ค้นหา :

ผลการค้นหา "แหม่มสาวถูกข่มขืนเกาะเต่า"

สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 61

10 ที่สุดข่าวแห่งปี 2018 โดย เรื่องเล่าเช้านี้.com

สรุปข่าวเด่น   ตลอดปี 2561 กำลังจะผ่านพ้นไป ล้วนมีข่าวสารมากมายที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน และมีข่าวเด่นเป็นที่พูดถึงในสังคมมากมาย ในโอกาสนี้ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ได้คัดเลือก 10 ประเด็นข่าวซึ่งเป็นที่สุดของปี 2561 มาให้แฟนข่าวได้ทบทวนความทรงจำกันอีกครั้ง   เปรมชัยล่าเสือดำ   ข่าวใหญ่คึกโครมช่วงต้นปี เมื่อนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี หลังมีการพบซากเสือดำในจุดเกิดเหตุ จนเป็นเหตุให้โดนแจ้งข้อหา ซึ่งคดียังอยู่ในชั้นศาล ก่อนจะกระทบเป็นหางว่าวกับตระกูลของนายเปรมชัย ลามไปถึงการรุกพื้นที่ป่าของ รังเย็นรีอร์ท จ.เลย และการครอบครองงาช้าง   ซึ่งจากคดีที่เกิดขึ้น ทำให้สังคมได้รู้จักหัวหน้าวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ผู้ได้รับเสียงชื่นชม จากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สวนทางกับเสียงวิจารณ์ของสังคมที่มีต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่ถูกจับตาในการทำคดี แม้จะให้คำมั่นว่า "เสือดำ ไม่ตายฟรี" ก็ตาม   คลิกชมข่าว จับ ปธ.อิตาเลียนไทย ตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ผงะ ซากสัตว์อื้อ อาวุธครบมือ     ป้าทุบรถ     สะเทือนไปทั้งวงการจากจุดเริ่มต้นแค่ขวานอันเดียว จาก 2 คุณป้า บุญศรี-รัตนฉัตร แสงหยกตระการ ที่ทุบรถสาวมจอดขวางหน้าบ้านเพื่อลงไปซื้อของในตลาดย่านสวนหลวง ร.9 ที่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว จนกลายเป็นมหากาพย์ป้าทุบรถ ก่อนแถลงระบายความอัดอั้นที่บ้านต้องได้รับปัญหาสารพัดจากตลาดมานาน 10 ปี   จนต้องมีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครอง ทำให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ต้องลงมาบัญชาด้วยตัวเอง และมีคำสั่งปิดตลาดในที่สุด จนทำให้หลายๆคนยกให้ 2 ป้าเป็นไอดอลในการต่อสู้ทางกฎหมายอย่างแท้จริง   คลิกชมข่าว 2 ป้าสุดเดือดทุบรถขวางหน้าบ้านโดน 3 ข้อหา โซเชียลเห็นใจพ่อตายเพราะส่ง รพ.ไม่ทัน เจ้าของรถขอโทษนึกว่าบ้านร้าง โดนปรับ 500     อาลัยเจ้าสัววิชัย     ข่าวเศร้าสะเทือนใจไปทั้งโลก เมื่อเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก บริเวณลานจอดรถใกล้กับสนามคิงเพาเวอร์ สเตเดียม ช่วงหลังจบเกมที่เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา พร้อมด้วย 2 นักบินและทีมงานอีก 2 คน นับเป็นโศกนาฏกรรมที่ยังความเสียใจให้กับแฟนบอลเลสเตอร์และคนไทยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคุณงามความดีและความเสียสละของเจ้าสัววิชัย จะคงอยู่ในหัวใจของคนทั่วโลกไปตลอดกาล   คลิกชมข่าว เลสเตอร์แถลงอาลัย 'เจ้าสัววิชัย' เสียชีวิตจากเหตุ ฮ.ตก เผย 'จุ๋ม นุสรา' อดีตนางงามดับด้วย     วิจารณ์รัฐบาล     เป็นอีกหนึ่งปีทองของรัฐบาลบิ๊กตู่ ที่ดูเหมือนจะมีงานเข้าถาโถมมาไม่หยุดหย่อน เริ่มตั้งแต่ปมนาฬิกาบิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ถูกขุดคุ้ยจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั้งเมือง   ก่อนจะลามไปจนถึงนโยบายต่างๆที่เมื่อประกาศออกมาก็ถูกสับเละ อาทิ กฎหมายเก็บภาษีคนเลี้ยงหมาแมว, เก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์, รีดภาษีความหวาน, ปมปัญหาบ้านพักตุลาการ, การแจกเงินบัตรคนจน, ปมไม่ใส่ชื่อ-โลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้ง, ปมให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นบัญชีทรัพย์สิน   แต่ทุกอย่างก็ง่ายดายเพราะมี ม.44 อยู่ในมือ ก่อนที่จะเกิดเสียงวิจารณ์กระหึ่มกับประเด็นเพลงแร็พ ประเทศกูมี ที่ตีแผ่ด้านมืดของประเทศจนแทงใจดำใครหลายๆคน   คลิกชมข่าว เปิดเหตุผลละเอียด ป.ป.ช.ให้ 'บิ๊กป้อม' พ้นข้อกล่าวหานาฬิกาหรู ยันเพื่อนให้ยืมจริง เพราะฐานะดี     นักโทษประหารรายแรกของไทยในรอบ 9 ปี     อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ในสังคมไทย จากกรณี นช.ธีรศักดิ์ หลงจิ นักโทษเด็ดขาดได้รับโทษประหารชีวิตรายล่าสุดของไทย จากคดีฆ่าชิงทรัพย์ เมื่อปี 2555 ในคดีฆ่าชิงทรัพย์ ใช้มีดแทงนักเรียนชายชั้น ม.5 รวม 24 แผล เมื่อปี 2555 ที่ จ.ตรัง   นับเป็นผู้ต้องขังรายที่ 7 ตั้งแต่เปลี่ยนโทษประหารจากการยิงเป็นการฉีดสารพิษ และเป็นการประหารชีวิตรายแรกในรอบ 9 ปี สั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ แน่นอนว่าจะต้องมีเสียงจากนักสิทธิมนุษยชนที่ไม่เห็นด้วย สวนกระแสสังคมที่ยังคงอยากให้โทษสูงสุดนี้ไว้ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมในบ้านเมือง   คลิกชมข่าว เปิดพินัยกรรม นช.ธีรศักดิ์ นักโทษประหาร สั่งเสียเมีย-ฝากดูแลลูก ไม่โกรธหากมีแฟนใหม่     ภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่า ติดถ้ำหลวง     จากภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าคาเดมี่ ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ที่กลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของโลก เพราะทำให้ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ (Mission Impossible) กลายเป็นเรื่องที่สำเร็จ ท่ามกลางการลุ้นระทึกไปทั่วทั้งโลก ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญจากทีมค้นหานานาชาติ ต่อสู้กับอุปสรรคครั้งใหญ่ของธรรมชาติ ก่อนที่ทั่วโลกจะได้รับข่าวดี เมื่อมีคลิปนักดำน้ำอังกฤษ พบ 13 ชีวิตรอดตายที่เนินนมสาว นับว่าเป็นภารกิจที่สร้างวีรบุรุษโดยแท้จริง ทั้งหน่วยซีล นักดำน้ำนานาชาติ ทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และผู้สละชีวิตอย่างจ่าแซม ที่จะอยู่ในใจคนไทยและน้องๆทีมหมูป่าไปตลอดกาล   คลิกชมข่าว คลิปเต็มไม่ตัด+ซับไทย นาที 13 ชีวิตทีมหมูป่ารอดตาย พูดภาษาอังกฤษตอบโต้นักดำน้ำต่างชาติ     เรือล่มภูเก็ต     เหตุสะเทือนใจที่เกิดไล่เลี่ยกับข่าวช่วยทีมหมูป่า เมื่อเกิดโศกนาฏกรรมเรือฟีนิกซ์ ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวจีน จมลงกลางทะเลที่เกาะเฮ จ.ภูเก็ต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 47 ศพ ซึ่งสาเหตุเกิดจากตัวเรือไม่ได้มาตรฐาน   ก่อให้เกิดกระแสเชิงลบ ความไม่พอใจต่อการรับผิดชอบของทางการไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย กระทบต่อการท่องเที่ยวไทยอย่างแสนสาหัส เมื่อเหล่าชาวจีนบอยคอตไม่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ทำให้รัฐบาลต้องอุดรูรั่วอย่างเร่งด่วน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีน กลับมาเยือนไทยอีกครั้ง   คลิกชมข่าว สะเทือนใจ ชายจีนเปิดใจหลังรอดชีวิตจากเหตุเรือล่มภูเก็ต เผยสูญเสียสมาชิกทุกคนในครอบครัว     แหม่มมโน เกาะเต่า     อีกหนึ่งข่าวที่สะเทือนต่อชื่อเสียงการท่องเที่ยวของไทย เมื่อแหม่มสาวเมืองผู้ดีวัย 19 ปี ออกมาแฉว่าถูกข่มขืนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี จนทำให้เกาะเต่ามีชื่อกระฉ่อนในทางลบอีกครั้ง ตอกย้ำข่าวคู่รักชาวอังกฤษเสียชีวิตมีเงื่อนงำที่เกาะแห่งนี้เมื่อปี 2557   แต่จากการสืบสวนลงพื้นที่ของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล พบพิรุธหลายจุดทั้งหลักฐานและพยานบุคคล จากนั้นได้บินลัดฟ้าสอบสวนเชิงลึกถึงประเทศอังกฤษ   ก่อนที่จะมีการแถลงปิดคดี ปกป้องชื่อเสียงของประเทศ แจงยิบทุกข้อสงสัย ไม่พบอสุจิตามที่กล่าวอ้าง ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าถูกข่มขืนจริง ปิดคดีแหม่มมโนเกาะเต่า ไปโดยปริยาย   คลิกชมข่าว ผบ.ตร.แถลงปิดคดีแหม่มสาวเกาะเต่า ยันไม่มีมูล หลักฐานไม่พบคราบอสุจิ     บุพเพสันนิวาสฟีเวอร์!     ปรากฏการณ์ออเจ้าทั้งแผ่นดินของละครบุพเพสันนิวาส ทางช่อง 3 นำโดยคุณพี่หมื่น โป๊ป ธนวรรธน์ - แม่หญิงการะเกดเบลล่า ราณี ที่พาให้คนติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ ทำสถิติเรตติ้งละครสูงสุดในยุคทีวีดิจิตอล   ก่อให้เกิดกระแสฮิตที่เกิดขึ้นทั่วประเทศสยาม อาทิ เมนูอาหารตามรอยละคร (มะม่วงน้ำปลาหวาน-หมูสร่ง-หมูกระทะ-กุ้งเผา), กระแสแต่งชุดไทยเที่ยวอยุธยา, การจุดประกายเรียนโบราณคดี   จนทำให้บุพเพสันนิวาสกลายเป็นคำค้นหายอดฮิตของกูเกิ้ล ประจำปี 2018 และยังพลิกชีวิตของโป๊ป ธนวรรธน์ ให้กลายเป็นโป๊ปห้างแตก ควงนางเอกเบลล่ารับทรัพย์อื้อซ่าในปีนี้อีกด้วย   คลิกชมข่าว ฮิตทั่วแผ่นดินสยาม! แฟนละครแห่ชม-เที่ยวตามรอย 'บุพเพสันนิวาส' รัฐบาลชื่นชม ฮอตลามไกลถึงจีน     แอฟ-แมท-สงกรานต์     ข่าวบันเทิงสุดร้อนส่งท้ายปีต้องยกให้ เรื่องราวความสัมพันธ์ของนางเอกสาว แมท ภิรนีย์ ที่เปิดใจว่ากำลังดูๆกันอยู่กับสงกรานต์ เตชะณรงค์ ทายาทโบนันซ่า ที่เป็นอดีตสามีของนางเอกรุ่นพี่ แอฟ ทักษอร จนเกิดดราม่าร้อนฉ่าในวงการ ถึงสถานะของแมท และการสิ้นสุดความเป็นสามี-ภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายของแอฟ-สงกรานต์ ก่อนจะระอุมาอีกระลอกกับข่าวลือที่สาวแมทเป็นนางเอกปริศนาย่องฝากท้อง จนคุณแม่ต้องออกตัวแรงสยบข้อครหาว่า ลูกดิฉันยังไม่มีสามี! เรียกว่าเป็นปีงานเข้าของสาวแมทจริงจัง แต่ก็ต้องเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ และก้าวผ่านเสียงซุบซิบเหล่านี้ไปให้ได้   คลิกชมข่าว 'สงกรานต์' ขอโทษ 'แมท-แอฟ' ขอรับทุกคำด่าไว้เอง ด้าน 'แอฟ' ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ

 7,148
สังคม-อาชญากรรม
17 ต.ค. 61

ผบ.ตร.แถลงปิดคดีแหม่มสาวเกาะเต่า ยันไม่มีมูล หลักฐานไม่พบคราบอสุจิ

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลการสืบสวนสอบสวนปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนักท่องเที่ยวหญิงชาวบริติช ถูกวางยา ขโมยทรัพย์สินและถูกข่มขืนโดยชายไม่ทราบชื่อ ที่ริมหาดเกาะเต่า อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา   พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ทราบเหตุการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพื่อติดต่อครอบครัวของผู้เสียหายในการขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายที่ประเทศอังกฤษ กระทั่งได้ส่งพนักงานสอบสวนหญิง ผู้กำกับการฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาคยุโรป และล่ามแปลภาษา รวม 3 คน ไปสอบปากคำในประเด็นที่เกี่ยวข้อง   เบื้องต้นได้มีการประชุมร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน และกงสุลใหญ่สหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย เพื่อสรุปแนวทางการสอบสวน ทำความจริงให้ปรากฏ โดยระบุว่าจากการสรุปสำนวนการสอบสวน 2 ครั้ง ยังไม่พบว่าคำให้การมีความเชื่อมโยง หรือสอดคล้องกันว่าเกิดการข่มขืนขึ้นจริง ขณะที่การตรวจวัตถุพยาน ซึ่งถูกยืนยันมาตลอดว่ามีคราบอสุจิติดอยู่ที่เสื้อของผู้เสียหาย ก็ไม่ปรากฏหลักฐานตามที่กล่าวอ้าง   ทั้งนี้ ตำรวจไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกลับใคร หรือ แจ้งความกับบุคคลใด ตลอดจนขึ้นบัญชีดำกับผู้เสียหายรายดังกล่าว เนื่องจากตั้งแต่เกิดเหตุผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ด้านพันตำรวจโทปิยะพงษ์ บุญแก้ว สารวัตใหญ่สถานีตำรวจภูธรเกาะเต่า ยืนยันว่าในชั้นการสอบสวนที่ผ่านมา กว่า 3 เดือน รวมถึงการเดินทางไปสอบสวนที่ประเทศอังกฤษในประเด็นที่สงสัย ผู้เสียหายไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนไม่สามารถยืนยันสถานที่เกิดเหตุได้ แม้พนักงานสอบสวนจะได้นำภาพถ่าย แผนที่บริเวณจุดเกิดเหตุให้ดู   รวมถึงไม่สามารถยืนยันข้อมูลและตำหนิรูปพรรณของคนร้ายได้จึงไม่เพียงพอดำเนินคดี และผู้เสียหายไม่สามารถยืนยันถึงแผนประทุษกรรมหรือพฤติกรรมของคนร้ายในการกระทำความผิด เห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอและครบถ้วน ทางการสืบสวบสอบสวนของตำรวจในชั้นนี้จึง ควรระงับเรื่องนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะมีพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติม   พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานใดที่จะบ่งชี้ไปว่าเกิดเหตุข่มขืนกับผู้เสียหายดังกล่าว แต่หากว่าผู้เสียหายเดินทางมาให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ของไทย ก็ยินดีจะดำเนินการสืบสวนดำเนินการตามกฎหมายให้เต็มที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3Gex-fUfTZ8

 1,534
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 61

ตร.ยุติการสืบสวนคดีข่มขืนแหม่มชาวอังกฤษบนเกาะเต่า หลังไม่พบความเชื่อมโยงผลสอบคำให้การ-วัตถุพยาน

ตำรวจสั่งยุติการสืบสวนคดีข่มขืนแหม่มสาวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า หลังไม่พบความเชื่อมโยงผลสอบ คำให้การและวัตถุพยาน ว่ามีการข่มขืนเกิดขึ้นจริง แต่หากผู้เสียหายมีข้อมูลใหม่ทางการไทยยินดีดำเนินการให้   วันนี้ (16 ต.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลการสืบสวนสอบสวนปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ ถูกวางยา ขโมยทรัพย์สินและถูกข่มขืนโดยชายไม่ทราบชื่อ ที่ริมหาดเกาะเต่า อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา   โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ทราบเหตุการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานสถานฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพื่อติดต่อครอบครัวของผู้เสียหายในการขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายที่ประเทศอังกฤษ    กระทั่งได้ส่งพนักงานสอบสวนหญิง ผู้กำกับการฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาคยุโรป และ ล่ามแปลภาษา รวม 3 คน ไปสอบปากคำในประเด็นที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นได้มีการประชุมร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน และกงสุลใหญ่ สหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย เพื่อสรุปแนวทางการสอบสวน ทำความจริงให้ปรากฏ    โดยระบุว่าจากการสรุปสำนวนการสอบสวน 2 ครั้ง “ยังไม่พบว่าคำให้การมีความเชื่อมโยง หรือสอดคล้องกันว่าเกิดการข่มขืนขึ้นจริง” ขณะที่การตรวจวัตถุพยาน ซึ่งถูกยืนยันมาตลอดว่ามีคราบอสุจิติดอยู่ที่เสื้อของผู้เสียหาย ก็ไม่ปรากฏหลักฐานตามที่มีการกล่าวอ้าง   ทั้งนี้ตำรวจไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกลับใคร หรือแจ้งความกับบุคคลใด ตลอดจนขึ้นบัญชีดำกับผู้เสียหายรายดังกล่าว เนื่องจากตั้งแต่เกิดเหตุผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ด้าน พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ บุญแก้ว สารวัตใหญ่สถานีตำรวจภูธรเกาะเต่า ยืนยันว่าในชั้นการสอบสวนที่ผ่านมา กว่า 3 เดือน รวมถึงการเดินทางไปสอบสวนที่ประเทศอังกฤษในประเด็นที่สงสัย ผู้เสียหายไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนไม่สามารถยืนยันสถานที่เกิดเหตุได้ แม้พนักงานสอบสวนจะได้นำภาพถ่าย แผนที่บริเวณจุดเกิดเหตุให้ดู รวมถึงไม่สามารถยืนยันข้อมูลและตำหนิรูปพรรณของคนร้ายได้จึงไม่เพียงพอดำเนินคดี และผู้เสียหายไม่สามารถยืนยันถึงแผนประทุษกรรมหรือพฤติกรรมของคนร้ายในการกระทำความผิด    เห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอและครบถ้วน ทางการสืบสวบสอบสวนของตำรวจในชั้นนี้จึง ควรระงับเรื่องนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะมีพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติม   ทั้งนี้ หากผู้เสียหายเดินทางมาให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ของไทย ก็ยินดีจะดำเนินการสืบสวนดำเนินการตามกฎหมายให้เต็มที่  

 1,216
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
16 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 16 ต.ค.61 จับคนจีนแย่งงานคนไทย-แม่เลี้ยงโหดทำร้ายเด็ก-จับแม่ค้าออนไลน์ไม่บอกราคา-เพจนายกฯคึกคัก

-ปชช.ร่วมพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พุทธศักราช 2561 เวลา 18.00 น. https://morning-news.bectero.com/royal/16-Oct-2018/131641   -จับ 6 คนจีนแย่งอาชีพคนไทยขายวัตถุมงคลในวัดทุ่งละหาร จ.ชลบุรี พบไม่มีใบอนุญาตในไทย แฝงตัวใช้วีซ่า นทท. ถูกดำเนินคดีผลักดันออกนอกประเทศและขึ้นบัญชีดำ เร่งขยายผลทั้งขบวนการ     -พ่อแท้ๆกับแม่เลี้ยงโหดทำร้ายเด็กชายอายุ 14 ปี แม่จริงพาเข้าแจ้งความ เด็กเผยถูกแม่เลี้ยงทำร้ายมาหลายปีต่อเนื่อง ใช้เตารีดนาบแขน ใช้คีมหนีบปาก ใช้ของแข็งทุบหัว บีบคอจนสลบ พ่อแท้ๆและปู่ย่ารู้เห็นตลอด ลูกสาวคนโตก็ถูกทำร้ายและหนีออกมาก่อน ตร.เร่งล่าตัวพ่อ-แม่เลี้ยง หลังหนีกบดาน 2 วันแล้ว https://morning-news.bectero.com/pakthong/16-Oct-2018/131651   -เฟซบุ๊กนายกฯประยุทธ์คึกคัก มีคนกดไลค์กว่า 1.2 แสนแล้ว มีคนเข้ามาเม้นต์ทั้งชมและด่า เจ้าตัวโพสต์ขอบคุณทุกคนมากที่ให้ความสนใจในการที่ผมเปิดเฟซบุ๊ก เห็นคนเขียนมาหามากมาย ผมดูแล้วส่วนใหญ่จะมาเขียนเอาสนุก ทั้งชอบทั้งไม่ชอบ เป็นเรื่องปกติ ไก่อูตอกกลับคนวิจารณ์ว่าเป็นการหาเสียง หากไม่ติดต่อกับ ปชช.ก็หาว่าเข้าถึงยาก https://morning-news.bectero.com/political/16-Oct-2018/131667   ด้านพุทธิพงษ์ ยันเพจเปิดกว้าง แม้จะโดนเกรียนคีย์บอร์ดถล่ม แต่จะบล็อกคำหยาบคาย เพื่อไทยชี้สัญญาณลงสู่สนามเลือกตั้ง ในการสื่อสารกับ ปชช. พานทองแท้-บก.ลายจุดโพสต์ถามรับสมัครนักลบไซเบอร์-แอดมินเพจไหมครับ? https://morning-news.bectero.com/political/16-Oct-2018/131667   -อุตตม นำทีมแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม รับฟังความเห็น ปชช. ยันไม่ได้มาในนามคณะรัฐมนตรี https://morning-news.bectero.com/political/16-Oct-2018/131668   -ก.พาณิชย์ฝาก ปชช.แจ้งจับแม่ค้าออนไลน์ที่ไม่แสดงราคาสินค้าให้เห็นชัดเจน เอาเปรียบผู้บริโภค คนที่แจ้งจะได้ส่วนแบ่ง 25% โทรแจ้งที่สายด่วน 1569 แม่ค้าจะโดนปรับ 1 หมื่นบาท https://morning-news.bectero.com/economy/16-Oct-2018/131663   -ยังไม่พบร่าง สาวคิดสั้นนั่งแท็กซี่กระโดดสะพานพระปิ่นเกล้าลงแม่น้ำเจ้าพระยา หลังดื่มสุรากับเพื่อนพูดเป็นลาง คงไม่ได้เจอกันอีก คาดปมความรัก คนขับแท็กซี่เผยตลอดทางไม่พูดอะไร ระหว่างรถแล่นบนสะพานสั่งให้จอด ก่อนลงไปกระโดดสะพานต่อหน้า นักประดาน้ำต้องหยุดค้นหาเพราะแสงสว่างไม่พอ กระแสน้ำไหลเชี่ยว   -ตร.เตรียมแถลงปิดคดีข่มขืนแหม่มสาวเกาะเต่า หลังบินเก็บหลักฐานที่อังกฤษ แต่ไม่พบคราบอสุจิบนเสื้อผ้าตามที่อ้าง ตร.ไทยหยุดการสอบสวน ไม่เอาผิดใครรวมทั้งตัวแหม่มสาวเอง เพราะถือว่าไม่มีการแจ้งความเกิดขึ้นในไทย   -ตร.เร่งล่าหนุ่มแชทลวงสาว 19 ขืนใจปล้นทรัพย์ บังคับกด ATM  เหยื่อร้องขอความช่วยเหลือคนร้านเลยหนีไป พบประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด สร้างโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กน่าเชื่อถือ ตร.ออกหมายจับบุกถึงบ้านยังไม่เจอตัว เพื่อนบ้านแฉชอบเปิดบ้านมั่วสุมพาหญิงสาวมาไม่ซ้ำหน้า บางคนร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครอยากยุ่ง https://morning-news.bectero.com/social-crime/16-Oct-2018/131655   -โฆษกสื่อสร้างสรรค์ ยันทีมหมูป่ายังไม่ได้เซ็นสัญญาสร้างหนัง เตรียมพิจารณารายละเอียด ถ้าเห็นชอบจะดูสิทธิประโยชน์ของทีมหมูป่า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BESefzLVpsU

 3,329
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
05 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 5 ต.ค.61 ตุ๋นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก-จดทะเบียนพลังประชารัฐ-หนังมรดกชาติ-จบดราม่าตีระฆัง

-ศาลแพ่งจันทบุรี ให้ บขส.และญาติคนขับรถตู้ที่เสียชีวิตชดใช้เงินล้าน ให้ครอบครัวเหยื่อรถตู้มรณะชนประสานงานกระบะ 25 ศพที่ชลบุรี รวมเงินชดใช้ 26 ล้านบาท ส่วนเจ้าของคิวรถตู้ ศาลยกฟ้อง เพราะไม่ใช่ลูกจ้างและนายจ้างของคนขับโดยตรง ด้านทนายความไม่พอใจที่วินรถตู้ไม่ต้องรับผิดชอบ เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ https://morning-news.bectero.com/social-crime/05-Oct-2018/131045   -คณะตำรวจเดินทางไปอังกฤษ เพื่อสอบปากคำแหม่มสาวชาวอังกฤษที่อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะเต่า โดยจะกลับถึงไทยพรุ่งนี้ พร้อมรับพยานหลักฐาน เช่น เสื้อที่มีคราบอสุจิจากตำรวจอังกฤษกลับมาด้วย คาดใช้เวลา 7 วันสรุปว่าเกิดเหตุข่มขืนจริงหรือไม่ ถ้าจริงจะเชิญมาสอบปากคำที่ไทยต่อ   -ผู้ว่าฯอัศวิน ขวัญเมือง กราบขออภัยเจ้าอาวาสวัดไทร ปมสาวคอนโดร้องเรียนวัดตีระฆังเสียงดัง เตรียมหาตัวคนร้องเรียนมาทำความเข้าใจ ผู้ว่าฯทดลองตีระฆังยันเสียงไม่ได้ดังเกินไป ส่วนผอ.เขตบางคอแหลมเข้าขอขมาวัด ยันให้พระตีระฆังตีได้ต่อตามปกติ ขอโทษทุกฝ่ายแม้เรื่องจะเกิดก่อนรับตำแหน่ง ด้านเจ้าอาวาสยันเรื่องจบ จะตีระฆังต่อแต่จะลดเสียงลง ด้านนิติบุคคลคอนโดยันไม่เคยร้องเรียน มีเพียงหญิงเจ้าของห้องให้ชาวต่างชาติเช่าโทรไปยังวัด และเขตบางคอแหลม https://morning-news.bectero.com/social-crime/05-Oct-2018/131039   -นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำคณะยื่นจดทะเบียนพรรคการเมืองกับ กกต. ยันพรรคมีความพร้อมส่งผู้สมัครได้ทันตามกรอบเวลาเลือกตั้ง เชื่อไม่น่าจะมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก ปฏิเสธข้อครหาตั้งพรรคเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช. ยันไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรคคนเดียว ปัดข่าวใช้เงิน 40-50 ล้านดูด ส.ส. แจง 4 รมต.ตอนนี้ยังไม่ลาออก แต่ก็ทราบว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร ด้านกลุ่มสามมิตรยันเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐแน่นอน https://morning-news.bectero.com/political/05-Oct-2018/131061   -พรรคเพื่อไทยอาจตั้งพรรคสำรองเพิ่มอีกหากถูกยุบ พร้อมใช้แก้เกมการคิดคะแนน ล่าสุดนอกจากพรรคเพื่อธรรมแล้ว ยังจะตั้งพรรคเพื่อชาติ อาจมีหัวหน้า นปช.เป็นแกนนำ เช่น จตุพร พรหมพันธุ์ แต่หัวหน้าพรรคจะเป็นผู้รู้ด้านเศรษฐกิจ https://morning-news.bectero.com/political/05-Oct-2018/131063   -กรมราชทัณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ ชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีต รมว.เกษตรฯ - วิทยา เทียนทอง อดีตเลขา รมว.เกษตรฯ นานกว่า 3 เดือนแล้ว ยันทุกอย่างเป็นไปตามเกณฑ์มี รมว.ยุติธรรมลงนาม https://morning-news.bectero.com/political/05-Oct-2018/131066   -ธปท.กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ เข้มการกู้บ้านหลังที่ 2 และบ้านที่มีมูลค่า10 ล้านบาทขึ้นไป ห้ามปล่อยสินเชื่อเกินกว่า 80% ของมูลค่าบ้าน หรือวงเงินสินเชื่อต่อหลักประกัน (LTV) ห้ามเกิน 80% และผู้กู้ต้องวางเงินดาวน์แล้ว 20% https://morning-news.bectero.com/economy/05-Oct-2018/131057   -ราคาน้ำมันปรับขึ้นอีกแล้ว เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ ปตท.-บางจาก ปรับราคากลุ่มแก๊สโซฮอล์ขึ้น 40 สตางค์/ลิตร (ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 20 สตางค์/ลิตร) ส่วนดีเซลราคาคงเดิม https://morning-news.bectero.com/economy/05-Oct-2018/131056   -ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค กันยายน 2561 ปรับตัวลดลง 82.3 ปรับลดลงทุกรายการ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรทรงตัวระดับต่ำ โดยเฉพาะข้าวและยางพารา รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงปัจจุบัน   -อดีต ผอ.ร.ร.อนุบาลนครปฐม ใช้ปืนจ่อขมับยิงตัวเองเสียชีวิต ข้างรถเบนซ์กลางลานจอดรถหน้าบ้าน พี่ชายเผยก่อนหน้านี้มีคนเตือนให้ดูแลน้องชายใกล้ชิด เพราะผิดสังเกตเพิ่งทำพินัยกรรม โอนทรัพย์สินให้พี่ชาย ก่อนเกิดเหตุเพิ่งโอนที่ดินทำบ้านจัดสรรให้ ตร.ตั้งประเด็นฆ่าตัวตาย คาดอาจเครียดถูกผู้ปกครองร้องเรียน ป.ป.ช. อาจทุจริตเงินโรงเรียน จนฐานะดีมีรถป้ายแดง และป่วยหลายโรคทั้งเบาหวาน ความดัน https://morning-news.bectero.com/regional/05-Oct-2018/131048   -กองปราบรวบ 2 สามีภรรยา ตุ๋นเหยื่อเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊กชื่อบ้านแชร์เนรมิต สูยเงิน 30 ล้าน เจ้าตัวรับสารภาพอยากจ่ายให้ผู้เสียหายแต่หาเงินไม่ทัน ต้องหาเงินไปหมุนแชร์วงอื่น ก่อนหน้านี้เคยถูกจับแต่ได้รับประกันตัวในชั้นศาล เมื่อประกันตัวออกไปก็ยังไปตั้งวงแชร์หลอกคนอื่นซ้ำอีก https://morning-news.bectero.com/regional/05-Oct-2018/131049   -สพฐ.ตรวจสอบหนังสือสุขศึกษา ที่สร้างทัศนคติทางเพศผิดๆ พร้อมสั่งระงับการจำหน่ายทั้งหมด ทั้งนี้การใช้หนังสือเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจจากโรงเรียน แต่ต้องผ่านการตรวจสอบจาก สพฐ. ซึ่งมีการตรวจสอบทุกๆ 5 ปี ต่อ 1 ครั้ง คาดช่วงที่ตรวจสอบเนื้อหาที่เป็นประเด็นตามบริบทสังคมในขณะนั้น   -กระทรวงวัฒนธรรมประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติประจำปี 2561 เช่น เมียหลวง 2521, อนึ่งคิดถึงพอสังเขป, กล่อง, สัตว์ประหลาด, ก้านกล้วย, ฉลาดเกมส์โกง ชี้เกณฑ์การพิจารณาต้องเป็นเรื่องที่มีคุณค่า บันทึกประวัติศาสตร์ ความทรงจำ โดดเด่น มีเอกลักษณ์ประจำตัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kuWpVrZnwBU

 2,215
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 61

แหม่มสาวเกาะเต่าเปิดใจสื่อนอก โจมตี ตร.ไทย คาดถูกวางยาในเหล้าผสมโค้กจนหมดสติ

แหม่มสาวชาวอังกฤษที่อ้างว่าตนเองถูกข่มขืนและรูดทรัพย์บนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งแรกกับสื่อยักษ์ของอังกฤษ The Times ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะเต่า โดยมีหัวข้อข่าว: เด็กวัยรุ่นออกเตือน Backpacker อย่าไปเกาะเเห่งการข่มขืน   โดยเธอเปิดใจกับสื่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย พยายามดิสเครดิตเธอ เเทนที่จะทำการตรวจสอบหลักฐานจับตัวคนร้าย เเละไม่มีการเสนอความช่วยเหลือเบื้องต้น หรือตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ไทยต้องการจะปกปิดความจริงที่เธอถูกกระทำอย่างโหดร้าย เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว   จากเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เธอไม่กล้าจะกลับไปเหยียบเกาะเต่าอีก เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ทั้งนี้เธอไม่ได้ต้องการโจมตีประเทศไทย เพราะเป็นที่ที่สวยงาม แต่อยากเตือนให้คนหนุ่มสาวอย่าไปเที่ยวที่เกาะเต่า   ซึ่งเธอเชื่อว่าเครื่องดื่มของเธอที่เป็นเเสงโสมผสมโค้กถูกวางยา เพราะเพื่อนชายของเธอเเละเธอสั่งเครื่องดื่มพร้อมกัน รู้ฤทธิ์ยาพร้อมกันทำให้เขารู้สึกมึนงงเเล้วหมดสติไป (Blackout) เธอรู้สึกเหนื่อยเเละเดินออกจากบาร์หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว   อย่างไรก็ตาม มีแหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบพยานหลักฐานที่พบผู้เสียหายเดินทางไปกับชายหนุ่มชาวต่างชาติคนหนึ่งไปที่ร้านขายยา ก่อนจะกลับออกมาจากร้าน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าอาจจะมีการเสพสารเสพติดบางชนิดจึงทำให้เกิดอาการมึนงงก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ทางชุดสืบสวนมีการเข้าไปตรวจพิสูจน์แล้วหรือไม่อย่างไร     ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) หัวหน้าชุดคลี่คลายคดีเผยว่า ขณะนี้ตำรวจไทยยังอยู่ระหว่างรอเอกสารที่เป็นคำสอบสวนปากคำผู้เสียหายพร้อมหลักฐานที่ผู้เสียหายอ้างว่ายังมีอยู่ส่งมาให้ คาดว่าภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เอกสารและหลักฐานคงมาถึงที่ประเทศไทย ส่วนที่ยังเป็นข้อกังขาอยู่ขณะนี้ว่าทำไมทางผู้เสียหายไม่แจ้งความกับกงศุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เพราะว่าเป็นบุคคลสัญชาติเขา หากไม่ไว้วางใจตำรวจไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uBtfE4Ttrzs

 1,761
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 61

แหม่มอังกฤษอ้างถูกข่มขืนที่เกาะเต่าเปิดใจสื่อต่างชาติ ยันไม่ได้กุเรื่อง ชี้ตร.ไม่ยอมทำคดีทำแค่บันทึกของหาย

ความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี อ้างว่าตนเองถูกมอมยา ข่มขืนและลักทรัพย์ ขณะมาท่องเที่ยวบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี นั้น ล่าสุด เว็บไซต์เดอะซัน ของอังกฤษ รายงานว่า นักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ จากกรุงลอนดอน ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์เลวร้ายที่เธอประสบบนเกาะเต่าเป็นครั้งแรก กับเดอะไทม์ส โดยบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะหยุดยั้งความจริงเกี่ยวกับเหตุทำร้ายที่โหดร้ายดังกล่าว เพราะกลัวว่าจะไปทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ทำเงินให้กับเกาะดังกล่าว   นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษยังกล่าวอีกว่า ฉันขอให้หนุ่มสาวคนอื่น ๆ อยู่ให้ห่าง ฉันไม่เคยรู้สึกปลอดภัยเลยที่จะกลับไปที่เกาะเต่า ฉันไม่ได้จะบอกว่าอย่าไปประเทศไทย เพราะเป็นหนึ่งในประเทศที่ฉันชอบ แต่มันเป็นสถานที่ที่สวยงามที่มีด้านมืดที่เรามองไม่เห็น   เดอะซัน ระบุว่า เกาะเต่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแบบสะพายเป้ชาวอังกฤษที่กลายมามีชื่อเสียงในทางลบในปี 2557 เมื่อเกิดกรณีน.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ วัย 23 ปี และนายเดวิด มิลเลอร์ เพื่อนชายวัย 24 ปี ถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหดที่ชายหาดเกาะเต่า ก่อนจะตามมาด้วยกรณีการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวสะพายเป้อีกหลายรายที่ไม่สามารถอธิบายได้ จนเกาะเต่ากลายเป็นที่รู้จักในฐานะเกาะแห่งความตาย   เดอะซันรายงานว่า นักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษเชื่อว่ามีการใส่ยาลงในโค้กผสมเหล้ารัมของเธอ ขณะเข้าไปเที่ยวที่บาร์แห่งหนึ่งบนหาดดังกล่าว ซึ่งทำให้เธอรู้สึกอ่อนเพลียและออกจากบาร์นั้นไป และเธอไม่สามารถจำอะไรได้อีกเลย ส่วนเพื่อนชายที่ดื่มเครื่องดื่มนั้นด้วยในเวลาเดียวกันก็มีอาการง่วงนอนก่อนจะหมดสติไป สิ่งที่ตนเองจำได้เมื่อตื่นขึ้นมา ก็เห็นว่ากางเกงขาสั้นและกางเกงในหลุดออกจากตัวไป และเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนมองอยู่แล้วก็เอาโทรศัพท์ เงินและบัตรเครดิตของเธอไป   นักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ เล่าต่อว่า เธอนั่งเรือมายังเกาะพะงันและเข้าแจ้งความกับตำรวจว่าถูกข่มขืน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธที่จะรับแจ้งความ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นที่เกาะอื่น ขณะที่ไม่มีการตรวจพิสูจน์หลักฐานแม้ว่าเธอจะมีเสื้อยืดที่เปื้อนอสุจิก็ตาม   เดอะซันระบุว่า กรณีนี้เป็นเรื่องราวขึ้นเมื่อแม่ของนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษรายนี้ออกมาพูดเพราะว่าลูกสาวรู้สึกหวาดกลัวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการอะไร ก่อนที่จะเพิ่งมาสอบสวนเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และยังกล่าวหาว่าเธอแต่งเรื่องข่มขืนขึ้นมาเพื่อกลบเรื่องว่าเธอมีเซ็กส์กับเพื่อนชาวอังกฤษที่ไม่ได้เป็นแฟนของเธอ ซึ่งเธอปฏิเสธว่าไม่จริง                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/pqVqjCdFh84

 6,916
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ย. 61

ยังไม่ฟันธงแหม่มเกาะเต่าโกหก? ประสาน fbi ล่าตัวแอดมินเพจ csi la แม่คนแชร์โอด ลูกเล่นโซเชียลปกติแต่โดนจับ

ความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ ระบุถูกข่มขืนและชิงทรัพย์ขณะมาเที่ยวเกาะเต่าเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ ตร.เร่งหาข้อมูลตามคำกล่าวอ้าง แต่ก็ยังไม่พบหลักฐาน   ล่าสุดเรื่องนี้มีความชัดเจน โดยพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่กาะเต่าอีกครั้ง พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า เรื่องนี้แยกเป็นสองคดี คือการสืบสวนติดตามความจริงเรื่องแหม่มถูกข่มขืน และ บุคคลที่แชร์ข่าวที่เป็นเท็จ   โดยการแชร์ข่าวจากเพจ CSI LA และสมุยไทม์ ซึ่งข้อมูลข่าวการข่มขืนนั้นยังไม่มีมูลความจริงที่ชัดเจน แต่เพจนี้นำเสนอข่าวที่บิดเบือนแชร์ออกไป รวมทั้งแชร์ภาพ ผู้ต้องหาชาวพม่าในคดีอื่น แล้วมาอ้างว่าเป็นคดีนี้ ทำให้เกิดความสับสน โดยคนที่แชร์แล้วช้ถูกดำเนินคดีเบื้องต้น 12 คน  ประกอบด้วย   นายศัตธัญชัย วจีปะสิทธิ์ / นายเขตโสภณ จรุงกลิ่น / นายณัฐวุฒิ วารีศรี / นายสุทธิรัตน์ แดงสกุล / นายภูมิชาญ สกุลโชติพาณิชย์ / นายวรสิทธิ์ มยุโรวาส / นายมานพ พันธ์สุขเลิศ / นายกริชนิพัสตร์ รันสูงเนิน / นายภัทรพล ศิวเทวินทรา / นายสุรวุฒิ สร้อยมุกด์ / นายชนกันต์ สุกาพัฒน์ / นายวรพรต ไชยยานะ   โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐานความผิดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ   ซึ่งคดีแชร์ข้อมูลนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเสร็จสิ้นแล้วและให้ประกันในชั้นพนักงานสอบสวนในวงเงินประกัน 6 หมื่นบาทต่อคน ซึ่งคดีนี้ มีผู้ที่ถูกออกหมายจับ 13 คน จับกุมได้ทั้งหมด 12 คน หลือเพียงนายประมุข อนันตศิลป์ แอดมินเพจ CSI LA ที่ไม่เข้ามอบตัว   ซึ่งทางไทยจะประสานเอฟบีไอล่าแอดมิน CSI LA พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ยืนยันไม่ใช่การแก้แค้นเอาคืนที่เพจนี้เคยแฉนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ   ขณะที่ทางแอดมินเพจ CSI LA โต้กลับพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ว่าไม่รู้กฏหมายประเทศอื่น หลอกได้แค่คนที่ไม่รู้เรื่องกฎหมาย เตรียมไลฟ์สดจากสำนักงานใหญ่ FBI นครลอสเเอนเจิลลิสด้วย   ส่วนเรื่องการติดตามคดีการข่มขืนนั้น ขณะนี้ ตร.ได้ประสานตร.อังกฤษ ไปสอบปากคำ แหม่มสาวผู้เสียหายแล้ว รวมทั้งตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งหากเสร็จสิ้นจะรายงานมาที่ตร.ไทย และหากมีมูล ตร.ไทยก็จะเดินทางไปสอบปากคำแหม่มผู้เสียหายที่ประเทศอังกฤษ   แต่หากไม่มีมูลก็ต้องพิจารณาเรื่องการดำเนินคดีกลับ แต่ตอนนี้ ตร.ไทยที่ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ยังไม่พบหลักฐานหรือข้อมูลตามที่แหม่มสาวระบุ จึงต้องหยุดการตรวจสอบไปก่อน แต่ก็ยังไม่สรุปว่าแหม่มโกหกจริงหรือไม่   ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องนี้กับนางพรทิพย์ แม่ของหนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดี กล่าวว่า ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะลูกชายตนไม่เคยทำผิดไม่รู้เรื่อง แต่ตร.ออกหมายจับทันที ไม่มีหมาย   เรียกเหมือนคดีอื่น ซึ่งพอที่บ้านเห็นหมายจับก็พาลูกเข้าพบตร. และถูกนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เกาะเต่าในสภาพใส่กุญแจมือ ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมและกระทำรุนแรงเกินเหตุ ข่าวที่แชร์นั้นลูกชายก็ไม่รู้ว่าข่าวนี้เท็จจริงยังไง ก็กดแชร์ไป ตามประสาคนเล่นโซเชียล แต่ต้องมาถูกดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oqyI9L8iLFw

 1,795
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 61

'บิ๊กโจ๊ก' ระบุ ตร.สากลไม่มีอำนาจสอบสวน คดีแหม่มชาวอังกฤษอ้างถูกข่มขืนเกาะเต่า ยันทำงานตามข้อมูลเท็จจริง

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ระบุ ตำรวจสากลไม่มีอำนาจการสอบสวนคดีสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี ที่อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะเต่า ตามที่เพจ CSI LA กล่าวอ้าง ยืนยันตำรวจทำงานตามข้อมูลเท็จจริง   พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดเกาะสมุยได้ออกหมายจับนายประมุข อนันตศิลป์ แอดมินเพจCSI LA พร้อมพวกอีก 12 ราย ที่มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี ที่อ้างว่าตนเองถูกข่มขืนและตำรวจไม่สนใจรับแจ้งความ เหตุเกิดบนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า สำหรับการออกหมายจับครั้งนี้ไม่ได้ออกหมายจับเพราะทางเพจCSILA มีการแสดงความคิดเห็นหรือวิเคราะห์ข้อมูล แต่การออกหมายจับครั้งนี้ เนื่องจากทางเพจCSI LA ได้มีการลงข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและส่งผลให้ประเทศไทยได้รับความเสียหายกระทบต่อการท่องเท่ียวเช่นเดียวกับเพจเกาะสมุยไทม์    ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ยุติการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวเพราะตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้มีการข่มขืนจริงตามที่กล่าวอ้าง ประกอบกับการตรวจสอบพยานแวดล้อม ในวันเวลาที่เกิดเหตุนั้น โดยในคืนวันเกิดเหตุเป็นวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ห้วงเวลาดังกล่าวระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมาถึงฝั่ง ไม่มีใครสามารถนั่งดื่มบริเวณชายหาดได้ หากผู้เสียหายอ้างว่ามีการอุ้มไปที่โขดหินจริง ก็ต้องอุ้มเดินลุยลงไปในน้ำถือว่าผิดปกติมาก นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณริมชายหาด จึงสรุปได้ว่าไม่มีการวางยาและการข่มขืนเกิดขึ้น และพร้อมเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายที่อังกฤษ เพราะต้องทำความจริงให้ปรากฎเพื่อปกป้องชื่อเสียงประเทศ ส่วนการที่เพจ CSI LA ได้โพสต์ขอความ ล่าสุด ระบุว่า ตำรวจสากล หรือ Interpol รับฟ้องและดำเนินการคดีข่มขืนสาวอังกฤษวัย 19 ปีแล้ว หลังจากได้รับคำให้การจากปากผู้เสียหาย และเชื่อว่าเหตุการณ์ข่มขืนเกิดขึ้นจริง ตอนนี้สำนวนและทีเชิ้ตซึ่งเป็นวัตถุพยาน อยู่ในการครอบครองของ Interpol แล้ว พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตำรวจสากลไม่ได้มีอำนาจในการสอบสวนเป็นเพียงความร่วมมือระหว่างประเทศเท่านั้น    นอกจากนี้ทางเจ้าหน้ากงสุลอังกฤษก็ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถึงไม่ประสานมายังสถานฑูตอังกฤษแต่กลับไปให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นที่ประเทศอังกฤษแทน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษได้ทำการสอบปากคำ พร้อมนำเสื้อผ้าที่ผู้เสียหายสวมใส่ในวันเกิดเหตุไปตรวจสอบหาคราบอสุจิก่อนจะส่งมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย โดยขณะนี้สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วทั้งสิ้น 11 ราย เหลือแอดมินเพจ CSILA อีก 1 ราย ที่ยังอยู่ในต่างประเทศ โดยในวันที่ 6 กันยายนนี้ ตนจะเดินทางไปยัง สภ.เกาะเต่า เพื่อทำการสอบปากคำผู้ต้องหาและแถลงข่าวเพื่อความชัดเจนต่อไป

 2,045
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 61

รวบแล้ว! 9 ผู้ต้องหาแชร์ข้อความแหม่มอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่า

รวบแล้ว! 9 ผู้ต้องหาแชร์ข้อความแหม่มอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่า    วานนี้ (4 ก.ย. 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 4 ร่วมกันติดตามจับกุมผู้ต้องหา 9 ราย ที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้อนุมัติหมายจับแอดมินและลูกเพจที่แชร์ข้อความ นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษวัย 19 ปี ถูกข่มขืนบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี หลังเป็นผู้แชร์ข้อความทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสีย     โดยคดีนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี คือ นายประมุข อนันตศิลป์ ชาว จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นแอดมินเพจ CSI LA ซึ่งอยู่ต่างประเทศ   

 1,326
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 61

สรุปปิดคดีมอบยาข่มขืนแหม่มอังกฤษบนเกาะเต่า ศาลอนุมัติหมายจับแอดมินเพจดัง ฐานโพสต์ข้อความเป็นเท็จ

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เผยคดีมอบยาข่มขืนแหม่มสาวอังกฤษ บนเกาะเต่า ให้สัมภาษณ์ กับผู้สื่อข่าวในเช้าวันนี้ ว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานแวดล้อม ไปกว่า 100 ปาก ทำให้สามารถสรุป สำนวนคดี และปิดคดีนี้ได้แล้วในวันนี้ และจะนำสำนวนการสอบปากคำพยานทั้งหมดมอบให้ผู้บังคับบัญชาต่อไป ส่วนแหม่มสาวจะอ้างอย่างไร เป็นอีกเรื่องที่ทางแหม่มสาวพึงจะทำได้    เมื่อเช้าที่ผ่านมา วันที่ 31 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานอเนกประสงค์ท่าเทียบเรือบ้านเกาะเต่า ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน ซึ่งเป็นที่จอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเดินทางไปรายงานความคืบหน้าของคดีให้กับทางผู้บังคับบัญชาทราบ ในคดีแหม่มสาว วัย 19 ปีชาวอังกฤษ ที่อ้างว่าเดินทางมาท่องเที่ยว บนเกาะเต่า และถูกชายเอเชียมอบยาและข่มขืน บนชายหาดทรายรี ตำบลเกาะเต่า เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา    ทั้งนี้ พล.ต.ต.พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้สัมภาษณ์ กับผู้สื่อข่าวว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำพยานตัวบุคคล บนเกาะเต่า ที่พบเห็นแหม่มดังกล่าว โดยสามารถสอบปากคำพยานไปหมดแล้ว กว่า 100 ปาก และเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และตรวจสอบกล้อง CCTV จำนวน 48 จุด ที่สามารถยืนยันได้ว่า ไม่มีบ่งชี้ว่าแหม่มดังกล่าว จะถูกมอบยาหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่อย่างได       พร้อมกันนี้มีการ ประชุมพนักงานสอบสวน และตำรวจสืบสวนชุดคลี่คลายคดี มาประชุมร่วมกัน เพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนเพื่อรายงานให้ พล.ต.ท.สรศักด์ เย็นเปรม ผู้บัฐชาการตำรวจภูธรภาค 8 พิจารณาต่อไป    โดยส่วนใหญ่จะเป็นสำนวนเรื่องประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวสาวรายนี้ ที่พบเห็นทุกคน โดยเฉพาะคนที่กล่าวอ้างถึงนักท่องเที่ยวสาวอังกฤษรายนี้ รวมทั้งเพื่อนๆกลุ่มของนักท่องเที่ยวสาวรายนี้ ที่พบเห็นในลักษณะอย่างไร และผู้ใดที่อยู่ใกล้ชิด ซึ่งการสอบปากคำจะนำไปสู่ ให้ทางตำรวจได้มีพยานหลักฐาน เพื่อชี้ชัดว่า มีเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร     ซึ่งในตอนนี้ ทาง พล.ต.ต.พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังกล่าวต่ออีกว่า จนถึงในขณะนี้ ขอยืนยันว่า ในวันนี้มีคงามเห็นแล้วว่า สำนวนต่างๆข้อมูลต่างที่ทางเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลได้มา รวมถึงการสอบสวนทุกประเด็นยืนยันว่า คดีนี้ปิดได้แล้วและจบลงแล้ว นอกเสียจากว่าทางแหม่มสาวที่กล่าวอ้าง มาเสนอว่ามีความเชื่อถือได้แค่ไหน แต่ในส่วนของตำรวจขอยืนยันว่าได้ทำครบถ้วนแล้ว ทั้งพยานตัวบุคคล พยานวัตถุ และทางนิติวิทยาศาสตร์ จนครบทุกประเภทแล้ว และมีความมั่นใจว่า สามารถปิดคดีและยืนยันได้ และไม่พบข้อบ่งชี้ว่ามีเหตุเกิดขึ้นกับแหม่มแต่อย่างใด ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ที่ทางตำรวจสรุปได้และสรุปสำนวนคดีจนแล้วเสร็จ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี    ล่าสุด ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้อนุมัติหมายจับเจ้าของเพจ samuitimes โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'บิ๊กโจ๊ก' งัดหลักฐานแจงกงสุลอังกฤษ ยันไม่มีเหตุข่มขืมแหม่มสาวเกาะเต่า จ่อจับ 2 เพจโพสต์เสื่อมเสีย  

 5,702
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 61

'บิ๊กโจ๊ก' งัดหลักฐานแจงกงสุลอังกฤษ ยันไม่มีเหตุข่มขืมแหม่มสาวเกาะเต่า จ่อจับ 2 เพจโพสต์เสื่อมเสีย

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าพบกุงสุลใหญ่ประเทศอังกฤษ ประจำประเทศไทย และส่งมอบภาพถ่ายในคืนวันเกิดเหตุ ริมทะเลของร้านอาหาร (ฟิชโบน) ที่นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษอ้างว่านั่งอยู่ บนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี   โดยอธิบายว่า คืนดังกล่าว ตรงกับขึ้น 14 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวง และมีน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของสาวชาวอังกฤษ ที่ว่าคืนวันเกิดเหตุไปนั่งดื่มบริเวณริมชายหาด ก่อนที่จะถูกมอม และพาไปข่มขืนบริเวณโขดหินห่างจากร้านประมาณ 300 เมตร   แต่จากการตรวจสอบพบว่า การเดินไปยังจุดเกิดเหตุจะต้อง เดินลุยน้ำทะเลไป ซึ่งจะเป็นจุดสนใจ เพราะคืนดังกล่าวมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และมีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัยบริเวณริมชายหาด จึงไม่สามารถที่จะเล็ดรอดสายตาของเจ้าหน้าที่ไปตาม เพราะจะผิดสังเกตและมีพิรุธ   ในเบื้องต้นจากพยานหลักฐานที่ตรวจสอบ จึงทำให้สามารถสรุปได้ว่า ไม่มีการวางยาและการข่มขืนเกิดขึ้น นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวยังได้ นำหลักฐานหนังสือการรายงานผลตรวจสอบทั้งวัตถุพยาน นิติวิทยาศาสตร์ จากการลงพื้นที่ตามเวลาเสมือนที่เกิดเหตุ มามอบให้ด้วย   โดยหลังจากนี้ ทางสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย จะประสานไปยังผู้เสียหาย เพื่อให้ส่งมอบหลักฐานต่างๆ ที่อ้างว่าถูกข่มขืนมาให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ เช่น เสื้อผ้าที่มีคราบอสุจิติดอยู่ รวมถึงคำให้การของหญิงสาวชาวอังกฤษที่ให้ไว้กับตำรวจอังกฤษมาตรวจสอบเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาเร็วที่สุดภายในหนึ่งเดือน   ส่วนกรณีที่ระบุว่าแม่ของผู้เสียหายจะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ทางพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ระบุว่า แม่ของผู้เสียหายนั้นไม่ใช่พยานบุคคลที่สำคัญ จึงไม่มีผลต่อรูปคดี และหลังจากนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งตั้งคณะทำงานเพื่อเดินทางไปสอบปากคำหญิงสาวชาวอังกฤษหรือประเทศอังกฤษ   ทั้งนี้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับเจ้าของเพจที่โพสต์ข้อความ จากเหตุการณ์ดังกล่าวจนสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย คือ เพจสมุยไทม์ และ CSI LA ซึ่งขณะนี้สามารถพิสูจน์ตัวตนของเจ้าของเพจได้แล้ว เช่นเดียวกันว่า หากมีการตรวจสอบพบว่าหญิงสาวชาวอังกฤษมีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ ก็จะดำเนินการตามข้อกฎหมายของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และกฎหมายอาญาของประเทศไทย   ก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความเท็จของชาวต่างชาติทำให้เกิดความเสื่อมเสียทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวม 4 คดี ในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ เกาะสมุย และเกาะเต่า 2 คดี ซึ่งทางตำรวจได้ดำเนินการแจ้งความ พร้อมกับขึ้นแบล็คลิสต์ถาวร   ขณะที่จากการพูดคุยในครั้งนี้ทางกงสุลใหญ่ประเทศอังกฤษประจำประเทศไทย ได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในการหาข้อเท็จจริงดังกล่าว แม้ว่าสาวชาวอังกฤษจะไม่มีการแจ้งข้อหาข่มขืน แต่การทำงานของตำรวจไทย ก็สามารถหาพยานหลักฐานมาหักล้าง และทำงานอย่างเต็มที่   ส่วนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยในสายตานักท่องเที่ยวอังกฤษขณะนี้ ยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะจากการตรวจสอบโรงแรมที่พักยังถูกจองเต็มจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่หลังจากนี้ทางตำรวจ จะต้องหารือถึงมาตรการในการป้องกัน และเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UW0vU3NhJMU

 2,210
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 61

ผบ.ตร.พร้อมรับแจ้งความจากครอบครัว นทท.สาวชาวอังกฤษ เผย สอบพยานแล้ว 20 ปาก

ผบ.ตร.พร้อมรับแจ้งความจากครอบครัว นทท.สาวชาวอังกฤษ เผย สอบพยานแล้ว 20 ปาก   วันนี้ (30 ส.ค. 2561) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ อ้างว่า ถูกข่มขืนระหว่างมาท่องเที่ยว ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำชับประเด็นใดเป็นพิเศษ เพียงย้ำว่า ให้ทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งขณะนี้ ตำรวจสอบพยานไปประมาณ 20 ปาก ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามารดาผู้เสียหาย จะเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีที่ลูกสาวถูกข่มขืนในประเทศไทยนั้น ก็สามารถทำได้ เพราะยังอยู่ในระยะเวลาที่สามารถแจ้งความได้ และยังอยู่ในระยะเวลาที่สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน    โดยวันนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้เข้าประสานกับทางสถานทูตอังกฤษ เพื่อประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดแล้ว   ส่วนที่มีข้อสังเกตว่า อาจมีการสร้างข่าวเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หากตรวจสอบข้อเท็จจริงชัดเจนจนพบว่า มีการสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยจริง ก็ต้องดำเนินการ  

 1,295
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 61

เผย 5 พิรุธคดี นทท.สาวเกาะเต่า แม่แหม่มเตรียมมาไทย แต่ไม่ให้ลูกสาวมาด้วย

สุราษฎร์ธานี-คืบหน้าคดีแหม่มสาว อายุ 19 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ ที่อ้างว่ามาเที่ยวที่เกาะเต่า เมื่อเดือน มิ.ย.61 ระหว่างที่ไปดื่มเหล้า แล้วเดินทางผ่านเส้นทางบริเวณ ชายหาดทรายรี หมู่ 3 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน ได้ถูกชายแปลกหน้าชาวเอเชียมอมยาและข่มขืนที่หาดทรายรี ช่วงกลางดึกของคืนที่ 25 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา   จากนั้นแหม่มคนดังกล่าว ได้เดินทางเข้าแจ้งความ ในเรื่อง ทรัพย์สินสูญหาย ที่ สภ.เกาะพะงัน คนละท้องที่กับที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้แจ้งความเรื่องถูกข่มขืนแต่อย่างใด   ทั้งนี้ชุดสือบสวนมีการตั้งข้อพิรุธ ในคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษถูกข่มขืนไว้ 5 ข้อ ได้แก่   1.ขณะเกิดเหตุนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน เนื่องจากจุดเกิดเหตุที่แหม่มสาวผู้เสียหายอ้าง ในจุดดังกล่าวเป็นจุดแหลม ลานหน้า จปร.รัชกาลที่ 5 จุดดังกล่าวจากการตรวจสอบพบว่า มีแสงไฟสว่างมาก มีกล้อง CCTV และมีคนเดินผ่าน จึงเป็นไปได้ยากที่จะเกิดเหตุบริเณดังกล่าว   2.ใกล้จุดเกิดเหตุ มีชุดสายตรวจเกาะเต่า ซึ่งจุดนี้ จากการตรวจสอบ พบว่า เป็นจุดเดียวกันที่แหลมลาน จปร.รัชการที่ 5 มีตู้แดง ของตำรวจสายตรวจ สภ.เกาะเต่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจ และยังอยู่ใกล้ชุมชน ซึ่งทางตำรวจเดินเท้าจำลองเหตุการณ์แล้ว จุดแห่งนี้ไม่จะเหมาะกับการก่อเหตุ   3.ไม่แจ้งความในวันเกิดเหตุ ทางตำรวจได้สอบปากคำ น.ส.ภัทรา แจ้มตระกูล เจ้าของไฮฟ์โฮสเทล ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดย เปิดเผยกับตำรวจว่า ได้เตือนนแหม่มสาวแล้วให้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.เกาะเต่า แต่แหม่มสาวกลับไม่สนใจ และยังเดินทางไปท่องเที่ยวต่อในงานฟูลมูนปาร์ตี้ เมื่อคืนวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนเดินทางกลับประเทศ   4.หลังเกิดเหตุไปเที่ยวต่อ โดยในประเด็นนี้ พบว่าหลังจากเกิดเหตุ แหม่มสาวรายนี้ พร้อมเพื่อนชายอีก 2 คน ได้เดินทางไปเที่ยวต่อในงานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่เกาะพะงัน ในคืนวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา จากนั้นแหม่มสาวได้เข้าแจ้งความ ทรัพย์สินสูญหาย ที่ สภ.เกาะพะงัน ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว ทางตำรวจ สภ.เกาะพะงัน มีหลักฐานในการแจ้งความทรัพสินสูญหายเป็นเอกสารรับแจ้งความ   5 ประเด็นแจ้งของหาย ทางตำรวจได้สอบปากคำและตรวจสอบหลักฐานเอกสารการแจ้งทรัพย์สินสูญหาย ที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ที่ สภ.เกาะพะงัน พบว่าไม่มีการแจ้งในเรื่องแหม่มสาวถูกล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด   ด้านเว็บไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ ของอังกฤษ รายงานว่า มารดาของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมเดินทางมาที่ประเทศไทยด้วยตนเอง แต่จะไม่ให้ลูกสาวมาด้วยเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยแม่จะมาติดตามคดี เพราะเห็นว่ามีระยะเวลาการดำเนินคดีที่จำกัด 3 เดือนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้เท่านั้น โดยประสานกระทรวงการต่างประเทศ อังกฤษ เพื่อดูแล ซึ่งได้รับคำตอบแล้วว่าจะดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้ในช่วงที่เดินทางมาติดตามคดีที่ประเทศไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qGdtkEhxrXI

 2,541
การเมือง
29 ส.ค. 61

'ประวิตร' ไม่ฟันธงคดี ข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ชี้อาจเป็นเรื่องโอละพ่อ

 ประวิตร ไม่ฟันธงคดี ข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ชี้อาจเป็นเรื่องโอละพ่อ เผยไล่ออก 3 ตำรวจสตูลแล้ว หลังล่วงล้ำน่านน้ำมาเลเซีย   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีทางการมาเลเซีย จับกุมตำรวจนอกเครื่องแบบ จ.สตูล 3 นาย ที่เข้าไปจับกุมเรือประมงมาเลเซีย ว่า ขณะนี้ทางมาเลเซียได้ลงนามปล่อยตัวแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการคาดว่าจะส่งตัวกลับภายในวันนี้ หรือ พรุ่งนี้ เบื้องต้นได้ให้ตำรวจทั้ง 3 นายออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากพบว่าได้ล่วงล้ำน่านน้ำประเทศมาเลเซียจริง ซึ่งถือว่ามีความผิดจะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบว่าตำรวจทั้ง 3 นายมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน เนื่องจากทางการมาเลเซียได้แจ้งข้อหาโจรสลัดแก่ตำรวจทั้ง 3 นาย ซึ่งพบว่ามีการแต่งกายนอกเครื่องแบบ พกพาอาวุธเข้าไปจับกุมเรือประมงมาเลเซียทางที่เป็นเพียงตำรวจธรจังหวัดสตูล     ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ อ้างว่าถูกมอมยา และถูกข่มขืนบนเกาะเต่า โดยตำรวจไม่รับแจ้งความ ว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานจากพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่ลงพื้นที่เกาะเต่าเนื่องจากอยู่ในระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าจะเป็นเรื่องโอละพ่อหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่ามีการข่มขืน และหากพบว่ามีการแต่งเรื่องหรือสร้างเรื่องขึ้น ก็มีกระบวนการในการดำเนินการด้านต่างประเทศ    พลเอกประวิตร กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงได้ดูแลความปลอดภัยบนแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่บนเกาะเต่ามีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้ส่งตำรวจลงพื้นที่เป็นจำนวนมากในการดูแลพื้นที่ เพราะเคยเกิดเหตุอาชญากรรมหลายครั้ง แล้วซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ระมัดระวังมาโดยตลอดแต่เรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จอย่างไร   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,389

Top