ค้นหา :

ผลการค้นหา "สามีหึงโหด"

อาชญากรรม
20 ก.พ. 63

จนท.แถลง สามีโหดบุกจ่อยิงภรรยากลางห้างดัง เหตุหึงหวงโกรธถูกนอกใจ ญาติเข้ารับศพ พี่สาวแฉคนร้ายมีภรรยาใหม่ แม่ลั่นไม่ต้องมาขอขมา

วันที่ 19 ก.พ. 63 นาย ดนุสรณ์ นุ่มเจริญ วัย 28 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้ปืนยิง นางสาว ปิยนุช ฉัตรไทย อดีตภรรยาเสียชีวิต ขณะทำงานคลินิกเสริมความงามในห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้ปรากฎตัวต่อหน้าสื่อมวลชน หลังถูกตำรวจตามไปจับได้ตั้งแต่ตี 4 ที่ผ่านมา ขณะหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านพ่อ ในตำบลห้วยแม่เพียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และประโยคเดียวที่เขาพูดกับสื่อมวลชน คือคำว่า ขอโทษ   แม่ของ นาย ดนุสรณ์ เดินทางมาที่ สน.พญาไท เพื่อพบหน้าลูกชาย แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงรายละเอียดการจับกุม บอกว่า นาย ดนุสรณ์ รับสารภาพตลอดว่าทำไปเพราะหึงหวง และไม่พอใจที่รู้ว่าอดีตภรรยาที่เพิ่งหย่ากันไป คบหากับชายอื่น หลังเกิดเหตุขับรถหลบหนีกลับไปที่บ้านพ่อในจังหวัดเพชรบุรีเพียงลำพัง พร้อมยึดปืนขนาด จุด45 และกระสุนปืนขนาด 11 มม. ได้อีกจำนวนหนึ่ง   เบื้องต้นแจ้ง 5 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนอีก 3 ข้อหา จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาไม่ใช่นักกีฬายิงปืน แต่มีประวัติอยู่ในชมรมยิงปืนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ส่วนปืนมีทะเบียนถูกต้อง พลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าปัจจุบันปืนมีทะเบียนหาซื้อขายกันได้ง่าย ทั้งปืนโครงการจัดซื้อ ปืนสวัสดิการ บางคนทำโอนลอยไว้เพื่อเตรียมขาย และสาเหตุอาชญากรรมที่คนร้ายใช้ปืนเกิดต่อเนื่อง เป็นเพราะการเลียนแบบ การแก้ปัญหาเรื่องนี้ตำรวจควรตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนพกปืนติดตัวโดยง่าย เพิ่มโทษ และคุมเข้มสนามยิงปืนคัดกรองคน ตัดวงจรไม่ให้คนเสพติดความรุนแรง   ขณะที่แม่ผู้เสียชีวิตเผยหลังเกิดเหตุ เจโทรมาถามอาการต่าย แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แม่โมโหด่ากลับ ทำลูกแม่ทำไม พร้อมยืนยันไม่ต้องมาขอขมา   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของผู้เสียชีวิตใน อ.สามเงา จ.ตาก พ่อแม่และญาติพี่น้อง ได้เตรียมสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยนางตุ๋ย อายุ 59 ปี แม่ผู้เสียชีวิต บอกว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ยกโทษให้กับนายเจ ที่ยิงลูกสาวจนเสียชีวิต เนื่องจากกระทำอย่างโหดร้ายกับลูกสาว อยากให้ได้รับโทษประหารชีวิต และไม่ต้องมาขอขมาศพ และไม่อยากเห็นหน้า พร้อมกับเล่าว่าหลังเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น. นายเจโทรมาหาตนถามว่า ต่ายเป็นยังไงบ้าง แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ตนรู้เรื่องจากเพื่อนบ้านแล้ว จึงโมโหด่ากลับไปว่า "มึงมายิงลูกกูทำไม" นายเจก็ไม่ตอบอะไร เอาแต่ร้องไห้ ตนจึงถามต่อว่า "อยู่ไหน" คนร้ายก็ตอบว่า "อยู่เขา" ก่อนจะวางสายไป ตนจึงเอาเบอร์โทรของนายเจให้กับลูกสาวคนโต และส่งต่อให้ตำรวจทันทีสำหรับทั้งคู่อยู่กินกันมา 10 ปี จนมีลูกชาย 1 คน ปัจจุบันอายุ 7 ขวบ ก็เอามาให้ตากับยายเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ลูกสาวไม่ค่อยติดต่อกลับมาที่บ้าน แต่เมื่อ 3 วันก่อน ต่ายโทรมาหาแม่คุยกันไม่นาน บอกแค่ว่าหย่ากับเจแล้ว และโอนเงิน 500 บาทให้ลูกชาย ไม่คิดว่าจะเป็นการคุยกันครั้งสุดท้าย เพราะไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไร   ส่วนพี่สาวผู้ตาย แฉมือปืนมีปัญหาหนี้สิน ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูบุตร ทำร้ายน้องสาวเป็นประจำ และยังข่มขู่ว่าจะฆ่าพ่อแม่ด้วย ทำให้น้องสาวต้องขาดการติดต่อกับครอบครัว ไปนานกว่า 5-6 ปี   สำหรับร่างของนางสาวปิยานุช ทางครอบครัวได้รับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่บ้านเกิด อำเภอสามเงา จังหวัดตาก และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/1ZpBbxe0iqQ

 125
อาชญากรรม
08 ก.พ. 63

หนุ่มหึงโหดยิงแฟนสาว ก่อนยิงตัวเองตามอาการสาหัส

เกิดเหตุหนุ่มหึงโหดใช้ปืนยิงแฟนสาว ก่อนจ่อปืนยิงศีรษะตัวเอง อาการสาหัสทั้งคู่ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ นำตัวส่งโรงพยาบาล   เหตุเกิด เมื่อเช้าวานนี้ (7 ก.พ.) ตำรวจ สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และกู้ภัยฯ เข้าตรวจเหตุยิงกัน ที่บ้านหลังหนึ่ง ใน อ.วัดโบสถ์ พบมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายสมยศ โพธิ์อิ่ม อายุ 35 ปี สภาพถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ศีรษะฝั่งขวา หายใจรวยรินไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยกันปฐมพยาบาล ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล    นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ น.ส.อรพิน นวลจันทร์ อายุ 32 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นแฟนสาวของผู้ก่อเหตุ ถูกยิงเข้าที่จมูกทะลุโหนกแก้มขวา มีญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้ สอบถามญาติของ น.ส.อรพิน บอกว่า นายสมยศทำงานเป็นลูกจ้างที่อยู่ร้านซ่อมท่อไอเสียรถยนต์    ส่วน น.ส.อรพิน ทำงานอยู่ที่ทำการไปรษณีย์ และมีลูกติดกับแฟนเก่าเป็นเด็กผู้ชาย 2 คน ซึ่งทั้งคู่คบหากันมาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ระยะหลังทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องหึงหวงเป็นประจำ และในวันเกิดเหตุได้ทะเลาะกันรุนแรง ก่อนจะชักปืนออกมาก่อเหตุ   ล่าสุด นายสมยศอาการยังโคม่า ส่วน น.ส.อรพิน ปลอดภัยดีแล้ว ขณะที่ ตำรวจได้เก็บอาวุธปืนไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงสอบถามปากคำพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Dd1KXjAyFjU

 93
อาชญากรรม
06 ก.พ. 63

รวบผัวหึงโหดไล่ยิงเมีย ก่อนล็อคประตูขังแล้วจุดไฟเผาบ้าน

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ตำรวจได้นำกำลังจับกุม นายแนน อายุ 55 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมแพ หลังใช้ปืนไล่ยิงภรรยาและล็อคบ้านขังภรรยาเอาไว้ก่อนจุดไฟเผา   เหตุการณ์นี้ เป็นกรณีที่นายแนนผู้ต้องหามีปากเสียงกับภรรยา และใช้ปืนมาวิ่งไล่ยิงภรรยา ภรรยาจึงรีบวิ่งหนีเข้าไปในบ้านพัก นายแนนจึงใช้กุญแจล็อคประตูขังภรรยาไว้ภายในบ้าน จากนั้นก็ใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผาบ้าน ด้านนายแนนหนีไป แต่ชาวบ้านสามารถไปช่วยฝ่ายภรรยาออกมาได้    โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายแนนได้ที่จ.สระบุรี ถูกจับในข้อหาวางเพลิงเผาบ้านตัวเอง และพยายามฆ่าภรรยา จากการสอบสวนนายแนนให้การรับสารภาพ เหตุที่ทำลงไปก็เพราะความโมโหและหึงหวง หลังจับได้ว่าภรรยาแอบไปปันใจให้ชายอื่น   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/J8J5MpiCytg

 175
ข่าวภูมิภาค
04 ก.พ. 63

ไม่สะท้าน! มือฆ่าตร.เฉือนเจ้าโลก แค้นเป็นชู้กับเมีย ตั้งใจจะฆ่าทั้ง 2 คน แต่เมียรู้ตัวก่อนเลยรอด

กาฬสินธุ์-จากเหตุการณ์คนร้ายเข้ามาก่อเหตุแทง พ.ต.ท.จำรัส ดลเจือ อายุ 57 ปี สวป.สภ.ร่องคำ เสียชีวิตและได้ตัดอวัยวะเพศจนขาด จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุรอบบ้านยังพบรอยเผาหลายจุดโดยเป็นการนำน้ำมันมาราดตามจุดต่างๆ รอบบ้านและนำไม้กวาดจุดไฟเผารอบบ้าน   ต่อมาสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว คือนายอมรลัก จิตเกาะ ขณะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี และจอดพักรถอยู่ภายในปั๊มน้ำมันใน อ.สีดา จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาได้เข้ามาบริเวณบ้านแล้วจุดไฟเผารถและเผาข้างบ้านเพื่อล่อผู้ตายออกมาจากบ้าน และได้ไปหลบอยู่ข้างบ้าน โดยขณะนั้นผู้ตายได้เข้าห้องน้ำ   เมื่อผู้ตายออกมาก็ได้ใช้มีดแทงเข้าที่บริเวณลำตัว จากนั้นก็ได้ล็อคตัวกันจนล้มลง ผู้ต้องหาได้กอดผู้ตายและกระหน่ำแทงจนนับครั้งไม่ได้ จากนั้นก็ได้บีบคือและใช้ครกทุบเข้าที่ศีรษะเพื่อให้ตาย แต่ได้พลิกตัวผู้ต้องหาได้ใช้มีดแทงเข้าที่บริเวณก้นจนแน่นิ่ง   จากนั้นก็ได้พลิกตัวถอดกางเกงพร้อมใช้มีดเฉือนอวัยวะเพศจนขาด และได้เดินออกจากที่บ้านนำอวัยวะเพศมาทิ้งที่ข้างรถยนต์ของผู้ตาย จากนั้นก็ได้ราดน้ำมันทุบกระจกหน้าหน้าต่างและจุดไฟเผา หลังจากนั้นก็ได้เดินไปที่ข้างทางเพื่อขับรถจักรยานยนต์เข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์ โดยได้มาจอดรถทิ้งมีดที่บริเวณลำน้ำปาวถนนบายพาส เลี่ยงเมืองในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และได้ขับรถจักรยานยนต์กลับไปที่บ้านเพื่อสั่งเสียลูก ก่อนจำขับรถหลบหนีไปที่จังหวัดนครราชสีมา   เบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การว่าสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากความหึงหวงที่ทางผู้ตายได้มาเป็นชู้กับภรรยาของตน โดยตนทราบเรื่องตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2563 ตนก็ได้เคยไปพูดคุยกับผู้ตายขอร้องอย่ามายุ่งกับภรรยาของตนเพราะผู้ตายก็มีลูกเมียเช่นกัน ซึ่งเมื่อช่วงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ตนยังถูกภรรยาหลอกให้ไปเซ็นใบหย่าเพราะเป็นการแก้ดวงจะทำให้มีเงินล้าน ตนจึงหลงเชื่อ   ซึ่งหย่ากันแล้วตนก็ได้อยู่กับภรรยาและลูกกันตามปกติ และเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 ภรรยาไม่ยอมนอนด้วย ตนจึงได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทำให้ภรรยาได้ขนของกลับไปอยู่ที่บ้าน ที่บ้านข้าวหลาม ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย ซึ่งใกล้กับบ้านผู้ตายอาศัยอยู่   จากนั้นตนจึงเกิดความสงสัยและได้จับได้ว่าผู้ตายได้มาพัวพันกับภรรยา และได้รับกันมาหลับนอนที่บ้านของผู้ตาย ซึ่งตนได้ส่งข้อความขอร้องให้หยุดยุ่งเกี่ยวกับภรรยา จากนั้นตนจึงได้ทะเลาะกับแฟนอย่างรุนแรงตนจึงได้ออกจากบ้านภรรยาไปที่บ้านของผู้ตายแล้วก่อเหตุดังกล่าวขึ้น   ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะฆ่าให้ตายทั้งสองคน แต่ลูกแอบโทรศัพท์ไปบอกภรรยาให้รู้ตัวก่อน ภรรยาจึงรอดไปได้ ซึ่งตนขอโทษครอบครัวผู้ตายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรับสารภาพในการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการลงมือทำเพียงคนเดียว   ด้านภรรยาผู้ตายบอกว่า ไม่คิดว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับสามี และที่สำคัญเมื่อมาดูสภาพศพแล้วยิ่งรับไม่ได้ เนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายนั้นโหดร้ายเกินไป หากเจ้าหน้าที่จับตัวได้ก็ให้ดำเนินคดีถึงที่สุดและให้ได้รับโทษประหารไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/6-oOASNBA0Q

 2,335
อาชญากรรม
04 ก.พ. 63

ไม่สะท้าน! มือฆ่าตร.เฉือนเจ้าโลก แค้นเป็นชู้กับเมีย ตั้งใจจะฆ่าทั้ง 2 คน แต่เมียรู้ตัวก่อนเลยรอด

กาฬสินธุ์-จากเหตุการณ์คนร้ายเข้ามาก่อเหตุแทง พ.ต.ท.จำรัส ดลเจือ อายุ 57 ปี สวป.สภ.ร่องคำ เสียชีวิตและได้ตัดอวัยวะเพศจนขาด จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุรอบบ้านยังพบรอยเผาหลายจุดโดยเป็นการนำน้ำมันมาราดตามจุดต่างๆ รอบบ้านและนำไม้กวาดจุดไฟเผารอบบ้าน   ต่อมาสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว คือนายอมรลัก จิตเกาะ ขณะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี และจอดพักรถอยู่ภายในปั๊มน้ำมันใน อ.สีดา จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาได้เข้ามาบริเวณบ้านแล้วจุดไฟเผารถและเผาข้างบ้านเพื่อล่อผู้ตายออกมาจากบ้าน และได้ไปหลบอยู่ข้างบ้าน โดยขณะนั้นผู้ตายได้เข้าห้องน้ำ   เมื่อผู้ตายออกมาก็ได้ใช้มีดแทงเข้าที่บริเวณลำตัว จากนั้นก็ได้ล็อคตัวกันจนล้มลง ผู้ต้องหาได้กอดผู้ตายและกระหน่ำแทงจนนับครั้งไม่ได้ จากนั้นก็ได้บีบคือและใช้ครกทุบเข้าที่ศีรษะเพื่อให้ตาย แต่ได้พลิกตัวผู้ต้องหาได้ใช้มีดแทงเข้าที่บริเวณก้นจนแน่นิ่ง   จากนั้นก็ได้พลิกตัวถอดกางเกงพร้อมใช้มีดเฉือนอวัยวะเพศจนขาด และได้เดินออกจากที่บ้านนำอวัยวะเพศมาทิ้งที่ข้างรถยนต์ของผู้ตาย จากนั้นก็ได้ราดน้ำมันทุบกระจกหน้าหน้าต่างและจุดไฟเผา หลังจากนั้นก็ได้เดินไปที่ข้างทางเพื่อขับรถจักรยานยนต์เข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์ โดยได้มาจอดรถทิ้งมีดที่บริเวณลำน้ำปาวถนนบายพาส เลี่ยงเมืองในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และได้ขับรถจักรยานยนต์กลับไปที่บ้านเพื่อสั่งเสียลูก ก่อนจำขับรถหลบหนีไปที่จังหวัดนครราชสีมา   เบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การว่าสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากความหึงหวงที่ทางผู้ตายได้มาเป็นชู้กับภรรยาของตน โดยตนทราบเรื่องตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2563 ตนก็ได้เคยไปพูดคุยกับผู้ตายขอร้องอย่ามายุ่งกับภรรยาของตนเพราะผู้ตายก็มีลูกเมียเช่นกัน ซึ่งเมื่อช่วงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ตนยังถูกภรรยาหลอกให้ไปเซ็นใบหย่าเพราะเป็นการแก้ดวงจะทำให้มีเงินล้าน ตนจึงหลงเชื่อ   ซึ่งหย่ากันแล้วตนก็ได้อยู่กับภรรยาและลูกกันตามปกติ และเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 ภรรยาไม่ยอมนอนด้วย ตนจึงได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทำให้ภรรยาได้ขนของกลับไปอยู่ที่บ้าน ที่บ้านข้าวหลาม ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย ซึ่งใกล้กับบ้านผู้ตายอาศัยอยู่   จากนั้นตนจึงเกิดความสงสัยและได้จับได้ว่าผู้ตายได้มาพัวพันกับภรรยา และได้รับกันมาหลับนอนที่บ้านของผู้ตาย ซึ่งตนได้ส่งข้อความขอร้องให้หยุดยุ่งเกี่ยวกับภรรยา จากนั้นตนจึงได้ทะเลาะกับแฟนอย่างรุนแรงตนจึงได้ออกจากบ้านภรรยาไปที่บ้านของผู้ตายแล้วก่อเหตุดังกล่าวขึ้น   ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะฆ่าให้ตายทั้งสองคน แต่ลูกแอบโทรศัพท์ไปบอกภรรยาให้รู้ตัวก่อน ภรรยาจึงรอดไปได้ ซึ่งตนขอโทษครอบครัวผู้ตายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรับสารภาพในการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการลงมือทำเพียงคนเดียว   ด้านภรรยาผู้ตายบอกว่า ไม่คิดว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับสามี และที่สำคัญเมื่อมาดูสภาพศพแล้วยิ่งรับไม่ได้ เนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายนั้นโหดร้ายเกินไป หากเจ้าหน้าที่จับตัวได้ก็ให้ดำเนินคดีถึงที่สุดและให้ได้รับโทษประหารไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/6-oOASNBA0Q

 2,335
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 63

สาวม้งถูกผัวหึงโหดใช้มือจุ่มน้ำยาฆ่าหญ้า ล้วงอวัยวะเพศ-ป้ายปากจนเน่า เมียใจอ่อนไม่เอาความ แต่แยกกันอยู่

ตาก-นางยิ้ม (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ชาวเขาเผ่าม้งใน อ.พบพระ จ.ตาก ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ตนอยู่กินกับนายต้น (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี สามีมาร่วม 15 ปี มีอาชีพรับจ้างทำไร่ไปตามที่ต่างๆ และมีลูกด้วยกัน 5 คน อายุ 13 ปี, 9 ปี, 5 ปี, 2 ปี ส่วนคนเล็กสุดเพิ่งอายุได้ 4 เดือน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมานายต้นมีนิสัยชอบหึงหวง  หวาดระแวงกลัวว่าตนจะปันใจให้ชายอื่นทำให้มีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ   นางยิ้มเผยว่าได้โต้เถียงกับสามีเรื่องหึงหวง ขณะนอนหลับ จู่ๆ รู้สึกตัวขึ้นมาก็พบว่า สามีมานอนคร่อมอยู่บนตัวแล้ว จากนั้นใช้มือที่จุ่มน้ำยาฆ่าหญ้าล้วงเข้าไปในอวัยวะเพศของตน และอีกมือก็มาป้ายมาปากตนและพยายามล้วงเข้าไปในปาก   ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างมากดิ้นทุนทุรายก่อนจะดิ้นหลุดออกมาได้ และรีบหนีมาขอความช่วยเหลือจากญาติช่วยพาส่งรพ. ทุกวันนี้ต้องทุกข์ทรมานเพราะแผลที่ปากและอวัยวะเพศเริ่มเน่าอยู่ระหว่างการรักษา และได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.พบพระ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ความเป็นธรรมด้วย          หลังรับเรื่องทางมูลนิธิได้ประสานตำรวจ ลงพื้นที่ อ.พบพระ ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้เสียหายและนายต้น เพื่อเตรียมจับกุมตัวนายต้นมาดำเนินคดี เมื่อไปถึงได้แจ้งให้ทางผู้ใหญ่บ้านทราบเรื่อง จึงได้มีการเรียกตัวนางยิ้ม นายต้น และญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามประเพณีของชาวม้ง สอบสวนเบื้องต้น นายต้น ให้การรับสารภาพและยอมรับผิดขอโทษนางยิ้ม ซึ่งทางนางยิ้มก็ใจอ่อนขอเจ้าหน้าที่อย่างเพิ่งดำเนินคดีกับนายต้น และไม่ต้องการให้นายต้นมายุ่งเกี่ยวอีก     เมื่อพบว่ามีการเจรจาตกลงกันได้ พ.ต.ท.ชัยวิวัฒน์ วัฒน์ธนะคำรณ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.อุ้มผาง จึงได้ทำทัณฑ์บนไว้ 2 เดือน โดยทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า นางยิ้มกับนายต้นได้แยกกันอยู่ และนายต้นห้ามมายุ่งเกี่ยวหรือทำร้ายนางยิ้มอีก หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ทางญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย และผู้ใหญ่บ้านได้เป็นสักขีพยาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/saIa2Wd8wW8

 150,083
สังคม
22 ม.ค. 63

สาวม้งถูกผัวหึงโหดใช้มือจุ่มน้ำยาฆ่าหญ้า ล้วงอวัยวะเพศ-ป้ายปากจนเน่า เมียใจอ่อนไม่เอาความ แต่แยกกันอยู่

ตาก-นางยิ้ม (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ชาวเขาเผ่าม้งใน อ.พบพระ จ.ตาก ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ตนอยู่กินกับนายต้น (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี สามีมาร่วม 15 ปี มีอาชีพรับจ้างทำไร่ไปตามที่ต่างๆ และมีลูกด้วยกัน 5 คน อายุ 13 ปี, 9 ปี, 5 ปี, 2 ปี ส่วนคนเล็กสุดเพิ่งอายุได้ 4 เดือน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมานายต้นมีนิสัยชอบหึงหวง  หวาดระแวงกลัวว่าตนจะปันใจให้ชายอื่นทำให้มีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ   นางยิ้มเผยว่าได้โต้เถียงกับสามีเรื่องหึงหวง ขณะนอนหลับ จู่ๆ รู้สึกตัวขึ้นมาก็พบว่า สามีมานอนคร่อมอยู่บนตัวแล้ว จากนั้นใช้มือที่จุ่มน้ำยาฆ่าหญ้าล้วงเข้าไปในอวัยวะเพศของตน และอีกมือก็มาป้ายมาปากตนและพยายามล้วงเข้าไปในปาก   ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างมากดิ้นทุนทุรายก่อนจะดิ้นหลุดออกมาได้ และรีบหนีมาขอความช่วยเหลือจากญาติช่วยพาส่งรพ. ทุกวันนี้ต้องทุกข์ทรมานเพราะแผลที่ปากและอวัยวะเพศเริ่มเน่าอยู่ระหว่างการรักษา และได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.พบพระ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ความเป็นธรรมด้วย          หลังรับเรื่องทางมูลนิธิได้ประสานตำรวจ ลงพื้นที่ อ.พบพระ ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้เสียหายและนายต้น เพื่อเตรียมจับกุมตัวนายต้นมาดำเนินคดี เมื่อไปถึงได้แจ้งให้ทางผู้ใหญ่บ้านทราบเรื่อง จึงได้มีการเรียกตัวนางยิ้ม นายต้น และญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามประเพณีของชาวม้ง สอบสวนเบื้องต้น นายต้น ให้การรับสารภาพและยอมรับผิดขอโทษนางยิ้ม ซึ่งทางนางยิ้มก็ใจอ่อนขอเจ้าหน้าที่อย่างเพิ่งดำเนินคดีกับนายต้น และไม่ต้องการให้นายต้นมายุ่งเกี่ยวอีก     เมื่อพบว่ามีการเจรจาตกลงกันได้ พ.ต.ท.ชัยวิวัฒน์ วัฒน์ธนะคำรณ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.อุ้มผาง จึงได้ทำทัณฑ์บนไว้ 2 เดือน โดยทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า นางยิ้มกับนายต้นได้แยกกันอยู่ และนายต้นห้ามมายุ่งเกี่ยวหรือทำร้ายนางยิ้มอีก หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ทางญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย และผู้ใหญ่บ้านได้เป็นสักขีพยาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/saIa2Wd8wW8

 150,083
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 63

หนุ่มโหดง้อเมียไม่สำเร็จ ราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้าน หวิดย่างสดยกครัว

กาฬสินธุ์-ตำรวจจับกุมตัวนายวรชาติ เผ่าหอม อายุ 24 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดเกิดเหตุ หลังร่วมกับนายไตรเทพ ทองลอง อายุ 26 ปี เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อเหตุราดน้ำมันแล้วจุดไฟบ้านของน.ส.ดารินทร์ ยศทะกูล อายุ 18 ปี อดีตแฟนสาว จนทำให้บ้านหวิดวอดทั้งหลังและหวิดย่างสดคนในครอบครัวที่กำลังนอนหลับ หลังจากไปตามง้อแฟนและขอคืนดีแต่ไม่สำเร็จ   นายวรชาติ รับสารภาพว่า ตนพยายามมาง้อและขอคืนดีกับแฟนสาว แต่ไม่สำเร็จจึงเกิดความโมโหและขี่รถจักยานยนต์มาจากบ้านไปพร้อมกับนายไตรเทพ ไปจอดที่หน้าบ้านแล้วดูดน้ำมันจากถังใส่ขวดนำไปราดและสาดเข้าไปในห้องนอนของ น.ส.ดารินทร์ และจุดไฟเผาทันที ก่อนที่จะมีคนมาเห็นจึงพากันวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ด้าน น.ส.ดารินทร์ ยศทะกูล อายุ 18 ปี กล่าวว่า ตนอยู่กินกับนายวรชาติมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว แต่ขณะอยู่ด้วยกันนายวรชาติ ไม่ยอมทำมาหากิน และยังไม่ยอมให้ตนไปทำงาน อีกทั้งยังทำร้ายร่างกายตนบ่อยครั้ง จึงตัดสินใจขอแยกทาง  เพราะทนกับพฤติกรรมนี้ไม่ไหว และได้กลับมาอยู่บ้านของตัวเองเมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา   แต่นายวรชาติก็ยังพยายามตามมาก่อกวน ข่มขู่ เพื่อของ้อและขอคืนดีด้วย ซึ่งตนก็ปฏิเสธไปว่าให้ต่างคนต่างอยู่ กระทั่งมาก่อเหตุราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้านดังกล่าว โชคดีที่ตนไปขออาศัยนอนที่บ้านญาติ ไม่อย่างนั้นก็คงจะถูกราดน้ำมันจุดไฟเผาตายไปแล้ว   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์สินของผู้อื่น และวางเพลิงเผาโรงเรือนของผู้อื่นที่มีผู้อยู่อาศัย แต่นายไตรเทพ ที่ถูกซัดทอดว่าไปร่วมก่อเหตุด้วยกันนั้น ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า คืนเกิดเหตุได้นอนหลับอยู่ที่บ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/KQZ3aIzzBPU

 631
สังคม
09 ม.ค. 63

หนุ่มโหดง้อเมียไม่สำเร็จ ราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้าน หวิดย่างสดยกครัว

กาฬสินธุ์-ตำรวจจับกุมตัวนายวรชาติ เผ่าหอม อายุ 24 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดเกิดเหตุ หลังร่วมกับนายไตรเทพ ทองลอง อายุ 26 ปี เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อเหตุราดน้ำมันแล้วจุดไฟบ้านของน.ส.ดารินทร์ ยศทะกูล อายุ 18 ปี อดีตแฟนสาว จนทำให้บ้านหวิดวอดทั้งหลังและหวิดย่างสดคนในครอบครัวที่กำลังนอนหลับ หลังจากไปตามง้อแฟนและขอคืนดีแต่ไม่สำเร็จ   นายวรชาติ รับสารภาพว่า ตนพยายามมาง้อและขอคืนดีกับแฟนสาว แต่ไม่สำเร็จจึงเกิดความโมโหและขี่รถจักยานยนต์มาจากบ้านไปพร้อมกับนายไตรเทพ ไปจอดที่หน้าบ้านแล้วดูดน้ำมันจากถังใส่ขวดนำไปราดและสาดเข้าไปในห้องนอนของ น.ส.ดารินทร์ และจุดไฟเผาทันที ก่อนที่จะมีคนมาเห็นจึงพากันวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ด้าน น.ส.ดารินทร์ ยศทะกูล อายุ 18 ปี กล่าวว่า ตนอยู่กินกับนายวรชาติมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว แต่ขณะอยู่ด้วยกันนายวรชาติ ไม่ยอมทำมาหากิน และยังไม่ยอมให้ตนไปทำงาน อีกทั้งยังทำร้ายร่างกายตนบ่อยครั้ง จึงตัดสินใจขอแยกทาง  เพราะทนกับพฤติกรรมนี้ไม่ไหว และได้กลับมาอยู่บ้านของตัวเองเมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา   แต่นายวรชาติก็ยังพยายามตามมาก่อกวน ข่มขู่ เพื่อของ้อและขอคืนดีด้วย ซึ่งตนก็ปฏิเสธไปว่าให้ต่างคนต่างอยู่ กระทั่งมาก่อเหตุราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้านดังกล่าว โชคดีที่ตนไปขออาศัยนอนที่บ้านญาติ ไม่อย่างนั้นก็คงจะถูกราดน้ำมันจุดไฟเผาตายไปแล้ว   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์สินของผู้อื่น และวางเพลิงเผาโรงเรือนของผู้อื่นที่มีผู้อยู่อาศัย แต่นายไตรเทพ ที่ถูกซัดทอดว่าไปร่วมก่อเหตุด้วยกันนั้น ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า คืนเกิดเหตุได้นอนหลับอยู่ที่บ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/KQZ3aIzzBPU

 631
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเก่าตามง้อเมียไม่สำเร็จ คว้ามีดปาดคอเสียชีวิต ตะโกนลั่น "ต้องตายด้วยกัน" ก่อนดิ่งชั้น 18 ดับ ด้านกู้ภัยเปิดใจ หลังถูกเจ้าของตึกต่อว่า ไม่ให้เอาศพขึ้นลิฟต์

สามีเก่าตามง้อไม่สำเร็จ ดื่มเบียร์ย้อมใจอาศัยจังหวะอดีตภรรยาหลับลากลงจากที่นอนใช้มีดปาดคอเสียชีวิตคาในวันเกิดส่งท้ายปี แม่ยายเข้าห้ามถูกเชือดข้อมือบาดเจ็บ ก่อนนั่งคร่อมระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจแบบทหาร ลั่น “ต้องตายด้วยกัน” จนท.เกลี้ยกล่อมนาน 2 ชม.วิ่งเข้าชาร์จ สุดท้ายทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 ดับ พี่สาว ยัน ไม่ได้มีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุไลน์คุยกับน้องสาว “ขอมาเคลียร์ปัญหาส่วนตัวที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ”    ผู้ก่อเหตุคือ อดีตทหารนอกราชการ ฉลองวันเกิด ให้อดีตภรรยาที่คอนโดฯส่งท้ายปี เกิดหึงหวงคว้ามีดปาดคอ อดีตภรรยา และเชือดข้อมือแม่ยายบาดเจ็บ ก่อนปีนระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 เสียชีวิต คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขต ธนบุรี กรุงเทพฯ       โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล และกู้ภัย ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บที่คอนโดฯ ดังกล่าว ตรวจสอบ ภายในห้องพบร่างหญิงสาวผู้เสียชีวิต ถูกปาดที่ลำคอลึกคอ 2 แผล นอนนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่ที่ประตูหลังห้อง ในห้องเต็มปด้วยรอยเลือดข้าวของกระจัดกระจาย โดยกู้ภัย พยายามจะนำตัวออกมา แต่เข้าไปไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในสภาพคลั่งมึนเมาไม่ได้สติถือมีดนั่งคร่อมอยู่บนขอบระเบียงหลังห้องไม่ยอมขู่จะกระโดดลงมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไป และรีบนำตัวแม่ยาย ที่ถูกมีดเชือดข้อมือได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล   ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเบาะลมแต่ยังมาไม่ถึง ขณะที่ตำรวจ กู้ภัย พยายามเกลี่ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุลงจากระเบียงและได้ถ่ายคลิปไว้ โดยขอเบียร์ดื่มเจ้าหน้าที่จึงยื่นให้เพื่อถ่วงเวลา นั่ง ร้องเพลงปลุกใจเกี่ยวกับชายชาติทหาร เจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง ไม่เป็นผลตำรวจซึ่งอยู่ในห้องเกิดเหตุวิ่งเข้าชาร์ตจะดึงร่างเข้ามาในระเบียง แต่สุดท้ายไม่ทัน ผู้ก่อเหตุ ปล่อยมือตัดสินใจทิ้งตัว ดิ่งลงไปที่ป่ากอกล้วยหลังคอนโด พอกู้ภัยตามลงไปช่วยเหลือก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ใน ห้องยังพบมีดปลายแหลมยาว 5 นิ้ว ที่ใช้ก่อเหตุ ตกหล่นอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน        พี่สาวของอดีตเมีย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าว่า ทั้งคู่เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน แต่งงานจดทะเบียนแต่ไม่มีลูกด้วยกัน ส่วนน้องสาวตน มีลูกติด 1 คน ก่อนจะแยกทางกันไปปีกว่าแต่ยังติดต่อกันอยู่ ซึ่งน้องสาว ของตนก็มีชายอื่นมาคุยด้วยแล้ว ผู้ก่อเหตุอยากกลับมาคืนดี แต่น้องสาวบอกว่าเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันกัน จะไปมาหาสู่กันก็ได้เพราะผู้ก่อเหตุ มีคีย์การ์ดเข้าคอนโดฯ ปกติผู้ก่อเหตุนิสัยดี จิตใจดีดูแลครอบครัว          โดยคืนวันที่ 30 นายธนา มารับตน  ,หลานสาว ,เหลน และลูกชายวัย 7 ขวบของน้องสาวไปเที่ยว จากนั้นผู้ก่อเหตุ ก็ไปนั่งดื่มกินกับเพื่อน แล้วขับรถมารับพวกตนส่งที่คอนโดฯ โดยผู้ก่อเหตุ ขึ้นไปบนห้องเพื่อรอน้องสาวกลับจากที่ทำงานตอนตี 4  ซึ่งได้นั่งคุยกับตนถึงปัญหาที่ผ่านมาและดื่มเบียร์ไปด้วย ซึ่งผู้ก่อเหตุพูดกับตนและแม่ว่าที่น้องสาวไม่ยอมคืนดีกับเขาเพราะน้องสาวมีคนอื่น กระทั่ง 5 ทุ่ม ก็ขับรถกลับบ้านไป       รุ่งเช้าวันที่ 31 ธ.ค. น้องสาวคอลไลน์ไปหาผู้ก่อเหตุ ถามว่าไปคุยอะไรกับแม่ แต่ผู้ก่อเหตุบอก “ขอมาเคลียร์ที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ” ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขับรถมาถึงคอนโด มานั่งดื่มเบียร์ที่ห้องเกือบ 2 ชั่วโมง ง้อน้องสาวและเคลียร์ปัญหากันที่ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุ นำโฉนดที่ดิน 4-5 แปลงไปจำนอง จากนั้นน้องสาวของตนไปไถ่คืนและต้องการให้โอนกลับมาเป็นชื่อของน้องสาวเพื่อจะโอนให้กับลูกชายวัย 7 ขวบ ของน้องสาว ที่เกิดกับสามีเก่า แต่ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะเขียนพินัยกรรมมอบที่ดินให้ลูกชายน้องสาวเอง เคยต่อว่าตนกับแม่ยาย ว่าไปคุยอะไรกับน้องสาวไม่ให้กลับไปคืนดีกับเขา      จากนั้นน้องสาวขอตัวไปนอนหลับ จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุได้ลากน้องสาวลงจากที่นอนไปปาดคอ ยืนยันไม่ได้ปากเสียงกัน ทั้งนี้ขณะที่ตนออกไปคุยโทรศัพท์กับสามีข้างนอก หลานสาวซึ่งอยู่ในห้องวิ่งกรีดร้องเสียงดังออกมาจากห้อง  จึงวิ่งเข้าไปดูเห็นแม่นั่งคร่อมตัวน้องสาว ใช้ตัวและมือป้องน้องสาวไว้จนถูกแทงที่ข้อมือได้รับบาดเจ็บ ตนก็เข้าไปดึงศีรษะผู้ก่อเหตุออกไม่ให้ทำร้ายน้องสาว พยายามดึงมีดในมือแต่ผู้ก่อเหตุจะแทงตนแต่ไม่โดน ผู้ก่อเหตุ บอกให้ตนออกไปจะฆ่าน้องสาวให้ตาย ไม่อย่างงั้นจะฆ่าตนด้วย ก่อนที่เพื่อนบ้านห้องข้าง ๆ ตะโกนบอกให้ออกมา  ตนจึงวิ่งไปเคาะประตูห้องเพื่อนบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือให้โทรแจ้งตำรวจ กว่าจะมานานมาก          โดยตนวิ่งกลับเข้าไปในห้องดึงมีดออกจากมือผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุก็คว้าอีกด้ามมาถือไว้  คิดว่าน้องาสาวต้องแม่รอดแน่ ๆ แต่ขอนำตัวแม่ออกมาก่อน ตนและแม่พยายามกราบไหว้ผู้ก่อเหตุ ตะโกนบอกไม่ให้ก่อเหตุรุนแรงแต่ก็ไม่ฟัง ผู้ก่อเหตุบอกว่า “ต้องตายด้วยกัน”  เรากำลังจะฉลองวันเกิดครบรอบ 42 ปี ให้น้องสาว ไม่คิดว่าจะมาเหตุการณ์แบบนี้ ตนขับรถมาจากต่างจังหวัดเหมือนเป็นการมาสั่งลาน้องสาวครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุน้องสาวมากอดหลานสาวพูดว่า “เจอกันอีกทีปีหน้าหรืออาจจะไม่ได้เจอกัน” กระทั่งเกิดเหตสลดขึ้น คาดว่าสาเหตุจากรื่องหึงหวง       ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุ  เผยว่า ทางครอบครัวทราบว่าไปแต่งงานอยู่กินกับผู้เสียชีวิต แต่ไม่เคยเจอหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีปัญหาส่วนตัวอะไรกันหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มาเล่าอะไรให้ฟัง ทราบเพียงว่าทรัพย์สินของเขาหมดไปกับฝ่ายหญิง หลังจากทั้งสองคนแยกทางกัน ผู้ก่อเหตุก็กลับมาอยู่บ้านที่ย่านสีลม แต่ก็เห็นไปมาหาสู่กันตลอด  ตนไม่รู้สาเหตุทำไมเขาถึงก่อเหตุอย่างนี้ ส่วนญาติของผู้เสียชีวิต ครอบครัวของตนก็ไม่เคยเจอหรือพูดคุยกัน ขอโทษครอบครัวเขาด้วย ซึ่งเราก็สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย      ขณะที่เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต  หลังทราบข่าวพากันเดินทางมาที่คอนโดฯ เกิดเหตุ เผยว่า ทราบว่าทั้งสองคบกันและได้แยกทางกันอยู่นาน ๆ จะมาหากันที ไม่ทราบมีปัญหาอะไรกันซึ่งมันเป็นเรื่องของเขาสองคน เขาคงไม่อยากเล่าให้ใครฟัง แต่ไม่คาดคิดว่าผู้ก่อเหตุ จะเป็นคนโหดร้ายอย่างนี้ มันทำเกินไป       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง จนท.กู้ภัย แบกร่างผู้เสียชีวิต ลงมาจากห้องแล้ว ได้มีคนดูแลตึกมาไล่และต่อว่า จนท.กู้ภัยว่า ให้รีบนำศพออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับกู้ภัย จนมีปากเสียงกันเล็กน้อยขณะเคลื่อนย้ายศพลงจากตึกขึ้นรถส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลฯ ซึ่งคนดูแลตึกก็บอกว่าไม่ได้ไล่       นายณัชพล แซ่โซ เจ้าหน้ากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า อยากให้หญิงดูแลตึกคนดังกล่าวเห็นใจบ้าง พวกตนมาช่วยด้วยใจไม่ได้รับเงินสักบาท ทำไมต้องมาไล่หรือพูดจาแบบนี้ ตนแบกศพลงมาจากชั้น 18 ทางบันไดหนีไฟ เนื่องเขาขอไม่ให้ใช้ลิฟท์ พอนำศพขึ้นรถแล้วก็มาไล่อีกให้รีบออกจากพื้นที่ โดยไม่มีคำขอบคุณใด ๆ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-LyjJRfvOmA

 11,407
อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเก่าตามง้อเมียไม่สำเร็จ คว้ามีดปาดคอเสียชีวิต ตะโกนลั่น "ต้องตายด้วยกัน" ก่อนดิ่งชั้น 18 ดับ ด้านกู้ภัยเปิดใจ หลังถูกเจ้าของตึกต่อว่า ไม่ให้เอาศพขึ้นลิฟต์

สามีเก่าตามง้อไม่สำเร็จ ดื่มเบียร์ย้อมใจอาศัยจังหวะอดีตภรรยาหลับลากลงจากที่นอนใช้มีดปาดคอเสียชีวิตคาในวันเกิดส่งท้ายปี แม่ยายเข้าห้ามถูกเชือดข้อมือบาดเจ็บ ก่อนนั่งคร่อมระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจแบบทหาร ลั่น “ต้องตายด้วยกัน” จนท.เกลี้ยกล่อมนาน 2 ชม.วิ่งเข้าชาร์จ สุดท้ายทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 ดับ พี่สาว ยัน ไม่ได้มีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุไลน์คุยกับน้องสาว “ขอมาเคลียร์ปัญหาส่วนตัวที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ”    ผู้ก่อเหตุคือ อดีตทหารนอกราชการ ฉลองวันเกิด ให้อดีตภรรยาที่คอนโดฯส่งท้ายปี เกิดหึงหวงคว้ามีดปาดคอ อดีตภรรยา และเชือดข้อมือแม่ยายบาดเจ็บ ก่อนปีนระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 เสียชีวิต คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขต ธนบุรี กรุงเทพฯ       โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล และกู้ภัย ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บที่คอนโดฯ ดังกล่าว ตรวจสอบ ภายในห้องพบร่างหญิงสาวผู้เสียชีวิต ถูกปาดที่ลำคอลึกคอ 2 แผล นอนนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่ที่ประตูหลังห้อง ในห้องเต็มปด้วยรอยเลือดข้าวของกระจัดกระจาย โดยกู้ภัย พยายามจะนำตัวออกมา แต่เข้าไปไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในสภาพคลั่งมึนเมาไม่ได้สติถือมีดนั่งคร่อมอยู่บนขอบระเบียงหลังห้องไม่ยอมขู่จะกระโดดลงมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไป และรีบนำตัวแม่ยาย ที่ถูกมีดเชือดข้อมือได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล   ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเบาะลมแต่ยังมาไม่ถึง ขณะที่ตำรวจ กู้ภัย พยายามเกลี่ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุลงจากระเบียงและได้ถ่ายคลิปไว้ โดยขอเบียร์ดื่มเจ้าหน้าที่จึงยื่นให้เพื่อถ่วงเวลา นั่ง ร้องเพลงปลุกใจเกี่ยวกับชายชาติทหาร เจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง ไม่เป็นผลตำรวจซึ่งอยู่ในห้องเกิดเหตุวิ่งเข้าชาร์ตจะดึงร่างเข้ามาในระเบียง แต่สุดท้ายไม่ทัน ผู้ก่อเหตุ ปล่อยมือตัดสินใจทิ้งตัว ดิ่งลงไปที่ป่ากอกล้วยหลังคอนโด พอกู้ภัยตามลงไปช่วยเหลือก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ใน ห้องยังพบมีดปลายแหลมยาว 5 นิ้ว ที่ใช้ก่อเหตุ ตกหล่นอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน        พี่สาวของอดีตเมีย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าว่า ทั้งคู่เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน แต่งงานจดทะเบียนแต่ไม่มีลูกด้วยกัน ส่วนน้องสาวตน มีลูกติด 1 คน ก่อนจะแยกทางกันไปปีกว่าแต่ยังติดต่อกันอยู่ ซึ่งน้องสาว ของตนก็มีชายอื่นมาคุยด้วยแล้ว ผู้ก่อเหตุอยากกลับมาคืนดี แต่น้องสาวบอกว่าเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันกัน จะไปมาหาสู่กันก็ได้เพราะผู้ก่อเหตุ มีคีย์การ์ดเข้าคอนโดฯ ปกติผู้ก่อเหตุนิสัยดี จิตใจดีดูแลครอบครัว          โดยคืนวันที่ 30 นายธนา มารับตน  ,หลานสาว ,เหลน และลูกชายวัย 7 ขวบของน้องสาวไปเที่ยว จากนั้นผู้ก่อเหตุ ก็ไปนั่งดื่มกินกับเพื่อน แล้วขับรถมารับพวกตนส่งที่คอนโดฯ โดยผู้ก่อเหตุ ขึ้นไปบนห้องเพื่อรอน้องสาวกลับจากที่ทำงานตอนตี 4  ซึ่งได้นั่งคุยกับตนถึงปัญหาที่ผ่านมาและดื่มเบียร์ไปด้วย ซึ่งผู้ก่อเหตุพูดกับตนและแม่ว่าที่น้องสาวไม่ยอมคืนดีกับเขาเพราะน้องสาวมีคนอื่น กระทั่ง 5 ทุ่ม ก็ขับรถกลับบ้านไป       รุ่งเช้าวันที่ 31 ธ.ค. น้องสาวคอลไลน์ไปหาผู้ก่อเหตุ ถามว่าไปคุยอะไรกับแม่ แต่ผู้ก่อเหตุบอก “ขอมาเคลียร์ที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ” ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขับรถมาถึงคอนโด มานั่งดื่มเบียร์ที่ห้องเกือบ 2 ชั่วโมง ง้อน้องสาวและเคลียร์ปัญหากันที่ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุ นำโฉนดที่ดิน 4-5 แปลงไปจำนอง จากนั้นน้องสาวของตนไปไถ่คืนและต้องการให้โอนกลับมาเป็นชื่อของน้องสาวเพื่อจะโอนให้กับลูกชายวัย 7 ขวบ ของน้องสาว ที่เกิดกับสามีเก่า แต่ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะเขียนพินัยกรรมมอบที่ดินให้ลูกชายน้องสาวเอง เคยต่อว่าตนกับแม่ยาย ว่าไปคุยอะไรกับน้องสาวไม่ให้กลับไปคืนดีกับเขา      จากนั้นน้องสาวขอตัวไปนอนหลับ จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุได้ลากน้องสาวลงจากที่นอนไปปาดคอ ยืนยันไม่ได้ปากเสียงกัน ทั้งนี้ขณะที่ตนออกไปคุยโทรศัพท์กับสามีข้างนอก หลานสาวซึ่งอยู่ในห้องวิ่งกรีดร้องเสียงดังออกมาจากห้อง  จึงวิ่งเข้าไปดูเห็นแม่นั่งคร่อมตัวน้องสาว ใช้ตัวและมือป้องน้องสาวไว้จนถูกแทงที่ข้อมือได้รับบาดเจ็บ ตนก็เข้าไปดึงศีรษะผู้ก่อเหตุออกไม่ให้ทำร้ายน้องสาว พยายามดึงมีดในมือแต่ผู้ก่อเหตุจะแทงตนแต่ไม่โดน ผู้ก่อเหตุ บอกให้ตนออกไปจะฆ่าน้องสาวให้ตาย ไม่อย่างงั้นจะฆ่าตนด้วย ก่อนที่เพื่อนบ้านห้องข้าง ๆ ตะโกนบอกให้ออกมา  ตนจึงวิ่งไปเคาะประตูห้องเพื่อนบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือให้โทรแจ้งตำรวจ กว่าจะมานานมาก          โดยตนวิ่งกลับเข้าไปในห้องดึงมีดออกจากมือผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุก็คว้าอีกด้ามมาถือไว้  คิดว่าน้องาสาวต้องแม่รอดแน่ ๆ แต่ขอนำตัวแม่ออกมาก่อน ตนและแม่พยายามกราบไหว้ผู้ก่อเหตุ ตะโกนบอกไม่ให้ก่อเหตุรุนแรงแต่ก็ไม่ฟัง ผู้ก่อเหตุบอกว่า “ต้องตายด้วยกัน”  เรากำลังจะฉลองวันเกิดครบรอบ 42 ปี ให้น้องสาว ไม่คิดว่าจะมาเหตุการณ์แบบนี้ ตนขับรถมาจากต่างจังหวัดเหมือนเป็นการมาสั่งลาน้องสาวครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุน้องสาวมากอดหลานสาวพูดว่า “เจอกันอีกทีปีหน้าหรืออาจจะไม่ได้เจอกัน” กระทั่งเกิดเหตสลดขึ้น คาดว่าสาเหตุจากรื่องหึงหวง       ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุ  เผยว่า ทางครอบครัวทราบว่าไปแต่งงานอยู่กินกับผู้เสียชีวิต แต่ไม่เคยเจอหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีปัญหาส่วนตัวอะไรกันหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มาเล่าอะไรให้ฟัง ทราบเพียงว่าทรัพย์สินของเขาหมดไปกับฝ่ายหญิง หลังจากทั้งสองคนแยกทางกัน ผู้ก่อเหตุก็กลับมาอยู่บ้านที่ย่านสีลม แต่ก็เห็นไปมาหาสู่กันตลอด  ตนไม่รู้สาเหตุทำไมเขาถึงก่อเหตุอย่างนี้ ส่วนญาติของผู้เสียชีวิต ครอบครัวของตนก็ไม่เคยเจอหรือพูดคุยกัน ขอโทษครอบครัวเขาด้วย ซึ่งเราก็สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย      ขณะที่เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต  หลังทราบข่าวพากันเดินทางมาที่คอนโดฯ เกิดเหตุ เผยว่า ทราบว่าทั้งสองคบกันและได้แยกทางกันอยู่นาน ๆ จะมาหากันที ไม่ทราบมีปัญหาอะไรกันซึ่งมันเป็นเรื่องของเขาสองคน เขาคงไม่อยากเล่าให้ใครฟัง แต่ไม่คาดคิดว่าผู้ก่อเหตุ จะเป็นคนโหดร้ายอย่างนี้ มันทำเกินไป       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง จนท.กู้ภัย แบกร่างผู้เสียชีวิต ลงมาจากห้องแล้ว ได้มีคนดูแลตึกมาไล่และต่อว่า จนท.กู้ภัยว่า ให้รีบนำศพออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับกู้ภัย จนมีปากเสียงกันเล็กน้อยขณะเคลื่อนย้ายศพลงจากตึกขึ้นรถส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลฯ ซึ่งคนดูแลตึกก็บอกว่าไม่ได้ไล่       นายณัชพล แซ่โซ เจ้าหน้ากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า อยากให้หญิงดูแลตึกคนดังกล่าวเห็นใจบ้าง พวกตนมาช่วยด้วยใจไม่ได้รับเงินสักบาท ทำไมต้องมาไล่หรือพูดจาแบบนี้ ตนแบกศพลงมาจากชั้น 18 ทางบันไดหนีไฟ เนื่องเขาขอไม่ให้ใช้ลิฟท์ พอนำศพขึ้นรถแล้วก็มาไล่อีกให้รีบออกจากพื้นที่ โดยไม่มีคำขอบคุณใด ๆ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-LyjJRfvOmA

 11,407
อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

สามีหึงโหด! สะกดรอยตามภรรยา เห็นอยู่กับกิ๊ก ชักมีดแทงดับ อ้างบันดาลโทสะ

เกิดเหตุสามีหึงโหด ตามสะกดรอยภรรยา ก่อนเจอว่าอยู่กับกิ๊ก ชักมีดแทงดับ ย่านพระโขนง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลพระโขนง เข้าตรวจสอบเหตุ    ที่เกิดเหตุพบศพผู้หญิงวัย 41 ปี สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีด หลายแห่ง จนเลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ จอดพลิกตะแคงข้างทาง ถัดไปไม่ไกลพบหมวกกันน็อคสีขาว เปื้อนเลือด    โดยมีพลเมืองดีสามารถช่วยกันจับกุมตัว ผู้ก่อเหตุ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นสามีผู้ตายไว้ได้ พร้อมของกลาง อาวุธมีดพับ ยาวประมาณ 5 นิ้ว    ด้าน พันตำรวจเอก ทินกร สมวันดี ผู้กำกับการตำรวจนครบาลพระโขนง กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นสามีผู้เสียชีวิต มีปัญหาเรื่องภายในครอบครัว หลังใช้อาวุธมีดแทงภรรยา ด้วยความโกรธแค้น จนถึงแก่เสียชีวิต    เบื้องต้นผู้ก่อเหตุ ยอมรับสารภาพว่าได้ติดตามดูพฤติกรรมของภรรยา จนพบว่ามากับผู้ชายอื่น จึงทำให้เกิดบันดาลโทสะลงมือก่อเหตุ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O9dqql3W_YE

 4,511
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

สามีใหม่ทวงค่าเลี้ยงดูลูกติด บุกแทงสามีเก่า คนในบ้านโดนลูกหลงรวมเจ็บ 4

ตรัง-เกิดเหตุมีคนบุกเข้าไปทำร้ายคนภายในร้านค้าของชำแห่งหนึ่งใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย   โดยนายจักรพงษ์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนมีภรรยาและลูกมาก่อนแล้ว กระทั่งหย่าร้างไป 5 ปี และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูอยู่ตลอด ก่อนจะมามีภรรยาใหม่คือ น.ส.ทัศวรรณ ต่อมาทราบว่าอดีตภรรยาที่หย่าร้างกันไป ได้ไปคบหาเป็นกิ๊กกับนายเดชา ซึ่งเป็นคนที่มีภรรยาอยู่แล้ว   ก่อนเกิดเหตุตนและภรรยายืนล้างขวดนมอยู่บริเวณหลังบ้าน ระหว่างนั้นนายชาญวิทย์ ซึ่งเป็นหลาน เดินเข้ามาบอกตนว่ามีคนมาหา ตนจึงเดินออกไปพบและพูดคุย โดยนายเดชามาขอเงินค่าเลี้ยงดูลูกของอดีตภรรยา แต่ตนปฎิเสธ ก่อนจะบอกว่าหากมีปัญญาก็ไปแจ้งความเอา และเดินหนี ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาตบหน้า และชักอาวุธมีดที่พกติดตัวมาจะแทงตนเอง แต่นายชาญวิทย์ กระโดดเข้ามาขวาง จนทำให้มีดปักเข้าที่ท้อง   กระทั่งเกิดการยื้อแย่งกัน ตนจึงใช้ด้ามไม้กวาดตีคนร้ายเพื่อป้องกันตัว คนร้ายจึงใช้มีดแทงตนเอง หลาน และภรรยา จนบาดเจ็บ และไล่ทุบไปจนออกจากร้าน ซึ่งตนยอมรับว่าตนและคนร้ายเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน ก่อนหน้านี้มีเรื่องระหองระแหงกันมาสักระยะแล้ว เนื่องจากคนร้ายมักจะมารังควาน และมักจะมาใส่ร้ายให้ตนเสียหาย ให้รับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของอดีตภรรยาและลูก โดยที่ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไรในชีวิตคู่ของเขาทั้ง2 และรับผิดชอบในส่วนของลูกๆไม่เคยห่าง กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น   อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีออกไป พร้อมกับขับรถแห่ทำงานตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะถูกตำรวจรวบตัวได้อย่างทันควัน ก่อนจะนำตัวไปยัง สภ.ปะเหลียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vfGYHYbbDBU

 2,213
อาชญากรรม
25 ต.ค. 62

สามีใหม่ทวงค่าเลี้ยงดูลูกติด บุกแทงสามีเก่า คนในบ้านโดนลูกหลงรวมเจ็บ 4

ตรัง-เกิดเหตุมีคนบุกเข้าไปทำร้ายคนภายในร้านค้าของชำแห่งหนึ่งใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย   โดยนายจักรพงษ์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนมีภรรยาและลูกมาก่อนแล้ว กระทั่งหย่าร้างไป 5 ปี และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูอยู่ตลอด ก่อนจะมามีภรรยาใหม่คือ น.ส.ทัศวรรณ ต่อมาทราบว่าอดีตภรรยาที่หย่าร้างกันไป ได้ไปคบหาเป็นกิ๊กกับนายเดชา ซึ่งเป็นคนที่มีภรรยาอยู่แล้ว   ก่อนเกิดเหตุตนและภรรยายืนล้างขวดนมอยู่บริเวณหลังบ้าน ระหว่างนั้นนายชาญวิทย์ ซึ่งเป็นหลาน เดินเข้ามาบอกตนว่ามีคนมาหา ตนจึงเดินออกไปพบและพูดคุย โดยนายเดชามาขอเงินค่าเลี้ยงดูลูกของอดีตภรรยา แต่ตนปฎิเสธ ก่อนจะบอกว่าหากมีปัญญาก็ไปแจ้งความเอา และเดินหนี ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาตบหน้า และชักอาวุธมีดที่พกติดตัวมาจะแทงตนเอง แต่นายชาญวิทย์ กระโดดเข้ามาขวาง จนทำให้มีดปักเข้าที่ท้อง   กระทั่งเกิดการยื้อแย่งกัน ตนจึงใช้ด้ามไม้กวาดตีคนร้ายเพื่อป้องกันตัว คนร้ายจึงใช้มีดแทงตนเอง หลาน และภรรยา จนบาดเจ็บ และไล่ทุบไปจนออกจากร้าน ซึ่งตนยอมรับว่าตนและคนร้ายเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน ก่อนหน้านี้มีเรื่องระหองระแหงกันมาสักระยะแล้ว เนื่องจากคนร้ายมักจะมารังควาน และมักจะมาใส่ร้ายให้ตนเสียหาย ให้รับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของอดีตภรรยาและลูก โดยที่ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไรในชีวิตคู่ของเขาทั้ง2 และรับผิดชอบในส่วนของลูกๆไม่เคยห่าง กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น   อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีออกไป พร้อมกับขับรถแห่ทำงานตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะถูกตำรวจรวบตัวได้อย่างทันควัน ก่อนจะนำตัวไปยัง สภ.ปะเหลียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vfGYHYbbDBU

 2,213
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 62

ผู้คุมหึงโหด ใช้ปืนยิงภรรยา 6 นัดซ้อนเสียชีวิต ก่อนหันไปยิงพ่อตา แต่พลาด

ระยอง - วานนี้ (4 ต.ค.) ตำรวจ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้แจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านพัก ในชุมชนกระโหม ม.2 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยองที่เกิดเหตุบริเวณข้างบ้านเป็นโรงจอดรถ พบกองเลือดแดงฉานไหลนองเต็มพื้น ใกล้กัน พบอาวุธปืนแม็กกาซีน ยี่ห้อรูเกอร์ สีดำ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปลอกกระสุนขนาด9 มม. จำนวน 7 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน    ส่วนคนเจ็บถูกอาวุธปืนยิงที่บริเวณลำคอ หน้าอก และขา ทราบชื่อนางสาวเอ อายุ 35ปี ญาตินำส่ง รพ.บ้านค่าย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุเป็นสามีผู้ตาย เป็นผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ได้ขับรถยนต์เก๋ง สีดำ ไม่ทราบทะเบียน หลบหนี    จากการสอบถามบิดาผู้ตาย ที่เห็นเหตุการณ์ และช่วยเหลือลูกสาวขณะเกิดเหตุ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ผู้ลงมือก่อเหตุให้อาวุธปืนยิงลูกสาวคือ ลูกเขย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ส่วนลูกสาวทำงานฝ่ายการเงิน รพ.บ้านค่าย ซึ่งก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้กลับมาจากรพ.บ้านค่าย และได้มีปากเสียงกันสาเหตุหึงหวง ลูกเขยอ้างว่าลูกสาวตนเองมีชู้กับชายอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ระหองระแหงและทะเลาะกันมาตลอด    ขณะตนเองนั่งอยู่หลังบ้านก็ได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้อง จึงได้วิ่งออกมาดูเห็นลูกเขยกำลังบีบคอลูกสาว ตนเองจึงได้ต่อว่า ว่าอย่าทำร้ายกันให้คุยกันดีๆ จากนั้นลูกเขย ก็เดินเข้าไปในบ้านและนำอาวุธปืนออกมายิงเข้าใส่ลูกสาวหลายนัดจนล้มลง เลือดไหลนองพื้น และหันปากกระบอกปืนมายิงตนเอง 1 นัด แต่พลาด ตนเองจึงได้คว้ามีดดาบปาใส่ ทำให้อาวุธปืนหลุดจากมือ จากนั้นลูกเขย จึงหลบหนีและวิ่งขึ้นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงได้แจ้งให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยนำลูกสาว ส่งรพ.    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านค่าย ร่วมกับเจ้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากน้ำประแสร์ จับกุมลูกเขย ได้ที่บ้านพัก ม.3 ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง ผู้ต้องหาสารภาพว่ายิง น.ส.ปานฤดี หรือนิด วงค์เสนาะ จริง เบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านค่ายเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/qESRwf-cmRs

 3,058

Top