ค้นหา :

ผลการค้นหา "แรงงานพม่า"

สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 62

ทำแผนหนุ่มพม่า ฆ่าโหดเสี่ยโรงน้ำแข็งยัดตู้เสื้อผ้า ลูกชายเสียใจ ถ้าเจอพ่อเร็วกว่านี้คงไม่ตาย

นายมิน ทุย หรือโกโก้ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาชาวเมียนมา ที่ลงมือก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล หรือเฮียหยู อายุ 72 ปี อดีตสมาชิกสภาเขตบางซื่อ และเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ถูกตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล หลังตำรวจจับกุมตัวได้ย่านมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับบ้านญาติ ซึ่งระหว่างถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียด     จากการสอบปากคำเบื้องต้น ตำรวจให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหารับสารภาพ สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ เพราะต้องการชิงทรัพย์จริง ได้เงินไป 1 หมื่น 6 พันบาท เนื่องจากได้มาทำงานอยู่กับผู้ตายแต่ได้ค่าแรงน้อย ซึ่งก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกับผู้ตาย จึงใช้ชะแลงเหล็กเป็นอาวุธทุบตีใส่ผู้ตาย ขณะที่ผู้ตายเข้ามาตรวจบ้านที่กำลังต่อเติม ภายใน ซอยวงศ์สว่าง 19 เขตบางซื่อ ก่อนนำศพขึ้นไปอำพรางใส่ตู้เสื้อผ้าบริเวณชั้นสองของบ้านและหลบหนีไป   หลังสอบปากคำเพิ่มเติม ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเป็นจุดบ้านพัก ย่านวงศ์สว่าง ของนายพรศักดิ์ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาตีศีรษะ นายพรศักดิ์จนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปอำพรางไว้ในตู้เสื้อผ้า คดีนี้ตำรวจสืบสวนสอบสวน กระทั่งทราบว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งซื้อบ้านหลังดังกล่าว โดยจ้างให้ผู้ต้องหาที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงให้เข้ามาทาสีและต่อเติมบ้าน     ทั้งนี้ มีชาวบ้านในละแวกนี้ ที่ทราบข่าวว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่างให้ความสนใจมามุงดู ซึ่งตำรวจได้กันพื้นที่ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณบ้าน แต่ก็เกิดเหตุชลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อญาติผู้เสียชีวิตได้ปีนรั่ว และวิ่งเข้าไปที่รถตู้ของตำรวจที่มีผู้ต้องหาอยู่ในรถขณะที่กำลังจะนำตัวกลับ สน.ประชาชื่น พร้อมเสียงสาปแช่งตลอดทาง   ด้านลูกผู้เสียชีวิต บอกว่า หลังเกิดเรื่อง ตนเองยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับผู้ต้องหา และไม่รู้ว่าจะพูดอะไรหากเผชิญหน้ากัน ยอมรับว่ารู้สึกโกรธ ซึ่งที่ผ่านมาเคยเจอผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาเองเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูดจากับใคร ส่วนเรื่องคดีความปล่อยให้เป็นไปตามกฏหมาย ตนเองไม่สามารถทำอะไรได้ สุดท้ายนี้อยากขอบคุณตำรวจ ที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว และหากตนเองมาเจอพ่อเร็วกว่านี้ พ่อคงไม่ตาย   เบื้องต้นพนักงานสอบสวน เเจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ประสงค์ต่อทรัพย์ เนื่องจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าต้องการทรัพย์สินของผู้ตาย   ขณะที่นายอนุรัตน์ วงศ์อนันต์ หลานผู้เสียชีวิต ได้ให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตไม่เคยด่าทอ หรือจ่ายค่าจ้างน้อย อีกทั้งผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้เป็นคนที่ขี้โมโห หรืออารมรุนแรง ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c03Jn4EcnXM

 1,553
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

รวบลูกจ้างพม่าวัย 19 ฆ่าโหดเสี่ยโรงน้ำแข็ง ยัดศพในตู้เสื้อผ้า อ้างชิงทรัพย์-แค้นถูกด่าเรื่องขับรถเร็ว

ตำรวจ สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ซอยวงษ์สว่าง 19 แขวงวงษ์สว่าง เขตบางซื่อ  ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นปลูกติดกัน 2 หลัง พื้นที่กว่า 200 ตารางวา พบรอยเลือดที่บันไดลากเป็นทางยาวขึ้นไปที่ชั้น 2 ถึงห้องพักชั้นบน   ภายในตู้เสื้อผ้าถูกล็อกมีกุญแจเมื่อเปิดออกมาพบศพ นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อายุ 72 ปี หรือ เฮียหยู เจ้าของโรงงานน้ำแข็ง ร้านขายแก๊สและอีกหลายธุรกิจ รวมทั้งเป็นอดีตสมาชิกสภาเขตบางซื่อ, อดีต กต.ตร. สน.ประชาชื่น และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ โดยที่ศีรษะมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็ง เลือด ไหลอาบหน้า สภาพศพนั่งหลังพิงตู้ และชันเข่าขึ้นมา ลักษณะคล้ายถูกจับยัดใส่ตู้      ญาติเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้าไปดูบ้านที่กำลังปรับปรุง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ในเวลา 05.00 น.ของวานนี้ (12 ส.ค.) ลูกชายจึงตามหาเนื่องจากบิดาหายตัวไป ก่อนจะมา สังเกตพบว่ามีรอยคราบเลือดภายในบ้านที่ชั้นล่างจึงเดินตามขึ้นไปที่ชั้นสอง และเลือดไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าที่ถูกล็อก เปิดออกก็ช็อกจนเข่าทรุดเมื่อพบศพบิดาถูกยัดซ่อนอยู่ภายในตู้   จากนั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ พบว่ากระเป๋าเงิน สร้อยคอทองคำพระและนาฬิกาหรูหายไป โดยญาติยังไม่พร้อมให้ข้อมูลอะไรเพราะยังอยู่ในอาการเสียใจ นำโซ่มาคล้องประตูหน้าเหล็กบ้านไว้ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน   ด้านนางประจวบ คงอ่วม อายุ 80 ปี คนสนิทผู้ตาย เวลาประมาณ 05.00 น. ลูกชายได้ออกตามหาผู้ตาย ส่วนลูกสาวผู้ตายมาหาตนถามหาพ่อบอกว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน ตนจึงไปช่วยตามหาผู้ตาย กระทั่งทุกคนเข้าไปในบ้านหลังเกิดเหตุ ตนอยู่ข้างล่างได้ยินเสียงคนร้องไห้ออกมาจากห้องบริเวณชั้น 2 ของบ้าน จากนั้นมีคนเดินมาบอกให้ทำใจดีๆไว้ เพราะเฮียหยูเสียแล้ว   เฮียหยูเคยเล่าว่า ผู้ต้องหาเคยทำงานที่อื่นมาหลายที่แต่ถูกไล่ออก จนมาทำงานกับเฮียหยู ล่าสุดจำจะขอลาออกและขอเงินติดตัวก่อนจะมาเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์แน่นอน ไม่คิดว่าต้องมาตายเพราะต่างด้าวเนรคุณ เฮียหยู มีบ้านหลายหลังในวอยเดียวกัน เป็นคนนิสัยดีใครๆ ก็รัก ใครลำบาก มาขอความช่วยเหลือจะรีบช่วยทันที   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตรวจสอบวงจรปิดหน้าบ้าน จับภาพชายต้องสงสัย 1 ราย ท่าทางมีพิรุธเดินเข้าออกภายในบ้านหลังเกิดเหตุ สืบสวนทราบว่าเป็นคนงานชาวเมียนมาทราบชื่อ นายมิน ทรุย ( Mr.Min Htwe ) หรือโกโก้ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าเฮียหยู แล้วนำศพไปอำพรางในตู้เสื้อผ้า ก่อนหลบหนีไปกบดานในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร  ตำรวจรวบตัวได้หลังก่อเหตุไม่ถึง 1 วัน   ชุดสืบสวนระบุ นายโกโก้สารภาพว่าได้เข้ามาทำงานกับนายพรศักดิ์  ในฐานะลูกจ้างขับรถส่งแก๊ส ได้ประมาณ 2 เดือน แต่เนื่องจากนายโกโก้ชอบขับรถเร็วจึงถูกตำหนิต่อว่าากรอกใส่หูทุกวัน ๆ และห้ามไม่ให้ทำงานดังกล่าวอีก และให้เปลี่ยนมาเป็นคนงานปรับปรุงบ้านของผู้ตายแทน คอยทาสีต่อเติมบ้าน คาดว่าน่าจะเจ็บใจที่ถูกต่อว่าเรื่องขับรถเร็ว เกิดความโกรธแค้นและใช้ชะแลงตีหัวจนนายพรศักดิ์  เสียชีวิต นำศพยัดตู้เสื้อผ้า ขโมยเงินผู้ตายหลบหนีไป   โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายโกโก้ มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ประชาชื่น พร้อมกับของกลางคือชะแลงที่ใช้ฟาดศีรษะ หลังโยนทิ้งเอาไว้ในกองเศษไม้จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นให้การสารภาพอ้างว่าต้องการชิงทรัพย์เงินที่อยู่ในกระเป๋าหมื่นกว่าบาทเท่านั้น ส่วนทรัพย์สินอื่นไม่ได้เอาไป     พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าก่อเหตุคนเดียว โดยระหว่างที่ผู้ต้องหากำลังหลบหนีกบดานอยู่นั้น มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าจากเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกรมท่า กางเกงขาสั้นสีแดงและสวมลิสต์แบรนด์สีขาวและสีดำ เป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน ตนสั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำอย่างละเอียด   ขณะที่ตำรวจได้เรียกเพื่อนร่วมงานของผู้ต้องหา 4-5 คน มาสอบปากคำที่โรงพักว่าร่วมก่อเหตุ ด้วยหรือไม่ ซึ่งเพื่อนชาวเมียนมาบอกว่าไม่เคยเห็นนายโกโก้มีปัญหาหรือทะเลาะกับผู้ตาย  หลังจากที่นายโกโก้ถูกตำรวจจับกุมเขาก็สารภาพว่าต้องการชิงทรัพย์ โดยพวกตนไม่มีส่วนรู้เห็น วันเกิดเหตุทำงานอยู่โรงงานน้ำแข็งและร้านขายแก๊ส ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ   โดยวันนี้ (13 ส.ค.) จะนำตัวผู้ต้องหาไปแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อีกครั้งในเวลา 11.00 น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kM1274qA6Iw

 5,052
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ค. 62

ไฟไหม้รถบัสแรงงานพม่าหลังถูกจับ 50 ชีวิตหนีวุ่น ตั้งปมลอบเผารถหวังหลบหนี

ตาก-เกิดเหตุไฟไหม้รถทวร์ บริเวณ ถนนหมายเลข 12 สาย ตาก-แม่สอด หลักกิโลเมตรที่ 61-62 เขตตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก   ที่เกิดเหตุบริเวณดอยรวก หรือโคง้ร้อยศพ พบรถทัวร์สองชั้น ไฟกำลังลุกไหม้ทั้งคั้น รถดับเพลิง อบต.แม่ท้อ เข้าฉีดน้ำไม่ให้เพลิงไหม้ บังเอิญมีฝนตกลงมาช่วยดับไฟ แต่ไฟก็ไหม้หมดทั้งคัน ส่วนแรงงานชาวเมียนมาหนีตายมาได้อย่างหวุดหวิด ทราบชื่อคนขับคือนายมะรอพี สุหลง อายุ 50 ปี เป็นชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา หนีรอดมาได้พร้อมเด็กท้ายรถ รอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   สอบสวนทราบว่า รถทัวร์คันดังกล่าวบรรทุกแรงงานชาวเมียนมามาจากจังหวัดนราธิวาส กรณีคดีจับกุม นายมินจอ ชาวเมียนมา ที่เป็นหัวหน้าขวนการค้าแรงงานข้ามชาติ พร้อมด้วยแรงงานผิดกฏหมายจำนวน 64 คน นั่งมากับรถบัส 52 คน และมากับรถตู้อีก 1 คันที่ร่วมขบวนอีก 11 คน และเด็กหญิงอายุ 1 ขวบ อีก 1 คน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ และได้ทำการผลักดันกลับประเทศเมียนมา   โดยได้เช่าเหมารถทัวร์ไปส่งให้เจ้าหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อำเภอแม่สอดเป็นผู้ผลักดันต่อไป แต่มาถึงที่เกิดเหตุรถได้เกิดไฟไหม้ คนขับรถเห็นไฟไหม้จากใต้ท้องรถ จึงจอดรถแล้วให้ชาวเมียนมารีบหนีตายลงจากรถได้ทัน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ส่วนแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 53 คน หลังจากพนักงานสอบสวนเสร็จแล้ว ก็จะทำการผลักดันกลับประเทศเมียนมาต่อไป   ส่วนอีก 8 คนยังหลบหนี ซึ่งขณะนี้มีการประสานงานด่านต่างๆ สกัดจับกุม เนื่องจาก มีหัวหน้าขบวนการขนแรงงานต่างด้าวร่วมอยู่ด้วย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบสวนว่าการเกิดเพลิงไหม้เป็นการก่อเหตุเผารถเพื่อการหลบหนีหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lIyHdQd-IkE

 1,610
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
01 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 1 ก.ค.62 ทรัมป์พบคิมที่เกาหลีเหนือ-ลุงถูกเก้าอี้นวดบีบคอ-รถหรูหัวร้อนปาดหน้าชูนิ้วกลาง

-นาทีประวัติศาสตร์ โดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวข้ามผ่านเส้นแบ่งเขตแดน 2 เกาหลี พบหารือคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ถือเป็นปธน.สหรัฐฯคนแรกที่ได้เหยียบแผ่นดินเกาหลีเหนือ นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำทั้ง 2 พบกันที่เขตปลอดทหาร หลังเคยประชุมร่วมกันมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนข้ามกลับมายังเขตเกาหลีใต้ ที่มีมุน แจอิน ปธน.รออยู่ ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมหารือก่อนรื้อฟื้นการประชุมอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ทรัมป์ยังชวนคิมไปเยือนทำเนียบขาวได้ทุกเมื่อ   -รถหรูหัวร้อนขับปาดหน้าแล้วเบรคกระชั้นชิด ชูนิ้วกลางให้ ลงจากรถมาถุยน้ำลายใส่คู่กรณี แต่พอเห็นคนขับเป็นผู้หญิง รับเปลี่ยนท่าทีบอก อ๋อ ผู้หญิงหรอ ขอโทษทีครับเบบี๋ ชาวเน็ตแฉเป็นรถคันเดียวกับที่เคยมีเรื่องกับ หลุยส์ สก็อต ขับปาดหน้าแล้วเบรคกระชั้นชิดบนทางด่วนบางนา แห่แชร์รถคันนี้อันตราย อย่าเข้าใกล้   -นายกฯกำชับให้จับคนทำร้ายจ่านิวให้ได้ ผบ.ตร.รับลูกยันจับแน่ ไม่ว่าจะเป็นสีไหนก็ต้องโดนดำเนินคดี บิ๊กป้อมยอกต้องเร่งขยายผลหาคนบงการ ไม่ให้จ่านิวกลายเป็นเหยื่อทางการเมือง ชุดสืบสวนเพิ่มปมเหตุหนี้นอกระบบด้วยนอกจากเรื่องการเมือง ส่วนอาการจ่านิวตอนนี้ทรงตัว ยังไม่พร้อมให้การตร.ตาขวาเริ่มมองเห็น เหลือบไปมาได้ จมูกที่หัก หมอใช้เครื่องมือสอดเข้าไปดันกระดูกที่ยุบให้กลับมาสภาพเดิม ไม่ต้องผ่าตัด   -มีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐระส่ำระสาย เกิดการไม่ลงรอยกันในการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะอดีต กปปส.และกลุ่มสามมิตร มี ส.ส.ในพรรคไม่พอใจอดีต 2 แกนนำ กปปส.คือณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่ได้เก้าอี้ รมว.ศึกษาฯ และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ได้รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทั้งๆที่ได้ ส.ส.กทม.แค่ 11 เสียง แต่ได้ถึง 2 เก้าอี้ มองว่าล็อบบี้ผู้มีบารมีทางการเมือง จนต้องไปเฉือนโควต้ากลุ่มสามมิตรที่ได้ ส.ส. 30 เสียง ทั้งที่อดีต กปปส.ควรได้แค่ 1 ที่นั่งเท่านั้น   ด้านสุชาติ ชมกลิ่น ที่ชื่อหลุดโผ ครม.ยันสนับสนุนบิ๊กตู่ให้เดินหน้าต่อไปได้ วิงวอนบางกลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวให้หยุด และอุตตม-สนธิรัตน์ต้องลงมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ยันกลุ่มชลบุรีและกลุ่มภาคกลางเป็นเด็กดี   -จุรินทร์เชื่อเสถียรภาพของรัฐบาลจะเกิดขึ้น แม้จะมีข่าวความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐที่ต้องไปแก้กันในพรรค ในงานสัมมนา ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่หัวหิน ทีมผู้บริหารพรรคแต่งตัวในธีมอเวนเจอร์และซูเปอร์ฮีโร่   -คลังเตรียมงบแสนล้านปลุกกำลังซื้อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังพบปัญหาคนขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าใช้จ่าย เมื่อดีรัฐบาลใหม่ คลังเร่งกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่น กระตุ้นการบริโภค ระยะเร่งด่วนช่วยกลุ่มรากหญ้า โดยเฉพาะเกษตรกรเพื่อให้เกิดกำลังซื้อก่อน   -อัยการฟ้องแล้ว 3 ข้อหาเสี่ยเบนซ์เมาแล้วขับซิ่งรถชนรองตี๋และภรรยาเสียชีวิต ประกอบด้วยขับรถเร็วเกินกำหนด / เมาแล้วขับ / ขับรถประมาทให้คนเสียชีวิตและเจ็บสาหัส ไม่มีข้อหาพยายามฆ่า เจ้าตัวรับสารภาพและก่อนหน้านี้เยียวยาชดใช้ค่าเสียหายแล้ว 45 ล้าน ศาลนัดฟังคำพิพากษา 31 ก.ค.   -ครูพละเสียงดังกระชากหัวเด็กนักเรียน ลั่นเมื่อไหร่จะหายกวน ดึงคอเสื้อเด็กถามจะสู้หรือไง เกิดขึ้นที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งในสระบุรี   -ไฟไหม้รถทัวร์ 2 ชั้นบนถนนสายตาก-แม่สอด ในรถมีชาวเมียนมากว่า 50 คนถูกจับเข้าเมืองผิดกม.กำลังถูกส่งไปให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด ผลักดันกลับประเทศ ช่วงไฟไหม้ฉวยโอกาสหลบหนี จนท.จับกฃับมาได้เกือบทั้งหมด เหลือแค่ 8 คนที่หาไม่เจอ เร่งสอบสวนเหตุไฟไหม้ว่าเป็นการลอบเผารถเพื่อหลบหนีการจับกุมหรือไม่   -หนุ่มก่อสร้างซิ่ง จยย.กระชากกระเป๋า นทท.จีนที่เกาะสมุย วงจรปิดจับภาพชัด ตร.ไล่ล่าจับได้ในห้องพักคนงาน พบนำมือถือผู้เสียหายไปเผา ตัดระบบ GPS สารภาพติดหนี้พนันบอลออนไลน์เป็นแสน ก่อเหตุแล้วหลายครั้ง   -อุทาหรณ์เข้าเกียร์ผิด สาวใหญ่วัย 47 จอดรถเก๋งในบ้านกลางดึก เดินไปปิดประตูรั้ว จู่ๆรถถอยชนจนล้ม ก่อนล้อเหยียบหัวเสียชีวิต กว่าเพื่อนบ้านจะมาเจอก็เช้าแล้ว พบเป็นรถเกียร์ออโต้ ตำแหน่งอยู่ที่เกียร์ถอยยังติดเครื่องเปิดแอร์อยู่ คาดอาจดันเกียร์ไปที่ตัว P ไม่สุด ไม่ได้ใส่เบรคมือ จนรถไหลมาทับ   -ระทึกกลางห้าง ช่วยวุ่นลุงถูกเก้าอี้นวดเพื่อสุขภาพบีบคอเกือบตาย คนที่เห็นรีบเข้าช่วย เตือนผู้ประกอบการตรวจสภาพเก้าอี้ก่อนให้บริการ   -คืบหน้าอาการป่วยเมฆ-วินัย ไกรบุตร หมอฉีดสเตียรอยด์เพิ่ม ให้ตุ่มน้ำพองลดลง หมอจะปรับยารอดูอาการอีกครั้ง ส่นเม็ดเลือดขาวที่สูงกว่าคนปกติ 7 เท่าตอนนี้ลดลงเกือบปกติแล้ว หมอเจาะเลือด-ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเพิ่ม เฝ้าระวังการติดเชื้อ เจ้าตัวท้อเป็น 1 ใน 4 แสนคนที่เป็น แม่ที่เพิ่งทราบข่าวถึงกับช็อก   -เดอะมอลล์กรุ๊ปเอาจริง ประกาศงดให้ถุงพลาสติก ทั้งตัวห้างและซูเปอร์ เริ่ม 3 ก.ค.62 ทั้งเดอะมอลล์ เอ็มควอเทียร์ เอ็มโพเรี่ยม ขึ้นข้อความถ้าลูกค้าจำเป็นต้องใช้ขอบริจาคใบละ 1 บาท นำเงินไปสนับสนุนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมถือเป็นห้างค้าปลีกของไทยที่ใช้มาตรการเด็ดขาด ต้องจ่ายเงินซื้อถุง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eUY5Z20NFkg

 3,687
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

หนุ่มพม่าเมาคึกคะนอง โชว์แว้น จยย.ท่ายาก ตร.จัดหนัก 6 ข้อหาพ่วงยาเสพติด

เชียงใหม่-กรณีหนุ่มไทยใหญ่ขี่จักรยานยนต์หวาดเสียวป่วนผู้ใช้ถนนในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อเช้าวันที่ 28 พ.ค. และถูกผู้ใช้รถรายหนึ่งถ่ายคลิปแชร์ในโลกออนไลน์ ขณะที่ตำรวจจราจรเชียงใหม่ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบตัวคือนายอ่อง เมือง อายุ 21 ปี หนุ่มสัญชาติเมียนมา พร้อมให้โอกาสเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา แต่ปรากฏว่าตลอดทั้งวันนายอ่องเมืองเลือกที่จะหลบหนี   ต่อมา จนท.ได้เข้าจับกุมนายอ่องเมืองได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ถนนช้างเผือก ซอย 4 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ขณะนอนหลับอยู่กับแฟนสาวในห้อง หน้าห้องพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าคลิก สีดำส่วนแผ่นป้ายทะเบียน ตรงตามคลิปหลักฐาน ถูกถอดเก็บไว้ใต้เบาะรถ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลาง ขณะที่เจ้าหน้าที่นำตัวนายอ่องเมืองตรวจปัสสาวะ พบเป็นสีม่วงจากการเสพยาเสพติด   สอบสวนนายอ่องเมืองสารภาพว่า ทำงานเป็นพนักงานนวดในร้านสปาแห่งหนึ่งย่านตำบลช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ตามคลิปจริง ที่ทำไปเพราะว่าดื่มสุรามาตลอดทั้งคืนจนเมา เกิดความคึกคะนอง ที่ผ่านมาเมื่อเมาสุราก็มักจะขี่จักรยานซิ่งแบบนี้ตามท้องถนนเป็นประจำ ส่วนผลตรวจปัสสาวะ ยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาจริง แต่เสพก่อนหน้านี้มาหลายวันแล้ว ส่วนสาเหตุที่หลบหนีไม่เข้ามอบตัว เป็นเพราะไม่ได้ไปรายงานตัวกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตามที่กำหนดไว้ทุก 90 วัน ทำให้กลัวปรับและถูกจับส่งภูมิลำเนา   คดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้งข้อหาทั้งหมดถึง 6 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหาขับขี่รถในลักษณะประมาทหวาดเสียว // ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น // ไม่สวมใส่หมวกนิรภัยในขณะขับขี่ // ขับรถโดยมีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ // ขาดต่อภาษีรถ // และข้อหาเสพยาเสพติด ก่อนจะคุมส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและส่งฟ้องศาลให้เป็นผู้พิจารณา โดยไม่มีการปรับที่ชั้นโรงพัก เพราะถือว่าให้โอกาสเข้ามอบตัวมาแล้ว แต่ไม่ให้ความร่วมมือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fybyDbTZT-s

 1,853
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 พ.ค. 62

แรงงานพม่าซิ่ง จยย.ผาดโผน ยืนปล่อยมือ กลางเมืองเชียงใหม่ ไม่สนรถขับตามหลัง

เชียงใหม่-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jeep Jenjira Pansena ได้โพสต์ภาพคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์น่าหวาดเสียว ระหว่างที่ขับรถยนต์อยู่บนถนนรอบคูเมืองด้านนอก ในตัวเมืองเชียงใหม่ ปรากฏว่าชายหนุ่มคนหนึ่งที่คล้ายคนอยู่ในอาการมึนเมา ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะที่น่าหวาดเสียวและเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย   ด้วยการขับส่ายไปมาขวางหน้ารถยนต์เหมือนจะท้าทายหาเรื่อง และมีการปล่อยมือจากแฮนด์รถแล้วลุกขึ้นยืนด้วย ทั้งที่รถจักรยานยนต์ยังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็ว จนกระทั่งในที่สุดได้นั่งลงและขับรถเลี้ยวไปคนละทางแยกย้ายกันไป เมื่อคลิปเผยแพร่ไปทำให้ถูกวิจารณ์เป็นอย่างมาก พร้อมเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   จากการตรวจสอบทราบว่าผู้โพสต์คือ นางสาวเจนจิรา สุพรรณ์ อายุ 31 ปี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเช้าวานนี้ (28 พ.ค.) เวลาประมาณ 06.30 น.ระหว่างที่ตัวเองกับสามีกำลังขับรถยนต์ไปส่งลูกสาวอายุ 12 ปี ที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ซึ่งระหว่างที่ขับรถไปตามถนนด้านนอกคูเมือง ช่วงบริเวณหน้าประตูท่าแพ   ปรากฏว่ามีผู้ชายคนดังกล่าวขับรถจักรยานยนต์มาจี้ท้ายและบีบแตรใส่ ก่อนที่จะเร่งแซงขึ้นมาทางด้านข้างพร้อมยกนิ้วกลางให้ด้วย จากนั้นแซงไปข้างหน้า พร้อมกับแสดงท่าทางการขับขี่หวาดเสียวและเป็นอันตราย ทั้งขับส่ายไปส่ายมา และลุกขึ้นยืนบนเบาะ ตัวเองจึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือ บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้และนำมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียเพื่อเตือนภัย   ทั้งนี้ยืนยันว่าระหว่างที่ขับรถไปตามทางนั้น สามีซึ่งเป็นคนขับรถไม่ได้มีการขับที่กระทบกระทั่งกับรถคันอื่นๆ บนถนนเลย จึงไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายคนดังกล่าวต้องขับขี่ในลักษณะนั้น โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลูกสาวรู้สึกตกใจกลัวอย่างมากจนต้องปลอบ ส่วนสามีโกรธและโมโหเช่นกัน แต่ได้เตือนสติกันให้ใจเย็น จนผ่านพ้นเหตุการณ์ไปได้ด้วยดี    ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นไม่ได้แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด แต่ได้นำคลิปไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียเพื่อเตือนภัย และเป็นอุทาหรณ์ เตือนสติ ผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือว่าโชคดี ที่ช่วงเวลาดังกล่าวนั้น รถบนถนนเบาบางไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็ได้   ต่อมาตำรวจเผยว่า ทราบตัวชายหนุ่มที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามที่ปรากฏในคลิปแล้วว่าคือ นายอ่องเมือง (Mr.Aung Muang) อายุ 21 ปี แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งทราบที่ทำงานและที่พักแล้วว่าอยู่ย่านตลาดประตูก้อม ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยกำลังเร่งติดตามตัวมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   เบื้องต้นจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาความผิดเรื่องขับรถประมาทหวาดเสียว รวมทั้งอุปกรณ์ส่วนควบและไม่สวมใส่หมวกกันน็อค นอกจากนี้หากพบว่ากระทำผิดอย่างอื่นด้วยอาจจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติม ซึ่งกรณีนี้ต้องขอบคุณเจ้าของคลิปที่นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นการช่วยกันรณรงค์และป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lax2SufbWts

 1,995
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 62

ไล่ล่ากระบะขนแรงงานเมียนมา นั่งอัดเต็มรถ 15 คน ก่อนยางแตกจนมุม

สงขลา-เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่ารถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำตอนครึ่ง ซึ่งเป็นรถที่ลักลอบขนแรงงานเถื่อน โดยสกัดจับได้บนถนนลพบุรีราเมศวร์ พื้นที่บ้านโคกเมา อ.บางกล่ำ หลังจากล้อหลังด้านซ้ายแตกและบดจนละเอียดเหลือแต่ล้อแม็กซ์ไม่สามารถขับต่อไปได้   จากการตรวจสอบภายในรถพบแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ซึ่งเป็นแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองอัดแน่นอยู่ภายในรถคันนี้ทั้งนอนเรียงกันอยู่ที่กระบะท้ายคลุมด้วยสแลนสีดำ และที่นั่งอัดแน่นกันอยู่ในห้องโดยสารรวมทั้งหมด 15 คน เป็นชาย 14 คนและหญิง 1 คน โดยมีนายพงษ์ยุทธ น้อยวารี อายุ 36 ปี เป็นคนขับ   จากการสอบสวนทราบว่าลักลอบขนแรงงานต่างด้าวมาจาก จ.ชุมพร ไปส่งที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยมีปลายทางอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตลอดเส้นทางจะมีรถอีกคันคอยนำทางเพื่อคอยดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ว่ามีการตั้งด่านตรวจหรือไม่   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นและจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาเพิ่มเติมได้อีก 9 คนเป็นชาย 5 คนและหญิง 4 คน ขณะถูกนำมาพักไว้ที่ข้างแคมป์คนงานก่อสร้างในซอยเพิ่มทรัพย์ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปควบคุมไว้ที่สภ.บางกล่ำ เพื่อสอบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายค้าแรงงานเถื่อนข้ามชาติกลุ่มนี้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lElOMwCHBeg

 1,056
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

จับแรงงานเมียนมา นอนเบียดกันในตึกร้างชายแดนแม่สาย รอนายหน้าพาเข้าเชียงใหม่-กทม.

เชียงราย-จนท.สนธิกำลังเข้าตรวจสอบ สวนอาหารเก่าที่ถูกปล่อยร้าง ไม่มีการดำเนินกิจการมานานปี บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน พื้นที่บ้านป่ายางใหม่ หมู่ที่ 4 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ห่างพรมแดน ประมาณ 2 กิโลเมตร หลังรับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มคนต้องสงสัยจำนวนมาก เข้าไปในบริเวณดังกล่าว   จากการตรวจสอบ พบชาวเมียนมาชาย 17 คนหญิง 13 คน รวม 30 คนพร้อมสัมภาระ นอนแออัดในห้องครัวดังกล่าว จึงนำตัวมาที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย สอบถามเบื้องต้น พบว่าต่างด้าวทั้งหมดเดินทางผ่านด่านพรมแดนแม่สายที่ 1 เมื่อช่วงเย็นวันที่ผ่านมา   โดยต่างด้าวทั้งหมดให้การว่า เดินทางมาจากเขตทางเหนือของรัฐฉาน ระหว่างที่นอนพัก กำลังรอรถตู้มารับเพื่อเดินทางต่อ เข้าไปทำงานที่ จังหวัดเชียงใหม่ 28 คน และไปกรุงเทพ 2 คน เสียค่าใช้จ่ายผ่านญาติให้กับนายหน้าเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง จังหวัดเชียงใหม่คนละ 4,500 บาท ส่วนที่เดินทางไปกรุงเทพ เสียค่าใช้จ่ายคนละ 17,000 บาท   ด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยว่า การสกัดต่างด้าวครั้งนี้ เป็นการตัดขั้นตอนการลักลอบนำต่างด้าวลักลอบเข้าพื้นที่ชั้นใน หลังสอบปากคำเสร็จ และจัดทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ เมื่อผลักดันกลับประเทศต้นทาง หากเข้ามาอีก และถูกตรวจพบ จัดเป็นบุคคลเฝ้าระวัง ในการอนุญาตเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย ส่วนข้อมูลที่ได้จากต่างด้าว เพื่อเตรียมขยายผลจับกุมกลุ่มเครือข่ายนำพาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/taczdaQZeqg

 2,774
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 61

ระทึก ตร.รวบคนงานเมียนมาพกปืน-สะพายกระสุนพาดบ่า ตามหานายจ้างเก่า ยิงขึ้นฟ้า ทำชาวบ้านผวา

ปราจีนบุรี-มีชาวพม่า คือ นายซอ อายุ 32 ปี มีอาวุธปืนลูกซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนมากสะพายพาดบ่า มาตามหานายสมบัติ โสภา นายจ้างเก่า พร้อมใช้อาวุธปืนลูกซองยิงข่มขู่ขึ้นฟ้าเป็นระยะๆ จำนวนหลายนัด จนทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยระงับเหตุ และติดตามจับกุมตัว   ด้านตัวแทนชาวบ้านบอกว่า นายซอ เป็นชาวพม่า ได้ออกจากบ้านไปเกือบเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็มาถามหานายจ้างเก่าพร้อมพกปืนมาด้วย ก่อนใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า จนเวลาผ่านไปนับชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า นายซอยังหลบซ่อนอยู่ในป่าช้าบริเวณด้านหลังของวัดเนินดินแดง   ทางชุดสืบสวน ภ.จว.ปราจีนบุรี จึงตัดสินใจเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณป่าช้า จากด้านข้างไปจนจดเจดีย์ที่เก็บอัฐิ จากด้านหลังไปถึงด้านหน้าก็ยังไม่พบตัวของนายซอ ทางพระภิกษุในวัดได้ร้องขอให้จ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณห้องน้ำ เนื่องจากคาดว่าคนร้ายจะหลบซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำต่าง ๆ จากการตรวจค้นก็ไม่พบตัวนายซอ แต่อย่างใด   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจู่โจมเข้าจับกุมตัวนายซอได้ที่บริเวณข้างประตูทางเข้าหน้าวัด พร้อมอาวุธปืนลูกซอง แบบพับฐาน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 17 นัด และจากการตรวจรางกายพบว่า นายซอถูกกระสุนเข้าที่บริเวณ ด้านหลังขวา จำนวน 1 นัด กระสุนฝังใน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาพยาบาลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RAzqey8TWaQ

 4,243
ข่าวภูมิภาค
28 ส.ค. 61

ลุยกวาดล้างยากันยุงพม่า godzilla ตรวจเจอสารอันตราย รุนแรงถึงขั้นตายได้

จากกรณีพบยากันยุง ที่ผลิตในประเทศเมียนมา ยี่ห้อ GODZILLA เมื่อมีคนซื้อนำไปจุดไล่ยุง ทำให้สุนัขตายไป 3 ตัว จนหลายคนเกรงว่าอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ เพราะหลังจากจุดยากันยุงแล้ว มีอาการเวียนศีรษะ   ล่าสุด นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเป็นยากันยุงไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. มีการลักลอบซื้อตามแนวชายแดน ทราบว่ามีกระบวนการผลิตที่จีน อย่างไรก็ตาม ยากันยุงดังกล่าวเคยได้รับการตรวจสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มาแล้ว   โดยเมื่อ ต.ค.2560 พบว่ามีสารอันตรายต้องห้ามที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในไทย 2 ชนิด ได้แก่ สารเฮปตาฟูลทริน และสารแอลเลทริน ไอโซเมอร์ ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 หากเข้าสู่ร่างกายจะมีผลคลื่นไส้ อาเจียน ชักเกร็ง และเสียชีวิต ซึ่งสารดังกล่าวเป็นอันตราย เตือนไม่ควรซื้อใช้   ทั้งนี้ จนท.ได้ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายยากันยุงด้านชายแดนอำเภอแม่สอด พบทั้งสิ้น 75 กล่อง นอกจากนี้ยังพบที่ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์, ตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร เพื่อกลาดล้างยากันยุงอันตรายดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ssUIxRVZgVs

 8,447
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 61

รู้ตัวชายนิรนามถูกฆ่าตัดคอ เป็นแรงงานเมียนมา ถูกพี่เขยคลั่งมนต์ดำสังหารโหด

กาญจนบุรี-จากกรณีพบศพชายนิรนาม อายุประมาณ 25-30 ปี มีรอยสักรูปหนุมานที่ต้นแขน สภาพศพถูกตัดคอและตัดมือทั้งสองข้าง โยนศพทิ้งแม่น้ำแควน้อย กระทั่งมีผู้มาพบศพลอยอยู่กลางแม่น้ำ ก่อนนำร่างมาขึ้นฝั่งที่ริมแม่น้ำบ้านพุอังกะ อำเภอไทรโยค เบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณสองวัน โดยตำรวจสันนิษฐานว่าศพดังกล่าว น่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่มาทำงานในพื้นที่อำเภอไทรโยคหรืออำเภอทองผาภูมินั้น   จนกระทั่งทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ แรงงานต้างด้าวชาวเมียนมาที่ทำงานอยู่ในสวนยางและสวนผลไม้ ห่างจากแม่น้ำแควน้อยราว 30 เมตร เป็นบ้านชั้นเดียวหลังคามุงสังกะสี อยู่ในระหว่างก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ในบ้านพบมีดอีโต้และมีดทำครัว 3 เล่ม พบจอบมีร่องรอยคราบเลือดที่เลือนลาง ส่วนที่บริเวณผนังปูนพบคราบเลือดกระเซ็นไปทั่ว   รวมทั้งบริเวณพื้น พบร่องรอยคราบเลือดเป็นจุดๆ มีร่องรอยการล้างทำความสะอาดและร่องรอยการใช้ปูนซีเมนต์ละเลงทับคราบเลือด อีกทั้งยังพบเศษผ้าถุงสีดำ ทำเป็นเส้นคล้ายเชือกอีก 3 เส้น ลักษณะเหมือนกับที่คาดเอวศพผู้เสียชีวิต รวมทั้งเศษเส้นผมอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมของทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวน นางสาวโอ ชาวเมียนมา อายุ16 ปี ยืนยันว่าศพที่ถูกตัดคอ และมือทั้ง 2 ข้าง คือนายสุไข่ อายุ 40 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นพ่อของตน เนื่องจากจำรอยสักรูปหนุมานที่แขนซ้ายได้ ส่วนฆาตกรผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นนายสุนัย อายุ 40 ปี แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ผู้เป็นลุงของตน ซึ่งเป็นคนจิตไม่สมประกอบ ฝักใฝ่ในเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำ เป็นพี่ชายของนางแง ซึ่งเป็นแม่ของตนและเป็นภรรยาผู้ตาย   เจ้าหน้าที่สอบพยานรอบข้าง เบื้องต้นทราบว่า นายสุไข่ผู้เสียชีวิต เป็นน้องเขยของนายสุนัย และทำงานเป็นคนงานเฝ้าไร่ของนายทุนที่อยู่กรุงเทพฯ พักอาศัยกินนอนอยู่ด้วยกัน 2 คน ในบ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยนางแง ภรรยานาย สุไข่อยู่กับนางสาวโอ ที่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไปราว 3 กิโลเมตร โดยทั้ง 2 คน มักชอบดื่มสุราด้วยกันเป็นประจำ   เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้งคู่น่าจะนั่งดื่มสุรากัน เมื่อเมาได้ที่จึงเกิดมีปากเสียงกัน และขณะที่นายสุไข่เผลอ นายสุนัยจึงได้ใช้จอบสับที่คอ หลายครั้งจนขาด แล้วใช้จอบสับที่ข้อมือทั้ง 2 ข้างเพื่ออำพรางคดี และนำร่างพร้อมศรีษะและมือทั้งสองข้างไปโยนทิ้งในแม่น้ำแควน้อย ที่อยู่ไม่ห่างจากบ้าน ก่อนที่นายสุนัยจะหลบหนีไป   นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวนายขาว ชาวเมียนมา อายุ 42 ปี หัวหน้าคนงาน พร้อมด้วยนางสาวลีลี่ อายุ 28 ปี  นายผิวเว อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นคนงานในไร่ ไปสอบปากคำ เนื่องจากนายขาวเป็นคนสั่งให้นางสาวลิลี่ และนายผิวเว ไปล้างคราบเลือด และเทปูนทับรอยเลือดในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าทั้ง 3 คน อาจจะรู้เห็นการสังหารในครั้งนี้ และจะเร่งติดตามตัวนายสุนัย ฆาตกรรมโหดรายนี้มาสอแบสวนและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ci_nYfZBtrQ

 4,514

Top