM00

 7,312
สรุปข่าว
11 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ก.ค.62 ส่งยาบ้าหมื่นเม็ดทางพัสดุให้ผี-โปรดเกล้าฯครม.ใหม่-สั่งปลดทหารยิงแมวดาว

-โผล่อีกราย ส่งยาบ้าหมื่นเม็ดทางพัสดุให้ผี ผู้รับเป็นคนตายไปแล้ว 5 ปี บ้านถูกปิดตายมาร่วมสิบปีที่ จ.สุราษฎร์ธานี ลูกชายรู้เรื่องรีบพบ ตร.เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ส่วนคดีสาว ปวช.ร้อยเอ็ดตกเป็นแพะเซ็นพัสดุรับยาไอซ์ ตั้งแค่ 19 มิ.ย.ถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งที่จับผู้ส่ง-รับยาตัวจริงได้แล้ว แต่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน 1 ล้าน โผล่อีก! ส่งพัสดุยาบ้าหมื่นเม็ด ให้บ้านปิดตายกว่า 10 ปี แถมส่งถึงชื่อคนตายไปแล้ว   -อีกแล้ว รุ่นพี่ราชมงคลสุวรรณภูมิรับน้องโหดยามวิกาล นอกรั้วมหาวิทยาลัย บังคับรุ่นน้องกลิ้งกับพื้น เตะจนขาเขียว เอาน้ำราด ปล่อยนั่งให้ยุงกัด อ้างฝึกความอดทน สานสัมพันธ์พี่น้อง แถมขู่ทำร้ายซ้ำห้ามบอกใคร รุ่นน้องผวาไม่อยากไปเรียน จิตใจย่ำแย่ ผู้ปกครองบุกร้องอธิการบดี บอกส่งลูกไปเรียนไม่ใช่ส่งไปโดนซ้อม มหาวิทยาลัยตั้งกรรมการสอบรุ่นพี่ ชี้โทษถึงขั้นไล่ออก รุ่นพี่ ม.ดังสุพรรณ รับน้องโหดยามวิกาล บังคับกลิ้งกับพื้น-เตะขาเขียวช้ำ พ่อแม่เดือด "ส่งลูกไปเรียน ไม่ใช่ส่งไปโดนซ้อม"    -โปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรี 36 ตำแหน่ง บิ๊กตู่นั่งนายกฯควบกลาโหม, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, บิ๊กป้อม เป็นรองนายกฯตำแหน่งเดียว รายชื่อ รมต.เป็นไปตามโผ แต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มานั่ง รมช.เกษตรฯ จากเดิมคาดเป็น รมว.แรงงาน ทำให้ ก.เกษตรฯ มี รมต.มากที่สุด 4 คน จาก 4 พรรคการเมือง คือ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร จาก ปชป. ส่วน รมช.เกษตรมี 3 คน คือ ธรรมนัส พรหมเผ่า จาก พปชร. / ประภัตร โพธสุธน จากชาติไทยพัฒนา / มนัญญา ไทยเศรษฐ์ จากภูมิใจไทย   ส่วนหม่อมเต่า-ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล นั่ง รมว.แรงงาน หลังจากช่วงโค้งสุดท้ายสุเทพ พยายามต่อรองขอให้คนของพรรคไปนั่ง ก.แรงงาน แทน รมต.สำนักนายกฯ เพราะไม่ค่อยมีงานสำคัญ สร้างคะแนนนิยม ตรวจรายชื่อ 'ครม.ประยุทธ์ 2' โผไม่พลิก รมต.ป้ายแดง 15 คน ก.เกษตรฯรวม 4 รัฐมนตรี จาก 4 พรรค   -วิษณุยัน ร.อ.ธรรมนัส เคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุกคดียาเสพติด แต่ทางการไทยทำเรื่องขอโอนตัวในสถานะนักโทษยาเสพติด ไม่มีผลกระทบต่อคุณสมบัติว่าเคยต้องคดี แต่ในเรื่องความประพฤติและจริยธรรมถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่มีเกณฑ์ชี้วัดชัดเจน ระบุในอดีตเคยมี ส.ส.ต้องคำพิพากษาในคดีขนยาเสพติดที่ฮ่องกงมาแล้ว แต่เอามาใช้ในไทยไม่ได้ เพราะศาลไทยไม่ได้ตัดสิน ส่วนการถูกไล่ออกราชการต้องดูว่าจากสาเหตุใด หากไม่ใช่การทุจริตไม่เป็นไร 'วิษณุ' ชี้'ธรรมนัส' เคยโดนคดียาเสพติด ตปท.ไม่กระทบคุณสมบัติ รมต. เหตุศาลไทยไม่ได้ตัดสิน   -อนุทินพร้อมขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรี หลังนายกฯออกปากพูดเชิงสนับสนุนของพรรคภูมิใจไทยแล้ว ชี้หลักของกัญชาคือการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วย ไม่ใช่สันทนาการ   -เกิดวาวาทะเรื่องแต่งกายเดือดกลางที่ประชุมสภา หลัง ส.ส.พลังประชารัฐอภิปรายเรื่องการแต่งกาย ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส.ชายอนาคตใหม่แต่งกายไม่ให้เกียรติสถานที่ ใส่เสื้อโปโล ไม่ผูกเนคไท อยากให้มีการกำหนดระเบียบการแต่งกายว่าแบบไหนเหมาะสม/ไม่เหมาะสม   ด้าน ส.ส.อนาคตใหม่อภิปรายโต้ว่า เกียรติภูมิของ ส.ส.อยู่ที่การแต่งกายหรือการทำงาน ตอบแทน ปชช.ด้วยการตั้งใจทำงาน ในสภาอังกฤษและสิงคโปร์ไม่จำเป็นต้องผูกเนคไท แต่สุภาพ ส่วนปารีณาอภิปรายว่า ตั้งแต่มีสภามาไม่เคยถูกวิจารณ์เรื่องการแต่งกาย เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากสำนึกถูกผิด รากเหง้า การอบรมของครอบครัว ไม่ขัดเรื่องแต่งผ้าไทย แต่ต้องแต่งกายให้ถูกสถานที่กาลเทศะ เพราะสภาไม่ใช่ที่มาหมุนตัวเล่น ก่อนที่ ส.ส.อนาคตใหม่จะขอประท้วงปารีณา จน ปธ.สภาต้องชี้แจงยุติปัญหา   ครูธัญ- ธัญวัจน์ ส.ส.อนาคตใหม่ แต่งสูทสากลสีแสดพร้อมเนคไทสีเหลืองร่วมประชุมสภา ขออภัยหากใครจะมีปัญหาการแต่งตัวของตน โดยเฉพาะปารีณา วันนี้แต่งมาแค่ 30% ส่วนจะแต่งได้เต็ม 100 หรือไม่ต้องแล้วแต่ ปธ.สภาจะว่าอย่างไร ชี้สภาไทยต้องการความคิดสร้างสรรค์ สภาเดือด! เถียงกันเรื่องแต่งกาย ส.ส. 'ปารีณา' ซัดสภาไม่ใช่ที่มาหมุนตัวเล่น   -เอกชน 3 สถาบันหั่น GDP ไทยเหลือแค่ 2.9-3% จากเดิม 3.7-4% หลังส่งออกทรุดหนักจ่อติดลบ เงินบาทแข็งค่าสูงสุดมนโลก เตรียมพบแบงก์ชาติให้หามาตรการดูแลด่วน นทท.ต่างชาติแห่ไปเที่ยวเวียดนามแทนไทย กรมศุลกากรชี้ค่าเงินบาทแข็ง คนแห่นำเข้าแบรนด์เนมยุโรป แต่ลักลอบหิ้วไม่ยอมเสียภาษี จับได้แล้ว 45 คดี จากปกติเดือนละ 20 คดี ฮิตนาฬิกาหรู-กระเป๋าแบรนด์เนมมากที่สุด กกร.หั่น gdp ไทยเหลือ 2.9 - 3.3 % ห่วงเงินบาทแข็งที่สุดในโลก นทท.แห่เที่ยวเวียดนามแทน    -ศาลฎีกา ยืนพิพากษาตามอุทธรณ์ สั่งจำคุก 2 ปี ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ลัทธศักดิ์ศิริ อดีต รมช.ศึกษา และอดีต ส.ส.ราชบุรี คดีฉ้อโกงเงินซื้อปูนบริษัทกัมพูชา พร้อมให้ชดใช้เงินมูลค่ากว่า 11 ล้าน จนท.คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ   -กองทัพบกสั่งปลดออกจากราชการ นายทหารยิงแมวดาวขึงพืด คุมตัวในเรือยจำทหารเชียงใหม่ ให้ครอบครัวย้ายออกจากบ้านพักทหารภายใน 7 วัน พร้อมดำเนินคดีอาญา เจ้าตัวอ้างไก่ชนที่เลี้ยงไว้หายไป จึงมาดักซุ่มยิง ขอโทษสังคม สั่งปลด-ขังทหารยิงแมวดาว-ไล่ครอบครัวย้ายออกจากค่ายใน 7 วัน เจ้าตัวขอโทษอ้างไก่ชนที่เลี้ยงไว้หาย   -คลิป ตร.สน.หลักสอง รุมทำร้ายผู้ต้องหาขณะคุมตัวอยู่ท้ายรถกระบะ 4:1 หน้าโรงพัก ผกก.แจงคนในคลิปถูกจับหลังชาวบ้านแจ้งเมายาอาละวาดคลุ้มคลั่งในวัด เมื่อคุมตัวยังด่า จนท.-ถ่มน้ำลายใส่ จน ตร.ทนไม่ไหว พร้อมตั้งกรรมการสอบ ตร.ในคลิป ยันไม่ปกป้องลูกน้อง ผกก.หลักสองแจง ตร. 4 รุม 1 ผู้ต้องหาคดียาท้ายกระบะ เหตุสุดทน คลั่งด่า-ถ่มน้ำลายใส่   -สธ.โต้คู่รักออสซี่ อ้างกินผัดไทยติดเชื้อปรสิต ส่งทีมสอบสวนลงพื้นที่ ยัน 3 ปีที่ผ่านมาภูเก็ตไม่มีผู้ติดเชื้อ ทั่วประเทศไทยก็มีไม่ถึง 10 ราย ที่สำคัญเชื้อปรสิตนี้ในออสเตรเลียก็มี ผัดไทยใช้ความร้อนในการปรุงสุก แทบไม่มีโอกาสติดเชื้อ ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า 2 สามีภรรยานี้ติดเชื้อปรสิตจากไทย   -ศาลสั่งจำคุก 1 เดือนหนุ่มเรนจ์โรเวอร์ ขับปาดหน้าหลุยส์ สก็อต - ถ่มน้ำลายใส่รถสาวย่านเอกมัย ก่อนบอกขอโทษนะเบบี๋ เจ้าตัวสารภาพ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 1 เดือน เปลี่ยนโทษคุกเป็นกักขังแทน ก่อนยื่นประกันตัว 2 หมื่นสู้คดีต่อ คุก 1 เดือน หนุ่มรถหรูปาดหน้า 'หลุยส์ สก็อต' - ถ่มน้ำลายใส่รถสาว 'ขอโทษทีจ๊ะเบบี๋'    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oggrxp0a45I

 2,459
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ค. 62

นศ.สาวร้อยเอ็ด ยันไม่เคยเอี่ยวยาเสพติด หลังได้รับพัสดุยา ค้นร้านส่งไปรษณีย์ พบหนุ่ม 17 เป็นคนส่ง

ความคืบหน้ากรณี น.ส.สุปราณี พลดอน หรือ ปลา อายุ 22 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับ ปวช. ถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากมีคนส่งพัสดุมาให้แต่ข้างในมียาเสพติด จึงถูกตำรวจจับกุมฐานมียาเสพติดไว้ครอบครอง จนกระทั่งต่อมาญาติร้องเรียนว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด   ล่าสุดเมื่อวานนี้ ตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งที่เปิดเป็นที่ทำการตัวแทนส่งไปรษณีย์ภายในซอยนวมินทร์ 74 หลังสืบทราบว่าพัสดุที่ส่งไปให้กับ น.ส.สุปราณี   โดยจากการสืบสวนทราบว่าพัสดุดังกล่าวถูกส่งมาจากตัวแทนไปรษณีย์แห่งนี้ จากกล้องวงจรปิดภายในที่ทำการไปรษณีย์สาขาจรเข้บัว  พบว่าช่วงเวลาที่กล่องพัสดุดังกล่าวถูกฝากส่งโดย น.ส.ติรยา กาละสังข์ ตัวแทนรับส่งไปรษีย์ในพื้นที่นวมินทร์   น.ส.ติรยา เล่าว่า ตนเป็นตัวแทนไปรษณีย์ จะรับส่งพัสดุจากลูกค้า และไปส่งไปรษณีย์อีกครั้ง วันเกิดเหตุมีชายวัยรุ่น มาส่งพัสดุ ไปอ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งตนก็รับส่งโดยปกติ และขอบัตรประชาชนของผู้ส่งระบุชื่อ นายปราบดา พรามจร อายุ 17 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบบัตรประชาชนกับคนมาส่งก็คือคนเดียวกัน ขณะนั้นนายปราบดาเองไม่ได้มีท่าทางพิรุธอะไร ขอส่งแบบอีเอ็มเอส  แต่ใช้กล่องพัสดุ ลักษณะผ่านการใช้งานมาแล้ว   จากนั้นตนก็นำไปส่งที่ไปรษณีย์สาขาจรเข้บัว เพื่อทำการส่งไปยังปลายทางที่ น.ส.สุปราณี พลดอน หมายเลขไปรษีย์ 45130 อำเภอสุวรรณภูมิ โดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในกล่องเป็นยาเสพติด   จากการตรวจสอบข้อมูลบันทึกการรับฝากส่งไปรษณีย์ทราบว่า นายปราบดา เคยมาส่งไปรษณีย์ที่ตัวแทนแห่งนี้มาแล้ว  1 ครั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยครั้งนั้นส่งพัสดุไปหา น.ส.ชลดา มิ่งทองโต เลขไปรษณีย์ปลายทางคือ 6300 จังหวัดตาก น้ำหนักประมาณ 118 กรัม และตอนนั้นเจ้าของร้านรับฝากไปรษณีย์แห่งนี้ก็ไม่ทราบเช่นเดียวกันว่าภายในกล่องพัสดุมีอะไรอยู่ภายในบ้าง   หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสุววรณภูมิ นำบันทึกทั้งหมดไปตรวจสอบถึงความเชื่อมโยงกับตัวของผู้ส่งไปรษณีย์ดังกล่าว พร้อมติดตามหาตัว น.ส.ชลดา ที่เคยถูกนายปราบดาส่งพัสดุไปให้มาสอบปากคำเพื่อหาความเชื่อมโยง ซึ่งหลังจากนี้ต้องสืบสวนหาตัวนายปราบดาเจ้าของพัสดุนี้มาสอบปากคำเพิ่มเติม หากเกี่ยวข้องต้องมีการดำเนินคดีตามกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1bJcugeP9Rk

 3,145

Top