ค้นหา :

ผลการค้นหา "พิธีเรียกขวัญ"

สังคม-อาชญากรรม
25 ส.ค. 61

ญาติ 'พลทหารคชา' ร่ำไห้เรียกขวัญกลางโรงนอนหลังลูกยังนอนโคม่า คาใจไม่พบรอยฟกช้ำ

จากกรณี พลทหารคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี เข้าโรงพยาบาล ด้วยอาการหัวใจหยุดเต้น แต่ไม่แจ้งว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จนต่อมาญาติได้ทราบว่า มีการซ่อมพลทหารคชา โดยรุ่นพี่ 3 คน ได้ยอมรับว่าซ่อมจริง และเข้ามอบตัว ส่วนอาการของพลทหารคชา ยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง ซึ่งญาติได้โพสต์ข้อความว่า “ตอนนี้เข้ม สมองไม่ทำงานนะครับ ขอคุณพระคุ้มครอง คนดี ให้ปลอดภัย”   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) ครอบครัวของพลทหารได้เดินทางไปยังค่ายทหารเพื่อเรียกขวัญ โดยมีเจ้าหน้าที่ได้พาเข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ซ่อมรุ่นน้อง ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณโรงนอนชั้นล่าง กลางเรือนนอน โดยแม่ของพลทหารได้ร้องไห้ ตะโกนเรียกลูกอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับพูดว่า “กลับไปหาลูกหาเมีย หาพ่อหาแม่นะลูก” สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง   ขณะที่ พล.ต.ชัชวาล บูรณรัช ผอ.รพ.อานันทมหิดล เปิดเผยอาการของพลทหารคชา ว่า เริ่มต้นจากเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 21 ส.ค. พลทหารคชา มีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัวเมื่อตรวจร่างกายพบว่าผู้ป่วยไม่มีชีพจรไม่หายใจ จึงได้ทำการ CPR จำนวน 2 ครั้ง ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45 นาที เริ่มกลับมีชีพจรอีกครั้งแต่ยังไม่รู้สึกตัวจึงใส่ท่อช่วยหายใจและส่งเข้ารับการรักษาที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติของโรงพยาบาล ผลการตรวจภาพรังสีทางสมอง ไม่พบภาวะเลือดออกในสมอง แพทย์จึงวินิจฉัยว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นไม่ทราบสาเหตุ จึงทำให้การรักษาด้วยการประคับประคองอวัยวะ โดยใช้เครื่องช่วยหายใจรักษาระดับความดันเลือดให้สารน้ำและให้การฟอกเลือด   โดยอาการล่าสุดสัญญาณชีพระดับความดันโลหิตหลังให้ยาแล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ หายใจได้โดยใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการทางระบบประสาทผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัวสาเหตุเกิดจาก ภาวะสมองบวมซึ่งเกิดจาก ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยหมดสติไม่มีชีพจร ทำให้การขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ซึ่งภาวะทางสมองบวม เป็นภาวะที่แพทย์เป็นห่วง แต่ทางทีมแพทย์ได้มีการปรึกษากับทางทีมแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า จะไม่มีการผ่าตัดสมอง เนื่องจาก อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้   ส่วนอาการในวันนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากเมื่อวานที่ผ่านมา ผู้ป่วยจะต้องฟอกไต แต่ในเช้าวันนี้ ไม่ต้องมีการฟอกไต เริ่มมีปัสสาวะออก ก้านสมองบางส่วนยังคงทำงานอยู่ เริ่มหายใจเองได้มากกว่าเดิม ส่วนเรื่องอื่นๆ อาการคนไข้ทรงตัว และดีขึ้น ขยับขาเองได้บางครั้ง ถือเป็นการตอบสนองของคนไข้ ได้บ้างเล็กน้อย ภาวะอื่นๆ ลดลง เริ่มหายใจเองได้ แต่ยังไม่พอ จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ ส่วนแนวทางรักษา จากที่ผ่านมามีการรักษาทุกๆชั่วโมง ตอนนี้ก็เริ่มเว้นระยะห่างเป็นช่วงเวลา เช้า กลางวัน เย็น และช่วงดึก      ด้านพ่อแม่ของพลทหารคชาเปิดเผยว่า หลังจากดูอาการตั้งแต่วันแรกลูกลืมตาได้เพียง 2 ครั้งจากนั้นก็หมดสติไป ยอมรับยังคงติดใจสาเหตุของการถูกกระทำในครั้งนี้ ที่ผ่านมาลูกก็มีสภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เคยมีโรคประจำตัว ตนไม่ทราบว่าลูกชายถูกทั้ง 3 คนซ้อมในลักษณะไหน ร่างกายลูกจึงไม่มีบาดแผล       ทั้งนี้ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงความคืบว่า จากการได้รับรายงาน เป็นเรื่องของการทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกาย เนื่องจากทั้งหมดเคยมีเรื่องกันมากก่อน โดยขณะนี้อยู่ความดูแลของโรงพยาบาล ซึ่งที่ผ่านมาตนเองได้กำชับกำลังพลในทุกเรื่อง แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมาย โดยกองทัพจะต้องดูแล และเยียวยาครอบครัวในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล   ส่วนการลงโทษรุ่นพี่ทหารผู้ก่อเหตุ 3 คนนั้น ได้ดำเนินการทางวินัยแล้ว ซึ่งได้พาครอบครัวก็ได้แจ้งความในคดีอาญาด้วย ทั้งนี้ในส่วนของผู้บังคับกองพันจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่าต้องรอให้ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงออกมาก่อน             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zhGDtwqvCK0

 7,907

Top