ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขับรถชนคนตาย"

อาชญากรรม
27 ม.ค. 63

ย้อนดูคลิปตั้งแต่ต้นเพื่อนบ้านขับรถชนช่างโยธาดับ เจ้าตัวรับอารมณ์ชั่ววูบ ฉุนโดนฉีดน้ำใส่-หัวเราะเยาะ

มอบตัวแล้ว ชายโหดขับรถชนเพื่อนบ้านเสียชีวิต เผยถูกยั่วโมโหจนสติหลุด ขอโทษญาติคนตายแม่จะไม่ให้อภัย จากนี้ยินดีรับกรรม     คณะกรรมการหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ จ.พระนครศรีอยุธยา เผยภาพก่อนเกิดเหตุ เห็นนายไพบูลย์ ส่างสาร เดินออกจากบ้านซึ่งอยู่ข้างบ้าน นายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง นายช่างโยธา กรมทางหลวงชนบท ไปที่บ้านฝั่งตรงข้าม เตรียมขับรถไปส่งเด็ก ๆ ซ้อมฟุตบอล ขณะที่นายสุพรรณ์ ฉีดน้ำไปบนทางเดิน ก่อนที่นายไพบูลย์ จะถอยรถออกจากบ้าน ตั้งลำ แล้วขับชนอย่างแรง     ซึ่งตรงกับคำให้การ ที่บอกว่า ผู้ตายยั่วโมโห ฉีดน้ำใส่ แต่ที่ทำให้สติหลุดคือ ผู้ตายยักคิ้วเหมือนเยาะเย้ย ตอนนั่งในรถ ได้ตั้งนะโมก่อนถอยรถออกมา ผู้ตายยังหันมายักคิ้วอีก ทำให้สุดกลั้น เสียใจที่ทำไป ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต แม้จะไม่ให้อภัย ก็ยินดีรับกรรมที่ทำ     ด้านนางปานกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เผยว่า ไม่สามารถให้อภัยได้ แม้ว่าเขาจะสำนึกผิด แต่ก็ไม่สามารถคืนชีวิตสามีได้ ตนเสียเสาหลัก แถมร่างกายไม่เต็มร้อย เพราะเคยผ่าตัดสมอง ต้องอยู่กับลูกเพียง 2 คน     ด้าน พันตำรวจเอก ประเวศ ศรีมาก ผู้กำกับการ สภ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่ตำรวจมีหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิด เบื้องต้นแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยได้นำตัวไปจี้จุดที่นั่งในรถ เพื่อประกอบสำนวน ก่อนนำส่งฝากขังที่ศาลในวันพรุ่งนี้

 10,868
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

หนุ่มขับเก๋งป้ายแดง ชนคนข้ามถนนพระราม 3 ดับ 1 เจ็บ 2

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ รับแจ้งอุบัติเหตุบนถนนพระราม 3 ซอย 73 ฝั่งขาออก จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบรถเก๋งสีน้ำเงิน ป้ายแดง อยู่ในสภาพพังเสียหายทั้งคัน ด้านหน้ารถชนติดกับเสาไฟฟ้า ส่งผลทำให้เสาไฟฟ้าขาด 1 ต้น   ใกล้กันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ต่อมาทราบชื่อคือ นางสาวซ่อนกลิ่น ไก่ก้อ อายุ 45 ปี นอนจมกองเลือดอยู่กลางถนน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน เป็นชาย 1 คน อายุ 24 ปี และผู้หญิง 1 คน อายุ 24 ปี อาสาสมัครกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์   จากการสอบถามพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน กำลังกลับจากเล่นแบดมินตันย่านสาธุประดิษฐ์ มุ่งหน้าไปยังแยกนางลิ้นจี่ โดยมีผู้ชายเป็นคนขับรถ เพื่อส่งแฟนสาว เมื่อมาถึงจุดเกิดก็ขับรถชนคนข้ามถนน และเสียหลักพุ่งเข้าชนกับเสาไฟฟ้า   ด้านนายสมนึก ตระกรุดแก้ว อายุ 55 ปี แฟนของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตัวเองพร้อมแฟน ได้เดินไปอาบน้ำที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว จึงได้พากันเดินกลับโดยช่วยกันถือถังน้ำมาด้วย เพื่อนำกลับไปยังบริเวณท่ารถสองแถว ซึ่งเป็นที่หลับนอน และระหว่างที่กำลังข้ามถนน ใกล้เกาะกลางถนน สังเกตเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว จึงได้บอกแฟนให้ระวัง แต่ทันใดนั้นแฟนกับปล่อยมือจากถังน้ำและวิ่งกลับออกมา จึงทำให้ถูกรถพุ่งเข้าชนอย่างจัง   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า รถเก๋งคันที่เกิดเหตุได้พุ่งชนผู้เสียชีวิตและลากไปกับถนน ระยะทางประมาณ 30 เมตร เบื้องต้น อาสาสมัครกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตนำส่งไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะทำการเรียกผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน เข้าให้ปากคำอีกครั้ง เพื่อสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/vo22vfHa47A

 2,154
อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

หนุ่มขับเก๋งป้ายแดง ชนคนข้ามถนนพระราม 3 ดับ 1 เจ็บ 2

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ รับแจ้งอุบัติเหตุบนถนนพระราม 3 ซอย 73 ฝั่งขาออก จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบรถเก๋งสีน้ำเงิน ป้ายแดง อยู่ในสภาพพังเสียหายทั้งคัน ด้านหน้ารถชนติดกับเสาไฟฟ้า ส่งผลทำให้เสาไฟฟ้าขาด 1 ต้น   ใกล้กันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ต่อมาทราบชื่อคือ นางสาวซ่อนกลิ่น ไก่ก้อ อายุ 45 ปี นอนจมกองเลือดอยู่กลางถนน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน เป็นชาย 1 คน อายุ 24 ปี และผู้หญิง 1 คน อายุ 24 ปี อาสาสมัครกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์   จากการสอบถามพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน กำลังกลับจากเล่นแบดมินตันย่านสาธุประดิษฐ์ มุ่งหน้าไปยังแยกนางลิ้นจี่ โดยมีผู้ชายเป็นคนขับรถ เพื่อส่งแฟนสาว เมื่อมาถึงจุดเกิดก็ขับรถชนคนข้ามถนน และเสียหลักพุ่งเข้าชนกับเสาไฟฟ้า   ด้านนายสมนึก ตระกรุดแก้ว อายุ 55 ปี แฟนของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตัวเองพร้อมแฟน ได้เดินไปอาบน้ำที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว จึงได้พากันเดินกลับโดยช่วยกันถือถังน้ำมาด้วย เพื่อนำกลับไปยังบริเวณท่ารถสองแถว ซึ่งเป็นที่หลับนอน และระหว่างที่กำลังข้ามถนน ใกล้เกาะกลางถนน สังเกตเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว จึงได้บอกแฟนให้ระวัง แต่ทันใดนั้นแฟนกับปล่อยมือจากถังน้ำและวิ่งกลับออกมา จึงทำให้ถูกรถพุ่งเข้าชนอย่างจัง   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า รถเก๋งคันที่เกิดเหตุได้พุ่งชนผู้เสียชีวิตและลากไปกับถนน ระยะทางประมาณ 30 เมตร เบื้องต้น อาสาสมัครกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตนำส่งไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะทำการเรียกผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน เข้าให้ปากคำอีกครั้ง เพื่อสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/vo22vfHa47A

 2,154
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

ตร.ขอขมาศพ-รับผิดชอบลูกสาวผู้ตาย หลังแม่ถูกชนดับขณะไล่จับเด็กแว้น

จากกรณีเสียชีวิตของ น.ส.วราภรณ์ สุขหอม อายุ 37 ปี หลังจากที่ถูก ส.ต.ท.สมลักษณ์ ทองเขม่น ผบ.หมู่(ป.) สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมชุดสายตรวจ ขับรถกระบะสายตรวจชนท้าย รถจยย. หมายเลขทะเบียน 7กส-5274 กรุงเทพฯ ขณะขับรถไล่กวดกลุ่มวัยรถจับกลุ่มแข่งรถจยย.บนท้องถนน   ล่าสุดญาติได้เดินทางมารับศพด้วยความโศกเศ้ราเสียใจ พี่ชายผู้ตายเผยว่า วันเกิดเหตุตนเองได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาเเจ้งว่าน้องสาวถูกรถชน ขณะนั้นตกใจมาก จึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล ภาพที่เห็นคือน้องสาวมีบาดเเผลที่ขาเพียงเเห่งเดียวเท่านั้น ส่วนคอคุณหมอได้ใส่เฝือกไว้ ตนก็คิดว่าน้องสาวคงไม่เป็นอะไรมาก เพราะยังคุยและโต้ตอบได้   จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ต.ค. คุณหมอเเจ้งอาการว่าน้องสาวเเน่นหน้าอกเเละหายใจไม่ออก ผลจากการเอ็กซเรย์ พบว่าลำใส้ทะลุ ต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน เเต่คุณหมอก็ได้เเจ้งก่อนเเล้วว่าการผ่าตัดมีความเสี่ยงสูงถึงอาจจะเสียชีวิตได้ ทางญาติก็ยินยอมให้ผ่า โดยภายหลังจากผ่าตัด น้องสาวก็นอนรอดูอาการ จนกระทั่งเมื่อวาน 26 ต.ค.   แพทย์บอกว่า น้องสาวมีภาวะไตวาย เลือดเป็นพิษ ความดันโลหิตต่ำ เม็ดเลือดขาวตก เเละชีพจรเต้นช้าลง แพทย์ได้ถามตนว่าจะให้ปั๊มหัวใจหรือไม่ เเต่ถึงจะปั๊มหัวใจก็คงไม่เป็นผล เพราะอาการหนักมาก ตนได้ปรึกษากับทางญาติเเล้วว่าไม่ปั๊ม เพราะหากยิ่งยื้อ น้องสาวจะยิ่งทรมานเเละน้องสาวก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ระบุว่า น.ส.วราภรณ์ เสียชีวิตเนื่องจากลำไส้แตก และกระดูกคอเคลื่อน   ส่วนคู่กรณีที่เป็นตำรวจคนที่ขับชน ตั้งเเต่วันเกิดเหตุ จนถึงวันนี้ ยังไม่มาให้ญาติเห็นหน้าเลย ซึ่งตนเเละญาติก็คาดหวังว่าอยากให้ตำรวจคนดังกล่าวมาขอโทษ เเละขอขมาศพผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายนี้ก็มีการดูเเลรับผิดชอบในเรื่องการรักษาพยาบาล เเละรับผิดชอบในการจัดงานศพ ก็เป็นที่พึงพอใจของญาติ   ด้านพันตำรวจเอกประเวศน์ ศรีนาด ผู้กำกับ สภ.พรประแดง เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีเจตนาชน และผู้บาดเจ็บก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มแว้น โดยเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ป้องกันและกวดขันรถจักรยานยนต์เสียงดัง และก่อความเดือดร้อนรำคาญและแข่งรถในทางอยู่แล้ว เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยที่จะจัดชุดตรวจตราโดยเฉพาะในวันหยุด โดยทางเจ้าหน้าที่จะใช้กล้องจับที่เลขทะเบียนรถ และนำหมายเลขทะเบียนมาออกหมายเรียกในภายหลัง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน อยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว โดยที่ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล เรื่องค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ โดยจะดูแลอย่างเต็มที่   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ยินดีและรับผิดชอบค่าเสียหายและพร้อมที่จะเยียวยาญาติของผู้เสียชีวิตรวมทั้งชดเชยค่าสินไหมทดแทน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะขอดูแลลูกสาวของผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังออกค่าใช้จ่ายในการจัดงานฌาปนกิจ ทั้งหมดอีกด้วย   ทางด้านสิบตำรวจโทสมรักษ์ ทองเขมร ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้เสียทรัพย์สิน ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต   ต่อมาพี่ชายผู้ตาย ได้กล่าวว่า เบื้องต้นทางตำรวจได้ช่วยมาให้จำนวน 1 หมื่นบาท ก็ไม่อยากให้มีเวรกรรมต่อกัน ทางเราอาจจะโชคไม่ดี ส่วนลูกสาวของผู้ตายที่กำลังเรียนหลังเสร็จงานคงต้องมาคุยกันอีกที่ ส่วนเรื่องคดีตอนนี้หลังจากเสร็จคงต้องรอดูสถานนะการอีกที่ว่าตำรวจจะว่าอย่างไร ถ้าเขาโอเค รับผิดชอบทุกอย่างดีก็อาจจะไม่ติดใจเอาความ ตอนนี้ก็พึ่งพอใจในระดับหนึ่งครับ ส่วนเรื่องการเรียกร้อง คงไม่เรียกไร เราจะเอาตามสิทธิที่จะได้   ด้านสิบตำรวจโท สมรักษ์ คนขับรถที่ประสบเหตุ ได้เข้าไปแสดงความเสียใจกับญาติ และรดน้ำศพผู้ตาย จากนั้นได้กล่าวว่า ตนก็ไม่คิดว่าจะเสียชีวิต ตอนที่ประสบอุบัติเหตุอาการของทั้ง สองคนน่าเป็นห่วง และมาทราบอีกครั้งทราบว่าเสียชีวิต ในครั้งนี้ตนก็ขออโหสิกรรมของคนตายด้วย ไม่ว่าใครไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ebrB6j9Ueac

 697
อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

ตร.ขอขมาศพ-รับผิดชอบลูกสาวผู้ตาย หลังแม่ถูกชนดับขณะไล่จับเด็กแว้น

จากกรณีเสียชีวิตของ น.ส.วราภรณ์ สุขหอม อายุ 37 ปี หลังจากที่ถูก ส.ต.ท.สมลักษณ์ ทองเขม่น ผบ.หมู่(ป.) สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมชุดสายตรวจ ขับรถกระบะสายตรวจชนท้าย รถจยย. หมายเลขทะเบียน 7กส-5274 กรุงเทพฯ ขณะขับรถไล่กวดกลุ่มวัยรถจับกลุ่มแข่งรถจยย.บนท้องถนน   ล่าสุดญาติได้เดินทางมารับศพด้วยความโศกเศ้ราเสียใจ พี่ชายผู้ตายเผยว่า วันเกิดเหตุตนเองได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาเเจ้งว่าน้องสาวถูกรถชน ขณะนั้นตกใจมาก จึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล ภาพที่เห็นคือน้องสาวมีบาดเเผลที่ขาเพียงเเห่งเดียวเท่านั้น ส่วนคอคุณหมอได้ใส่เฝือกไว้ ตนก็คิดว่าน้องสาวคงไม่เป็นอะไรมาก เพราะยังคุยและโต้ตอบได้   จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ต.ค. คุณหมอเเจ้งอาการว่าน้องสาวเเน่นหน้าอกเเละหายใจไม่ออก ผลจากการเอ็กซเรย์ พบว่าลำใส้ทะลุ ต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน เเต่คุณหมอก็ได้เเจ้งก่อนเเล้วว่าการผ่าตัดมีความเสี่ยงสูงถึงอาจจะเสียชีวิตได้ ทางญาติก็ยินยอมให้ผ่า โดยภายหลังจากผ่าตัด น้องสาวก็นอนรอดูอาการ จนกระทั่งเมื่อวาน 26 ต.ค.   แพทย์บอกว่า น้องสาวมีภาวะไตวาย เลือดเป็นพิษ ความดันโลหิตต่ำ เม็ดเลือดขาวตก เเละชีพจรเต้นช้าลง แพทย์ได้ถามตนว่าจะให้ปั๊มหัวใจหรือไม่ เเต่ถึงจะปั๊มหัวใจก็คงไม่เป็นผล เพราะอาการหนักมาก ตนได้ปรึกษากับทางญาติเเล้วว่าไม่ปั๊ม เพราะหากยิ่งยื้อ น้องสาวจะยิ่งทรมานเเละน้องสาวก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ระบุว่า น.ส.วราภรณ์ เสียชีวิตเนื่องจากลำไส้แตก และกระดูกคอเคลื่อน   ส่วนคู่กรณีที่เป็นตำรวจคนที่ขับชน ตั้งเเต่วันเกิดเหตุ จนถึงวันนี้ ยังไม่มาให้ญาติเห็นหน้าเลย ซึ่งตนเเละญาติก็คาดหวังว่าอยากให้ตำรวจคนดังกล่าวมาขอโทษ เเละขอขมาศพผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายนี้ก็มีการดูเเลรับผิดชอบในเรื่องการรักษาพยาบาล เเละรับผิดชอบในการจัดงานศพ ก็เป็นที่พึงพอใจของญาติ   ด้านพันตำรวจเอกประเวศน์ ศรีนาด ผู้กำกับ สภ.พรประแดง เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีเจตนาชน และผู้บาดเจ็บก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มแว้น โดยเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ป้องกันและกวดขันรถจักรยานยนต์เสียงดัง และก่อความเดือดร้อนรำคาญและแข่งรถในทางอยู่แล้ว เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยที่จะจัดชุดตรวจตราโดยเฉพาะในวันหยุด โดยทางเจ้าหน้าที่จะใช้กล้องจับที่เลขทะเบียนรถ และนำหมายเลขทะเบียนมาออกหมายเรียกในภายหลัง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน อยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว โดยที่ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล เรื่องค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ โดยจะดูแลอย่างเต็มที่   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ยินดีและรับผิดชอบค่าเสียหายและพร้อมที่จะเยียวยาญาติของผู้เสียชีวิตรวมทั้งชดเชยค่าสินไหมทดแทน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะขอดูแลลูกสาวของผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังออกค่าใช้จ่ายในการจัดงานฌาปนกิจ ทั้งหมดอีกด้วย   ทางด้านสิบตำรวจโทสมรักษ์ ทองเขมร ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้เสียทรัพย์สิน ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต   ต่อมาพี่ชายผู้ตาย ได้กล่าวว่า เบื้องต้นทางตำรวจได้ช่วยมาให้จำนวน 1 หมื่นบาท ก็ไม่อยากให้มีเวรกรรมต่อกัน ทางเราอาจจะโชคไม่ดี ส่วนลูกสาวของผู้ตายที่กำลังเรียนหลังเสร็จงานคงต้องมาคุยกันอีกที่ ส่วนเรื่องคดีตอนนี้หลังจากเสร็จคงต้องรอดูสถานนะการอีกที่ว่าตำรวจจะว่าอย่างไร ถ้าเขาโอเค รับผิดชอบทุกอย่างดีก็อาจจะไม่ติดใจเอาความ ตอนนี้ก็พึ่งพอใจในระดับหนึ่งครับ ส่วนเรื่องการเรียกร้อง คงไม่เรียกไร เราจะเอาตามสิทธิที่จะได้   ด้านสิบตำรวจโท สมรักษ์ คนขับรถที่ประสบเหตุ ได้เข้าไปแสดงความเสียใจกับญาติ และรดน้ำศพผู้ตาย จากนั้นได้กล่าวว่า ตนก็ไม่คิดว่าจะเสียชีวิต ตอนที่ประสบอุบัติเหตุอาการของทั้ง สองคนน่าเป็นห่วง และมาทราบอีกครั้งทราบว่าเสียชีวิต ในครั้งนี้ตนก็ขออโหสิกรรมของคนตายด้วย ไม่ว่าใครไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ebrB6j9Ueac

 697
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ค. 62

ตามล่า หนุ่มหัวร้อนขับรถพุ่งชนอา-หลาน ดับ 1 เจ็บ 1 คาดฝีมือเพื่อนบ้าน

ปทุมธานี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ พู่ ศิรินทร์ทิพย์ ได้โพสต์ข้อความว่า น้องกับหลานถูกรถชนแล้วหนีเขตหนองเสือ คลอง7 ตอนนี้ยังจับตัวคนชนไม่ได้ ใครมีเบาะแส เพื่อหาคนรับผิดชอบ จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ถนนเลียบคลอง 7 ฝั่งตะวันออก บริเวณร้านขายอาหารช่วงหมู่ที่ 12 ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี   ที่เกิดเหตุพบรอยยางรถครูดถนนเป็นทางยาวพร้อมกับรอยเลือดตกอยู่ที่พื้นถนนจำนวนมาก โดยมีการนำทรายมากลบทับไว้ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนรถยนต์ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนหนึ่ง   โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือนายเอกพงษ์ คำสุข อายุ 35 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.ราชธานี อาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา และน้องโบนัส เด็กหญิงอายุ 2 ขวบครึ่ง มีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้าถูกนำตัวส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ล่าสุดอาการดีขึ้นแล้ว   นายสำเภา คำสุข อายุ 60 ปี บิดาของนายเอกพงษ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 08.10 น.วันที่ 26 พฤษภาคม2562 ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายตนเองจูงมือหลานเดินออกจากร้านไปก่อนจะเดินริมทาง เพื่อจะไปช่วยงานแต่งงาน ทันใดนั้นได้มีรถยนต์คู่กรณีขับมาด้วยความเร็วสูงซึ่งเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีครีม มีหลังคาไฟเบอร์ด้านหลัง ขับพุ่งชนลูกชายตนเองและหลานจนร่างหลานสาวกระเด็นตกไปอยู่ที่ป่าหญ้า ส่วนลูกชายตนเองนอนไม่ได้สติอยู่ริมถนน หลังเกิดเหตุญาติได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ส่วนรถยนต์คันเกิดเหตุได้เร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจนขณะเกิดเหตุ   ทั้งนี้ ตนเองอยากฝากถึงผู้ขับขี่ซึ่งรู้ตัวอยู่แล้วเพราะเป็นวัยรุ่นที่อยู่บ้านใกล้ๆ กันชื่อเอ็ม มีพฤติกรรมเป็นคนอารมณ์ร้อนไม่สุงสิงกับใคร ก่อนหน้าจะเกิดเหตุไม่กี่วันได้ออกมาเล่นเซปักตะกร้อที่สนามกีฬาใกล้ที่เกิดเหตุกับกลุ่มหลานๆตนเอง และเกิดมีปากเสียงกันจนแจกของลับให้กัน   รวมทั้งทุกครั้งที่ผู้ขับขี่ขับรถออกจากซ้ายบ้านก็จะมาเบิ้ลเครื่องรถยนต์บริเวณหน้าร้านประจำ แต่ทุกคนก็ไม่อยากมีปัญหาด้วย และทุกครั้งที่ผู้ก่อเหตุจะเลี้ยวเข้าซอยบ้านก็จะขับรถชิดมาบริเวณหน้าร้านทุกครั้ง ก่อนจะเลี้ยวเข้าบ้านพ่อของผู้ขับขี่ ซึ่งล่าสุดนายเอ็มคนขับรถคันดังกล่าวได้หนีไป และได้มีการเข้าไปพูดคุยกับพ่อผู้ก่อเหตุบอกไม่ได้รับผิดชอบพฤติกรรมลูกชายใดๆ ทั้งสิ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6nuxUh2leRw

 1,734
ต่างประเทศ
22 เม.ย. 62

เฒ่าญี่ปุ่นวัย 87 ซิ่งรถชนคนกลางโตเกียว คู่แม่ลูกดับสลด

ญี่ปุ่น-เกิดเหตุชายชราอายุ 87 ปี ซิ่งรถชนฝูงชนที่กำลังเดินข้ามถนนในย่านพลุพล่านกลางกรุงโตเกียว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นแม่วัย 31 ปี และลูกสาววัย 3 ขวบ รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน ในจำนวนนี้รวมถึงชายคนขับรถและภรรยาที่นั่งมาด้วย   ทั้งนี้ ที่ญี่ปุ่นเกิดเหตุผู้สูงอายุขับรถและเกิดอุบัติเหตุใหญ่บ่อยครั้ง อย่างในปี 2560 ที่ผ่านมา เพียงปีเดียวเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป มากถึง 418 ครั้ง  

 1,648
ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 62

หนุ่มคล้ายคนเมา ซิ่งรถกระบะชนยายวัย 76 ปี ชาวบ้านไม่พอใจรัวหมัดใส่กลางถนน

ชลบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้า หน้าคอนโดพานทอง เส้นทางพานทอง-บ้านเก่า หมู่ 1 ต.บ้านเก่า อ.พานทอง พบผู้บาดเจ็บคือนางสายชล โรสัจสะ อายุ76ปี นอนหมดสติ ชีพจรอ่อนอยู่กลางถนน กู้ภัยจึงช่วยทำการปั๊มหัวใจหวังจะยื้อชีวิต ใช้เวลากว่า 20 นาทีแต่ก็ไม่เป็นผล ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพานทองในเวลาต่อมา   และในเหตุการณ์นี้ก็เกิดเหตุชุลมุล ขนาดที่คนขับรถกระบะนั้นมีอาการคล้ายคนเมาสุราพูดจาวกวน จึงทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์และประชาชนที่คอยให้กำลังใจผู้บาดเจ็บนั้น เกิดมีอารมณ์จึงสาวหมัดใส่ไปที่คนขับรถกระบะดังกล่าว    สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า ยายกำลังข้ามถนนจะกลับบ้านหลังจากได้เดินข้ามถนนไปซื้อไก่ย่างอีกฝั่ง และรถคันที่ชนก็ขับมาด้วยความเร็วชนจนยายกระเด็นไปไกลกว่า30เมตร และยังบอกอีกว่ายายเป็นดีทุกคนในย่านนี้จะรู้จักยายดี ต่างคนก็มารุมล้อมดูอาการขณะที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลือ   ส่วนทางด้านคนขับกระบะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวเป่าวัดแอลกอฮอล์อีกครั้งว่ามีปริมาณของแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และจะได้ขอดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qm7z2GnVuDg

 2,538
ปากท้องร้องทุกข์
21 ม.ค. 62

ชายวัย 53 โอดถูกจับชนแล้วหนี ทั้งที่ขับรถไม่เป็น-อยู่คนละจังหวัด ต้องกู้หนี้มาประกันตัว

ระยอง-นายอุทัย ศรีมา อายุ 53 ปี ร้องเรียนสื่อมวลชน หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีขับรถชนคนตาย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2548 ในพื้นที่ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ทั้งที่ขับรถไม่เป็น   เมื่อไปพบตำรวจที่ออกหมายเรียก ก็ได้รับแจ้งว่า อาจออกหมายเรียกผิดตัว เพราะมีคนชื่ออุทัย ศรีมา ทั่วประเทศถึง 4 คน และ 1 ใน 4 มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกด้วย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2560 ได้กลับมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านในอ.เขื่องใน ก็ถูกตำรวจ สภ.เขื่องใน มาพบที่บ้านพร้อมแสดงหมายจับในคดี แล้วส่งตัวไปให้ตำรวจ สภ.บ้านค่าย รับตัวไปดำเนินคดี ทำให้ต้องนำที่ดินที่เช่ามาจากเพื่อนบ้านไปใช้วางประกันตัว ในราคา 120,000 บาท ถึงได้รับการประกันตัว   ตั้งแต่ขอประกันตัวออกมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ต้องเดินทางจากอุบลราชธานี ไปรายงานตัวกับตำรวจ และสำนักงานอัยการระยองทุกเดือน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางไปกลับครั้งละ 5-6 พันบาท ต้องขายที่ดิน และยืมเงินจากกองทุนต่างๆ ทำให้ครอบครัวเป็นหนี้สินจากการต่อสู้คดีมากว่า 3 แสนบาท   พยานที่เป็นคนเจ็บที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งมาชี้ตัวก็ระบุว่า ผมไม่ใช่คนขับ แต่ตำรวจยังแจ้งข้อหาและส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการพิจารณา อัยการก็ได้ตีสำนวนกลับให้สอบสวนเพิ่ม เนื่องจากหลักฐานอ่อนไม่พอฟ้อง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ทำอะไร บอกว่าอยู่ระหว่างส่งสำนวนให้บก.ภ.จว.ระยองพิจารณา ซึ่งทำให้เดือนร้อนมากต้องเสียค่าใช้จ่ายไปรายงานตัวทุกเดือน   จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงยุติธรรม เข้ามาดูแลสำนวนการสอบสวนด้วย หากผมไม่ผิดก็ควรจะได้รับการปล่อยตัว ไม่ใช่ยังดึงเรื่องไว้โดยไม่ทำอะไร ซึ่งล่าสุดผมได้ร้องทุกข์ไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า จึงขอมาเปิดเผยเรื่องราวกับสื่อมวลชน เพราะทนไม่ไหวกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป และเสียเวลาในการประกอบอาชีพที่ผ่านมาด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-T2gQfYHV0I

 12,394
สังคม-อาชญากรรม
18 ส.ค. 61

ลูกชายคนโต ผกก. โผล่แจงไม่รู้ใครขับกระบะพ่อทับเด็กตาย 2 ศพ - ญาติเหยื่อติดใจคดีล่าช้า

ความคืบหน้าอุบัติเหตุที่ จ.เชียงใหม่ กรณีรถกระบะขับทับร่าง 2 เด็กสาวชาวเขาเผ่าลีซู (ลีซอ)ที่ประสบเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันล้มลงกลางถนนจนเสียชีวิตแล้วขับหลบหนีไป ซึ่งต่อมาพบว่ารถกระบะที่ก่อเหตุเป็นรถของ พ.ต.อ.สรโชติ บุญวิเศษ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่    ล่าสุด นายนพรุจ ลูกชายคนโตของ ผกก. ได้เดินทางมา สภ.แม่ปิง โดยปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนขับรถ ไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นใครขับกันแน่ เพราะเพิ่งเดินทางมาถึงเชียงใหม่และยังไม่ทราบรายละเอียดใดๆ ย้ำว่าครอบครัวเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและจะช่วยเหลือรับผิดชอบเยียวยาอย่างเต็มที่ที่สุด อ้างจะกลับบ้านไปพูดคุยกับครอบครัวก่อนแล้วจะกลับมาพบกับคู่กรณีที่สถานีตำรวจอีกครั้งในช่วงค่ำวันนี้ (18 ส.ค.) แต่ปรากฏว่าไม่มาตามนัด     ด้านญาติของผู้เสียชีวิตยอมรับว่ารู้สึกคาใจการทำงานของตำรวจที่มีความล่าช้า ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ คดีเกิดขึ้นตั้งแต่ 13 ส.ค. แต่กลับไม่สามารถจับผู้ก่อเหตุได้ ตอนนี้พ่อแม่เด็กเดือดร้อนมากต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานศพ              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/WYje-8-E6EE    

 6,402

Top