ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืนแหม่มอังกฤษบนเกาะเต่า"

สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 61

จ่อแบล็คลิสต์แหม่มสาวเกาะเต่า เพจ csi la ยังโต้บอกไม่ได้มโน ตร.จับคนแชร์ข่าว 11 คน

ความคืบหน้ากรณี เพจ CSI LA แชร์ข้อความและภาพแหม่มสาววัย 19ปี ชาวอังกฤษ ถูกข่มขืนบนเกาะเต่า แต่ตร.ไม่ดำเนินการตรวจสอบให้ เหตุเกิดเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ตร.เร่งตรวจสอบหาข้อมูลจนกระทั่งพบว่าเรื่องนี้ไม่มีมูลความจริง และได้ขอศาลออกหมายจับ ผู้ที่แชร์ข้อมูลข่าวนี้และแอดมินเพจ CSI LA รวมทั้งหมด 13 คน   ล่าสุด พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เตรียมแถลงข่าวการจับกุมผู้ที่แชร์ข้อมูลข่าวนี้ โดยสามารถจับกุมได้ทั้งหมด 11 คน โดยพบว่าเป็นคนไทยทั้งหมด เหลือเพียง นายประมุข อนันตศิลป์ แอดมินเพจ CSI LA ซึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศ   โดยพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ระบุว่า คดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างที่เห็นข่าวในโลกออนไลน์แล้วไม่พิจรณาว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร พอแชร์ออกไปก็สร้างความเสียหาย ซึ่งเรื่องคดีแหม่ม่สาวนี้ ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก็ยังไม่พบข้อมูลตามที่แหม่มสาวระบุ แต่ ตร.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามประสานจะสอบถามพูดคุยกับผู้เสียหายโดยตรง   แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ประสานไปยังตร.อังกฤษ ผ่านทางกงศุลให้สอบปากคำผู้เสียหาย และหลักฐานที่ระบุว่ามีเสื้อเปื้อนคราบอสุจิของคนร้าย ซึ่งขณะนี้ตร.อังกฤษก็อยู่ระหว่างการดำเนินการ และหากผู้เสียหายต้องการให้ตร.ไทยไปสอบปากคำที่ประเทศอังกฤษ ตร.ไทยก็ยินดี ซึ่งข้อมูลที่ออกมาล้วนมาจากเพจ CSI LA ซึ่งก็ไม่รู้เอาข้อมูลมาจากที่ใด   สำหรับ นายประมุข อนันตศิลป์ แอดมินเพจ CSI LA จาการตรวจสอบพบว่า มีหมายจับ 2 คดีแล้ว หากเดินทางกลับมาประเทศไทย ก็จะถูกควบคุมตัวตามกฎหมายทันที   ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่า นายประมุขมีปัญหาส่วนตัวหรือไม่ พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ระบุว่า ไม่เคยมีปัญหากัน แต่ก็ไม่รู้ว่านายประมุขมีปัญหากับประเทศไทยหรือไม่ เพราะตั้งแต่การออกมาเปิดโปงเรื่องนาฬิกาหรู ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และก็มาถึงตน เรื่องคดีเกาะเต่า   สำหรับประวัตินายประมุขนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังครอบครัวที่อาศัยอยู่จังหวัดชลบุรี ระบุว่า ไม่ได้ติดต่อกับนายประมุข รู้แต่ว่าทำงานด้านไอทีที่ต่างประเทศ ส่วนเรื่องการจัดทำเพจนี้ ทางครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังแอดมินเพจ CSI LA กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องหมายจับคดีนี้ และไม่เคยได้รับการติดต่อจาก ตร.ไทยหรือ ตร.ต่างประเทศ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และตนไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายประเทศไทย แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่การมโน การที่ ตร.ไทยจะฟ้องตนก็เพื่อต้องการปิดปากสังคมเท่านั้น   นอกจากนี้ แอดมินเพจ CSI LA ยังกล่าวว่า ผู้เสียหายนำพยานหลักฐานไปมอบให้ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล และได้รับคดีดังกล่าวไว้ตรวจสอบ ตอนนี้สำนวนการสอบปากคำ และหลักฐานต่างๆอยู่ในมือตำรวจสากลแล้ว และจะตีพิมพ์ลงในสื่ออังกฤษในเช้าวันที่ 7 ก.ย.   ด้านพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าอาจพิจารณาขึ้นบัญชีดำห้ามนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษรายนี้ เข้ามาในประเทศไทยอีก เพราะทำให้ประเทศไทยเสียหาย   พร้อมตอบโต้แอดมินเพจ CSI LA ที่ระบุว่า ผู้เสียหายตามกระแสข่าวได้นำพยานหลักฐานไปมอบให้ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล และได้รับคดีดังกล่าวไว้ตรวจสอบ พร้อมกล่าวหาว่าตำรวจไทยไม่ดำเนินคดีนั้น ยืนยันว่าที่ผ่านมาตำรวจได้ลงพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่ มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดนับ 100 ตัวเพื่อหาเบาะแสตามคำกล่าวอ้าง แต่ก็ไม่พบ ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานของตำรวจ ต้องยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก หากพบเบาะแสหรือมีข้อมูล ก็พร้อมจะให้ความเป็นธรรม   และคดีนี้พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ก็ได้มีการประสานกับทางตำรวจสากลอยู่แล้ว และส่วนตัวก็อยากถามกลับไปว่า การที่เพจดังกล่าวออกมาให้ข้อมูล ถือเป็นการด่วนสรุปหรือไม่ ส่วนผลการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้มีการประสานรายงานกลับทางสถานกงศุลอังกฤษประจำประเทศไทย และทางการประเทศอังกฤษแล้ว ซึ่งก็ยังไม่มีการตอบกลับมาว่า ผลการตรวจสอบเป็นที่พอใจหรือไม่ แต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wl_BgISupEY

 4,875
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 61

สรุปปิดคดีมอบยาข่มขืนแหม่มอังกฤษบนเกาะเต่า ศาลอนุมัติหมายจับแอดมินเพจดัง ฐานโพสต์ข้อความเป็นเท็จ

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เผยคดีมอบยาข่มขืนแหม่มสาวอังกฤษ บนเกาะเต่า ให้สัมภาษณ์ กับผู้สื่อข่าวในเช้าวันนี้ ว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานแวดล้อม ไปกว่า 100 ปาก ทำให้สามารถสรุป สำนวนคดี และปิดคดีนี้ได้แล้วในวันนี้ และจะนำสำนวนการสอบปากคำพยานทั้งหมดมอบให้ผู้บังคับบัญชาต่อไป ส่วนแหม่มสาวจะอ้างอย่างไร เป็นอีกเรื่องที่ทางแหม่มสาวพึงจะทำได้    เมื่อเช้าที่ผ่านมา วันที่ 31 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานอเนกประสงค์ท่าเทียบเรือบ้านเกาะเต่า ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน ซึ่งเป็นที่จอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเดินทางไปรายงานความคืบหน้าของคดีให้กับทางผู้บังคับบัญชาทราบ ในคดีแหม่มสาว วัย 19 ปีชาวอังกฤษ ที่อ้างว่าเดินทางมาท่องเที่ยว บนเกาะเต่า และถูกชายเอเชียมอบยาและข่มขืน บนชายหาดทรายรี ตำบลเกาะเต่า เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา    ทั้งนี้ พล.ต.ต.พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้สัมภาษณ์ กับผู้สื่อข่าวว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำพยานตัวบุคคล บนเกาะเต่า ที่พบเห็นแหม่มดังกล่าว โดยสามารถสอบปากคำพยานไปหมดแล้ว กว่า 100 ปาก และเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และตรวจสอบกล้อง CCTV จำนวน 48 จุด ที่สามารถยืนยันได้ว่า ไม่มีบ่งชี้ว่าแหม่มดังกล่าว จะถูกมอบยาหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่อย่างได       พร้อมกันนี้มีการ ประชุมพนักงานสอบสวน และตำรวจสืบสวนชุดคลี่คลายคดี มาประชุมร่วมกัน เพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนเพื่อรายงานให้ พล.ต.ท.สรศักด์ เย็นเปรม ผู้บัฐชาการตำรวจภูธรภาค 8 พิจารณาต่อไป    โดยส่วนใหญ่จะเป็นสำนวนเรื่องประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวสาวรายนี้ ที่พบเห็นทุกคน โดยเฉพาะคนที่กล่าวอ้างถึงนักท่องเที่ยวสาวอังกฤษรายนี้ รวมทั้งเพื่อนๆกลุ่มของนักท่องเที่ยวสาวรายนี้ ที่พบเห็นในลักษณะอย่างไร และผู้ใดที่อยู่ใกล้ชิด ซึ่งการสอบปากคำจะนำไปสู่ ให้ทางตำรวจได้มีพยานหลักฐาน เพื่อชี้ชัดว่า มีเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร     ซึ่งในตอนนี้ ทาง พล.ต.ต.พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังกล่าวต่ออีกว่า จนถึงในขณะนี้ ขอยืนยันว่า ในวันนี้มีคงามเห็นแล้วว่า สำนวนต่างๆข้อมูลต่างที่ทางเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลได้มา รวมถึงการสอบสวนทุกประเด็นยืนยันว่า คดีนี้ปิดได้แล้วและจบลงแล้ว นอกเสียจากว่าทางแหม่มสาวที่กล่าวอ้าง มาเสนอว่ามีความเชื่อถือได้แค่ไหน แต่ในส่วนของตำรวจขอยืนยันว่าได้ทำครบถ้วนแล้ว ทั้งพยานตัวบุคคล พยานวัตถุ และทางนิติวิทยาศาสตร์ จนครบทุกประเภทแล้ว และมีความมั่นใจว่า สามารถปิดคดีและยืนยันได้ และไม่พบข้อบ่งชี้ว่ามีเหตุเกิดขึ้นกับแหม่มแต่อย่างใด ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ที่ทางตำรวจสรุปได้และสรุปสำนวนคดีจนแล้วเสร็จ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี    ล่าสุด ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้อนุมัติหมายจับเจ้าของเพจ samuitimes โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'บิ๊กโจ๊ก' งัดหลักฐานแจงกงสุลอังกฤษ ยันไม่มีเหตุข่มขืมแหม่มสาวเกาะเต่า จ่อจับ 2 เพจโพสต์เสื่อมเสีย  

 5,706

Top