ค้นหา :

ผลการค้นหา "เศรษฐกิจไทย"

เศรษฐกิจ
27 ม.ค. 63

ประเมินไวรัสโคโรนากระทบการท่องเที่ยว สูญ 1.5 แสนล้านบาท

 146
เศรษฐกิจ
27 ม.ค. 63

อ่วม! ‘ไวรัสโคโรนา’ พ่นพิษ อาจกระทบเศรษฐกิจไทยรุนแรง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบในจีน ล่าสุดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ไม่ต่ำกว่า 80,000-120,000 ล้านบาท หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในต้นเดือนมีนาคม อาจจะเป็นผลกระทบแค่ระยะสั้น แต่ถ้าหากไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เศรษฐกิจไทยและเอเชียได้รับผลกระทบหนักอย่างแน่นอน   โดยผลกระทบจากไวรัสโคโรนา กระทบต่อเศรษฐกิจในระดับที่รุนแรงกว่าการแพร่ระบาดของโรคซาร์ แต่ในเรื่องของผลกระทบต่อสุขภาพของคน คุณภาพของคน อัตราการเสียชีวิต ประเมินแล้วน่าจะไม่รุนแรงเท่าโรคซาร์  

 378
เศรษฐกิจ
23 ม.ค. 63

ปรับลดราคาน้ำมันดีเซล 40 สต./ลิตร มีผล 24 ม.ค. ตี 5

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 63 บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่มดีเซล 40 สต.ต่อลิตร สำหรับน้ำมันในกลุ่มอื่นราคายังคงเดิม มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 24 ม.ค. 63

 585
เศรษฐกิจ
23 ม.ค. 63

ระเบิดเศรษฐกิจลูกใหม่ งบประมาณปี 63 เสี่ยงใช้ไม่ทันปีนี้

นักลงทุนห่วง ปัญหาการโหวต พรบ.งบประมาณฯ ทำการเบิกจ่ายงบล่าช้า หรือ ขั้นเลวร้ายใช้ไม่ทันปีนี้ กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ ฉุดเศรษฐกิจทรุดหนัก     โดยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่อยากให้ปัญหาเกิดขึ้น เพราะจะกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณในการดำเนินโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะงบลงทุน 1-2 แสนล้านบาทที่จะออกมาในปีนี้ ซึ่งเมื่อติดปัญหาก็จะกระทบต่อภาพรวมการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก และส่งผลต่อเนื่องถึงภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งปี และหากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด ศาลวินิจฉัยว่าผิดกระบวนการ ต้องเริ่มต้นใหม่ ก็แปลว่าปีนี้จะยังไม่มีงบประมาณในการลงทุน     ขณะเดียวกันวันนี้นายมิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ออกมาเปิดเผยแนวโน้มตลาดรถยนต์ปีนี้ จะเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดรถยนต์ไทย ที่ต้องเผชิญกับหลายปัจจัย ทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และมาตรการควบคุมสินเชื่อรถยนต์ที่เข้มงวดมากขึ้น จึงคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศจะอยู่ที่ 940,000 คัน หรือ ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปี 62 โดยคาดว่ารถยนต์นั่งจะหดตัวติดลบมากที่สุดถึง 10%     ขณะที่นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ยืนยันโตโยต้า ยังใช้ไทยเป็นฐานการผลิต เพราะเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจไทย ที่มีโครงสร้างยังเเข็งแกร่ง

 4,149
เศรษฐกิจ
16 ม.ค. 63

'สมคิด' ชี้ไทยเจอระเบิด 3 ลูกรุมเร้าเศรษฐกิจ แนะการลงทุนคือทางออก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มั่นใจประคับประคองภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2563 เดินหน้าต่อไปได้ ชี้ไทยเจอระเบิดเวลา 3 ลูก ได้แก่   ลูกที่ 1 การส่งออกที่ค่อยๆชะลอตัวลงจากสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน ลูกที่ 2 โครงการลงทุนขนาดใหญ่เคลื่อนตัวช้าเกินไปทำให้เศรษฐกิจไทยขยับตัวช้า งบประมาณแผ่นดินเกิดความล่าช้า เพราะรอรัฐบาลใหม่ ลูกที่ 3 ค่าเงินบาทแข็งค่า   พร้อมแนะทางออกต้องมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของภาคเอกชน เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงกว่านี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ต้องคิดใหม่ว่าจะร่วมลงทุนอย่างไร เพื่อฝ่าวิกฤตเงินบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zxNTl3in-w4

 496
สรุปข่าว
16 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 16 ม.ค.63 แม่บังคับลูกเสพยา-ผู้ต้องสงสัยปัดเป็นโจรชิงทอง-ปาดคอหมาเอาเลือดล้างมนต์ดำ

-ผบ.ตร.ลงพื้นที่ลพบุรี ตามความคืบหน้าไล่ล่าโจรเหี้ยมชิงทอง ระบุโจรเตรียมออกชายแดน รู้ความเคลื่อนไหวผ่านสื่อ ติงผู้สื่อข่าวลงข่าวแบบนี้เป้าหมายขยับทุกครั้ง คาดโทษตร.ปล่อยข้อมูลรั่ว ยันไม่มีการจับตัวผู้ต้องสงสัยไว้แต่อย่างใด พล.ต.อ.สุชาติ รองผบ.ตร.บอกขอให้กลั่นกรองก่อน ไม่ใช่นำเสนอข่าวดิบๆไป   จนท.ค้น 14 จุดรวมถึงโรงกลึงสมุทรสาคร ผลิตท่อเก็บเสียง 20 อัน หนึ่งในนั้นส่งให้ผู้ค้าในลพบุรี พบ จยย.ฟีโน่ต้องสงสัยแล้ว ยันผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน ทั้งลูกผู้มีอิทธิพล-คนมีสี-พลเรือน รอตรวจสอบความเชื่อมโยงก่อน ผู้ช่วย ผบ.ตร.ชี้โจรต้องไม่มีที่ยืนในสังคม ต้องออกไปกินข้าวไม่ได้ เราต้องช่วยกันสังเกตว่ามีใครที่พักแต่ในห้องไม่ออกไปไหน ผิดสังเกต ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผบ.ตร.คาดโจรชิงทองเผ่นชายแดน ติงสื่อทำคนร้ายไหวตัว สั่งคาดโทษ ตร.ปล่อยข่าวลงโซเชียล   -2 ผู้ต้องสงสัยชิงทอง ในห้างโรบินสันลพบุรี ออกมาปฎิเสธ ไม่ใช่โจรชิงทองตามที่เจ้าหน้าที่พุ่งเป้า คนแรกนายชัยพงษ์ โพธิ์รัศมี อายุ 37 ปี หลานชายนายกฯเทศมนตรียันบริสุทธิ์ วันก่อเหตุไม่ได้ออกไปไหน มีกล้องวงจรปิดพิสูจน์ได้ มอเตอร์ไซค์ใช้ประจำก็เป็นรถฮอนด้าคลิก สีดำแดง ส่วนท่าทางการเดินที่ไม่ค่อยถนัด เนื่องจากขาถูกดามด้วยเหล็กจากอุบัติเหตุรถชน ไม่สามารถยกของหนักหรือกระโดดที่สูงได้   อีกคนนายฐปนนท์ ปรีชาจารย์ อดีตนักเรียนทหารบก อายุ 40 ปี โต้ไม่ใช่คนชิงทอง เห็นรถกู้ภัยหลายคันเลยตามไปดู และไลฟ์ในเฟซบุ๊ก ท้าตรวจ DNA พิสูจน์ความบริสุทธิ์ เตรียมเอาผิดคนเอารูปในทะเบียนราษฎร์ไปแชร์ทำให้เสียหาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หลานนักการเมือง-อดีต นร.ทหารบก โร่แสดงตัวยันไม่ใช่โจรชิงทอง แจ้งความมือดีโพสต์ภาพทะเบียนราษฎร์   -กกต. ออกเอกสารแจง ปม 18 พรรคการเมืองกู้เงิน ยันนอกจากอนาคตใหม่ ในส่วนพรรคอื่นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบผิด กม.จะเรียกให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง วิษณุบอกต้องให้ศาลวินิจฉัยก่อน จึงจะไปเปรียบเทียบพรรคอื่น เพราะพฤติกรรมมีทั้งเหมือนและแตกต่างกันอยู่ ต้องตรวจสอบให้หมดจะได้หมดเรื่อง สมชัย อดีต กกต.แฉมีอีก 16 พรรคการเมืองยืมเงิน ต้องโดนเหมือนเงินกู้  ส่งศาลรัฐธรรมนูญขั้นยุบพรรค ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กกต.ร่อนเอกสารแจงปม 'สมชัย' ปูด 17 พรรคกู้เงินไม่ต่างจากอนาคตใหม่   -ชัชชาติปัดข่าวร่วมมือกรณ์ ตั้งพรรคใหม่หลังออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยกรณ์เดินหน้าเล่นการเมืองต่อ จ่อตั้งพรรคใหม่ชื่อขับเคลื่อนไทย ระดมคนทุกวงการทำโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่จากรากฐาน จุรินทร์ยอมรับไม่ทราบเหตุผลกรณ์ลาออก ยันที่ผ่านมาไร้ความขัดแย้ง แต่ช่วงหลังมีคนรุ่นใหม่มาเสริมทีมเศรษฐกิจให้ทันสมัย ชี้พรรคก่อตั้งมา 70 ปี มีคนเข้าออกเป็นปกติ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'กรณ์' เดินหน้าตั้งพรรคใหม่ 'จุรินทร์' ปัดขัดแย้ง ชี้คนลาออกจาก ปชป.เป็นเรื่องปกติ   -สมคิดมั่นใจประคองเศรษฐกิจไทยปีนี้เดินหน้าต่อได้ เตือนไทยเจอระเบิดเวลา 3 ลูก ส่งออกชะลอตัว-ปัญหาการลงทุนและเบิกจ่ายงบประมาณ-ค่าเงินบาท การลงทุนจะเป็นทางออก แนะภาคเอกชนลงทุนต่อเนื่อง จะได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและฝ่าวิกฤตเงินบาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สมคิด' ชี้ไทยเจอระเบิด 3 ลูกรุมเร้าเศรษฐกิจ แนะการลงทุนคือทางออก    -จับตาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อาจแพร่ระบาดในหลายประเทศ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เตือนโรงพยาบาลทั่วโลกเตรียมรับมือ พบการระบาดคนสู่คนโดยเฉพาะสมาชิกในครอบครัว คนใกล้ชิด หลังพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายและติดเชื้อ 41 รายยังไร้การรักษา แนะไทยยกระดับเฝ้าระวังรับมือ นทท.ช่วงตรุษจีน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : who เตือนทั่วโลกรับมือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ห่วงคนจีนมาไทยช่วงตรุษจีน    -ระทึกเจ้าของอู่ซ่อมรถคลั่งในเชียงใหม่ บุกยิงเสี่ยโรงงานธูปเทียนเจ็บสาหัส ก่อนหลบเข้าไปซ่อนตัวในบ้านพร้อมอาวุธปืน ตร.เข้าเจรจายังเหิมยิงใส่ กระสุนเฉี่ยวหัว ผกก.โรงพักสารภี ส่งแม่บุญธรรมเจรจา แต่ไม่เป็นผล ล่าสุด ตร.ยังปิดล้อมต่อเนื่องขอให้มอบตัว ส่วนอาการเสี่ยโรงงานธูปปลอดภัยแล้ว  สาเหตุคาดว่ามือปืนอาจแค้นเสี่ยโรงงานธูป เนื่องจากเจ้าตัวเคยถูกจับกุมคดีเสพยาเสพติดหลายครั้งและเชื่อว่าเสี่ยโรงงานธูปเทียนเป็นผู้แจ้งเจ้าหน้าที่มาจับ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้ว ชายเพิ่งพ้นโทษคดียา คลั่งยิงเสี่ยโรงงานธูปเจ็บ ตร.ปิดล้อมนาน 14 ชม.    -สังคมทราม! แม่ติดคุก-พ่อทิ้ง 3 หลานสาวอยู่กับยาย สุดช้ำ ถูกตาเลี้ยงหื่นล่วงละเมิด เพื่อนบ้านสุดทนรุมกระทืบจนตาปูด อาการสาหัส ตร.คุมตัวประชิดป้องกันหลบหนี ยายเล่าเห็นสามีนอนแก้ผ้าคาตา เค้นความจริงจากหลาน บังคับใช้นิ้ว-อมนกเขา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สังคมทราม! แม่ติดคุก-พ่อทิ้ง 3 ด.ญ.อยู่กับยาย สุดช้ำถูกตาเลี้ยงหื่น บังคับอมนกเขา เพื่อนบ้านสุดทนรุมกระทืบ   -สุดเสื่อม แม่ซื้อยาบ้าให้ลูก 8 ขวบ กับเพื่อนวัย 14 เสพ จนท.ค้นบ้านใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พบ 2 สามีภรรยา พร้อมเด็กวัย 8 ขวบและ 14 ปี สภาพผอมโซ กระวนกระวาย เค้นสอบจึงรู้แม่เอายาบ้ามาสอนให้เสพจนติดกันทั้งบ้านนานกว่า 1 ปี   ด้านผู้เป็นแม่สารภาพว่า สั่งซื้อยาบ้ามาจากเพื่อนบ้าน ในราคาเม็ดละ 120 บาท นำมาเสพเพิ่มกำลังในการทำงาน แบ่งกับลูกคนละครึ่งเม็ด   อีกรายเกิดที่จ.เชียงใหม่ พ่อสุดเหี้ยมให้ลูกสาวอายุ 14 ฝึกค้ายาออนไลน์ ให้กลุ่มวัยรุ่นในจังหวัด เพื่อหาเงินใช้จ่ายเอง ก่อนขยายผลจับได้ยกแก๊ง พบของกลางกว่าหมื่นเม็ด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สลด แม่สอนลูกชาย 8 ขวบ-เด็กข้างบ้านเสพยานานนับปี อ้างให้มีกำลังทำงาน / พ่อค้ายาสอนลูกสาววัย 14 สืบทอดกิจการ ขายยาบ้าหาเงินใช้เอง   -พบศพทารกหญิง 8 เดือนอยู่ในถุงน้ำคร่ำ ถูกวางทิ้งในบันไดหน้าบ้านในซอยช่างเหล็ก ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ชาวบ้านบอกอดีตลูกสะใภ้บ้านนี้ตั้งครรภ์ประมาณ 7 เดือน แล้วผู้ใหญ่ในบ้านไม่ยอมรับ เพราะเพิ่งคบกันได้ประมาณ 5 เดือน ทำให้มีปากเสียงกันอย่างหนัก และมีการอาฆาตกันว่า เมื่อไม่ยอมรับ จะมีการทำแท้งมาตั้งไว้หน้าบ้าน ตร.เร่งหาตัวลูกสะใภ้มาดำเนินคดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สะใภ้อาฆาตแรง ทำแท้งทิ้งศพเด็กคาบันไดบ้าน เย้ยผู้ใหญ่ในบ้านไม่ยอมรับเด็กในครรภ์   -เจ้าหนี้หัวร้อนควงปืนลูกซองบุกทวงหนี้ ก่อนต่อสู้กับลูกหนี้จนถูกยิงดับ หลังตกลงซื้อขายที่ดินกันราคา 250,000 บาท ที่ผ่านมายังจ่ายไม่ครบ เจ้าหนี้คอยทวงถามจนเกิดทะเลาะวิวาท วันเกิดเหตุเหมือนเมายามาบุกยิงแต่พลาด ลูกหนี้จึงไปคว้าปืนมายิงสวนเสียชีวิต   -อํามหิตเกินคน คนร้ายคว้ามีดปาดคอเจ้าโอเลี้ยง หมาดำ วางถาดรองเลือด ชาวบ้านเชื่อเอาเลือดไปล้างอรรถพ์มนต์ดำ อาการหมาเจ็บหนัก ชาวบ้านวอน จนท.นำตัวไปรักษา เกรงแผลจะติดเชื้อ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อำมหิต คนใจเหี้ยมปาดคอหมาดำ วางถาดรองเลือด เชื่อเอาไปล้างอาถรรพ์มนต์ดำ   -ดีเจป๊อป เผยประสบการณ์หลอน อยู่ร่วมบ้านกับผีกว่า 10 วัน พระเครื่อง บทสวด สาปแช่งก็ไม่ช่วย จนทั้งบ้านขวัญผวา เผยอยู่บ้านหลังนี้มา 5 ปีไม่เคยเจอสิ่งลี้ลับ แต่ช่วงปีใหม่ลูกสาววัยขวบกว่ามีอาการแปลก ชี้ไปที่ต่างๆแล้วเรียกน้อง คอมเปิดเอง ของเล่นขยับ ถูกหลอกทุกวันจนขวัญผวา ตัวเองเคยเจอจะๆ เป็นผู้หญิงชุดดำ ผิวขาว ผมยาว เดินทะลุกำแพง คาดตามมาจากมาเก๊า เจ้าตัวนิมนต์พระมาพรมน้ำมนต์ที่บ้านหวังไล่สิ่งชั่วร้าย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ดีเจป๊อป' หลอนอยู่บ้านกับผี เห็นจะๆหญิงชุดดำ-ผิวขาว-ผมยาว ไล่ยังไงก็ไม่ไป คาดตามญาติมาจากมาเก๊า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xyhwHDaWBcE

 12,609
เศรษฐกิจ
15 ม.ค. 63

'สมคิด' เร่งผลักดันงบ 1 ล้านล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจภายในไตรมาส 2

หลังงบปี 63 ผ่านสภาฯ ล่าสุดวันนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศชัด ภายในไตรมาส 2 จะผลักดันงบ 1 ล้านล้านบาท เข้าสู่ระบบ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฝ่ามรสุมระเบิดเศรษฐกิจ     โดยนายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน โดยปลายปีที่ผ่านมา ไทยต้องเผชิญพายุที่เปรียบเสมือนระเบิดใหญ่ 2 ลูกใหญ่      ลูกแรกเป็นระเบิดเหนือน้ำ คือ ส่งออกของไทยลดลงอย่างมาก และลูกที่ 2 คือระเบิดใต้น้ำ ซึ่งมีหลายลูก อาทิ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนช้าเกินไป รวมไปถึงงบประมาณแผ่นดินล่าช้า ดังนั้น นับจากวันนี้จะเร่งการผลักดันให้มีการใช้จ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมาย โดยภายในเดือนมีนาคม หรือ ไตรมาส 2 จะต้องเบิกจ่ายงบให้ได้อย่าง 54% หรือ คิดเป็นเม็ดเงินงบประมาณที่ 1 ล้านล้านบาทจากปัจจุบันเบิกจ่ายได้เพียง 23% และเบิกจ่ายให้ได้ 70% ภายในไตรมาส 3     ส่วนการส่งออกที่ติดลบถึง 7.7% ในเดือนพฤศจิกายน 62 ล่าสุด มีข่าวดีระหว่างสหรัฐและจีนว่าจะมีการลงนามด้านสินค้าเกษตร วันที่ 15 มกราคมนี้ อย่างไรก็ตามยังมีระเบิดลูกใหม่ คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่ขณะนี้ส่งออกติดลบแต่ การนำเข้าลดลง เพราะไม่เกิดการลงทุน โดยเฉพาะจากเอกชนที่ต่ำมากเพียง 16% ของจีดีพีเท่านั้น จึงเป็นช่องว่างทำให้ค่าเงินแข็ง      ดังนั้นหากเอกชนไม่ลงทุนปัญหาเงินบาทก็จะแก้ได้ยาก เพราะบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็เข้าไปดูแลลำบาก ส่วนหนึ่งเพราะไม่ต้องการให้ไปขัดกับ currency manipulator ของสหรัฐไม่เช่นนั้นจะยิ่งลำบากมากขึ้น การลงทุนจึงเป็นทางออกของไทย ได้ทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้

 1,360
เศรษฐกิจ
13 ม.ค. 63

ปลดล็อกงบฯ 63 สั่งเร่งลงทุนปลุกเศรษฐกิจ

ภาคเอกชนใจชื้น หลังสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 63 พร้อมแนะรัฐเร่งลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ     โดยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องเร่งใช้งบ เพราะขณะนี้ล่าช้ามาเกือบ 4 เดือนแล้ว โดยเห็นว่า ควรใช้งบที่เกี่ยวกับภาคการเกษตร เช่น การลงทุนระบบน้ำ เพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้งที่กำลังทวีความรุนแรงก่อน ตามด้วยการใส่งบลงไปในเศรษฐกิจฐานราก และการลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนภาคเอกชน แต่โดยส่วนตัวยังห่วงการใช้งบประมาณไม่ทัน เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างที่ค่อนข้างยุ่งยาก     ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยไทม์ไลน์งบ 63 หลังจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีเวลา 20 วัน ซึ่งคงใช้เวลาพิจารณาเพียงวันเดียว เพราะ ส.ว.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาคู่ขนานมากับสภาผู้แทนราษฎร เมื่อพิจารณาเสร็จ จะส่งมายังรัฐบาล และนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ ภายใน 7 วัน คือ ภายในเดือนมกราคม และคาดว่าจะทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้     ขณะที่วันนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปประชุมร่วมกับ บีโอไอ พร้อมสั่งให้ไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ให้เกิดการลงทุนจริง หลังตัวเลขคำขอการลงทุนเป็นไปตามเป้าหมาย และรองรับช่วงจังหวะค่าเงินบาทแข็งค่า โดยเน้นไปที่ภาคเอกชนไทย และให้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ บีโอไอในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

 322
เศรษฐกิจ
10 ม.ค. 63

เตรียมรับมือ แล้งทำสินค้าเกษตรแพง!!

ภัยแล้งที่กำลังทวีความรุนแรงในหลายพื้นที่  ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรแพงขึ้น  ล่าสุด กรมการค้าภายใน ออกมาเตือนประชาชนเตรียมรับมือในเรื่องนี้แล้ว   โดยนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกว่า ภัยแล้งที่รุนแรงในปีนี้ ทำให้สินค้าเกษตรหลายชนิดได้รับความเสียหาย ผลผลิตลดลง และส่งผลราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว และข้าวเปลือกเจ้า ที่ผลผลิตเสียหายเกือบครึ่งหนึ่ง    ขณะที่ผักสด และมะนาว คาดว่า ปีนี้ราคาจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงเนื้อหมู อากาศที่ร้อนระอุ ทำให้หมูโตช้า และการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริการะบาดในหมูในประเทศจีน เวียดนาม และลาว ทำให้ราคาหมูมีชีวิตในจีนปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ขณะที่ไทยขณะนี้ยังอยู่ที่ไม่เกิน 75 บาท หากราคาเกินกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท อาจมีมาตรการจำกัดการส่งออก เพื่อให้มีเนื้อหมูเพียงพอบริโภคในประเทศ ขณะที่ราคาปาล์มน้ำมัน ที่ขณะนี้ปรับตัวสูงขึ้นมาก จะส่งผลต่อน้ำมันปาล์มขวดสำหรับการบริโภค 

 7,843
เศรษฐกิจ
01 ม.ค. 63

ธนาคารมองเงินบาทปี 2020 หลุด 30 บาท เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว 2.7%

ซีอีโอซีไอเอ็มบีไทยขี้เป้าเศรษฐกิจไทยปี 63 ยังชะลอตัวแตะ 2.7% มองเงินบาทฉุดไม่อยู่หลุด 30 บาท รับการแข่งขันการเงินดิจิทัลรุนแรงมากขึ้น   อดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกปีหน้าคาดโต 3% ส่วนเศรษฐกิจไทยคาดโต 2.7% จากปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญด้านการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตได้แต่ไม่น่าจะมากนัก การลงทุนของภาครัฐที่เร่งการเบิกจ่ายปีงบประมาณ 2563 ให้เร็วมากขึ้น    ในขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น มองว่าในปีหน้า คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางค่าเงินบาทในปี 2563 ที่คาดว่าจะแข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวระหว่าง 29.5-29.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ   สำหรับในปี 2563 ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยตั้งเป้าจะเป็นธนาคารที่สามารถทำธุรกรรมผ่าน Digital Platform ได้ 100% เพื่อตอบสนองความต้องการของพฤติกรรมลูกค้าธนาคารได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงจากการแข่งขันทางเทคโนโลยีการเงินในโลกออนไลน์ที่เข้มข้นตลอดเวลา    ในขณะที่ตลาดสินเชื่อรายใหญ่ในไทยปีหน้า ถูกมองว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นระหว่าง 12-13% จากการเร่งลงทุนโครงการของรัฐบาล และเอกชนขนาดใหญ่

 1,814
การเมือง
01 ม.ค. 63

'โหรภิญโญ' ชี้ดวงการเมืองปี 63 เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ บอกว่าปี 63 ดาวมฤตยู โคจรอยู่ในราศีเมษ นั้นคือความเปลี่ยนแปลง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ช่วงที่ 2 ราหู แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกราหูอยู่ตรงราศีมิถุน รัฐจะมีการทุ่มทุนลงทุนสร้างคมนาคม ทั้งภายในและภายนอก   แต่ราหูช่วงที่ 2 คือ 10 ก.ย.เป็นต้นไป เป็นราหูค้นทรัพย์ ส่งความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ จะมีการใช้งบฟุ่มเฟือย กระทบสถาบันการเงิน รัฐจะมีปัญหาเรื่องการเงิน ทำให้คนในประเทศมีปัญหาเรื่องความเป็นอยู่   ส่วนที่ต้องระวังมากที่สุด โหรภิญโญ บอกว่า กลางเดือน ต.ค.จะมีเหตุรุนแรง บ้านเมืองจะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย เกินความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่   ด้านนอสตราดามุสเมืองไทย โสรัจจะ นวลอยู่ บอกว่า จะมีความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบ้านเมืองและเศรษฐกิจ สังคม ตั้งแต่ต้นปี การเมืองเห็นคลื่นระเบิดค่อนข้างร้อนแรง ขึ้นปีใหม่การเมืองจะมีผลต่อเศรษฐกิจ ก่อนจะนำมาสู่ปัญหาการเมือง จับตาตั้งแต่ ม.ค.เป็นต้นไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/U1NkBpbFRtY

 4,724
เศรษฐกิจ
31 ธ.ค. 62

เศรษฐกิจไทยดิ่งเหว! ข้าวอยากหมากแพง-คนตกงานมาก ปีหน้ายังต้องเผชิญปัญหาค่าเงิน

บอกลาปีหมู ที่ดูจะไม่หมูสักเท่าไหร่ เพราะในรอบปีทีผ่านมา ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในทุกระดับ  เกิดภาวะข้าวอยากหมากแพง คนตกงานจำนวนมาก ขณะที่ในปีหน้า ยังต้องเผชิญกับ 3 โจทย์หิน โดยเฉพาะปัญหาค่าเงิน และภัยแล้ง    ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ลูกจ้างต้องระวัง เพราะวันนี้ไม่ใช่เรื่องผลทางวัฏจักรอย่างเดียว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ความต้องการซื้อสินค้าและบริการลดลง ทำให้การจ้างผลิตลดลง   ดังนั้นต้องมองระยะยาวว่าในโลกทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนผ่านของลักษณะสินค้าที่ผลิตอยู่ในโลก จึงทำให้ความต้องการชิ้นส่วนในอนาคตเปลี่ยนไป คำถามคือเรายังผลิตชิ้นส่วนนั้นได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ แม้เศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้น เราก็อาจไม่ได้เป็นผู้ผลิตแล้ว

 3,306
สังคม
30 ธ.ค. 62

กรุงเทพโพล ปีใหม่ ปชช.ขอของขวัญรัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ

ผลสำรวจเผย ปีใหม่ คนไทยอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ และราคาสินค้าแพงมากที่สุด   ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,154 คน เรื่อง “พรปีใหม่ 2563 ที่คนไทยอยากขอ” พบว่า หากขอของขวัญ 1 ชิ้น ในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 จากรัฐบาล ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.5 ประชาชนอยากขอให้แก้ปัญหาค่าครองชีพ เศรษฐกิจ ข้าวของแพงมากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 17.4 ขอให้ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ร้อยละ 14.9 ขอให้ช่วยเหลือเกษตรกร ประกันราคาสินค้าเกษตร , ร้อยละ 10.1 ขอนโยบายช่วยเหลือคนยากจนแบบบัตรคนจน เพิ่มเงินช่วยเหลือ ร้อยละ 8.4 ขอให้พัฒนาประเทศ ระบบสาธารณูปโภคให้ดีขึ้น   และหากขอพร 1 ข้อ ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.7 ประชาชนอยากขอให้สุขภาพแข็งแรงมากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 16.0 ขอให้เศรษฐกิจดีสุดโต่ง / ร้อยละ 11.4 ขอให้บ้านเมืองสงบสุข / ไม่มีศึกศัตรูรอบข้าง ร้อยละ 11.0 ขอให้ร่ำรวย/เจริญรุ่งเรือง ร้อยละ 10.5 ขอให้นักการเมืองเลิกทะเลาะกัน   สำหรับสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 เพื่อตัวเอง ครอบครัว หรือสังคม พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 33.0 ประชาชนอยากตั้งใจดูแลครอบครัวให้สบาย มีกินมีใช้มากที่สุด / รองลงมา ร้อยละ 32.9 ตั้งใจดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย ดูแลร่างกาย / ร้อยละ 18.5 ตั้งใจจะเป็นคนดีของสังคม ไม่ทำผิดกฎหมาย จารีต ประเพณี

 351
เศรษฐกิจ
17 ธ.ค. 62

ไอเอ็มเอฟ-ยูเอ็น ชี้เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาใหญ่ เข้าสภาวะสังคมสูงวัยแต่ไม่มั่งคั่ง

2 องค์กรเศรษฐกิจและสังคมของโลก มองไทยเผชิญวิกฤตเงียบใน 20 ปีข้างหน้า ประชากรไม่เพิ่มกว่า 22 ล้านคนในสิ้นศตวรรษนี้ ทารกเกิดใหม่ต่ำสุดอันดับ 2 ของโลก แรงงานขาดแคลนพุ่งมากในรอบหลายปี ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เข้าสภาวะเศรษฐกิจสังคมสูงวัยแต่ไม่มั่งคั่ง    องค์การสหประชาชาติ เปิดเผยว่า ภาวะเด็กทารกเกิดใหม่ลดต่ำของประเทศไทยจะส่งผลให้จำนวนประชากรไทยไม่มีเพิ่มขึ้นกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรราว 68 ล้านคนในปัจจุบัน หรือไม่มีคนไทยเกิดใหม่กว่า 22 ล้านคน ภายในสิ้นศตวรรษนี้ หรือในอีก 20 ปีข้างหน้า    โดยพบว่าภายในสิ้นสุดปี 2100 ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเดียวของอาเซียน และเป็น 1 ใน 3 ของเอเชียที่มีจำนวนประชากรลดลงใน 10 อันดับแรกของโลก โดยติดลบถึง 34% เป็นอันดับ 2 ต่ำสุดของโลก รองจากญี่ปุ่นที่ติดลบ 41% ซึ่งต่ำที่สุดของโลก    นอกจากนี้ อัตรการเกิดใหม่ของคนไทยดิ่งลงแตะ 1.5% ซึ่งทรุดต่ำลงมากกว่าอัตราเฉลี่ยมาตรฐานที่ระดับ 2.1% ที่จะทำให้เกิดภาวะประชากรสมดุลของประเทศอย่างต่อเนื่อง และยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเกิดใหม่ต่ำสุดของโลก ขณะที่จีนมีอัตราการเกิดใหม่ของประชากรที่ 1.7% ซึ่งสูงกว่าไทย    ทั้งนี้ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อัตราการเกิดใหม่ของประชากรไทยลดลงจาก 6.6% เหลือเพียง 2.2% ขณะเดียวกัน จำนวนคนไทยสูงอายุจะพุ่งเป็นกว่า 25% ภายในปี 2030 หรืออีก 11 ปีหน้า ทำให้เกิดปัญหาคนสูงอายุมีจำนวนมากและยากจนมาก    ยูเอ็นเปิดเผยต่อไปว่า อัตราการเกิดใหม่ที่ต่ำสุดของไทยเทียบได้กับประเทศที่พัฒนาแล้วในอันดับต้นๆของโลก คือสวิสเซอร์แลนด์ และฟินแลนด์ แต่สถานะทั้ง 2 ประเทศดังกล่าวกลับมีความร่ำรวยและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆของโลก    นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ เปิดเผยว่า จากภาวะประชากรในไทยเกิดใหม่น้อยลงอย่างมาก และขาดแคลนแรงงานต่างประเทศเข้ามาในไทย ทำให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยอาจชะลอตัวถึงปีละ 1% ติดต่อกันในช่วง 20 ปีข้างหน้านี้    ในปัจจุบัน พบว่า แรงงานต่างชาติในไทยในภาพรวมมีเพียง 10% และเกือบทั้ง 10% ทำงานในกับบริษัทเอกชนชั้นนำขนาดใหญ่ทั้งสิ้น ซึ่งส่งผลกระทบลงไปถึงการใช้แรงงานจำนวนมากที่ต้องมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเมื่อเทียบกับแรงงานต่างชาติในไทย

 4,367
เศรษฐกิจ
13 ธ.ค. 62

คลังปลื้ม s&p ปรับความน่าเชื่อถือเศรษฐกิจไทย เป็นเชิงบวกครั้งแรกในรอบ 9 ปี

บริษัท S&P Global Ratings (S&P) ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยจากระดับมีเสถียรภาพ (Stable) เป็นเชิงบวก (Positive) ซึ่งเป็นการปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยให้ดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี นับจากปี 53 ที่ไทยคงระดับมีเสถียรภาพมาโดยตลอด   โดยยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในการออกตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศระยะยาวที่ BBB+ และระยะสั้นที่ A-2 รวมทั้งคงอันดับความน่าเชื่อถือสกุลเงินบาทระยะยาวที่ A- และระยะสั้นที่ A-2   ทั้งนี้ ปัจจัยบวกของประเทศไทยมาจากภาคการคลังที่แข็งแกร่งและระดับหนี้สาธารณะที่ต่ำ ฐานะการเงินระหว่างประเทศและสภาพคล่องที่อยู่ ในระดับสูง การดำเนินนโยบายการเงินการคลังที่เหมาะสมในช่วงที่ผ่านมา และการมียุทธศาสตร์ชาติก็เป็นสิ่งที่ดี รวมทั้งการมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งทำให้มีเสถียรภาพทางการเมืองที่น่าจะส่งผลดีกับการปฏิรูปเศรษฐกิจและการบริหารงาน เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วนระยะต่อไป S&P ประเมินว่า สิ่งที่ต้องติดตาม คือผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่มีต่อภาคการส่งออกของไทย   นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ระบุว่าช่วงที่ผ่านมา สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำ ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยเมื่อ ก.ค.62 บริษัท Fitch Ratings และบริษัท Moody’s Investors Service ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจากระดับมีเสถียรภาพ (Stable) เป็นเชิงบวก (Positive) และยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับ BBB+ และ Baa 1 ตามลำดับ และต่อมาเมื่อเดือน ต.ค.62 บริษัท Rating and Investment Information, Inc.ปรับอันดับความน่าเชื่อถือของไทยดีขึ้นจากระดับ BBB+ มาเป็น A- สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย   ส่วนการปรับมุมมองความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยของสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำต่างๆนั้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และสนับสนุนให้รัฐบาลสามารถดำเนินการ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ต่อไป เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8AW1OPo3HV0

 2,924

Top