ค้นหา :

ผลการค้นหา "วีรชนสุคนธปฏิภาค"

การเมือง
12 ก.ค. 62

รัฐบาลปราม นักการเมืองเดินสาย ตปท. ใช้ผลประโยชน์ชาติเป็นเครื่องมือทางการเมือง

จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่พร้อมทีมงาน เดินสายไปพบปะกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป   จากกรณีดังกล่าว พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า น่าเป็นห่วงผลพวงที่จะเกิดขึ้นจากการเดินสายครั้งนี้ว่า จะส่งผลลบต่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ แม้จะอ้างว่าไปแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจการเมืองโลก และแสวงหาความร่วมมือในอนาคตระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (อียู)   ซึ่งในเรื่องนี้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทุ่มเทความพยายามอย่างรอบคอบในการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ยึดถือหลักการเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญจนทำให้ต่างประเทศเข้าใจและยอมรับประเทศไทยมากขึ้น และมิตรประเทศรวมถึงอียูก็มีท่าทีที่เป็นบวกต่อไทย   สังเกตได้จากการประชุมผู้นำ G20 ครั้งที่ผ่านมาผู้นำรัฐบาลหลายประเทศแสดงมั่นใจ ความกระตือรือร้นและพร้อมจะร่วมมือกับประเทศไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน การมีผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างเท่าเทียม ทุกอย่างกำลังก้าวหน้าไปด้วยดี   ดังนั้นจึงอยากขอร้องว่าการเคลื่อนไหวใดๆก็ตามอย่าใช้ผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยนายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลและข้าราชการทุกหน่วยงานต่างทุ่มเทกำลังกายและสติปัญญาทำงานอย่างหนักในการเจรจาเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ กับอียู ซึ่งการเจรจาอยู่บนพื้นฐานหลักการสากลและกำลังมีแนวโนมที่ดี ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลดีต่อประชาชนและประเทศชาติ ทำให้ประเทศไทยสามารถฝ่าฟันวิกฤตต่างๆที่กำลังเป็นความท้าทายของโลกอยู่ในปัจจุบันไปได้ แต่ถ้าหากเกิดความเสียหายขึ้นในทางลบโดยมีสาเหตุมาจากความเคลื่อนไหวข้างต้น บุคคลเหล่านั้นจะรับผิดชอบได้หรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/azGbbgspEKo

 3,806
การเมือง
30 พ.ค. 62

นายกฯแนะนำหนังสือ animal farm แจงไม่อยากให้โยงทุกอย่างเป็นการเมือง

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ฝากแนะนำให้อ่านหนังสือ 'แอนิมอล ฟาร์ม (Animal Farm)' ฉบับภาษาไทย ที่ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี   โดยหนังสือแอนิมอล ฟาร์ม หรือ การเมืองเรื่องของสัตว์ เป็นนวนิยายเสียดสีทางการเมือง มีเนื้อหาทำให้ผู้อ่านได้ฉุกคิดหันมามองตนเองและสิ่งรอบตัว เพื่อหาทางอยู่รวมกันได้อย่างผาสุกในสังคม   ต่อมา รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า    “เดี๋ยวนะครับลุง ได้อ่านหนังสือanimal farm จริงๆ หรือเปล่าว่าเนื้อหาเป็นยังไง มันหนังสือประชดประชันสังคมมนุษย์ที่มีการทำการยึดอำนาจขึ้นมาปกครองคนอื่นนะครับ .. หรือว่าลุงเริ่มกลับใจแล้ว ลองอ่าน 1984 เพิ่มอีกเล่มมั้ยครับ 55”   ต่อมา พล.ท.วีรชน ได้เผยอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่อยากให้เชื่อมโยงทุกอย่างเป็นเรื่องการเมือง และอย่าตีความว่าการแนะนำให้อ่านหนังสือเป็นการดูถูกผู้อื่น เพราะที่จริงการอ่านหนังสือจะช่วยสร้างหลักคิด สร้างปัญญาไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ คือ แม้คนเราจะอยากได้ทุกสิ่งที่ดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่จะสมหวังทุกอย่าง และไม่มีใครทำให้คนอื่นพอใจได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นกฎของธรรมชาติ มนุษย์ควรดูแลใส่ใจสิ่งที่อยู่รอบตัวให้ดี รวมถึงสัตว์เลี้ยงในฟาร์มก็ต้องทำให้มีความสุข ทุกชีวิตต้องช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oIiTEZHB_U8

 613
การเมือง
21 เม.ย. 62

'พล.อ.ประยุทธ์' พอใจบลูมเบิร์กยกไทยอันดับ 1 มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พอใจที่ประเทศไทยรั้งอันดับ 1 ประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด จากการจัดอันดับดัชนีความทุกข์ยาก (Misery Index) ครั้งล่าสุด ปี 2019 ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก   "ไทยมีค่าคะแนนความทุกข์ยากที่ระดับ 2.1 ต่ำสุดเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 ขณะที่ผลสำรวจคาดการณ์ดัชนีปี 2019 ของบลูมเบิร์ก พบว่า ไทยยังคงรั้งอันดับ 1 ด้วยคะแนน 2.1 เช่นเดิม" พล.ท.วีรชน กล่าว   รองโฆษกฯ กล่าวว่า ดัชนีความทุกข์ยากดังกล่าวคำนวณจากตัวเลขเงินเฟ้อและอัตราว่างงานใน 62 ประเทศ ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์ของปีนี้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว สิ้นสุดเมื่อ 11 เมษายน 2562 ส่วนข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ไทยมีอัตราว่างงานที่ระดับต่ำเพียง 0.9 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 1.1 ในปี 2018   "นายกฯ เน้นย้ำว่า นอกจากเรื่องการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อที่รัฐบาลให้ความสำคัญแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย เช่น ดูแลการครองชีพ ปราบปรามการทุจริต และปัญหาอาชญากรรม ฯลฯ เพื่อให้สะท้อนถึงความสุขที่แท้จริงของคนในประเทศ" พล.ท.วีรชน กล่าวอีก           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QyTDYIvguHE

 1,750
การเมือง
03 เม.ย. 62

นายกฯซาโยนาระ งดจ้อสื่อ ยันออกสารจากความรู้สึกส่วนตัว ห่วงสถานการณ์บ้านเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่ได้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม. แต่ได้โบกมือให้สื่อพูดว่า “บ๊าย บาย เหนื่อย ไปแล้วนะ” พร้อมฮัมเพลง “ซาโยนาระ” ก่อนขึ้นรถกลับออกไปทันที   ด้าน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯลงมาตอบแทนถึงสารนายกฯเมื่อวันที่ 1 เม.ย.เนื้อหาต่างๆที่ออกมาในสารทั้ง 2 ฉบับ เป็นท่าทีและความรู้สึกโดยส่วนตัวของนายกฯห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ทุกคนใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์   ส่วนการตอบโต้ต่างๆที่มีการใช้คำว่าฝ่ายซ้าย ของ ผบ.ทบ.จะทำให้สังคมย้อนกลับไปสู่ความขัดแย้งเหมือนในอดีตหรือไม่นั้น นายกฯคิดว่าคงไม่ได้หมายความตามนั้นทั้งหมด แต่ทุกคนทราบกันดีว่ามีสาเหตุมีขบวนการและความพยายามจะบ่อนทำลายอยู่บ้าง ผบ.ทบ.จึงได้ออกมาพูด แต่คงไม่ได้ไปเหมารวมว่าสถานการณ์จะรุนแรงถึงขั้นนั้นเป็นแค่การเตือนสติสังคม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yT1nLT6zq8A

 680
สังคม-อาชญากรรม
24 ส.ค. 61

รบ.แจงวุ่น ดราม่าให้สื่อนอกสัมภาษณ์ทีมหมูป่า ยันอนุมัติตามขั้นตอน-ไม่ปิดกั้นสื่อไทย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง กรณีนี้สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ได้สัมภาษณ์ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ติดถ้ำหลวง ออกอากาศในรายการ กู๊ดมอร์นิ่งอเมริกา โดยมีนายเจมส์ ลองแมน เป็นผู้สัมภาษณ์   ซึ่งทางสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ได้ทำหนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ผ่านสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อเป็นสื่อมวลชนต่างชาติจึงมอบหมายให้ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแล   โดยให้สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ ทำหนังสือขออนุญาตไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แต่ผู้ว่าฯเชียงรายตอบว่าไม่มีอำนาจอนุมัติ จึงทำหนังสือมายังคณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งคณะกรรมการฯก็ได้ขอดูแนวคำถามที่จะสัมภาษณ์ และอนุมัติในที่สุด   ขณะที่ พล.ท.วีรชน ชี้แจงว่า สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ได้ทำหนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ทีมหมูป่ามาที่กระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานคณะกรรมการก็ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยขณะนี้มีสื่อต่างประเทศติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้ามีขอเข้ามาจำนวนมากก็จะไม่สามารถพิจารณาได้หมด เพราะเด็กต้องเรียนหนังสือ   ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาเป็นขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุประสงค์ รวมถึงดูว่าเป็นสื่อประเภทไหน จะรายงานข่าวแบบใด คำถามเป็นอย่างไร และการสัมภาษณ์จะต้องไม่มีเนื้อหาที่ส่งผลผลกระทบด้านจิตใจ อีกทั้งไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ขณะเดียวกันจะต้องประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งตนก็ได้ลงไปกำกับดูแลด้วย เนื่องจากต้องการไปดูว่าคำถามที่สื่อต่างประเทศถามเหมาะสมหรือไม่   โดยการสัมภาษณ์นั้นมีนักจิตวิทยาร่วมอยู่ด้วย ถ้าเจอคำถามที่ไม่เหมาะสมต้องหยุดทันที เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไข ทั้งนี้ สำนักข่าวเอบีซีนิวส์เป็นสำนักข่าวแรกที่ทำหนังสือขอมาและได้ไปสัมภาษณ์ โดยขณะนี้มีสื่อต่างประเทศที่รอต่อคิวอยู่ คือ เอ็นบีซีนิวส์(NBC NEWS) และ ซีเอ็นเอ็น(CNN) ขณะที่สื่อไทยก็สามารถทำเรื่องมาตามขั้นตอนได้ เราไม่ได้ปิดกั้น   เมื่อถามถึงกรณีที่เอกสารระบุว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ในรายการเดินหน้าประเทศไทย พล.ท.วีรชน กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจผิด เนื่องจากรัฐบาลได้ประสานไป แต่ยืนยันไม่ได้มีการแอบอ้างใช้รายการเดินหน้าประเทศไทย   ขณะที่เฟซบุ๊ก Thapanee Ietsrichai ของ น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวช่อง 3 โพสต์ข้อความถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติของภาครัฐ  ระบุว่า   "แค่ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติของรัฐต่อกรณีน้องๆทีมหมูป่า ขอความร่วมมือสื่อ แต่สุดท้ายรัฐทำเสียเอง   มีเพื่อนๆสื่อมวลชนถามกันมาเยอะ กรณีสื่อต่างชาติรายหนึ่งได้สัมภาษณ์ Exclusive ทีมหมูป่า เมื่อวานนี้22 ส.ค ทั้งๆที่หลายสำนักข่าวทำจดหมายขอไปแต่ยังไม่มีคำตอบ แต่ในพื้นที่บอกว่า ได้รับจดหมายให้มาร่วมรายการเดินหน้าประเทศไทย แต่พอมาถึงก็เป็นการสัมภาษณ์ของสื่อต่างชาติ ผู้ปกครองเลยพากันงงๆ รีบรับลูกจากโรงเรียน มาตามที่เจ้าหน้าที่ พม.สั่ง พอถามนายอำเภอก็ไม่รู้ว่ามีการมาให้สัมสื่อต่างชาติ ผู้ปกครองเลยไม่เข้าใจว่า ตกลงการตัดสินใจอยู่ที่ใคร รัฐมัดมือชกหรือไม่ แล้วพวกเขามีสิทธิ์จะตัดสินใจอะไรได้เองหรือไม่   นี่เป็นข้อสงสัยมาจากพื้นที่ !!!!   เคารพในการทำหน้าที่ของ คุณเจมส์ และทีม ABC news ในฐานะสื่อมวลชน เพราะนั่นคือหน้าที่ที่สื่อต้องทำเพื่อถอดบทเรียนถ้ำหลวงจากทั้ง 13 คน   แต่กรณีนี้มีความสับสนจากผู้ปกครองว่า ตกลงเด็กมาร่วมรายการเดินหน้าประเทศไทย หรือสัมภาษณ์พิเศษของสื่อต่างชาติ แล้วข้อปฏิบัติ การขอความร่วมมือกับสิ่อมวลชน นับจากนี้ต้องทำอย่างไร คงต้องสอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้อง   ส่วนตัวไม่ได้ตามข่าวทีมหมูป่าติดถ้ำหลวงนับจากเด็กกลับบ้าน เพราะเคารพสิทธิเด็ก เคารพครอบครัว อยากให้เด็กๆได้มีชีวิตปกติ และมีขั้นตอนยุ่งยากในการขออนุญาติที่ต้องผ่านทางอำเภอ/จังหวัด กอรปกับตัวเองมีงานอื่นต่อเนื่องเลยไม่ได้ทำข่าวของทีมหมูป่าอีกเลย นับจาก 18 ก.ค.ที่เด็กออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้าน   ผ่านมาวันนี้ครบ 2 เดือนถามว่าตามหน้าที่สื่อมวลชน เราสามารถถอดบทเรียนจากเด็กๆ ทั้ง 13 คน ที่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติได้แล้ว แต่ด้วยกรณีนี้มีการขอความร่วมมือมาแต่ต้นที่ให้สื่อระมัดระวังการละเมิดสิทธิเด็ก และด้วยจิตสำนึกของสื่อเองที่เห็นว่า ลองดูกันไหมหากเราจะช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ปลอดภัยจากความเป็นซุปตาร์ เชื่อว่าสื่อไทยและสื่อต่างชาติในไทยจำนวนมากคิดเช่นเดียวกันแบบนี้   แต่เมื่อถึงเวลาเหมาะสม การให้เด็กและครอบครัวได้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้หมายความว่า เด็กจะต้องอยู่ภายใต้กรอบกติกา และคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานรัฐ เพราะนั่นหมายความว่า พวกเขาไม่ได้มีชีวิตที่อิสระ ไม่ได้มีชีวิตปกติตามที่ควรจะเป็น   การคืนเด็กสู่สังคม มันอาจหมายถึงให้พวกเขาได้กลับไปอยู่ในครรลองของการตัดสินใจในชีวิตโดยตัวเขาเอง และครอบครัว น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าไหมคะ แค่ชวนขบคิดค่ะ   #ใช้ชีวิตให้มีความสุขนะหมูป่า" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WdrJqAvAEDw

 2,507

Top