ค้นหา :

ผลการค้นหา "แจ้งเบาะแส"

สังคม-อาชญากรรม
13 ม.ค. 63

ผบ.ตร.ลุยตามคดีโจรชิงทอง ล็อคเป้าอาจเป็นทหารนอกราชการ ชำนาญการใช้ปืน ระดม ตร.กว่า 100 นายล่าตัว

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางมารับฟังความคืบหน้าทางคดีในการติดตามตัวคนร้ายชิงทอง ในห้างโรบินสัน ลพบุรี ก่อนใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บ และเสียชีวิต ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี ภายหลังการประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง ได้เดินทางกลับลงมาพบกับสื่อมวลชน แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดในคดี ก่อนจะให้พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เป็นผู้ชี้แจง   เบื้องต้นในการเดินทางมาติดตามคดีอีกครั้งนั้น หลังจากที่ได้ติดตามหาข่าวและตรวจสอบข้อมูลของทีมสืบสวนตามสถานที่ต่างๆ น่าจะมีข่าวการล็อกเป้าหมายผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี  รูปร่างสันทัด ความสูงประมาณ  165 -168  ซม. คาดว่าเป็นทหารนอกราชการที่ได้รับการฝึกใช้อาวุธปืนพกสั้นและยุทธวิธี อย่างคล่องแคล่ว   พร้อมกันนี้ทางตำรวจได้ตำหนิการนำเสนอข้อมูลของสื่อมวลชนบางสำนัก ที่มีการนำเสนอข้อมูลทางคดีที่ทำให้เกิดความเสียหายส่งผลต่อรูปคดี ในการติดตามตัวคนร้าย รวมถึงไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้สูญเสีย   ส่วนกระแสข่าวในโซเชียลที่มีนายทหารนายหนึ่งโพสต์ข้อความคล้ายคุมตัวคนร้ายได้แล้ว ซึ่งถูกกักตัวไว้ในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ยังยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะพยานหลักฐานยังไปไม่ถึงตัวคนร้าย จึงทำให้ไม่สามารถชี้ชัดว่ากลุ่มคนจำพวกใดเป็นคนร้าย ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งนักกีฬาแม่นปืน , ข้าราชการ , ข้าราชการเออร์ลี่ และ ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งจนถึงขณะนี้ตำรวจยังให้น้ำหนักไปที่การจี้ชิงทรัพย์เป็นหลัก แต่ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งหรือเรื่องส่วนตัวอื่นๆทิ้งไป   ส่วนการตรวจสอบทะเบียนปืนจากกรมการปกครอง จนได้ข้อมูลการครอบครองอาวุธปืนมาแล้ว สามารถระบุกลุ่มคนที่ครอบครองอาวุธปืน 9มม.ชนิดนี้ได้ เป็นกลุ่มคนที่เรียกว่า tactical หรือ คนที่ชื่นชอบการยิงปืน แต่สามารถยืนยันได้ว่าปืนชนิดนี้ ไม่ได้มีใช้ในหน่วยงานราชการ แต่มีการเปิดจำหน่ายในโครงการสวัสดิการของหน่วยรัฐ ที่ทุกคนสามารถเข้าไปซื้อและครอบครองได้ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งน้ำหนักในตอนนี้คาดว่าน่าจะเป็นพลเรือน   ขณะที่ผลการตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์เริ่มทยอยส่งกลับมายังทีมสืบสวนบางส่วนแล้ว ซึ่งจะนำมาพิจารณาประกอบกัน เพื่อระบุตัวตนคนร้ายและเทียบเคียงตามผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจมีข้อมูล ก่อนนำไปสู่การจับกุม   สำหรับกรณีที่มีบุคคลคึกคะนองแต่งกายคล้ายคนร้ายเข้าไปยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ จนประชาชนตกใจแตกตื่นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นเหตุการณ์รุนแรงและเกิดความสูญเสีย ซึ่งต่างอยู่ในความเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์นี้ พร้อมบอกด้วยว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวมีความผิดทางอาญาด้วย   ส่วนที่มีผู้นำเสนอข้อมูลรูปภาพของบุคคลหนึ่งและมีข้อความว่าเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุ่ก่อชิงทองที่ จ.ลพบุรีนั้น โดยตร.ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่ใช่ข้อมูลที่ออกโดยตำรวจ ข้อมูลดังกล่าวเข้าข่ายเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่บิดเบือน (fake news)   ล่าสุดชายในถาพที่แชร์กันนั้น ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สามเสน เพื่อลงบันทึกประจำวัน โดยยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุชิงทองตามที่มีการแชร์ภาพและข้อความ ซึ่งชายรายนี้ มีภูมิลำเนาอยู่ที่จ.กำแพงเพชร  ปัจจุบันทำงานที่จ.ชลบุรี ซึ่ง ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทอง และไม่รู้ว่าบุคคลใดเป็นคนนำข้อมูลไปแชร์ จึงขอลงบันทึกประจำวันไว้และจะเข้าแจ้งความกับปอท.ดำเนินคดีกับคนนำภาพไปแชร์   ขณะที่งานฌาปนกิจศพ นายธีระฉัตร นิ่มมา หัวหน้า รปภ. ห้างโรบินสัน ที่ถูกคนร้ายชิงทองยิงเสียชีวิต พ่อผู้ตายระบุอยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับเป็นคนร้ายรายนี้ให้ได้ เพื่อจะได้สอบถามมูลเหตุจูงใจที่ก่อเหตุชิงทอง แต่กลับต้องฆ่าผู้บริสุทธิ์ หากมีการวิสามัญก่อนครอบครัวและสังคมก็จะคาใจแต่ถ้าครอบครัวรู้ข้อเท็จจริงจากปากคนร้ายแล้วค่อยให้คนร้ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ศาลตัดสินลงโทษคนร้ายรายนี้ขั้นสูงสุด คือประหารชีวิต   ด้านภรรยาผู้ตายกล่าวว่า ต้องการให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีรับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต โดยยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ส่วนลูกทั้ง 3 คน ตอนนี้ยังไม่รู้เรื่อง รู้แค่ว่าพ่อของเขานอนหลับ หรือไปทำงานยังไม่กลับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JwlAMHuleEM

 29,866
อาชญากรรม
13 ม.ค. 63

ผบ.ตร.ลุยตามคดีโจรชิงทอง ล็อคเป้าอาจเป็นทหารนอกราชการ ชำนาญการใช้ปืน ระดม ตร.กว่า 100 นายล่าตัว

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางมารับฟังความคืบหน้าทางคดีในการติดตามตัวคนร้ายชิงทอง ในห้างโรบินสัน ลพบุรี ก่อนใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บ และเสียชีวิต ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี ภายหลังการประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง ได้เดินทางกลับลงมาพบกับสื่อมวลชน แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดในคดี ก่อนจะให้พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เป็นผู้ชี้แจง   เบื้องต้นในการเดินทางมาติดตามคดีอีกครั้งนั้น หลังจากที่ได้ติดตามหาข่าวและตรวจสอบข้อมูลของทีมสืบสวนตามสถานที่ต่างๆ น่าจะมีข่าวการล็อกเป้าหมายผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี  รูปร่างสันทัด ความสูงประมาณ  165 -168  ซม. คาดว่าเป็นทหารนอกราชการที่ได้รับการฝึกใช้อาวุธปืนพกสั้นและยุทธวิธี อย่างคล่องแคล่ว   พร้อมกันนี้ทางตำรวจได้ตำหนิการนำเสนอข้อมูลของสื่อมวลชนบางสำนัก ที่มีการนำเสนอข้อมูลทางคดีที่ทำให้เกิดความเสียหายส่งผลต่อรูปคดี ในการติดตามตัวคนร้าย รวมถึงไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้สูญเสีย   ส่วนกระแสข่าวในโซเชียลที่มีนายทหารนายหนึ่งโพสต์ข้อความคล้ายคุมตัวคนร้ายได้แล้ว ซึ่งถูกกักตัวไว้ในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ยังยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะพยานหลักฐานยังไปไม่ถึงตัวคนร้าย จึงทำให้ไม่สามารถชี้ชัดว่ากลุ่มคนจำพวกใดเป็นคนร้าย ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งนักกีฬาแม่นปืน , ข้าราชการ , ข้าราชการเออร์ลี่ และ ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งจนถึงขณะนี้ตำรวจยังให้น้ำหนักไปที่การจี้ชิงทรัพย์เป็นหลัก แต่ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งหรือเรื่องส่วนตัวอื่นๆทิ้งไป   ส่วนการตรวจสอบทะเบียนปืนจากกรมการปกครอง จนได้ข้อมูลการครอบครองอาวุธปืนมาแล้ว สามารถระบุกลุ่มคนที่ครอบครองอาวุธปืน 9มม.ชนิดนี้ได้ เป็นกลุ่มคนที่เรียกว่า tactical หรือ คนที่ชื่นชอบการยิงปืน แต่สามารถยืนยันได้ว่าปืนชนิดนี้ ไม่ได้มีใช้ในหน่วยงานราชการ แต่มีการเปิดจำหน่ายในโครงการสวัสดิการของหน่วยรัฐ ที่ทุกคนสามารถเข้าไปซื้อและครอบครองได้ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งน้ำหนักในตอนนี้คาดว่าน่าจะเป็นพลเรือน   ขณะที่ผลการตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์เริ่มทยอยส่งกลับมายังทีมสืบสวนบางส่วนแล้ว ซึ่งจะนำมาพิจารณาประกอบกัน เพื่อระบุตัวตนคนร้ายและเทียบเคียงตามผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจมีข้อมูล ก่อนนำไปสู่การจับกุม   สำหรับกรณีที่มีบุคคลคึกคะนองแต่งกายคล้ายคนร้ายเข้าไปยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ จนประชาชนตกใจแตกตื่นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นเหตุการณ์รุนแรงและเกิดความสูญเสีย ซึ่งต่างอยู่ในความเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์นี้ พร้อมบอกด้วยว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวมีความผิดทางอาญาด้วย   ส่วนที่มีผู้นำเสนอข้อมูลรูปภาพของบุคคลหนึ่งและมีข้อความว่าเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุ่ก่อชิงทองที่ จ.ลพบุรีนั้น โดยตร.ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่ใช่ข้อมูลที่ออกโดยตำรวจ ข้อมูลดังกล่าวเข้าข่ายเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่บิดเบือน (fake news)   ล่าสุดชายในถาพที่แชร์กันนั้น ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สามเสน เพื่อลงบันทึกประจำวัน โดยยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุชิงทองตามที่มีการแชร์ภาพและข้อความ ซึ่งชายรายนี้ มีภูมิลำเนาอยู่ที่จ.กำแพงเพชร  ปัจจุบันทำงานที่จ.ชลบุรี ซึ่ง ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทอง และไม่รู้ว่าบุคคลใดเป็นคนนำข้อมูลไปแชร์ จึงขอลงบันทึกประจำวันไว้และจะเข้าแจ้งความกับปอท.ดำเนินคดีกับคนนำภาพไปแชร์   ขณะที่งานฌาปนกิจศพ นายธีระฉัตร นิ่มมา หัวหน้า รปภ. ห้างโรบินสัน ที่ถูกคนร้ายชิงทองยิงเสียชีวิต พ่อผู้ตายระบุอยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับเป็นคนร้ายรายนี้ให้ได้ เพื่อจะได้สอบถามมูลเหตุจูงใจที่ก่อเหตุชิงทอง แต่กลับต้องฆ่าผู้บริสุทธิ์ หากมีการวิสามัญก่อนครอบครัวและสังคมก็จะคาใจแต่ถ้าครอบครัวรู้ข้อเท็จจริงจากปากคนร้ายแล้วค่อยให้คนร้ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ศาลตัดสินลงโทษคนร้ายรายนี้ขั้นสูงสุด คือประหารชีวิต   ด้านภรรยาผู้ตายกล่าวว่า ต้องการให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีรับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต โดยยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ส่วนลูกทั้ง 3 คน ตอนนี้ยังไม่รู้เรื่อง รู้แค่ว่าพ่อของเขานอนหลับ หรือไปทำงานยังไม่กลับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JwlAMHuleEM

 29,866
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 63

ชาวเน็ตช่วยสืบโจรกราดยิงชิงทอง เทียบคดีเก่าที่ภูเก็ต ชี้ใส่รองเท้าดังราคาแพง เดินย่องๆเหมือนใส่ขาเทียม

โลกโชเชียลมีการการนำคลิปเหตุการณ์การชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี 2556 มาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.ลพบุรี  ซึ่งในปัจจุบันนี้คนร้ายที่ก่อเหตุที่ภูเก็ตยังจับกุมไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป โลกออนไลน์ได้มีการออกมาช่วยกันจับผิด ทำให้ได้ข้อมูลว่า ลักษณะการเดินของคนร้ายทั้ง 2 คนไม่เหมือนกัน เนื่องจากคนร้ายที่ก่อเหตุที่ จ.ลพบุรี มีท่าทีที่มั่นใจกว่า รูปร่างอาจจะสูงกว่า   ทั้งนี้ออนไลน์ได้ช่วยกันสืบหาคนร้าย ทั้งรูปพรรณสัณฐาน เครื่องแต่งกาย หรือ อาวุธที่ใช้ในการปล้นครั้งนี้ โดยมีการวิเคราะห์ถึงรองเท้าที่คนร้ายสวมใส่ ว่าไม่ใช่คอมแบทแต่อย่างใด ทว่าเป็นรองเท้ารองเท้าสนีกเกอร์ ซึ่งมีความคล้ายรองเท้ายี่ห้อ Adidas  ที่ใช้สำหรับใส่ออกกำลังกาย โดยของแท้มีราคาขายอยู่ที่คู่ละไม่ต่ำกว่า 8,000 - 9,000 บาท และลักษณะการเดินย่องๆ ลงน้ำหนักที่ขาซ้าย คาดว่าอาจจะใส่ขาเทียมหรือไม่   ซึ่งโดยรวมแล้วคนร้ายมีรูปร่างสมส่วน สูงราว 170 ซม. ถนัดมือขวา โดยลักษณะการแต่งการระหว่างก่อเหตุสวมกางเกงลายพราง เสื้อแขนยาวสีดำ สวมหมวกไอ้โม่ง ใส่ถุงเท้าข้างเดียวคือข้างซ้าย สะพายเป้สปอร์ตสีแดงขาว อาวุธปืนที่ใช้ขนาด 9 มม. และจักรายายนต์ที่ใช้ขับหลบหนีคือฟีโน่สีแดง ทั้งนี้หากเจอบุคคลใดที่มีการเอาทองไปขายแล้วทองมีลักษณะตามที่ประกาศคทอตรงตะขอมีการปั๊มชื่อว่า 'aurora' หรือ คำว่า 'อนันต์-96.5K' ให้ทำการแจ้งทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/UGCmv0kcDHI

 34,170
สังคม
11 ม.ค. 63

ชาวเน็ตช่วยสืบโจรกราดยิงชิงทอง เทียบคดีเก่าที่ภูเก็ต ชี้ใส่รองเท้าดังราคาแพง เดินย่องๆเหมือนใส่ขาเทียม

โลกโชเชียลมีการการนำคลิปเหตุการณ์การชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี 2556 มาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.ลพบุรี  ซึ่งในปัจจุบันนี้คนร้ายที่ก่อเหตุที่ภูเก็ตยังจับกุมไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป โลกออนไลน์ได้มีการออกมาช่วยกันจับผิด ทำให้ได้ข้อมูลว่า ลักษณะการเดินของคนร้ายทั้ง 2 คนไม่เหมือนกัน เนื่องจากคนร้ายที่ก่อเหตุที่ จ.ลพบุรี มีท่าทีที่มั่นใจกว่า รูปร่างอาจจะสูงกว่า   ทั้งนี้ออนไลน์ได้ช่วยกันสืบหาคนร้าย ทั้งรูปพรรณสัณฐาน เครื่องแต่งกาย หรือ อาวุธที่ใช้ในการปล้นครั้งนี้ โดยมีการวิเคราะห์ถึงรองเท้าที่คนร้ายสวมใส่ ว่าไม่ใช่คอมแบทแต่อย่างใด ทว่าเป็นรองเท้ารองเท้าสนีกเกอร์ ซึ่งมีความคล้ายรองเท้ายี่ห้อ Adidas  ที่ใช้สำหรับใส่ออกกำลังกาย โดยของแท้มีราคาขายอยู่ที่คู่ละไม่ต่ำกว่า 8,000 - 9,000 บาท และลักษณะการเดินย่องๆ ลงน้ำหนักที่ขาซ้าย คาดว่าอาจจะใส่ขาเทียมหรือไม่   ซึ่งโดยรวมแล้วคนร้ายมีรูปร่างสมส่วน สูงราว 170 ซม. ถนัดมือขวา โดยลักษณะการแต่งการระหว่างก่อเหตุสวมกางเกงลายพราง เสื้อแขนยาวสีดำ สวมหมวกไอ้โม่ง ใส่ถุงเท้าข้างเดียวคือข้างซ้าย สะพายเป้สปอร์ตสีแดงขาว อาวุธปืนที่ใช้ขนาด 9 มม. และจักรายายนต์ที่ใช้ขับหลบหนีคือฟีโน่สีแดง ทั้งนี้หากเจอบุคคลใดที่มีการเอาทองไปขายแล้วทองมีลักษณะตามที่ประกาศคทอตรงตะขอมีการปั๊มชื่อว่า 'aurora' หรือ คำว่า 'อนันต์-96.5K' ให้ทำการแจ้งทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/UGCmv0kcDHI

 34,170
ข่าวโซเชียล
11 ม.ค. 63

ชายแสบเห็นกระเป๋าเงินหล่น ใช้ขาเตะก่อนเนียนหยิบกลางสุวรรณภูมิ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดของร้านแลกเงิน ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จับภาพขณะที่ผู้เสียหายกับสามี เดินมาต่อแถวเพื่อรอแลกเงิน   แต่ฝ่ายสามีลากกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าสตางค์ของภรรยาที่วางไว้กระเด็นหล่นพื้น ผู้ชายที่สะพายกระเป๋าสีแดง หันมาเห็นพอดี แทนที่จะเก็บส่งคืน แต่กลับเตะกระเป๋าสตางค์ให้ออกห่างและก้มลงหยิบกระเป๋าสตางค์ ก่อนจะเดินหนีหายไป   ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เงินในกระเป๋ามีประมาณ 1 หมื่นบาท และยังมีทองรูปพรรณ ที่คุณแม่ฝากให้ลูกของเธอด้วย เธอจึงนำคลิปมาโพสต์เพื่อวอนให้ชาวเน็ตช่วยกันหาเบาะแสโจรตีเนียนรายนี้ ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านแลกเงินก็สามารถจับภาพใบหน้าคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7_H2lsJmnc0

 7,950
สังคม
11 ม.ค. 63

จัดทีมคอมมานโดล่า โจรกราดยิงชิงทอง ตร.ชี้ถูกฝึกใช้อาวุธมาอย่างดี-อาจเป็นโรคจิต

ความคืบหน้าคดีโจรบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ในห้างโรบินสัน ลพบุรี ล่าสุดพลตำรวจตรีต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชการตำรวจสอบสวนกลาง ที่กำลังมีภารกิจฝึกอยู่ที่ประเทศอิสราเอล เปิดเผยว่า จากคลิปพฤติการณ์ของคนร้าย มีการประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะใช้อาวุธปืนเพื่อเข้ามาชิงทอง แต่ลักษณะการก่อเหตุ จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการฝึกใช้อาวุธมาอย่างดี มีความเชี่ยวชาญ เพราะเข้ามากราดยิงเป้าเคลื่อนที่ระดับสายตาที่เป็นภัยต่อตัวผู้ก่อเหตุ   ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ น่าจะเป็นปืนสั้น รุ่น HK USP ส่วนท่อเก็บเสียงนั้น น่าจะเป็นของแท้ ที่มีใช้ในหน่วยงานราชการ ไม่ใช่เป็นการประดิษฐ์ขึ้นมา ขณะที่พฤติกรรมของคนร้าย ยังไม่เข้าข่ายก่อการร้าย แต่เป็นการก่ออาชญากรรมที่ประสงค์ต่อทรัพย์ หรือ อาจจะเป็นพวก Active Shooter คืออาการของคนโรคจิตที่เข้ามาแล้วกราดยิงทุกคนที่พบเห็น แต่การจะวิเคราะห์ลักษณะพฤติกรรมของคนร้ายได้ ต้องจับกุมตัวมาสอบสวนเพื่อประเมินสภาพจิตให้ได้ก่อน   พลตำรวจตรีต่อศักดิ์ ได้สั่งการผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 หรือหน่วยคอมมาโดกว่า 20 นาย ลงพื้นที่ร่วมหาเบาะแสล่าตัวคนร้ายด้วย โดยให้ประสานงานกับตำรวจท้องที่   ด้านพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ยังไม่ระบุว่าเป็นกลุ่มคนมีสีหรือไม่ แต่คนร้ายมีลักษณะพิเศษ คือ เดินกระเผลกคล้ายคนขาเสีย ลักษณะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ พฤติการณ์อาจจะเป็นการเลียนแบบเกม หรือเป็นคนทั่วไปที่ชอบการยิงปืนก็ได้ ขณะเดียวกัน ฝากถึงร้านทอง หากพบบุคคลใดนำทองที่สลักคำว่า aurora กับคำว่า อนันต์ 96.5%K ให้แจ้งเบาะแสมาที่ตำรวจทันที ที่สายด่วน 191 หรือโทร 1599 และโทร.1644 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ขณะที่พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะนำไปสู่การพิสูจน์ตัวบุคลล แต่ยังต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนเรื่องท่อเก็บเสียงของอาวุธปืนที่คนร้ายใช้นั้น เป็นสิ่งที่มีใช้เฉพาะทางราชการ ในการปฏิบัติการพิเศษเท่านั้น แต่ปืนที่คนร้ายใช้ ไม่มีในหน่วยงานของราชการและมีราคาแพง เจ้าหน้าที่จะขยายผลจากอาวุธปืน พร้อมไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ตอนคนร้ายมาและออกไป พร้อมตรวจสอบเรื่องรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนีด้วย   ด้านเพจเฟซบุ๊กกองปราบปราม โพสต์ขอความร่วมมือประชาชน ช่วยแจ้งเบาะแสคนร้าย โดยรูปพรรณสัณฐานคนร้าย เป็นชาย รูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 165-170 เซนติเมตร ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีแดง ขี่ออกจากห้างโรบินสัน เวลาประมาณ 20.47 น.วันที่ 9 มกราคม 2563  คาดว่าจะใช้เส้นทางหลบหนี หนองโดน สระบุรี ท่าวุ้งลพบุรี ท่าเรืออยุธยา โดยประชาชนที่ทราบเบาะแส หรือมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ให้ส่งมาที่เพจเฟซบุ๊กกองปราบปราม / ทวิตเตอร์@CSDThailand / อินสตาแกรม csdpolice / อีเมล์ contact@csd.go.th หรือโทร 1195   โดยขณะนี้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเบาะแสไล่ล่าคนร้าย ร่วมกับตำรวจในพื้นที่แล้ว โดยขณะนี้ค่าหัวหรือรางวัลนำจับ สำหรับผู้ที่สามารถแจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมคนร้าย พุ่งไปกว่า 5 แสนบาทแล้ว ซึ่งมาจากทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนที่ร่วมกันลงขันล่าโจรเหี้ยมรายนี้   นอกจากนี้มีรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดสิงห์บุรี ควบคุมตัวอดีตนักมวยที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายคนร้ายรายนี้ แต่เมื่อนำตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด พบว่า ไม่ใช่คนร้ายที่ก่อเหตุ และช่วงที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดยืนยันว่านักมวยรายดังกล่าวอยู่ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี จึงปล่อยตัวไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i_qM3ZeEs4k  

 12,098
สรุปข่าว
03 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ธ.ค.62 คนกรุงหนาวแล้ว-พ่อปารีณาแย่งไมค์อธิบดีกรมป่าไม้-ฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ

-วันนี้คนกรุงมีหนาว อุตุนิยมวิทยาประกาศ วันนี้-10 ธันวาคม ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ-อีสาน หนาวแน่อากาศลด 8-10 องศาเซลเซียส ยอดดอยและยอดภูหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-9 องศา   ขณะที่ใต้ต้องรับมือกับฝน น้ำท่วมนราธิวาสยังหนัก ขยายวงกว้างถึง 11อำเภอ ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก ยังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำล้นตลิ่ง 2.20 เมตร กว่า 3 หมื่นชีวิตได้รับผลกระทบ   -กรมป่าไม้หอบหลักฐานแจ้งเอาผิดทั้งพ่อและลูก เอ๋ ปารีณา-ทวี ไกรคุปต์ 4 ข้อหาฐานบุกรุกป่าสงวน 46 ไร่ ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ / พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ / พ.ร.บ.ที่ดินมาตรา 9 / พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม โทษสูงสุดคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน ระหว่างที่ อธิบดีกรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา แถลงข่าว ทวี ไกรคุปต์ ยกแผนที่มาตราส่วน 1 : 400,000 พร้อมถามอธิบดีกรมป่าไม้ ว่า พื้นที่ 600 ไร่ ที่ฟ้องร้องกันอยู่นี้อยู่ตรงไหน? ขณะที่อธิบดีชี้แจงนายทวีดึงไมค์จากอธิบดีมาพูดเอง   พ่อยังระบุติดต่อปารีณาไม่ได้ อยากบอกว่าอย่าไปฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ เขาทำหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย บอกทนายความด้วย อย่าไปฟ้องเขาเลย ท่านทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ขอให้ฟังพ่อ ลูกเชื่อมั่นในตัวเองสูง คิดผิดที่ส่งลูกไปเรียนตปท. แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เชื่อฟัง   ด้านปารีณาส่งทนายฟ้อง วีระ-อัจฉริยะ ฐานแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท แต่ยังไม่ฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ รอดูท่าทีก่อน ส่วนที่ดินที่ แจ้ง ปปช เกินมา 1,000 กว่าไร่นั้น ทนายบอกเป็นแค่การแจ้งซ้ำ   -พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความข้อบังคับการประชุมที่ให้นับคะแนนใหม่ อาจเจ้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญได้ พร้อมเตรียมเสนอสภา ยื่นญัตติแก้ไขข้อบังคับการประชุม สร้างบรรทัดฐานให้ชัดเจน สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เตรียมหาร่วมกันใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ในวันพรุ่งนี้ เพื่อพิจารณาขอเสนอญัตติในสภา ขอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในข้อ 85 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขตามขั้นตอน เพื่อจะได้มีความชัดเจนมากขึ้น ว่ามีมูลเหตุใดบ้างที่จะสามารถขอนับคะแนนใหม่ได้     -วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ยืนยันญัตติขอนับคะแนนใหม่ในการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากการใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 โดยมั่นใจว่า องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 4 ธ.ค. นี้ จะครบององค์ประชุม 250 เสียง ทั้งนี้ได้ไล่เช็คทุกพรรคแล้วการประชุมครั้งต่อไปน่าจะครบ อีกทั้งองค์ประชุมรวมถึงประธานด้วย ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า การขอนับคะแนนใหม่ อาจขัดรัฐธรรมนูญ นายวิรัช กล่าวว่า ต้องดูข้อบังคับการประชุมซึ่งไม่เคยเปลี่ยนและล้อตามรัฐธรรมนูยืนยันว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยถูกต้องแล้ว   -กรณีการนัดพบปะแกนนำรัฐบาล กินข้าวกระชับความสัมพันธ์สยบรอยร้าว ที่สนามกอล์ฟราชพฤกษ์ วันนี้  บิ๊กป้อมบอกว่าเป็นการนัดตามปกติธรรมดา ไม่มีพูดอะไรกันเป็นพิเศษ ส่วนที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โหวตสวนมติวิปรัฐบาลในการตั้งคณะกรรมาธการศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.และมาตรา 44 นั้น ได้พูดคุยกันแล้วไม่มีอะไร และเชื่อว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไปจะเรียบร้อย ไม่ล่มเป็นครั้งที่ 3 ยืนยันว่า ไม่มีรอยร้าวอะไรเป็นเรื่องของบุคคล ทุกฝ่ายเข้าใจกันดี   ด้านนายกฯ ยังไม่รับปากว่าจะไปร่วมงานเลี้ยง จะไปร่วมหรือไม่ ขอดูเวลาก่อน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอยากให้ตนเองไปร่วมงานนั้น ถ้าหากตนไป ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แต่หากไปก็อาจเป็นการไปเยี่ยม โดยใช้เวลาไม่นาน ทั้งนี้เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะไปหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่รู้ ขอรอดูก่อน   -ศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้ง สั่งกรุงศรีวิไล ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หลังรับคำร้อง กกต. แจกใบเหลือง กรณีคนใกล้ชิดใส่ซองงานศพ 1 พันบาท นัดตรวจพยานหลักฐาน 25 ธ.ค.   -รมว.คมนาคมสั่งบอร์ด รฟม.รื้อพิจารณาเงื่อนไขการปรับลดราคาระบบขนส่ง เพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชน ทั้งรถไฟฟ้า-ทางด่วน หลังไม่ปลื้มมาตรการก่อนหน้า ลุ้นลดราคารถไฟฟ้าทั้งวันไม่มีช่วงออฟพีค ลดแบบไม่ตั้งเงื่อนไขเวลา เพื่อให้ ปชช.ได้ประโยชน์แท้จริง และเป็นของขวัญปีใหม่ สั่งพิจารณาภายใน 15 ธ.ค.   -ฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ พ่อ แม่ ลูก ถูกจ่อยิงที่หัว ตายคาบ้านกลางเมืองเชียงราย เร่งล่าตัวแฟนลูกสาว คาดพัวพันคดี ชาวบ้านระบุได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด ตั้งแต่คืน 28 พ.ย. แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุร้าย กระทั่งเพื่อนผู้ตายมาตาม เพราะไม่ไปทำงาน พบเป็นศพตายยกครัว สภาพขึ้นอืด ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน มั่นใจไม่ใช่เหตุฆ่ากันเองในบ้าน หรือฆ่าตัวตาย ที่ผ่านมาบ้านนี้ไม่มีปัญหากับใคร สงสัยเป็นแฟนหนุ่มของลูกสาว ที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำ ก่อนจะถูกทางครอบครัวฝ่ายหญิงกีดกันไม่ให้คบหา เร่งไล่ล่าตัวมาสอบปากคำ   -รวบแล้ว อดีตเมียกับผัวใหม่ พาเพื่อนบุกแทงผัวเก่าแล้วเอาพัดลมทุ่มจนตายคาห้องพักบ้านเอื้ออาทรย่านบางบัวทอง ทั้งอดีตเมียเก่าและผัวใหม่ยังปากแข็ง อ้างไม่ได้เป็นคนลงมือ จะเข้าเอามือถือและเสื้อผ้า ถูกผู้ตายใช้เขียงทุ่มเลยชุลมุน ปัดให้เพื่อนอีกคนเป็นคนแทง ตร.รวบตัวเพื่อนอีกคนได้แล้วที่ชลบุรี เตรียมแถลงข่าววันนี้   -ดีเอสไอแจงสารพันธุกรรมจากกระดูก 9 ชิ้นที่ส่งตรวจเพิ่มในคดีบิลลี่ เสื่อมสภาพถูกเผามานานกว่า 10 ปี ทำให้ตรวจไม่ได้ว่าเป็นของใคร แต่ยืนยันว่าเป็นของมนุษย์ ยืนยันไม่กระทบต่อรูปคดีแน่นอน   -กรมขนส่งทางบกเตรียมแบ่งสินบนนำจับ 50%  ให้กับคนแจ้ง เบาะแส ขับขี่ไม่ปลอดภัย คาดมีผลบังคับใช้ 9 ธันวาคมนี้ ประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิด เช่น ขับรถส่ายไปส่ายมา ขับรถประมาทหวาดเสียว ควันดำ บรรทุกเกิน ทั้งในส่วนของรถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ สามารถถ่ายรูป ถ่ายคลิป   ส่งมาที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก, เฟซบุ๊ก หรือร้องเรียนผ่านสายด่วน 1584 ได้เลย หากพบว่าทำผิดจริงเราจะแบ่งสินบน 50% ให้คนแจ้ง เงินรางวัลมีตั้งแต่ 200-25,000 บาท แต่ต้องมารับเงินด้วยตัวเองที่กรมขนส่ง ไม่มีการทำธุรกรรมเพื่อความโปร่งใส ซึ่งจะบังคับใช้ทันก่อนช่วงปีใหม่พอดี    -ชายขับกระบะพุ่งชนเก๋งจอดหน้าบ้านเข้าพบ ตร.แล้ว อ้างเป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้านไปช่วยขนกระถางต้นไม้หน้าบ้านเพื่อน ยกออกไม่ได้เพราะรถคู่กรณีจอดขวาง เรียกไม่มีใครมาเคลื่อนย้ายจึงโมโหตัดสินใจชนดะ ยันไม่ได้หนี ยอมรับเป็นคนใจร้อนขอโทษสังคมด้วย ผู้เสียหายยันไม่ได้จอดขวาง แต่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เสนอซื้อรถคันใหม่ให้หรือจ่ายเงินค่าซ่อม 5 แสน สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ คนขับกระบะโดนแจ้งข้อหา นัดเจรจา 2 ฝ่ายอีกครั้งอาทิตย์นี้   -หนุ่มบุกเดี่ยวชิงเงินแบงก์พลาดท่า เจอพนง.คนจริงกระชากหัวทิ่งคาเคาน์เตอร์ วงจรปิดจับภาพวินาทีคนร้ายเดินขึ้นมากระโดดบนเคาน์เตอร์ ประกาศดังลั่นธนาคาร นี่คือการปล้น เหตุเกิดที่ธนาคารทหารไทย สาขาพัฒนาการ 48 ขณะกระโดดเกิดลื่นล้ม ทำให้ พนง.กระชากแขนจนหัวทิ่ม ไปกองกับพื้นและมีพลเมืองดีเข้าช่วยจับ พบคนร้ายเป็นไลน์แมน สารภาพขี่รถตระเวนดูธนาคาร 2-3 แห่ง พบสาขานี้ไม่มี รปภ.จึงเข้าก่อเหตุ   -ฌาปนกิจ คิว ภูริวัฒน์ นักร้องนำของวง Friday Night to Sunday หลังผูกคอฆ่าตัวตาย จากอาการป่วยซึมเศร้า แม่ร้องแทบขาดใจหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงเปิดฝาโลงดูหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย   -พ่อโวยห้างดังเมืองสุราษฎร์ธานี ทำไฟฟ้ารั่วชั้นวางสินค้า ช็อตลูกสาววัย 2 ขวบหวิดดับ ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเกือบ 2 นาที ลูกสาวสลบนานกว่า 10 นาที ต้องอยู่ ICU 2 คืน อยากฟ้องศาลเรียกร้องค่าเสียหาย ขอความเป็นธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ERSlbadzdWA

 9,106
สังคม
02 ธ.ค. 62

ดีเดย์ 9 ธ.ค.นี้ แจ้งเบาะแสรถสาธารณะทำผิดกฎหมาย ได้สินบนนำจับ 50% จากเงินค่าปรับ

ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ผู้ที่พบเห็นรถสาธารณะทำผิดกฏหมาย สามารถแจ้งเบาะแส และจะได้สินบนนำจับ 50 % ของค่าปรับด้วย     นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ กรมการขนส่งทางบก จะออกประกาศกรมฯ และจะมีผลบังคับใช้ทันที เกี่ยวกับกรณีสินบนนำจับที่เข้าข่ายของการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 การจราจรและความปลอดภัย ซึ่งครอบคลุมการกระทำผิดของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท    โดยประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ 1584 และตามช่องทางสื่อโชเชี่ยลมีเดียของกรมฯ ทั้ง เฟชบุ๊ก เพจกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ที่ชี้เบาะแส จะได้รับสิบบนนำจับ 50% หลังจากที่มีการตรวจสอบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทั้งนี้ เพื่อสร้างวินัยจราจรให้ผู้ขับรถสาธารณะและดึงประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการตรวจสอบปัญหาความปลอดภัยในรถสาธารณะ

 7,021
อาชญากรรม
27 พ.ย. 62

เปิดนาทีคนร้ายขี่ จยย.ประกบยิงเจ้าของร้านสังฆภัณฑ์รายใหญ่ จ.ชัยนาท ดับ

ชัยนาท - ภาพวงจรปิดเผยนาทีคนร้ายขี่ จยย ประกบยิงเจ้าของร้านสังฆภัณฑ์     จากกรณีที่ นายอดิศักดิ์ ภู่เปี่ยม อายุ 78 ปี ข้าราชการเกษียณสังกัดกรมชลประทาน และเป็น เจ้าของร้าน อ.สังฆภัณฑ์ (เจ๊อิม) ร้านขายสังฆภัณฑ์รายใหญ่ในตัวเมืองชัยนาท ถูกคนร้าย 2 คน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ หน้าท้อง จำนวน 2 นัด ขณะเดินออกกำลังกายที่บริเวณ ซอยชัยภรณ์ ม.4 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร นั้น     ล่าสุด เวลา 10.00 น. วันที่ 27 พ.ย. 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง บริเวณที่เกิดเหตุเพื่อขอตรวจสอบกล้องวรจรปิดอีกครั้ง พบว่า ผู้ตายใส่ชุดวอร์มสีดำ เดินออกกำลังกายผ่านไปประมาณ 2 นาที คนร้ายใส่หมวกกันน็อคเต็มใบ ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายใส่หมวกไอ้โม่ง ไหมพรมคลุมหน้าไว้ แล้วขี่รถ จยย. ยี่ห้องซูซูกิ อากิร่า สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตามประกบยิงทันทีแล้วหลบหนีออกไปทางถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 สายบางบัวทอง–ชัยนาท     ขณะที่ พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.ชัยนาท เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่าตอนนี้ พบปลอกกระสุนขนาด .45 จำนวน 2 ปลอก ห่างจากผู้ตาย 4-5 เมตร ยิงระยะประชิด ใช้อาวุธปืน 11 มม. ยิงจากด้านหน้าหวังผล ยิงเข้าหน้าท้อง ชายโครงด้านซ้าย     สาเหตุการตายนั้น ผู้ตายไม่มีศัตรู ชอบมาออกกำลังที่จุดเกิดเหตุเป็นประจำ ทางเจ้าหน้าที่ ยังไม่ทิ้งทั้ง 2 ประเด็น คือ 1. เรื่องธุรกิจของบุตร และเรื่องที่ 2 คือเรื่องการยิงผิดตัว ที่ ทางลูกชายได้ตั้งข้อสังเกตไว้เอง ยังคงต้องทำการสืบสวนสอบสวน หาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งในวันนี้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง นำกำลัง สืบสวนภาค 1 จะเข้ามาร่วมทำการสืบสวนด้วยในช่วงบ่าย     หากใครพบรถจักรยานยนต์ หรือพบเบาะแสคนร้าย สามารถแจ้งมาที่ ผบก. โดยตรงที่เบอร์ 086-0304343 

 1,769
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 พ.ย. 62

ตามหา มิตซูปาเจโร่ วิ่งบนรางรถไฟยมราช ไม่หวั่นโดนชน - ทำรางรถไฟเสียหาย

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ศุภพล สุขบาง เผยแพร่รถยนต์อเนกประสงค์ (PPV) มิตซูบิชิ ปาเจโร่ วิ่งมาบนรางรถไฟยมราช เมื่อคืนวันเสาร์ต่อเนื่องเช้าวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.40 น. จากบริเวณหอสัญญาณกรุงเทพฯ-ทางผ่านยมราช โดยที่ไม่กลัวอันตรายว่าจะถูกรถไฟชน   พร้อมขอให้ผู้ที่พบเห็นแจ้งเบาะแส เพื่อผู้เกี่ยวข้องของการรถไฟจะได้ไปดำเนินการแจ้งความ เนื่องจากการขับรถในลักษณะดังกล่าวทำให้อุปกรณ์บนรางรถไฟเกิดความเสียหายหลายรายการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oR5S_xZzjF0

 10,112
ข่าวโซเชียล
26 พ.ย. 62

ตามหา มิตซูปาเจโร่ วิ่งบนรางรถไฟยมราช ไม่หวั่นโดนชน - ทำรางรถไฟเสียหาย

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ศุภพล สุขบาง เผยแพร่รถยนต์อเนกประสงค์ (PPV) มิตซูบิชิ ปาเจโร่ วิ่งมาบนรางรถไฟยมราช เมื่อคืนวันเสาร์ต่อเนื่องเช้าวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.40 น. จากบริเวณหอสัญญาณกรุงเทพฯ-ทางผ่านยมราช โดยที่ไม่กลัวอันตรายว่าจะถูกรถไฟชน   พร้อมขอให้ผู้ที่พบเห็นแจ้งเบาะแส เพื่อผู้เกี่ยวข้องของการรถไฟจะได้ไปดำเนินการแจ้งความ เนื่องจากการขับรถในลักษณะดังกล่าวทำให้อุปกรณ์บนรางรถไฟเกิดความเสียหายหลายรายการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oR5S_xZzjF0

 10,112
สังคม-อาชญากรรม
29 ต.ค. 62

ญาติวอนช่วยหาเบาะแส! หนุ่ม 22 รถจยย. คว่ำเสียชีวิต บนถนนหมายเลข 340 ไร้เงาคู่กรณี

เมื่อวันเสาร์วันที่ 26 ต.ค. 62 เวลาประมาณ 23.00 - 23.15 น. นายธนวิชญ์ มีอนันต์ อายุ 22 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กฎ 8641 พระนครศรีอยุธยา ประสบอุบัติเหตุบนถนนเส้นทางตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี หมายเลข 340 บริเวณเลยปั๊มน้ำมัน ปตท. เขต อบต.ไทรใหญ่ ทำให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ  เมื่อเจ้าหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยถึงที่เกิดเหตุ กลับไม่พบคู่กรณี       ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย กำลังตรวจสอบหาพยานหลักฐาน และกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาคู่กรณี จึงวอนขอความช่วยเหลือ หากมีผู้เห็นเหตุการณ์ หรือมีเบาะเเสกรุณาเเจ้งได้ที่ ด.ต.ณรงค์ มีอนันต์ 0946632493 (บิดา)

 1,881
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

ญาติวอนช่วยหาเบาะแส! หนุ่ม 22 รถจยย. คว่ำเสียชีวิต บนถนนหมายเลข 340 ไร้เงาคู่กรณี

เมื่อวันเสาร์วันที่ 26 ต.ค. 62 เวลาประมาณ 23.00 - 23.15 น. นายธนวิชญ์ มีอนันต์ อายุ 22 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กฎ 8641 พระนครศรีอยุธยา ประสบอุบัติเหตุบนถนนเส้นทางตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี หมายเลข 340 บริเวณเลยปั๊มน้ำมัน ปตท. เขต อบต.ไทรใหญ่ ทำให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ  เมื่อเจ้าหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยถึงที่เกิดเหตุ กลับไม่พบคู่กรณี       ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย กำลังตรวจสอบหาพยานหลักฐาน และกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาคู่กรณี จึงวอนขอความช่วยเหลือ หากมีผู้เห็นเหตุการณ์ หรือมีเบาะเเสกรุณาเเจ้งได้ที่ ด.ต.ณรงค์ มีอนันต์ 0946632493 (บิดา)

 1,881
เศรษฐกิจ
07 ต.ค. 62

ขนส่งเอาจริง! รถแต่งไฟหน้า-ไฟท้ายแยงตาคนอื่น ปรับหนัก 2พัน-5หมื่น คนแจ้งได้รางวัลนำจับ

กรมการขนส่งทางบกเอาจริง รถตกแต่งไฟท้าย-ไฟหน้าที่สีผิดปกติ ฝ่าฝืนดัดแปลงอุปกรณ์ส่องสว่างในลักษณะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ร่วมใช้ทางคนอื่นๆ เสี่ยงต่ออันตรายบนท้องถนน เจอปุ๊บจับทันที ปรับหนัก 2,000 ถึง 50,000 บาท และอาจถูกสั่งระงับการใช้รถจนกว่าจะดำเนินการแก้ไขเรียบร้อย   ทั้งนี้คนใช้รถใช้ถนนหากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแส เพราะมีรางวัลนำจับให้ด้วย โดยแจ้งร้องเรียนได้ตามช่องทาง ดังนี้   1.E-mail : dlt_1584complain@hotmail.com 2.LINE : 1584กรมการขนส่งทางบก 3.Facebook : https://www.facebook.com/dlt1584/ หรือ 1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ   ผู้แจ้งจะต้องแนบหลักฐานเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว ระบุสถานที่ เวลาที่พบเหตุ ชื่อและข้อมูลผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pE_9wXUYhU0

 8,279
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ย. 62

ส่งเบาะแสจับเด็กแว้นแล้ว 2 ราย ตร.ชี้คนโพสต์ชวนแข่งรถโดนโทษด้วย

วันแรกของการแจ้งเบาะแสเด็กแว้นและขับประมาทหวาดเสียว พบว่ามีผู้ร้องเรียนเข้ามาแล้ว 2 ราย รายแรกส่งภาพผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นแอดมินเพจ และมีภาพการขี่รถจักรยานยนต์ลักษณะยกล้อประกอบ   ส่วนอีกรายเป็นคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับการชักชวนแข่งรถในทางซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังเปิดเผยให้ดูไม่ได้ โดยหลังจากนี้จะส่งข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าเข้าข่ายเป็นหลักฐานที่สามารถใช้ติดตามผู้กระทำผิดได้ ก็จะติดต่อกลับไปหาผู้แจ้งเบาะแส เพื่อสอบถามว่าจะขอรับเงินรางวัลหรือไม่ต่อไป   พลตำรวจโทดำรงศักดิ์ กิตติประภัส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ต้องเป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีนี้ และผู้กระทำผิดยังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาก่อน   ส่วนกรณีที่มีผู้โพสต์ชักชวนให้เกิดการแข่งรถผ่านทางโซเชียลมีเดีย นอกจากผู้ที่โพสต์จะมีความผิดฐานเป็นผู้จัด สนับสนุน หรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทางแล้ว ผู้ที่เข้าไปแสดงความคิดเห็น ลักษณะที่เข้าข่ายเป็นการตอบรับ ก็จะถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน ซึ่งความผิดในข้อหานี้ มีโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6VS8XrHntsA

 744

Top