ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยาเค"

สังคม-อาชญากรรม
25 ธ.ค. 62

ตร.โต้กลับ นศ.หนุ่มโวยถูกยัดยา-จับกดพื้นใส่กุญแจมือ ซ้อมจนดั้งหัก

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเปียว อายุ 23 ปี นักศึกษาหนุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงคืน ตนไปหาเพื่อนย่านอโศกและได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางถนนพระราม 3 กำลังบ้านย่านเทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ปรากฎว่าก่อนขึ้นสะพานกรุงเทพ เจอด่านตรวจของตำรวจ สน.วัดพระยาไกร มีเจ้าหน้าที่อยู่เกือบ 10 นายทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ รวมถึงอาสาตำรวจด้วย   จึงถูกเรียกจอดเพื่อตรวจค้นกระเป๋าสะพายใบเล็ก ๆ ซึ่งก็ให้ตรวจตามปกติไม่ได้ขัดขืนแต่ไม่เจออะไร จากนั้นก็ขอค้นกางเกง แต่ตนอายและบริสุทธิ์ใจจึงบอกไปว่าเดี๋ยวเปิดให้ดูก็ได้ จากนั้นก็มีตำรวจ 3-4 นาย เดินมาหา แล้วจับกดลงกับพื้นใส่กุญแจแล้วรุมเตะบริเวณใบหน้าและศีรษะหลายครั้ง จนหน้าบวมเป็นแผล โดยที่ตนยังไม่ได้พูดอะไรเลย   เมื่อถามกลับไปว่า “ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยกระทืบผมทำไม อยู่ดี ๆ ก็มาทำผม” แล้วก็พยายามนำอะไรไม่รู้มาป้ายปากของ ตนถุยน้ำลายกลับโดนเตะซ้ำอีก จังหวะนั้นพยายามห้ามให้หยุดทำร้ายแต่เจ้าหน้าที่ไม่ฟัง จากนั้นก็จับตนยืนขึ้นมีตำรวจนอกเครื่องแบบไม่แน่ใจเป็นหัวหน้าชุดหรือไม่คอยถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอ และมีตำรวจอีกนายใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตนแล้วบอกว่าเจอยาเคไม่ถึง 1 กรัม บรรจุอยู่ในซองพลาสติกแบบซิป 1  ซอง   นายเปียว ยอมรับว่าตกใจมากทั้งที่ตรวจค้นในกระเป๋ากางเกงรอบแรกไม่เจออะไร หลังจากที่กระทืบตนแล้วมาตรวจค้นอีกรอบกลับเจอยาเสพติด จากนั้นก็ถ่ายคลิปไว้ ตนก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตนแล้วโดนเตะอีกครั้งล้มลง ต่อยจมูกจนดั้งหักแล้วนำตัวขึ้นรถ หลังจากเลิกตั้งด่านเสร็จแล้วก็นำตัวตนไปที่ป้อมตำรวจใกล้ด่านตรวจ ทำบันทึกการจับกุมและบังคับให้ตนเซ็นรับสารภาพ ถามตนว่ายอมรับหรือไม่ พร้อมขู่ว่าหากไม่เซ็นจะทำร้าย ด้วยความกลัวไม่อยากเจ็บอีกจึงยอมเซ็น ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาครอบครองยาเสพติด (ยาเค) นำตัวเข้าห้องขัง   ต่อมาพ่อเดินไปบอกตำรวจนายหนึ่งว่าลูกชายโดนยัดยากลับนิ่งเฉย ก่อนทำเรื่องขอประกันตัวออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ขณะที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร เรียกตนไปพบ 3 รอบ บอกให้ไปชี้ตัวเจ้าหน้าที่ที่ทำร้าย  แต่พอไปถึงกลับไม่ให้ตนชี้ตัว อ้างว่าอาสาตำรวจเป็นคนทำ   ยืนยันว่าตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ถ้ายาเป็นของตนจริง ตนเห็นด่านตรวจคงโยนทิ้งไปแล้วใครมันจะกล้าขี่รถเข้าด่านตรวจ   ให้เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะก็ไม่ยอมตรวจ ขณะที่ตำรวจยศ พ.ต.ท.นายหนึ่งได้เชิญตนกับพ่อไปพูดคุยที่โรงพัก เสนอจะให้ช่วยค่ารักษาพยาบาลหรือให้ช่วยอะไรหรือไม่   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.ท.กัลป์  วงศ์มณี  รอง ผกก.(จราจร) สน.วัดพระยาไกร เผยว่า วัดเกิดเหตุผู้ร้องเรียนได้ขี่รถ จยย.มาเจอจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรข้างหน้าแล้วชะลอรถ โดยขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจ คอยแจ้งรถที่มีพฤติกรรมผิดปกติ โดยแจ้งว่าผู้ร้องเรียนกำลังจะขี่รถย้อนศรหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขี่รถ จยย.ตามประกบเพื่อให้เข้าจุดตรวจ   โดยก่อนถึงจุดตรวจประมาณ 20 เมตร เรียกให้จอดโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย เพื่อขอตรวจค้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสง ขณะตรวจค้นไม่มีอาสาตำรวจ โดยผู้ร้องเรียนไม่ยอมให้ตรวจค้น เจ้าหน้าที่พยายามเข้าควบคุมตัวแต่เขาดิ้นรนทิ้งตัวลง ตำรวจก็ดึงไว้ไม่ให้ล้ม พอดิ้นจึงดึงตัวไม่ไหวทำให้เขาล้มลงหน้าไปฟาดกับขอบฟุตบาทข้างจุดตรวจ   ช่วงนั้นเป็นช่วงชลมุน  ผู้ร้องพยายามทิ้งซองยาลงช่องท่อระบายน้ำซึ่งเป็นช่องเล็ก ๆ จึงเก็บเป็นหลักฐาน ตรวจค้นกระเป๋ากางเกงขวาก็พบซองยาเคประมาณ 0.4 กรัม  ทั้งนี้ตนไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุด้วย แต่สอบถามตำรวจชุดที่ปฏิบิหน้ายืนยันไม่มีใครซ้อมทำร้ายร่างกาย และไม่ได้ยัดยาเสพติดตามคำกล่าวอ้าง ส่วนที่บอกว่ากดลงกับพื้นเป็นการควบคุมตัวตามยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่   ขณะนี้ทางนครบาลสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน  โดยคำให้การของผู้ร้องในเบื้องต้นก่อนจะกลับคำให้การ มันขัดกับคลิปที่ทางเจ้าหน้าที่ถ่ายไว้ ตอนที่พ่อผู้ร้องมาคุยพยายามเอาประเด็นถูกยัดยา มาเป็นข้ออ้างให้ปล่อยลูกชายจากข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง(ยาเค) แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปล่อยตัวได้จึงไปร้องเรียนขอสู้คดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KV2SUCeOLD0

 2,134
สังคม
25 ธ.ค. 62

ตร.โต้กลับ นศ.หนุ่มโวยถูกยัดยา-จับกดพื้นใส่กุญแจมือ ซ้อมจนดั้งหัก

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเปียว อายุ 23 ปี นักศึกษาหนุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงคืน ตนไปหาเพื่อนย่านอโศกและได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางถนนพระราม 3 กำลังบ้านย่านเทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ปรากฎว่าก่อนขึ้นสะพานกรุงเทพ เจอด่านตรวจของตำรวจ สน.วัดพระยาไกร มีเจ้าหน้าที่อยู่เกือบ 10 นายทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ รวมถึงอาสาตำรวจด้วย   จึงถูกเรียกจอดเพื่อตรวจค้นกระเป๋าสะพายใบเล็ก ๆ ซึ่งก็ให้ตรวจตามปกติไม่ได้ขัดขืนแต่ไม่เจออะไร จากนั้นก็ขอค้นกางเกง แต่ตนอายและบริสุทธิ์ใจจึงบอกไปว่าเดี๋ยวเปิดให้ดูก็ได้ จากนั้นก็มีตำรวจ 3-4 นาย เดินมาหา แล้วจับกดลงกับพื้นใส่กุญแจแล้วรุมเตะบริเวณใบหน้าและศีรษะหลายครั้ง จนหน้าบวมเป็นแผล โดยที่ตนยังไม่ได้พูดอะไรเลย   เมื่อถามกลับไปว่า “ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยกระทืบผมทำไม อยู่ดี ๆ ก็มาทำผม” แล้วก็พยายามนำอะไรไม่รู้มาป้ายปากของ ตนถุยน้ำลายกลับโดนเตะซ้ำอีก จังหวะนั้นพยายามห้ามให้หยุดทำร้ายแต่เจ้าหน้าที่ไม่ฟัง จากนั้นก็จับตนยืนขึ้นมีตำรวจนอกเครื่องแบบไม่แน่ใจเป็นหัวหน้าชุดหรือไม่คอยถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอ และมีตำรวจอีกนายใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตนแล้วบอกว่าเจอยาเคไม่ถึง 1 กรัม บรรจุอยู่ในซองพลาสติกแบบซิป 1  ซอง   นายเปียว ยอมรับว่าตกใจมากทั้งที่ตรวจค้นในกระเป๋ากางเกงรอบแรกไม่เจออะไร หลังจากที่กระทืบตนแล้วมาตรวจค้นอีกรอบกลับเจอยาเสพติด จากนั้นก็ถ่ายคลิปไว้ ตนก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตนแล้วโดนเตะอีกครั้งล้มลง ต่อยจมูกจนดั้งหักแล้วนำตัวขึ้นรถ หลังจากเลิกตั้งด่านเสร็จแล้วก็นำตัวตนไปที่ป้อมตำรวจใกล้ด่านตรวจ ทำบันทึกการจับกุมและบังคับให้ตนเซ็นรับสารภาพ ถามตนว่ายอมรับหรือไม่ พร้อมขู่ว่าหากไม่เซ็นจะทำร้าย ด้วยความกลัวไม่อยากเจ็บอีกจึงยอมเซ็น ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาครอบครองยาเสพติด (ยาเค) นำตัวเข้าห้องขัง   ต่อมาพ่อเดินไปบอกตำรวจนายหนึ่งว่าลูกชายโดนยัดยากลับนิ่งเฉย ก่อนทำเรื่องขอประกันตัวออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ขณะที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร เรียกตนไปพบ 3 รอบ บอกให้ไปชี้ตัวเจ้าหน้าที่ที่ทำร้าย  แต่พอไปถึงกลับไม่ให้ตนชี้ตัว อ้างว่าอาสาตำรวจเป็นคนทำ   ยืนยันว่าตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ถ้ายาเป็นของตนจริง ตนเห็นด่านตรวจคงโยนทิ้งไปแล้วใครมันจะกล้าขี่รถเข้าด่านตรวจ   ให้เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะก็ไม่ยอมตรวจ ขณะที่ตำรวจยศ พ.ต.ท.นายหนึ่งได้เชิญตนกับพ่อไปพูดคุยที่โรงพัก เสนอจะให้ช่วยค่ารักษาพยาบาลหรือให้ช่วยอะไรหรือไม่   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.ท.กัลป์  วงศ์มณี  รอง ผกก.(จราจร) สน.วัดพระยาไกร เผยว่า วัดเกิดเหตุผู้ร้องเรียนได้ขี่รถ จยย.มาเจอจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรข้างหน้าแล้วชะลอรถ โดยขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจ คอยแจ้งรถที่มีพฤติกรรมผิดปกติ โดยแจ้งว่าผู้ร้องเรียนกำลังจะขี่รถย้อนศรหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขี่รถ จยย.ตามประกบเพื่อให้เข้าจุดตรวจ   โดยก่อนถึงจุดตรวจประมาณ 20 เมตร เรียกให้จอดโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย เพื่อขอตรวจค้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสง ขณะตรวจค้นไม่มีอาสาตำรวจ โดยผู้ร้องเรียนไม่ยอมให้ตรวจค้น เจ้าหน้าที่พยายามเข้าควบคุมตัวแต่เขาดิ้นรนทิ้งตัวลง ตำรวจก็ดึงไว้ไม่ให้ล้ม พอดิ้นจึงดึงตัวไม่ไหวทำให้เขาล้มลงหน้าไปฟาดกับขอบฟุตบาทข้างจุดตรวจ   ช่วงนั้นเป็นช่วงชลมุน  ผู้ร้องพยายามทิ้งซองยาลงช่องท่อระบายน้ำซึ่งเป็นช่องเล็ก ๆ จึงเก็บเป็นหลักฐาน ตรวจค้นกระเป๋ากางเกงขวาก็พบซองยาเคประมาณ 0.4 กรัม  ทั้งนี้ตนไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุด้วย แต่สอบถามตำรวจชุดที่ปฏิบิหน้ายืนยันไม่มีใครซ้อมทำร้ายร่างกาย และไม่ได้ยัดยาเสพติดตามคำกล่าวอ้าง ส่วนที่บอกว่ากดลงกับพื้นเป็นการควบคุมตัวตามยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่   ขณะนี้ทางนครบาลสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน  โดยคำให้การของผู้ร้องในเบื้องต้นก่อนจะกลับคำให้การ มันขัดกับคลิปที่ทางเจ้าหน้าที่ถ่ายไว้ ตอนที่พ่อผู้ร้องมาคุยพยายามเอาประเด็นถูกยัดยา มาเป็นข้ออ้างให้ปล่อยลูกชายจากข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง(ยาเค) แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปล่อยตัวได้จึงไปร้องเรียนขอสู้คดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KV2SUCeOLD0

 2,134
สังคม
25 ธ.ค. 62

'เคนพอร์ช' ซิ่งเก๋งแหกด่านก่อนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟ ตรวจพบเสพยาเค

สภาพรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน ของนายสรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์ อายุ 25 ปี หรือ เคนพอร์ช อดีตนักกีฬาฟันดาบทีมชาติ และนายแบบ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าหน้าปากซอยสุขุมวิท 23 จนถุงลมนิรภัยทำงาน และด้านหน้ารถเสียหายอย่างหนัก   พันตำรวจเอกสัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงตี 4 ที่ผ่านมา รับแจ้งเหตุว่า มีรถเก๋ง ซีวิค แหกด่านตรวจความมั่นคงของตำรวจนครบาลทองหล่อ บริเวณปากซอยสุขุมวิท 28 จึงมีการขับไล่ตามมา ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร ก่อนที่รถยนต์คันดังกล่าวจะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าหน้าปากซอยสุขุมวิท 23 พบชาย 1 คน ภายในรถคือนายสรรเสริญ หรือเคนพอร์ช   จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดประเภทเคตามีนในร่างกาย   ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ,ทำให้เสียทรัพย์ และมีสารเสพติดประเภท 2 หรือยาเคตามีนในร่างกาย   เบื้องต้น นายสรรเสริญ อ้างว่า ตกใจด่านตำรวจ จึงหักหลบ ทำให้เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล   สำหรับ เคนพอร์ช เป็นอดีตนักกีฬาฟันดาบ ทีมชาติไทย เหรียญทองแดง กีฬาซีเกมส์ ปี 2011 เคยเข้าประกวด Men’s Health Guys’ Challenge 2014 ได้รับรางวัล Sexy Guy Award

 4,398
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

หนุ่มซิ่งเก๋งหนี ตร.ยิงไล่ล่าระทึก สุดท้ายจนมุมงานหมอลำ ตรวจเจอยาไอซ์-ยาเค

ตำรวจสภ.เมืองพัทยาได้รับแจ้งมีรถยนต์เก๋งสีขาว ขับขี่หลบหนีการตรวจค้นจากริมถนนด้านหน้าห้างแม็กโคร พัทยาใต้ จึงขึ้นวิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตามไปจำนวนหลายนาย มีเสียงปืนดังเป็นระยะตลอดเส้นทางการติดตาม คนร้ายได้หลบหนีด้วยความเร็วเข้าซอยสุขุมวิท 48 มุ่งหน้าออกถนนสายสาม ก่อนไปจนมุมที่ลานจัดงานหมอลำเอ็กไซด์ ริมถนนสายสาม   ตรวจสอบพบตัวรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตตี้ สีขาว ภายในรถพบตัวผู้ขับขี่ คือนายอิศรา พระจันทร์ อายุ 35 ปี มี น.ส.นิภาพร บัวแก้ว อายุ 34 ปี นั่งเบาะข้าง ตัวรถถูกอาวุธปืนยิงจำนวนหลายนัดจนเป็นรูพรุนรอบคัน ล้อยางหน้าฝั่งซ้ายและล้อยางหลังฝั่งขวาแตก เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสา สามารถควบคุมตัวไว้ได้ โดยมีประชาชนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก ตรวจสอบภายในตัวรถยังพบยาเสพติดประเภทยาเคตามีนจำนวนหนึ่งถุง   จากนั้นได้เดินทางกลับไปดูตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พบว่าบริเวณสี่แยกไฟสัญญาณจราจรพัทยาใต้ พบกล่องกระดาษทิชชู ตกอยู่ ตรวจสอบภายในพบยาเสพติดประเภทยาไอซ์ ใส่ซองซิปห่อกระดาษตกอยู่กลางถนน นอกจากนี้ยังพบปลอกลูกขนาดจุด 9 ม.ม. ตกอยู่บนพื้นถนนจำนวน 3 ปลอก และตามเส้นทางที่ติดตามผู้หลบหนีอีกจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   สอบถามนายอิศรา พระจันทร์ ทราบว่า ตนเองยอมรับว่ายาเสพติด ประเภทยาเคเป็นของตนเองจริง ส่วนที่ตกบนถนนนั้นให้การปฎิเสธว่าไม่ใช่ของตน ส่วนที่ตนหลบหนีนั้นเพราะตกใจที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขับติดตามไล่ยิง จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ที่ลานหมอลำ เพราะรถถูกยิงจนยางแตกดังกล่าว   เบื้องต้นได้ควบคุมตัวนายอิศรา พระจันทร์ พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้นายอิศรา ยังเคยมีประวัติโดนจับกุมในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อปี 2554 อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oq5xCW98TrA

 1,448
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 62

'ปุ๊กกี้' นอนคุก สารภาพติดยากว่า 10 ปี มีเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้าน จ่อสอบดาราชายมีครอบครัวแล้ว-ดีเจดัง

คดีอดีตนักร้องสาวชื่อดังปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง ค้ายาเสพติด หลังตำรวจคุมตัวสอบสวนเครียดอย่างหนัก ถึงขบวนการค้ายาเสพติด ล่าสุด เจ้าตัวยอมรับนำเบกกิ้งโซดาและเกลือ ผสมในสารเสพติด เพื่อเพิ่มปริมาณ หลอกขายนักเสพและนักค้า   ซึ่งหลักฐานหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้ที่บ้านของปุ๊กกี้ คือเบกกิ้งโซดาและเกลือ โดยพลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า จากการสอบสวนปุ๊กกี้ , นายชลวิทย์ คีตะตระกูล สามีของปุ๊กกี้ และนายฮุง เชง ยี ชาวไต้หวัน ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาว่า   ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เบื้องต้นในส่วนของปุ๊กกี้ ยอมรับว่า มีเงินหมุนเวียนนับสิบล้านบาท ส่วนตัวติดยาเสพติดมากว่า 10 ปี จนทำให้บางครั้งมีอาการเบลอ และส่งผลกระทบต่อครอบครัวในหลายด้าน และจนถึงขณะนี้ ยอมรับว่าการกระทำของตนส่งผลให้ครอบครัวตกอยู่ในฐานะลำบาก รวมถึงในอนาคตด้วย   ส่วนการสอบสวนขยายผล ปุ๊กกี้ให้การยอมรับว่า เป็นผู้เจรจากับผู้ค้าชาวไต้หวัน ที่ถูกจับกุมด้วยตนเอง แต่ยังไม่ให้การซัดทอดถึงดารา นักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงรายใด เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดในเครือข่ายของปุ๊กกี้ แต่หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงและมีความแน่ชัดไปถึงบุคคลใด ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตำรวจก็ไม่มีการละเว้นเช่นกัน   ทั้งนี้จากการสอบสวน ตำรวจพบข้อมูลว่าคำให้การของปุ๊กกี้ ยังสับสน ในเรื่องของสถานที่ส่งยาเสพติด จากเครือข่ายที่อ้างว่า รับยามาจากพื้นที่โชคชัย 4 แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ลาดปลาเค้า โดยปุ๊กกี้ พร้อมที่จะไปชี้จุดยืนยัน เนื่องจากเป็นคนนัดแนะเจรจา กับเครือข่ายที่นำยาเสพติดเคตามีนจำนวนกว่า 5.2 กิโลกรัม มาส่งมอบให้กับสามีบริเวณที่นัดหมาย ก่อนที่จะให้สามีนำยาเสพติด ไปส่งที่ย่านลาดกระบัง   นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเบกกี้งโซดาและเกลือนั้น ปุ๊กกี้รับว่านำมาเป็นส่วนผสมในยาเสพติด เพื่อเพิ่มปริมาณยาเสพติดให้มากขึ้น ออกขายให้กับนักเสพและนักค้า โดยศึกษาวิธีจากดาร์คเว็บ ทั้งนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะได้มีการประสานไปยังประเทศไต้หวัน เนื่องจากมีผู้ต้องสงสัย 1 ราย ที่เดินทางออกนอกประเทศ ก่อนที่ชุดจับกุมจะเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ โดยที่ผ่านมา ประเทศไต้หวัน เองให้ความร่วมมือกับประเทศไทยเป็นอย่างดี ในการติดตามตัวนักค้ายาเสพติดมาดำเนินคดี   ล่าสุดตำรวจได้คุมตัวปุ๊กกี้ พร้อมด้วยสามีและชาวไต้หวัน ไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดา ฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว   ขณะที่มีกระแสข่าวลือว่าคนดังที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาของปุ๊กกี้คือ ดาราชายที่มีครอบครัวแล้ว และดีเจชายชื่อดังที่เข้าออกหมู่บ้านของปุ๊กกี้ ซึ่งทางตำรวจยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ เพราะเกรงว่าจะกระทบรูปคดี แต่เตรียมนำรูปภาพไปให้พยานชี้ว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีความเกี่ยวข้อง จะเรียกมาสอบสวนทันที ขยายผลคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hOOvvTvo_QM

 13,648
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 62

'นุ๊ก สุทธิดา' ช็อคข่าว 'ปุ๊กกี้' โดนจับยาเสพติด รับไม่ได้ถ้าถึงขั้นเป็นคนขาย-ผลิต

จากกรณีการจับกุม อดีตนักร้องดังยุค 90 ปุ๊กกี้ ปริศนา และแฟนหนุ่ม พร้อมยาเสพติดในบ้านพัก นุ๊ก สุทธิดา เพื่อนดารา ซึ่งยังคงรับงานร่วมกัน ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า เมื่อคืน (17 มิ.ย.62) รู้ข่าวก็ตกใจมาก รีบส่งข้อความไปยังกรุ๊ปไลน์ที่มีปุ๊กกี้อยู่ด้วย เพราะคิดว่าจะเป็นข่าวจากเพจข่าวปลอม   "ไม่อยากจะเชื่อ ตำรวจยังไม่แถลงข่าว ก็คิดว่าอาจจะเป็นของสามีเขา แล้วเขาไปอยู่ในบ้านพอดีหรือเปล่า เราไม่อยากตัดสินเพื่อนเราไปก่อน ที่ผ่านมาเขาไม่เคยอวดรวย ใช้ของแพงให้เห็น ยิ่งช่วงหลัง ตั้งแต่ต้นปี(2562) เรามารับงานด้วยกัน ทั้งปุ๊กกี้ นุก และพี่ต๊ะ (ฌานิศ) ปุ๊กกี้เป็นคนขยันทำงาน ปกติดีไม่มีอะไร ตอนนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำอย่างนั้นจริงๆ"   พร้อมเผยว่า  "ก่อนหน้านี้คุยกันเรื่องลูก ปุ๊กกี้ยังเล่าให้ฟังว่าดีใจที่ได้กลับมาอยู่กับลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่รอคอยมาตลอด 20 ปี ปุ๊กกี้ยังพูดด้วยว่าเป็นห่วงลูกคนที่ 2 เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดมาก จึงทำให้ตนยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่ว่าเขาจะทำอย่างนั้น แต่ถ้าทำจริงๆ และแรงถึงขั้นที่อาจจะขายหรือผลิตเลยนั้น ตนรับไม่ได้เลย"   และเมื่อนักข่าวถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างปุ๊กกี้หลังจากนี้ นุ๊ก ตอบว่า ไม่อยากจะพูดว่าเลิกคบ แต่บอกเลยว่ารับไม่ได้จริงๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5hx7YtJWu7E

 5,000
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 62

'ปุ๊กกี้' สารภาพร่วมสามีค้า-เสพ อ้างทำครั้งแรก ขยายผลดาราร่วมแก๊ง หลังพบเข้าออกบ้านบ่อย

กลายเป็นประเด็นใหญ่ เกี่ยวกับคนแวดวงบันเทิง เมื่อตำรวจปราบปรามยาเสพติด สนธิกำลัง เข้าจับกุมนางสาวพริสซิลลา ปริศนา จิวเมลลี่ หรือ ปุ๊กกี้ ปริศนา อดีตนักร้องดัง เพลง sha la la พร้อมกับนายชลวิทย์ คีตะตระกูล ผุ้เป็นสามี และนายหง เจิ้ง อี้ ชาวไต้หวัน ชาวไต้หวัน ผู้ต้องหาครอบครองยาเคตามีน 5.2 กิโลกรัม   ซึ่งคดีนี้ ตำรวจสืบสวนทราบว่า มีกลุ่มค้ายาเสพติด ชาวไต้หวันจะลำเลียงยาเสพติดออกนอกประเทศ และพักยาเสพติดไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดระบัง จึงเข้าไปตรวจค้นและสอบสวนขยายผลพบว่า รับยามาจากปุ๊กกี้และสามี จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักของปุ๊กกี้และสามี ซึ่งเช่าหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในซอยรามอินทรา 65 พบยาเสพติดและของกลางอีกหลายรายการ   เมื่อวานนี้ ตำรวจก็ควบคุมตัว ปุ๊กกี้ พร้อมสามีและชายชาวไต้หวัน มาสอบปากคำ โดยพลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ ตำรวจปส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร และสำนักงาน ป.ป.ส. ตามโครงการชุดปฏิบัติการ AITF   พฤติการณ์ผู้ต้องหาเริ่มจาก ชาวไต้หวัน ที่มาซื้อยาเสพติดจากปุ๊กกี้และสามี มาเปิดห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดกระบังไว้ เพื่อเตรียมรับยาเสพติด และส่งออกไปยังประเทศไต้หวัน โดยยาเสพติดคือ คีตามิน บรรจุใส่ในห่อถุงซิปล็อค และถูกอำพรางใส่ในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนที่จะให้พนักงานโรงแรมช่วยส่งพัสดุที่อยู่ภายในห้องพักให้กับบริษัทส่งพัสดุ   แต่เมื่อเจ้าหน้าที่จากบริษัทส่งพัสดุมารับของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แสดงตัวของตรวจค้น พบของกลางยาเสพติด เป็น คีตามีน หรือ ยาเค จำนวน 5,170 กรัม หรือเกือบ  5.2 กิโลกรัม เมื่อจึงขยายผลไปยังบ้านพักของปุ๊กกี้ พร้อมสามี ก็เจอของกลางยาเสพติด ทั้งยาไอซ์ /ยาเค/ ยาบ้า/ อุปกรณ์และสารเคมีจำหนวนหนึ่ง คือ เบกกิ้งโซดา   พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำ ปุ๊กกี้และสามี รับสารภาพว่า รับยาเสพติดมาจากเอเย่นต์ รายหนึ่งย่านโชคชัย4 จากนั้นก็นำมาใส่ที่เขี่ยบุหรี่และแพ็คใส่กล่องส่งลูกค้า โดยทั้งสองคนสารภาพว่า เสพยาเสพติดด้วย ซึ่งการขายยาเสพติดครั้งนี้ ปุ๊กกี้ระบุว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยเป็นคนประสานงานกับลูกค้าชาวไต้หวัน จากนั้นสามีจะเป็นคนนำไปส่ง โดยในเบื้องต้น ทั้งสองคนอ้างว่าทำหน้าที่กันแค่นี้ ยังไม่ให้การซัดทอดว่ามีผู้อื่นเกี่ยวข้องด้วย   ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีดาราชาย คนสนิทเข้าออกบ้านปุ๊กกี้และอาจมส่วนเกี่ยวข้องนั้น พล.ต.อ เฉลิมเกียรติ ยืนยันว่า จากข้อมูลขณะนี้ยังไม่พบ แต่ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผล   สำหรับพฤติกรรมการซุกซ่อน ยาเสพติดของปุ๊กกี้นั้น ตร.ระบุ เป็นการการวางแผนของกลุ่มผู้ค้าข้ามชาติ ที่ต้องการนำยาเสพติดออกนอกประเทศ โดยในอดีตจะเห็นการนำยาบ้า ใส่พื้นรองเท้ายัดไส้ไป แต่ครั้งนี้เป็นการนำที่เขี่ยบุหรี่มาดัดแปลงทำให้สวยหรู มีระดับ และเวลาส่งของไปต่างประเทศก็แจ้งว่าเป็นสิ่งของ และเมื่อบรรจุหลายๆชิ้นและกดทับ ก็มองไม่เห็นว่าสิ่งที่ซ่อนภายในที่เขี่ยบุหรี่เป็นอะไร   สำหรับสารเคมีและเบกิ้งโซดา ที่พบปริมาณมากในบ้านของปุ๊กกี้นั้น นายบัญชา โทสมัย(คนใส่สูทสีน้ำเงิน สัมหน้าห้องประตูไม้)  ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยอีกว่า หลังจากนี้จะนำสารเคมีที่ตรวจพบในบ้านพักไปตรวจสอบ โดยเฉพาะเบกิ้งโซดา ที่พบถึงมากถึง 4 กล่อง ถือว่าผิดปกติ เพราะเบกกิ้งโซดา สามารถนำไปผสมกับยาเสพติดเพื่อเพิ่มปริมาณ และทำให้ตกผลึกได้ ซึ่งตร.ยังไม่ปักใจเชื่อข้อมูลปุ๊กกี้และสามีให้ ที่อ้างว่าไม่ได้ผลิตเอง   ทั้งนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาชาวไต้หวันในข้อหา   - ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต   -ส่วน ปุ๊กกี้และสามี ข้อหา ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาติ และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ   สำหรับปุ๊กกี้นั้นจาการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดมาก่อน มีเพียงคดีฉ้อโกง ส่วนตัวนายชลวิทย์สามี เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดเมื่อปี 2549 ก่อนจะพ้นโทษออกมาและมาถูกจับกุมอีกครั้ง     เพื่อนบ้านเล่าปุ๊กกี้ และสามี ส่งเสียงดังตอนกลางคืน และมีรถพัสดุมารับพัสดุบ่อยครั้งในเวลากลางคืน   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านเช่าของปุ๊กกี้และสามี ได้คุยกับเพื่อนบ้านและประธานหมู่บ้านเล่าว่า ปุ๊กกี้และสามี มาเช่าที่บ้านหลังนี้เกือบ 1 ปีแล้ว แรกๆเจ้าของบ้านในคียการ์ดเข้าหมู่บ้าน 2 ใบ แต่ปุ๊กกี้มาขอเพิ่ม โดยระบุว่า จะมีรถของสมาชิกในบ้านเข้าออกเพิ่ม แต่ทางหมู่บ้านไม่ยินยอม เพราะต้องให้เจ้าของบ้านมาขอ   ซึ่งที่ผ่านมาบ้านของปุ๊กกี้ ช่วงกลางวันจะสงบเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่พอกลางคืนก็มีรถวนเวียนเข้ามาบ้านปุ๊กกี้ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถรับส่งพัสดุโดยรถพัสดุ จะเข้ามาอาทิตย์ละครั้ง บางครั้งก็เข้ามาแบบรถรับพัสดุเป็นกระบะ บางครั้งก็เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล   และที่สำคัญในช่วงกลางคืน เพื่อนบ้านหลังใกล้เคียงก็จะแจ้งร้องเรียนว่าบ้านปุ๊กกี้ ส่งเสียงดัง คล้ายซ่อมแซมบ้านบ่อยๆ โดยมีลักษณะ เคาะ ตอกสิ่งของบางอย่าง ซึ่งตรงกับภาพขณะที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นในบ้านก็พบอุปกรณ์ค้อนขนาดเล็กซึ่งใช้ประกอบที่เขี่ยบุหรี่ที่บรรจุห่อเคตามีนไว้ภายใน   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังสอบถามคนสวนของหมู่บ้านเล่าว่า เห็นปุ๊กกี้ครั้งแรกก็รู้ว่าเป็นนักร้องดังในอดีต แต่สภาพที่เห็นคือไม่สวยเหมือนในทีวีจะโทรม แต่ยังมีรูปร่างอวบเหมือนเดิม มักจะเจอปุ๊กกี้ออกมาหน้าบ้านช่วงสายๆ ในสภาพคล้ายคนไม่ได้นอน เหม่อลอย   สำหรับปุ๊กกี้ พร้อมสามีและชาวไต้หวันนี้ เช้านี้ พนักงานสอบสวน ปส. จะนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม และหากสอบปากคำเสร็จสิ้น ก็จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาในวันที่20 มิ.ย.นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iRaRkSFI0mQ

 50,788
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

ปุ๊กกี้ สารภาพ เป็นคนเจรจาซื้อขายยาเสพติดกับชาวไต้หวันเอง

'ปุ๊กกี้' สารภาพเป็นคนเจรจา ค้ายาเสพติดกับผู้ต้องหาชาวไต้หวัน ด้าน ตร.เผย บุคคลที่หลบหนีออกนอกประเทศ คือนายทุนใหญ่ เร่งประสานตัวมาดำเนินคดี   จากกรณี ปป.6 สปป. ร่วมกับ ปป.13 และชุดปฏิบัติการ AITF ประกอบด้วย บก.ปส.3 บช.ปส. (นปส.สุวรรณภูมิ) ส่วนสืบสวนปราบปราม 3 สำนักสืบสวนปราบปราม จับกุม MR.HUNG CHENG YI สัญชาติไต้หวัน อายุ 28 ปี ได้ที่ โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง พร้อมของกลางเคตามีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 5,170 กรัม บรรจุอยู่ในถุงใส ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่ จำนวน 39 ชิ้น ใส่กล่องกระดาษ   ต่อมา MR.HUNG CHENG YI ให้การซัดทอดว่า รับยาเคตามีนมาจากนายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี แฟนของ น.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือ ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้าน เลขที่ 18/118 หมู่บ้านหมู่บ้านเดอะเทอเรส ซอยรามอินทรา 65 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร    ตรวจค้น พบของกลางยาเสพติด ไอซ์ จำนวน 98.3 กรัม , ยาบ้า 8 เม็ด , ยาอี 10 เม็ด เคตามีน 4 กรัม , กัญชาแห้ง 40 กรัม และสารเคมีหลายชนิด พร้อมกับอุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ผลิตยาเสพติด และตรวจยึดทรัพย์สิน จำนวน 9 รายการ เป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป และโน๊ตบุ๊ค ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด มีรายงานจากชุดสอบสวนตำรวจปราบปรามยาเสพติดว่า ระบุว่า ปุ๊กกี้ ให้การรับสารภาพเพิ่มเติม หลังถูกจับกุม พร้อมพวก และของกลาง ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว ว่าตนเป็นคนติดต่อ กับนักค้ายาเสพติดชาวไต้หวัน โดยทำหน้าที่เจรจา ต่อรอง ราคาซื้อขายยาเสพติดเอง ซึ่งหลังจากที่ตกลงราคากันได้ จะส่งไม้ต่อให้กับ นายชลวิทย์ สามี ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด ไปส่งตามที่นัดหมายกับผู้ซื้อยาเสพติด   ส่วนการซื้อขายยาเสพติดที่ถูกจับได้ในครั้งนี้ หลังเจรจาเสร็จสิ้น ได้ให้นายชลวิทย์ นั่งรถแท็กซี่ ไปส่งเคตามีน ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง เพื่อให้ยากต่อการติดตามตัว    ส่วนผู้ต้องหาชาวไต้หวัน ที่เดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา พบว่าเป็นนายทุนค้ายาเสพติดรายใหญ่ของไต้หวัน ที่ทางการไต้หวันต้องการตัว      

 12,756
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

คืบหน้า จับ “ปุ๊กกี้-แฟนหนุ่ม” ปส.สอบ เตรียมตั้งข้อหาผลิตยาเค ร่วมแก๊งยานรกไต้หวัน

วานนี้ (17 มิถุนายน 2562) ปป.6 สปป. ร่วมกับ ปป.13 และชุดปฏิบัติการ AITF ประกอบด้วย บก.ปส.3 บช.ปส. (นปส.สุวรรณภูมิ) ส่วนสืบสวนปราบปราม 3 สำนักสืบสวนปราบปราม เข้าจับกุม MR.HUNG CHENG YI สัญชาติไต้หวัน อายุ 28 ปี ได้ที่ โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง พร้อมของกลางเคตามีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 5,170 กรัม บรรจุอยู่ในถุงใส ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่ จำนวน 39 ชิ้น ใส่กล่องกระดาษ    ต่อมา เจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจค้น ที่บ้านพักเลขที่ 18/118 หมู่บ้านหมู่บ้านเดอะเทอเรส ซอยรามอินทรา 65 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุม นายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี พร้อม น.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือ ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง ตรวจค้น พบของกลางยาเสพติด ไอซ์ จำนวน 98.3 กรัม , ยาบ้า 8 เม็ด , ยาอี 10 เม็ด เคตามีน 4 กรัม , กัญชาแห้ง 40 กรัม และสารเคมีหลายชนิด พร้อมกับอุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ผลิตยาเสพติด และตรวจยึดทรัพย์สิน จำนวน 9 รายการ    การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้สืบทราบว่า มีชาวไต้หวัน 2 คน จะเดินทางจากไต้หวัน เข้ามายังกรุงเทพฯ ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเข้ามารับยาเคตามีน ตั้งแต่วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมของบุคคลทั้ง 2 จนกระทั่ง ชายไต้หวัน 1 คน ถูกกดดันอย่างหนัก จึงเดินทางกลับไปไต้หวัน เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ส่วน MR.HUNG CHENG YI ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ได้ไปเปิดโรงแรม เพื่อรอรับยาเค ตามีน ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ มีความพยายาม เปลี่ยนที่พักเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่อยู่บ่อยครั้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบแน่ชัดว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง และพบข้อมูลว่าเตรียมเดินทางกลับไต้หวัน ในเช้าวันนี้ (18 มิ.ย. 62) เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าจับกุม และตรวจค้นพบของกลางยาเคตามีน ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่ จำนวน 5 กิโลกรัม สอบสวน MR.HUNG CHENG YI ให้การรับสารภาพ ว่ามีนายทุนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน และให้การซัดทอดไปยัง นายชลวิทย์ แฟนของปุ๊กกี้ ว่าเป็นคนขับรถยนต์ นำยาเคตามีน มาส่งมอบให้ที่โรงแรม ย่านลาดกระบัง เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังติดตาม เข้าตรวจค้นบ้านพักนายชลวิทย์ โดยขณะเข้าตรวจค้นพบ ปุ๊กกี้ อยู่ในสภาพคล้ายคนเสพยาเสพติดอย่างหนัก ร่างกายซูบผอม ไม่หลงเหลือความเป็นปุ๊กกี้ ที่เคยเป็นสาวอวบ    รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่พบข้อมูล แฟนของปุ๊กกี้ มีการติดต่อซื้อขายยาเคตามีน กับชาวต่างชาติ รวมทั้งจำหน่ายยาเสพติด ให้กับนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะขยายผลว่ายาเคตามีน ล็อตนี้มาจากไหน รวมทั้งประสานไปยังทางการไต้หวัน เพื่อหาตัวนายทุน และผู้ต้องสงสัย ที่เดินทางกลับไปไต้หวันไปแล้วก่อนหน้านี้ นำมาดำเนินคดีตามกฎหมาย    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า MR.HUNG CHENG YI ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่โรงแรม ย่านลาดกระบัง ให้ช่วยนำส่งพัสดุ ซึ่งเป็นที่เขี่ยบุหรี่ ทำจากเซรามิก ให้ส่งไปยังไต้หวัน ส่วนแฟนปุ๊กกี้ ได้อยู่กินแบบสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และมีลูกด้วยกัน 1 คน สำหรับยาเคตามีน เป็นที่นิยมในหมู่นักเสพยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด ชาวไต้หวัน เนื่องจากยาเคตามีน ที่จับได้มีคุณภาพดี สามารถนำไปผสมเพื่อเพิ่มปริมาณในการจำหน่ายสำหรับราคาตามแนวชายแดนจะอยู่ที่ กิโลกรัมละ 90,000 - 100,000 บาท ส่วนราคาในกรุงเทพฯ กิโลกรัมละ 120,000 - 150,000 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่ายาไอซ์ และที่สำคัญเป็นยาเสพติด ประเภท2 มีอัตราโทษน้อยกว่ายาเสพติดประเภท 1 จึงเป็นที่นิยมของนักเสพยาเสพติด และผู้ค้าเสพติด   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ปุ๊กกี้ พร้อมพวก รวม 3 คน คุมตัวไว้ที่เซฟเฮาส์ย่านสาทร เพื่อสอบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการ         

 9,120
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

รวบ 'ปุ๊กกี้ ปริศนา' พร้อมแฟนหนุ่มและชาวไต้หวัน คาบ้านเช่าย่านรามอินทรา ได้ของกลางยาเค 5.2 กก.

ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.จับกุม ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง อดีตนักร้องดังยุค 90 พร้อมแฟนหนุ่ม และชายชาวไต้หวันอีก 1 คน ภายในหมู่บ้านเดอะเทอเรส เลขที่ 18/118 ซอย3 ภายในซอยรามอินทรา 65 ถนนรามอินทรา เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมกับของกลางเป็นยาเค จำนวน 5.2 กิโลกรัม   ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังหมู่บ้านหลังดังกล่าวภายในซอยรามอินทรา 36 ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากปากซอยประมาณ 100 เมตรมียามรักษาการอย่างเข้มงวด   เบื้องต้นทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่าซึ่งปุ๊กกี้ ได้เข้ามาเช่าอยู่กับแฟนหนุ่มประมาณ 4 ถึง 5 เดือนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปทำการสืบสวนขยายผลต่อ โดยไม่ยอมเปิดเผยว่านำตัวไปขยายผลอย่างที่ใด คาดว่าในตอนเช้าจะมีการรายงานความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว   ทั้งนี้ชีวิตในอดีตของปุ๊กกี้ เคยตั้งท้องขณะที่ตัวเองกำลังโด่งดัง ส่วนลูก 2 คน อดีตสามีเป็นคนดูแล ถูกตราหน้าว่าทิ้งลูก พยายามจะไปเจอลูกที่โรงเรียน แต่เมื่อเห็นหน้า ลูกก็วิ่งหนี   พร้อมเผยความช้ำใจว่า สามียังมีเมียน้อยเป็นเพื่อนสนิทของตัวเองด้วย แถมยังมีลูกด้วยกัน และก่อนหน้านี้ไม่นาน อดีตนักร้องสาว ยังออกมาปฏิเสธ เรื่องค้ายาเสพติดว่า เรื่องค้ายานั้นถ้าทำจริงคงอยู่มาถึงตอนนี้ไม่ได้   สำหรับยาเค หรือ คีตามีน (Ketamine) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ใช้เป็นยาสลบก่อนทำการผ่าตัด สามารถระงับปวด ช่วยขยายหลอดลม ต่อต้านอาการซึมเศร้าได้ ซึ่งจะออกฤทธิ์ประมาณ 5 – 10 นาที เท่านั้น ถูกนำมาใช้ในกรณีของการผ่าตัด ที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ เป็นยาที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในทางการแพทย์มาเป็นเวลานาน   ซึ่งออกฤทธิ์ทำให้ผู้เสพจะรู้สึกมึนงง ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว การรับรู้และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง อาจเกิดอาการประสาทหลอน การเสพในระยะเวลานาน จะทำให้ผู้เสพประสบกับสภาวะโรคจิต และกลายเป็นคนวิกลจริตได้   โดยผู้ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาเสพ มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   กรณีครอบครอง ต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี – 5 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณี   สำหรับผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท – 2,000,000 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xoYnP8jEHF8

 80,846
สรุปข่าว
18 มิ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 มิ.ย.62 จับปุ๊กกี้ ปริศนาพร้อมยาเค-ปิดตำนานกำนันเป๊าะ-พระวัดดังฉันเพลล่องแพ

-ตร.จับปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง อดีตรักร้องดังพร้อมยาเค 5.2 กก. คาบ้านเช่าพร้อมแฟนหนุ่มและชาวไต้หวัน นำตัวไปสอบสวนขยายผล ประวัติปุ๊กกี้สุดช้ำท้องขณะโด่งดัง ต้องออกจากวงการ เคยให้สัมภาษณ์สามีได้เพื่อนเป็นเมียน้อย ถูกตราหน้าว่าทิ้งลูก ก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธค้ายา ถ้าทำคงจะอยู่ไม่ถึงตอนนี้   -จับหนุ่ม นทท.จีน ผลักเมียท้องตกผาแต้ม อุบลฯ หลังเมียจีนกลับคำให้การ ขณะอยู่ รพ.สามีเป็นคนผลัก หวังเงินประกันร้อยล้าน   -แกนนำ ส.ส.อีสานตอนบนและภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ ยังแสดงความไม่พอใจที่ไม่ได้ตำแหน่ง รมต. เอกราช ช่างเหลา แกนนำ ส.ส.อีสานตอนบน เปิดแถลงที่ขอนแก่นว่า ผู้ใหญ่ในพรรคมองข้าม ไม่ให้ความสำคัญกับภาคอีสานตอนบน หากไม่ได้ตำแหน่งบริหาร คงไม่สามารถขับเคลื่อนงานตามที่หาเสียงไว้ได้ ส.ส.11คนคิดตรงกันว่า พรรคไม่ใส่ใจ หลังออกมาเคลื่อนไหวก็ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคโทรมา ถึงตอนนี้คงไม่มีอะไรต้องพูดคุยกัน จะทบทวนท่าทีการทำงานร่วมกับพรรค ยันทำเพื่อคนอีสานอย่างชัดเจน ไม่ใช่หวังเก้าอี้ รมต.   ด้าน 13 ส.ส.ภาคใต้รวมตัวเปิดกลุ่มด้ามขวานไทย เพื่อให้พรรคให้ความสำคัญ ให้มี รมต.ของกลุ่ม ขอเสนอ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เตรียมทหารรุ่นเดียวกับบิ๊กตู่ ไม่เจาะจงต้องได้กระทรวงใด แต่หากไม่ได้ตำแหน่งก็ไม่มีปัญหา ยังอยู่กับพรรค ไม่ได้กดดัน ลั่นภาคใต้สามัคคีกัน 100% ยันไม่ทำตัวเป็นปัญหา อยากให้คัดเลือกคนที่ดี เห็นหน้าแล้วไม่ยี้   -สกลธี รองผู้ว่า กทม. และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จี้ ส.ส.เลิกทวงตำแหน่ง ระบุ “ผมว่าลุงตู่น่าจะทวงบ้างนะครับว่า “ถ้าไม่มีผม พวกคุณจะได้มานั่งสลอนกันแบบนี้หรือ” #เลิกทวงได้แล้ว #แยกย้ายลงพื้นที่ทำงานเถอะ #รักประชาชนจริงๆ กันบ้าง #อย่าเร้าหรือ”   -7พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ตั้งคณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ระดมการมีส่วนร่วม ปชช.แก้ รธน. มีตัวแทนพรรคละ 2 คน มีทวี สอดส่อง เป็นปธ.ประสานกับ ปชช.นักวิชาการ เพื่อแก้ รธน.   -กำนันเป๊าะ สมชาย คุณปลื้ม เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 82 ปี ปิดตำนานผู้กว้างขวางภาคตะวันออก สนธยา คุณปลื้ม ลูกชายคนโต บอกพ่อไปสบายแล้ว หมดห่วงในทุกๆเรื่อง ประวัติกำนันเป๊าะโลดโผน เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ก่อนถูกคดีฆ่ากำนันยูร และทุจริตเขาไม้แก้ว หลบหนีคดีหลายปีก่อนถูกจับเมื่อปี 56 ครอบครัวจัดงานศพที่วัดหนองมน   -นายกฯพอใจราคาปาล์มปรับตัวสูงขึ้น คาดพุ่งถึง 4 บาท/กก. จากก่อนหน้าแค่ 1.80 บาท พาณิชย์ประชุมร่วมภาครัฐ-เอกชน ยันไม่สั่งห้างขึ้นราคา แต่สั่งสอบห้างขายต่ำกว่าทุน ใครจะกักตุนขอให้ตุนได้เลย พราะยังมีสต็อกกว่า 3 แสนตันต้องระบาย คาดไม่เกิน 3 เดือนสต็อกอยู่ในภาวะปลอดภัย   -ศาลไม่ให้ประกันตัว  2 มือยิงวิน จยย.เถื่อนตีกันปากซอยอุดมสุข ชี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ อัตราโทษสูง หากปล่อยตัวเกรงหลบหนี ยุ่งกับพยานหลักฐาน พร้อมออกหมายจับอีก 2 คน พ่อเจ้าของวินปัดบางหมางผลประโยชน์ นายกฯวิน จยย.เผยมีช่องโหว่ ผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บเงิน จนท.รัฐรู้เห็น ปล่อยให้ทำผิด บิ๊กป้อมสั่งตร.ทหารกำกับวิน   -ลูกทรพีแค้นพ่อเลี้ยงถอดปลั๊กไวไฟ ไม่ให้เล่นเกม วางยาฆ่าแมลงใส่โอ่งน้ำหวังฆ่าพ่อเลี้ยงและแม่แท้ๆให้ตายที่ศรีสะเกษ แม่แอบเห็นรีบไปบอกพ่อ สุดท้ายไม่แจ้งความเพราะลูกก็คือลูก พร้อมให้อภัย ก่อนหน้าเคยใช้มีดไล่แทงแม่ ตายาย จนตายายต้องย้ายหนี   -ลูกค้าหัวร้อนสั่งอาหารได้ช้า คิดว่าถูกแซงคิว ด่าทอรุมทำร้ายเจ้าของร้านอาหารเมืองกาญจน์ ร่างฟกช้ำหลายแห่ง วงจรปิดจับภาพชัด จนท.เร่งหาทะเบียนรถก่อนออกหมายเรียก   -ฝ่ายปกครองเมืองอุดร บุกทลายตู้คีบตุ๊กตา จะกวาดล้างให้หมดทั้งเมือง หลังผู้ปกครองร้องขึ้นป้ายตู้ฝึกทักษะ แต่มอมเมาเยาวชน จนเงินหมดไม่มีไปโรงเรียน เข้าข่ายชักชวนให้เล่นการพนัน   -ผลตรวจบัตรพลังงานลวงโลก พบรังสีสูง 350 เท่า ทั้งยูเรเนียม ทอเรียม หากเข้าสู่ร่างกายส่งผลต่ออวัยวะภายใน หากนำไปผสมน้ำดื่ม เสี่ยงเป็นมะเร็ง   -มอบตัวแล้วมือยิงกระสุนปริศนา เจาะหัวชายพิการตายที่สุราษฎร์ฯ เป็นลูกอดีต สจ. อ้างไม่ได้ตั้งใจ จะยิงกระรอก ไม่รู้กระสุนไปโดนคน   -เที่ยวบินระทึก ผู้โดยสารโพสต์เครื่องบินแอร์เอเชียเที่ยวบิน เชียงใหม่-ขอนแก่น ควันโขมง กลิ่นเหม็นคลุ้งเต็มลำ แอร์เอเชียรับมีควันจริงหลังนำเครื่องขึ้น นักบินตรวจสอบละเอียดตามมาตรฐาน พบทุกระบบการบินทำงานตามปกติ ไม่กระทบความปลอดภัย จึงตัดสินใจบินต่อไปจนถึงปลายทางขอนแก่น เร่งหาสาเหตุกลิ่นควัน   -พระวัดดังโพสต์ภาพฉันเพล ล่องแพ วันหยุดของพวกเรา ชาวเน็ตวิจารณ์เหมาะสมหรือไม่ สำนักพุทธเข้าตรวจสอบ ส่งภาพให้เจ้าคณะกาฬสินธุ์ตรวจวอบว่าผิดวินัยสงฆ์หรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MkpT3KSQ964

 5,610
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

รวบ ปุ๊กกี้ ชาลาล่า พร้อมแฟนหนุ่ม คาบ้านพร้อมยาเค 5.2 กิโลกรัม

เมื่อเวลา 22.00 น. ภายหลังจากมีกระแสข่าวในโลกโซเชียลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านหมู่บ้านเดอะเทอเรส เลขที่ 18/118 ซอย 3 ภายในซอยรามอินทรา 65 ถนนรามอินทรา เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร      หลังจากสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ได้มีการลักลอบนัดส่งยาเค ที่หมู่บ้านดังกล่าว โดยระหว่างที่มีการส่งมอบยาเสพติดอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม ชาวไทย 2 คน และชาวไต้หวัน 1 คน โดยหนึ่งในนั้นคือนางสาวปริศนา พรายแสง หรือปุ๊กกี้ อดีตนักร้องดังพร้อมยาเสพติดประเภทยาเค จำนวน 5.2 กิโลกรัม          โดยทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังหมู่บ้านหลังดังกล่าวภายในซอยรามอินทรา 36 ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากปากซอยประมาณ 100 เมตรมียามรักษาการอย่างเข้มงวด เบื้องต้นทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่าซึ่งนางสาวปริศนา พรายแสง หรือปุ๊กกี้ ได้เข้ามาเช่าอยู่กับแฟนหนุ่มประมาณ 4 ถึง 5 เดือนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนรวมทั้งนางสาวปริศนา พรายแสง ไปทำการสืบสวนขยายผลต่อ โดยไม่ยอมเปิดเผยว่านำตัวไปขยายผลอย่างที่ใด คาดว่าในตอนเช้าจะมีการรายงานความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว 

 53,947
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 62

ปส.จับยาล็อตมหึมา ยาไอซ์เกือบ 2 ตัน - ยาเค 90 กก. ซุกโกดังทุเรียนบังหน้า เตรียมส่งออกตปท.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมแถลงผลจับกุมเครือข่ายรายสำคัญ พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายสุวิทย์ พรมโอ่น หรืออ๊อฟ อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 1,495 กิโลกรัม เคตามีน 91 กิโลกรัม รถบรรทุก 6 ล้อ 2 คัน รถยนต์ 4 ล้อ 4 คัน อุปกรณ์บรรจุยาเสพติด อาวุธปืน 1 กระบอก และกระสุนจำนวนหนึ่ง   โดยมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์ มาจากแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทยเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ โดยกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงจะใช้พื้นที่ปริมณฑลในการพักเก็บและบรรจุก่อนส่งต่อยังต่างประเทศ อาทิ ส่งลงภาคใต้ไปยังประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และ ออสเตรเลีย รวมทั้ง ส่งไปยัง ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเปิดโกดังย่านปทุมธานี อ้างทำธุรกิจค้าขายทุเรียน เป็นที่พักยาเสพติด   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติม ให้ถึงกลุ่มผู้บงการ ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลอยู่พอสมควร ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ สามารถตรวจยึดของกลางได้มากที่สุด ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา   ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลางยาไอซ์ 148 กิโลกรัม เคตามีน 147 กิโลกรัมและรถยนต์ 5 คัน   สำหรับไอซ์ และเคตามีน ล๊อตนี้มีมูลค่าในประเทศประมาณ 589 ล้านบาท (ไอซ์ กิโลกรัมละ 1 ล้านบาท เคตามีนกิโลกรัมละ 3 ล้านบาท) แต่หากลูกนำส่งออกนอกประเทศไปยังประเทศที่ 3 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่าตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับทาง ปปส.ภาค 5 เตรียมขยายผลติดตามเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่นี้เพิ่มเติม พร้อมกับขยายผลยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดรายนี้เพื่อตรวจสอบและอายัดต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/32bWnFLb3CU

 4,433
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 61

หนุ่มซิ่งเก๋งแหกด่านตร.-โยนยาเคทิ้ง หนีจนรถพลิกคว่ำ รับสารภาพซื้อเพื่อมาเสพเอง

ตำรวจชุดจับกุม สน.ท่าพระ ตั้งจุดตรวจค้นอยู่บริเวณปากซอยเพชรเกษม 17 ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ พบชายขับรถยนต์ ฮอนด้าแจ๊ส สีส้ม ผ่านมายังจุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจค้นตามหน้าที่ แต่ชายดังกล่าวได้เร่งเครื่องหนี ไปยังถนนกัลปพฤกษ์ มุ่งหน้าถนนกาญจนา    เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้ขับรถติดตาม ไปจนพบรถคันดังกล่าวเป็นของนายทศพร สังวาลย์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา ได้เฉี่ยวชนรถประชาชนที่สัญจรตามทางเสียหาย 2 คัน และรถของผู้ต้องหาได้พลิกคว่ำบริเวณหน้าโรงเรียนเลิศหล้า ถนนกาญจนภิเษก แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพ    ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามไปจนพบ นายทศพรได้ออกมาจากรถและโยนวัตถุบางอย่างไปที่บริเวณเกาะกลางถนน เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมนายทศพร และตรวจสอบวัตถุที่นายทศพรโยนทิ้ง พบเป็นสารเสพติดชนิด ยาเค 1 ถุงเล็ก ปริมาณ 0.85 กรัม   จากการสอบสวนนายทศพรให้การยอมรับสารภาพ บอกว่า ได้ซื้อยาเสพติดมาจากสถานบันเทิงย่านรามอินทรา เพื่อนำไปเสพเอง แต่พบด่านตำรวจจึงเกิดการตกใจ เร่งเครื่องหนี จนประสบอุบัติเหตุและถูกจับกุมได้ในที่สุด

 2,047

Top