ค้นหา :

ผลการค้นหา "เพื่อน"

สังคม-อาชญากรรม
24 มี.ค. 61

ผบ.เรือนจำสอบ 'เปรี้ยว-เพื่อน' ปมแชทหลุด อ้าง 'เบนซ์' ถ่ายไว้นานแล้วตอนขึ้นศาล

ความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพแชทหลุดของ เปรี้ยว ปรียานุช โนนวังชัย ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ "น้องแอ๋ม" ซึ่งกำลังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น  จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดนั้น   ล่าสุด นายวีระชัย เพชรรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้สอบถามผู้ต้องขังหญิงทั้ง 3 คน คือ น.ส.เปรี้ยว, น.ส.เอิน และ น.ส.แจ้ ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยเบื้องต้น ทั้ง 3 คนบอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว แต่ไม่ใช่การขึ้นศาลครั้งล่าสุดอย่างแน่นอน โดยสถานที่ที่ถ่ายภาพนี้อยู่ที่สถานที่ราชการที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งมี น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนซ์ เป็นคนถ่ายภาพ        ด้าน นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศาลจังหวัดขอนเเก่น เเละเป็นช่วงที่มีการเบิกตัวจำเลยขึ้นห้องพิจารณาคดี ก่อนที่ผู้พิพากษาจะออกนั่งบัลลังก์สืบพยาน จึงคาดว่าบุคคลที่ถ่ายภาพเเละส่งต่อการสนทนา อาจจะเป็น 1 ในจำเลยที่ได้รับการประกันตัวออกไป หรือนายประกันที่เข้าอยู่ในห้องพิจารณาเเละมีการพกโทรศัพท์มาด้วย   ทั้งนี้ ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ได้มีการเเจ้งเตือนไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพย์มือถือในห้องพิจารณาคดี เเละให้ปิดเครื่อง เเต่คาดว่า ตรงนี้อาจจะมีการเเอบลักลอบใช้จนปรากฎภาพในข่าว เบื้องต้นจะดำเนินการนำเรื่องนี้เเจ้งให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เเละทางศาลจังหวัดขอนเเก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ว่าเข้าข่ายความผิดอะไรบ้าง ส่วนจะมีการไต่สวนเรื่องละเมิดอำนาจศาลหรือไม่นั้นจะต้องดูวันที่ 26 มี.ค.นี้                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/pOCBZs-681c      

 55,932
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 61

จับได้แล้ว! คนร้ายประกบยิงหนุ่มวัย28 เจ็บสาหัส ที่แท้เป็นเพื่อนรักกัน อ้างแค้นโดนโกงเงิน

ความคืบหน้าจากกรณีมือปืนขับ จยย. ประกบยิง นายปริญญา ศิลาลาศ อายุ 28 ปี ขณะขับรถเก๋งในพื้นที่ ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเจ้าตัวจะแข็งใจขับไปโรงพยาบาลนั้น   ล่าสุด ตำรวจ สภ.พระสุมทรเจดีย์ ได้จับกุมตัว นายสราวุธ ทองแสง อายุ 28 ปี ผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้แล้ว ก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมยึดของกลางเป็นปืน 9 มม.    ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังก่อเหตุได้หนีไปกบดานที่บ้านพักของภรรยาย่าน จ.สมุทรสาคร อ้างเป็นเพื่อนรักกับผู้บาดเจ็บ เมื่อ 2 ปีก่อนได้ร่วมกันทำธุรกิจเงินกู้ แต่ช่วงหลังถูกตำรวจกดดันจึงเลิกทำ กระทั่งสืบทราบว่าผู้บาดเจ็บได้ยักยอกเงินที่ทำธุรกิจด้วยกันไปหลายครั้ง ที่ผ่านมาเคยทวงถามแต่ถูกบ่ายเบี่ยง ทำให้มีปากเสียงทะเลาะเบาะแวงกันมานาน คืนเกิดเหตุได้เข้าไปพูดคุยด้วย แต่เมื่อผู้บาดเจ็บเห็นตนเอง ได้เร่งเครื่องรถหนี ตนเองจึงรีบควบรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามพร้อมชักอาวุธปืนยิงใส่   เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/KSEab7cWODA

 6,154
การเมือง
22 ม.ค. 61

สื่อนอกตีข่าวนาฬิกาหรู 'บิ๊กป้อม' เผยชื่อเพื่อนให้ยืมเสียชีวิตแล้ว 'หม่อมอุ๋ย' ชี้สังคมกดดันเยอะ เดี๋ยวก็ลาออก

สื่อต่างประเทศชั้นนำหลายแห่ง นำเสนอประเด็นฉาว นาฬิกาหรูของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย จนก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และกระแสสังคมกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ   ล่าสุด แหล่งข่าวจากอดีตทหารเกษียณอายุราชการ ยืนยันว่า หนึ่งในเพื่อนของ พลเอกประวิตร ที่ให้ยืมนาฬิกา คือนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนร่วมเซนต์คาเบรียล และเป็นกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่เสียชีวิตไปเมื่อต้นปี 2560 โดยในตอนนั้น มี ทั้ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร และ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ไปร่วมงานพิธีศพ   โดยมีข้อมูลว่า นายปัฐวาท เป็นคนที่ชอบสะสมนาฬิกาหรู มีหลายร้อยเรือน และให้เพื่อนสนิทยืมใส่ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ พลเอกประวิตร ซึ่งเรื่องนายปัฐวาท ให้เพื่อนยืมนาฬิกาใส่ เป็นเรื่องที่เพื่อนกลุ่มเซนต์คาเบรียลรู้กันหมด หม่อมอุ๋ย ( ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ) ก็รู้ดี ส่วนจะให้ยืมเมื่อไหร่ ไม่ทราบ แต่ถ้ามองในแง่กฎหมาย ถือว่า พลเอกประวิตร ไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ที่สำคัญจะชี้แจงให้สัมคมเข้าใจได้หรือไม่ นี่คือประเด็น" แหล่งข่าวจากอดีตทหารเกษียณอายุราชการ กล่าว   ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หรือ หม่อมอุ๋ย อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า ถึงแม้ตนจะเป็นเพื่อนคุณปัฐวาท แต่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้ และไม่เคยสังเกตข้อมือของเขา และมองว่าเดี๋ยว พล.อ.ประวิตร ก็ลาออกอยู่แล้ว ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เพราะแรงกดดันสังคมเยอะ ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตนเอง ก็ต้องลาออกเช่นกัน อยากให้นายกรัฐมนตรี ดู พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นตัวอย่าง สมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี หากรัฐมนตรีทำผิด ท่านจะดำเนินการ เพื่อให้ ครม.เป็นตัวอย่างที่ถูกต้องของประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ekCNky5vX68    

 72,718
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 61

สาวร้องเรียนถูกเพื่อนสนิทสวมรอยใช้ชื่อ หลังถูกจับยาเสพติด ทำให้มีประวัติติดตัว หางานทำไม่ได้

แม่ค้าขายดอกไม้ร้องเรียน ถูกเพื่อนสนิทชื่ออ้อม สวมรอยนำชื่อไปใช้ หลังถูกจับยาเสพติด โดนโทษคุมประพฤติ ทำให้มีประวัติอาชญากรรมติดตัว ทั้งที่ไม่เคยกระทำผิดและถูกดำเนินคดี กระทบต่อชีวิตและการทำงาน วอนตำรวจเร่งแก้ไข ขณะที่แม่ผู้ต้องหาตัวจริง ยอมรับลูกสาวอ้างชื่อเพื่อนจริง โดยที่ทำไปเพราะเสพยาจนสติเลอะเลือน ด้านทนายตั้งประเด็น ชสงสัยการทำงานของตำรวจ ที่ไม่ตรวจสอบบัตรประชาชน หรือลายนิ้วมือของผู้ต้องหาตัวจริง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2teJBv2hObE    

 12,954
สังคม-อาชญากรรม
22 ต.ค. 60

เครือญาติหอบภาพถ่ายยัน 'เจ้าอาวาสวัดสวนดอก' เป็นคนไทยจริง น้องชายเชื่อพี่ไม่รู้ปมสวมบัตรคนตาย

ความคืบหน้ากรณีที่ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ถูกร้องเรียนเรื่องการสวมบัตรประชาชนคนตาย ที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจากข้อมูลทางทะเบียนราษฎณ์พุ่งเป้าไปว่าเป็นการสวมสิทธิ์บัตรประชาชนจริงตามเอกสาร ทำให้ตอนนี้ทางเจ้าอาวาสวัดสวนดอกได้หายตัวลึกลับไปไม่สามารถติดต่อประสานงานใดๆ ได้นั้น   ล่าสุดบรรดาเครือญาติของพระราชรัชมุนีได้นำหลักฐานและภาพถ่ายออกมายืนยันว่า เจ้าอาวาสวัดสวนดอกเป็นคนไทยจริง ไม่ใช่ชาวเมียนมาอย่างที่ถูกกล่าวหา โดยมี พันโทบุญโรจน์ กองแก้ว ผู้บังคับกองร้อยรบพิเศษที่ 2  เพื่อนร่วมรุ่นของเจ้าอาวาสวัดสวนดอกที่เรียนหนังสือที่วัดท่าตอนด้วยกัน เดินทางมาร่วมยืนยันด้วย ระบุว่า ตนเองเคยเรียนที่โรงเรียนวัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม ร่วมกับพระรรัชมุนี ตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.5 ยืนยันว่าเจ้าอาวาสวัดสวนดอกเกิดที่ ต.ท่าตอน จริงๆ ไม่ได้เป็นชนเผ่าอพยพแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการสวมบัตรนั้นตนไม่ขอกล่าวถึงให้เป็นไปตามตัวบทกฏหมาย   ขณะที่น้องชายของพระราชรัชมุนีได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ชี้แจงประเด็นการสวมบัตรประชาชนคนตายว่า เนื่องจากในปี 2519 ที่ว่าการอำเภอแม่อายได้เกิดไฟไหม้ ทำให้ชุมชนชาวไทยใหญ่เอกสารทั้งหมดเผาทำลาย ต่อมาทางอำเภอกลับออกเอกสารให้เป็นชาวเมียนมาพลัดถิ่น ซึ่งพวกพ้องของตนเองก็ได้ต่อสู้ กระทั่งในปี 2542 นายอำเภอได้ออกบัตรประชาชนให้จำนวน 1,200 ราย ก่อนที่ในปี 2545 ทางมหาดไทยสั่งเพิกถอนบัตรประชาชนอีกครั้ง จนกระทั่งปี 2548 ศาลปกครองสูงสุดชี้ว่าพวกตนเป็นคนไทยและสั่งยกเลิกการเพิกถอนบัตรประชาชน  รวมระยะเวลาการต่อสู้นานกว่า 28 ปี ส่วนพี่ชายไม่ได้มาร่วมต่อสู้เพราะใฝ่ทางธรรม ไม่ได้มาทำบัตรประชาชนกับเครือญาติ จึงคาดว่าน่าจะมีคนไปดำเนินการให้โดยเจ้าตัวไม่ทราบว่าเป็นการสวมบัตรคนตาย                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wN6g5nsMdhE

 17,566
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 60

หนุ่มลพบุรีท้าเพื่อนแข่งว่ายน้ำข้ามคลอง สุดท้ายเพื่อนรอดตัวเองหมดแรงจมดับ

ลพบุรี-ชายวัย 35 พนันกับเพื่อนว่าใครจะว่ายน้ำข้ามคลองถึงฝั่งได้ไวกว่าจะเป็นผู้ชนะ จากนั้นได้กระโดดลงน้ำพร้อมกันว่ายน้ำข้ามคลองไปได้ประมาณ 30-40 เมตรปรากฎว่าเกิดพลัดจมน้ำสูญหายต่อหน้าเพื่อน ต้องตะโกนให้คนช่วย พร้อมแจ้ง จนท.งมหาร่าง จนมาพบศพจมอยู่ก้นคลอง ซึ่่งศพถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว พัดจากจุดที่เกิดเหตุไปไกลประมาณ 200 -300 เมตร   จากการสอบสวนของร้อยเวรเจ้าของคดี และการชันสูตรพลิกศพของแพทย์จาก รพ.บ้านหมี่ คาดว่าผู้ตายคงจะหมดแรงในขณะที่กำลังว่ายน้ำ หรือเป็นตะคริวฉับพลันก่อนที่จะจมน้ำดังกล่าว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/md4y0X0JEWw  

 933
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ย. 60

สาวนครศรีธรรมราชบากหน้าหางานทำ มาอาศัยกับเพื่อนถูกพี่ชายเพื่อนทำอนาจาร แต่หนีมาได้

สุราษฎร์ธานี-รู้หน้าไม่รู้ใจ สาวนครศรีธรรมราชวัย 29 ปี บากหน้ามาหางานทำบนเกาะสมุย อาศัยอยู่กับเพื่อนสาวที่ทำงานร้านเภสัชกร บนเกาะสมุย โดยมีพี่ชายของเพื่อนสาวอาศัยรวมอยู่ด้วยในบ้านหลังเดียวกัน หลังเพื่อนสาวออกไปทำธุระ ถูกพี่ชายที่แสนดีของเพื่อนสาว บุกพยายามข่มขืน แต่ไม่สำเร็จ ต้องวิ่งไปแจ้งขอควมช่วยเหลือ ตำรวจล้อมจับผู้ก่อเหตุ แต่หนีไปได้ในความมืด พบประวัติมีหมายจับในคดีลักทรัพย์ 2 หมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hpGFYoin4BM

 33,207
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 60

ห่างกันสักพัก! facebook เอาใจคนอกหักหรือรำคาญเพื่อน เพิ่มปุ่มลดการเห็นโพสต์จากคนที่เราไม่ต้องการ

  Facebook แอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดัง เพิ่มปุ่ม "ห่างกันสักพัก" หรือภาษาอังกฤษจะเขียนว่า "Take A Break" ซึ่งเป็นปุ่มที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะมีปฏิสัมพันธ์ หรือเห็นโพสต์ของเพื่อนคนใดคนหนึ่งลดลง แต่ไม่ถึงกับเลิกเป็นเพื่อนหรือ Unfriend   ซึ่งเมื่อเราใช้แอป Facebook ผ่านโทรศัพท์มือถือ เข้าไปที่หน้าไทม์ไลน์ของเพื่อนคนที่เราต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับเขาลดลง แล้วกดปุ่มห่างกันสักพัก ซึ่งอยู่ใกล้กับปุ่มเลิกติดตาม (Unfollow) หรือเลิกเป็นเพื่อน (Unfriend) จะมีตัวเลือกเพิ่มเติมว่าเราต้องการคงระดับความสัมพันธ์เดิมไว้ หรือเราต้องการเห็นโพสต์ของเขาน้อยลงจริงๆ ซึ่งการเลือกห่างกันสักพักจะส่งผลให้ไม่มีการแจ้งเตือนพิเศษเช่น การเตือนให้ทักทาย เตือนสุขสันต์วันเกิด หรือแม้แต่เตือนแท็กรูปด้วย    นอกจากนี้ เรายังสามารถตั้งค่าให้อีกฝ่ายหนึ่งที่ถูก "ห่างกันสักพัก" จากเรา ไม่เห็นโพสต์ของเราที่จะเกิดนับจากนี้ หรือกลับไปแก้ให้เขาไม่เห็นโพสต์ของเราในอดีตได้อีกด้วย   อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการห่างกันสักพัก หรือ Take A Break นั้นมีมานานแล้ว โดยมีรายงานว่าผู้ใช้งานที่ปรับสถานะความสัมพันธ์จากการแต่งงานเป็นหย่าร้าง หรือปรับสถานะความสัมพันธ์ในเชิงเลิกรากับแฟน Facebook ก็จะแนะนำความสามารถนี้ให้ใช้งานอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้ Facebook ได้เพิ่มปุ่มดังกล่าวเข้ามาเพื่อให้ทุกคนใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น   แต่การที่คุณอาจจะยังไม่เห็นปุ่มนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะปุ่มนี้จะถูก "ทยอย" ปล่อยให้ใช้งานในผู้ใช้บางส่วนก่อนเท่านั้น ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นมาตรฐานในที่สุด แต่หากใครอดใจรอเห็นปุ่มนี้ไม่ไหว ก็สามารถเข้าไปใช้งานโดยตรงได้เลยที่ https://www.facebook.com/?take_a_break=1 

 9,127
ข่าวภูมิภาค
17 ส.ค. 60

เพื่อนสนิท 'ผอ.อ้อย' เผยปมปล่อยเงินกู้ให้นายทหารคนสนิท ฝันเห็นทำท่าเหมือนตะกุยดิน

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์แต่อย่างใด     ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด น.ส.อุไรวรรณ ธรรมคุณ อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.จุฑาภรณ์ เปิดเผยว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ได้มารู้จักกับนายทหารคนหนึ่งยศร้อยเอก เมื่อวันที่ 3 พ.ย.59 จากนั้นได้มีความสนิทสนมกัน ซึ่งตนทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ต่อมา นายทหารยศร้อยเอกได้ขอยืมเงินจาก น.ส.จุฑาภรณ์หลายครั้งๆ ละ 20,000 – 30,000 บาท รวมแล้วหลายครั้ง เป็นยอดเงินยืมที่สูงมากพอสมควร ซึ่งตนได้พยายามตักเตือน น.ส.จุฑาภรณ์ว่า ควรจะตีตัวออกห่างมาได้แล้ว เกรงว่าจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีไม่งามขึ้นมา   ซึ่งหลังจากที่ตนได้เตือน น.ส.จุฑาภรณ์ไปแล้ว ปรากฏว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ห่างหายจากตนไปประมาณ 4 – 5 เดือน ต่อมาช่วงปลายเดือน มิ.ย.60 น.ส.จุฑาภรณ์ได้มาชวนตนว่า ขอให้ไปเป็นเพื่อน เพื่อไปพบกับนายทหารระดับสูงคนหนึ่งที่ค่ายทหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อที่จะเข้าไปร้องทุกข์ เนื่องจากว่านายทหารยศร้อยเอกยืมเงินไปแล้ว ไม่ยอมคืนให้ อีกทั้ง จากการที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ทวงเงินอย่างต่อเนื่องจากนายทหารยศร้อยเอก ทำให้นายทหารคนดังกล่าวนำเอาบัตรเอทีเอ็มมามอบให้ น.ส.จุฑาภรณ์ แต่เมื่อนำเอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินแล้ว ก็ไม่มีเงินออกมา   หลังจากที่ตนได้ทราบเรื่องนี้แล้ว ก็ได้แจ้งให้นายทหารคนดังกล่าวได้รับทราบ เพื่อขอให้นำเอาเงินมาคืนให้ น.ส.จุฑาภรณ์ แต่ว่ายังไม่ทราบผล พอวันที่ 29 มิ.ย.60 น.ส.จุฑาภรณ์ได้ส่งไลน์รวมทั้งโทรศัพท์มาชักชวนให้ตนไปเป็นเพื่อนที่ห้องนายทหารระดับสูงที่ จ.อุบลราชธานี แต่ตนขอผลัดไปว่าขอให้เป็นอาทิตย์หน้า เนื่องจากว่าช่วงนี้ติดงานหลายอย่าง จากนั้น วันที่ 3 ก.ค.60 หลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์มาส่งลูกที่ ร.ร.แล้ว ทราบว่าเดินทางไปที่ จ.อุบลราชธานี แต่ตนไม่ทราบว่าไปที่ใด ซึ่ง น.ส.จุฑาภรณ์ เพื่อนของตนคนนี้ เป็นคนดี รักครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะรักลูกมาก จะไปไหนไกล ๆ ห่างลูกไม่ได้ ซึ่งการที่ น.ส.จุฑาภรณ์จะไปร้องทุกข์กับนายทหารระดับสูง เพื่อให้ช่วยติดตามทวงเงินจำนวนมากจากนายทหารยศร้อยเอก คาดว่าจะเป็นปมสังหารอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ น.ส.จุฑาภรณ์ถูกอุ้มหายตัวไปในครั้งนี้ก็เป็นได้   นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนแทบทุกวัน ตนจะฝันว่า น.ส.จุฑาภรณ์จะมานั่งก้มหน้าอยู่หน้าบ้าน ซึ่งตนก็ร้องเชื้อเชิญให้เข้าบ้าน แต่ น.ส.จุฑาภรณ์ ก็จะไม่เข้าบ้าน แล้วยกมือ 2 ข้างขึ้นมา ทำท่าเหมือนกับตะกุยดิน แล้วก็จางหายไป รวมทั้งร้องไห้คร่ำครวญบ่นว่าคิดถึงน้องใบเฟิร์น ซึ่งป็นลูกสาวมาก ตนคาดว่า น.ส.จุฑาภรณ์อาจจะถูกคุมขังอยู่ที่ใดที่หนึ่งภายในเขต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ก็เป็นได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tQE5GII339o    

 37,150
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 60

สาวประเภทสองพลัดตกอ่างเก็บน้ำเสียชีวิตต่อหน้าเพื่อน

นครพนม-สาวประเภทสองวัย 22 ปี นั่งซ้อนท้ายจักรยานยนต์มากับเพื่อน จำนวน 3 คันรวม 9 คน ก่อนชักชวนกันมาเล่นน้ำเนื่องจากอากาศร้อน อบอ้าวในช่วงบ่าย แต่ผู้ตายว่ายน้ำไม่เป็น แต่อาสาเดินลงไปสำรวจว่าระดับน้ำลึกมากน้อยแค่ไหน จังหวะที่เดินไปใกล้พงหญ้าห่างตลิ่ง 30 เมตร เกิดพลัดตกหลุมที่รถแบ๊กโฮขุดไว้ลึก 3 เมตร จมหายต่อหน้าต่อตาเพื่อนอีก 8 คน เพื่อนที่เห็นเหตุการณ์จึงวิ่งไปเรียกให้ชาวบ้านมาช่วย กระทั่งงมพบร่างในเวลาต่อมา สร้างความสะเทือนใจแก่ญาติและเพื่อนเป็นอย่างยิ่ง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HurKYy4_SmY  

 1,433
ข่าวภูมิภาค
19 มิ.ย. 60

หนุ่มเครียดภรรยาเป็นชู้กับเพื่อน คิดสั้นกินน้ำมัน-เอาราดตัวหวังเผาตัวตาย

สมุทรปราการ-หนุ่มช่างเชื่อมวัย 31 ปี จับได้เมียไปเล่นชู้กับเพื่อนร่วมงาน สุดท้ายเมียขอแยกทาง ไล่ออกจากบ้าน จนเกิดความเครียดหาทางออกไม่ได้ คิดสั้นไปซื้อน้ำมันเบนซินมากินและราดตัวเองหวังเผาตัวเองให้ตาย โชคดีมีคนมาช่วยไว้ทันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางจาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ufu_C8VHcEw  

 8,354
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 60

เพื่อนนร.ยันครูไม่ได้ประจาน เด็ก ม.5 ขโมยเงิน ด้านครอบครัวชี้ทำเกินกว่าเหตุ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

จากกรณี เด็กนักเรียน ม.5 กระโดดตึกอาคารเรียน เพราะถูกจับได้ว่าขโมยเงินเพื่อน และอ้างว่าถูกครูประจานหน้าเสาธง ล่าสุดเพื่อนของผู้ตายได้ชี้แจงผ่านเพจแหม่มโพธิ์ดำว่า   "ควีนคะ ช่วยให้ความเป็นธรรมกับครูหนูได้ไหม คือหนูเป็นนักเรียนในโรงเรียนที่เป็นข่าวอ่ะค่ะ เห็นมีความคิดเห็นนึงที่บอกว่า ตอนครูบรรยายเรื่องคนขโมยเป็นคนอ้วน ตัวดำ รด.ปี2 แล้วก็ชอบใส่กางเกงฟิตค่ะ ลักษณะแบบนี้ในม.5 ที่รร. มีเยอะเลยค่ะ แล้วเรื่องที่ทุกคนหันไปมองหมดจนกดดันผู้ตาย อันนี้คือไม่จริงเลยค่ะ   ตอนแรกไม่มีใครรู้เลย อย่างในห้องหนูก็มีรด.ปี 2 ตัวอ้วนๆดำๆเหมือนกัน เพื่อนยังคิดว่าเป็นคนในห้องเลยค่ะ ไม่รู้เลยว่าจะเป็นคนที่กระโดดตึก   ตอนนี้คุณครูที่โดนหาว่าประจานเด็กเครียดมากเลยค่ะ จริงๆครูแกเป็นคนที่ใจดี เป็นคนตลกค่ะ ถ้าไม่มีคนทำผิดแกจะไม่ดุเลย เมื่อเช้าครูคนนั้นก็ไปยืนตรงที่นักเรียนคนนั้นกระโดดลงมา แล้วก็ร้องไห้โฮ ครูเสียใจจริงๆค่ะควีน รวมถึงไม่ยอมขึ้นไปพูดที่หน้าเสาธงเหมือนเคย แล้วครูยังโดนห้ามไม่ให้ไปงานศพด้วยค่ะ หนูสงสารครูมากๆ ครูเป็นคนดี   อีกเรื่องนะคะควีน ผู้ตายเขาโดดตอนคาบที่ 3 ผ่านไปประมาณ 20 นาทีแล้วค่ะ ราวๆ 10.20-10.40 ค่ะ หลายชั่วโมงหลังเข้าแถวหน้าเสาธง เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ทำไมอยู่ดีๆไปโดดตึก แต่ทุกคนโทษครูกันหมด มันไม่ยุติธรรมเลย   ปล. หนูอยู่ม.5 ห้องที่นั่งใกล้ๆห้องของคนที่กระโดดตึกตอนเข้าแถวหน้าเสาธงค่ะ"   ขณะที่ทางโรงเรียนชี้แจงว่า อาจารย์ได้เรียกเด็กนักเรียนคนดังกล่าวไปสอบถามภายในห้องฝ่ายปกครองถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเด็กนักเรียนก็ไม่ยอมรับ จนอาจารย์ฝ่ายปกครองนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ดู จึงจำนนต่อหลักฐาน และเขียนหนังสือยอมรับต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงให้เด็กโทรศัพท์ไปหาผู้ปกครองเพื่อต้องการให้ผู้ปกครองมาเคลียร์เงินที่สูญหายไป        ในช่วงที่กำลังดำเนินการ และอาจารย์ฝ่ายปกครองกำลังพิมพ์เอกสารอยู่นั้น ผู้ตายได้เดินออกจากห้องดังกล่าว อ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ก่อนขึ้นไปบนดาดฟ้าของอาคารเรียนระยะหนึ่งก่อนตัดสินใจกระโดดลงมาดังกล่าว   ด้านครอบครัวได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลผู้ตาย ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า ซึ่งบิดาของผู้ตายเปิดเผยว่า ทางครอบครัวได้ปรึกษากันแล้วเตรียมเข้าแจ้งความเอาผิดกับโรงเรียนเกี่ยวกับการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมครูต้องประจานเด็ก และบีบคั้นเด็กจนอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต เพราะดูจากเหตุการณ์และสอบถามจากเพื่อนนักเรียนว่าน่าจะมีการประจาน ทำให้เด็กอายจนเป็นชนวนเหตุของการเสียชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xT5c042IxSo  

 24,660
ข่าวภูมิภาค
09 มิ.ย. 60

ชันสูตรศพ 'น้องโจ' นร.แลกเปลี่ยนจมน้ำที่สหรัฐฯ เพื่อนเผยเตรียมกลับไทยมาสอบเป็นจิตแพทย์

ความคืบหน้ากรณีนายสิรวิชญ์ จันทบุรานันท์ หรือโจ อายุ 18 ปี นักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนของสโมสรโรตารีพุทธชินราช พิษณุโลก ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตที่ สหรัฐอเมริกา   ซึ่งขณะนี้พ่อแม่ของน้องโจ ยังไม่พร้อมที่จะพบสื่อมวลชนเนื่องจากยังอยู่สภาวะเสียใจต่อความสูญเสียลูกชายคนในครั้งนี้เป็นอย่างมาก จึงขอความเป็นส่วนตัวให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียด้วย   ส่วนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้รับทราบจากครอบครัวอุปถัมภ์ว่า ในวันเกิดเหตุ น้องโจได้เดินทางไปเที่ยวทะเลกับ ครอบครัวอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นไปตามกฏระเบียบของสโมสรโรตารีอย่างเคร่งครัด ขณะที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นครอบครัวอุปถัมภ์ได้ประสานงานกับทางสโมสรโรตารีสากลทันทีเพื่อระดมความช่วยเหลือติดตามหาตัวน้องโจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ทัน   ส่วนสาเหตุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจากกรณีที่สื่อท้องถิ่นนำเสนอข่าวออกมาว่าน้องโจ ได้ช่วยเหลือเพื่อนที่จมน้ำนั้น เป็นข้อมูลของผู้ที่เห็นเหตุการณ์แจ้งต่อเจ้าหน้าที่   ส่วนเรื่องการดำเนินการศพ อยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพของเจ้าหน้าที่ คาดว่าต้องใช้เวลาอีก1-2 วัน ในการทำเอกสารเพื่อเตรียมส่งศพกลับประเทศไทยและจังหวัดพิษณุโลก ส่วนการส่งศพจะต้องรอส่งกับเที่ยวบินคาร์โก ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมด บริษัทประกันชีวิตเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด   ขณะที่เพื่อนๆของน้องโจ ต่างเสียใจกับเหตุสลดครั้งนี้ เพราะผู้ตายเป็นที่รักของเพื่อน แต่ก็ภูมิใจที่เพื่อนได้ช่วยชีวิตคนอื่นอย่างกล้าหาญ พร้อมกันนี้ยังเผยว่าผู้ตายตั้งใจว่าเมื่อกลับถึงไทยจะสอบเข้าเพื่อเป็นจิตแพทย์ตามความตั้งใจ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rs43o7C0Njc  

 13,606
ข่าวภูมิภาค
31 พ.ค. 60

จับมือปืนหึงโหดยิงภรรยาดับพร้อมเพื่อน อ้างแค้นถูกตีตัวออกห่าง ทั้งที่รักมากสุดในบรรดาเมีย 4 คน

นนทบุรี-ตร.จับตัวมือปืนโหดวัย 35 ปียิงภรรยาและเพื่อนภรรยาเสียชีวิต 2 ศพ สารภาพมีภรรยาถึง 4 คน แต่คนตายตีตัวออกห่างทั้งๆที่รักมากที่สุดและจดทะเบียนสมรสด้วยกัน ส่วนเพื่อนสาวที่หลบอยู่ในห้องเข้าใจว่าเป็นหนุ่มที่มาติดพัน เลยใช้ปืนกลยิงทะลุประตูเข้าไปจนเสียชีวิต ทั้งที่มีลูกชายวัย 9 เดือนอยู่ด้วย ตำรวจคุมตัวดำเนินคดีก่อนยกเลิกทำแผนเนื่องจากมีฝนตกหนักทางไปเส้นทางหมู่บ้านที่เกิดเหตุมีน้ำท่วมขังหลายจุด           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/MbGVbMpwBXc

 5,160
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 60

ออกหมายจับพ่อเลี้ยงทำร้าย ด.ช. 2 ขวบ บุกห้องพักเจอเพื่อนปัดรู้เห็น แต่รับขับรถไปส่งหนีกบดาน

ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับพ่อเลี้ยงและเพื่อนร่วมห้องพักร่วมกันร่วมกันทำร้าย ด.ช.วัย 2 ขวบ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เบื้องต้นเพื่อนยังให้การปฏิเสธอ้างออกจากห้องพักไปก่อนเด็กถูกทำร้าย แต่รับเป็นผู้ขับรถไปรับพ่อเลี้ยงกับแม่จากโรงพยาบาลไปส่งขึ้นรถยนต์โดยสารไปต่างจังหวัด ซึ่งชุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งไล่ล่าและกระจายหมายจับไปตามจังหวัดต่างๆ ที่คาดว่าพ่อเลี้ยงที่ก่อเหตุไปกบดานอยู่   จากกรณีพ่อเลี้ยงอายุ 24 ปี นำร่างหมดสติของ ด.ช.วัย 2 ขวบ ส่งให้แพทย์โรงพยาบาลเอกชนช่วยเหลือ โดยอ้างว่าเด็กจมน้ำจนเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุมีข้อสงสัย ส่งศพให้แพทย์นิติเวชผ่าพิสูจน์พบว่า เด็กถูกทำร้ายจนตับอ่อนแตกและมีเลือดคั่งในสมอง   ความคืบหน้าบรรยากาศการตั้งศพบำเพ็ญกุศล ด.ช.วัย 2 ขวบ ที่บ้าน ใน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องมาร่วมงาน โดยต่างกล่าวถึงความรุนแรงที่พ่อเลี้ยงทำกับ ด.ช.วัย 2 ขวบ ซึ่งญาติบางคนก็เล่าว่า เวลาพ่อเลี้ยงมารับเด็กไปนอนที่หอพัก บางครั้งเด็กมีอาการหวาดผวา แต่ขัดขืนไม่ได้   ด้านน้าสาวของเด็กน้อยผู้เสียชีวิตกล่าวเรียกร้องให้ พี่สาวที่เป็นมารดาของ ด.ช.วัย 2 ขวบ ออกมาพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อเล่าความจริงที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าพี่สาวไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของบุตรชาย จึงอย่าได้เกรงกลัวสามีใหม่   ในเวลาต่อมา ตร.สภ.เมืองอุบลราชธานี นำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักของพ่อเลี้ยง ซึ่งพักอยู่กับเพื่อนอายุ 23 ปี   โดยเพื่อนให้การว่า ก่อนเด็กเสียชีวิต ได้ขี่รถจักรยานยนต์พาพ่อเลี้ยงไปรับเด็กมาจากบ้านในอำเภอวารินชำราบ เพื่อมาพักอยู่ที่หอพักที่ทั้งสองพักอยู่ด้วยกัน โดยพ่อเลี้ยงและเด็กจะนอนอยู่บนพื้นข้างเตียง ส่วนตนจะนอนอยู่บนเตียงคนเดียว และบางครั้งก็เห็นพ่อเลี้ยงกับเด็กอาบน้ำด้วยกัน   ส่วนวันเกิดเหตุพ่อเลี้ยงอ้างว่าออกจากห้องพักไปทำงานตั้งแต่เวลา 09.00 น.เศษ จึงไม่รู้เห็นระหว่างเด็กถูกทำร้าย แต่ยอมรับได้ขับรถยนต์ไปรับพ่อเลี้ยงจากโรงพยาบาลไปส่งที่สถานีขนส่งรถยนต์โดยสาร โดยไม่ทราบว่าพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กซื้อตั๋วรถไปที่จังหวัดไหน เพราะหลังจากนั้นไม่ได้ติดต่อกันเลย   จากการรวบรวมพยานหลักฐานแวดล้อม ทำให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่า เพื่อนอาจมีส่วนรู้เห็นช่วงที่เด็กถูกทำร้ายด้วย เพราะช่วงเวลาที่เด็กเสียชีวิตใกล้เคียงกับเวลาที่พ่อเลี้ยงยังคงอยู่ในห้องพัก และมีส่วนสนับสนุนให้หลบหนี จึงได้นำพยานหลักฐานไปขอให้ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ออกหมายจับเพื่อนและพ่อเลี้ยงในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย   เบื้องต้นเพื่อนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงคุมตัวเข้าห้องควบคุม พร้อมกระจายหมายจับตัวพ่อเลี้ยงไปยังแหล่งที่คาดว่านายจิรันตน์กับ ารดา ด.ช.วัย 2 ขวบ ที่เสียชีวิตไปหลบซ่อนอยู่ในต่างจังหวัด   รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจหอพักยังพบหนังสือกฎหมายที่เพื่อนของพ่อเลี้ยงไฮไลต์ตรงข้อความมาตรา 189 ซึ่งกล่าวถึงการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าอยู่ระหว่างเรียนคณะนิติศาสตร์กับมหาวิทยาลัยทางไกลแห่งหนึ่ง จึงนำออกมาอ่านเตรียมสอบด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gtN0plYl4-M    

 12,449

Top