ค้นหา :

ผลการค้นหา "ซ่อมพลทหาร"

สังคม-อาชญากรรม
26 ส.ค. 61

'พลทหารคชา' อาการทรุด ญาติวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย เชื่อ 3 รุ่นพี่พยายามฆ่า

ภรรยา "พลทหารคชา" คาใจรุ่นพี่ทำร้ายสามี หลังเจ้าตัวเข้าพบตำรวจอ้างเตะแค่ 2 ที วอนผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจง ขณะที่น้าระบุ พลทหารเข้มไม่เคยเกเรหาเรื่องใคร สงสัยปมก่อเหตุอาจมาจากการเขม่นที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ช่วยครูฝึก      จากกรณี นายคมฉัน พะชะ พ่อของพลทหารคชา พะชะ พลทหารที่ีถูกรุ่นพี่จำนวน 3 คนรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องคนป่วยวิกฤตของโรงพยาบาลนั้น     ล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ทางครอบครัวได้เดินทางมาที่ศาลเจ้าพ่อพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ จ.ลพบุรี เพื่อมาสวดขอพรพ่อพระกาฬให้ช่วยคุ้มครองลูกชาย พร้อมรอปาฏิหาริย์ ให้เกิด และให้ลูกชายได้หายเป็นปกติอีกครั้ง       ขณะที่เฟซบุ๊ก “บอย กรุงเก่า” ซึ่งเป็นพี่ชายของพลทหารคชา ได้โพสต์ภาพและข้อความ โดยระบุว่า "ขอพรสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช เพื่อให้เข้ม ฟื้นขึ้นมาหาพ่อแม่ พี่น้อง นะครับ ขอทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ" ซึ่งเป็นภาพครอบครัวได้เดินทางไปกราบไหว้ขอพระ ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนเทพสตรี เมืองลพบุรี     ด้าน ภรรยาของพลทหารเข้ม เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า แท้จริงแล้วครอบครัวต้องการเอาผิดข้อหาพยายามฆ่าแต่หลักฐานยังไม่ถึง จึงได้เข้าแจ้งความกบัทหารรุ่นพี่แค่ข้อหาทำร้ายร่างกายให้บาดเจ็บสาหัส ซึ่งจาการสอบถามทหารรุ่นพี่ทั้ง 3 คน ว่าทำร้ายร่างกายสามีตนทำไม เขาก็ก้มหน้า ไม่ตอบ พอถามว่า ทำวิธีใด ก็ตอบว่า เตะสองครั้ง โดยคนแรก เตะก่อน 1 ครั้ง สามีตนก็ชัก แล้วคนที่  2 ก็เตะซ้ำอีก จนสลบหมดสติไป ส่วนอีกคนไม่ได้เตะแต่ทำหน้าที่เดินไปตามจากเรือนนอนให้มาพบ   โดยเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ทั้งสามคนก็ก้มกราบขอโทษ ซึ่งภาพที่เห็นก้มกราบครั้งที่แล้วคือตำรวจสั่งให้เขากราบขอโทษ แต่ครั้งนี้เขาขอโทษเอง  ตอนนี้ทางครอบครัวเราไม่ต้องการคำขอโทษแล้ว แต่อยากรู้ไปทำร้ายอย่างไรและทำไมต้องทำ เขาก็ยังไม่ยอมพูด จากครั้งแรกบอกเป็นการลงโทษ มาวันนี้บอกเป็นเรื่องส่วนตัว และทำร้ายด้วยการเตะสองครั้ง มันคืออะไร   ผลกระทบที่เขาทั้งสามคนทำมันกระทบครอบครัว ตนก็กำลังท้องลูกคนที่สอง ลูกคนโตก็กำลังจะเข้าโรงเรียน ใครจะมารับผิดชอบ สามคนทำร้ายสามีปางตายขนาดนี้ก็รับโทษติดคุกยังมีวันออก แต่เขาและครอบครัวจะขอสามีกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม   ส่วนอาการของพลทหารเข้ม ยังคงทรงตัว อาการปอดติดเชื้อแพทย์ได้ให้ยารักษาแล้ว และต้องเฝ้าติดตามอาการใกช้ชิด โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแพทย์แจ้งเรื่องการฟอกไต เพื่อระบายเลือดและของเสียที่คั่งตามอวัยวะต่างๆ โดยผลการการรักษาเป็นไปด้วยดี ขับของเสียที่คั่งออกมาได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังต่อไปคืออาการแทรกซ้อนต่างๆและทีมแพทย์ไม่สามารถประเมินได้ว่า อาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่   ซึ่งตลอดการรักษานี้ ภรรยาของพลทหารเข้มเล่าว่า เวลาเข้าไปเยี่ยมก็จะจับมือและบอกสามีว่าตื่นได้แล้ว ลูกรออยู่ แต่สามีก็ไม่ตอบโต้  และตอนนี้ลูกสาวคนโตก็เริ่มถามว่าป๊าไปไหน ป๊าอยู่ไหน มันเป็นคำถามที่ปวดหัวใจมาก ครอบครัวเราทุกคนสภาพจิตใจย่ำแย่ หวังรอปาฏิหารย์ หวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความดีที่สามีตนทำมา จะช่วยคุ้มครองและช่วยให้สามีอาการดีขึ้น   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับน้าและคุณยายของพลทหารเข้มที่เดินทางมาจากจ.ศรีษะเกษ เล่าว่าตอนนี้ทุกคนคาใจว่าการเตะแค่ 2 ครั้งจะทำให้ตายได้หรือไม่ และไม่เชื่อว่าจะทำแค่นี้ เพราะจาการสอบถามเพื่อนทหารเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงที่หัวหน้าสั่งให้ทำสรุปบัญชีรายรับรายจ่ายของแต่ละคน ใครทำเสร็จแล้วก็ให้ไปนอน ตอนนั้นเข้มทำเสร็จเร็วก็ขึ้นไปนอนก่อน จากนั้นไม่นานก็มีรุ่นพี่มาเรียกที่เตียงนอนให้ลงไปพบที่ห้องโถงข้างล่าง ตอนแรกเข้มไม่ยอมลงไป รุ่นพี่คนเดิมก็มาตามอีก ครั้งนี้เข้มยอมลงไปก็ถูกทำร้ายร่างกาย ตอนที่ทำร้ายนั้นไม่มีใครกล้าลงมาช่วยเพราะเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ ไม่มีใครกล้า จากนั้นก็ได้ยินเสียงว่าเอามันไปทิ้งป่า ตอนนี้เองก็มีคนตะโกนให้ไปเรียกสิบเวรมาและเพื่อนของเข้มก็เข้าไปปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่รู้ตัวแล้ว   ซึ่งเหตุการณ์ตอนนี้ ทางครอบครัวไม่เคยได้รับคำตอบหรือคำอธิบายใดๆ จากทางหัวหน้า หรือคนที่ทำร้ายพลทหารเข้ม และจากนี้ไปก็ไม่รู้ว่าจะมีเพื่อนทหารคนไหนกล้าเป็นพยานให้ ขนาดตอนเกิดเหตุยังไม่มีใครกล้าช่วย    ส่วนสาเหตุการทำร้ายร่างกายนั้น น้าและคุณยาย ยืนยันว่าเข้มเป็นคนเงียบๆไม่เกเรหาเรื่องใคร จึงเชื่อว่าไม่น่าจะไปมีเรื่องกับใคร ซึ่งคาดว่า รุ่นพี่อาจไม่พอใจ ที่พลทหารเข้มได้รับเลือกให้เป็นผู้ช่วยครูฝึกรุ่นน้อง หรืออาจจะเป็นประเด็นเรื่องความหน้าตาดี และแต่งตัวดี อาจจะหมั่นไส้หรือไม่  ซึ่งครอบครัวก็รอคำตอบเรื่องนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องมา ก็ไม่มีใครมาชี้แจงเรื่องนี้ และที่สำคัญจุดเกิดเหตุ มีกล้องวงจรปิดหรือไม่ ก็ไม่มีใครให้คำตอบ ทุกอย่างปิดเงียบสนิท ทางญาติต้องออกมาดิ้นรนหาเอง และหากเข้มเป็นอะไรไป ทางครอบครัวก็จะขอสู้ให้ถึงที่สุด คนที่ทำต้องรับผิดชอบ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องการกระทำของบุคคล ไม่เกี่ยวกับองค์กร    ส่วนเรื่องการดำเนินคดี พนักงานสอบสวนจะเรียกผู้เกี่ยวข้องและหัวหน้ามาสอบปากคำและจะมีการเข้าไปตรวจสอบหาหลักฐานในจุดเกิดเหตุ มาประกอบสำนวนคดี ส่วนข้อหาตอนนี้มีเพียงข้อหาเดียวคือทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส    ด้าน พ.ท.มลชัย ยิ้มอยู่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ระบุว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยัง มทบ.13 เพื่อขอฝากขังทั้ง 3 พลทหารรุ่นพี่โดยคัดค้านการประกันตัว ยืนยันทางกองพันจะทำทุกอย่างแบบโปร่งใสและไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Ztc44FTqDZQ

 4,906
สังคม-อาชญากรรม
25 ส.ค. 61

ญาติ 'พลทหารคชา' ร่ำไห้เรียกขวัญกลางโรงนอนหลังลูกยังนอนโคม่า คาใจไม่พบรอยฟกช้ำ

จากกรณี พลทหารคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี เข้าโรงพยาบาล ด้วยอาการหัวใจหยุดเต้น แต่ไม่แจ้งว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จนต่อมาญาติได้ทราบว่า มีการซ่อมพลทหารคชา โดยรุ่นพี่ 3 คน ได้ยอมรับว่าซ่อมจริง และเข้ามอบตัว ส่วนอาการของพลทหารคชา ยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง ซึ่งญาติได้โพสต์ข้อความว่า “ตอนนี้เข้ม สมองไม่ทำงานนะครับ ขอคุณพระคุ้มครอง คนดี ให้ปลอดภัย”   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) ครอบครัวของพลทหารได้เดินทางไปยังค่ายทหารเพื่อเรียกขวัญ โดยมีเจ้าหน้าที่ได้พาเข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ซ่อมรุ่นน้อง ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณโรงนอนชั้นล่าง กลางเรือนนอน โดยแม่ของพลทหารได้ร้องไห้ ตะโกนเรียกลูกอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับพูดว่า “กลับไปหาลูกหาเมีย หาพ่อหาแม่นะลูก” สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง   ขณะที่ พล.ต.ชัชวาล บูรณรัช ผอ.รพ.อานันทมหิดล เปิดเผยอาการของพลทหารคชา ว่า เริ่มต้นจากเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 21 ส.ค. พลทหารคชา มีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัวเมื่อตรวจร่างกายพบว่าผู้ป่วยไม่มีชีพจรไม่หายใจ จึงได้ทำการ CPR จำนวน 2 ครั้ง ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45 นาที เริ่มกลับมีชีพจรอีกครั้งแต่ยังไม่รู้สึกตัวจึงใส่ท่อช่วยหายใจและส่งเข้ารับการรักษาที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติของโรงพยาบาล ผลการตรวจภาพรังสีทางสมอง ไม่พบภาวะเลือดออกในสมอง แพทย์จึงวินิจฉัยว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นไม่ทราบสาเหตุ จึงทำให้การรักษาด้วยการประคับประคองอวัยวะ โดยใช้เครื่องช่วยหายใจรักษาระดับความดันเลือดให้สารน้ำและให้การฟอกเลือด   โดยอาการล่าสุดสัญญาณชีพระดับความดันโลหิตหลังให้ยาแล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ หายใจได้โดยใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการทางระบบประสาทผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัวสาเหตุเกิดจาก ภาวะสมองบวมซึ่งเกิดจาก ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยหมดสติไม่มีชีพจร ทำให้การขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ซึ่งภาวะทางสมองบวม เป็นภาวะที่แพทย์เป็นห่วง แต่ทางทีมแพทย์ได้มีการปรึกษากับทางทีมแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า จะไม่มีการผ่าตัดสมอง เนื่องจาก อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้   ส่วนอาการในวันนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากเมื่อวานที่ผ่านมา ผู้ป่วยจะต้องฟอกไต แต่ในเช้าวันนี้ ไม่ต้องมีการฟอกไต เริ่มมีปัสสาวะออก ก้านสมองบางส่วนยังคงทำงานอยู่ เริ่มหายใจเองได้มากกว่าเดิม ส่วนเรื่องอื่นๆ อาการคนไข้ทรงตัว และดีขึ้น ขยับขาเองได้บางครั้ง ถือเป็นการตอบสนองของคนไข้ ได้บ้างเล็กน้อย ภาวะอื่นๆ ลดลง เริ่มหายใจเองได้ แต่ยังไม่พอ จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ ส่วนแนวทางรักษา จากที่ผ่านมามีการรักษาทุกๆชั่วโมง ตอนนี้ก็เริ่มเว้นระยะห่างเป็นช่วงเวลา เช้า กลางวัน เย็น และช่วงดึก      ด้านพ่อแม่ของพลทหารคชาเปิดเผยว่า หลังจากดูอาการตั้งแต่วันแรกลูกลืมตาได้เพียง 2 ครั้งจากนั้นก็หมดสติไป ยอมรับยังคงติดใจสาเหตุของการถูกกระทำในครั้งนี้ ที่ผ่านมาลูกก็มีสภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เคยมีโรคประจำตัว ตนไม่ทราบว่าลูกชายถูกทั้ง 3 คนซ้อมในลักษณะไหน ร่างกายลูกจึงไม่มีบาดแผล       ทั้งนี้ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงความคืบว่า จากการได้รับรายงาน เป็นเรื่องของการทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกาย เนื่องจากทั้งหมดเคยมีเรื่องกันมากก่อน โดยขณะนี้อยู่ความดูแลของโรงพยาบาล ซึ่งที่ผ่านมาตนเองได้กำชับกำลังพลในทุกเรื่อง แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมาย โดยกองทัพจะต้องดูแล และเยียวยาครอบครัวในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล   ส่วนการลงโทษรุ่นพี่ทหารผู้ก่อเหตุ 3 คนนั้น ได้ดำเนินการทางวินัยแล้ว ซึ่งได้พาครอบครัวก็ได้แจ้งความในคดีอาญาด้วย ทั้งนี้ในส่วนของผู้บังคับกองพันจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่าต้องรอให้ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงออกมาก่อน             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zhGDtwqvCK0

 7,640

Top