ค้นหา :

ผลการค้นหา "เศรษฐกิจไทย"

เศรษฐกิจ
14 ต.ค. 62

'ส.อ.ท.' เผยถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกดเศรษฐกิจไทย ชี้ภาครัฐควรต้องออกมาตรการกระตุ้น

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงเศรษฐกิจไทยในภาพใหญ่ว่า ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกดเศรษฐกิจไทยคือ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากภาวะสงครามการค้า สหรัฐฯ-จีน การออกจากกลุ่มสหภาพยุโรปของอังกฤษ การประท้วงที่ฮ่องกง ทั้งหมดนี้ส่งผลกดเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจจะต่อเนื่องกดยาวไปจนถึงปีหน้า    ภาครัฐควรต้องออกมาตรการกระตุ้น โดยมาตรการ ชิมช้อปใช้ ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแค่ 1-2 รอบ ส่วนใหญ่ไปกระจุกตัวอยู่ในห้างฯขนาดใหญ่ แต่ไม่ลงไปที่ชุมชน ดังนั้นภาครัฐควรปรับมาตรการให้มีการหมุนเวียนของเงินมากขึ้น และต้องเข้าถึงชุมชนฐานรากมากขึ้น        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/2h_26NURyBI

 619
เศรษฐกิจ
11 ต.ค. 62

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย.62 ดิ่งสุดในรอบ 39 เดือน หวั่นเกิดต้มยำกุ้งรอบ 2 แต่รอบนี้เล่นงานคนจน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ก.ย.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 อยู่ที่ระดับ 72.2 ลดจาก 73.6 ในเดือน ส.ค.62 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 39 เดือน     สาเหตุมาจากผู้บริโภคกังวลเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน ปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯและจีนที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก และเศรษฐกิจของไทยให้ชะลอตัว โดยคาดว่าการส่งออกไทยปีนี้จะติดลบ 1-2% รวมทั้งปัญหาบาทแข็งค่า ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงนับแสนคน   นอกจากนี้ ยังกังวลต่อราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าว ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดลดลง แม้รัฐบาลจะมีมาตรการประกันรายได้ แต่ก็เป็นเพียงการประคองไม่ให้ราคาตกต่ำลงเท่านั้น อีกทั้ง ยังกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ   แม้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 310,000 ล้านบาท ทั้งการโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย มาตรการชิม ช้อป ใช้ การปล่อย สินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ ประกันรายได้สินค้าเกษตร แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ในไตรมาส 3 ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย รัฐบาลจึงควรดำเนินนโยบายการเงินและการคลังแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง   ซึ่งความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงเกิดจากความรู้สึกของประชาชนที่เห็นว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ และอาจหนักกว่านี้ จนอาจลามไปเป็นวิกฤติต้มยำกุ้ง แต่ครั้งนี้ปัญหากลับกันผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่เห็นผลในไตรมาส 4 กังวลว่าเศรษฐกิจจะซบเซายาวไปจนถึงปีหน้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fLz8IlZGTQQ

 51,483
เศรษฐกิจ
01 ต.ค. 62

'กอบศักดิ์' รับเศรษฐกิจทรุดเกินคาด แบงก์ชาติชี้ไทยโตต่ำกว่าที่คิด แต่ยังไม่วิกฤต

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามภาวะเศรษฐกิจล่าสุด เห็นว่าเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าที่คาด เพราะส่งออกยังไม่ฟื้นตัว และเศรษฐกิจเดือน ก.ค.62 ไม่ดี ไตรมาส 3 ต้องประเมินอีกว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวมากน้อยเพียงใด ถ้าชะลอมากต้องหารือว่าจะมีมาตรการใดกระตุ้นเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ยังขยายตัวได้ 3%   ด้านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่า ปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัว 2.8% ต่ำกว่าศักยภาพที่จะเติบโตได้ เพราะผลกระทบของการกีดกันการค้า และสงครามการค้า ซึ่งกระทบต่อการส่งออกทำให้เอกชนชะลอลงทุนและลดจ้างงานจนคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ยืนยันว่าแม้ไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่ยังไม่เข้าสู่วิกฤต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3q6iTgKlmOY

 3,827
เศรษฐกิจ
10 ก.ย. 62

'สมคิด' แนะคนไทยอย่ารอแต่รัฐบาลช่วย ยันเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่คุมด้านเศรษฐกิจแล้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่คุมกระทรวงเศรษฐกิจเพียง 4 กระทรวงเท่านั้น   โดยยืนยันว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแรง ดังนั้น ทุกคนต้องมีความเชื่อมั่น เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว สิงคโปร์ก็มีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวเหมือนไทย มีความยากลำบากในการแก้ไขปัญหา แต่สิงคโปร์ก็ไม่ตกใจ และไม่จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรออกมา   ในส่วนของไทยไม่ใช่ว่าเมื่อมีปัญหาอะไรก็ต้องให้มีมาตรการกระตุ้นออกมาอยู่เสมอไป ทุกคนต้องรู้จักลุกขึ้นมาสู้ ช่วยตัวเองบ้าง เศรษฐกิจไทยไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด   ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจควบคุมนโยบายและกระทรวงด้านเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะเป็นรัฐบาลพรรคร่วม แต่ละพรรคมีรองนายกฯ เพื่อดูแลกระทรวงเศรษฐกิจของตัวเองเพราะเลือกตั้งได้ออกมาแบบนี้จะให้ทำอย่างไร ทำให้การดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจไม่มีเอกภาพ   จึงเป็นเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจขึ้นมา โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานเพื่อรวมศูนย์อำนาจดูแลด้านเศรษฐกิจ จึงไม่มีรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจเหมือนที่ผ่านมา   ต้องเห็นใจนายสมคิดเพราะไม่ได้เป็นรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ แล้วก็ต้องมาคิดดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อประสานให้ทุกส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกันโดยเฉพาะการบริหารเศรษฐกิจ จึงมี ครม.เศรษฐกิจขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้    ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีผลโพลสวนดุสิตและนิด้าระบุประชาชนส่วนใหญ่มองว่า รัฐบาลไม่มีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจนั้น เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข รัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงเดือนกว่าเท่านั้น แต่พยายามอย่างเต็มที่ กระทรวงการคลังพร้อมรับฟังเสียงของประชาชน ถ้ามาตรการที่มีอยู่ไม่เพียงพออาจจะพิจารณาเพิ่มเติม ยืนยันว่าเศรษฐกิจโดยรวมไม่ได้แย่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pRxWkqyytHg  

 614
เศรษฐกิจ
04 ก.ย. 62

นายกฯสั่งแจงปชช. ยันเศรษฐกิจไม่ได้ถดถอย gdp ไม่ติดลบ แค่เติบโตลดลง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานพยายามสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่า   สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันไม่ได้ถดถอย (recession) เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ติดลบ ยังเป็นการเติบโตอยู่ เพียงแต่เติบโตลดลง ไม่ได้ขยายตัวตามเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งนายกฯกลัวว่าจะมีการส่งสัญญาณออกไปผิดๆ เพราะถ้าคิดว่าเศรษฐกิจถดถอย ความเชื่อมั่นก็จะหายไป   ทั้งนี้ นายกฯได้ให้ทุกกระทรวงไปดูแลเศรษฐกิจรากหญ้า เพราะในขณะที่เศรษฐกิจข้างบนดูดี แต่ข้างล่างยังบ่นว่ามีปัญหาอยู่ ส่วนกรณีของภัยแล้งหรือน้ำท่วม ล้วนส่งผลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งนั้น   ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้ชี้แจงใน ครม.ด้วยว่า แม้เศรษฐกิจไทยขณะนี้ขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมาย หากดูตัวเลขเทียบปีต่อปี และไตรมาสต่อไตรมาสแล้ว ก็ยังเป็นการขยายตัวอยู่   จึงฝากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันสื่อสารไม่ให้คนเข้าใจผิดว่าเศรษฐกิจไทยถดถอย ขณะเดียวกัน สศช.ยังได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทย โดยเห็นว่าตัวชี้วัดด้านต่างๆทางเศรษฐกิจกำลังปรับตัวดีขึ้น ทั้งดัชนีการอุปโภคและบริโภค การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ดีมากนัก ซึ่งรองนายกฯ ก็ขอให้ทุกหน่วยงานต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน เพื่อให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น   “นายกฯได้ย้ำใน ครม.ว่า แม้เครื่องชี้เศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่เศรษฐกิจฐานรากยังไม่ดี สินค้าเกษตรบางตัวมีราคาดี แต่บางตัวมีราคาลดลง จึงฝากกระทรวงเกษตรฯไปดูแลทั้งการปรับเปลี่ยนการผลิต การลดต้นทุน การทำปุ๋ยสั่งตัด (Tailor made) และให้กระทรวงพาณิชย์มาร่วมด้วย พร้อมกันนี้รองนายกฯยังได้ฝากให้สำนักงบประมาณเร่งเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ จะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจอีกครั้ง”.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7YW_EE1vfz4

 14,965
เศรษฐกิจ
01 ส.ค. 62

แบงก์ชาติเผย เศรษฐกิจไทย มิ.ย. ชะลอตัวแทบทุกหมวด คาดส่งออกทั้งปีติดลบ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2562 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนแทบทุกหมวด จากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทนที่หดตัวตามยอดขายยานยนต์ในประเทศและยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ จะมีเพียงการท่องเที่ยวที่ขยายดีขึ้นเล็กน้อย   ส่วนการส่งออก ก.ค.-ส.ค.ที่เดิมคาดว่าจะฟื้นตัวในระยะสั้น อาจจะไม่เกิดขึ้น และมีแนวโน้มว่าเป็นไปได้ส่งออกทั้งปีติดลบ จากเดิมที่คาดว่าขยายตัว 0%  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-4LqFydv30

 959
เศรษฐกิจ
12 ก.ค. 62

'สมคิด' บอกเศรษฐกิจครึ่งปีแรก อย่าไปคิดมาก เน้นกระตุ้นในประเทศครึ่งปีหลัง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยืนยันไม่มีทีมดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เพราะรองนายกรัฐมนตรีมีหลายคน ทุกคนต้องช่วยกันดูแต่ละกระทรวง โดยล่าสุดนายกรัฐมนตรี กำชับให้รวมนโยบายแต่ละกระทรวง รวมถึงนโยบายจากฝ่ายค้านเพื่อแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจฐานราก เรียกความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ส่วนตัวมองว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงใหญ่มีรัฐมนตรีหลายคนเหมาะสมแล้ว   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลังจากที่มีกระแสข่าวว่า ตนเองจะทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจต่อ ระบุว่าส่วนตัวไม่อยากให้มองว่าเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เพราะว่ามีการแต่งตั้งรองนายกฯ ตั้งหลายคน ซึ่งแต่ละคนมีหน้าที่จะไปดูแลแต่ละกระทรวงจึงไม่อยากให้แบ่งว่าเป็นฝ่ายไหน และคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร   พร้อมยืนยันไม่มีทบทวนนโยบาย แม้จะมีหลายพรรคการเมือง เพราะนโยบายของพรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกัน ที่ต้องการทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งมีความสามารถสูงในอนาคต รวมถึงการช่วยเหลือฐานรากให้มากขึ้น แต่ก็มีความแตกต่างกันในรายละเอียด เชื่อว่าแต่ละพรรคมีการหารือกันอยู่แล้ว และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดิม   จึงขออย่ากังวลในเรื่องดังกล่าว ส่วนจะเป็นความท้าทายกับรัฐบาลใหม่หรือไม่ หลังจากตัวเลข GDP ลดลง ตนเองเชื่อว่าในภาวะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ไม่ใช่ประเทศไทยโดนประเทศเดียว ทุกคนลำบากไปหมด ประเทศไทยเผชิญอยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงนี้ ซึ่งขณะนี้ทุกอย่างเรียบร้อย และรัฐบาลชุดใหม่เหลือแค่รอการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน   จึงมองว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากจะคิดว่าให้ไทยรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลกเพียงประเทศเดียวคงไม่ได้ จึงต้องพยายามประคองกันไปในช่วงนี้ ส่วนจะให้ความเชื่อมั่นกับการลงทุนกับต่างประเทศหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ที่นโยบาย ถ้าทุกคนร่วมกันผลักดันนโยบายไม่ให้เกิดการติดขัดทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม   พร้อมทั้งระบุว่าเราต้องมั่นใจกันเองก่อน ถ้าเราไม่มั่นใจแล้ว ต่างชาติจะมั่นใจได้อย่างไร ส่วนตนเองจะประเมินความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจ ภายในประเทศว่าจะดีขึ้นหรือไม่นั้น มองว่าครึ่งปีแรกอย่าไปคิดในเรื่องนี้ให้มากนัก เพราะทุกอย่างว่างมาเกือบครึ่งปี แต่ควรมองถึงครึ่งปีหลังนี้เมื่อรู้ว่าเศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี จึงต้องหันมาเน้นแก้ไขภายในประเทศ โดยเฉพาะโครงการลงทุนต่างๆ ต้องเดินหน้าไม่ให้ติดขัดรวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก   นายสมคิด ยังยืนยันว่าตนเองไม่มีทีมฝ่ายเศรษฐกิจ มีแต่เพียงน้องๆที่กระจายในกระทรวงต่างๆซึ่งตนเองก็คิดว่าจะสามารถประสานกับน้องๆภายในกระทรวงต่างๆได้ แม้ต่างพรรคแต่รู้จักทั้งหมด โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตนเองก็รู้จักมานานแล้ว พร้อมฝากให้เร่งรัดโครงการเมกะโปรเจ็กต์อย่าให้เกิดความสะดุด   ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจที่จะนำไปแถลงต่อรัฐสภานั้นขณะนี้กำลังรวบรวมกันอยู่ โดยพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลได้รวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆเพื่อจะรวบรวมเป็นนโยบายของรัฐบาล ขณะเดียวกันนายกฯยังได้กำชับ ให้รวบรวมนโยบายของฝ่ายค้านด้วย ซึ่งนโยบายฝ่ายค้านก็ต้องการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานรากเช่นเดียวกัน หากฝ่ายค้านมีนโยบายอะไรก็ให้แนะนำกันมาเพื่อรวบรวมให้เป็นเรื่องเดียวกัน   ทั้งนี้หากมีรัฐบาลใหม่มาอย่าเรียกว่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์ให้กับประชาชน แต่จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปเพื่อไม่ให้เสียโอกาส  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pVHpevjrnLk

 5,304
เศรษฐกิจ
11 ก.ค. 62

'สมคิด' ชี้เศรษฐกิจไม่ดีทั้งโลก คนไทยต้องเชื่อมั่น อย่ากังวลการเมือง ไม่ตีกันเอง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พูดถึงภาวะเศราฐกิจไทยว่า หลายคนคงกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจ เพราะว่าเจอ 2 เด้ง เด้งที่ 1 คือเศรษฐกิจโลกที่ไม่ค่อยดีจากสงครามการค้าระหว่างอเมริกากับจีน ซึ่งกระทบการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยวของโลก แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่เฉพาะเราประเทศเดียว ถ้าพยายามยืนหยัดเอาไว้ อย่าตีกันเองซะก่อน เชื่อว่าเราจะผ่านพ้นไปได้   เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดีเราก็หันมาเน้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่น คนจะลงทุนก็ต้องมีความเชื่อมั่น จะใช้จ่ายมากน้อยเพียงใดก็ดูความเชื่อมั่น ถ้าพวกเรากันเองขาดความเชื่อมั่นแล้วจะให้ใครมาเชื่อมั่นประเทศไทยและตามที่ธนาคารโลกออกมาบอกว่าประเทศเรา มีความเสี่ยงในด้านของความไม่แน่นอนทางการเมือง คือเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลนั้น   นายสมคิด กล่าวย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังอยู่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม แล้วพวกเราก็ช่วยกันสร้างทุกอย่างให้ดี อย่าไปกังวลเพราะไม่มีประโยชน์ช่วยกันทำงานอาจไม่ได้มากเท่าเดิม แต่อย่างน้อยเราก็ทำตัวของเราให้ผ่านไปให้ได้อย่างที่บอกว่าปีนี้ อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะได้ 3.5%   ซึ่งภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกแบบนี้ถ้าขยายตัวเกิน 3% ได้ ก็ถือว่าใช้การได้แล้ว ประเทศไทยดีมากๆ ไม่เช่นนั้นเงินลงทุนจากต่างประเทศจะไหลเข้ามาจนเงินบาทแข็งค่าขนาดนี้หรือ “แทนที่เราจะมองกังวลอย่างเดียว ทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็อย่าทำอย่างนั้น พวกเราไม่มีพรรคอยู่แล้ว เรามีแต่พวก ผมเองก็ไม่มีพรรค ผมมีแต่พวก ทุกอย่างทำเพื่อบ้านเมืองทั้งนั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YH2veOoGUao

 1,405
เศรษฐกิจ
01 ก.ค. 62

คลังเตรียมแสนล้านเสนอรัฐบาลใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ

กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่ มีวงเงินเตรียมไว้ประมาณ 1 แสนล้านบาท มาจากงบกลางและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563   โดยมาตรการเข้าไปดูแลในกลุ่มที่ต้องการช่วยเหลือ เช่น เกษตร เอสเอ็มอี ผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย เพราะขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจไทย คือคนยังไม่กล้าใช้จ่าย ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องอัดเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจ   โดยปัญหาของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้คือ ความเชื่อมั่น ซึ่งกระทบต่อความมั่นใจในการบริโภคและการลงทุน ดังนั้นนโยบายการคลังจะต้องเข้ามาเสริม เมื่อได้รัฐบาลใหม่แล้วกระทรวงการคลังจะต้องเร่งกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่น   ทำให้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งและกระตุ้นการบริโภค โดยระยะเร่งด่วน ควรดำเนินการผ่านความช่วยเหลือไปยัง ระดับรากหญ้า โดยเฉพาะในภภาคเกษตรกร ประเภทพืชไร่ต่างๆ เพื่อให้เกิดกำลังซื้อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B373AqqdAC8

 2,000
เศรษฐกิจ
28 มิ.ย. 62

'สมคิด' ไม่กังวล gdp ไทยโดนหั่น มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง หลังรัฐบาลใหม่

รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังโตต่อเนื่องได้ หลังมี ครม.ใหม่เข้ามาบริหารงาน ระบุทำงานร่วมกับทีมเศรษฐกิจพรรคร่วมได้ราบรื่น    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง การปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทยจาก 3.8 % เหลือ 3.3% ว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะหลังจากเลือกตั้งมายังไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ประกอบกับเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว แต่มั่นใจว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดีอยู่แล้ว   และเชื่อว่าหลังจากนี้ภาวะเศรษฐกิจของไทยจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากจะมีคณะรัฐมนตรีเข้ามาทำงานเดินหน้านโยบายต่างๆต่อ ขณะที่การเบิกจ่ายการลงทุนจะยังมีต่อเนื่องแม้ว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะล่าช้ากว่าปกติก็ตาม   ซึ่งรัฐบาลจะพยายามเร่งการเบิกงบลงทุนของโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ พร้อมยืนยัน ว่าการทำงานของทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลใหม่ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหา เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศเช่นเดียวกัน และจะทำงานร่วมกันได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sv53N5VGy_o

 1,884
เศรษฐกิจ
28 มิ.ย. 62

บิ๊กบอสเครือสหพัฒน์ ชี้ ศก.ไทยตอนนี้เลวร้ายสุด ค่าเงินแข็งหนัก ไลฟ์สไตล์คนติดหรูแต่รายได้เท่าเดิม

นายบุญยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้อยู่ในขั้นเลวร้ายสุด สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งตัวในปัจจุบันถือว่าอยู่ในวิกฤติ ขณะที่รัฐบาลก็ยังไม่ชัดเจน แม้ว่าจะทราบตัวนายกรัฐมนตรีแล้ว ทำให้มีคำถามจากนักลงทุนมามากว่า เมื่อไรจะมีรัฐบาลมาทำงานสักที   นอกจากนี้การที่ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนแปลงไป การใช้ชีวิตของผู้คน การจับจ่ายและการกินอาหาร ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้จ่ายเพิ่มขึ้น ค่าครองชีพแพงขึ้น แต่รายได้ไม่เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศชะงักได้เช่นกัน   สำหรับเป้าหมายยอดขายของเครือสหพัฒน์ หลังจากที่ได้ปรับเป้าหมายการเติบโตลงเหลือ 2.5-3% ขณะนี้ประเมินสถานการณ์แล้วน่าจะทำได้ จากปีที่ผ่านมา มียอดขายรวมประมาณ 300,000 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LK-Tt4yL5sI

 19,851
เศรษฐกิจ
21 มิ.ย. 62

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ พ.ค.62 ลดต่ำสุดในรอบ 15 เดือน เหตุการเมืองขาดเสถียรภาพ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ ในเดือน พ.ค. 2562 ซึ่งทำการสำรวจจากสมาชิกหอการค้าภูมิภาคทั่วประเทศ 370 ตัวอย่าง พบว่า อยู่ที่ระดับ 47.4 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 15 เดือน ลดลงจาก 47.8 ในเดือนก่อนหน้า และลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แล้ว   ซึ่งผู้ประกอบการในทุกภูมิภาค รวมทั้งกรุงเทพฯ มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยลดลง สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลต่อการจัดตั้งรัฐบาล การเมืองขาดเสถียรภาพ เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ปัญหาสงครามการค้ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การส่งออกลดลง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กดดันให้กำลังซื้อในภูมิภาคลดลง   โดยจากภาพรวมของดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยล่าสุด สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในภาวะซึมตัว ทุกภาคมีปัญหาตรงกันคือราคาสินค้าเกษตร ทั้งนี้หากการเลือกตั้งผ่านไปเรียบร้อย มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในช่วงเดือน ก.ค. - ส.ค. 2562 มีการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 หมื่นล้านบาท รัฐบาลควรมุ่งเน้นเข้าไปดูแลภาคเกษตรและการท่องเที่ยว เพราะหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น จะพยุงให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังโตได้ 3.8-4 % และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 3.5 % ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gQ2x_EfgMEs

 596
เศรษฐกิจ
07 มิ.ย. 62

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค.62 วูบต่ำสุดในรอบ 19 เดือน เหตุคนกังวลเรื่องการเมือง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนพ.ค.2562 อยู่ที่ระดับ 77.7 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 19 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ย.2560 สะท้อนว่าเศรษฐกิจกิจไทยเข้าสู่ขาลงอย่างชัดเจน   ปัจจัยหลักที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง มาจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้า เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงสูง และราคาสินค้าเกษตรหลายรายการยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้รายได้เกษตรกรลดลง ส่งผลให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปีนี้   อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลและฉุดความเชื่อมั่นลงมาก ก็คือความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง ซึ่งเห็นได้ชัดจากดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 59 เดือนนับจากเดือนก.ค.2557   โดยยังกังวลในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล หรือตั้งรัฐบาลได้แล้วจะมีการประท้วงหรือไม่ เสียงของรัฐบาลจะเกินครึ่งหรือไม่ อายุรัฐบาลจะยืนยาวแค่ไหน ถ้ารัฐบาลมีเสถียรภาพ ตั้งครม.ได้ภายในเดือนกรกฎาคม ก็จะสามารถดำเนินนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ จะช่วยให้คนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจก็จะขับเคลื่อน   หากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐไม่แย่ลงไปกว่านี้ ประเมินว่าในไตรมาส 2 เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตในระดับ 2.8-3.2 % ส่งผลให้ครึ่งปีแรกโต 2.9% ได้ และหากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอัดฉีดงบประมาณเข้าระบบอีก 3-5 หมื่นล้านบาท จะผลักดันให้เศรษฐกิจครึ่งปีหลังโตได้ 4% หรือโตเฉลี่ยทั้งปีที่ 3.5 %   แต่ถ้าการเมืองวุ่นวาย มีการเคลื่อนไหวนอกสภา ความรุนแรงทางการเมืองจะกระทบต่อการท่องเที่ยว หากถึงขั้นสถานทูตต่างชาติออกมาเตือน ก็อาจกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่เกิน -0.25 % โดยจากสถิติในรอบ 60 ปี เศรษฐกิจไทยจะติดลบจากปัจจัยภายนอกทั้งสิ้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/QPN5BWTF0Wc  

 4,415
เศรษฐกิจ
16 พ.ค. 62

'สมคิด' รับสงครามการค้า-ตั้งรบ.ช้าฉุดเศรษฐกิจ ธนาคารโลกจ่อปรับลด gdp ไทยอีกรอบ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวต้องการให้เกิดความชัดเจนทางการเมืองเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ เพราะการไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ทำให้การทำงานของรัฐล่าช้า ภาคเอกชนเกิดความไม่มั่นใจในการลงทุนประกอบกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจลุกลามไปสู่ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ จนกระทบต่อการส่งออกของไทยและทั่วโลก แต่ก็ไม่รู้สึกกังวล เพราะเชื่อว่าหากไทยมีรัฐบาลเมื่อไร สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจจะดีขึ้นเอง     น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่าผลกระทบจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯที่มีต่อไทย อาจทำให้การส่งออกลดลง 8% ซึ่งต้องติดตามว่าวิกฤตนี้จะยาวนานแค่ไหน ผู้ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงสหรัฐฯ และจีน แต่ทุกประเทศได้รับผลกระทบหมด ยอมรับกลุ้มใจกับสถานการณ์การส่งออก ซึ่งตัวเลขอาจต่ำกว่าที่กำหนดไว้   ด้านนายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก กล่าวว่า ในเดือน ก.ค.นี้ธนาคารโลก จะมีการปรับการคาดการณ์จีดีพีของประเทศไทยใหม่อีกครั้ง จากเดิมปีนี้จะเติบโต 3.8% และปี 2563 เติบโต 3.9%   เพราะประเทศไทยมีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออก ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง จากเศรษฐกิจโลกที่เติบโตลดลง เพราะสงครามการค้าสหรัฐฯและจีน ที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น จึงต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจจีน ที่หากเติบโตลดลง จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและมาเลเซีย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U9nCraPeD5I

 1,251
เศรษฐกิจ
30 เม.ย. 62

ห่วงเศรษฐกิจไทยทรุด อาจได้เห็นภาพ แรงงานไทยแห่ทำงานประเทศเพื่อนบ้านแทน

นายจิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่า การที่มีการปรับลด GDP เหลือ 3.8% แต่หากไปดู GDP ของประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียนที่โต 4-5% สะท้อนว่าไทยเศรษฐกิจโตตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน   ซึ่งในความเป็นจริงไทยตามหลังเพื่อนบ้านมาแล้วหลายปี เพราะบางประเทศขยายเติบโตรวดเร็ว บางประเทศโตเลข 2 หลัก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจได้เห็นแรงงานไทยไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านแทน   แนะรัฐบาลไม่ควรแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสั้นๆ แต่ควรมาสร้างมาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานไทย เพื่อสู้กับแรงงานต่างประเทศได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HVgZO1MsNAg

 14,743

Top