ค้นหา :

ผลการค้นหา "สามีหึงโหด"

ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 62

ผู้คุมหึงโหด ใช้ปืนยิงภรรยา 6 นัดซ้อนเสียชีวิต ก่อนหันไปยิงพ่อตา แต่พลาด

ระยอง - วานนี้ (4 ต.ค.) ตำรวจ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้แจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านพัก ในชุมชนกระโหม ม.2 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยองที่เกิดเหตุบริเวณข้างบ้านเป็นโรงจอดรถ พบกองเลือดแดงฉานไหลนองเต็มพื้น ใกล้กัน พบอาวุธปืนแม็กกาซีน ยี่ห้อรูเกอร์ สีดำ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปลอกกระสุนขนาด9 มม. จำนวน 7 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน    ส่วนคนเจ็บถูกอาวุธปืนยิงที่บริเวณลำคอ หน้าอก และขา ทราบชื่อนางสาวเอ อายุ 35ปี ญาตินำส่ง รพ.บ้านค่าย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุเป็นสามีผู้ตาย เป็นผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ได้ขับรถยนต์เก๋ง สีดำ ไม่ทราบทะเบียน หลบหนี    จากการสอบถามบิดาผู้ตาย ที่เห็นเหตุการณ์ และช่วยเหลือลูกสาวขณะเกิดเหตุ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ผู้ลงมือก่อเหตุให้อาวุธปืนยิงลูกสาวคือ ลูกเขย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ส่วนลูกสาวทำงานฝ่ายการเงิน รพ.บ้านค่าย ซึ่งก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้กลับมาจากรพ.บ้านค่าย และได้มีปากเสียงกันสาเหตุหึงหวง ลูกเขยอ้างว่าลูกสาวตนเองมีชู้กับชายอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ระหองระแหงและทะเลาะกันมาตลอด    ขณะตนเองนั่งอยู่หลังบ้านก็ได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้อง จึงได้วิ่งออกมาดูเห็นลูกเขยกำลังบีบคอลูกสาว ตนเองจึงได้ต่อว่า ว่าอย่าทำร้ายกันให้คุยกันดีๆ จากนั้นลูกเขย ก็เดินเข้าไปในบ้านและนำอาวุธปืนออกมายิงเข้าใส่ลูกสาวหลายนัดจนล้มลง เลือดไหลนองพื้น และหันปากกระบอกปืนมายิงตนเอง 1 นัด แต่พลาด ตนเองจึงได้คว้ามีดดาบปาใส่ ทำให้อาวุธปืนหลุดจากมือ จากนั้นลูกเขย จึงหลบหนีและวิ่งขึ้นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงได้แจ้งให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยนำลูกสาว ส่งรพ.    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านค่าย ร่วมกับเจ้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากน้ำประแสร์ จับกุมลูกเขย ได้ที่บ้านพัก ม.3 ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง ผู้ต้องหาสารภาพว่ายิง น.ส.ปานฤดี หรือนิด วงค์เสนาะ จริง เบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านค่ายเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/qESRwf-cmRs

 2,704
อาชญากรรม
05 ต.ค. 62

ผู้คุมหึงโหด ใช้ปืนยิงภรรยา 6 นัดซ้อนเสียชีวิต ก่อนหันไปยิงพ่อตา แต่พลาด

ระยอง - วานนี้ (4 ต.ค.) ตำรวจ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้แจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านพัก ในชุมชนกระโหม ม.2 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยองที่เกิดเหตุบริเวณข้างบ้านเป็นโรงจอดรถ พบกองเลือดแดงฉานไหลนองเต็มพื้น ใกล้กัน พบอาวุธปืนแม็กกาซีน ยี่ห้อรูเกอร์ สีดำ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปลอกกระสุนขนาด9 มม. จำนวน 7 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน    ส่วนคนเจ็บถูกอาวุธปืนยิงที่บริเวณลำคอ หน้าอก และขา ทราบชื่อนางสาวเอ อายุ 35ปี ญาตินำส่ง รพ.บ้านค่าย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุเป็นสามีผู้ตาย เป็นผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ได้ขับรถยนต์เก๋ง สีดำ ไม่ทราบทะเบียน หลบหนี    จากการสอบถามบิดาผู้ตาย ที่เห็นเหตุการณ์ และช่วยเหลือลูกสาวขณะเกิดเหตุ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ผู้ลงมือก่อเหตุให้อาวุธปืนยิงลูกสาวคือ ลูกเขย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ส่วนลูกสาวทำงานฝ่ายการเงิน รพ.บ้านค่าย ซึ่งก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้กลับมาจากรพ.บ้านค่าย และได้มีปากเสียงกันสาเหตุหึงหวง ลูกเขยอ้างว่าลูกสาวตนเองมีชู้กับชายอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ระหองระแหงและทะเลาะกันมาตลอด    ขณะตนเองนั่งอยู่หลังบ้านก็ได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้อง จึงได้วิ่งออกมาดูเห็นลูกเขยกำลังบีบคอลูกสาว ตนเองจึงได้ต่อว่า ว่าอย่าทำร้ายกันให้คุยกันดีๆ จากนั้นลูกเขย ก็เดินเข้าไปในบ้านและนำอาวุธปืนออกมายิงเข้าใส่ลูกสาวหลายนัดจนล้มลง เลือดไหลนองพื้น และหันปากกระบอกปืนมายิงตนเอง 1 นัด แต่พลาด ตนเองจึงได้คว้ามีดดาบปาใส่ ทำให้อาวุธปืนหลุดจากมือ จากนั้นลูกเขย จึงหลบหนีและวิ่งขึ้นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงได้แจ้งให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยนำลูกสาว ส่งรพ.    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านค่าย ร่วมกับเจ้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากน้ำประแสร์ จับกุมลูกเขย ได้ที่บ้านพัก ม.3 ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง ผู้ต้องหาสารภาพว่ายิง น.ส.ปานฤดี หรือนิด วงค์เสนาะ จริง เบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านค่ายเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/qESRwf-cmRs

 2,704
ข่าวภูมิภาค
10 มิ.ย. 62

รวบสามีหึงโหด ใช้กรรไกรแทงคอเมียดับคาห้องเช่า อ้างพาลูกไปฝากย่า แล้วจะกลับมามอบตัว

หนองบัวลำภู-สามีหึงโหดใช้กรรไกรแทงภรรยาเสียชีวิตคาห้องพัก หลังง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ   จากการตรวจสอบพบร่างของนางกิตติพร โสมพันธ์ อายุ 32 ปี พบบาดแผลถูกแทงด้วยของแข็งมีคมเข้าที่บริเวณลำคอด้านซ้าย 4 แผลตัดเส้นเลือดใหญ่ คาดว่าผู้ตายถูกแทงที่ริมขอบเตียง แล้วไปสิ้นใจที่หน้าห้องน้ำ   เบื้องต้นสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงบอกว่า มีคนในห้องเช่ามาบอกว่าเมื่อคืนประมาณ 5 ทุ่ม ได้ยินเสียงคนร้องเหมือนทะเลาะกัน จึงได้ให้ลูกหลานเอากุญแจไปเปิดห้องดูก็พบศพผู้ตายดังกล่าว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยผู้ตายเข้ามาเช่าห้องอยู่ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.62 โดยยังไม่ได้จ่ายค่าเช่า   กระทั่งมีสามีและลูกของผู้ตายมาหา เป็นชายผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี มีลูกอายุประมาณ 7 ปี มาด้วยตนจึงได้สอบถามค่าเช่าห้อง สามีผู้ตายได้จ่ายเงินให้ 500 บาท จนกระทั่งเช้ามาพบศพโดยไม่พบสามีและลูกอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าออกจากห้องไปเมื่อไร ทั้งนี้ผู้ตายเคยเล่าให้ฟังว่าตนเองมีสามีและมีแฟนใหม่   ต่อมาช่วงบ่ายตำรวจทางหลวงสีคิ้ว ได้เรียกรถทัวร์โดยสารสายอุดรธานี-กรุงเทพฯ และเชิญตัว นายนรา โสมพันธ์ อายุ 43 ปี สามีของผู้ตายที่โดยสารมาพร้อมลูกชายเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยเบื้องต้น ตำรวจได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวรับว่าใช้กรรไกรแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ในห้องเช่าที่เกิดเหตุจริง เหตุเพราะความหึงหวงที่ผู้ตายไปมีแฟนใหม่ หลังก่อเหตุได้ขับ จยย.พาลูกไปรอขึ้นรถทัวร์ที่ จ.อุดรธานี เพื่อนำลูกไปส่งให้ย่าเลี้ยง แล้วจะกลับไปมอบตัว แต่ก็ไปไม่ถึงจุดหมาย   อย่างไรก็ตามชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 4 ที่ได้ประสานงานกัฐชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ได้เดินทางมารับตัวนำไปสอบสวนก่อนส่งมอบให้ท้องที่รับไปดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6pBIQXvN8b8

 1,903
ข่าวภูมิภาค
10 มิ.ย. 62

ฉุนง้อไม่สำเร็จ หนุ่มเห็นภาพบาดตา อดีตเมียขี่ จยย.กับชายใหม่ จ่อยิงหญิงดับ แฟนใหม่สาหัส

นครนายก-สามีเก่าขับบิ๊กไบค์ใช้อาวุธปืนจ่อยิงภรรยาเสียชีวิต และแฟนใหม่ของภรรยาได้รับบาดเจ็บ   โดยผู้เห็นการณ์เล่าว่า เห็นรถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์จอดอยู่ในศาลารอรถหน้า องค์การบริหารส่วนตำบลบางอ้อ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก โดยมีรถทั้ง 2 คันจอดพูดคุยอะไรกัน จนได้ยินเสียงดังคล้ายปืนดังขึ้น 3 ครั้ง และเห็นว่าผู้ชายที่ขับรถบิ๊กไบค์ได้รีบวิ่งขึ้นรถ และขับหลบหนีไปทางอำเภอบ้านนาอย่างรวดเร็ว   โดยคนที่ยิงสวมชุดสีดำ สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดูภาพของผู้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิด ตามแยกต่างๆ ว่าผู้ก่อเหตุมุ่งหน้าไปทางไหน   ด้านญาติผู้เสียชีวิตว่า ผู้ตายเพิ่งหย่าร้างกับสามีเก่าที่ชื่อนายชยทัต เป็นคนจังหวัดสระบุรี ไปได้ประมาณ 2 เดือน และได้มาคบกับแฟนใหม่คนดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ อบต.บางอ้อตรงที่เกิดเหตุ สาเหตุของการถูกยิงในครั้งนี้น่าจะมาจากอดีตสามีเก่าหึงหวงและจะมาขอคืนดีแต่ภรรยาไม่ยอมคืนดีด้วย จึงใช้ปืนที่เตรียมมายิงใส่ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LpIE8667Ri4

 1,589
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
10 มิ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 10 มิ.ย.62 ทวงโควต้า รมต.ปั่นป่วน-ชายฉกรรจ์รุมกระทืบ รปภ.- ม็อบฮ่องกงประท้วงใหญ่

-กทม.รับสภาพแค่ฝนตกเกิน 60 มม.14จุดจมน้ำแน่ ส่วนอีก 56 จุดเสี่ยงน้ำท่วมขังต้องเฝ้าระวัง ถ้าฝนเกิน 100 มม.ไม่ต้องพูดถึง กทม.จมน้ำหนักแน่นอน บอมรับอุโมงค์ระบายน้ำไม่มีระบบไฟฟ้าสำรอง เตรียมแผนติดตั้งในอนาคต ชี้มีสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ 451 แห่ง จาก 562 แห่งยังไม่ได้รับการแก้ไข เร่งรัฐกำจัดผักตบชวาขวางทางน้ำ อุตุฯเตือนอีกฝนถล่มวันนี้-12 มิ.ย. กทม.ตกหนัก 70%   -ม็อบฮ่องกงนับล้านรวมตัวยึดสวนสาธารณะวิคตอเรีย ปาร์ค ประท้วงใหญ่สุดในรอบ 15 ปี ต่อต้าน กม.ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปจีน ล่าสุดช่วงหัวค่ำปะทะกับ ตร. ผู้ประท้วง10คนถูกสเปรย์พริกไทย ขณะที่แนวร่วม 25 เมืองทั่วโลกเช่น ลอนดอน นิวยอร์ค ซิดนีย์ ร่วมเดินขบวนด้วย กงสุลไทยในฮ่องกงประกาศเตือนคนไทยเลี่ยงผ่านพื้นที่ชุมนุมและเผื่อเวลาเดินทาง   -ทำเนียบรัฐบาลเตรียมพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ขณะที่การทวงโควต้า รมต.ปั่นป่วนอย่างหนัก พรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทยเปิดศึกตอบโต้เดือดทางโซเชียล ด้านประชาธิปัตย์ยันขอโควต้าก.เกษตรและพาณิชย์ มาตั้งแต่ต้นแต่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ อย่ามัดมือชกว่าได้ตำแหน่งนายกฯแล้วจะไม่แคร์พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าผิดสัญญาก็จะทบทวนการร่วมรัฐบาล ไม่เว้นแม้แต่พรรคเล็ก 1 เสียง 10 พรรคนัดประชุมวันนี้ อ้างถูกปล่อยข่าวเท็จไม่เอาตำแหน่งฝ่ายบริหาร พร้อมทบทวนมติเข้าร่วมรัฐบาล   -ธนกร พปชร.ตอบโต้เดือดอนุทิน ภูมิใจไทยเรื่องโควต้า รมต.ยาว 5 ข้อ โดยหลังโพสต์ไม่นานก็ได้ลบข้อความออกจากเฟซบุ๊ก อนุทินบอกเรื่องโวต้า รมต.ทุกอย่างจบเรียบร้อยไปนานแล้ว ยันไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น ต่อมาโพสต์รูปพระสมเด็จวัดระฆัง โพสต์บอกแฟนคลับไม่ลดตัวลงไปเล่นกับธนกร ยันคมนาคม สาธารณสุข ท่องเที่ยวและอีก 4 รมช.ของภูมิใจไทยนิ่งมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยน   -นิพนธ์ รองหน.ปชป.ยันโควต้า รมต.ของพรรคยังเหมือนเดิม เงื่อนไขจบลงตั้งแต่วันที่มีการเลือกปธ.สภา และวันโหวตเลือกนายกฯแล้ว ยันไม่มีการเปลี่ยนแปลงและเจรจาเพิ่ม ปชป.ฟังคนที่มาเจรจาด้วยเท่านั้น และตอบไม่ได้ว่าทำไม พปชร.ถึงปล่อยข่าวเช่นนี้ เป็นเรื่องภายในของ พปชร.ที่ต้องคุยกันเอง เชื่อใจไม่มีการล้มดีล เทพไทยัน ปชป.ต้องได้ก.เกษตรและพาณิชย์ ถ้าเงื่อนไขเปลี่ยนก็จะมีการทบทวนการร่วมรัฐบาล   -มงคลกิตติ์ โพสต์กลุ่ม 10 พรรคเล็กนัดประชุมด่วนเหตุมีการปล่อยข่าวว่าไม่ต้องการตำแหน่งบริหาร ซึ่งไม่เป็นความจริง ตนจะเสนอในที่ประชุมทบทวนมติเข้าร่วมรัฐบาล   -พาณิชย์สกัดข้าวเหนียวราคาถูก เป็นข้าวเหนียวเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา แถบสระอชแก้ว จันทบุรี บุรีรัมย์ เนื่องจากข้าวเหนียวไทยกินกับมะม่วงทุเรียนราคาดีมาก ของไทยตันละหมื่นสอง แต่ของเพื่อนบ้านแค่ 8,000 บาท เร่งสกัดไม่ให้กระทบราคาข้าวไทยระยะยาว   -วงจรปิดจับภาพชายฉกรรจ์ยกพวกล็อกคอรุมกระทืบ รปภ.วัย 59 ปีเจ็บ รปภ.ลูกชายพยายามเข้าห้ามก็ถูกรุม คาดสาเหตุผู้ก่อเหตุไม่ยอมแลกบัตรเข้าคอนโด จนมีปากเสียงกันก่อนหน้า ตร.ออกหมายเรียกแล้ว   -สามีหึงโหดหอบลูกตามง้อภรรยาที่หนองบัวลำภู คว้ากรรไกรแทงคอภรรยาคลานหนีไปตายหน้าห้องน้ำ ตร.รวบตัวคารถทัวร์อุดรฯ อ้างจะพาลูกไปส่งย่าเลี้ยงแล้วจะกลับมามอบตัว ทำไปเพราะหึงเมียมีแฟนใหม่   -ที่นครนายก สามีง้อไม่สำเร็จ เห็นภาพบาดตาเมียขี่ จยย.พร้อมหนุ่มรุ่นน้องแฟนใหม่ เรียกให้จอดก่อนถีบ จยย.ตกข้างทางกระหน่ำยิง 3 นัดซ้อน เมียตาย แฟนใหม่เจ็บสาหัส ก่อนหลบหนี   -ชายน้ำใจงามว่ายน้ำฝ่าคลื่นช่วยเด็ก 2 คนจมน้ำรอดหุดหวิดที่หาดนางรำ ชลบุรี แต่สุดท้ายตัวเองถูกคลื่นซัดจมน้ำตายเมียอุ้มลูกร่ำไห้ สามีเป็นฮีโร่ ญาติผู้ตายบอก พยายามสู้เกลียวคลื่นแต่ต้านไม่ไหว ตายต่อหน้าคนมาเอาใจช่วย   -อุบัติเหตุสยอง ตาย 6 ศพที่ประจวบคีรีขันธ์ กระบะชนประสานงารถบรรทุก สาวท้องติดคาซากรถต้องผ่าเอาลูกออก เพื่อช่วยชีวิตแม่ พบสี่แยกไม่มีสัญญาณไฟ ต่างคนต่างมาเร็วเลยชนสนั่น ส่วนอีกรายหนุ่มขับเก๋งกลับบ้านกลางดึก ทางมืดเปลี่ยว ไม่เห็นลุงขี่ จยย.พุ่งชนอย่างแรง ร่างกระเด็นหัวขาดติดคากระจกรถเก๋ง   -รวบ 2 หนุ่มกระทืบรอง ปธ.สภาเมืองอโยธยาคาห้องน้ำร้านอาหารเจ็บสาหัส วงจรปิดเห็นภาพคนเจ็บคุยกอดคอคนร้าย แล้วถูกตามไปซ้อมในห้องน้ำ จากนั้นคนร้ายกลับมานั่งกินเหล้าต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่สาวบอกทำเกินกว่าเหตุ หลังถูกจับสารภาพถูกท้าทายก่อน เลยเรียกเพื่อนไปรุม   -นทท.จีนกำลังตั้งครรภ์ตกหน้าผาเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลฯ หมดสติเลือดเต็มตัว แขน ขา ไหปลาร้าหัก กระดูกเข่าแตก เชิงกรานหัก แต่ลูกในท้องปลอดภัย สงสัยสามีเป็นคนทำ พบพิรุธหลังล่ามได้ยินคนเจ็บพูดกับสามีทางโทรศัพท์ว่า เธอทำกับฉันแบบนี้ทำไม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PB0Dw3FMHQs

 1,908
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

ผัวหึงคว้ามีดปาดคอเมีย เสียชีวิต หนีไปนอนให้รถไฟทับ เจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุหญิงถูกปาดคอเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลสีมามงคล เข้าตรวจสอบ     ที่เกิดเหตุ หน้าห้องเช่าแห่งหนึ่งที่ ม.1 บ้านปางอโศก ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบร่างนางดวงมะลิ พิขุนทด อายุ 53 ปี เสียชีวิตบนแคร่ไม้ไผ่ นั่งก้มศีรษะอยู่บนเข่า สวมผ้าถุงกระโจมอก ไม่สวมเสื้อ พบที่บริเวณคอถูกปาดด้วยของมีคม ช่วงลูกกระเดือก ยาว 7-8 ซม.หลอดลมขาด จากการตรวจสอบในห้องพบกองเลือดอยู่ข้างที่นอน และพบบัตรประชาชนของสามี คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ชื่อนายครู่ หรือ ศร ศรีสระทุม อายุ 61 ปี หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ   จากการสอบสวนสามี-ภรรยา ที่พักห้องใกล้กัน เผยว่า ช่วงกลางวันพวกตนขับรถบรรทุกพ่วง เพื่อบรรทุกหินก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง มาเช่าห้องนอนพัก ขณะกำลังนอนพักและดูโทรทัศน์อยู่ในห้อง ได้ยินเสียงเคาะประตูและร้องให้ช่วย เมื่อเปิดหน้าต่างออกพบนางดวงมะลิ เอามือปิดที่คอเลือดเต็มร่าง ร้องให้ช่วย จึงได้ถามว่าเป็นอะไร ก็ไม่พูด ได้แต่ชี้ไปในห้องพัก จากนั้นได้ไปนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ พวกตนจึงออกไปดู พร้อมโทรศัพท์แจ้ง 191 แต่นางดวงมะลิ เสียชีวิตก่อนที่รถพยาบาลหน่วยกู้ชีพจะมาถึง   ขณะที่ตำรวจและแพทย์เวร รพ.ปากช่องนานา กำลังตรวจที่เกิดเหตุ ก็ได้รับแจ้งจาก สถานีรถไฟกลางดง ว่ารถไฟดีเซลราง กรุงเทพ มุ่งหน้า จ.หนองคาย ได้ชนคนที่นอนพาดรางรถไฟ อยู่บริเวณหลักเสาโทรเลข 162/9-163 ห่างจากสถานีรถไฟกลางดงประมาณ 1 กม. สภาพขาทั้ง 2 ข้าง ถูกทับขาขาดเละ    ตรวจสอบพบว่าเป็น นายครู่ หรือศร ศรีสระทุม ที่ปาดคอ นางดวงมะลิ ภรรยา จนเสียชีวิต หลบหนีมาให้รถไฟทับ แต่ขาขาดทั้ง 2 ข้าง อาการสาหัส หน่วยกู้ชีพกลางดง จึงปฐมพยาบาล รีบนำส่ง รพ.ปากช่องนานา แต่ด้วยอาการสาหัส จึงนำตัวส่งต่อไปรักษาที่ รพ.มหาราช นครราชสีมา    จากการสอบสวน ทราบว่า นางดวงมะลิ ผู้เสียชีวิต มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เคยพักอยู่ที่ห้องเช่ากับสามี คนเก่า แต่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาสามีประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์มึนเมาสุราตัดหน้ารถเก๋ง จนเสียชีวิต    ต่อมาได้นายครู่ หรือ ศร เป็นสามีคนใหม่ ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็น นายครู่ ได้ไปเบิกเงินค่ารับจ้างทำงานมา ได้ซื้อเหล้าขาวมาดื่มในห้อง แล้วมีปากเสียงกันด้วยความหึงหวง จนใช้มีดปาดคอนางดวงมะลิ แล้วหลบหนีเดินบนรางรถไฟ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม.ไปนอนพาดบนรางรถไฟเพื่อหนีความผิด แต่รถไฟชนกระเด็นก่อนที่จะทับขาจนขาดทั้ง 2 ข้างอาการสาหัส ซึ่งตำรวจจะได้อายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป   ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์  

 1,565
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 62

รวบ ‘ไอ้ทอง’ เขยโหดยิงอดีตเมีย-แม่ยาย ดับคาร้านนวด อ้างตั้งใจยิงแค่แม่ยาย ฉุนชี้หน้าด่าบุพการี

กรณีเขยโหดบุกยิงอดีตภรรยาและแม่ยาย เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพ ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ชนวนเหตุเพราะอดีตภรรยาตีตัวออกห่าง เนื่องจากผู้ต้องหาชอบดื่มเหล้าด่าทอ เคยขู่ฆ่ายกครัวหากไม่ยอมคืนดี กระทั่งก่อเหตุสลดดังกล่าว ขับรถหลบหนี ไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าวัดแห่งหนึ่ง อ.หันคา จ.ชัยนาท   ผู้ก่อเหตุคือนายทอง เขียวฉะอ้อน อายุ 51 ปี อดีตสามีคนที่ 4 ของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือเอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ล่าสุดจับกุมตัวได้แล้ว หลังหนีไปกบดานที่เชิงเขาพื้นที่ ต.ไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท ระหว่างหลบซ่อนตัวและเตรียมหลบหนีขึ้นเขาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งหากผู้ต้องหาสามารถหลบหนีขึ้นเขาไป ก็จะสามารถซ่อนตัวหรือหลบหนีไปได้หลายจังหวัด เพราะแนวเขาไพรนกยูง หรือเขาราวเทียนทอง เป็นรอยต่อของ 3 จังหวัด คือ ชัยนาท อุทัยธานี และสุพรรณบุรี   นายทอง สารภาพอ้างว่า ไม่ได้ตั้งใจมาก่อเหตุยิง โดยก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์คุยกับนางสาวปิยนันท์เรื่องหมากัดไก่ชน ซึ่งตนได้ยิงหมาตาย ทำให้แม่ยายไม่พอใจด่าว่าตนเป็นนักเลงและท้าให้มายิง จากนั้นตนก็ขับรถมาที่ร้านนวด โดยจอดห่างจากร้านนวดประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเดินที่ไปที่ร้านดังกล่าว   ตนตั้งใจเข้าไปเคลียร์ปัญหาเรื่องหมากัดไก่ชนกับนางวรีรัตน์ เจ้าของร้านนวด ซึ่งเป็นอดีตแม่ยาย พอเข้าไปถึงร้านนวดกลับถูกอดีตแม่ยาย ชี้หน้าด่าบุพการี ตนโมโหจึงนำกระสุนปืน ออกมาวางบนฝ่ามือขู่ให้หยุดด่า แต่นางวรีรัตน์ไม่หยุดด่า จึงล้วงปืนออกมาจ่อ โดยนางวรีรัตน์ จะลุกหนีจึงยิงใส่ศีรษะ 1 นัด   โดยตั้งใจยิงนางวรีรัตน์ คนเดียวเท่านั้น แต่นางสาวปิยนันท์ อดีตภรรยาเข้ามาแย่งอาวุธปืน ทำให้ปืนลั่นใส่ ส่วนตนถูกกระสุนเฉือดแขนซ้ายเป็นแผลเล็กน้อยจากนั้นตนเริ่มเครียดยกปืนขึ้นมาจ่อขมับตัวเอง หวังฆ่าตัวตาม แต่ ด.ช.วัย 6 ขวบ ลูกของอดีตภรรยากับนายตู่ สามีคนที่ 3 ซึ่งตนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ๆ วิ่งเข้ามากอดพูดว่า “ป๊าอย่ายิงนะ ถ้าป๊าตายหนูจะอยู่กับใคร” จึงตัดสินใจไม่ยิง   จากนั้นก็ปิดไฟและปิดประตู เดินออกจากร้านนวด ซึ่งเด็กคนดังกล่าวร้องไห้ เปิดประตูวิ่งตามออกมาจากร้าน ตนไม่รู้จะทำยังไงจึงจูงมือขึ้นรถไปด้วย ไม่ได้ฉุดเด็กตามที่เป็นข่าว หลังจากนั้นก็นำ ด.ช.วัย 6 ขวบ ไปส่งบ้านพี่สาวต่างพ่อ ที่ อ.หันคา จ.ชัยนาท โดยหาทางเลี้ยวเข้าบ้านไม่ถูก จึงจอดรถทิ้งไว้หน้าวัดแห่งหนึ่งปล่อยให้เด็กอยู่ในรถลำพัง ส่วนตนโทรหาลูกชายพาหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่บริเวณเชิงเขาไพรนกยูง โดยที่ลูกชายไม่รู้ว่าตนเองไปก่อเหตุอะไรมา บอกเพียงว่ามีปัญหาเดือดร้อน กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม   “ไม่เคยมีปัญหาเรื่องหึงหวงหรือถูกกีดกัดให้คบหากับนางสาวปิยนันท์ แต่อย่างใด ไม่ได้เลิกรากันยังส่งเงินให้ใช้ตลอด ระหว่างหลบหนีคิดจะมามอบตัวเพราะสำนึกผิด อยากขอโทษครอบครัวผู้ตายกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าแม่ยายหยุดด่า เหตุนี้จะไม่เกิดขึ้น จากนี้ขอไปชดใช้กรรม” นายทอง กล่าว   แต่ข้อมูลจาการสอบสวน นายทองให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวเอง โดยมีสาเหตุเพราะความหึงหวง เนื่องจากผู้ตาย เริ่มตีตัวออกห่าง ซึ่งในทองพยายามขอคืนดีหบายครั้ง แต่ฝ่ายหญิงไม่คืนดีด้วย ทุกครั้งที่มาจอคืนดี ก็จะถูกแม่ยายต่อว่าด่าทอ จึงเกิดความคับแค้นใจ ลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายทอง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านนวดจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูพากันสาปแช่ง จากนั้นพนักงานสอบสวนได้นำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย,พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากยิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T93aBcjp8uY

 1,551
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

ทหารอากาศหึงโหด ระแวงเมียติดแชทไลน์ คิดว่าปันใจให้ชายอื่น กระทืบดับคาโรงแรม

ภูเก็ต-เกิดเหตุสามีทำร้ายภรรยาเสียชีวิตที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถ.ปฎัก ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ทราบชื่อผู้ตายคือ นาวาอากาศตรี รัชฏาภรณ์ มงคลรุ่งทรัพย์ อายุ 39 ปี    ส่วนผู้ก่อเหตทราบทราบชื่อคือ พันจ่าอากาศเอก นพอนันต์ มงคลรุ่งทรัพย์ อายุ 40 ปี (เป็นสามีของผู้ตาย) เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวมาสอบสวนทันที   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายและผู้ก่อเหตุเป็นสามี-ภรรยาจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีลูกด้วยกัน 2 คน คน ก่อนเกิดเหตุวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายและครอบครัวได้เดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ต โดยได้เข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว จากนั้นสามีผู้ก่อเหตุเห็นผู้ตายแชทไลน์ตลอดเวลา ระแวงคิดว่าเมียรักจะแอบปันใจให้ผู้ชายคนอื่น   จากนั้นเกิดการโต้เถียงกันอย่างหนัก สามีผู้ก่อเหตุได้ทำร้ายโดยใช้เท้ากระทืบ รวมทั้งตบตีผู้ตายจนหมดสติคาห้องที่เกิดเหตุ จากนั้นทางพนักงานโรงแรมได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนประสานงานเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มารับผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลฉลอง แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา   เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุ มาสอบสวนที่ สภ.ฉลอง และให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นตายจนถึงแก่ความตายต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้พร้อมประสานหน่วยงานทางต้นสังกัดตามระเบียนมารับตัวไปควบคุมไว้ต่อไป ส่วนบุตร 2 คนเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ได้รับตัวไปดูแลชั่วคราวแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k4s-Q7jXN4k

 6,969
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

รวบแล้ว ‘ไอ้ทอง’ มือยิงเมียเก่า-แม่ยาย ดับคาร้านนวด หนีซุกชัยนาท

จากกรณี 2 แม่ลูกถูกจ่อยิงแบบเผาขนด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุคือนายทอง เขียวฉะอ้อน อายุ 52 ปี สามีเก่าของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือ เอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต โดยสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตู่ เคยโทรมาขู่ฆ่าเพราะไม่พอใจที่นางสาวเอ๋ ตีตัวออกห่าง   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมนายทอง เขียวฉะอ้อน ได้แล้ว โดยพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปยังพื้นที่ อ.หันคา จ.ชัยนาท บริเวณตีนเขาไพรนกยูง โดยจับได้พร้อมปืนของกลาง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เพราะความหึงหวง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ล่า 'ไอ้ทอง' บุกยิงเมียเก่า-แม่ยายดับคาร้านนวด ปมไม่ยอมคืนดี ส่วน ด.ช.6 ขวบ ที่ถูกฉุดเจอตัวปลอดภัย  

 6,066
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

เคลียร์ปัญหารักไม่ลงตัว สามีคว้ามีดแทง-ปาดคอเมียดับ ก่อนอุ้มลูกให้รถชนเจ็บ

กำแพงเพชร-สามีภรรยาเคลียร์ปัญหารักไม่ลงตัว หลังฝ่ายหญิงขอเลิก สามีจึงใช้มีดแทงแล้วปาดคอเมียจนเสียชีวิตในห้อง จากนั้นอุ้มลูกออกที่ถนนหวังให้รถชน คันแรกหลบไปได้ คันที่ 2 พยายามเบรกแล้วแต่ก็ชนจนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจสายตรวจกับชาวบ้านช่วยกันจับตัวได้ น้องเขยคนตายเผย เมียจะกลับมาขนของ แต่ถูกปาดคอตาย   ในที่เกิดเหตุพบศพนางเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สภาพนอนหงาย มีบาดแผลบริเวณลำคอ แขน เลือดเต็มใบหน้า ตรวจดูบาดแผลเบื้องต้นพบว่า มีรอยถูกอาวุธมีดแทงที่ชายโครงซ้าย 3 แห่ง แขนซ้าย 1 แห่ง ที่คอมีรอยปาดจากต้นคอด้านขวายาวถึงลำคอ บาดแผลลึกถึงหลอดลมขาด ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 10 เปื้อนเลือดถูกทิ้งอยู่นอกห้อง   ทั้งนี้ชาวบ้านจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นสามีผู้ตายได้ แต่อยู่อาการบาดเจ็บตามร่างกาย มีบาดแผลบถลอกหลายแห่ง สาเหตุเพราะถูกรถชน   เพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นทั้งคู่เดินเข้าไปในบ้าน จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงขอความช่วยเหลือ จากนั้นนายพงษ์กร ก็อุ้มลูกสาววัย 7 ขวบวิ่งออกมาจากบ้านตรงไปที่ถนนจนถูกรถชนกระเด็น ตนวิ่งเข้าไปดูในห้องพบว่า ฝ่ายหญิงนอนจมกองเลืออดเสียชีวิตแล้ว   ทางด้าน น้องสาวของสามีผู้ตาย เปิดเผยว่า ทั้งคู่น่าจะมีเรื่องกัน โดยฝ่ายคนตายได้กลับบ้านที่ จ.พิษณุโลกตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมเพื่อไปเลือกตั้ง จากนั้นก็ไม่กลับมาอีก จนถึงวันเกิดเหตุกลับมาก็ถูกฆ่าตาย ซึ่งตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร   ทางด้านนายจรินทร์ กลิ่นเกสร อายุ 47 ปี คนขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ซึ่งอยู่ในสภาพรถบุบด้านหน้า เปิดเผยว่า ตนมาทำธุระที่ตัวเมืองกำแพงเพชร และกำลังขับรถจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นนายพงษ์กร ยืนอุ้มลูกดักรถอยู่กลางถนน ตนพยายามเบรกเต็มที่แล้วแต่ก็ยังชน ซึ่งไม่รุนแรงมากชนกระเด็นทั้งคู่   เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนน้องเขยของผู้ตาย ได้นำตัวลูกสาวของผู้ตาย อายุ 7 ขวบ ที่ถูกรถชนบาดเจ็บมาส่งโรงพยาบาล เปิดเผยว่า ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกับสามีแต่ตนไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกันแล้วหนีกลับไปอยู่บ้าน วันเกิดเหตุผู้ตายให้ตนมาส่งเพื่อขนของกลับ ตนพยายามทัดทานแล้วแต่ผู้ตายจะมา ตนจึงมาส่งโดยมาถึงได้พบกับนายพงษ์กร ทั้งคู่ได้เข้าไปตกลงกันในห้อง ไม่นานนายพงษ์กรก็อุ้มลูกสาววิ่งออกมาจะให้รถชน โดยรถคันแรกสามารถหลบไปได้ แต่คันที่ 2 หลบไม่พ้นจึงชนจนบาดเจ็บทั้ง 2 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dlloE7XFhbo

 3,672
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

ล่า 'ไอ้ทอง' บุกยิงเมียเก่า-แม่ยายดับคาร้านนวด ปมไม่ยอมคืนดี ส่วน ด.ช.6 ขวบ ที่ถูกฉุดเจอตัวปลอดภัย

กรณี 2 แม่ลูกถูกจ่อยิงแบบเผาขนด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุคือนายทอง สามีเก่าของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือเอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตู่ เคยโทรมาขู่ฆ่าเพราะไม่พอใจที่นางสาวเอ๋ ตีตัวออกห่าง   หลังเกิดเหตุมีการตรวจสอบวงจรปิดร้านใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพนายทอง เดินออกมาจากร้านนวด สะพายกระเป๋าข้างสีดำ คาดว่าในกระเป๋าซ่อนปืนไว้ ซึ่งเดินผ่านกล้องวงจรปิดอย่างใจเย็น โดยมี ด.ช.วัย 6 ขวบวิ่งตาม แล้วนายทองก็จูงมือเดินขึ้นรถไป โดยพบว่ามีการนำรถเก๋งคันก่อเหตุ ไปจอดไว้ริมถนนห่างจากร้านนวด ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายทอง เขียวฉะอ้อน หรือนายทอง อายุ 51 ปี ผู้ก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ได้เรียกพยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบสวนหาสาเหตุ   จากการสอบสวนทราบว่า นางสาวปิยนันท์ มีสามีทั้งหมด 4 คน ก่อนเกิดเหตุนายทอง สามีคนที่ 4 ซึ่งเลิกรากันแล้ว (ไม่มีลูกด้วนกัน) ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว มาหานางสาวปิยนันท์ ที่ร้านนวดจุดเกิดเหตุ เพื่อเคลียร์ปัญหาและมาง้อขอคืนดี  แต่นางสาวปิยนันท์ไม่ยอมคืนดีด้วยจึงใช้ปืนยิงเสียชีวิต พร้อมกับนางวรีรัตน์  เจริญบูรณ์พันธุ์ เจ้าของร้านนวดซึ่งเป็นแม่ของนางสาวปิยนันท์   หลังจากก่อเหตุนายทอง ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน กง 3320 สุโขทัย หลบหนีไป พร้อมนำตัวเด็กชายนันทพัทร์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 6 ขวบ ลูกของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 3 ติดรถไปด้วย จนไปถึง จ.ชัยนาท เวลาประมาณ 04.00 น.ของคืนเกิดเหตุ โดยได้จอดรถทิ้งไว้บริเวณ หน้าวัดประชุมธรรม(วัดทับนา) หมู่ที่ 5 ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท   ชาวบ้านละแวกนั้น เล่าว่า ตื่นมาเปิดบ้านตามปกติเวลาประมาณตี 5 ก็พบรถคันดังกล่าว เปิดกระจกทิ้งไว้ เมื่อเดินไปดูพบว่ามีเด็กนอนอยู่ในรถ ในสภาพเลือดเปื้อนเสื้อจำนวนมาก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมนำเด็กออกมาดูแล หาขนมและนมให้ดื่มเพื่อประทังความหิว มีแผลบาดเจ็บเล็กน้อยใต้รักแร้ซ้าย ปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหันคา และเชิญ จนท.สหวิชาชีพ มาร่วมสอบถามน้องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าจับกุมเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์โหดเหี้ยม ยังไม่มีเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ชุดสืบสวนกำลังแกะรอยเส้นทางหลบหนี พร้อมติดตามตัวเพื่อนที่พาหลบหนีมาสอบสวน เบื้องต้นพบว่านายทองก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยตั้งไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องส่วนตัวกับชู้สาว   สำหรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ญาติส่งไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวสอบถามนายไตรภพ วงษ์วิโรจน์ ลูกชายของนางวรีรัตน์ เจ้าของร้านนวด เผยว่า ตนเรียนอยู่กรุงเทพฯ โดยช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ ได้โทรคุยกับแม่ กระทั่งเวลา 20.00 น.หลังจากเลิกเรียน โทรหาแม่อีกครั้งเกือบ 20 สาย แต่ไม่มีคนรับ พอกลับถึงที่พัก เวลาประมาณเที่ยงคืน ก็โทรหาอีกก็ไม่มีคนรับ จึงโทรบอกพ่อคือนายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ ซึ่งอยู่ที่กบินทร์บุรี ว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย จากนั้นพ่อได้โทรกลับมาบอกว่าแม่เสียแล้ว   ด้านนางสาวกันยา แต้มเพ็ชร ลูกสาวของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 1 เล่าว่า ทราบเรื่องที่นายทอง ขู่ฆ่าแม่ของตนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าจะทำจริง โดยแม่มีปัญหากับนายทองและเลิกรากันมานาน 1 ปีแล้ว เพราะนายทองชอบดื่มเหล้าและด่าทอ หึงหวงว่านางสาวปิยนันท์จะมีสามีใหม่ ซึ่งนายทองพยายามโทรศัพท์มาง้อให้นางสาวปิยนันท์ กลับไปอยู่ด้วย   พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่กลับไป จะฆ่าทั้งครอบครัว แม่ตนเองก็กลัวเพราะรู้ว่านายทองเป็นคนเอาจริง จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กบินทร์บุรี   ตนเคยขอให้แม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ จ.ระยอง แต่แม่ไม่ไปเพราะอยากอยู่ที่ร้านนวดดูแลนางวรีรัตน์ กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว ตนเองอยากให้นายทองเข้ามาขอขมาแม่และอาม่า   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายทอง พบว่า 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา นายทองได้โพสต์แสดงความคิดเห็นพูดคุยกับเพื่อนในเฟซ เหมือนตั้งใจจะก่อเหตุดังกล่าว โดยระบุว่า “ตอนเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้คงต้องอยู่กันตอน...,ก็ดีแล้วที่ไม่คุยเดี๋ยวไปจะได้ไม่ต้องบอกลากัน,อยากกินอะไรก็รีบกินเมื่อมีโอกาส,เวลามันเหลือน้อยแล้วนะ,เดี๋ยวจะไปเคลียร์ให้จบ”   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายตู่  สามีคนที่ 3 ของนางสาวปิยนันท์ ตามข่าวระบุว่าเป็นเพื่อนกับนายทอง ผู้ก่อเหตุ น่าจะมีปัญเรื่องชู้สาวกันหรือไม่ นายตู่ระบุว่า ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แค่เคยรู้จักกับนายทอง ผิวเผินเท่านั้น เพราะเคยทำงานอยู่โรงสีข้าว ที่ จ.สุโขทัย ด้วยกัน    ส่วนที่นายทอง ลงมือก่อเหตุไม่น่าจะเกี่ยวกับตน เพราะเรื่องระหว่างตนกับนางสาวปิยนันท์ เลิกรากันไปนานแล้ว และไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่อดีตภรรยา มาคบหากับนายทอง ทั้งนี้ในคืนเกิดเหตุตำรวจโทรมาบอก ตนก็ตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงลูกมาก เมื่อทราบว่าปลอดภัยก็โล่งใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjYKb966II0

 1,853
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
23 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 23 เม.ย.62 แม่พาลูก5ขวบขายตัว-ลือกกต.ให้ใบส้มธนาธร-จ่อแจกเงินเที่ยวเมืองรองคนละ 1,500

-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้กำหนดการพระราชพิธรจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร ประจำรัชกาลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คณะกรรมการอำนวยการร่วมฯพร้อมรับประชาชนทุกหมู่เหล่าที่จะเฝ้ารับเสด็จ กำหนดจุดจอดรถรอบ กทม.อำนวยความสะดวกจัดรถรับส่งเพื่อเข้าพื้นที่รับเสด็จ ตั้งโรงครัวพระราชทาน และหน่วยแพทย์พระราชทานดูแล   -ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับสั่ง ก.คมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย จ่ายค่าชดเชยโฮปเวลล์ร่วม 12,000 ล้านบาท คดีถึงที่สุด ปิดฉากคดีค่าโง่ที่ยืดเยื้อมากว่า 15 ปี วิษณุบอกรัฐจะไม่ใช่ ม.44 แก้ปัญหา แต่อาจใช้การเจรจาต่อรองกับโฮปเวลล์แทน นายกฯปัดไม่เกี่ยวข้อง ไล่ให้ไปด่ารัฐบาลต้นเรื่อง   -เกิดข่าวลือ กกต.เตรียมให้ใบส้มธนาธร กรณีถือครองหุ้นสื่อเข้าข่ายต้องห้ามสมัครเลือกตั้ง ส่งผลให้ไม่ได้รับรองให้เป็น ส.ส. และถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 1 ปี ปธ.กกต.คาดยังไม่ถึงขนาดให้ใบเหลือง-ใบส้ม ทุกอย่างจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ   -ปิยบุตรแถลงชี้แจงการถือหุ้นของธนาธร ยันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดอะไร แต่ยังมีสื่อบางสำนักคอยชี้นำและหวังทำลายพรรคอนาคตใหม่ การโอนหุ้นเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ 8 ม.ค.62 มีเอกสารเป็นหลักฐาน แต่ไปยื่น 21 มี.ค. ยันการโอนหุ้นใผลต่อกม.แล้ว การไปยื่นแค่ขั้นตอนการแจ้งเท่านั้น แต่สื่อบางสำนักยังพยายามขุดคุ้ยว่า 8 ม.ค.ธนาธรไม่ได้ไปประชุมผู้ถือหุ้น เพราะช่วงเช้าไปลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นได้กลับ กทม.ช่วงบ่าย มีหลักฐานใบเสร็จอีซี่พาสชัดเจน   -ชูศักดิ์ ศิรินิล พรรคเพื่อไทย จี้ กกต.รับรอง ส.ส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100% ใน 9 พ.ค.นี้ เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทั้ง 2 ฝ่ายของการเมือง มีผลต่อการโหวตตำแหน่งต่างๆ หากต้องมีใบเหลือง-ใบแดงก็ว่ากันภายหลัง โดยให้ศาลเป็นฝ่ายชี้ จะแฟร์กว่า   -พล.อ.ประยุทธ์ร่วมพิธีฉลองความสำเร็จการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท และเปิดเดินรถไฟสถานีคลองลึก- ปอยเปต อีกครั้ง และส่งมอบรถไฟดีเซลราง ร่วมกับสมเด็จฮุนเซน     พล.อ.ประยุทธ์บอกหากเลือกตั้งแล้วยังไม่สงบก็ไม่ได้ ปีนี้เป็นปีมหามงคล ขอให้ทุกคนช่วยทำให้บ้านเมืองสุขสงบ เคารพกฎหมาย อย่าให้ใครมาสร้างความแตกแยก ยันรัฐบาลนี้เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ เผยฮุนเซนบอกรัฐบาลนี้ทำงานดีที่สุดของไทยในรอบ 12 รัฐบาลที่ผ่านมา   -คลังเตรียมอัดฉีดเงิน 15,000 ล้านบาทพยุงเศรษฐกิจช่วงกลางปี ในโครงการยิ่งเที่ยว ยิ่งเท่ ยิ่งเปย์เมืองรอง แจกคนละ 1,500 บาท ให้ไปเที่ยวใช้จ่ายซื้อสินค้าบริการผ่านช่องทาง e-payment ในเมืองรอง 55 จังหวัด ลงทะเบียนผ่านแอพขอใช้ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ก่อน จากนั้นรัฐเติมเงินให้ นำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่ลงทะเบียน QR Code   -ตร.เตรียมออกหมายจับไอ้ทอง ผัวเก่าบุกยิงอดีตเมียและแม่ยายเสียชีวิตคาร้านนวด ปมเหตุตามง้อไม่ยอมคืนดี พบโพสต์เฟซก่อนไปยิง ไม่คุยเดี๋ยวไป จะได้ไม่ต้องบอกลา ด้าน ด.ช.6ขวบลูกอดีตเมียที่ถูกฉุดไปปลอดภัยแล้ว ถูกปล่อยในรถ เสื้อผ้าเปื้อนเลือด จอดทิ้งไว้หน้าวัดที่ชัยนาท   วงจรปิดจับภาพผู้ต้องหาเดินจูงมือเด็กออกจากร้านนวดอย่างใจเย็นหลังก่อเหตุ ลูกสาวอีกคนของอดีตเมียเผย แม่ตีตัวออกห่าง เพราะไอ้ทองชอบเมาด่าทอ เคยขู่ฆ่ายกครัวถ้าไม่คืนดี ตร.เผยยังไม่พบเบาะแส เบื้องต้นพบก่อเหตุคนเดียว เร่งตามเพื่อนที่พาหนีมาสืบสวน   -ชีวิตบัดซบ แม่แท้ๆพาลูกสาว 5 ขวบ ขายบริการทางเพศแลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.เข้าจับชายวัย 52 กำลังล่วงละเมิดเด็กท้ายรถกระบะ สารภาพทำเด็กจริงที่รถบ้าง โรงแรมบ้าง และคบกับแม่เด็กเชิงชู้สาว ส่วนเด็กน้อยไร้เดียงสายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนท.นำฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ   -ร้อนทะลุอันดับโลก อ.เถิน จ.ลำปาง ติดอันดับ 5 เมืองอุณหภูมิสูงที่สุดในโลก 43.5 องศา ส่วนเลย แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู ตาก เพชรบูรณ์ ติด 1 ใน 15 ที่อุณหภูมิมากกว่า 42 องศา อุตุชี้จะไม่ร้อนกว่านี้แล้ว หลังเมษาจะคลี่คลาย   พายุฤดูร้อนถล่มเหนือ-อีสาน เด็กอนุบาลขอนแก่นรอแม่มารับที่โรงเรียน ฝนถล่มฝ้าเพดานถล่มทับ ขาขาดเสียชีวิต แม่ใจสลาย ส่วน กทม.ฝนถล่มกลางดึก #ฝนตก ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ไม่ต้องนอนร้อน อุณหภูมิ กทม.เหลือ 28 องศา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aQ0SEvmNAAU

 3,635
ข่าวภูมิภาค
11 เม.ย. 62

ตร.หึงโหด ฉุนเมียแอบแชทคุยหนุ่มใหม่ นัดเคลียร์ปมรักสามเส้าไม่ลงตัว กระหน่ำยิงกิ๊กหนุ่ม 7 นัดดับหน้าโรงพัก

สมุทรสาคร-เกิดเหตุคนยิงกันเสียชีวิตที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร พบศพนายกวิตม์ เหมือนชู อายุ 37 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี เป็นคนงานโรงงานทำลูกชิ้นปลา   โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ด้านหลังท้ายทอยทะลุ 2 นัด เอวด้านหลัง ทะลุหน้าท้อง 2 นัด แขนข้างขวา เหนือศอก 1 นัด ใต้ศอก 1 นัด มือขวาแตกถูกยิง 1 นัด อีกทั้งยังพบเงินสดหลายหมื่นบาทในตัวผู้เสียชีวิต และใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 4 ปลอก   ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ภายในบริเวณลานจอดรถหน้าเสาธง สภ.เมืองสมุทรสาคร ยังมีปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่อีก 3 ปลอก โดยมีรอยเลือดหยดเป็นทางยาวจากหน้าเสาธงไปจนถึงจุดที่พบศพ เหตุยิงอุกอาจในครั้งนี้มีหญิงสาวอีก 1 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้เชิญตัวไปสอบปากคำแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป   ต่อมาทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.ภัคภณ สมิตานนท์ ผบ.หมู่(ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริการประชาชนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร โดยก่อนเกิดเหตุนั้น ผู้ตายกับผู้ก่อเหตุและภรรยาสาว ได้นัดมาเจรจากันถึงปัญหาความรักที่เกิดขึ้นระหว่าง 3 คน เพราะก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์   ทางด้านของดาบตำรวจผู้ก่อเหตุ เกิดจับได้ว่า ผู้ตายที่เป็นคนขับรถของบริษัทอาหารทะเล ได้แชทไลน์และคุยเฟซกับภรรยาสาวของตนเอง ที่ทำงานเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทดังกล่าว จึงเกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสอง และในที่สุดก็ได้นัดมาคุยกันเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็ตกลงกันไม่ได้จนนำไปสู่การฆ่ากันตาย   หลังเกิดเหตุแล้ว คนร้ายได้หลบหนีไปต่อมาได้เข้ามอบตัว เบื้องต้นได้มีการตั้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมกับควบคุมตัวส่งไปฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาครทันที ส่วนทางด้านผู้ต้องหานั้นให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือยิงนายกวิตม์ จริงแต่ไม่ได้เจตนาฆ่าผู้อื่น ซึ่งก็จะขอให้การในชั้นศาลต่อไป   สำหรับประวัติของ ด.ต.ภัคภณ สมิตานนท์ ผบ.หมู่(ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริการประชาชนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาครนั้น เบื้องต้นพบว่า เป็นคนเงียบๆ เฉยๆ ไม่ค่อยพูดจากับใคร ในอดีตเคยเป็นตำรวจ ตชด.มาก่อน จากนั้นก็ย้ายมาสังกัด ผบ.หมู่งาน (ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยได้รับหน้าที่ให้ไปประจำศาล ก่อนที่จะย้ายออกมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่หน่วยบริการตำรวจประชาชนแห่งหนึ่งประมาณ 2 ปีเศษ แล้วก็มาก่อเหตุดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/IYWtOM5aHPg  

 2,787
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 62

ภรรยาถูกสามีหึงโหดยิงสาหัสก่อนยิงตัวตายอาการปลอดภัยแล้ว เพื่อนบ้านเผยครอบครัวนี้นิสัยดี

วานนี้ (7 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุชายหญิงยิงกันเสียชีวิต ในชุมชนลาดพร้าว 80 ซอยลาดพร้าว 80 เมื่อตรวจสอบพบเป็นสามียิงภรรยาด้วยอาวุธปืนขนาด.22 ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ลูกสาวของทั้งคู่บอกว่าก่อนหน้านี้พ่อกับแม่ก็เคยมีปากเสียงกันรุนแรงมานานกว่า 3 เดือน เหตุแม่คุยไลน์กับกลุ่มเพื่อน และมีการส่งสติ๊กเกอร์ทักทายกัน ทำให้พ่อเกิดความหึงหวง   จากการสอบถามเพื่อนบ้าน บอกว่า ได้ยินเสียงปืนช่วงเช้า 2 นัด เมื่อวิ่งออกมาดูตามต้นเสียงที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ก็เห็นแต่ลูกสาวของทั้งคู่ร้องไห้อย่างหนักแต่ไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น จนสักครู่ใหญ่ได้มีญาติเข้ามาในบ้าน ก่อนแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกัน ส่วนครอบครัวนี้พักอาศัยที่บ้านหลังนี้มานานหลายสิบปี มีด้วยกัน 4 คน พ่อแม่ลูก ซึ่งก็มีนิสัยดีเจอเพื่อนบ้านก็มักทักทายตามปกติ ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้

 2,461
สังคม-อาชญากรรม
07 เม.ย. 62

สามีหึงโหดคิดว่าภรรยามีกิ๊ก ยิงภรรยาเจ็บสาหัส ก่อนยิงขมับตัวเองเสียชีวิต ลูกได้ยินเสียงปืนวิ่งมาดูพบภาพสุดช็อก

เกิดเหตุสามีหึงหวงภรรยาเข้าใจว่ามีกิ๊ก ใช้อาวุธปืนยิงภรรยาเจ็บสาหัส ก่อนยิงเข้าขมับตัวเองเสียชีวิตในห้องนอน   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ภายในชุมชนลาดพร้าว 80 แยก 11 จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมแพทย์เวร รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้าน พบศพนายชาญชัย ทองจุล อายุ 49 ปี พนักงานขับรถสำนักงานระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร มือขวาถืออาวุธปืน กระสุนถูกยิงเข้าที่ขมับขวาเสียชีวิตจมกองเลือด   บนเตียงนอนใกล้กันพบนางศิริพร ทองจุล อายุ 47 ปี ภรรยา ถูกยิงเข้าที่ขมับซ้าย ดิ้นทุรนทุราย เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.หัวเฉียว อาการสาหัส   สอบสวนลูกสาวบอกว่า เมื่อเช้ากำลังจะอาบน้ำเพื่อไปอยุธยากับพ่อแม่ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จึงรีบวิ่งไปดูพบร่างพ่อจมกองเลือด ส่วนแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้พ่อกับแม่มีปากเสียงกันรุนแรงมากว่า 3 เดือน เนื่องจากแม่คุยไลน์กับกลุ่มเพื่อน ๆ มีการส่งสติกเกอร์ทักทายสนทนากัน ทำให้พ่อเข้าใจผิดเกิดความหึงหวง และมีปากเสียงกันรุนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่พ่อจะตัดสินใจลงมือก่อเหตุ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ge42goZtP98

 1,829

Top