ค้นหา :

ผลการค้นหา "หลวงตาตีสามเณร"

ข่าวภูมิภาค
24 ส.ค. 61

ญาติรับศพ ‘เณรดิว’ บำเพ็ญกุศล แพทย์เผยสาเหตุการตาย สมองบวม-เลือดออกในสมอง

ญาติรับศพสามเณรดิว บำเพ็ญกุศล แพทย์ระบุ สาเหตุการตาย เกิดจากสมองบวม เลือดออกใต้และเหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นใน   นายปรีดา ฉุนเฉียว อายุ 45 ปี น้าเขยของสามเณรดิว อายุ 9 ขวบ ที่เสียชีวิตจากการถูกอดีตหลวงตาศุภชัย พระลูกวัดดอนขมิ้น ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เดินทางมายัง สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจเพื่อติดต่อ ขอรับศพสามเณรดิว นำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดดอนขมิ้น อ.ท่ามะกา จ.กาญจบุรี พร้อมกับเปิดเผยว่า    จากการดูผลชันสูตร แพทย์ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากสมองบวม เลือดออกใต้และเหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นใน โดยส่วนตัวเชื่อว่าเกิดจากการถูกทำร้ายของอดีตหลวงตาศุภชัยด้วยการจับหัวโขกโต๊ะ และนำตัวแช่น้ำในกาละมังซ้ำกันหลายครั้ง จนกระทั่งสามเณรหมดสติ ก่อนนำตัวส่ง ร.พ.พหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี และเสียชีวิตเมื่อ 2 ทุ่มวานนี้    ส่วนตัวที่ผ่านมาเคยได้ยินว่าอดีตหลวงตาศุภชัยมีพฤติกรรมรุนแรงกับสามเณรหลายองค์ที่เข้ามาบวชในช่วงภาคฤดูร้อน ส่วนครอบครัวไม่เคยมีความขัดแย้งกับหลวงตาแต่อย่างใด ส่วนจะเป็นการพลั้งมือ หรืออารมณ์ชั่ววูบ ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมในการยุติธรรม  

 2,722
ข่าวภูมิภาค
24 ส.ค. 61

เณรน้อย เหยื่ออดีตหลวงตาโหดมรณภาพแล้ว ส่งศพพิสูจน์นิติเวช

สามเณรดิว เหยื่ออดีตหลวงตาโหดที่ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส มรณภาพแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยทางโรงพยาบาลส่งศพให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจผ่าพิสูจน์ คาดไม่เกินช่วงเที่ยงน่าจะทราบผล จากนั้น เตรียมนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดดอนขมิ้น   ความคืบหน้า กรณี สามเณรวัฒนพล ศรีสวัสดิ์ หรือสามเณรดิว ถูกอดีตพระศุภชัย สุทธิญาโณ ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองและสมองช้ำอย่างรุนแรง ต้องนอนพักรักษาตัวในห้องไอซียู โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ซึ่งตลอดเวลาแพทย์ได้พยายามทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ ขณะที่พ่อแม่และครอบครัวของสามเณรดิว พยายามเดินสายทำบุญเพื่อหวังให้เกิดปาฎิหารย์ขึ้นกับสามเณรดิวนั้น    ล่าสุด เมื่อช่วงเวลา 20.30 นาฬิกา สามเณรดิวได้มรณภาพลงเรียบร้อยแล้ว โดยหลังเณรดิวมรณภาพ ทางโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ได้ทำเรื่องส่งศพให้กับสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจทำการผ่าพิสูจน์  ซึ่งขณะนี้ ศพยังคงอยู่ในระหว่างการผ่าพิสูจน์ คาดว่าไม่เกินช่วงเที่ยงน่าจะทราบผลแน่ชัด   โดยหลังทราบข่าวการมรณภาพของสามเณรวัฒนพล ทางพระครูสุพัฒนกาญจนกิจ เจ้าอาวาสวัดดอนขมิ้น ได้ดำเนินการจัดเตรียมสถานที่พร้อมจัดเตรียมโลงศพและพิธีศพของสามเณรวัฒนพลอย่างเต็มที่ เพื่อที่เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิดอนขมิ้นรับศพสามเณรดิวกลับจากโรงพยาบาลตำรวจแล้ว จะได้นำศพกลับมาประกอบพิธีที่วัดดอนขมิ้นต่อไป   ด้าน พ.ต.อ.ประสม หงษ์โต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลูกแก กล่าวว่า ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอเอกสารยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตจากทางสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อประกอบสำนวนในการดำเนินคดี แจ้งข้อกล่าวหากับอดีตหลวงตาศุภชัย ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิตต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง พ่อแม่เณรดิวหวังฏิหาริย์ ยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจ หลวงตาอ้างโกรธถูกด่าบุพการีจนพลั้งมือตีหนัก  

 2,383
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 61

พ่อแม่เณรดิวหวังฏิหาริย์ ยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจ หลวงตาอ้างโกรธถูกด่าบุพการีจนพลั้งมือตีหนัก

แพทย์โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา แถลงอาการสามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ อายุ 9 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกอดีตหลวงตา ศุภชัย สุทธิญาโณ ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดดอนขมิ้นใน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู   สำหรับอาการของสามเณรดิวยังคงอยู่ในขั้นโคม่า ซึ่งนอกจากบาดแผลฉีกขาดที่คาง รอยฟกช้ำตามแขนขา ใบหน้าและที่ศีรษะ รวมถึงกระดูกข้อมือขวาที่ผิดรูปแล้ว อาการบาดเจ็บที่รุนแรงที่สุดก็คือที่บริเวณสมอง จากการตรวจสอบพบว่ามีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองและมีภาวะสมองช้ำอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดอาการสมองบวมรุนแรง จนทำให้เกิดอาการสมองบวม ต้องรักษาโดยการผ่าตัด   แต่เนื่องจากสามเณรดิวมีสัญญาณชีพเปลี่ยนแปลงแย่ลงอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์จึงไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ ขณะนี้สามเณรดิวไม่รู้สึกตัวต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา และให้การดูแลตามแผนการรักษาของแพทย์ มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูง ทีมแพทย์จึงทำได้เพียงให้ยารักษาแบบประคับประคองอาการเท่านั้น   ด้านแม่ของสามเณรดิว บอกว่า ทราบอาการของลูกชายจากแพทย์ที่ทำการรักษาตลอดเวลาและได้มีการพูดคุยหารือกับพ่อของสามเณรแล้ว โดยตกลงร่วมกันว่าจะยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจออก จะขอรอดูอาการอีกสองวันเนื่องจากยัง หวังว่าจะมีปาฎิหารย์เกิดขึ้นกับลูกชายทำให้กลับฟื้นคืนสติรู้ตัวขึ้นมา แม้จะไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไปก็ไม่เป็นไร   ส่วนเรื่องคดีความที่ตำรวจควบคุมตัวอดีตหลวงตาซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุไปทำการสึกพร้อมทำการสอบปากคำที่ สภ.ลูกแก แล้วนั้น ตนก็อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยยืนยันว่าจะขอเอาเรื่องกับอดีตหลวงตาที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด   “ครอบครัวมีฐานะยากจนหาเช้ากินค่ำสามเณรดิวจึงอาสาบวชเรียนภาคฤดูร้อนเพื่อให้ครอบครัวสบายขึ้น ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ ตนพยายามทำใจ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันมากจึงรับไม่ได้ที่ลูกจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตแล้ว สามเณรดิวมีนิสัยซุกซนตามประสาเด็ก ตนแจ้งอดีตหลวงตาศุภชัยไปแล้วว่าลูกชายชอบเล่นไฟ ซึ่งที่ผ่านมาอดีตหลวงตาสุภชัย ก็มักลงโทษด้วยการตี จนทำให้มีบาดแผลบ้าง แต่ครั้งนี้ถือว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ เณรดิวตั้งใจจะสึกเมื่อวานเพื่อคัดเลือกเป็นนักกีฬาของโรงเรียนแต่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน” ผู้เป็นแม่กล่าว   ด้านพ่อของสามเณรดิว บอกว่า แยกทางกับภรรยามานานกว่า 1 ปีแล้ว มีลูกชายด้วยกัน 2 คน คือ สามเณรดิวกับสามเณรเดย์วัย 5 ขวบ ที่บวชเรียนพร้อมกันอีกหนึ่งคน ตนเสียใจและทำใจไม่ได้ที่สามเณรดิว ลูกชายถูกกระทำเช่นนี้ แต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ยอมรับว่าไม่ค่อยมีเวลามาดูแลลูก แต่ก็พยายามหาเวลามาหาลูกให้บ่อยที่สุด ซึ่งคงต้องโทษตัวเองเพราะการที่พ่อแม่แยกทางกันอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องเช่นนี้ ตนคงไม่ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออกตอนนี้ เพราะยังทำใจไม่ได้อยากรอดูอาการอีกสักระยะ แต่หากไม่ไหวจริงๆถึงที่สุดแล้วก็คงต้องยอมทำใจ เพราะหากยื้อต่อไปอาจไม่มีประโยชน์กับลูก   ด้านอดีตหลวงตาสุภชัย หรือนายสุภชัย บุญลักขะ อายุ 64 ปี ที่สารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายสามเณร ได้ถูกคุมตัวไปทำแผนที่วัด โดยไม่ต้องการให้ชาวบ้านรู้เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไม่พอใจการกระทำของดีตพระรูปดังกล่าวที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับวัด ก่อนนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการวินิจฉัยของแพทย์เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป   โดยอดีตหลวงตาสุภชัย กล่าวว่าสามเณรดิวดื้อไม่เชื่อฟัง ที่ผ่านมาคอยด่าตักเตือนสั่งสอนมาโดยตลอด ในวันเกิดเหตุสามเณรดิวได้ปีนตู้ ตนจึงด่าและบอกอย่าปีนกลัวตกลงมาเป็นอันตรายแต่ก็ไม่ฟัง ยอมรับควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เนื่องจากเก็บกดสะสมเรื่อยมา และถูกสารเณรดิวด่าบุพการี ตนไม่ชอบให้ใครมาด่าพ่อแม่จึงไม่พอใจพลั้งมือใช้ไม้เกาหลังตีที่ก้น 5 ครั้ง และใช้ด้ามตาลปัตรตีที่ก้นอีก 3 ครั้ง   ยอมรับก่อนหน้านี้เคยใช้ไม้พายข้าวขนาดเล็กตีสารเณรดิวหลายครั้ง แต่ไม่แรงเท่าครั้งนี้เพราะตนโมโห ยืนยันไม่ได้จับทุ่มลงพื้น จับศีรษะโขกพื้น หรือจับแช่น้ำโดยสามเณรดิวลงไปแช่น้ำในอ่างเอง ตนแค่พูดว่าถ้าอยากแช่น้ำก็แช่ไปอยากขึ้นเมื่อไหร่ก็ขึ้น ส่วนที่แขนขวาหักไม่ทราบไปโดนอะไรมาไม่ได้เกิดจากการทุบตี ศีรษะที่ปูดบวมเป็นรอยช้ำดำเขียว คางแตก น่าจะตกลงมาจากตู้   “ยอมรับตนเองทำเกินกว่าเหตุเพราะทำไปไม่รู้ตัว ขาดสติ ขาดการยับยั้งทำไปไม่รู้ตัว ขาดสติ ขาดการยับยั้งแม้จะบวชเป็นเวลานาน พระก็เหมือนปุถุชนธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง หลังเกิดเรื่องน้องสาวของตนโทรมาด่าบอกทำอะไร ลงไปก็ขอให้พูดความจริง ตนยอมรับตลอดเวลาว่าทำผิด ตำรวจเชิญมาสอบปากคำก็มา ไม่คิดจะหนีด้วย แต่คงไม่ไปขอโทษพ่อแม่ของสามเณรดิวหรอกเพราะเด็กมันดื้อ จะไปกราบขอโทษให้ได้อะไรขึ้นมา” อดีตหลวงตาสุภชัย กล่าว   ด้านเพื่อนสามเณรเล่าว่า สามเณรดิวได้ปีนตู้ไม้แล้วตกลงมา ตนพยายามบอกให้ลงเดี๋ยวถูกหลวงตี แต่สามเณรดิวไม่ยอมลงกลับบอกว่าไม่ถูกตีหรอก หลังจากที่ตกจากตู้ไม้สามเณรดิวร้องไห้ แล้วใช้ยาหม่องป้ายตา อ้างว่าถูกตนและสามเณรรูปอื่นแกล้ง ตอนกลางวันหลังฉันเพลเสร็จหลวงตาให้ทำวัดตามปกติ ประมาณบ่าย 2 โมง หลวงตานำกะละมังใส่น้ำมาให้สามเณรดิวนั่งแช่ถึง 5 โมงเย็น   จากนั้น 5 โมงครึ่งหลวงตาให้ตนห่มจีวรให้เพื่อเตรียมออกกิจนิมนต์ แต่สามเณรดิวก็ดึงหลุด ๆ 4-5 รอบ พอขึ้นไปทำวัดก็ใช้มือหยิกศีรษะน้องชายวัย 4 ขวบ ที่บวชอยู่วัดเดียวกัน พอลงมาจากหอสวดมนต์ หลวงตาก็โมโหสามเณรดิวด่าบุพการีของหลวงตา หลวงตาจึงผลักสามเณรดิวคางไปโดนเสา ศีรษะโดนเหลี่ยมเสาจนเกือบสลบ หลวงตาคิดว่าสามเณรดิวแกล้งสลบจึงดึงแขนขึ้นจับทุ่มกับพื้น ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไปอย่างหน้าตาเฉย   ตนจึงอุ้มสามเณรดิวขึ้นไปบนหอสวดมนต์ นอกจากนี้หลวงตาเคยตีสามเณรดิวหลายครั้ง ถ้าใครก็จะถูกตี ปกติหลวงตาเป็นคนใจดีเวลาเณรอยากได้อะไรก็จะซื้อให้ แต่เณรดิวดื้อมากหลวงตาคงทนไม่ได้ ถึงขั้นจะจุดไฟเผาวัด แกล้งน้อง เล่นไม้ขีดไฟ นำกระดาษและเทียนไปอุดท่อน้ำ จะจุดไฟเผาเต้นท์นอนของตน เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MDsHZfFlIYU

 6,255
ข่าวภูมิภาค
20 ส.ค. 61

‘สามเณร’ เหยื่อ ‘หลวงตาโหด’ ยังโคม่า แม่ขอเวลายังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจ หวังเกิดปาฏิหาริย์

ทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาสามเณรเหยื่อหลวงตาโหด เผยอาการของสามเณรยังคงโคม่า หลังพบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองและสมองบวมอย่างหนัก ประกอบกับสัญญาณชีพอ่อนจึงไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ ทำได้เพียงให้ยาเท่านั้น ขณะที่แม่ของสามเณรยืนยันยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจขอเวลาสองวันหวังมีปาฏิหาริย์เกิด   วันนี้ (20 ส.ค.) ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา นายแพทย์กิตติ อินทราสุขพร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาพร้อมด้วยนายแพทย์วสุ ศรีวสุรา ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาสามเณร อายุ 8 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกพระศุภชัย สุทธิญาโณ หลวงตาที่จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอท่ามะกาทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส    ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงอาการล่าสุดของสามเณร ซึ่งขณะนี้ ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู ว่า อาการของสามเณรยังคงอยู่ในขั้นโคม่า ซึ่งนอกจากบาดแผลที่คาง รอยฟกช้ำตามแขนขา ใบหน้าและที่ศรีษะ รวมถึงกระดูกข้อมือขวาที่ผิดรูปแล้ว อาการบาดเจ็บที่รุนแรงที่สุดก็คือที่บริเวณสมอง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองและมีภาวะสมองช้ำอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดอาการสมองบวม ซึ่งต้องรักษาโดยการผ่าตัดแต่เนื่องจากสามเณรมีสัญญาณชีพเปลี่ยนแปลงแย่ลงอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์จึงไม่สามารถทำการผ่าตัดได้    ขณะนี้ ยังคงรักษาโดยการให้ยาตามอาการและใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ซึ่งจากการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบว่า สมองมีอาการผิดปกติเพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำการผ่าตัดได้เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูง ทีมแพทย์จึงทำได้เพียงให้ยาประคองอาการเท่านั้น พร้อมทั้งแจ้งความคืบหน้าให้พ่อกับแม่ของสามเณรทราบเป็นระยะ    ขณะที่ นางสุกัญญา ตุ้นฮิ้น อายุ 31 ปี แม่ของสามเณร กล่าวว่า ได้ทราบอาการของลูกชายจากแพทย์ที่ทำการรักษาตลอดเวลาและได้มีการพูดคุยหารือกับพ่อของสามเณรแล้ว โดยตกลงร่วมกันว่าจะยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจของสามเณรออก โดยจะขอรอดูอาการอีก 2 วัน เนื่องจากยังหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับลูกชาย ทำให้กลับฟื้นคืนสติรู้ตัวขึ้นมา แม้จะไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไปก็ไม่เป็นไร    ส่วนเรื่องของคดีความที่ตำรวจควบคุมตัวหลวงตาที่เป็นคนก่อเหตุไปทำการสึกพร้อมทำการสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรลูกแกเรียบร้อยแล้วนั้น ตนก็อยากจะขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยตนยืนยันว่าจะขอเอาเรื่องกับหลวงตาที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด   ด้านเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรีและเจ้าหน้าที่ของบ้านพักเด็กจังหวัดกาญจนบุรีที่ได้มาร่วมฟังการแถลงอาการของสามเณรวัฒนพลกล่าวว่า ขณะนี้จะได้มีการส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่วัดเกิดเหตุ เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกชาย อายุ 6 ขวบ ของนางสุกัญญาอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นน้องชายของสามเณรซึ่งบวชอยู่ที่วัดเดียวกัน ว่าจะยังให้เป็นสามเณรจำพรรษาที่วัดดังกล่าวต่อหรือไม่หรือจะกลับไปอยู่กับพ่อหรือแม่ แต่หากทั้งสองคนไม่พร้อมดูแลก็อาจจะรับไปดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวต่อไป  

 3,251
ข่าวภูมิภาค
20 ส.ค. 61

อาการสามเณรโดนหลวงตาตีโคม่า แม่ขอยื้อ ยังไม่ยอมถอดเครื่องช่วยหายใจ

กาญจนบุรี-จากกรณีหลวงตาวัย 64 ปี ซ้อมสามเณรอายุ 8 ขวบอาการสาหัส พบรอยฟกช้ำหลายแห่ง ที่ใต้คางมีผลแตก กระดูกข้อมือขวาหัก2ท่อน หัวบวมปูดมีเลือดคั่งในสมอง หมอบอกโอกาสรอดแค่ 20%    เพื่อนสามเณรบอกหลวงตาใช้ไม้เกาหลังฟาดจนน่วม บังคับให้แช่น้ำทั้งที่มีไข้ จับหัวกดน้ำ หัวกระแทกกับเสากุฏิ จนชักเกร็งและหมดสติ หลวงตาอ้างว่าทำโทษสามเณร เพราะมีนิสัยเกเร ดื้อมาก เคยแอบสูบบุหรี่ จุดไฟแช็คหวิดเผาวัด ล่าสุด ตร.นำตัวไปจับสึกและดำเนินคดี   ล่าสุดอาการของสามเณร ยังอยู่ในห้องไอซียู มีรายงานว่าพ่อตัดสินใจจะถอดเครื่องช่วยหายใจ แต่แม่ยังไม่ยอม แต่ขณะนี้อาการเป็นตายเท่ากัน ยังไม่รู้สึกตัว ซึ่งแพทย์ระบุว่าหากถอดเคริองช่วยหายใจ สามเณรก็จะเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vU5FCW_A8wY

 7,333
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 61

จับสึกหลวงตาโหดทำร้ายเณร 8 ขวบเจ็บปางตาย อ้างลงโทษเณรดื้อ ตอนนี้อยู่ได้ด้วยท่อออกซิเจน

กาญจนบุรี-พ่อแม่และญาติๆของสามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ อายุ 9 ปี ร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีที่สามเณรถูกหลวงตาที่วัดเดียวกัน ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอ ซี ยู ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา   ซึ่งผลการตรวจของแพทย์พบว่า สามเณรวัฒนพล มีรอยฟกช้ำหลายแห่ง ที่ใต้คางมีผลแตก กระดูกข้อมือขวาหัก 2 ท่อน หัวบวมปูดมีเลือดคั่งในสมอง ลักษณะคล้ายถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   จากการสอบถามเพื่อนสามเณรทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 18 สิงหาคามที่ผ่านมา โดยสามเณรวัฒนพลถูกหลวงตาที่จำวัดอยู่ที่วัดเดียวกัน ทำร้ายร่างกาย ด้วยวิธีการใช้ไม้ตีและจับกดน้ำหลายครั้ง โดยอ้างว่าเป็นการลงโทษที่สามเณรดื้อรั้น เคยสูบบุหรี่ และจุดไฟแช็คจนหวิดลามไหม้วัด   ขณะที่สามเณรถูกทำร้ายเสร็จแล้วก็ได้กลับมาพักที่กุฎิก่อนจะเกิดอาการชักเกร็ง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลดังกล่าว โดยอาการล่าสุดของสามเณรวัฒนพลไม่สู้ดีนัก ขณะนี้ญาติๆกำลังรอพ่อของสามเณรเดินทางมาจากจังหวัดระยองเพื่อมาดูใจสามเณรและตัดสินใจร่วมกันว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งขณะนี้สามเณรอยู่ได้ด้วยท่ออกซิเจน   ซึ่งทางแม่ของสามเณรได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรลูกแกแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวพระศุภชัย สุทธิญาโน อายุ 64 ปี ซึ่งเป็หลวงตาที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายสามเณรวัฒนพลจนได้รับบาดเจ็บสาหัสไปสอบปากคำ   ล่าสุด จนท.คุมตัวพระศุภชัย ไปให้เจ้าคณะตำบลลูกแกทำการสึกเรียบร้อยแล้ว จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่สถานีตำรวจภูธรลูกแก โดยอดีตพระศุภชัย ให้การรับสารภาพว่า ได้ทำร้ายเณรวัฒนพลจนได้รับบาดเจ็บสาหัสจริง   โดยอ้างว่าสาเหตุมาจากเรื่องที่สามเณร มักมีนิสัยซุกซนและดื้อรั้น ที่ผ่านมาก็เคยใช้ไม้ตีเพื่อสั่งสอนอยู่หลายครั้ง แต่ในวันเกิดเหตุ ตนโมโหมากจึงพลั้งมือ ใช้ท่อนไม้ตีไปหลายครั้ง จนกระทั่งเณรได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาอดีตพระศุภชัยในความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Vj0Ca152qkk

 8,384

Top