ค้นหา :

ผลการค้นหา "แรงงานพม่า"

ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

หนุ่มพม่าเมาคึกคะนอง โชว์แว้น จยย.ท่ายาก ตร.จัดหนัก 6 ข้อหาพ่วงยาเสพติด

เชียงใหม่-กรณีหนุ่มไทยใหญ่ขี่จักรยานยนต์หวาดเสียวป่วนผู้ใช้ถนนในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อเช้าวันที่ 28 พ.ค. และถูกผู้ใช้รถรายหนึ่งถ่ายคลิปแชร์ในโลกออนไลน์ ขณะที่ตำรวจจราจรเชียงใหม่ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบตัวคือนายอ่อง เมือง อายุ 21 ปี หนุ่มสัญชาติเมียนมา พร้อมให้โอกาสเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา แต่ปรากฏว่าตลอดทั้งวันนายอ่องเมืองเลือกที่จะหลบหนี   ต่อมา จนท.ได้เข้าจับกุมนายอ่องเมืองได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ถนนช้างเผือก ซอย 4 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ขณะนอนหลับอยู่กับแฟนสาวในห้อง หน้าห้องพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าคลิก สีดำส่วนแผ่นป้ายทะเบียน ตรงตามคลิปหลักฐาน ถูกถอดเก็บไว้ใต้เบาะรถ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลาง ขณะที่เจ้าหน้าที่นำตัวนายอ่องเมืองตรวจปัสสาวะ พบเป็นสีม่วงจากการเสพยาเสพติด   สอบสวนนายอ่องเมืองสารภาพว่า ทำงานเป็นพนักงานนวดในร้านสปาแห่งหนึ่งย่านตำบลช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ตามคลิปจริง ที่ทำไปเพราะว่าดื่มสุรามาตลอดทั้งคืนจนเมา เกิดความคึกคะนอง ที่ผ่านมาเมื่อเมาสุราก็มักจะขี่จักรยานซิ่งแบบนี้ตามท้องถนนเป็นประจำ ส่วนผลตรวจปัสสาวะ ยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาจริง แต่เสพก่อนหน้านี้มาหลายวันแล้ว ส่วนสาเหตุที่หลบหนีไม่เข้ามอบตัว เป็นเพราะไม่ได้ไปรายงานตัวกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตามที่กำหนดไว้ทุก 90 วัน ทำให้กลัวปรับและถูกจับส่งภูมิลำเนา   คดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้งข้อหาทั้งหมดถึง 6 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหาขับขี่รถในลักษณะประมาทหวาดเสียว // ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น // ไม่สวมใส่หมวกนิรภัยในขณะขับขี่ // ขับรถโดยมีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ // ขาดต่อภาษีรถ // และข้อหาเสพยาเสพติด ก่อนจะคุมส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและส่งฟ้องศาลให้เป็นผู้พิจารณา โดยไม่มีการปรับที่ชั้นโรงพัก เพราะถือว่าให้โอกาสเข้ามอบตัวมาแล้ว แต่ไม่ให้ความร่วมมือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fybyDbTZT-s

 1,732
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 พ.ค. 62

แรงงานพม่าซิ่ง จยย.ผาดโผน ยืนปล่อยมือ กลางเมืองเชียงใหม่ ไม่สนรถขับตามหลัง

เชียงใหม่-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jeep Jenjira Pansena ได้โพสต์ภาพคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์น่าหวาดเสียว ระหว่างที่ขับรถยนต์อยู่บนถนนรอบคูเมืองด้านนอก ในตัวเมืองเชียงใหม่ ปรากฏว่าชายหนุ่มคนหนึ่งที่คล้ายคนอยู่ในอาการมึนเมา ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะที่น่าหวาดเสียวและเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย   ด้วยการขับส่ายไปมาขวางหน้ารถยนต์เหมือนจะท้าทายหาเรื่อง และมีการปล่อยมือจากแฮนด์รถแล้วลุกขึ้นยืนด้วย ทั้งที่รถจักรยานยนต์ยังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็ว จนกระทั่งในที่สุดได้นั่งลงและขับรถเลี้ยวไปคนละทางแยกย้ายกันไป เมื่อคลิปเผยแพร่ไปทำให้ถูกวิจารณ์เป็นอย่างมาก พร้อมเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   จากการตรวจสอบทราบว่าผู้โพสต์คือ นางสาวเจนจิรา สุพรรณ์ อายุ 31 ปี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเช้าวานนี้ (28 พ.ค.) เวลาประมาณ 06.30 น.ระหว่างที่ตัวเองกับสามีกำลังขับรถยนต์ไปส่งลูกสาวอายุ 12 ปี ที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ซึ่งระหว่างที่ขับรถไปตามถนนด้านนอกคูเมือง ช่วงบริเวณหน้าประตูท่าแพ   ปรากฏว่ามีผู้ชายคนดังกล่าวขับรถจักรยานยนต์มาจี้ท้ายและบีบแตรใส่ ก่อนที่จะเร่งแซงขึ้นมาทางด้านข้างพร้อมยกนิ้วกลางให้ด้วย จากนั้นแซงไปข้างหน้า พร้อมกับแสดงท่าทางการขับขี่หวาดเสียวและเป็นอันตราย ทั้งขับส่ายไปส่ายมา และลุกขึ้นยืนบนเบาะ ตัวเองจึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือ บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้และนำมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียเพื่อเตือนภัย   ทั้งนี้ยืนยันว่าระหว่างที่ขับรถไปตามทางนั้น สามีซึ่งเป็นคนขับรถไม่ได้มีการขับที่กระทบกระทั่งกับรถคันอื่นๆ บนถนนเลย จึงไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายคนดังกล่าวต้องขับขี่ในลักษณะนั้น โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลูกสาวรู้สึกตกใจกลัวอย่างมากจนต้องปลอบ ส่วนสามีโกรธและโมโหเช่นกัน แต่ได้เตือนสติกันให้ใจเย็น จนผ่านพ้นเหตุการณ์ไปได้ด้วยดี    ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นไม่ได้แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด แต่ได้นำคลิปไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียเพื่อเตือนภัย และเป็นอุทาหรณ์ เตือนสติ ผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือว่าโชคดี ที่ช่วงเวลาดังกล่าวนั้น รถบนถนนเบาบางไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็ได้   ต่อมาตำรวจเผยว่า ทราบตัวชายหนุ่มที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามที่ปรากฏในคลิปแล้วว่าคือ นายอ่องเมือง (Mr.Aung Muang) อายุ 21 ปี แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งทราบที่ทำงานและที่พักแล้วว่าอยู่ย่านตลาดประตูก้อม ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยกำลังเร่งติดตามตัวมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   เบื้องต้นจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาความผิดเรื่องขับรถประมาทหวาดเสียว รวมทั้งอุปกรณ์ส่วนควบและไม่สวมใส่หมวกกันน็อค นอกจากนี้หากพบว่ากระทำผิดอย่างอื่นด้วยอาจจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติม ซึ่งกรณีนี้ต้องขอบคุณเจ้าของคลิปที่นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นการช่วยกันรณรงค์และป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lax2SufbWts

 1,737
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 62

ไล่ล่ากระบะขนแรงงานเมียนมา นั่งอัดเต็มรถ 15 คน ก่อนยางแตกจนมุม

สงขลา-เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่ารถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำตอนครึ่ง ซึ่งเป็นรถที่ลักลอบขนแรงงานเถื่อน โดยสกัดจับได้บนถนนลพบุรีราเมศวร์ พื้นที่บ้านโคกเมา อ.บางกล่ำ หลังจากล้อหลังด้านซ้ายแตกและบดจนละเอียดเหลือแต่ล้อแม็กซ์ไม่สามารถขับต่อไปได้   จากการตรวจสอบภายในรถพบแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ซึ่งเป็นแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองอัดแน่นอยู่ภายในรถคันนี้ทั้งนอนเรียงกันอยู่ที่กระบะท้ายคลุมด้วยสแลนสีดำ และที่นั่งอัดแน่นกันอยู่ในห้องโดยสารรวมทั้งหมด 15 คน เป็นชาย 14 คนและหญิง 1 คน โดยมีนายพงษ์ยุทธ น้อยวารี อายุ 36 ปี เป็นคนขับ   จากการสอบสวนทราบว่าลักลอบขนแรงงานต่างด้าวมาจาก จ.ชุมพร ไปส่งที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยมีปลายทางอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตลอดเส้นทางจะมีรถอีกคันคอยนำทางเพื่อคอยดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ว่ามีการตั้งด่านตรวจหรือไม่   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นและจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาเพิ่มเติมได้อีก 9 คนเป็นชาย 5 คนและหญิง 4 คน ขณะถูกนำมาพักไว้ที่ข้างแคมป์คนงานก่อสร้างในซอยเพิ่มทรัพย์ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปควบคุมไว้ที่สภ.บางกล่ำ เพื่อสอบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายค้าแรงงานเถื่อนข้ามชาติกลุ่มนี้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lElOMwCHBeg

 908
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

จับแรงงานเมียนมา นอนเบียดกันในตึกร้างชายแดนแม่สาย รอนายหน้าพาเข้าเชียงใหม่-กทม.

เชียงราย-จนท.สนธิกำลังเข้าตรวจสอบ สวนอาหารเก่าที่ถูกปล่อยร้าง ไม่มีการดำเนินกิจการมานานปี บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน พื้นที่บ้านป่ายางใหม่ หมู่ที่ 4 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ห่างพรมแดน ประมาณ 2 กิโลเมตร หลังรับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มคนต้องสงสัยจำนวนมาก เข้าไปในบริเวณดังกล่าว   จากการตรวจสอบ พบชาวเมียนมาชาย 17 คนหญิง 13 คน รวม 30 คนพร้อมสัมภาระ นอนแออัดในห้องครัวดังกล่าว จึงนำตัวมาที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย สอบถามเบื้องต้น พบว่าต่างด้าวทั้งหมดเดินทางผ่านด่านพรมแดนแม่สายที่ 1 เมื่อช่วงเย็นวันที่ผ่านมา   โดยต่างด้าวทั้งหมดให้การว่า เดินทางมาจากเขตทางเหนือของรัฐฉาน ระหว่างที่นอนพัก กำลังรอรถตู้มารับเพื่อเดินทางต่อ เข้าไปทำงานที่ จังหวัดเชียงใหม่ 28 คน และไปกรุงเทพ 2 คน เสียค่าใช้จ่ายผ่านญาติให้กับนายหน้าเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง จังหวัดเชียงใหม่คนละ 4,500 บาท ส่วนที่เดินทางไปกรุงเทพ เสียค่าใช้จ่ายคนละ 17,000 บาท   ด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยว่า การสกัดต่างด้าวครั้งนี้ เป็นการตัดขั้นตอนการลักลอบนำต่างด้าวลักลอบเข้าพื้นที่ชั้นใน หลังสอบปากคำเสร็จ และจัดทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ เมื่อผลักดันกลับประเทศต้นทาง หากเข้ามาอีก และถูกตรวจพบ จัดเป็นบุคคลเฝ้าระวัง ในการอนุญาตเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย ส่วนข้อมูลที่ได้จากต่างด้าว เพื่อเตรียมขยายผลจับกุมกลุ่มเครือข่ายนำพาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/taczdaQZeqg

 2,359
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 61

ระทึก ตร.รวบคนงานเมียนมาพกปืน-สะพายกระสุนพาดบ่า ตามหานายจ้างเก่า ยิงขึ้นฟ้า ทำชาวบ้านผวา

ปราจีนบุรี-มีชาวพม่า คือ นายซอ อายุ 32 ปี มีอาวุธปืนลูกซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนมากสะพายพาดบ่า มาตามหานายสมบัติ โสภา นายจ้างเก่า พร้อมใช้อาวุธปืนลูกซองยิงข่มขู่ขึ้นฟ้าเป็นระยะๆ จำนวนหลายนัด จนทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยระงับเหตุ และติดตามจับกุมตัว   ด้านตัวแทนชาวบ้านบอกว่า นายซอ เป็นชาวพม่า ได้ออกจากบ้านไปเกือบเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็มาถามหานายจ้างเก่าพร้อมพกปืนมาด้วย ก่อนใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า จนเวลาผ่านไปนับชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า นายซอยังหลบซ่อนอยู่ในป่าช้าบริเวณด้านหลังของวัดเนินดินแดง   ทางชุดสืบสวน ภ.จว.ปราจีนบุรี จึงตัดสินใจเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณป่าช้า จากด้านข้างไปจนจดเจดีย์ที่เก็บอัฐิ จากด้านหลังไปถึงด้านหน้าก็ยังไม่พบตัวของนายซอ ทางพระภิกษุในวัดได้ร้องขอให้จ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณห้องน้ำ เนื่องจากคาดว่าคนร้ายจะหลบซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำต่าง ๆ จากการตรวจค้นก็ไม่พบตัวนายซอ แต่อย่างใด   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจู่โจมเข้าจับกุมตัวนายซอได้ที่บริเวณข้างประตูทางเข้าหน้าวัด พร้อมอาวุธปืนลูกซอง แบบพับฐาน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 17 นัด และจากการตรวจรางกายพบว่า นายซอถูกกระสุนเข้าที่บริเวณ ด้านหลังขวา จำนวน 1 นัด กระสุนฝังใน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาพยาบาลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RAzqey8TWaQ

 4,177
ข่าวภูมิภาค
28 ส.ค. 61

ลุยกวาดล้างยากันยุงพม่า godzilla ตรวจเจอสารอันตราย รุนแรงถึงขั้นตายได้

จากกรณีพบยากันยุง ที่ผลิตในประเทศเมียนมา ยี่ห้อ GODZILLA เมื่อมีคนซื้อนำไปจุดไล่ยุง ทำให้สุนัขตายไป 3 ตัว จนหลายคนเกรงว่าอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ เพราะหลังจากจุดยากันยุงแล้ว มีอาการเวียนศีรษะ   ล่าสุด นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเป็นยากันยุงไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. มีการลักลอบซื้อตามแนวชายแดน ทราบว่ามีกระบวนการผลิตที่จีน อย่างไรก็ตาม ยากันยุงดังกล่าวเคยได้รับการตรวจสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มาแล้ว   โดยเมื่อ ต.ค.2560 พบว่ามีสารอันตรายต้องห้ามที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในไทย 2 ชนิด ได้แก่ สารเฮปตาฟูลทริน และสารแอลเลทริน ไอโซเมอร์ ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 หากเข้าสู่ร่างกายจะมีผลคลื่นไส้ อาเจียน ชักเกร็ง และเสียชีวิต ซึ่งสารดังกล่าวเป็นอันตราย เตือนไม่ควรซื้อใช้   ทั้งนี้ จนท.ได้ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายยากันยุงด้านชายแดนอำเภอแม่สอด พบทั้งสิ้น 75 กล่อง นอกจากนี้ยังพบที่ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์, ตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร เพื่อกลาดล้างยากันยุงอันตรายดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ssUIxRVZgVs

 8,198
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 61

รู้ตัวชายนิรนามถูกฆ่าตัดคอ เป็นแรงงานเมียนมา ถูกพี่เขยคลั่งมนต์ดำสังหารโหด

กาญจนบุรี-จากกรณีพบศพชายนิรนาม อายุประมาณ 25-30 ปี มีรอยสักรูปหนุมานที่ต้นแขน สภาพศพถูกตัดคอและตัดมือทั้งสองข้าง โยนศพทิ้งแม่น้ำแควน้อย กระทั่งมีผู้มาพบศพลอยอยู่กลางแม่น้ำ ก่อนนำร่างมาขึ้นฝั่งที่ริมแม่น้ำบ้านพุอังกะ อำเภอไทรโยค เบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณสองวัน โดยตำรวจสันนิษฐานว่าศพดังกล่าว น่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่มาทำงานในพื้นที่อำเภอไทรโยคหรืออำเภอทองผาภูมินั้น   จนกระทั่งทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ แรงงานต้างด้าวชาวเมียนมาที่ทำงานอยู่ในสวนยางและสวนผลไม้ ห่างจากแม่น้ำแควน้อยราว 30 เมตร เป็นบ้านชั้นเดียวหลังคามุงสังกะสี อยู่ในระหว่างก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ในบ้านพบมีดอีโต้และมีดทำครัว 3 เล่ม พบจอบมีร่องรอยคราบเลือดที่เลือนลาง ส่วนที่บริเวณผนังปูนพบคราบเลือดกระเซ็นไปทั่ว   รวมทั้งบริเวณพื้น พบร่องรอยคราบเลือดเป็นจุดๆ มีร่องรอยการล้างทำความสะอาดและร่องรอยการใช้ปูนซีเมนต์ละเลงทับคราบเลือด อีกทั้งยังพบเศษผ้าถุงสีดำ ทำเป็นเส้นคล้ายเชือกอีก 3 เส้น ลักษณะเหมือนกับที่คาดเอวศพผู้เสียชีวิต รวมทั้งเศษเส้นผมอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมของทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวน นางสาวโอ ชาวเมียนมา อายุ16 ปี ยืนยันว่าศพที่ถูกตัดคอ และมือทั้ง 2 ข้าง คือนายสุไข่ อายุ 40 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นพ่อของตน เนื่องจากจำรอยสักรูปหนุมานที่แขนซ้ายได้ ส่วนฆาตกรผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นนายสุนัย อายุ 40 ปี แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ผู้เป็นลุงของตน ซึ่งเป็นคนจิตไม่สมประกอบ ฝักใฝ่ในเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำ เป็นพี่ชายของนางแง ซึ่งเป็นแม่ของตนและเป็นภรรยาผู้ตาย   เจ้าหน้าที่สอบพยานรอบข้าง เบื้องต้นทราบว่า นายสุไข่ผู้เสียชีวิต เป็นน้องเขยของนายสุนัย และทำงานเป็นคนงานเฝ้าไร่ของนายทุนที่อยู่กรุงเทพฯ พักอาศัยกินนอนอยู่ด้วยกัน 2 คน ในบ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยนางแง ภรรยานาย สุไข่อยู่กับนางสาวโอ ที่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไปราว 3 กิโลเมตร โดยทั้ง 2 คน มักชอบดื่มสุราด้วยกันเป็นประจำ   เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้งคู่น่าจะนั่งดื่มสุรากัน เมื่อเมาได้ที่จึงเกิดมีปากเสียงกัน และขณะที่นายสุไข่เผลอ นายสุนัยจึงได้ใช้จอบสับที่คอ หลายครั้งจนขาด แล้วใช้จอบสับที่ข้อมือทั้ง 2 ข้างเพื่ออำพรางคดี และนำร่างพร้อมศรีษะและมือทั้งสองข้างไปโยนทิ้งในแม่น้ำแควน้อย ที่อยู่ไม่ห่างจากบ้าน ก่อนที่นายสุนัยจะหลบหนีไป   นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวนายขาว ชาวเมียนมา อายุ 42 ปี หัวหน้าคนงาน พร้อมด้วยนางสาวลีลี่ อายุ 28 ปี  นายผิวเว อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นคนงานในไร่ ไปสอบปากคำ เนื่องจากนายขาวเป็นคนสั่งให้นางสาวลิลี่ และนายผิวเว ไปล้างคราบเลือด และเทปูนทับรอยเลือดในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าทั้ง 3 คน อาจจะรู้เห็นการสังหารในครั้งนี้ และจะเร่งติดตามตัวนายสุนัย ฆาตกรรมโหดรายนี้มาสอแบสวนและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ci_nYfZBtrQ

 4,433

Top