ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทนายรณณรงค์"

สังคม
01 ก.พ. 63

นศ.สาวร้องทนายรณณรงค์ ถูกนำภาพไปแอบอ้างขายบริการทางเพศ

นักศึกษา ม.ดังเน็ตไอดอลร้องทนายรณณรงค์ ถูกมิจฉาชีพนำภาพไปหลอกขายบริการทางเพศ   เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 ก.พ. 63 น.ส.เจน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี เดินทางมาพร้อม น.ส.จอย (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 2 สาขานิเทศศาสตร์ มหาลัยชื่อดังย่านรังสิต ลูกสาวซึ่งเป็นเน็ตไอดอล นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ที่สำนักงานทนายความคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ให้ช่วยตามคดีที่ลูกสาวถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำภาพถ่ายไปแอบอ้างขายบริการทางเพศในโลกโซเชี่ยล จนได้รับความเสียหาย และมีผู้หลงเชื่อถูกหลอกเงินค่าซื้อบริการเกือบ 20 ราย เป็นเงินกว่า 200,000 บาท   น.ส.บี กล่าวว่า เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมามีเพื่อนส่งรูปถ่ายตนพร้อมข้อความระบุชักชวนซื้อบริการทางเพศมาให้และถามว่าตนขายบริการทางเพศหรือเปล่าซึ่งหลังจากดูภาพแล้วพบว่าเป็นรูปถ่ายของตนจริงแต่เป็นภาพที่ตนถ่ายลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวเท่านั้น จึงรู้ว่าตนถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบนำรูปถ่ายส่วนตัวไปหลอกขายบริการทางเพศให้กับบุคคลอื่นที่หลงเชื่อทางไลน์ ในราคา 40,000 บาท โดยจะใช้วิธีหลอกให้โอนเงินมาก่อนจึงจะนัดสถานที่เจอตัวเมื่อหลงเชื่อโอนเงินไปให้แล้วกลุ่มมิจฉาชีพก็จะบล็อกไลน์ติดต่อหนีไป ซึ่งพบว่าตอนนี้มีผู้หลงเชื่อแล้วเกือบ 20 ราย มีการแจ้งความดำเนินคดีในหลายพื้นที่ ส่วนตนได้ไปแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.)และที่สภ.ชัยพฤกษ์ แต่คดีไม่มีความคืบหน้าล่าสุดวันนี้กลุ่มมิจฉาชีพยังนำรูปตนมาเสนอขายบริการอยู่เหมือนเดิม หลังทราบเรื่องตนทำได้เพียงแค่โพสต์เตือนว่าอย่าหลงเชื่อโอนเงินตนไม่ได้ขายบริการโดยมีผู้เสียหายหลายรายติดต่อเข้ามาสอบถาม   ด้านน.ส.เอ กล่าวว่า ที่ตัดสินใจนำลูกสาวมาร้องเรียนในครั้งนี้เพราะต้องการให้กลุ่มบุคคลที่ทำเรื่องดังกล่าวหยุดการกระทำ ให้นึกส่งสารลูกสาวตนบ้างน้องเป็นผู้หญิงถูกเพื่อนๆนำเรื่องดังกล่าวมาสอบถามจนเกิดความอับอาย ถึงเราไม่ได้ทำแต่คนที่ไม่รู้เรื่องก็เกิดความเข้าใจผิดจนส่งผลกระทบกับน้องอย่างมากทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบไลน์บุคลที่นำภาพลูกสาวตนไปอ้างพบว่ามีการหลอกขายสินค้าแบรนด์เนมทุกอย่างและการเสนอขายบริการทางเพศมีรูปหญิงสาวหน้าตาดีอีกหลายสิบคน หลังจากนี้จะให้ทางทนายรณณรงค์ช่วยติดตามคดีนำกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   นายรณณรงค์ กล่าวว่าจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพได้มีการนำรูปภาพของน้องไปโพสต์เสนอขายบริการทางเพศจนมีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อเกือบ 20 ราย ปัจจุบันนี้กลุ่มคนร้ายยังไม่ถูกจับกุม ซึ่งตนจะรวบรวมเอกสารหลักฐานจากผู้เสียหายไปยื่นเรื่องที่ปอท.และกองปราบปรามในเรื่องการค้ามนุษย์ และอยากฝากเตือนถึงบุคลที่จะซื้อสินค้าทางโลกออนไลน์ให้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเขามีหน้าร้านจริงไหมก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วนเรื่องการซื้อบริการทางเพศในประเทศไทยนั้นผิดกฎหมายทั้งคนซื้อและคนขาย

 801
สังคม
18 ม.ค. 63

แฟนคลับศิลปิน ร้องทนายถูกเด็กวัย 15 ปี หลอกขายบัตรดูซีรีส์ดัง

นนทบุรี - น.ส.บี อายุ 21 ปี นายซี อายุ 21 ปี (นามสมมุติ) นักศึกษามหาลัยชื่อดัง เดินทางเข้าพบนายปิยณัฐ สุขยัง เลขาประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ให้ช่วยติดตามคดีที่พวกตนถูกด.ญ.แก้ว อายุ 15 ปี หลอกว่าเป็นแฟนคลับศิลปินชื่อดัง มิว ศุภศิษฎ์ จงชีวีวัฒน์ ดารานำซีรีส์เรื่องหนึ่ง    โดย ด.ญ.แก้ว บอกว่า สามารถหาตั๋วเข้าดูซีรี่ย์ดังกล่าวตอนพิเศษที่จะฉายให้ดูเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ราคาบัตรใบละ 1,500-2,500 บาทได้ แต่เมื่อโอนเงินไปให้กลับพบว่าถูกหลอกไม่มีตั๋วเข้าชมแต่อย่างใด โดยมีแฟนคลับศิลปินดังกล่าวตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 20 ราย   น.ส.เอ กล่าวว่า ตนเป็นแฟนคลับของศิลปินดังกล่าวคอยติดตามดูซีรี่ย์จนจบ ก็รู้สึกประทับใจจึงสมัครเข้าร่วมกลุ่มเป็นแฟนคลับทางแอปพิเคชั่นไลท์ที่มีสมาชิกอยู่กว่า 3,000 คน จนรู้จักกับด.ญ.แก้ว ซึ่งก็เป็นแฟนคลับเหมือนกัน หลังซีรี่ย์จบลงตนทราบว่าจะมีการจัดฉายซีรี่ย์ดังกล่าวตอนพิเศษในโรงภาพยนตร์จำหน่ายตั๋วใบละ1,500-2,500 บาท แต่ตนลงทะเบียนจองตั๋วไม่ทันตั๋วเต็มหมดแล้ว จึงส่งข้อความไปทางไลน์กลุ่มแฟนคลับว่าอยากได้ตั๋ว ก็มีด.ญ.แก้ว โทรศัพท์ติดต่อมาที่ตนบอกว่ามีตั๋วดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมากพร้อมที่จะขายต่อให้    ตนจึงได้โอนเงินค่าตั๋วไปให้จำนวนเงิน 2,500 บาท ซึ่งด.ญแก้วได้ส่งใบเสร็จการจองมาให้ตนดู แต่เมื่อตนไปเช็คตั๋วเพื่อดูที่นั่งก็พบว่าตั๋วดังกล่าวมีเจ้าของอยู่แล้วไม่ใช้ชื่อของตน จึงโทรศัพท์สอบถามด.ญ.แก้ว เรื่องตั๋วแต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอดว่าไม่รู้เรื่อง อ้างว่าแม่เป็นคนจอง ตนจึงขอเงินคืน ด.ญ.แก้วบอกว่าไม่มีใช้หมดแล้ว จึงนำเรื่องดังกล่าวไปโพสต์แชร์ในไลน์กลุ่มแฟนคลับก็พบว่าไม่ใช่ตนเพียงคนเดียวที่โดนหลอกมีแฟนคลับอีกกว่า 20 รายที่โดนด.ญ.แก้วหลอกขายบัตรจึงร่วมตัวกันมาร้องเรียนกับทางทนาย เพราะเกรงว่าด.ญ.แก้วจะไปหลอกแฟนคลับคนอื่นต่อไปอีก   ด้านทนายปิยณัฐ กล่าวว่าหลังรับเรื่องร้องเรียนพร้อมตรวจเอกสารหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมาให้พบว่าด.ญ.แก้ว น่าจะรู้ข้อกฎหมายเป็นอย่างดีเนื่องจากไม่มีการลงโฆษณาชวนเชื่อว่า หาตั๋วได้ทางเฟสบุ๊คหรือไลน์กลุ่มแฟนคลับแต่อย่างใด แต่จะใช่วิธีการโทรไปหาเหยื่อเป็นการส่วนตัวก่อนหลอกให้โอนเงินจึงเป็นแค่เพียงการฉ้อโกงเท่านั้นไม่ใช่การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีโทษสูงกว่า และตัวด.ญ.แก้วอาจจะเข้าใจว่าตัวเองเป็นเยาวชนจะไม่ติดคุก    แต่หากผู้เสียหายไปแจ้งความน้องจะเสียประวัติและคดีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 60,000 บาท จึงอยากให้ด.ญ.แก้วนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายจะดีที่สุดจะได้ไม่มีคดีความติดตัว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uE5ISnnjC-0

 1,029
สังคม
10 ต.ค. 62

ทนายขอเท! ไม่ยุ่งคดีพริตตี้อ้างโดน 'เสี่ยท็อป' หลอก เลื่อนนัด 4 รอบ ไม่ยอมแจ้งความ อ้างกลัวนักข่าว

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ หลอกแต่งงานจดทะเบียนสมรส พร้อมจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรู แต่สุดท้ายทิ้งหนี้สินไว้ให้ 3.5 ล้านบาท   แต่ล่าสุดเฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เรื่องเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวหมื่นล้าน ทางทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และกลุ่มทนายความในเครือข่ายฯ ขอยุติให้ความช่วยเหลือทุกๆด้าน จะเกิดอะไรขึ้นไม่เกี่ยวกับทางกลุ่มอีกต่อไป ขอแจ้งให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน   จากการสอบถามไปที่ทนายรณณรงค์ระบุว่า ที่ผ่านมาทนายนัดให้พริตตี้สาวมาแจ้งความ 4 ครั้ง แต่ก็เลื่อนนัดทุกครั้ง อ้างเหตุผลต่างๆนานา อาทิ กลัวนักข่าว, ไม่อยากเป็นข่าว จนทำให้ทางทนายไม่สามารถทำงานได้ และแระกาศขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IUyheMJ6nfU

 16,144
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

ทนายขอเท! ไม่ยุ่งคดีพริตตี้อ้างโดน 'เสี่ยท็อป' หลอก เลื่อนนัด 4 รอบ ไม่ยอมแจ้งความ อ้างกลัวนักข่าว

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ หลอกแต่งงานจดทะเบียนสมรส พร้อมจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรู แต่สุดท้ายทิ้งหนี้สินไว้ให้ 3.5 ล้านบาท   แต่ล่าสุดเฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เรื่องเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวหมื่นล้าน ทางทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และกลุ่มทนายความในเครือข่ายฯ ขอยุติให้ความช่วยเหลือทุกๆด้าน จะเกิดอะไรขึ้นไม่เกี่ยวกับทางกลุ่มอีกต่อไป ขอแจ้งให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน   จากการสอบถามไปที่ทนายรณณรงค์ระบุว่า ที่ผ่านมาทนายนัดให้พริตตี้สาวมาแจ้งความ 4 ครั้ง แต่ก็เลื่อนนัดทุกครั้ง อ้างเหตุผลต่างๆนานา อาทิ กลัวนักข่าว, ไม่อยากเป็นข่าว จนทำให้ทางทนายไม่สามารถทำงานได้ และแระกาศขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IUyheMJ6nfU

 16,144
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ย. 62

หนุ่มร้องถูกไฟรั้วบ้านดูดหวิดดับ หมาตาย 8 เดือนคดีไม่คืบ 'ทนายรณณรงค์' ชี้เจตนาฆ่า

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.62 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายชัชวาลย์ โพธิมากุล อายุ 26 ปี ลูกจ้างเทศบาลเมืองบางคูรัด จ.นนทบุรี พร้อมนายอาณัฐ ปรางมณี อายุ 42 ปี พี่ชาย เดินทางเข้าพบทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ให้ติดตามความคืบหน้าคดีที่ตนถูกไฟจากรั้วบ้านเลขที่ 6 หมู่ 4 ต.บางคูรัด ดูดได้รับบาดเจ็บสาหัส และสุนัขเสียชีวิต หลังผ่านมา 8 เดือนคดีไม่คืบหน้า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.61    สืบเนื่องจากวันเกิดเหตุ นายชัชวาลย์ พร้อมสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้ อายุ 1 ปี ชื่อ ชาลี และนายอาณัฐ พี่ชาย พร้อมสุนัขเพศเมียอายุ 1 ปี ชื่อ สนุ๊ปปี้ เดินจูงสุนัขเพื่อจะไปบ้านญาติ โดยเดินไปตามถนนซอยร่วม ผ่านบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวได้ใช้แสลนตาข่ายสีเขียวกันข้างบ้านเป็นรั้ว ที่พื้นดินปักเสาท่อพีวีซีสีฟ้าสูงจากพื้นประมาณ 30 ซม. และที่ปลายท่อพันด้วยสายไฟสีดำ มีการขึงเส้นรวดจากเสาท่อพีวีซีไปตามแนวพื้นที่   ในขณะที่ผู้เสียหายจูงสุนัขผ่านตรงจุดเกิดเหตุ สุนัขได้เดินเข้าไปดมที่รั้วตามนิสัย ทำให้ลิ้นไปติดกับลวดและกระแสไฟดูด กระแสไฟได้วิ่งผ่านมายังผู้เสียหายถูกไฟดูดล้มลงเนื่องจากสายจูงเป็นโซ่ หลังเกิดเหตุพี่ชายได้เข้าช่วยชีวิต ปั้มหัวใจและนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่นิ้วมือข้างซ้ายทั้ง 5 นิ้ว ข้อมือและต้นแขนด้านขวา หน้าอกด้านขวา ไหล่ด้านหลังข้างขวา และส้นเท้าข้างขวา ทำการรักษาตัวในโรงพยาบาลเกือบเดือน และมีการผ่าตัด 2 ครั้ง เพื่อรักษาเส้นประสาทและผิวหนังตามตัว จนปัจจุบันยังคงรักษาตัวต่อเนื่องตามใบนัดแพทย์   นายอาณัฐ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนกับน้องจูงสุนัขกันไปคนละตัวเพื่อไปบ้านญาติในซอย ตนเดินนำหน้าและได้ยินน้องร้องเรียกชื่อตน ตนจึงหันไปดูเห็นน้องล้ม และตนเห็นประกายไฟออกมาจากปากสุนัขที่นอนอยู่ข้าง ๆ น้อง ตนคาดว่าน้องถูกไฟดูด ตนจึงเข้าไปดูน้องเอาหลังมือแตะน้องก็ถูกไฟดูดเช่นกัน ตนพยายามดึงสุนัขไฟก็ดูดอีก ตนจึงไปขอความช่วยเหลือญาติที่อยู่ใกล้ ๆ โดยตีเส้นลวดกับลิ้นสุนัขให้หลุด หลังจากนั้นตนจึงลากน้องออกมาจับชีพจรไม่พบ ตนจึงพยายามปั้มหัวใจให้น้อง จนชีพจรน้องมาจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล สาเหตุที่สุนัขถูกไฟดูดเพราะสุนัขดมถูกเส้นลวดรั้ว และโซ่ที่ล่ามสุนัขเป็นเหล็กจึงทำให้ถูกไฟดูดไปด้วย   นายชัชวาลย์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนจูงสุนัขไปกับพี่ที่บ้านญาติ หลังถูกไฟดูดตนไม่รู้เรื่องอะไร วันที่ 3 ที่ฟื้นมาจำอะไรไม่ได้ วันที่ 4 จำได้ว่ามีคนมาเยี่ยม ญาติบอกว่าตนถูกไฟช็อตและสุนัขตาย ตนได้รับบาดเจ็บที่มือ ข้อแขน ลำตัว นิ้วเส้นประสาทโผล่ แผลตามตัวมีอาการคัน รักษาตัวตั้งแต่ 9 ธ.ค.61 ถึงเดือน ส.ค.62 มีการผ่าตัด 2 ครั้ง ตัดหนังและเอาเนื้อมาโป๊ะที่แผลเพื่อซ่อม ตอนนี้ไม่ทราบเรื่องคดี ตนถูกสอบปากคำไปครั้งเดียว เจ้าของบ้านไม่เคยมาสนใจเงียบไป ตนมาพบทนายเพื่อให้ช่วยติดตามคดีให้ว่าต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง   ด้าน ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ตนอยากบอกเรื่องความรู้ให้ก่อนกรณีที่ทำรั้วลวดที่มีกระแสไฟฟ้าในบริเวณบ้าน เพื่อป้องกันอะไรก็ตาม ถ้าอยู่พื้นที่ภายนอกที่คนสัญจรผ่านไปมาได้ แนวทางการตัดสินของศาลคือเจตนาฆ่า พยายามฆ่า ถ้ามีมนุษย์เข้ามาจับ ไม่ใช่อุบัติเหตุ ตนต้องไปดูที่ สภ.บางบัวทอง ได้มีการสรุปสำนวนเป็นข้อหาอะไร และมีการส่งไปยังพนักงานอัยการหรือยัง การชดเชยค่าเสียหายให้ผู้บาดเจ็บหรือยังเพราะอาการค่อนข้างสาหัส และมีการรักษาต่อเนื่องมาตลอด 8 เดือน ผู้ที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าต้องจ่ายทั้งหมด และจะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.บางบัวทอง การปล่อยกระแสไฟฟ้าบริเวณรอบนอกบ้านที่มีคนสัตว์สัญจรผ่านและทำให้เกิดบาดเจ็บถือว่าเจตนาฆ่าหรือพยายามฆ่า ตามกฏหมายแล้วทำไม่ได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/PPJHYg6y0Ks  

 628
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ย. 62

พี่ชายโต้กลับ แฉน้องป่วยโรคประสาท มีเทพกระซิบบอกหวย ก่อนอ้างหวยหาย แจ้งจับว่าพี่ขโมย

นายศรีอนนท์ แสงอรุณ อายุ 34 ปี เดินทางเข้าปรึกษา นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความ หลังเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2562 ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ก่อนนำกลับมาบ้านที่ซอยสุขุมวิท 48 โดยวางไว้บนหลังตู้เย็นและมีกล่องกระดาษทิชชู่ทับไว้ ปรากฎว่าสลากดังกล่าวถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 147055 งวดประจำวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อกลับมาตรวจสอบพบว่าสลากหายไป   สอบถามนายวีรพล แสงอรุณ อายุ 35 ปี และนางพิศมัย สุวรัตน์ อายุ 46 ปี พี่ชายแท้ๆ และน้าสาวก็ไม่รู้เรื่อง แต่พี่ชายแท้ๆ กลับมีพิรุธ แสดงความหงุดหงิดใส่ หายออกจากบ้าน พร้อมทีวีและพัดลม อ้างว่ากลับ จ.ยโสธร แต่มีเงินติดตัวแค่ 300 บาท ปิดช่องทางการสื่อสารทุกทาง จึงตัดสินใจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่สน.คลองตัน แต่ขาดหลักฐานความคืบหน้า   โดยภายหลังรู้ว่าพี่ชายไม่ได้กลับบ้านเกิด แต่พบว่ายังคงวนเวียนอยู่ในย่านพระโขนง และไม่ยอมติดต่อกลับมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ พบว่าพี่ชายใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น มีโพสต์เฟซบุ๊กกินอาหารทะเล มีการพูดกับญาติว่าจะซื้อที่ดิน ทั้งที่ปกติพี่ชายไม่มีเงินมากขนาดนั้น     ด้านนายวีระพล พี่ชายที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยลอตเตอรี่ เปิดใจว่า ตนเองได้รับความเดือดร้อนมาก จากการที่น้องชายออกมาโพสต์และบอกว่าถูกรางวัลลอตเตอรี่ 18 ล้าน จนเป็นที่วิจารณ์อย่างหนัก ทำให้ตนเองถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยลอตเตอรี่ไป   โดยเหตุการณ์เริ่มต้นมาจากน้องของตนเองมาบอกว่า มีเทพหรือพรายกระซิบคุยด้วย ก่อนหน้านี้น้องชายมักจะมีอาการแปลก ชอบพูดคนเดียว จนต้องไปปรึกษาอาการกับหมอปลา จนกลับมาน้องชายก็ได้มาบอกกับตนเองว่าเป็นเทพ มีอยู่วันหนึ่งน้องชายได้มาบอกกับตนเองว่ามีเทพกระซิบหูบอกเลขหวย เลยไปซื้อลอตเตอรี่มาและถูกหวย แต่ลอตเตอรี่หายไป ตนเองก็ยังไม่เห็นลอตเตอรี่เช่นกัน   กระทั่งน้องชายมาบอกกับตนเองว่า มีเทพมากระซิบว่าตนเองเป็นคนขโมยลอตเตอรี่ไป ถ้าเอามาคืนจะแบ่งให้ 2 ล้าน ตนเองก็งงและปฏิเสธ จากนั้นตนเองไปทำงาน แต่น้องชายกลับมาตามหา พร้อมกับใช้ขวดฝาดที่หัวของตนเอง กล่าวหาว่าตนเองเป็นคนขโมยลอตเตอรี่ไป   นอกจากนี้ ตนเองยืนยันว่าไม่ได้หนี แต่ทนพฤติกรรมของน้องไม่ไหวและกลัวได้รับอันตรายจึงแยกตัวออกมา และอ้างว่าตนเอาเงินที่ถูกรางวัลไปใช้กินเที่ยว ซึ่งไม่เป็นความจริง ตนเองรู้สึกเสียใจและอยากบอกน้องชายว่า “ถึงจะโกรธ แต่ยังไงก็ยังคงเป็นพี่น้องกัน และอยากให้น้องชายรีบจบเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด จะได้ไม่ต้องขายหน้าใคร”   หลังจากนั้นนายศรีอนนท์ ผู้เป็นน้องชาย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่มีกระแสข่าวว่าพี่สาวแท้ๆ ที่อยู่ประเทศอังกฤษได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตนมีอาการทางประสาท ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่เคยมีประวัติการรักษาหรือกินยาระงับประสาทแต่อย่างใด ยินดีให้แพทย์ตรวจสอบอย่างแน่นอน ตนยืนยันว่าตนจำเลขได้ทั่งหมด 6 ตัว เนื่องจากใกล้เคียงกับหมายเลขทะเบียนรถของตน  ส่วนน้าสาวที่ย้ายออกไปนั้น เชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และเชื่อว่าพี่ชายเป็นผู้ต้องสงสัยในกรณีนี้   ด้านทนายรณรงค์ เปิดเผยว่า ได้นำหลักฐานเพิ่มเติมคือ รูปภาพเฟซบุ๊กและจะให้ทางเจ้าหน้าที่ประสานงานกับ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานไปที่บ้าน ตรวจสอบกล่องกระดาษทิชชู่ที่นำสลากใส่ไว้ เพื่อตรวจสอบลายนิ้วมือขณะนี้ได้แจ้งความแล้วว่าของหายเท่านั้น เนื่องจากยังไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัด และยังไม่ทราบว่าถูกรางวัลจริงหรือไม่อย่างไร จึงอยากให้ตำรวจติดตามสืบสวนคดีนี้ให้ทราบข้อเท็จจริง เบื้องต้นตำรวจรับไว้เป็นคดีเรียบร้อยแล้ว และจะตรวจสอบก่อนสรุปข้อเท็จจริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZkS47IdwA_8

 6,381
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 62

พ่อพาลูกสาววัย 14 ร้องกองปราบ ถูก 5 ผู้รับเหมา-คนงานก่อสร้าง รุมข่มขืนข้ามปี คดีไม่คืบ

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมครอบครัวเด็กหญิงวัย 14 ปี และมีอาชีพกรรมกรก่อสร้าง เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กองบังคับการปราบปราม   หลังลูกสาววัย 14 ปี ถูกกลุ่มผู้รับเหมาล่วงละเมิดทางเพศนานกว่าครึ่งปี ในแคมป์คนงานก่อสร้าง และจากการสอบถามเด็กหญิง พบว่าถูกกลุ่มผู้รับเหมา เบื้องต้นรวม 5 คน ข่มขืนกระทำชำเรา และได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้รับเหมาในพื้นที่ของสถานีตำรวจนครบาลประเวศแต่คดีไม่มีความคืบหน้าและเงียบหายไป     โดยพ่อของเด็กวัย 14 ปีที่ถูกล่วงละเมิด เผยก่อนหน้านี้ลูกสาวได้ถูกขอไปเลี้ยงดูโดยแม่บุญธรรมตั้งแต่อายุ 10 ปี เนื่องจากตนเองมีภรรยาและลูกใหม่ จึงไม่สามารถเลี้ยงดูลูกสาวได้ จนกระทั่งลูกสาวโทรมาขอความช่วยเหลือกับพี่สาว หลังไปทำงานและอาศัยอยู่กับญาติที่ทำอาชีพกรรมกรก่อสร้างและย้ายที่ทำงานไปเรื่อย ระหว่างทำงานในแคมป์คนงานในพื้นที่เขตประเวศเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ถูกผู้รับเหมาล่อลวงว่าจะพาไปซื้อเสื้อผ้า แล้วหลอกไปกระทำชำเรา หลังเสร็จกิจให้เงินมา 160 บาทพร้อมลำไยหนึ่งถุงกลับบ้าน   หลังทราบเรื่องตนเองก็เดินทางมาจากประจวบคีรีขันธ์ และพาลูกไปแจ้งความในพื้นที่ของ สน.ประเวศ หลังเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ วันถัดมาก็สอบปากคำทั้งพ่อและเด็กแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกให้รอถ้ามีอะไรจะโทรไปตาม ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้โทรไปหาก็ไม่รับสาย   ภายหลังจากพูดคุยกับลูกสาว ซึ่งไปทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างตั้งแต่ยังเล็ก และลูกสาวมาอยู่กับญาติช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เล่าให้พี่สาวฟังว่า ตอนนี้ไปทำงานที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็ถูกผู้รับเหมากระทำชำเราโดยช่างนั้ม เช่นกันแคมป์คนงาน   และยังเคยถูกกระทำชำเรา จากนายเหน่ง ซึ่งเป็นลูกน้องของช่างอีก 1 คน รวมทั้งถูกนายสมอและนายเบนซ์ 2 พ่อลูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้ลูกสาวเป็นระบายอารมณ์ แต่เด็กไม่กล้าบอกใคร เนื่องจากบอกไปแล้วก็ไม่มีใครเชื่อ จนรายสุดท้ายผู้รับเหมาคนที่ 5 คือช่างตั้ม ที่ล่อลวงไปกระทำชำเรา จึงคาดว่าน่าจะมีผู้ที่มากระทำชำเราลูกสาวอีกหลายคน     ขณะที่นางสาวบี (นามสมมุติ) พี่สาวที่น้องได้โทรมาขอความช่วยเหลือ ได้เปิดเผยว่า น้องสาวได้โทรมาเล่าเรื่องที่ถูกผู้รับเหมาข่มขืนกระทำชำเรา แต่เนื่องจากยังเด็กและไม่มีเงินจึงไม่สามารถหนีกลุ่มผู้รับเหมาที่มาข่มขืนกระทำชำเราได้นานข้ามปี จนกระทั่งล่าสุดพ่อได้เข้าแจ้งความ   เบื้องต้นพบว่ามีผู้ที่ร่วมข่มขืนน้องรวมทั้งหมด 5 คน คนแรกคือช่างนั้ม คนที่สองคือนายเหน่ง และสองพ่อลูกคืนนายสมรและนายเบนซ์ ขณะที่คนสุดท้ายคือช่างตั้ม โดยขณะนี้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสอบปากคำไว้เบื้องต้น ก่อนจะประสานกับสหวิชาชีพเพื่อทำการสอบปากคำผู้เสียหายก่อนเสนอผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามพิจารณาในการดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zCDTSa2ntWg

 3,192
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

'ทหารเกณฑ์-ทนายรณรงค์' ร้องกองปราบ ถูกครูฝึกทำโทษโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว จี้ต้นสังกัดชี้แจง

กรณีทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกลงโทษโหดถึง 6 รอบ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยัน 4 โมงเย็น ทั้งเอาโทรศัพท์ตบหน้า จับนอนพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ยาว 1 ศอก ตีก้นจนฟกช้ำ จับหัวกดถาดข้าว ใช้มีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ หลังถูกจับได้แอบเล่นโทรศัพท์มือถือ ทนเจ็บไม่ไหวหนีออกจากค่าย เข้าร้องกองปราบปรามดำเนินคดีแล้ว เรียกร้องให้กองทัพอากาศออกมาชี้แจง   (9 ก.ค.62) วันนี้ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พาครอบครัวของทหารเกณฑ์รายนี้ เข้าร้องกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึก ที่ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีอย่างรุนแรง ส่วนที่ไม่ไปแจ้งที่ สน.ดอนเมือง เจ้าของพื้นที่ อาจถูกทหารแทรกแซงและนำตัวเข้ากรม และไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการเข้าแจ้งความในวันนี้ ก็มีทหารมาดักรอหน้าบ้าน เพื่อรอรับตัว จึงอยากให้ทหารอากาศต้นสังกัดชี้แจงการใช้ไม้เฆี่ยนตีว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรการฝึกหรือไม่ เพราะอยู่ในหลักสูตรก็จะไม่สามารถแจ้งความเอาผิดทางอาญาได้ แต่ถ้าไม่อยู่ก็จะแจ้งความเอาผิดในข้อหาทำร้ายร่างกาย    ทั้งนี้ ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ อาการของทหารเกณฑ์ยังมีร่องรอยฟกช้ำ ไม่สามารถเดินหรือนั่งได้ตามปกติ และยังต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่องซึ่งทหารเกณฑ์ บอกว่า ตนเองสมัครเป็นทหารอากาศสังกัดหนึ่ง โดยได้เข้าค่ายฝึกตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 กรกฏาคม ถูกผู้ช่วยครูฝึกจับได้ว่า แอบเล่นโทรศัพท์มือถือนอกเวลาที่กำหนด ครูฝึกจึงเรียกคุยและลงโทษโดยการใช้มือตบหน้า 3-4 ครั้ง และเตะ จากนั้นก็เอาโทรศัพท์มาตบหน้าหลายครั้ง คุยไปตบไป แล้วให้ตนนอนกับพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ยาว 1 ศอก พันด้วยเทปใสกระหน่ำตีไปที่ก้นอย่างแรง 3-4 ครั้ง ตนไม่กล้าขัดขืนได้แต่นอนร้องไห้ โดยไม้ไผ่นั้นทางครูฝึกทำขึ้นมา เพื่อใช้ลงโทษทหารเกณฑ์ที่แหกกฎก่อนทานข้าวครูฝึกคนเดียวกันก็นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ มาฟาดที่ก้นของตนอีก 3 ครั้ง ระหว่างกินข้าวก็กดหัวของตนลงจานข้าวแล้วตบหัว จากนั้นผู้ช่วยครูฝึก ก็บอกให้เพื่อนของตนนำถาดข้าวไปเก็บแล้วดึงกางเกงในลากตนไปที่โต๊ะครูฝึก มีผู้ช่วยครูฝึกอีกคนกระโดดตบหัวจนหมวกหลุดจากศีรษะจากนั้นครูฝึกคนเดียวกันก็บังคับให้นอนลงกับพื้น ใช้บ้องไม้ไผ่ฟาดซ้ำไปที่ก้นอีกหลายที ใช้เท้าถีบใบหน้า หลัง และหน้าอก ระหว่างฝึกตอนเย็นก็ถูกตีอีกครั้ง และตอนกลางคืนโดนมีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ซ้าย โดยครูฝึกขู่ว่า "ถ้ามึงหนีออกมาเจอกูแน่" แต่ตนทนเจ็บไม่ไหว ตอนกลางคืนจึงหนีออกจากค่ายกลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่กล้ากลับเข้าไปในค่ายอีก กลัวโดน ทำร้ายซ้ำ     ขณะที่บิดาของทหารเกณฑ์ ยอมรับว่าลูกทำผิดจริง แต่ไม่ควรลงโทษรุนแรงขนาดนี้ กังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกชาย เนื่องจากตัวลูกชายสมัครเข้าเป็นทหาร 1 ปี หลังจากนี้ต้องกลับเข้ากรม ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันความปลอดภัยได้ กรณีนี้หากไม่หนีออกมา ก็คงไม่ได้มาแจ้งความที่นี่ และหากลูกของตนเป็นอะไรไป ใครจะรับผิดชอบ อยากให้ต้นสังกัดทำการสวบสวนเรื่องนี้ ลูกคนอื่นจะได้ไม่ต้องโดนทำร้ายเหมือนลูกของตน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ถูกครูฝึกทำโทษสุดโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว ทนไม่ไหวหนีออกจากค่าย พ่อจี้ต้นสังกัดสอบ  

 2,029
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ค. 62

สาวร้องถูกขโมยทอง 7 บาท หลังเอาใส่ไหฝังดินไว้ ถูกมือดีขุดไป หนีลอยนวล

จากกรณีสาวเมียนมาร้องต่อทนายชื่อดัง หลังถูกขโมยทองคำน้ำหนักรวมกว่า 7 บาท ที่แม่ของตนฝันไม่ดีแล้วนำไปฝังไว้ใต้ดินข้างบ้านพักส่วนตัว   ความคืบหน้าวันวันที่ 29 พ.ค. 62 เมื่อเวลา 11.00 น ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พานางสาวเชอร์รี่ อายุ 28 ปี สาวชาวเมียนมาเข้าแจ้งความที่ สภ.องครักษ์ จังหวัดนครนายก หลังจากได้รับเรื่องราวผ่านเพจว่าตนเองและครอบครัวต้องการความช่วยเหลือจากทนายเนื่องจากทองคำของตนเองและของครอบครัวที่เก็บสะสมมานานได้ถูกขโมยลักเอาไป   หลังจากที่แม่ของตนฝันไม่ดีว่าจะมีคนมาขโมยทองคำ หลังจากนั้นแม่จึงตัดสินใจนำทองที่มีอยู่ทั้งหมดใส่ไหแล้วห่อด้วยผ้านำไปฝังดินบริเวณข้างพักของตนเองหลัง   จากนั้นไม่กี่วันทองที่ฝังเอาไว้กลับหายไปอย่างลึกลับทิ้งไว้เพียงหลักฐานในที่เกิดเหตุ เนื่องจากตนเองเป็นต่างด้าวจึงไม่กล้าไปดำเนินการแจ้งความใดๆ    หลังจากที่เกิดเหตุ ทนายรณรงค์จึงอาสาที่พานางสาวเชอร์รี่พาเข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดกับคนที่ลักเอาทองคำของสาวเมียนมารายนี้ไป       

 6,085
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 62

แม่ผู้ต้องขัง เสียชีวิตในเรือนจำศรีสะเกษ ร้อง ยธ. สอบข้อเท็จจริง ไม่เชื่อ ลูกชายลื่นล้มตาย

วันที่ 24 เม.ย. 62 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานางสุรินทร์ เกษหอม มารดาของ นายพรหมปัญญา เกษหอม ผู้ต้องขังที่เสียชีวิตในเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ยื่นหนังสือให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุการเสียชีวิตในเรือนจำจังหวัดศรีษะเกษ พร้อมกับนำหลักฐานภาพถ่ายการเสียชีวิตของลูกชายมายื่นด้วย   นางสุรินทร์ เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวครอบครัวไม่เชื่อว่าลูกชายลื่นล้ม เป็นเหตุให้เสียชีวิตภายในเรือนจำเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากวันที่ไปรับศพลูกชาย พบรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง เช่น บริเวณลำคอ ใบหน้า เอว และ ลำตัว ซึ่งทั้งหมดไม่น่าจะเกิดจากการลื่นล้ม   ก่อนหน้านี้ เคยยื่นเรื่องสอบถามข้อเท็จจริงไปทางเรือนจำ และได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงต้องมายื่นหนังสือร้องเรียนที่นี่   ด้านนายรณณรงค์ ยืนยันว่าทางครอบครัวยังไม่ได้รับแจ้งผลการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจากกรมราชทัณฑ์ ดังนั้นครอบครัวจึงใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เพื่อให้ศูนย์บริการร่วมฯ ช่วยเหลือติดตามความคืบหน้า รวมถึงการเยียวยาความเสียหาย   เบื้องต้นทางศูนย์บริการร่วมฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้แล้ว หลังจากนี้จะประสานให้กรมราชทัณฑ์เร่งตรวจสอบข้อมูล และรายงานผลความคืบหน้า เพื่อชี้แจงกับผู้ที่มาร้อง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แม่ร้องลูกชายติดคุกแทนค่าปรับ 4 วัน ดับปริศนามีรอยถูกทำร้ายทั้งตัว จนท.บอกแค่ช็อกหมดสติ    

 1,092
ปากท้องร้องทุกข์
08 ม.ค. 62

ครอบครัวชาวประมง ร้องกองปราบขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 16 ถูก 3 โจ๋รุมโทรม แต่คดีไม่คืบ

(8 ม.ค. 62) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมพาครอบครัวชาวประมง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังลูกสาววัย 16 ปี ถูกกลุ่มเยาวชนชาย 3 คน รุมโทรม ในห้องน้ำสาธารณะริมชายหาดแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทางครอบครัวแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่คดีไม่มีความคืบหน้า   แม่ของผู้เสียหาย ระบุว่า หลังแจ้งความผ่านมานานกว่า 1 เดือน พนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ยังไม่มีการเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หรือเก็บพยานหลักฐานแวดล้อมใดๆ โดยเฉพาะเสื้อผ้าของลูกสาวที่ใส่ในวันเกิดเหตุ ก็ไม่ได้ส่งไปตรวจสอบตามขั้นตอนของกฏหมาย เมื่อไปทวงถามติดตามคดี ก็ถูกพนักสอบสวนต่อว่าอย่างหยาบคาย แต่เมื่อทราบว่าตนเองจะเข้าร้องทุกข์ที่กองปราบปราม พนักงานสอบสวนกลับรีบติดต่อให้ตนเองเข้าให้ปากคำในวันนี้ หรือ วันพรุ่งนี้ พร้อมขอให้ยุติการเดินทางมาที่กองปราบปราม   แม่ของผู้เสียหายยังเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนเคยเป็นตัวตั้งตัวตีในการไกล่เกลี่ยพร้อมเรียกฝั่งคู่กรณีมาพูดคุยอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ทำให้ไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจในท้องที่   ด้านทนายรณรงค์กล่าวว่า 1 ใน 3 เยาวชนผู้ก่อเหตุ เป็นหลานนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพลในท้องที่ และยังโพสประจานผู้เสียหายลงสื่อออนไลน์ สร้างความเสียหายต่อตัวเด็กและครอบครัว จึงได้นำหลักฐาน ภาพวงจรปิด ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ และเสื้อผ้าที่น้องสวมใส่ในวันเกิดเหตุ มาเป็นหลักฐานในการยื่นของความเป็นธรรม พร้อมขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ด้วย   ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ และจะสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 4,007
สังคม-อาชญากรรม
03 ธ.ค. 61

สาวร้อง ปอท. หลังถูกปล่อยภาพโป๊ลงแอพฯ เผย มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อนับพัน

วันที่ 3 ธ.ค.61 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำหญิงสาว 2 ราย อายุ 18 และ 19 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ให้ดำเนินคดีกับแอดมินเพจ และเว็ปไซต์ รวมถึงสมาชิกกลุ่มลับแอพพลิเคชันไลน์ ที่นำภาพโป๊เปลือยผู้เสียหายทั้งสองคนไปขายต่อในเว็ปไซต์ VK และกลุ่มแอพพิเคชั่นไลน์ต่างๆ   นายรณณรงค์ กล่าวว่า มีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อนับพันคน โดยผู้เสียหาย 2 คน ที่พามาวันนี้ ยอมรับว่าเคยถูกล่อลวงให้ถ่ายภาพโป๊เปลือย สมัยเมื่ออายุ 15-16 ปี โดยคนร้ายได้ออกอุบายว่าให้ถ่ายภาพโป๊ที่ใส่บิกินี่ เพื่อแลกกับเงินหลักพันถึงหลักหมื่นบาท เมื่อผู้เสียหายที่เป็นเด็กยอมถ่ายก็จะถูกข่มขู่ว่าภาพไม่ดีให้ถ่ายโป๊กว่านี้อีก จนกลายเป็นภาพเปลือย    โดยผู้เสียหายก็ต้องทำตามเพราะถูกข่มขู่ว่าหากไม่ยอมทำจะนำภาพไปประจาน บางรายทำไปก็ได้เงินจริงแต่ก็มีบางรายที่ไม่ได้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว กระทั่งภาพดังกล่าวกลับถูกฉกฉวยนำเอาไปใช้ประโยชน์เผยแพร่และขายทางกลุ่มแอพพิเคชั่นไลน์ ซึ่งเป็นกลุ่มลับที่ตั้งมา เพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนภาพลามกอนาจารของนักเรียน นักศึกษา ที่มีสมาชิกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 50,000 คน ที่สำคัญคือมีการนำ Facebook Twitter ของผู้เสียหายมาโพสต์ให้คนที่จะซื้อคลิปดูเพื่อให้ไปดูว่าตัวจริงของภาพอนาจารเหล่านั้นคือใคร จนทำให้มีคนทักแชทและติดต่อมายังผู้เสียหายจำนวนมากเพื่อขอซื้อบริการทางเพศ   ด้านผู้เสียหาย 2 รายกล่าวด้วยน้ำตาว่า วันนี้อยากให้ตำรวจ ปอท. ดำเนินคดีกับคนที่นำภาพหลุดของพวกตนไปลง และอยากให้ลบคลิปทั้งหมดที่นำไปเผยแพร่ เพราะทำให้อับอายและกลัวมาก หากครอบครัวรู้จะยิ่งเสียใจ โดยพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องพร้อมหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมายื่น หลังจากนี้ก็ทำการตรวจสอบเว็ปไซต์ และกลุ่มแอพพิเคชั่น เพื่อขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป  

 3,631
สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 61

แม่ร้องกองปราบฯ ลูกชายวัย 7 ขวบ ถูกทหารล่วงละเมิดทางเพศ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

แม่เด็ก 7 ขวบ ร้องกองปราบฯ หลังถูกจ่าทหารล่วงละเมิดทางเพศบุตรชาย ที่บ้านพักในค่ายทหาร จังหวัดตรัง หลังก่อเหตุผู้ต้องหาพยายามเจรจาค่าเสียหายกว่า 3 แสนบาท เพื่อให้ยุติการเอาผิด ขณะที่ผู้เสียหายยืนยันดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด วันนี้ (23 ส.ค.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้นำ แม่ของเด็กชาย วัย 7 ขวบ ที่ถูกทหารกระทำชำเรา เข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ร่วมตรวจสอบคดีนี้ เนื่องจาก ผู้ต้องหาเป็นทหาร เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยแม่ของเด็กชาย ผู้เสียหาย มีอาชีพรับจ้างซักผ้า-รีดผ้า อยู่ในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ใน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ระบุว่าลูกชายวัย 7 ขวบ ถูกทหารยศจ่าสิบเอก ในค่ายดังกล่าว ล่วงละเมิดทางเพศ    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งตอนเกิดเหตุตนกำลังรีดผ้าอยู่ในบ้านพัก และทหารคนดังกล่าวได้นำผ้ามาให้รีดที่บ้านพัก จากนั้น ได้ขอตัวกลับ แต่มาทราบในภายหลังว่าได้เข้ามากระทำอนาจารโดยการล่วงละเมิดบุตรชายวัย 7 ขวบของตน   หลังจากทราบเรื่อง จึงพาบุตรชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนที่จะเดินทางไปแจ้งความ ไว้ที่ สภ.ห้วยยอด และภายหลังเกิดเหตุคู่กรณีได้ส่งคนกลางเข้ามาเจรจาเพื่อจะขอชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 300,000 บาท แต่ตนไม่ขอรับ เพราะรับไม่ได้ที่บุตรชายถูกกระทำ และต้องการเอาผิดกับผู้ต้องหา จึงได้ย้ายออกมาจากค่ายทหาร ส่วนคดีความที่เกิดขึ้นได้ สอบถามกับทางพนักงานสอบสวนได้รับข้อมูลว่า ได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการศาลทหารไปแล้ว    ทางด้านทนายรณรงค์ระบุว่า ผลตรวจสอบร่างกายของทางแพทย์ยืนยันว่าเด็กชายวัย 7 ขวบถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีหลักฐานเป็นคราบอสุจิของคู่กรณีอยู่ที่ทวารหนักของเด็ก สำหรับข้อหาที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด แจ้งกับผู้ต้องหาคือ กระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และวันนี้อยากจะขอให้ตำรวจกองปราบปราม ไปร่วมตรวจสอบสำนวนคดีเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นทหาร   (คลิป)  

 6,649

Top