ค้นหา :

ผลการค้นหา "ติดเชื้อhiv"

สังคม-อาชญากรรม
17 ธ.ค. 62

อุทาหรณ์สาวชอบทำเล็บ ติดเชื้อที่นิ้วลามเข้ากระดูก เครื่องมือไม่สะอาด เสี่ยงพิการ อาจติด hiv

นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อArak Wongworachat มีข้อความเตือนระบุ อุทาหรณ์ของสาวที่ชอบไปทำเล็บแล้วเกิดติดเชื้อ ลามเข้าข้อกระดูก และเชื้อ HIV โดยเล่าว่า   หญิงอายุ 35 ปีรายหนึ่ง ไปทำเล็บร้านเสริมความงาม มีการขูดร่องเล็บและตัดแต่ง ต่อเล็บปลอมด้วยกาวตราช้าง อีกสามวันต่อมารู้สึกเริ่มปวด คิดว่าไปน่าเป็นอะไรมาก ต่อมาบวมมากขึ้น ซื้อยากินเอง ยุบลงเล็กน้อย ทิ้งระยะมาหลายวันก็อดทน ต่อมารู้สึกเป็นไข้ บวมแดง ร้อนลามจากปลายนิ้วไปถึงโคนนิ้วงอนิ้วไม่ได้ ปวดทรมานมาก จนต้องตัดสินใจเอาเล็บปลอมออก ทำให้เนื้อเยื่อขอบเล็บหลุดออกมาด้วย เมื่ออาการปวดทนไม่ไหว จึงมาพบแพทย์   เมื่อเอกซเรย์ที่มือพบว่า กระดูกนิ้วหัวแม่มือส่วนปลายเริ่มกร่อนเป็นลักษณะติดเชื้อที่กระดูก จนต้องเข้านอนในโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด พบว่ามีหนองรอบๆ เนื้อเยื่อหัวแม่มือ ลามเข้าข้อ กระดูก และให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือด ใช้เวลารักษาอีกหลายวัน เสียค่าใช้จ่ายอีกหลายหมื่นบาท อีกทั้งมีโอกาสเสี่ยงพิการงอนิ้วหัวแม่มือไม่ได้ตามมา นอกจากนั้นต้องตรวจหาว่าติดเชื้อ HIV ร่วมด้วยหรือไม่?   เพราะเคยมีรายงานการติดเชื้อเอดส์จากการทำเล็บมาแล้วแต่งเล็บจึงต้องพึงระวัง เครื่องมืออาจไม่สะอาด หรือผ่านการใช้งานมาจากหลายๆคน แล้วไม่ได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอ จนติดเชื้อได้   อย่างไรก็ตาม นพ.อารักษ์ กล่าวว่า การทำเล็บยังทำได้ แต่ต้องเน้นความสะอาดปลอดภัยก่อนทำทุกครั้งที่ทำ และอย่าให้ช่างทำเล็บแซะที่ขอบเล็บ เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนอง และลุกลามถึงข้อกระดูกได้อย่างรวดเร็ว อาจจะถึงขั้นพิการอย่างรายนี้ได้ และรักษาไม่ทันเพราะผู้ป่วยรายนี้ใช้เล็บปลอมด้วย   ที่ผ่านมาเกิดกรณีทำผู้หญิงไปทำเล็บ จากช่างเสริมสวยที่ไม่สะอาดและปลอดภัย จนเกิดแผลอักเสบลุกลามเข้าข้อกระดูกมาแล้วส่งมารักษาตัวที่ รพ.สิชลแล้วนับสิบราย บางรายรักษาทันหายได้ แต่บางรายรักษาไม่ทันเพราะเชื้อลุกลามเข้าข้อกระดูกเร็วมาก   แพทย์ก็ต้องรับผ่าตัดนิ้วที่เป็นแผลอักเสบทันที เพื่อไม่ให้ลุกลามมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสาวๆ ที่ชอบทำเล็บจากช่างเสริมสวยที่ไม่มีประสบการณ์และไม่สะอาด จะต้องระมัดระวังเรื่องนี้มากเพราะนอกจากจะพิการถูกตัดนิ้วแล้วยังอาจจะติดเชื้อ HIV ได้ แต่ไม่ทุกรายไป ขอให้ระมัดระวังกันด้วย หมอเป็นห่วงมากในเรื่องความสะอาด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/abJX7fjBjY8

 19,952
สังคม
17 ธ.ค. 62

อุทาหรณ์สาวชอบทำเล็บ ติดเชื้อที่นิ้วลามเข้ากระดูก เครื่องมือไม่สะอาด เสี่ยงพิการ อาจติด hiv

นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อArak Wongworachat มีข้อความเตือนระบุ อุทาหรณ์ของสาวที่ชอบไปทำเล็บแล้วเกิดติดเชื้อ ลามเข้าข้อกระดูก และเชื้อ HIV โดยเล่าว่า   หญิงอายุ 35 ปีรายหนึ่ง ไปทำเล็บร้านเสริมความงาม มีการขูดร่องเล็บและตัดแต่ง ต่อเล็บปลอมด้วยกาวตราช้าง อีกสามวันต่อมารู้สึกเริ่มปวด คิดว่าไปน่าเป็นอะไรมาก ต่อมาบวมมากขึ้น ซื้อยากินเอง ยุบลงเล็กน้อย ทิ้งระยะมาหลายวันก็อดทน ต่อมารู้สึกเป็นไข้ บวมแดง ร้อนลามจากปลายนิ้วไปถึงโคนนิ้วงอนิ้วไม่ได้ ปวดทรมานมาก จนต้องตัดสินใจเอาเล็บปลอมออก ทำให้เนื้อเยื่อขอบเล็บหลุดออกมาด้วย เมื่ออาการปวดทนไม่ไหว จึงมาพบแพทย์   เมื่อเอกซเรย์ที่มือพบว่า กระดูกนิ้วหัวแม่มือส่วนปลายเริ่มกร่อนเป็นลักษณะติดเชื้อที่กระดูก จนต้องเข้านอนในโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด พบว่ามีหนองรอบๆ เนื้อเยื่อหัวแม่มือ ลามเข้าข้อ กระดูก และให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือด ใช้เวลารักษาอีกหลายวัน เสียค่าใช้จ่ายอีกหลายหมื่นบาท อีกทั้งมีโอกาสเสี่ยงพิการงอนิ้วหัวแม่มือไม่ได้ตามมา นอกจากนั้นต้องตรวจหาว่าติดเชื้อ HIV ร่วมด้วยหรือไม่?   เพราะเคยมีรายงานการติดเชื้อเอดส์จากการทำเล็บมาแล้วแต่งเล็บจึงต้องพึงระวัง เครื่องมืออาจไม่สะอาด หรือผ่านการใช้งานมาจากหลายๆคน แล้วไม่ได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอ จนติดเชื้อได้   อย่างไรก็ตาม นพ.อารักษ์ กล่าวว่า การทำเล็บยังทำได้ แต่ต้องเน้นความสะอาดปลอดภัยก่อนทำทุกครั้งที่ทำ และอย่าให้ช่างทำเล็บแซะที่ขอบเล็บ เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนอง และลุกลามถึงข้อกระดูกได้อย่างรวดเร็ว อาจจะถึงขั้นพิการอย่างรายนี้ได้ และรักษาไม่ทันเพราะผู้ป่วยรายนี้ใช้เล็บปลอมด้วย   ที่ผ่านมาเกิดกรณีทำผู้หญิงไปทำเล็บ จากช่างเสริมสวยที่ไม่สะอาดและปลอดภัย จนเกิดแผลอักเสบลุกลามเข้าข้อกระดูกมาแล้วส่งมารักษาตัวที่ รพ.สิชลแล้วนับสิบราย บางรายรักษาทันหายได้ แต่บางรายรักษาไม่ทันเพราะเชื้อลุกลามเข้าข้อกระดูกเร็วมาก   แพทย์ก็ต้องรับผ่าตัดนิ้วที่เป็นแผลอักเสบทันที เพื่อไม่ให้ลุกลามมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสาวๆ ที่ชอบทำเล็บจากช่างเสริมสวยที่ไม่มีประสบการณ์และไม่สะอาด จะต้องระมัดระวังเรื่องนี้มากเพราะนอกจากจะพิการถูกตัดนิ้วแล้วยังอาจจะติดเชื้อ HIV ได้ แต่ไม่ทุกรายไป ขอให้ระมัดระวังกันด้วย หมอเป็นห่วงมากในเรื่องความสะอาด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/abJX7fjBjY8

 19,952
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ค. 62

สาววัย 30 ร้อง สธ.เอาผิด รพ.เมืองคอน หลังตรวจผิดติดเชื้อ hiv ชีวิตทุกข์ 5 ปี

หญิงวัย 30 ปีเข้ายื่นหนังสือและร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำเนินการเอาผิด โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากเมื่อปี 2557 ได้ตั้งครรภ์และคลอดลูกคนที่ 4 โดยมีการระบุว่าตรวจพบเชื้อ H.I.V. ทำให้ต้องรับประทานยาต้านเชื้อทั้งแม่และลูก   ขณะที่เมื่อปี 2558 ตนเองได้คลอดลูกคนที่ 5 โรงพยาบาลเดิม ก็ยังยืนยันผลตรวจว่าพบเชื้อ H.I.V. ซึ่งในขณะนั้นสามีตนเองจำคุกอยู่ในเรือนจำ ในขณะที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตนเอง และลูกๆ ก็ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะลูกๆ ที่ถูกเพื่อนล้อว่าแม่เป็นเอดส์ จนทำให้ลูกมาบอกแม่ว่า แม่ไม่ต้องมาส่งที่โรงเรียนแล้ว เพราะอายเพื่อน ขณะที่ตนเอง เวลาไปค้าขายของในตลาด ก็ถูกคนในตลาดต่อว่า จนทำให้กลายเป็นที่รังเกียจของสังคม   ต่อมาย้ายไปอยู่จังหวัดพิษณุโลก และมีลูกกับสามีคนใหม่ และคลอดลูกที่โรงพยาบาลชาติตระการ เมื่อคลอดแล้ว ทางแพทย์โรงพยาบาล ก็ตรวจผลเชื้อ H.I.V. ซึ่งก็ไม่พบเชื้อ จึงทำการตรวจซ้ำอีก 2 ครั้ง ผลก็ยืนยันว่าไม่พบเชื้อ ทำให้ชีวิตเปลี่ยน   พร้อมกันนี้ ยังขอให้ช่วยตรวจสอบคนไข้รายอื่นที่เคยมีการตรวจสอบผลตรวจเชื้อว่า ผลที่ทางโรงพยาบาลได้มีการวินิจฉัยไปถูกต้องหรือไม่ โดยหลังจากที่มีการร้องเรียน ทางโรงพยาบาลระบุว่า เครื่องตรวจมีปัญหา พร้อมให้เงินเยียวยาจำนวน 5 หมื่นบาท แต่ตนเองยังไม่ได้ไปรับ   ด้านนายแพทย์พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 11 เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบข้อมูลที่เกิดขึ้น ภายใน 2 สัปดาห์ ก็ต้องตรวจสอบว่าเกิดจากความผิดพลาดของบุคลากรหรือเครื่องมือ และจะมีขั้นตอนระเบียบในการดำเนินการ   ทั้งนี้การตรวจเชื้อเอชไอวี ทุกโรงพยาบาลในสังกัดมีการใช้มาตรฐานเดียวกัน บางครั้งการตรวจครั้งเดียวไม่อาจจะสรุปผลได้ ส่วนการรับประทานยาต้านของลูกๆ นั้น ยืนยันว่า อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งยาดังกล่าวอาจมีอาการข้างเคียงกับผู้รับประทานบ้าง แต่เท่าที่ทราบ ไม่ได้ส่งผลร้ายแรง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s-yFUHFTyE4

 2,761
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ค. 62

คุณแม่ลูก 6 โวย รพ.เครื่องตรวจเสีย ตรวจผิดว่าติดเชื้อ hiv มา 5 ปี

เพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์เรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่ง ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งหมอได้ตรวจร่างกายและแจ้งว่า เธอและลูกติดเชื้อเอชไอวี ทำให้ถูกสังคมรังเกียจและบีบคั้นจนเครียดหนักถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย   แต่หลังจากนั้น 5 ปี เธอย้ายมาอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก และไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก โดยหมอแจ้งว่า เธอไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด เธอจึงเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทุ่งสง และได้ร้องทุกข์มายังเพจเครือข่ายรณรงค์ฯ เพื่อให้ช่วยเหลือ   ด้านผู้เสียหาย อายุ 31 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนมีลูก 3 คน และทำอาชีพกรีดยางอยู่ที่นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ตนท้องลูกคนที่ 4 และได้ไปทำคลอดที่ รพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช หมอแจ้งว่า ตนติดเชื้อเอชไอวี และให้ยาต้านตนกับลูกกิน หลังทราบเรื่อง ตนถึงกับสติแตก ประกอบขณะนั้นสามีติดคุก ทำให้ตนเครียดหนักถึงขั้นเคยคิดฆ่าตัวตาย   ต่อมาปี 2558 สามีออกจากคุก ตนเกิดพลาดท้องลูกคนที่ 5 และไปทำคลอดกับ รพ.ดังกล่าวอีกครั้ง จากนั้นตนได้เลิกรากับสามี และมีสามีใหม่ จนตั้งท้องลูกคนที่ 6 ซึ่งทั้งสามีเก่าและสามีใหม่รับรู้ว่าตนติดเชื้อเอชไอวี แต่ทั้งสองไม่เคยไปตรวจร่างกาย กระทั่งตนถูกสังคมรังเกียจไม่ไหว จึงได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนไปทำคลอดที่รพ. ชาติตระการ ในจังหวัดพิษณุโลก   โดย รพ.ชาติตระการได้ทำการตรวจร่างกายตนหลายครั้ง และแจ้งว่าตนไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด ตนรู้สึกราวกับฝันไป และติดใจว่าเหตุใด รพ.ที่นครศรีธรรมราชจึงบอกว่าตนติดเชื้อ ตนจึงเดินทางเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทุ่งสง และทางศูนย์ได้แจ้งเรื่องให้ทางรพ. คู่กรณีทำการตรวจอีกครั้ง   หลังจากตรวจหาเชื้อ 3 ครั้ง รพ.ดังกล่าวยังยืนยันว่าตนติดเชื้อ จึงได้ส่งเลือดของตนไปตรวจอีก รพ. ซึ่งผลปรากฎว่า ตนไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด ทั้งนี้ รพ. คู่กรณีได้ชี้แจงกับตนว่า ความผิดพลาดดังกล่าวเป็นความผิดพลาดของเครื่องตรวจ ไม่ใช่ความผิดพลาดจากหมอ และจะช่วยเหลือเยียวยาเป็นเงิน 50,000 บาท ซึ่งตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องทุกข์มายังเพจเครือข่ายรณรงค์ฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ   อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากถึง รพ.คู่กรณีว่า ตนไม่ได้ต้องการทำให้ รพ. ที่บ้านเกิดได้รับความเสียหาย เพียงแค่อยากขอความเป็นธรรม และเรียกร้องค่าเสียหาย ให้เหมาะสมกับความทุกข์ทรมานที่ครอบครัวตนได้รับมาตลอด 5 ปี   ซึ่งในวันนี้ (3 ก.ค.62) ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ พร้อมผู้เสียหาย จะเดินทางเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pn20jE9BMu4

 8,416
เศรษฐกิจ
17 มิ.ย. 62

สปสช.เห็นชอบ บัตรทองปี63 ให้สิทธิ์กินยาป้องกันติดเชื้อ hiv ก่อนการสัมผัสเชื้อ ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยง

บอร์ด สปสช.มีมติเห็นชอบ กองทุนบัตรทองปี 63 นำร่องสิทธิประโยชน์บริการยาป้องกันการติดเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ (PrEP) ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงสูงทุกกลุ่ม ในพื้นที่ที่มีความพร้อม เพื่อลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่าพันราย/ปี และต้องใช้งบประมาณ 405 ล้านบาทต่อปี       โดยเป็นการป้องกันในกลุ่มประชากรเสี่ยงสูงที่มีประสิทธิผลสูง อาทิ ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ชายบริการ หญิงข้ามเพศ หญิงบริการ ผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด และคู่เพศสัมพันธ์ที่มีผลเลือดต่าง ด้วยการกินยาต้านไวรัสสม่ำเสมอ ช่วยลดภาระงบประมาณด้านการรักษาผู้ป่วยเอชไอวีและโรคฉวยโอกาสที่อาจเกิดขึ้นได้   ทั้งนี้ ปี 2558 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำ PrEP เป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้กับผู้มีความเสี่ยงสูง ควบคู่ไปกับการป้องกันที่มีอยู่เดิม ประเทศไทยได้ให้บริการ PrEP ผ่านโครงการนำร่องหรือดำเนินการเฉพาะบางพื้นที่โดยการสนับสนุนหลักจากหน่วยงานต่างประเทศ แต่ยังไม่ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงสูงทั้งหมด   ที่ผ่านมา สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอบรรจุบริการ PrEP ในสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติในปี 2560 ประกอบด้วยบริการ 2 ส่วน คือ   1.บริการยาต้านไวรัส 2 รายการ ประกอบด้วย ยาต้านไวรัสทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir Disoproxil Fumarate: TDF) และ ยาเอ็มตริไซตาบี (Emtricitabine: FCT) อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (ก) ตั้งแต่ ปี 2561กินวันละ 1 เม็ด ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ผลิตโดย GPO ราคาขวดละ 600 บาท บรรจุ 30 เม็ด ค่ายารวมประมาณ 7,200 บาทต่อปี   2.บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยมีการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีทุก 3 เดือน ตรวจการทำงานของไต (Cr) ทุก 6 เดือน ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทุก 6 เดือน ตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี ปีละ 1 ครั้ง และตรวจการตั้งครรภ์ทุกครั้งที่สงสัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Tvg80tKHSkw

 1,275
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ค. 62

สภากาชาดไทย แจงปมหนุ่มลูกครึ่งรับบริจาคเลือดติดเชื้อ hiv ยืนยันปัจจุบันปลอดภัย -แม่พอใจผลเจรจากับโรงพยาบาล ให้การรักษาตลอดชีวิต

จากกรณี หนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น วัย 24 ปี ป่วยเป็นลูคีเมีย ก่อนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลชื่อดัง แต่ปรากฏว่าได้รับเชื้อเอชไอวีจากการถ่ายเลือด โดยทางโรงพยาบาลดังกล่าวชี้แจงว่า เลือดที่ให้การรักษาผู้ป่วยรับมาจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ทั้งนี้พร้อมรับผิดชอบทุกกรณี   ครอบครัวและหนุ่มที่ได้รับเชื้อเอชไอวี เดินทางไปที่ศาลากลาง จ.ปทุมธานี เพื่อ  เจรจากับตัวแทนของโรงพยาบาลบำรุงราฎร์ เกี่ยวกับการช่วยเหลือรักษาและเยียวยาแก่ผู้ป่วย ตามหลักมนุษยธรรม โดยผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลฯ กล่าวว่า การเจรจาของทุกฝ่ายเป็นไปด้วยดี ยืนยันทางโรงพยาบาลให้สิทธิ์ผู้ป่วยรักษาฟรีทุกโรคตลอดชีวิต ปัจจุบันนี้ทางโรงพยาบาลมีมาตรฐานที่สูงมากในการตรวจสอบเลือดเพื่อให้เลือดกับผู้ป่วย ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ เตรียมแถลงสัปดาห์หน้า   แม่ของหนุ่มคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนพอใจกับข้อเสนอของโรงพยาบาล ที่จะให้การดูแลรักษา  บุตรชายทุกกรณีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะป่วยเป็นโรคอะไรทางโรงพยาบาลก็จะดูแลรับผิดชอบตลอดชีวิต ทางครอบครัวก็สบายใจมากขึ้นถือเป็นวันที่ดีสำหรับครอบครัว  ส่วนรายละเอียดไม่ขอเปิดเผยเพราะโรงพยาบาลขอไว้ และไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ  ตนไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก เพราะกลัวกระทบจิตใจและไม่อยากซ้ำเติมบุตรชาย แต่ที่ผ่านมาตนก็พยายามให้กำลังใจลูกไม่ให้เขาเครียด คอยบอกว่าต้องอยู่ให้ได้ สภาพจิตใจดีมาก   ด้านหนุ่มที่ได้รับเชื้อเอชไอวี กล่าว  การเจรจากับโรงพยาบาลฯ จบลงด้วยดี  ตอนนี้รู้สึกสบายใจ มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อในสังคม  ตนกลับคิดว่าโรคนี้ไม่ได้น่ากลัว ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ รวมทั้งครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจมาโดยตลอด  อยากบอกว่าไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรหากจิตใจเราเข้มแข็ง ทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี   ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พญ.จารุพร พรหมวงศ์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า โลหิตที่จ่ายให้กับโรงพยาบาลบำรุงราฎร์ เพื่อนำไปรักษาหนุ่มวัย 24 นั้น เป็นเลือดที่ได้รับบริจาคเมื่อปี 2547 ไม่มีเชื้อเอชไอวีเป็นปกติ  แต่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อเอชไอวีจากโลหิตที่รับบริจาคมา ซึ่งไม่ได้เกิดจากข้อผิดพลาดที่ระบบคัดกรอง เกิดจากข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า วินโดว์พีเรียส (Window Period) เป็นช่วงเวลาที่ผู้ได้รับเชื้อเอชไอวีมา แต่ยังตรวจไม่พบเพราะว่าร่างกายอาจจะยังรับเชื้อมาไม่นาน ทำให้ไม่สามารถแยกแยะหรือคัดกรองได้ว่าเลือดที่ได้รับบริจาคมานั้น มีระยะการฟักตัวของเชื้อประเภทใดบ้าง  ซึ่งจะพบว่าเลือดมีเชื้อเอสไอวี ก็ต่อเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วเกิดการเพาะเชื้อจึงจะตรวจพบ   สำหรับระยะการตรวจพบเชื้อแต่ละโรคหลังเข้าสู่ร่างกายแล้ว เอชไอวีใช้เวลาตรวจพบ 5-7 วัน  ไวรัสตับอักเสบบี 24-27 วัน ไวรัสตับอักเสบซี 3-5 วัน  อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถตรวจหาเชื้อเอสไอวี หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อยู่ในระยะวินโดว์พีเรียสได้   จากสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใช้มาตราฐานการตรวจเลือดเช่นเดียวกับไทย พบความเสี่ยงเลือดจากผู้บริจาค โดยเอชไอวี  1 ต่อ 1.7 ล้านยูนิต มีความเสี่ยง 1 ถุง  ส่วนไวรัสตับอักเสบซี 1 ต่อ 1.6 ล้านยูนิต  ส่วนไวรัสตับอักเสบบี 1 ต่อ 2.6 แสนยูนิต  ขณะที่ไทยพบความเสี่ยง 1 ต่อเกือบ 2 ล้านยูนิต  ถือว่ามีความปลอดภัยสูง   ปัจจุบันการบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีการคัดเลือกและตรวจเลือดผ้บูริจาคตามมาตรฐาน ระดับประเทศและระดับสากล มีมาตรการคัดกรองผ้บูริจาคโลหิตด้วยแบบสอบถามและซักประวัติพฤติกรรมความเสี่ยง มีการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีซีโรโลยี่ ด้วยน้ำยาที่มีความไวสูงสุด และตรวจด้วยวิธี Nucleic acid amplification test (NAT) หากผลตรวจเป็นปกติก็จะไม่มีความเสี่ยง สิ่งที่สำคัญผู้บริจาคต้องคัดกรองตัวเองก่อนว่าไม่เป็นผู้ติดเชื้อโรคใด ๆ ก่อนที่จะมาบริจาคโลหิต สภากาชาดไทยขอแสดงความเสียใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ทุกกรณี   ด้านนายเกรียงศักดิ์ ไชยวงค์ ผู้เชี่ยวชาญนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ หัวหน้าฝ่ายตรวจคัดกรองโลหิต กล่าวยืนยันว่าเลือดทุกยูนิต 100 เปอร์เซ็น ได้รับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อที่ติดต่อทางเลือด แต่ไม่ร้อย 100       เปอร์เซ็น ที่จะตรวจเจอด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยี เพราะต้องใช้เวลาในการเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อนถึงจะสามารถตรวจเจอเชื้อ ส่วนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้บริจาค หากจะทำบุญจริงและพบว่าตนเองมีภาวะเสี่ยงไม่ควรมาบริจาค เพื่อให้เลือดมีความปลอดภัยและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ป่วย   อย่างไรก็ตามกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นในปี 2523 ขณะที่ต่างประเทศยังพบเคสลักษณะเดียวกันนี้หลายราย กระทั่งหลายอาชีพถูกจำกัดในการให้เลือด และทำให้ทั่วโลกตระหนักระมัดระวังถึงความปลอดภัยในการให้เลือด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/TE_3VP8W19Y

 2,315
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 62

ดราม่า หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นรักษาลูคีเมีย กลับติดเชื้อ hiv รพ.ดังชี้แจง พร้อมรับผิดชอบทุกกรณี

ครอบครัวหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น วัย 24 ปี เปิดใจกรณีเข้ารับการรักษาอาการป่วยลูคีเมีย ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ด้วยวิธีการให้เลือดทำให้ติดเชื้อ HIV   โดยแม่เผยว่า ลูกชายป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย ตั้งแต่ 9 ขวบ พาไปรักษาที่รพ. หมดค่ารักษาไปเกือบ 7 ล้านบาท ต้องรักษาโดยให้เกล็ดเลือดและเพิ่มเลือด แต่จู่ๆก็มีอาการทรุด และหมอวินิจฉัยว่าพบเชื้อ HIV    ด้านพี่ชายเผยว่า รู้สึกแย่ ไม่อยากฟ้องรพ. หรือ เอาเงิน เรายอมปิดเรื่องนี้ โดยตอนคุยกัน มีคนของสภากาชาด รพ. มาคุย บอกจะรักษาน้องตลอดชีวิต รับผิดชอบทุกอย่าง เราก็ยอม ไม่ติดใจอะไรต่อ เพียงแต่ไม่ให้น้องรู้เรื่อง ก็ไม่ได้ทำสัญญาเป็นเอกสารอะไรกับรพ. ก็ตกลงกันเท่านั้น   ทางแม่และพี่ชาย ได้ปิดเรื่องเป็นความลับมานาน เพราะกลัวลูกคิดสั้น ฆ่าตัวตาย และอาการทรุด ขณะที่ลูกชายร่ำไห้ บอกว่า ผมต้องมีอะไรผิดปกติ เพราะพฤติกรรมครอบครัวผมเปลี่ยนไปหมด คิดว่าเขารังเกียจผม เคยคิดจะฆ่าตัวตาย รู้มาตลอด แต่ไม่กล้าถาม จะหนีด้วยการเล่นเกม ฟังเพลง ดูหนัง คุยกับเพื่อน   ทั้งนี้หลังพบว่าติดเชื้อ รพ.ก็รักษาตามอาการ และก็ใช้ประกันทางญี่ปุ่น ปีละ 7 แสน เนื่องจากพ่อของน้อง ทำงานบริษัทญี่ปุ่น มีประกันให้ครอบครัว   จากนั้นชีวิตพลิก เมื่อบริษัทประกันทราบเรื่อง ก็ไม่รับประกันให้อีก จากที่ครอบครัวเคยมี ตอนนี้เกิดปัญหา พ่อไปทำงานที่เวียดนาม 3 ปี ขาดการติดต่อไปเลย จากที่ก่อนหน้านี้แต่งงานมา 22 ปี อยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยกัน   ทั้งนี้มีช่วงที่ไม่ได้ไปรักษา ที่รพ. เพราะทาง รพ. บอกว่า ต้องไปหาประวัติมา เนื่องจากเปลี่ยน ผอ. แล้ว ทำให้ไม่มีประวัติคนไข้ ขาดการรักษาต่อเนื่อง ซึ่งที่หายไปได้รักษาสมุนไพร 2-3 ปี เพราะทานยา รพ. แล้วมีผลข้างเคียง ซึ่งตอนที่ รพ. บอกว่าจะรับผิดชอบ ก็ไม่ได้ทำสัญญาตกลงอะไรกัน ตอนนี้ รพ. กลับบอกให้ไปรักษา 30 บาท ถ้าไม่ไหว ยังไง ค่อยมาที่รพ.ทางครอบครัวจึงอยากให้ รพ. กลับมารักษา และรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น   ในเวลาต่อมา ฝ่ายสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า จากกรณีที่รายการข่าวช่องหนึ่งได้ทำการเผยแพร่ข่าว “หนุ่มวัย 24 ปี รักษามะเร็งที่โรงพยาบาลดังกลับได้รับเชื้อ HIV” เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเวลาประมาณ 20.53 น. ซึ่งมีการรายงานข้อมูลของผู้ป่วยและปรากฏภาพโลโก้ของโรงพยาบาลฯ บนเอกสารผู้ป่วยตามที่มีการเผยแพร่ในรายงานข่าวนั้น   โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้ทำการตรวจสอบแล้ว ขอชี้แจงว่าบุคคลในภาพข่าวนั้นเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาล และโรงพยาบาลฯได้รับผู้ป่วยรายดังกล่าวเข้ารับการรักษาอาการโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เริ่มจากปี พ.ศ.2547 คือเมื่อ 15 ปีก่อน   เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของผู้ป่วย โรงพยาบาลฯไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลประวัติการรักษาผู้ป่วยรายดังกล่าวได้ แต่ขอถือโอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อแสดงถึงจุดยืนในการให้การรักษาและการเยียวยาแก่ผ้ปู่วย ตามหลักมนุษยธรรมที่โรงพยาบาลฯ ได้ปฏิบัติตลอดระยะเวลายาวนานที่ผ่านมา   1.ข้อปฏิบัติในการให้เลือด โรงพยาบาลฯ มีข้อปฏิบัติในการรับเลือดจากศนูย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อให้การรักษาแก่ผ้ปู่วย ด้วยเป็นสถาบันที่มีการคัดเลือกและตรวจเลือดผ้บูริจาคตามมาตรฐาน ระดับประเทศ และระดับสากล มีมาตรการคัดกรองผ้บูริจาคโลหิตด้วยแบบสอบถามและซักประวัติพฤติกรรมความเสี่ยง มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีซีโรโลยี่ ด้วยน้ำยาที่มีความไวสูงสุด และตรวจด้วยวิธี Nucleic acid amplification test (NAT)   ดังนั้นผลิตภัณฑ์เลือดจะมีความปลอดภัยสูง ผ่านการตรวจคัดกรองการติดเชื้อต่างๆ รวมถึงการตรวจคัดกรองเชื้อ HIV ด้วย ในช่วงปี พ.ศ.2547 ซึ่งผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการรักษาทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ได้ใช้เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองเลือดผู้บริจาคที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยเทคนิค NAT ที่สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้มาถึงปัจจุบัน   แต่อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองการติดเชื้อในเลือดยังมีข้อจำกัด กรณีที่ผู้บริจาคเพิ่งได้รับเชื้อเข้ามาใหม่ ซึ่งในเลือดจะมีปริมาณเชื้อไม่มากพอที่จะตรวจพบได้ด้วยวิธีใดๆ (Window period) จึงอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับเชื้อเหล่านี้ แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นมีน้อยมาก   ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าทางโรงพยาบาลต่างๆ ล้วนมีข้อปฏิบัติในการให้ผู้ป่วยรับทราบถึงความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการได้รับเลือด ซึ่งรวมถึงเชื้อ HIV ด้วย แล้วจึงลงนามยินยอมรับการให้เลือดเพื่อการรักษาที่จำเป็น   2.เรื่องการดูแลรักษาเพื่อเยียวยาตามหลักมนุษยธรรม โรงพยาบาลฯ รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายดังกล่าว และยึดมั่นในการดูแลให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม มาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไมว่าจะเป็นการช่วยเหลือค่าดูแลรักษาเรื่อง HIV และอาการข้างเคียงอื่นๆ อันเป็นผลจากเชื้อ HIV โดยปรากฏในประวัติย้อนหลังผู้ป่วย ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษา เป็นจำนวนเงินกว่า 7 หลักรวมการเข้ารักษาทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน 266 ครั้ง   ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักการการบริบาลด้วยความเอื้ออาทรแก่ผ้ปู่วยที่โรงพยาบาลฯ ยึดมั่นมาตลอดกว่า 38 ปีของการดำเนินงาน โรงพยาบาลฯ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตกุารณ์ที่เกิดขึ้นและมีความเห็นใจต่อตัวผู้ป่วยตลอดจน ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว   ทั้งนี้ โรงพยาบาลฯ ขอถือโอกาสนี้ ยืนยันที่จะให้การดูแลรักษา ผู้ป่วยรายนี้เป็นอย่างดีที่สุดต่อไป รวมถึงการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลตามหลักคุณธรรมและมนุษยธรรมอย่างเหมาะสมต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yzjc5MwT9H4

 15,494
สรุปข่าว
10 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 10 พ.ค.62 ผลพระโคเสี่ยงทาย-แบ่งเค้กตั้งรัฐบาล-อ้างเป็นอธิบดีศาลกร่างใส่ ตร.

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2562 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   โดยในปีนี้ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบผ้านุ่งได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี   พระโคเสี่ยงทายเลือกกิน ข้าว, น้ำ, หญ้า พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ผลพระโคเสี่ยงทายพืชมงคลปี 62 กิน 'ข้าว-น้ำ-หญ้า' พยากรณ์ว่าธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี   -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า ให้ใช้คำราชาศัพท์และคำกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระเกียรติยศแก่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสมอด้วยคำราชาศัพท์และคำกราบบังคมทูลพระกรุณาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกประการ โปรดเกล้าฯให้ใช้คำราชาศัพท์แก่ 'สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา' เสมอด้วย 'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' ทุกประการ   -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 ให้แก่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระโสทรเชษฐภคินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ 'ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ' พระโสทรเชษฐภคินี   -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายในชั้น ปฐมจุลจอมเกล้า และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 ให้แก่ พันเอก (พิเศษ) หญิง สินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย พันเอก (พิเศษ) หญิง สินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์   -พลังประชารัฐมั่นใจเป็นแกนนำรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าวต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างหนัก พรรคขนาดกลาง 3 พรรคไม่พอใจการจัดสรรเก้าอี้ ถึงขนาดอาจรวมตัวประกาศเป็นขั้วที่ 3 จัดรัฐบาลแข่ง โดยภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ไม่พอใจได้พรรคละ 6 เก้าอี้ เพราะพปชร.ไม่ชี้แจงสูตรการแบ่งอย่างเป็นธรรม และให้ตามอำเภอใจ เหตุใดพรรคที่มี 3 เสียงถึงได้ 1 ตำแหน่ง ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ รวมกันมี ส.ส.104 ที่นั่ง เกือบเท่า พปชร.ที่ได้ ส.ส.115 ที่นั่ง ดังนั้น พปชร.ต้องเสียสละเก้าอี้ให้พรรคอื่น พปชร.ปวดหัว พรรคร่วมขอแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี ภูมิใจไทย-ปชป.ขู่จับมือตั้งขั้วที่ 3    -สาทิต วงศ์หนองเตยบอก ปชป.มีศักดิ์ศรีไม่ใช่เขาโยนอะไรมาก็งับ อนุทินโพสต์ระบุยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาล และกำลังฟังเสียงปชช. ด้านเนวินต่อสายถึงพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อรองเก้าอี้กับพรรคพลังประชารัฐ โดยภูมิใจไทยอยากได้ ก.คมนาคม แต่พลังประชารัฐให้ไมได้ เพราะจะถูกมองว่าอนุทินมีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องการก่อสร้าง พปชร.ปวดหัว พรรคร่วมขอแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี ภูมิใจไทย-ปชป.ขู่จับมือตั้งขั้วที่ 3    -อุตตมระบุยังอยู่ในการหารือเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล ทางพรรค พปชร.ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ รายละเอียดที่ว่าใครจะได้ครองตำแหน่งยังไม่มีชัดเจน พปชร.แจงยังไม่ชัดฮุบเก้าอี้เศรษฐกิจ ไม่กังวลรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มั่นใจจัดการดีอยู่ได้นาน     -กทม.อ้างคนกรุงเต็มใจรักษาสิ่งแวดล้อม เตรียมเดินหน้าเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย หลังระบุผลสำรวจ ปชช.80% เห็นด้วย โดยคิดจากปริมาณการใช้น้ำประปา บ้านทั่วไปเก็บไม่เกิน 2 บาท/ลูกบาศก์เมตร หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิ โรงเรียน สถานประกอบการไม่เกิน 4 บาท/ลูกบาศก์เมตร ส่วนโรงแรม-โรงงานไม่เกิน 8 บาท/ลูกบาศก์เมตร เปิดอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย หลัง กทม.ลุยเก็บผ่านทางค่าน้ำประปา หวังแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม   นอกจากนี้ยังเห็นชอบปรับขึ้นค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะ ค่าเก็บขน 40 บาท ค่ากำจัดขยะ 40 บาท รวม 80 บาท เพิ่มขึ้น 4 เท่าจากที่เก็บ คาดเริ่ม 1 ต.ค.นี้ กทม.ไฟเขียวขึ้นค่าเก็บขยะบ้านเรือนทั่วไป 80 บาท/เดือน แพงกว่าเดิม 4 เท่า บังคับใช้ 1 ต.ค.62   -ชายอ้างเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาล เจอด่านตรวจไม่ยอมให้ ตร.ดูใบขับขี่ อ้างเป็นเพื่อนผู้กำกับ ก่อนขับรถออกไป ยังถามชื่อตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ผกก.ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราชสั่งย้าย ตร.ในคลิปอ้างพูดไม่ดีกับอธิบดีก่อน เรื่องถึงหูนายกฯสั่งให้ย้ายกลับมาตามเดิม และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความกระจ่างกับสังคม ขณะที่ สนง.ศาลยุติธรรมทราบเรื่องแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นที่ไม่มีในคลิป ถ้าคนดังกล่าวทำผิดจริงก็ต้องดำเนินการตาม กม. นายกฯสั่งย้ายกลับ ตร.เมืองคอน หลังโดนเด้ง ปมคลิปปะทะคารมอธิบดีศาล ผกก.ทุ่งใหญ่ ยอมรับเป็นเพื่อนกันจริง    -สลด เด็กวัย 8 เดือนเล่นรถหัดเดินไถลออกนอกบ้าน ถูกสิบล้อทับตายสยอง แม่เด็กร่ำไห้ บอกเผลอเล่นแชทไลน์แค่เสี้ยววินาที ลูกถูกรถทับต่อหน้าต่อตา แม่ใจสลาย เผลอแชทไลน์เสี้ยวนาที ลูกชายวัย 8 เดือนเล่นรถหัดเดิน ไหลออกถนนถูกสิบล้อทับดับ   -แม่ร้องลูกชายเป็นลูคีเมีย เข้ารักษาให้เลือด รพ.เอกชนชื่อดัง ปรากฏติดเชื้อ HIV ด้าน รพ.ยอมรับเกิดขึ้นจริง เป็นเพราะการคัดกรองการติดเชื้อในเลือดยังมีข้อจำกัด ในกรณีผู้บริจาคเพิ่งรับเชื้อเข้ามาใหม่ ในเลือดมีเชื้อไม่มากพอที่จะตรวจพบในวิธีใดๆ แม้โอกาลที่จะเกิดขึ้นมีน้อยมากก็ตาม ยันรับผิดชอบผู้ป่วยทุกด้านอย่างดีที่สุด ดราม่า หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นรักษาลูคีเมีย กลับติดเชื้อ hiv รพ.ดังชี้แจง พร้อมรับผิดชอบทุกกรณี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kq_q7fHnkCg

 2,672
ต่างประเทศ
06 มี.ค. 62

นักวิทย์เฮ! ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์สำเร็จ ผู้ป่วยเอดส์หายขาด เป็นรายที่ 2 ของโลก

อังกฤษ - ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV มาตั้งแต่ พ.ศ.2546 ล่าสุดไม่พบปริมาณไวรัสเอชไอวี ในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา หลังได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ ผลปรากฎว่าสเต็มเซลล์ดังกล่าวมีการกลายพันธุ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเปลี่ยนสภาพไป มีคุณสมบัติเหมือนกับของผู้บริจาค คือ สามารถต่อต้านไวรัสเอชไอวีได้   ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นยังไม่ส่งผลใดๆ ต่อการรักษาผู้ป่วยเอดส์ที่มีอยู่กว่า 37 ล้านคนทั่วโลก เพราะการรักษาด้วยวิธีนี้ ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูงมาก  

 28,607
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 61

ตร.ขอนแก่น แนะเหยื่อทหารตุ๋ยเด็กชายกว่า 70 ราย เข้าแจ้งความ หลังพบผู้ต้องหาติดเชื้อ hiv 'บิ๊กโจ๊ก' บินด่วนสอบปากคำ

ตำรวจแนะเหยื่อทหาร หลอกตุ๋ยเด็ก เข้าแจ้งความ ขณะที่ "บิ๊กโจ๊ก" บินด่วนสอบปากคำ หลังพบก่อเหตุมาแล้วไม่น้อยกว่า 70 ครั้ง ทั่วทั้งประเทศ   เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พ.ย.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม.ยังคงควบคุมตัว จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ ค่อมสิงห์ ทหารในสังกัด กองพลทหารที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. สนธิกำลังร่วม ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง.,ตำรวจท่องเที่ยว และ บช.ภ.4 จับกุมตัวได้ จากกรณีการก่อเหตุซื้อบริการทางเพศเด็กชายที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ในหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ   โดยผู้ต้องหายังคงอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด เนื่องจากผู้ต้องหาก่อเหตุมาแล้วกว่าไม่ต่ำกว่า 70 ครั้ง โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชายที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี อีกทั้งผู้ต้องหานั้นติดเชื้อเอชไอวี ด้วย ซึ่งผู้ต้องหานั้นไม่มีทีท่ากังวลแต่อย่างใด โดยมีคนในครอบครัว โดยเฉพาะภรรยา และลูกๆมาติดต่อขอเยี่ยมตัวผู้ต้องหา    อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการ ผบช.สตม. จะเดินทางมาสอบปากคำและแถลงข่าวผลการจับกุมดังกล่าว ในเวลาประมาณ 12.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ต้องการให้ผู้เสียหายนั้นทยอยแจ้งความ เนื่องจากจะดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ต้องหารายนี้ให้ถึงที่สุด  

 38,496
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ย. 61

ใบรับรองแพทย์ชี้สาววัย 22 ติดเชื้อเอชไอวี มาแล้ว 1 ปีก่อนไปสัก

เลย-จากกรณีพ่อแจ้งว่าลูกสาวอายุ 22 ปี ลูกสาวเสียชีวิตหลังจากไปสักกับเพื่อนๆ ที่คลองหลอด ทั้งหมด 4 คน เสียชีวิตหมดทุกคน เพราะติดเชื้อ HIV ภายในเวลา 1 เดือน     ต่อมาผู้เป็นพ่อได้นำใบรับรองแพทย์ จากโรงพยาบาลนครพิงค์มาเปิดเผย ซึ่งระบุว่า ผู้ตายติดเชื้อ HIV ขั้นที่ 3 พร้อมกับนำหนังสือรับรองการตาย ที่โรงพยาบาลเลย ออกให้มาให้กับทางผู้สื่อข่าวดูว่า โรคที่เป็นสาเหตุการตาย ระยะเริ่มต้นตั้งแต่เป็นโรคจนกระทั้งเสียชีวิต มีด้วยกัน 3 โรค Hypovolumjc Shock เป็นมาได้ 14 วัน / โรค Acute Djarrhea เป็นมาได้ 14 วัน / โรค Human Immuno-Defjciency Virus Infectjon หรือ HIV เป็นมาได้ 1 ปี   ทั้งนี้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จะตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลที่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดมารักษาตัว รวมทั้งตรวจสอบร้านที่รับสักว่ามีมาตรฐานหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wNbeuQuVYKc

 23,326

Top