ค้นหา :

ผลการค้นหา "การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค"

ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 62

การไฟฟ้าเยียวยาแล้ว 1 ล้าน สาวถูกสายไฟแรงสูงตกใส่ขา รอมติจ่ายค่าทำขวัญ 12 ล้าน

โคราช-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Ester Chill ได้เผยแพร่คลิปภาพวงจรปิดบริเวณหน้ารานสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หน้าตลาดสดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เกิดไฟช็อต ทำให้สายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ตกใส่นางมาลิณี วีระสุชาติ ภรรยาของผู้โพสต์ที่กำลังเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ตัวเองจอดไว้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดค่ารักษาภรรยาไปเกือบ 1 ล้านบาท และเวลาก็ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากการไฟฟ้าแต่อย่างใด   นางมาลิณี วีระสุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช็อต ล่าสุดอาการบาดเจ็บดีขึ้น และขณะนี้ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่ก็ยังคงเดินไม่สะดวก เปิดเผยว่าตลอดระยะ 2 เดือนที่นอนโรงพยาบาลหมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนกว่า 970,000 บาท   ซึ่งตอนแรกทางตัวแทนการไฟฟ้าก็ได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และสอบถามค่ารักษาพยาบาลว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ช่วงนั้นตนยังไม่สามารถสรุปค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ และยังไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน จนกระทั่งตนเองออกจากโรงพยาบาลแล้วตนจึงทำหนังสือเรียกค่าเสียหายไปยังทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสีคิ้ว แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด ซึ่งตนอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย   ด้านนายณัฐวรรธน์ อัครรุ่งเรืองกุล ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บที่บ้านพัก พร้อมมอบเช็คเงินสดช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับผู้บาดเจ็บด้วย ยืนยันเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และจะดูแลค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องไปจนกว่าผู้บาดเจ็บจะหายเป็นปกติ   ส่วนเรื่องค่าทำขวัญที่ทางผู้บาดเจ็บได้เรียกร้องมาจำนวน 12 ล้านบาทนั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะต้องนำเรื่องไปพิจารณาประชุมกันก่อน รวมทั้งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบด้วย ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้ข้อสรุปในเรื่องของตัวเลขค่าของความเสียหายที่ชัดเจน และหลังจากนั้นก็มอบเงินค่าทำขวัญให้กับทางผู้บาดเจ็บต่อไปได้ ซึ่งทางนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บ และครอบครัว ต่างก็รู้สึกพอใจกับความช่วยเหลือที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบในครั้งนี้แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GjJY_AsdZ30

 372
สังคม
14 พ.ย. 62

การไฟฟ้าเยียวยาแล้ว 1 ล้าน สาวถูกสายไฟแรงสูงตกใส่ขา รอมติจ่ายค่าทำขวัญ 12 ล้าน

โคราช-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Ester Chill ได้เผยแพร่คลิปภาพวงจรปิดบริเวณหน้ารานสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หน้าตลาดสดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เกิดไฟช็อต ทำให้สายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ตกใส่นางมาลิณี วีระสุชาติ ภรรยาของผู้โพสต์ที่กำลังเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ตัวเองจอดไว้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดค่ารักษาภรรยาไปเกือบ 1 ล้านบาท และเวลาก็ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากการไฟฟ้าแต่อย่างใด   นางมาลิณี วีระสุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช็อต ล่าสุดอาการบาดเจ็บดีขึ้น และขณะนี้ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่ก็ยังคงเดินไม่สะดวก เปิดเผยว่าตลอดระยะ 2 เดือนที่นอนโรงพยาบาลหมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนกว่า 970,000 บาท   ซึ่งตอนแรกทางตัวแทนการไฟฟ้าก็ได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และสอบถามค่ารักษาพยาบาลว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ช่วงนั้นตนยังไม่สามารถสรุปค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ และยังไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน จนกระทั่งตนเองออกจากโรงพยาบาลแล้วตนจึงทำหนังสือเรียกค่าเสียหายไปยังทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสีคิ้ว แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด ซึ่งตนอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย   ด้านนายณัฐวรรธน์ อัครรุ่งเรืองกุล ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บที่บ้านพัก พร้อมมอบเช็คเงินสดช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับผู้บาดเจ็บด้วย ยืนยันเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และจะดูแลค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องไปจนกว่าผู้บาดเจ็บจะหายเป็นปกติ   ส่วนเรื่องค่าทำขวัญที่ทางผู้บาดเจ็บได้เรียกร้องมาจำนวน 12 ล้านบาทนั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะต้องนำเรื่องไปพิจารณาประชุมกันก่อน รวมทั้งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบด้วย ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้ข้อสรุปในเรื่องของตัวเลขค่าของความเสียหายที่ชัดเจน และหลังจากนั้นก็มอบเงินค่าทำขวัญให้กับทางผู้บาดเจ็บต่อไปได้ ซึ่งทางนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บ และครอบครัว ต่างก็รู้สึกพอใจกับความช่วยเหลือที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบในครั้งนี้แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GjJY_AsdZ30

 372
ประชาสัมพันธ์
02 ก.ย. 62

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแนะนำเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า ในกรณีที่มีน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง‏

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศ ประกาศเตือนจากหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมทุกขณะและมีข้อแนะนำประชาชนเกี่ยวกับไฟฟ้า กรณีเกิดน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง เพื่อความปลอดภัยในชีวิต  ดังนี้    - ก่อนน้ำท่วมเข้าภายในบ้านหรือบริเวณบ้าน  ให้รีบขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูง  หรือที่ปลอดภัยน้ำท่วมไม่ถึง    - กรณีเป็นบ้านสองชั้นและมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำกำลังจะท่วมชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง    - กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน โดยให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าปลดสวิตช์ที่ชั้นล่างให้เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าเพื่อแยกวงจรชั้นบนและชั้นล่าง    - กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟด้านในและด้านนอกอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำ แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นอาจอยู่เหนือระดับน้ำ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ปลั๊กไฟที่น้ำท่วมห้ามใช้งานเด็ดขาด    - ควรอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าหรือระบบจำหน่ายในพื้นที่น้ำท่วมอย่างน้อย 2-3 เมตร เพื่อความปลอดภัย หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าล้มหรือสายไฟฟ้าขาดแช่น้ำ อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัส ให้รีบแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่หรือสายด่วน PEA โทร.1129 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแก้ไข    - พบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูด อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่ติดอยู่กับกระแสไฟฟ้าหรือตัวนำที่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายเป็นอันขาด เพื่อป้องกันมิให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนได้รับอันตรายไปด้วย    -   ใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า เช่น ผ้า ไม้แห้ง เชือกแห้ง สายยางหรือพลาสติกที่แห้งสนิท ถุงมือยางหรือผ้าแห้งพันมือให้หนา แล้วผลักหรือฉุดตัวผู้ประสบอันตรายให้หลุดออกมาโดยเร็ว หรือใช้ผ้าคล้องหรือให้ผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าปลดสวิตช์ จากนั้นปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลหากเป็นสายไฟฟ้าแรงสูง ให้หลีกเลี่ยงและรีบแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่หรือสายด่วน PEA โทร.1129 โดยเร็วที่สุด อย่าลงไปในน้ำ กรณีมีกระแสไฟฟ้าอยู่ในบริเวณน้ำท่วมขัง หาวัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้าเขี่ยสายไฟฟ้าออกให้พ้นหรือแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้าก่อน จึงค่อยช่วยผู้ประสบอันตราย การช่วยผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า จำเป็นต้องกระทำด้วยความรวดเร็ว รอบคอบและระมัดระวังเป็นพิเศษ สอบถามข้อมูลแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง  หรือ ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สายด่วน PEA โทร.1129  PEA Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง     ที่มา  :  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ( PEA )   

 1,401
ประชาสัมพันธ์
15 ส.ค. 62

pea ลงนามสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ feeder device interfaces (fdi) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับศูนย์สั่งการจ่ายไฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

PEA ลงนามสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับศูนย์สั่งการจ่ายไฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น       วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นประธานพิธีลงนามสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (คปศ.) ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ มีนายวัลลภ กิตติวิวัฒน์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในฐานะผู้อำนวยการโครงการฯ และนายสุธี จุฬานุตรกุล ประธานกรรมการ บริษัท พรีไซซ ซิสเท็ม แอนด์โปรเจ็ค จำกัด ร่วมลงนาม โดยมีผู้บริหาร PEA และผู้บริหารบริษัทฯ ร่วมพิธี ณ ห้อง Magic 2 ชั้น 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ     ไฟฟ้าถือเป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญปัจจุบันมีการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงต้องการความมั่นคง และความน่าเชื่อได้ในการจ่ายกระแสไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จึงได้นำระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟแบบอัตโนมัติ หรือระบบ SCADA มาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้การควบคุมและแก้ไขระบบไฟฟ้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว มั่นคงและมีประสิทธิภาพ     ปัจจุบันภาครัฐได้มีการส่งเสริมแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่กระจายอยู่ทั่วไป ทำให้การปฏิบัติการด้านต่างๆในระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อนมากขึ้น และจำนวนวงจรไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น PEA จึงได้เพิ่มจำนวน Feeder Device Interfaces (FDI) พร้อมเพิ่มคุณสมบัติรองรับระบบการจ่ายไฟที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งได้มีการปรับปรุงเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารให้มีความทันสมัย สามารถส่งข้อมูลไฟฟ้าขัดข้องกลับมายังศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งข้อมูลที่ละเอียดและเที่ยงตรงจากอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces ช่วยให้กระบวนการวิเคราะห์และวางแผนระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับระบบไฟฟ้าในอนาคตที่มีความซับซ้อน และยังสอดรับกับแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น การดำเนินงานด้านอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ จึงถือเป็นปัจจัยความสำเร็จที่  PEA ใช้เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้่าอัจฉริยะ Smart Grid ต่อไปในอนาคต     ทั้งนี้ หากการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟแล้วเสร็จตามเป้าหมาย จะทำให้ PEA สามารถควบคุมการจ่ายไฟให้มีประสิทธิภาพและมั่นคงมากยิ่งขึ้น ลดระยะเวลาและพื้นที่ไฟดับให้น้อยลง เป็นระบบที่สามารถรองรับผลกระทบจากการเชื่อมต่อแหล่งจ่ายพลังงานทดแทนแบบกระจายตัวรูปแบบต่างๆ ที่จ่ายไฟเข้ามาในระบบจำหน่าย PEA มีเทคโนโลยีระบบสื่อสารที่ทันสมัยเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีสื่อสารในอนาคต รวมถึงการใช้ความถี่ใหม่สอดคล้องกับความถี่ที่ได้รับจัดสรรจาก กสทช. อีกทั้งอุปกรณ์ทั้งหมดถูกปรับเปลี่ยนเป็นโครงข่าย IP รองรับการก้าวไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มตัว      ข่าว :: แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ภาพ :: แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์

 688
ประชาสัมพันธ์
10 ส.ค. 62

pea คว้ารางวัล hr asia best companies to work for in asia 2019 (thailand edition) จากบริษัท business media international ประเทศมาเลเซีย

            PEA คว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2019 (Thailand Edition) จากบริษัท Business Media International ประเทศมาเลเซีย                    การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2019 (Thailand Edition) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ โดยมี ร้อยโทสุพจน์ ใช้บางยาง รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้รับรางวัล จัดโดยบริษัท Business Media International ประเทศมาเลเซีย ณ โรงแรงแมริออท สุรวงศ์ กรุงเทพฯ                การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นองค์กรชั้นนำที่ทันสมัยในระดับภูมิภาค มุ่งมั่นให้บริการพลังงานไฟฟ้า และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน มีภารกิจจัดหา ให้บริการพลังงานไฟฟ้า และดำเนินธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้เกิดความพึงพอใจทั้งด้านคุณภาพและบริการ โดยพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้านการบริหารงานบุคคล PEA ดำเนินการตามนโยบาย หนุนนำทุนมนุษย์ (Nourish Human Resource) สร้างระบบงานและกลไก เพื่อนำศักยภาพของพนักงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร พัฒนาทักษะพนักงานด้านความรู้ (Hard Skills) และด้านอารมณ์ (Soft Skills) ส่งเสริมการสร้างและขยายผลการใช้งานนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรให้มี Productivity สูงขึ้น                     จากผลการดำเนินการและการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในการบริหารงานบุคคล ส่งผลให้ PEA ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2019 (Thailand Edition) จากบริษัท Business Media International ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นองค์กรชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในแขนงต่างๆ เพื่อยกย่องให้เป็นองค์กรต้นแบบในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของเอเชีย                                PEA มีบุคลากรเข้ามาเป็นกำลังสำคัญร่วมพัฒนาองค์กรเป็นจำนวนมาก ซึ่ง PEA เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วประเทศและเป็นองค์กรที่มีรากฐานมั่นคงมา 60 ปี ปัจจุบัน PEA มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนางานในทุกๆ ด้าน ควบคู่ไปกับการมีสวัสดิการที่ดี เพื่อดูแลบุคลากรและครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่มีมาตรฐาน เพื่อให้เป็น Happy Work Place สำหรับทุกคน PEA เชื่อมั่นว่าเมื่อมีบุคลากรมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุข จะสามารถนำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนาธุรกิจการให้บริการด้านพลังงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ PEA เป็นองค์กรชั้นนำที่ทันสมัย ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค   ..........................   ข้อมูล : กองบริหารงานบุคคล ฝ่ายกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคล   ข่าว : แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์   ภาพ : แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์  ฝ่ายประชาสัมพันธ์

 1,087
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 62

การไฟฟ้าเข้าแจ้งความ มิจฉาชีพแอบอ้าง-หลอกขายกล่องลดค่าไฟ ย้ำอย่าหลงเชื่อ เพราะไม่มีอยู่จริง

นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. พร้อมด้วย นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน ผู้ช่วยว่าการยุทธศาสตร์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นำเจ้าหน้าที่พร้อมผู้เสียหาย จำนวน 4 คน   เข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังพบว่า มีมิจฉาชีพโฆษณาหลอกขายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าอ้างว่าลดค่าไฟได้ ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage : Expert Electric อีกทั้งยังละเมิดแอบอ้างหน่วยงานรัฐหรือผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ หรือนำภาพข่าวของ 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ปอท.)   นายจาตุรงค์ เปิดเผยว่า กฟน. กฟผ. และ PEA มีความห่วงใยประชาชนที่ถูกหลอกลวงดังกล่าวอย่างยิ่ง จึงได้แจ้งดำเนินคดีทางกฎหมายกับมิจฉาชีพผู้แอบอ้างหลอกลวงประชาชนอย่างถึงที่สุด เนื่องจากพบว่ามีการละเมิดนำภาพตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานทั้ง 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อ แอบอ้างหลอกจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า รวมถึงแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐหรือผู้มีชื่อเสียงผู้นำมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างความน่าเชื่อถือในช่องทางสื่อสารโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อถูกหลอกลวงเสียทรัพย์จำนวนมาก โดยวันนี้ได้นำหลักฐานพร้อมเชิญผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับ บก.ปอท.    ทั้งนี้ กฟน. กฟผ. และ PEA ยืนยันว่าอุปกรณ์ช่วยประหยัดไฟฟ้าหรือช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านนั้นไม่มีอยู่จริง สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีการนำมาแอบอ้างหลอกลวงจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น อาจเข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภค โดย 3 การไฟฟ้าตรวจสอบแล้ว พบว่ามี 3 ลักษณะคือ 1) เป็นกล่องหรือตู้ที่มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ภายในเป็นเพียงตัวเก็บประจุ และประเภทที่ภายในไม่มีส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้าเลย มีเพียงวัสดุสำหรับถ่วงน้ำหนักบรรจุไว้เท่านั้น 2) เป็นอุปกรณ์สำหรับเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรง และ 3) เป็นบัตรสำหรับติด หรือแปะกับตู้จ่ายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถประหยัดไฟฟ้าได้จริง และอาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติ หรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งหากนำมาใช้อาจมีความผิดตามกฎหมายได้   อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าโดยเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการปรับตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักใช้ไฟฟ้ามากขึ้น การเปิดพัดลมช่วยให้อากาศมีการเคลื่อนที่ทำให้รู้สึกเย็นเพิ่มขึ้นได้ และไม่แช่อาหารร้อนในตู้เย็น รวมถึงไม่ควรเปิด-ปิด ตู้เย็นบ่อยครั้งจะส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นด้วย    อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้คือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED เลือกใช้เครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นต้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GT64l7ymBLY

 10,835
ประชาสัมพันธ์
30 ก.ค. 62

pea - บางจาก ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือพัฒนาพลังงานสะอาดเพื่อคนไทย

           วันนี้ (วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 เวลา 13.30 น.) นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนารูปแบบธุรกิจสำหรับพลังงานสะอาด ระหว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้บริหารบางจากฯ และผู้บริหาร PEA ร่วมพิธี ณ อาคารเอ็ม ทาวส์ สุขุมวิท บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่                นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กล่าวว่า PEA นอกจากจะให้บริการกระแสไฟฟ้า 74 จังหวัดทั่วประเทศแล้วในพื้นที่ประมาณ 99% PEA ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม มีการพัฒนาพลังงานทดแทนมาโดยตลอด โดยมี PEA ENCOM เป็นหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง และเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทน ในอนาคตรถยนต์ EV CAR จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย PEA สนับสนุนให้เกิดการใช้ยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ลดการสร้างมลพิษ เหมาะกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน และ PEA มีแผนที่จะสร้างเครือข่ายจุดชาร์จรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่ง PEA เริ่มใช้ยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาระยะหนึ่งแล้ว                    การลงนามความร่วมมือในการพัฒนารูปแบบธุรกิจสำหรับพลังงานสะอาดในครั้งนี้ เพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนารูปแบบธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัท บางจากฯ โดย PEA มีแผนจะเป็นผู้ลงทุนติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Quick Charge ในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงของ บริษัท บางจากฯ ทุกๆ 100 กิโลเมตร ตามถนนสายหลักของประเทศไทยรวม 62 สถานี ในช่วงปี 2563 – 2564 เพื่อให้ผู้ใช้งานรถไฟฟ้าเกิดความมั่นใจ ในการเดินทางไปในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทยได้เหมือนกับใช้งานรถยนต์น้ำมันทั่วไป ขนาดแบตเตอรี่ประมาณ 40 kWh จะสามารถชาร์จไฟฟ้าได้โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง และเพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินงานอื่นๆที่เป็นไปได้ เช่น การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า ระบบบริหารจัดการพลังงานด้านอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสร้างมลพิษ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานสะอาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้ยานยนต์ในรูปแบบพลังงานสะอาดมากขึ้น                ข่าว : แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์   ภาพ : แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์

 904
ประชาสัมพันธ์
24 ก.ค. 62

pea รับรางวัลซุปเปอร์แบรนด์ (superbrands) ประจำปี 2561

           วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รับรางวัลซุปเปอร์แบรนด์ 2018 ประจำปี 2561 โดยมีนายมนูญ จันทรักษา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้รับรางวัลจาก มร.ไมค์ อิงลิช CEO Superbrands ณ ลาน Life style Hall ชั้น 2 สยามพารากอน                PEA รับรางวัลซุปเปอร์แบรนด์ (Superbrands) ประจำปี 2561 ภายใต้กลุ่มวิจัยการตลาดประเภท "แบรนด์องค์กร" เปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ด้านการสร้างแบรนด์ โดยซุปเปอร์แบรนด์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการวัดและประเมินความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ ได้วิจัยการตลาดผ่านผู้บริโภคทั่วประเทศ จำนวน 15,000 ราย นักการตลาดและการประชาสัมพันธ์ จำนวน 4,500 ราย รวมไปถึงคณะกรรมการอิสระต่างๆ เพื่อสำรวจและประเมินความสำเร็จของการความสร้างแบรนด์ในประเทศไทย ประจำปี 2561                 ผลการสำรวจปรากฏว่า PEA ได้รับการโหวตเพื่อรับรางวัลซุปเปอร์แบรนด์ ประจำปี 2561 ภายใต้กลุ่มวิจัยการตลาดประเภท "แบรนด์องค์กร" ซึ่งรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการสร้างความรับรู้ต่อแบรนด์ผู้บริโภค ความเชื่อมั่น ความประทับใจและการบริการที่ดีเลิศของ PEA       ................................................   ข่าว :  แผนกวิจัยและสร้างภาพลักษณ์องค์กร กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์   ภาพ : แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์

 788
เศรษฐกิจ
20 มี.ค. 62

pea ร่วมงานแถลงข่าวกิจกรรม “ ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ” (60+ earth hour 2019)

              วันนี้ (วันที่ 20 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น.) นางจุฑาพรรธน์ แก้ววัฒนะบวร ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมงานแถลงข่าวกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2019)” โดยมีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว ณ อาคารไอราวัตพัฒนา กรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)                  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร องค์กร WWF มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) FEED กฟผ. กฟน. ภาครัฐและเอกชนร่วมจัดกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน” (60+ Earth Hour 2019) ภายใต้แนวคิด "ปิดเพื่อโลกเปลี่ยนเพื่ออนาคต” ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562 ด้วยการรณรงค์ผู้ประกอบการ ร้านค้าและประชาชน ลดการใช้พลังงานและปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.30 – 21.30 น. โดยเชิญชวนร่วมแชร์การมีส่วนร่วมกิจกรรม ด้วยการติดแฮชแท็ก คำว่า #earthHour หรือ #connect2earth หรือ #ปิดไฟเพื่อโลกเปลี่ยนเพื่ออนาคต หรือ #ลดเพราะรักษ์ เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนแสดงพลังในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและเพื่อสร้างจิตสำนึกของประชาชนนำไปสู่การดำเนินการลดปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป                   นอกจากนี้ได้กำหนดจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ประกอบด้วย 5 สถานที่หลัก ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดารามพระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า สะพานพระราม 8 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และพื้นที่ในกรุงเทพทั้ง 50 เขต ภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการอาคารสถานที่ 126 แห่ง และเจ้าของอาคารบ้านเรือนในถนน 54 สาย พร้อมกันร่วมปิดไฟลดใช้พลังงานในวันดังกล่าว                  PEA ร่วมรณรงค์แก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนร่วมกับเมืองต่างๆทั่วโลกด้วยการร่วมกันปิดไฟที่ไม่จำเป็นในพื้นที่ PEA สำนักงานใหญ่ สำนักงานการไฟฟ้าทุกเขตทุกพื้นที่ และบ้านพักพนักงาน ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 20.30 – 21.30 น. เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ต้องไม่กระทบต่อความปลอดภัยและระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมา PEA ทั่วประเทศ ได้ร่วมกิจกรรมดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2559 – 2561 สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 5,659.2 กิโลวัตต์ คิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดได้ 22,313.79 บาท และสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 3.109 ตันคาร์บอนไดออกไซด์   _________________________________________ ข่าว : แผนกสื่อสารภายในภายนอก  กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ภาพ : แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์  กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์  

 1,205
สังคม-อาชญากรรม
20 มี.ค. 62

หนุ่มเมียนมาถูกไฟดูดหวิดดับ ขณะเปลี่ยนกระเบื้องบนหลังคาบ้าน

(20 มี.ค.62) เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุนรสิงห์ รับแจ้งเหตุ มีคนโดนไฟฟ้าดูดได้รับบาดเจ็บ ติดอยู่บนหลังคาร้านค้าของชำใกล้กับหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ บริเวณริมถนนเศรษฐกิจ 1 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิและรถกู้ชีพเข้าช่วยเหลือ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสมุทรสาคร เพื่อมาทำการตัดกระแสไฟฟ้า   ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิชย์ ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของเบ็ดเตล็ด จุดเกิดเหตุเป็นบริเวณด้านหน้าอาคารที่มีการต่อเติมหลังคากันแดดกันฝน โดยหลังคาดังกล่าวถูกต่อเติมติดกับเสาไฟฟ้าที่มีหม้อแปลงขาดใหญ่ติดตั้งอยู่ ส่วนคนเจ็บเป็นแรงงานชาวเมียนมา ทราบชื่อต่อมาคือ นาย Kyaw Kyaw Win ขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึงพบนาย Kyaw Kyaw Win กำลังนั่งติดอยู่กับเสาไฟฟ้าสภาพอ่อนแรง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตัดไฟก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง    จากการสอบถาม นายเอกธิต เจริญพรพงษ์ อายุ 28 ปี เจ้าของร้านขายของเบ็ดเตล็ด ทราบว่า ได้มีการว่าจ้าง นาย Kyaw Kyaw Win ขึ้นไปเปลี่ยนหลังคากระเบื้องที่ชำรุดเสียหาย จำนวน 2 แผ่น ขณะที่กำลังทำการเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาอยู่นั้น คาดว่าคงโดนกระแสไฟฟ้าที่รั่วอยู่หรืออาจไปถูกเข้ากับสายไฟฟ้า จึงทำให้เกิดไฟฟ้าดูดเข้าที่ร่างกาย จนหมดเรี่ยวแรงไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวเองได้ ซึ่งถือว่าโชคดีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทำให้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ไฟฟ้าดูดครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง  

 867
เศรษฐกิจ
11 มี.ค. 62

pea แนะการใช้ไฟฟ้าช่วงฤดูร้อน เพื่อความปลอดภัยและประหยัดค่าไฟของประชาชน

               ในช่วงฤดูร้อน ประเทศไทยจะพบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งจะมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น  และเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศเป็นเหตุให้ประชาชนเสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ตามไปด้วย นางกัลยา แตงเกษม ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  เพื่อช่วยให้ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยเริ่มจากหมั่นดูแล บำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอล้างเครื่องปรับอากาศให้ปลอดจากฝุ่นละออง                 นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าตามมาตรการ ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ    26 องศาเซลเซียส ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน เปลี่ยนไปใช้เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพสูง (SEER) เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED แทนการใช้หลอดแบบไส้และเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า  รวมถึง ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรด้วยการปิดสวิตซ์และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถ้าชำรุดต้องซ่อมแซมทันทีเพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและติดตั้งสายดิน พร้อมเครื่องตัดไฟรั่วเพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า                อย่างไรก็ตาม หากประชาชนท่านใดต้องการคำแนะนำเรื่องการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือพบเห็นระบบจำหน่ายของ PEA ชำรุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพไม่ปลอดภัยอย่าเข้าใกล้ ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อยู่ในพื้นที่ของท่านหรือโทร 1129 PEA Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง  

 1,781
เศรษฐกิจ
07 มี.ค. 62

pea ร่วมลงนาม บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด เพื่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน

             วันนี้ (วันที่ 6 มีนาคม 2562 เวลา 09.45 น.) นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และนายนันทพงษ์ จันทร์ตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด โดยมีนายอนุโลม อุตมะพันธุ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมคณะกรรมการบริหาร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชั้น 22 อาคาร LED สำนักงานใหญ่ PEA                การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีนโยบายพัฒนาองค์กรมุ่งสู่ PEA Digital Utility ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงาน ต่อยอดธุรกิจและนวัตกรรม ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดตามนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน เร่งรัดการลงทุน ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยวและเกษตรกรรม กระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รองรับการลงทุนและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยพลังงานไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์คอนกรีต ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ใช้ในการสนับสนุนโครงการต่างๆ ทำให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น                 PEA ให้บริการด้านการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ยกระดับมาตรฐานและพัฒนาปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้งานในระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง ซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์หลักในระบบไฟฟ้าของ PEA จึงได้ร่วมมือในการสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคคลากรได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ในวัสดุ กระบวนการ เทคโนโลยีและอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคอนกรีตอัดแรง (Prestressed Concrete) กับ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯ ผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จรายแรกของประเทศไทย ที่มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าด้วยเทคโนโลยีนำสมัย ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์คอนกรีตประเภทต่างๆ ที่มีคุณภาพมุ่งเน้นทั้งด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เป็นปัจจัยในการขับเคลื่อน สร้างความเจริญเติบโตและความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน       ข่าว : แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ภาพ : แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์  

 1,294
เศรษฐกิจ
05 มี.ค. 62

pea ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (digital business cooperation for energy entrepreneurs)

           การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (Digital Business Cooperation for Energy Entrepreneurs)                วันนี้ (วันที่ 4 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น.) นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และนายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (Digital Business Cooperation for Energy Entrepreneurs) ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ณ โถง ชั้น 1 อาคาร LED สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค                นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กล่าวว่า PEA พัฒนาองค์กรให้เป็น Digital Utility ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานส่งเสริม การดำเนินธุรกิจใหม่ด้านพลังงานให้มีความทันสมัยในการให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรองรับ Disruptive Technology ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยและขยายการให้บริการไปสู่ระดับภูมิภาคในอาเซียนโดยร่วมกับธนาคารกรุงไทยฯ พัฒนา Feature “PEA Care & Service” โดย Feature นี้เป็นส่วนหนึ่งของ PEA HERO Platform ที่ให้บริการแบบครบวงจร One-stop Service สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการปรับปรุงซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าด้วยการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว ผ่านการให้บริการบน Digital Platform อีกทั้งยังได้รับการบริการที่เป็นไปตามมาตรฐาน น่าเชื่อถือและได้รับรองจาก PEA โดยโครงการนี้จะเริ่มเปิดทดลองให้บริการภายในปี 2562             นายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ที่ร่วมผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐ โดยนำเทคโนโลยีมาให้บริการกับลูกค้าและประชาชน ประกาศยุทธศาสตร์ดิจิทัลสู่การเป็น Invisible Banking อย่างเต็มตัว เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทย ให้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless society) พร้อมสนับสนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในการพัฒนา Feature “PEA Care & Service” รวมทั้งให้บริการด้าน Financial Solution กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้บริการตรวจสอบระบบไฟ และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น     ข่าว : แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ภาพ : แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์  

 1,774
เศรษฐกิจ
20 ก.พ. 62

pea – กปภ. ลงนาม mou ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระบบผลิต ส่งจ่ายน้ำประปา

                  วันนี้ (วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น.) พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการส่งเสริมการลดใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิต ส่งจ่ายน้ำประปาและระบบเกี่ยวเนื่องของการประปาส่วนภูมิภาค ระหว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับ การประปาส่วนภูมิภาค ณ ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสักขีพยาน      ผู้ลงนาม ประกอบด้วย    - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการในตำแหน่งประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค      - นายชยพล ธิติศักดิ์ ประธานกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค     - นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค      - นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค      มีคณะกรรมการและผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการประปาส่วนภูมิภาคร่วมพิธี                   พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เกิดจากความมุ่งมั่นของกระทรวงมหาดไทยในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยสนับสนุนให้ กปภ. และ PEA บูรณาการการใช้พลังงานทดแทนในกระบวนการผลิต ส่งจ่ายน้ำประปา และระบบเกี่ยวเนื่อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ กปภ. ลดปริมาณการใช้พลังงานในกิจการประปาแล้ว ยังจะมีผลต่อการลดปริมาณการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ คาดหวังว่าความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานเป็นตัวอย่างของรัฐวิสาหกิจที่สามารถประหยัดพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรมและจะยกระดับสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต               นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการ PEA เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นองค์กรชั้นนำที่ทันสมัยในระดับภูมิภาค มุ่งมั่นให้บริการพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยภารกิจดังกล่าวนี้ PEA จึงได้ร่วมกับ กปภ.ดำเนินการส่งเสริมลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบผลิต ส่งจ่ายน้ำประปาและระบบเกี่ยวเนื่องเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพให้กับ กปภ. โดย PEA จะเป็นผู้ดำเนินการให้บริการในรูปแบบของการจัดการพลังงานแบบครบวงจร ได้แก่ การสำรวจ วิเคราะห์ ออกแบบและนำเสนอมาตรการประหยัดพลังงานสำหรับ กปภ. พร้อมทั้งดำเนินการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ และประเมินผลการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการใช้พลังงานไฟฟ้าให้กับ กปภ. และสนับสนุนนโยบายการอนุรักษ์พลังงานของประเทศชาติ                  PEA จะดำเนินการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้กับสถานีจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งจะดำเนินการโครงการนำร่องกับสถานีส่งจ่ายน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและขยายผลออกไปอีกไม่น้อยกว่า 40 แห่ง คาดว่าจะลดการใช้ไฟฟ้าของสถานีส่งจ่ายน้ำได้ไม่น้อยกว่า 30 %               นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ภารกิจในการผลิต ส่งจ่ายน้ำประปา และให้บริการน้ำสะอาดมาตรฐานสากลแก่ประชาชนใน 74 จังหวัดทั่วประเทศของ กปภ.นั้น ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสนับสนุนกระบวนการผลิตและจ่ายน้ำประปาในปริมาณสูงมาก ดังนั้น เพื่อตอบสนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย กปภ.จึงร่วมมือกับ PEA ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์พลังงานให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว การนำเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้ลดต้นทุนการใช้ไฟฟ้าของ กปภ.อย่างชัดเจน ยังช่วยลดต้นทุนในระบบผลิตส่งจ่ายน้ำประปาของ กปภ. ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและเพิ่มประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยความร่วมมือนี้จะมีการขยายผลสู่ กปภ. 234 สาขาทั่วประเทศต่อไป        

 850
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 61

เตือนภัย! ระวังมิจฉาชีพปลอมบิลค่าไฟฟ้า หลังพบตระเวนตุ๋นเงินใน จ.สมุทรสาคร

(6 ก.ย.61) นายธีรนันท์ ประชุมชิต นิติกร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีมิจฉาชีพปลอมแปลงเอกสารบิลเรียกเก็บค่าใช้ไฟฟ้า และนำไปหลอกหลวงประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร ล่าสุดไปหลอกเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าจากแม่ค้าขายส้มตำ ที่เช่าตึกทำมาหากินได้เงินไป 2,000 กว่าบาท    นายธีรนันท์ กล่าวว่า จากข้อมูลของผู้เสียหายทำให้ทราบถึงพฤติกรรมของมิจฉาชีพ ซึ่งคาดว่ากลุ่มมิจฉาชีพได้มีการวางแผนและทำงานเป็นขั้นตอน โดยจะมีการมาตรวจสอบใบแจ้งหนี้เป้าหมายล่วงหน้า ว่ามีการชำระค่าไฟฟ้าเดือนละประมาณเท่าไหร่ หลังจากนั้นจะใช้วิธีปลอมเอกสารบิลเรียกเก็บค่าใช้ไฟฟ้า และหาจังหวะช่วงที่เหยื่อกำลังยุ่งๆ มาทำทีเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและแจ้งว่าจะมาตัดไฟฟ้า เนื่องจากค้างชำระค่าไฟฟ้า ถ้าไม่ต้องการให้ตัดไฟต้องชำระค่าใช้ไฟฟ้ากับตนเอง ซึ่งจะมีบิลเรียกเก็บค่าใช้ไฟฟ้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อ โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะหลงเชื่อเพราะเกรงจะถูกตัดไฟฟ้า ทำให้ตัดสินใจชำระเงินโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน   นายธีรนันท์ ยังกล่าวอีกว่า การไฟฟ้าไม่มีนโยบายให้พนักงานออกไปเก็บเงินค่าใช้ไฟฟ้าจากประชาชน โดยพนักงานของการไฟฟ้าจะมีหน้าที่เพียงนำใบแจ้งหนี้ไปส่งให้ตามบ้านเรือนประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ส่วนการชำระเงินนั้นประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าต้องนำใบแจ้งหนี้มาชำระที่การไฟฟ้า หรือจุดเคาท์เตอร์เซอร์วิสต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ และในปัจจุบันยังสามารถโหลแอพพลิเคชั่น PEA SMART PLUS เพื่อเพิ่มช่องทางในการชำระเงินค่าใช้ไฟฟ้า และแจ้งข้อมูลไฟฟ้าดับได้อีกด้วย 

 1,710

Top