ค้นหา :

ผลการค้นหา "สามีหึงโหด"

ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

ผัวหึงคว้ามีดปาดคอเมีย เสียชีวิต หนีไปนอนให้รถไฟทับ เจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุหญิงถูกปาดคอเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลสีมามงคล เข้าตรวจสอบ     ที่เกิดเหตุ หน้าห้องเช่าแห่งหนึ่งที่ ม.1 บ้านปางอโศก ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบร่างนางดวงมะลิ พิขุนทด อายุ 53 ปี เสียชีวิตบนแคร่ไม้ไผ่ นั่งก้มศีรษะอยู่บนเข่า สวมผ้าถุงกระโจมอก ไม่สวมเสื้อ พบที่บริเวณคอถูกปาดด้วยของมีคม ช่วงลูกกระเดือก ยาว 7-8 ซม.หลอดลมขาด จากการตรวจสอบในห้องพบกองเลือดอยู่ข้างที่นอน และพบบัตรประชาชนของสามี คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ชื่อนายครู่ หรือ ศร ศรีสระทุม อายุ 61 ปี หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ   จากการสอบสวนสามี-ภรรยา ที่พักห้องใกล้กัน เผยว่า ช่วงกลางวันพวกตนขับรถบรรทุกพ่วง เพื่อบรรทุกหินก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง มาเช่าห้องนอนพัก ขณะกำลังนอนพักและดูโทรทัศน์อยู่ในห้อง ได้ยินเสียงเคาะประตูและร้องให้ช่วย เมื่อเปิดหน้าต่างออกพบนางดวงมะลิ เอามือปิดที่คอเลือดเต็มร่าง ร้องให้ช่วย จึงได้ถามว่าเป็นอะไร ก็ไม่พูด ได้แต่ชี้ไปในห้องพัก จากนั้นได้ไปนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ พวกตนจึงออกไปดู พร้อมโทรศัพท์แจ้ง 191 แต่นางดวงมะลิ เสียชีวิตก่อนที่รถพยาบาลหน่วยกู้ชีพจะมาถึง   ขณะที่ตำรวจและแพทย์เวร รพ.ปากช่องนานา กำลังตรวจที่เกิดเหตุ ก็ได้รับแจ้งจาก สถานีรถไฟกลางดง ว่ารถไฟดีเซลราง กรุงเทพ มุ่งหน้า จ.หนองคาย ได้ชนคนที่นอนพาดรางรถไฟ อยู่บริเวณหลักเสาโทรเลข 162/9-163 ห่างจากสถานีรถไฟกลางดงประมาณ 1 กม. สภาพขาทั้ง 2 ข้าง ถูกทับขาขาดเละ    ตรวจสอบพบว่าเป็น นายครู่ หรือศร ศรีสระทุม ที่ปาดคอ นางดวงมะลิ ภรรยา จนเสียชีวิต หลบหนีมาให้รถไฟทับ แต่ขาขาดทั้ง 2 ข้าง อาการสาหัส หน่วยกู้ชีพกลางดง จึงปฐมพยาบาล รีบนำส่ง รพ.ปากช่องนานา แต่ด้วยอาการสาหัส จึงนำตัวส่งต่อไปรักษาที่ รพ.มหาราช นครราชสีมา    จากการสอบสวน ทราบว่า นางดวงมะลิ ผู้เสียชีวิต มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เคยพักอยู่ที่ห้องเช่ากับสามี คนเก่า แต่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาสามีประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์มึนเมาสุราตัดหน้ารถเก๋ง จนเสียชีวิต    ต่อมาได้นายครู่ หรือ ศร เป็นสามีคนใหม่ ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็น นายครู่ ได้ไปเบิกเงินค่ารับจ้างทำงานมา ได้ซื้อเหล้าขาวมาดื่มในห้อง แล้วมีปากเสียงกันด้วยความหึงหวง จนใช้มีดปาดคอนางดวงมะลิ แล้วหลบหนีเดินบนรางรถไฟ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม.ไปนอนพาดบนรางรถไฟเพื่อหนีความผิด แต่รถไฟชนกระเด็นก่อนที่จะทับขาจนขาดทั้ง 2 ข้างอาการสาหัส ซึ่งตำรวจจะได้อายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป   ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์  

 1,313
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 62

รวบ ‘ไอ้ทอง’ เขยโหดยิงอดีตเมีย-แม่ยาย ดับคาร้านนวด อ้างตั้งใจยิงแค่แม่ยาย ฉุนชี้หน้าด่าบุพการี

กรณีเขยโหดบุกยิงอดีตภรรยาและแม่ยาย เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพ ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ชนวนเหตุเพราะอดีตภรรยาตีตัวออกห่าง เนื่องจากผู้ต้องหาชอบดื่มเหล้าด่าทอ เคยขู่ฆ่ายกครัวหากไม่ยอมคืนดี กระทั่งก่อเหตุสลดดังกล่าว ขับรถหลบหนี ไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าวัดแห่งหนึ่ง อ.หันคา จ.ชัยนาท   ผู้ก่อเหตุคือนายทอง เขียวฉะอ้อน อายุ 51 ปี อดีตสามีคนที่ 4 ของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือเอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ล่าสุดจับกุมตัวได้แล้ว หลังหนีไปกบดานที่เชิงเขาพื้นที่ ต.ไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท ระหว่างหลบซ่อนตัวและเตรียมหลบหนีขึ้นเขาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งหากผู้ต้องหาสามารถหลบหนีขึ้นเขาไป ก็จะสามารถซ่อนตัวหรือหลบหนีไปได้หลายจังหวัด เพราะแนวเขาไพรนกยูง หรือเขาราวเทียนทอง เป็นรอยต่อของ 3 จังหวัด คือ ชัยนาท อุทัยธานี และสุพรรณบุรี   นายทอง สารภาพอ้างว่า ไม่ได้ตั้งใจมาก่อเหตุยิง โดยก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์คุยกับนางสาวปิยนันท์เรื่องหมากัดไก่ชน ซึ่งตนได้ยิงหมาตาย ทำให้แม่ยายไม่พอใจด่าว่าตนเป็นนักเลงและท้าให้มายิง จากนั้นตนก็ขับรถมาที่ร้านนวด โดยจอดห่างจากร้านนวดประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเดินที่ไปที่ร้านดังกล่าว   ตนตั้งใจเข้าไปเคลียร์ปัญหาเรื่องหมากัดไก่ชนกับนางวรีรัตน์ เจ้าของร้านนวด ซึ่งเป็นอดีตแม่ยาย พอเข้าไปถึงร้านนวดกลับถูกอดีตแม่ยาย ชี้หน้าด่าบุพการี ตนโมโหจึงนำกระสุนปืน ออกมาวางบนฝ่ามือขู่ให้หยุดด่า แต่นางวรีรัตน์ไม่หยุดด่า จึงล้วงปืนออกมาจ่อ โดยนางวรีรัตน์ จะลุกหนีจึงยิงใส่ศีรษะ 1 นัด   โดยตั้งใจยิงนางวรีรัตน์ คนเดียวเท่านั้น แต่นางสาวปิยนันท์ อดีตภรรยาเข้ามาแย่งอาวุธปืน ทำให้ปืนลั่นใส่ ส่วนตนถูกกระสุนเฉือดแขนซ้ายเป็นแผลเล็กน้อยจากนั้นตนเริ่มเครียดยกปืนขึ้นมาจ่อขมับตัวเอง หวังฆ่าตัวตาม แต่ ด.ช.วัย 6 ขวบ ลูกของอดีตภรรยากับนายตู่ สามีคนที่ 3 ซึ่งตนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ๆ วิ่งเข้ามากอดพูดว่า “ป๊าอย่ายิงนะ ถ้าป๊าตายหนูจะอยู่กับใคร” จึงตัดสินใจไม่ยิง   จากนั้นก็ปิดไฟและปิดประตู เดินออกจากร้านนวด ซึ่งเด็กคนดังกล่าวร้องไห้ เปิดประตูวิ่งตามออกมาจากร้าน ตนไม่รู้จะทำยังไงจึงจูงมือขึ้นรถไปด้วย ไม่ได้ฉุดเด็กตามที่เป็นข่าว หลังจากนั้นก็นำ ด.ช.วัย 6 ขวบ ไปส่งบ้านพี่สาวต่างพ่อ ที่ อ.หันคา จ.ชัยนาท โดยหาทางเลี้ยวเข้าบ้านไม่ถูก จึงจอดรถทิ้งไว้หน้าวัดแห่งหนึ่งปล่อยให้เด็กอยู่ในรถลำพัง ส่วนตนโทรหาลูกชายพาหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่บริเวณเชิงเขาไพรนกยูง โดยที่ลูกชายไม่รู้ว่าตนเองไปก่อเหตุอะไรมา บอกเพียงว่ามีปัญหาเดือดร้อน กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม   “ไม่เคยมีปัญหาเรื่องหึงหวงหรือถูกกีดกัดให้คบหากับนางสาวปิยนันท์ แต่อย่างใด ไม่ได้เลิกรากันยังส่งเงินให้ใช้ตลอด ระหว่างหลบหนีคิดจะมามอบตัวเพราะสำนึกผิด อยากขอโทษครอบครัวผู้ตายกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าแม่ยายหยุดด่า เหตุนี้จะไม่เกิดขึ้น จากนี้ขอไปชดใช้กรรม” นายทอง กล่าว   แต่ข้อมูลจาการสอบสวน นายทองให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวเอง โดยมีสาเหตุเพราะความหึงหวง เนื่องจากผู้ตาย เริ่มตีตัวออกห่าง ซึ่งในทองพยายามขอคืนดีหบายครั้ง แต่ฝ่ายหญิงไม่คืนดีด้วย ทุกครั้งที่มาจอคืนดี ก็จะถูกแม่ยายต่อว่าด่าทอ จึงเกิดความคับแค้นใจ ลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายทอง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านนวดจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูพากันสาปแช่ง จากนั้นพนักงานสอบสวนได้นำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย,พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากยิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T93aBcjp8uY

 1,444
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

ทหารอากาศหึงโหด ระแวงเมียติดแชทไลน์ คิดว่าปันใจให้ชายอื่น กระทืบดับคาโรงแรม

ภูเก็ต-เกิดเหตุสามีทำร้ายภรรยาเสียชีวิตที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถ.ปฎัก ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ทราบชื่อผู้ตายคือ นาวาอากาศตรี รัชฏาภรณ์ มงคลรุ่งทรัพย์ อายุ 39 ปี    ส่วนผู้ก่อเหตทราบทราบชื่อคือ พันจ่าอากาศเอก นพอนันต์ มงคลรุ่งทรัพย์ อายุ 40 ปี (เป็นสามีของผู้ตาย) เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวมาสอบสวนทันที   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายและผู้ก่อเหตุเป็นสามี-ภรรยาจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีลูกด้วยกัน 2 คน คน ก่อนเกิดเหตุวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายและครอบครัวได้เดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ต โดยได้เข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว จากนั้นสามีผู้ก่อเหตุเห็นผู้ตายแชทไลน์ตลอดเวลา ระแวงคิดว่าเมียรักจะแอบปันใจให้ผู้ชายคนอื่น   จากนั้นเกิดการโต้เถียงกันอย่างหนัก สามีผู้ก่อเหตุได้ทำร้ายโดยใช้เท้ากระทืบ รวมทั้งตบตีผู้ตายจนหมดสติคาห้องที่เกิดเหตุ จากนั้นทางพนักงานโรงแรมได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนประสานงานเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มารับผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลฉลอง แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา   เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุ มาสอบสวนที่ สภ.ฉลอง และให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นตายจนถึงแก่ความตายต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้พร้อมประสานหน่วยงานทางต้นสังกัดตามระเบียนมารับตัวไปควบคุมไว้ต่อไป ส่วนบุตร 2 คนเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ได้รับตัวไปดูแลชั่วคราวแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k4s-Q7jXN4k

 6,490
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

รวบแล้ว ‘ไอ้ทอง’ มือยิงเมียเก่า-แม่ยาย ดับคาร้านนวด หนีซุกชัยนาท

จากกรณี 2 แม่ลูกถูกจ่อยิงแบบเผาขนด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุคือนายทอง เขียวฉะอ้อน อายุ 52 ปี สามีเก่าของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือ เอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต โดยสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตู่ เคยโทรมาขู่ฆ่าเพราะไม่พอใจที่นางสาวเอ๋ ตีตัวออกห่าง   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมนายทอง เขียวฉะอ้อน ได้แล้ว โดยพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปยังพื้นที่ อ.หันคา จ.ชัยนาท บริเวณตีนเขาไพรนกยูง โดยจับได้พร้อมปืนของกลาง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เพราะความหึงหวง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ล่า 'ไอ้ทอง' บุกยิงเมียเก่า-แม่ยายดับคาร้านนวด ปมไม่ยอมคืนดี ส่วน ด.ช.6 ขวบ ที่ถูกฉุดเจอตัวปลอดภัย  

 5,358
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

เคลียร์ปัญหารักไม่ลงตัว สามีคว้ามีดแทง-ปาดคอเมียดับ ก่อนอุ้มลูกให้รถชนเจ็บ

กำแพงเพชร-สามีภรรยาเคลียร์ปัญหารักไม่ลงตัว หลังฝ่ายหญิงขอเลิก สามีจึงใช้มีดแทงแล้วปาดคอเมียจนเสียชีวิตในห้อง จากนั้นอุ้มลูกออกที่ถนนหวังให้รถชน คันแรกหลบไปได้ คันที่ 2 พยายามเบรกแล้วแต่ก็ชนจนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจสายตรวจกับชาวบ้านช่วยกันจับตัวได้ น้องเขยคนตายเผย เมียจะกลับมาขนของ แต่ถูกปาดคอตาย   ในที่เกิดเหตุพบศพนางเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สภาพนอนหงาย มีบาดแผลบริเวณลำคอ แขน เลือดเต็มใบหน้า ตรวจดูบาดแผลเบื้องต้นพบว่า มีรอยถูกอาวุธมีดแทงที่ชายโครงซ้าย 3 แห่ง แขนซ้าย 1 แห่ง ที่คอมีรอยปาดจากต้นคอด้านขวายาวถึงลำคอ บาดแผลลึกถึงหลอดลมขาด ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 10 เปื้อนเลือดถูกทิ้งอยู่นอกห้อง   ทั้งนี้ชาวบ้านจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นสามีผู้ตายได้ แต่อยู่อาการบาดเจ็บตามร่างกาย มีบาดแผลบถลอกหลายแห่ง สาเหตุเพราะถูกรถชน   เพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นทั้งคู่เดินเข้าไปในบ้าน จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงขอความช่วยเหลือ จากนั้นนายพงษ์กร ก็อุ้มลูกสาววัย 7 ขวบวิ่งออกมาจากบ้านตรงไปที่ถนนจนถูกรถชนกระเด็น ตนวิ่งเข้าไปดูในห้องพบว่า ฝ่ายหญิงนอนจมกองเลืออดเสียชีวิตแล้ว   ทางด้าน น้องสาวของสามีผู้ตาย เปิดเผยว่า ทั้งคู่น่าจะมีเรื่องกัน โดยฝ่ายคนตายได้กลับบ้านที่ จ.พิษณุโลกตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมเพื่อไปเลือกตั้ง จากนั้นก็ไม่กลับมาอีก จนถึงวันเกิดเหตุกลับมาก็ถูกฆ่าตาย ซึ่งตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร   ทางด้านนายจรินทร์ กลิ่นเกสร อายุ 47 ปี คนขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ซึ่งอยู่ในสภาพรถบุบด้านหน้า เปิดเผยว่า ตนมาทำธุระที่ตัวเมืองกำแพงเพชร และกำลังขับรถจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นนายพงษ์กร ยืนอุ้มลูกดักรถอยู่กลางถนน ตนพยายามเบรกเต็มที่แล้วแต่ก็ยังชน ซึ่งไม่รุนแรงมากชนกระเด็นทั้งคู่   เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนน้องเขยของผู้ตาย ได้นำตัวลูกสาวของผู้ตาย อายุ 7 ขวบ ที่ถูกรถชนบาดเจ็บมาส่งโรงพยาบาล เปิดเผยว่า ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกับสามีแต่ตนไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกันแล้วหนีกลับไปอยู่บ้าน วันเกิดเหตุผู้ตายให้ตนมาส่งเพื่อขนของกลับ ตนพยายามทัดทานแล้วแต่ผู้ตายจะมา ตนจึงมาส่งโดยมาถึงได้พบกับนายพงษ์กร ทั้งคู่ได้เข้าไปตกลงกันในห้อง ไม่นานนายพงษ์กรก็อุ้มลูกสาววิ่งออกมาจะให้รถชน โดยรถคันแรกสามารถหลบไปได้ แต่คันที่ 2 หลบไม่พ้นจึงชนจนบาดเจ็บทั้ง 2 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dlloE7XFhbo

 2,997
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

ล่า 'ไอ้ทอง' บุกยิงเมียเก่า-แม่ยายดับคาร้านนวด ปมไม่ยอมคืนดี ส่วน ด.ช.6 ขวบ ที่ถูกฉุดเจอตัวปลอดภัย

กรณี 2 แม่ลูกถูกจ่อยิงแบบเผาขนด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุคือนายทอง สามีเก่าของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือเอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตู่ เคยโทรมาขู่ฆ่าเพราะไม่พอใจที่นางสาวเอ๋ ตีตัวออกห่าง   หลังเกิดเหตุมีการตรวจสอบวงจรปิดร้านใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพนายทอง เดินออกมาจากร้านนวด สะพายกระเป๋าข้างสีดำ คาดว่าในกระเป๋าซ่อนปืนไว้ ซึ่งเดินผ่านกล้องวงจรปิดอย่างใจเย็น โดยมี ด.ช.วัย 6 ขวบวิ่งตาม แล้วนายทองก็จูงมือเดินขึ้นรถไป โดยพบว่ามีการนำรถเก๋งคันก่อเหตุ ไปจอดไว้ริมถนนห่างจากร้านนวด ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายทอง เขียวฉะอ้อน หรือนายทอง อายุ 51 ปี ผู้ก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ได้เรียกพยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบสวนหาสาเหตุ   จากการสอบสวนทราบว่า นางสาวปิยนันท์ มีสามีทั้งหมด 4 คน ก่อนเกิดเหตุนายทอง สามีคนที่ 4 ซึ่งเลิกรากันแล้ว (ไม่มีลูกด้วนกัน) ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว มาหานางสาวปิยนันท์ ที่ร้านนวดจุดเกิดเหตุ เพื่อเคลียร์ปัญหาและมาง้อขอคืนดี  แต่นางสาวปิยนันท์ไม่ยอมคืนดีด้วยจึงใช้ปืนยิงเสียชีวิต พร้อมกับนางวรีรัตน์  เจริญบูรณ์พันธุ์ เจ้าของร้านนวดซึ่งเป็นแม่ของนางสาวปิยนันท์   หลังจากก่อเหตุนายทอง ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน กง 3320 สุโขทัย หลบหนีไป พร้อมนำตัวเด็กชายนันทพัทร์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 6 ขวบ ลูกของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 3 ติดรถไปด้วย จนไปถึง จ.ชัยนาท เวลาประมาณ 04.00 น.ของคืนเกิดเหตุ โดยได้จอดรถทิ้งไว้บริเวณ หน้าวัดประชุมธรรม(วัดทับนา) หมู่ที่ 5 ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท   ชาวบ้านละแวกนั้น เล่าว่า ตื่นมาเปิดบ้านตามปกติเวลาประมาณตี 5 ก็พบรถคันดังกล่าว เปิดกระจกทิ้งไว้ เมื่อเดินไปดูพบว่ามีเด็กนอนอยู่ในรถ ในสภาพเลือดเปื้อนเสื้อจำนวนมาก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมนำเด็กออกมาดูแล หาขนมและนมให้ดื่มเพื่อประทังความหิว มีแผลบาดเจ็บเล็กน้อยใต้รักแร้ซ้าย ปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหันคา และเชิญ จนท.สหวิชาชีพ มาร่วมสอบถามน้องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าจับกุมเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์โหดเหี้ยม ยังไม่มีเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ชุดสืบสวนกำลังแกะรอยเส้นทางหลบหนี พร้อมติดตามตัวเพื่อนที่พาหลบหนีมาสอบสวน เบื้องต้นพบว่านายทองก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยตั้งไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องส่วนตัวกับชู้สาว   สำหรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ญาติส่งไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวสอบถามนายไตรภพ วงษ์วิโรจน์ ลูกชายของนางวรีรัตน์ เจ้าของร้านนวด เผยว่า ตนเรียนอยู่กรุงเทพฯ โดยช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ ได้โทรคุยกับแม่ กระทั่งเวลา 20.00 น.หลังจากเลิกเรียน โทรหาแม่อีกครั้งเกือบ 20 สาย แต่ไม่มีคนรับ พอกลับถึงที่พัก เวลาประมาณเที่ยงคืน ก็โทรหาอีกก็ไม่มีคนรับ จึงโทรบอกพ่อคือนายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ ซึ่งอยู่ที่กบินทร์บุรี ว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย จากนั้นพ่อได้โทรกลับมาบอกว่าแม่เสียแล้ว   ด้านนางสาวกันยา แต้มเพ็ชร ลูกสาวของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 1 เล่าว่า ทราบเรื่องที่นายทอง ขู่ฆ่าแม่ของตนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าจะทำจริง โดยแม่มีปัญหากับนายทองและเลิกรากันมานาน 1 ปีแล้ว เพราะนายทองชอบดื่มเหล้าและด่าทอ หึงหวงว่านางสาวปิยนันท์จะมีสามีใหม่ ซึ่งนายทองพยายามโทรศัพท์มาง้อให้นางสาวปิยนันท์ กลับไปอยู่ด้วย   พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่กลับไป จะฆ่าทั้งครอบครัว แม่ตนเองก็กลัวเพราะรู้ว่านายทองเป็นคนเอาจริง จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กบินทร์บุรี   ตนเคยขอให้แม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ จ.ระยอง แต่แม่ไม่ไปเพราะอยากอยู่ที่ร้านนวดดูแลนางวรีรัตน์ กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว ตนเองอยากให้นายทองเข้ามาขอขมาแม่และอาม่า   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายทอง พบว่า 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา นายทองได้โพสต์แสดงความคิดเห็นพูดคุยกับเพื่อนในเฟซ เหมือนตั้งใจจะก่อเหตุดังกล่าว โดยระบุว่า “ตอนเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้คงต้องอยู่กันตอน...,ก็ดีแล้วที่ไม่คุยเดี๋ยวไปจะได้ไม่ต้องบอกลากัน,อยากกินอะไรก็รีบกินเมื่อมีโอกาส,เวลามันเหลือน้อยแล้วนะ,เดี๋ยวจะไปเคลียร์ให้จบ”   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายตู่  สามีคนที่ 3 ของนางสาวปิยนันท์ ตามข่าวระบุว่าเป็นเพื่อนกับนายทอง ผู้ก่อเหตุ น่าจะมีปัญเรื่องชู้สาวกันหรือไม่ นายตู่ระบุว่า ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แค่เคยรู้จักกับนายทอง ผิวเผินเท่านั้น เพราะเคยทำงานอยู่โรงสีข้าว ที่ จ.สุโขทัย ด้วยกัน    ส่วนที่นายทอง ลงมือก่อเหตุไม่น่าจะเกี่ยวกับตน เพราะเรื่องระหว่างตนกับนางสาวปิยนันท์ เลิกรากันไปนานแล้ว และไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่อดีตภรรยา มาคบหากับนายทอง ทั้งนี้ในคืนเกิดเหตุตำรวจโทรมาบอก ตนก็ตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงลูกมาก เมื่อทราบว่าปลอดภัยก็โล่งใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjYKb966II0

 1,715
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
23 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 23 เม.ย.62 แม่พาลูก5ขวบขายตัว-ลือกกต.ให้ใบส้มธนาธร-จ่อแจกเงินเที่ยวเมืองรองคนละ 1,500

-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้กำหนดการพระราชพิธรจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร ประจำรัชกาลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คณะกรรมการอำนวยการร่วมฯพร้อมรับประชาชนทุกหมู่เหล่าที่จะเฝ้ารับเสด็จ กำหนดจุดจอดรถรอบ กทม.อำนวยความสะดวกจัดรถรับส่งเพื่อเข้าพื้นที่รับเสด็จ ตั้งโรงครัวพระราชทาน และหน่วยแพทย์พระราชทานดูแล   -ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับสั่ง ก.คมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย จ่ายค่าชดเชยโฮปเวลล์ร่วม 12,000 ล้านบาท คดีถึงที่สุด ปิดฉากคดีค่าโง่ที่ยืดเยื้อมากว่า 15 ปี วิษณุบอกรัฐจะไม่ใช่ ม.44 แก้ปัญหา แต่อาจใช้การเจรจาต่อรองกับโฮปเวลล์แทน นายกฯปัดไม่เกี่ยวข้อง ไล่ให้ไปด่ารัฐบาลต้นเรื่อง   -เกิดข่าวลือ กกต.เตรียมให้ใบส้มธนาธร กรณีถือครองหุ้นสื่อเข้าข่ายต้องห้ามสมัครเลือกตั้ง ส่งผลให้ไม่ได้รับรองให้เป็น ส.ส. และถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 1 ปี ปธ.กกต.คาดยังไม่ถึงขนาดให้ใบเหลือง-ใบส้ม ทุกอย่างจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ   -ปิยบุตรแถลงชี้แจงการถือหุ้นของธนาธร ยันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดอะไร แต่ยังมีสื่อบางสำนักคอยชี้นำและหวังทำลายพรรคอนาคตใหม่ การโอนหุ้นเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ 8 ม.ค.62 มีเอกสารเป็นหลักฐาน แต่ไปยื่น 21 มี.ค. ยันการโอนหุ้นใผลต่อกม.แล้ว การไปยื่นแค่ขั้นตอนการแจ้งเท่านั้น แต่สื่อบางสำนักยังพยายามขุดคุ้ยว่า 8 ม.ค.ธนาธรไม่ได้ไปประชุมผู้ถือหุ้น เพราะช่วงเช้าไปลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นได้กลับ กทม.ช่วงบ่าย มีหลักฐานใบเสร็จอีซี่พาสชัดเจน   -ชูศักดิ์ ศิรินิล พรรคเพื่อไทย จี้ กกต.รับรอง ส.ส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100% ใน 9 พ.ค.นี้ เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทั้ง 2 ฝ่ายของการเมือง มีผลต่อการโหวตตำแหน่งต่างๆ หากต้องมีใบเหลือง-ใบแดงก็ว่ากันภายหลัง โดยให้ศาลเป็นฝ่ายชี้ จะแฟร์กว่า   -พล.อ.ประยุทธ์ร่วมพิธีฉลองความสำเร็จการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท และเปิดเดินรถไฟสถานีคลองลึก- ปอยเปต อีกครั้ง และส่งมอบรถไฟดีเซลราง ร่วมกับสมเด็จฮุนเซน     พล.อ.ประยุทธ์บอกหากเลือกตั้งแล้วยังไม่สงบก็ไม่ได้ ปีนี้เป็นปีมหามงคล ขอให้ทุกคนช่วยทำให้บ้านเมืองสุขสงบ เคารพกฎหมาย อย่าให้ใครมาสร้างความแตกแยก ยันรัฐบาลนี้เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ เผยฮุนเซนบอกรัฐบาลนี้ทำงานดีที่สุดของไทยในรอบ 12 รัฐบาลที่ผ่านมา   -คลังเตรียมอัดฉีดเงิน 15,000 ล้านบาทพยุงเศรษฐกิจช่วงกลางปี ในโครงการยิ่งเที่ยว ยิ่งเท่ ยิ่งเปย์เมืองรอง แจกคนละ 1,500 บาท ให้ไปเที่ยวใช้จ่ายซื้อสินค้าบริการผ่านช่องทาง e-payment ในเมืองรอง 55 จังหวัด ลงทะเบียนผ่านแอพขอใช้ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ก่อน จากนั้นรัฐเติมเงินให้ นำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่ลงทะเบียน QR Code   -ตร.เตรียมออกหมายจับไอ้ทอง ผัวเก่าบุกยิงอดีตเมียและแม่ยายเสียชีวิตคาร้านนวด ปมเหตุตามง้อไม่ยอมคืนดี พบโพสต์เฟซก่อนไปยิง ไม่คุยเดี๋ยวไป จะได้ไม่ต้องบอกลา ด้าน ด.ช.6ขวบลูกอดีตเมียที่ถูกฉุดไปปลอดภัยแล้ว ถูกปล่อยในรถ เสื้อผ้าเปื้อนเลือด จอดทิ้งไว้หน้าวัดที่ชัยนาท   วงจรปิดจับภาพผู้ต้องหาเดินจูงมือเด็กออกจากร้านนวดอย่างใจเย็นหลังก่อเหตุ ลูกสาวอีกคนของอดีตเมียเผย แม่ตีตัวออกห่าง เพราะไอ้ทองชอบเมาด่าทอ เคยขู่ฆ่ายกครัวถ้าไม่คืนดี ตร.เผยยังไม่พบเบาะแส เบื้องต้นพบก่อเหตุคนเดียว เร่งตามเพื่อนที่พาหนีมาสืบสวน   -ชีวิตบัดซบ แม่แท้ๆพาลูกสาว 5 ขวบ ขายบริการทางเพศแลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.เข้าจับชายวัย 52 กำลังล่วงละเมิดเด็กท้ายรถกระบะ สารภาพทำเด็กจริงที่รถบ้าง โรงแรมบ้าง และคบกับแม่เด็กเชิงชู้สาว ส่วนเด็กน้อยไร้เดียงสายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนท.นำฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ   -ร้อนทะลุอันดับโลก อ.เถิน จ.ลำปาง ติดอันดับ 5 เมืองอุณหภูมิสูงที่สุดในโลก 43.5 องศา ส่วนเลย แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู ตาก เพชรบูรณ์ ติด 1 ใน 15 ที่อุณหภูมิมากกว่า 42 องศา อุตุชี้จะไม่ร้อนกว่านี้แล้ว หลังเมษาจะคลี่คลาย   พายุฤดูร้อนถล่มเหนือ-อีสาน เด็กอนุบาลขอนแก่นรอแม่มารับที่โรงเรียน ฝนถล่มฝ้าเพดานถล่มทับ ขาขาดเสียชีวิต แม่ใจสลาย ส่วน กทม.ฝนถล่มกลางดึก #ฝนตก ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ไม่ต้องนอนร้อน อุณหภูมิ กทม.เหลือ 28 องศา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aQ0SEvmNAAU

 3,367
ข่าวภูมิภาค
11 เม.ย. 62

ตร.หึงโหด ฉุนเมียแอบแชทคุยหนุ่มใหม่ นัดเคลียร์ปมรักสามเส้าไม่ลงตัว กระหน่ำยิงกิ๊กหนุ่ม 7 นัดดับหน้าโรงพัก

สมุทรสาคร-เกิดเหตุคนยิงกันเสียชีวิตที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร พบศพนายกวิตม์ เหมือนชู อายุ 37 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี เป็นคนงานโรงงานทำลูกชิ้นปลา   โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ด้านหลังท้ายทอยทะลุ 2 นัด เอวด้านหลัง ทะลุหน้าท้อง 2 นัด แขนข้างขวา เหนือศอก 1 นัด ใต้ศอก 1 นัด มือขวาแตกถูกยิง 1 นัด อีกทั้งยังพบเงินสดหลายหมื่นบาทในตัวผู้เสียชีวิต และใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 4 ปลอก   ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ภายในบริเวณลานจอดรถหน้าเสาธง สภ.เมืองสมุทรสาคร ยังมีปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่อีก 3 ปลอก โดยมีรอยเลือดหยดเป็นทางยาวจากหน้าเสาธงไปจนถึงจุดที่พบศพ เหตุยิงอุกอาจในครั้งนี้มีหญิงสาวอีก 1 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้เชิญตัวไปสอบปากคำแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป   ต่อมาทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.ภัคภณ สมิตานนท์ ผบ.หมู่(ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริการประชาชนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร โดยก่อนเกิดเหตุนั้น ผู้ตายกับผู้ก่อเหตุและภรรยาสาว ได้นัดมาเจรจากันถึงปัญหาความรักที่เกิดขึ้นระหว่าง 3 คน เพราะก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์   ทางด้านของดาบตำรวจผู้ก่อเหตุ เกิดจับได้ว่า ผู้ตายที่เป็นคนขับรถของบริษัทอาหารทะเล ได้แชทไลน์และคุยเฟซกับภรรยาสาวของตนเอง ที่ทำงานเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทดังกล่าว จึงเกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสอง และในที่สุดก็ได้นัดมาคุยกันเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็ตกลงกันไม่ได้จนนำไปสู่การฆ่ากันตาย   หลังเกิดเหตุแล้ว คนร้ายได้หลบหนีไปต่อมาได้เข้ามอบตัว เบื้องต้นได้มีการตั้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมกับควบคุมตัวส่งไปฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาครทันที ส่วนทางด้านผู้ต้องหานั้นให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือยิงนายกวิตม์ จริงแต่ไม่ได้เจตนาฆ่าผู้อื่น ซึ่งก็จะขอให้การในชั้นศาลต่อไป   สำหรับประวัติของ ด.ต.ภัคภณ สมิตานนท์ ผบ.หมู่(ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริการประชาชนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาครนั้น เบื้องต้นพบว่า เป็นคนเงียบๆ เฉยๆ ไม่ค่อยพูดจากับใคร ในอดีตเคยเป็นตำรวจ ตชด.มาก่อน จากนั้นก็ย้ายมาสังกัด ผบ.หมู่งาน (ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยได้รับหน้าที่ให้ไปประจำศาล ก่อนที่จะย้ายออกมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่หน่วยบริการตำรวจประชาชนแห่งหนึ่งประมาณ 2 ปีเศษ แล้วก็มาก่อเหตุดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/IYWtOM5aHPg  

 2,651
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 62

ภรรยาถูกสามีหึงโหดยิงสาหัสก่อนยิงตัวตายอาการปลอดภัยแล้ว เพื่อนบ้านเผยครอบครัวนี้นิสัยดี

วานนี้ (7 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุชายหญิงยิงกันเสียชีวิต ในชุมชนลาดพร้าว 80 ซอยลาดพร้าว 80 เมื่อตรวจสอบพบเป็นสามียิงภรรยาด้วยอาวุธปืนขนาด.22 ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ลูกสาวของทั้งคู่บอกว่าก่อนหน้านี้พ่อกับแม่ก็เคยมีปากเสียงกันรุนแรงมานานกว่า 3 เดือน เหตุแม่คุยไลน์กับกลุ่มเพื่อน และมีการส่งสติ๊กเกอร์ทักทายกัน ทำให้พ่อเกิดความหึงหวง   จากการสอบถามเพื่อนบ้าน บอกว่า ได้ยินเสียงปืนช่วงเช้า 2 นัด เมื่อวิ่งออกมาดูตามต้นเสียงที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ก็เห็นแต่ลูกสาวของทั้งคู่ร้องไห้อย่างหนักแต่ไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น จนสักครู่ใหญ่ได้มีญาติเข้ามาในบ้าน ก่อนแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกัน ส่วนครอบครัวนี้พักอาศัยที่บ้านหลังนี้มานานหลายสิบปี มีด้วยกัน 4 คน พ่อแม่ลูก ซึ่งก็มีนิสัยดีเจอเพื่อนบ้านก็มักทักทายตามปกติ ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้

 2,413
สังคม-อาชญากรรม
07 เม.ย. 62

สามีหึงโหดคิดว่าภรรยามีกิ๊ก ยิงภรรยาเจ็บสาหัส ก่อนยิงขมับตัวเองเสียชีวิต ลูกได้ยินเสียงปืนวิ่งมาดูพบภาพสุดช็อก

เกิดเหตุสามีหึงหวงภรรยาเข้าใจว่ามีกิ๊ก ใช้อาวุธปืนยิงภรรยาเจ็บสาหัส ก่อนยิงเข้าขมับตัวเองเสียชีวิตในห้องนอน   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ภายในชุมชนลาดพร้าว 80 แยก 11 จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมแพทย์เวร รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้าน พบศพนายชาญชัย ทองจุล อายุ 49 ปี พนักงานขับรถสำนักงานระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร มือขวาถืออาวุธปืน กระสุนถูกยิงเข้าที่ขมับขวาเสียชีวิตจมกองเลือด   บนเตียงนอนใกล้กันพบนางศิริพร ทองจุล อายุ 47 ปี ภรรยา ถูกยิงเข้าที่ขมับซ้าย ดิ้นทุรนทุราย เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.หัวเฉียว อาการสาหัส   สอบสวนลูกสาวบอกว่า เมื่อเช้ากำลังจะอาบน้ำเพื่อไปอยุธยากับพ่อแม่ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จึงรีบวิ่งไปดูพบร่างพ่อจมกองเลือด ส่วนแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้พ่อกับแม่มีปากเสียงกันรุนแรงมากว่า 3 เดือน เนื่องจากแม่คุยไลน์กับกลุ่มเพื่อน ๆ มีการส่งสติกเกอร์ทักทายสนทนากัน ทำให้พ่อเข้าใจผิดเกิดความหึงหวง และมีปากเสียงกันรุนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่พ่อจะตัดสินใจลงมือก่อเหตุ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ge42goZtP98

 1,667
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 62

อดีตสามีโหด บุกยิงเมีย-แม่ยายดับ 2 ศพคาบ้าน ตร.เร่งล่าตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ตอบโต้ภัยพิบัติเชียงรายเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยมีผู้ถูกยิงผู้เสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเมืองน้อย ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า หลังจากช่วงหัวค่ำวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา    โดยภายในห้องนอนของบ้านพบศพผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อต่อมาว่า นางอาดะ แห่นิ อายุ 63 ปี สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองจนเป็นแผลรูใหญ่เข้าที่บริเวณหลังด้านซ้ายจำนวน 1 นัด    นอกจากนี้ในห้องน้ำของบ้าน แยกจากตัวบ้านพบศพ นางนะอือ จะจู๋ อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนางอาดะ สภาพถูกกระสุนปืนชนิดเดียวกันยิงเข้าที่หลังตรงบ้านซ้ายและใกล้เอวรวมจำนวน 2 นัด ทั้งคู่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้กันสถานที่เกิดเหตุเอาไว้และแจ้งแพทย์โรงพยาบาลเวียงป่าเป้าเพื่อทำการตรวจสอบศพเบื้องต้น    จากนั้นได้เก็บรวบรวมข้อมูลและหาหลักฐานซึ่งพบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่บนบ้าน 1 ปลอก และที่พื้นดินหน้าห้องน้ำอีกจำนวน 2 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อม นำศพของผู้ตายส่งโรงพยาบาลเวียงป่าเป้า   เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุครอบครัวของ นางอาดะ เคยมีเรื่องทะเลาะกับสามีเก่าของนางนะอือ ที่เลิกรากันไปนานหลายปี ในคืนเกิดเหตุมีชาวบ้านพบอดีตสามีนางนะอือ เข้าไปที่บ้านหลังดังกล่าวและใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่ นางอาดะ ที่นอนอยู่ในห้องนอน ก่อนเสียงปืนดังลั่นบ้าน    ทำให้นางนะอือ วิ่งไปหลบอยู่ที่ห้องน้ำแต่คนร้ายก็ไม่ลดละและตามไปจ่อยิงจากปากประตูห้องน้ำจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงออกสืบสวนเพื่อหาตัวบุคคลดังกล่าวมาสอบปากคำและตรวจหลักฐานว่าลงมือสังหารโหดดังกล่าวหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ขอบคุณภาพ สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ ตอบโต้ภัยพิบัติเชียงราย      

 2,830
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

สามีระแวงเมียนอกใจใช้ปืนยิงดับ ก่อนยิงตัวตายตาม ลูกชายเผยพ่อซึมเศร้า ชอบคิดมาก

สมุทรสาคร-เกิดเหตุฆาตรกรรมภายในบ้านพื้นที่ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านปูน 2 ชั้น ที่ชั้นบนทางขึ้นบันไดหน้าห้องนอน พบศพนอนจมกองเลือด 2 ศพ โดยศพแรกเป็นผู้ชายสวมเสื้อสีดำ นอนตะแคง ในมือมีปืนอยู่ 1 กระบอก ขนาด .38 และตกใกล้กับมืออีก 1 กระบอก ขนาด .32 ทราบชื่อคือ นายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวากระสุนทะลุออกขมับซ้าย 1 นัด   ส่วนอีกศพเป็นผู้หญิงนอนหงาย มีเลือดไหลออกจากปาก ทราบชื่อคือ นางวรวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ หน้าอกขวา 1 นัด ใต้คาง 1 นัด ใต้ราวนมซ้าย 2 นัด สะโพก 1 นัด และ กลางสันหลังอีก 1 นัด ทั้งสองคนมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยพร้อมกับลูกๆ อีก 2 คน        โดยนายสิทธิชัย เป็นหัวหน้าคิวรถตู้สายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – มหาชัย นอกจากนี้ยังมีปลอกกระสุนปืนขนาด .32 ตกอยู่ 6 ปลอก อีกทั้งยังมีข้อความต่างๆ ถูกเขียนอยู่บนผนังหน้าห้อง กับที่กระจกเต็มไปหมด โดยมีถ้อยคำตัดพ้อว่าถูกเมียนอกใจ และข้อความสงสารลูกสาว   จากการสอบถามนายฐาปกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี บุตรชายของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน เล่าว่า ครอบครัวของตนมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่นานเกือบ 1 ปีแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุตนออกไปทำงาน แล้วได้รับข้อความทางไลน์จากพ่อ ที่ส่งมาร่ำลาลูกๆ จึงได้รีบขับรถจักรยานยนต์กลับมา ก็พบว่าพ่อได้ก่อเหตุยิงแม่แล้วก็ยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว   โดยพ่อของตนนั้นมีอาการซึมเศร้าชอบคิดมาก และเคยจะพาไปหาหมอแต่พ่อไม่ยอมไปพบแพทย์ ซึ่งพ่อมักจะมีปากเสียงกับแม่ด้วยความหึงหวง ทั้งๆ ที่แม่ไม่เคยทำอะไรผิด และไม่เคยนอกใจพ่อ ซึ่งก็ลูกๆ ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WaxxXlPWhXU

 1,438
ข่าวภูมิภาค
13 ธ.ค. 61

สามีระแวงเมียมีชู้ วางยาฝ่ายหญิงดับ ก่อนผูกคอตายตามคาหอพัก

อยุธยา-พบศพคู่สามีภรรยา เสียชีวิตในหอพักย่าน อ.เสนา โดยศพแรกเป็นหญิงอายุ 31 ปี เสียชีวิตมาแล้ว 4 วัน ส่วนศพที่สองอยู่ที่ประตูด้านหลังเป็นชายอายุ 48 ปี แฟนหนุ่ม ใช้สายอากาศโทรทัศน์ผูกคอกับขอบประตู ตรวจสอบภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย   ขณะเดียวกันยังพบขวดเบียร์ 3 ขวด ดื่มหมดแล้ว ทั้งยังมีขวดน้ำอัดลมที่เหลืออยู่ครึ่งขวด ซึ่งในน้ำอัดลมมีคราบอะไรบางอย่างเปรอะเปื้อนอยู่ อีกทั้งสีน้ำอัดลมก็เพี้ยนผิดปกติ รวมถึงมีแก้วน้ำแก้วกาแฟวางอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่สำคัญได้เจอจดหมายเขียนด้วยลายมือบนกระดาษ เอสี่ ระบุว่า   "ผมเอาเมียผมไปด้วย ผมขอโทษ ผมรักเมียผมมาก แต่เมียผมทำกับผมได้ ผมยอมตายเมียผมมี… ผมทำดีที่สุดแล้ว ตายดีกว่าอยู่"   ด้าน รปภ.หอพัก ให้การว่า วันนี้มีผู้พักอาศัยในหอพักได้กลิ่นเหม็นออกมาจากภายในตึก แต่ไม่ทราบว่าห้องไหน จึงช่วยกันออกตามหากลิ่นว่ามาจากห้องไหน จนมาพบว่ากลิ่นรุนแรงออกมาจากห้องเกิดเหตุที่ประตูล็อกอยู่ ก่อนตัดสินใจงัดบานเกล็ดหน้าต่างดูก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย จึงรีบแจ้งตำรวจทันที   ต่อมา ลูกชายวัย 21 ปี ของฝ่ายชายที่รู้ข่าวก็รีบมาดูศพ และเล่าทั้งน้ำตาว่า บิดาเลิกกับมารดามาหลายปีแล้ว ก่อนจะมาคบหากับฝ่ายหญิงได้ 2 ปี และแยกตัวมาเช่าหอพักแห่งนี้อยู่ได้ประมาณ 2 เดือน รู้แค่ว่าทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยๆ กระทั่งต้องช็อกเมื่อเพื่อนโทรศัพท์ไปบอกว่าว่าบิดาเสียชีวิตแล้วจึงรีบมาดู   เบื้องต้นตำรวจสอบสวนแล้วทราบว่า ฝ่ายชายมีอาชีพเป็นพนักงานขับรถบรรทุก ส่วนฝ่ายหญิงเป็นพนักงานร้านเสริมเสวย ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อย เนื่องจากสามีระแวงว่าภรรยาซึ่งมีรูปร่างหน้าตาดีจะไปคบหากับชายอื่น จึงเกิดความหึงหวงและมีปากเสียงกันเป็นประจำ   ก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกัน ฝ่ายภรรยากดล็อกประตูไม่ให้สามีเข้าห้อง จนตำรวจต้องมาเจรจาถึงยอมเปิดประตูให้ จากวันนั้นก็ไม่มีใครในหอพักได้พบเจอผู้ตายทั้งคู่อีกเลย คาดว่าสามีน่าจะก่อเหตุตั้งแต่วันนั้น โดยน่าจะผสมยาบางอย่างให้ภรรยาดื่มกินจนเสียชีวิต จากนั้นก็ห่มผ้าให้เรียบร้อย พร้อมกับไปซื้อเบียร์มานั่งดื่มกินคนเดียวแบบข้ามวันข้ามคืน ก่อนจะเขียนจดหมายลาและตัดสินใจผูกคอตายตามในวันถัดมา   ซึ่ง จนท.จะส่งศพไปชันสูตรอีกครั้งว่า ถูกวางยาจนเสียชีวิตหรือไม่ และถ้าถูกวางยาจริงยาชนิดนี้เป็นยาอะไร พร้อมทั้งจะเชิญญาติมาสอบถามเพื่อสรุปสำนวนคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1zl2odl4yzk

 6,063
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

สามีหึงโหด อุ้มลูกยิงเมียดับกลางร้านสะดวกซื้อ

สุโขทัย-มีผู้เสียชีวิตจากการถูกยิง บริเวณร้านสะดวกซื้อ ภายในปั๊มน้ำมัน สี่แยกคลองโพ อ.เมือง สุโขทัย พบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด อยู่ภายในเคาน์เตอร์เก็บเงินของร้าน ทราบชื่อคือ นส.สุพิชฌาย์ สาทเทศ อายุ 31 ปี   โดยเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ก่อเหตุคือสามีของผู้เสียชีวิต ชื่อนายไพโรจน์ เกิดช้ำ อายุ 33 ปี ซึ่งทั้งคู่มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง โดยนายไพโรจน์มั่นใจว่าผู้ตายเริ่มตีตัวออกห่าง และบล็อกตัวเองไม่ให้รู้ความเคลื่อนไหว อีกทั้งมีการขู่กันหลายครั้งทางช่องทางเฟซบุ๊ก   ภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังทำงานอยู่ นายไพโรจน์ได้เข้ามาครั้งแรกพร้อมกับลูกชายวัย 4 ขวบเศษ เพื่อต่อว่าผู้ตาย แต่ผู้ตายบอกให้พาลูกออกไปก่อน นายไพโรจน์จึงพาลูกออกไปข้างนอก และกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมปืนลูกซองสั้น ไทยประดิษฐ์ มุ่งตรงหาผู้ตายภายในเคาน์เตอร์ และยิงประชิดเข้าด้านหลังบริเวณไหล่ซ้าย ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตทันที ส่วนนายไพโรจน์เดินออกจากร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ด้านข้าง และขับออกไปพร้อมกับลูกชายที่พามาด้วย   หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ได้มีเพื่อนของผู้ตายนำเฟซบุ๊กของนายไพโรจน์มาดู พบว่าได้โพสต์ข้อความถึงความโกรธแค้นที่ผู้ตายตีตนออกห่าง มีการโพสต์ภาพปืน และคำขู่ แต่ไม่คิดว่าจะมาทำร้ายกันจริงๆ ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณหนึ่งปี ทั้งคู่มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน และทราบว่าอยู่กินกันฉันสามีภรรยามาถึง 5 ปีแล้ว   ทางด้านหลังจากตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากเก็บหลักฐาน และสวบสวนที่เกิดเหตุแล้ว ได้กระจายกำลังตามตัวนายไพโรจน์มารับความผิดข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและพกอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งคาดว่าตามตัวมารับข้อกล่าวหาได้ในเร็วๆนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pBKu9_gyD14

 4,130
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
12 พ.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 พ.ย.61 จับสามีสาดน้ำกรดเมีย-พ่อแม่ลูกสลบคารถ-จตุพรบอกเลือกตั้งไม่มีจริง

-ชาวบ้านบางสะพานน้อยและเด็ก 21 คนติดค้างบนภูเขา 3 วัน สภาพหิวโซ จนท.ขี่เจ็ทสกีไปรับทีละคน ทั้งหมดปลอดภัยใช้เวลารวม 7 ชม. บางสะพานน้ำลดแล้ว ชุมพรยังท่วมสูงเสียหายหนัก 120 ล้าน ชี้น้ำท่วมหนัก 3 จังหวัดภาคใต้เสียชีวิต 3 ราย (ภาคเหนือยังมีฝนฟ้าคะนอง แต่อีสาน-กลาง-ตะวันออก-ใต้ ฝนลดลง)   -จับแล้วสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่ภรรยาเสียชีวิต หนีไปอยู่กับเพื่อนที่นครสวรรค์ ตร.เตรียมแถลงข่าวบ่ายนี้ ครอบครัวแห่โลงศพประท้วงหน้า รพ.พระราม2 ปมปฏิเสธการรักษา ปล่อยให้นั่งแท็กซี่ไปรักษา รพ.ที่มีประกันสังคม จนทนไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด รพ.แจงไม่เข้าข่ายฉุกเฉิน ดูแผลแล้วไม่สาหัส บอกถ้าจะรักษาต้องเสียส่วนต่าง ผู้ป่วยเลยขอย้ายเอง อัจฉริยะพาญาติเข้าเจรจากับหมอ เดือดถึงขั้นชี้หน้าตบโต๊ะ (รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา)   -อุบัติเหตุสยองที่สุพรรณบุรี เสี่ยเจ้าของร้านทองขับเก๋งออดี้ป้ายแดง พุ่งชนรถพ่วง ก่อนที่พ่วงของรถบรรทุกจะกระเด็นไปทับกระบะที่ขับผ่านมาพอดีจนหลังคาเปิด ทำให้คนในรถกระบะตาย 5 ศพ คนขับรถพ่วงยืนรอ จนท.เล่าเหตุการณ์ (เสี่ยร้านทองขับเก๋งป้ายแดง ชนรถพ่วงกระเด็นใส่กระบะ ดับสยอง 5 ศพ เจ็บ 1 )   -จตุพร จี้ กกต.และคสช.บอกความจริงให้ ปชช.ว่าเลือกตั้ง 24 ก.พ.ไม่มีจริง  จะถูกเลื่อนออกไป 100% เพราะยังมีพรรคการเมืองรอจดทะเบียนกับ กตต. เชื่อว่าอีกไม่กี่วัน กกต.จะออกมายอมรับว่าไม่ทัน ขอให้ ปชช.อดทน วิษณุชี้หากไม่ทันก็เป็นอำนาจของ กกต.ไม่ใช่ คสช. แต่เลขา กกต.ยืนยันว่า พร้อมจัดเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แน่นอน ตอนนี้เร่งพิจารณาจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่อีกเพียง 12 พรรคเท่านั้น (กกต.โต้ 'จตุพร' ยันจดทะเบียนพรรคทัน ได้เลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แน่)   -วิษณุบอกนายกฯต้องวางตัวเป็นกลาง หากถูกพรรคการเมืองเสนอชื่อให้เป็นนายกฯอีกครั้ง ไม่สามารถพูดโน้มน้าวให้พูดเลือกพรรคนั้นๆได้ แม้จะอยู่นอกเวลาราชการก็ตาม เพราะถือเป็น จนท.ของรัฐ และไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัยกับพรรคการเมืองได้ แม้จะเดินสายลงพื้นที่ในฐานะนายกฯได้ก็ตาม ทำได้เพียงพูดเชิญชวนให้คนมาเลือกตั้ง   -พรรคพลังประชารัฐเตรียมเปิดรับสมัครสมาชิกพรรควันแรก 13 พ.ย.61 สี่ รมต.จะมาประเดิมสมัคร ก่อนไปประชุม ครม. สนธิรัตน์บอกมีคนสนใจจะลง ส.ส.ให้ พปชร.จำนวนมาก จนเกิดปัญหาทับซ้อนกันหลักร้อยเขต ทางพรรคต้องใช้วิธีทำโพล เพื่อดูคะแนนนิยมแต่ละคน   -พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรค 41 คน อภิสิทธิ์นั่งหัวหน้าพรรคตามผลการหยั่งเสียง หมอวรงค์-อลงกรณ์ขอถอนตัวหลังมีคนเสนอชื่อ เลือกจุติเป็นเลขาพรรค อภิรักษ์เป็น ปธ.สรรหาผู้รับสมัคร ส.ส. อภิสิทธิ์บอกการหยั่งเสียงแค่ปีนภูเขา แต่การไปถึงยอดเขาคือต้องชนะเลือกตั้ง และเป็นแกนนำรบ. (ที่ประชุม ปชป.เลือก 'อภิสิทธิ์' เป็นหัวหน้าอีกสมัย เตรียมเปิดตัวสมาชิกพรรคคนรุ่นใหม่)   -สุดารัตน์ลงพื้นที่ห้างแพลทตินั่ม ประตูน้ำ ชวน ปชช.สมัครสมาชิกพรรค เผย ปชช.สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ ยอดขายตก บอกการที่สมาชิกพรรคนย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิทธิของแต่ละคน ('คุณหญิงหน่อย' ควง 'น้องจินนี่' ลูกสาวลงพื้นที่ประตูน้ำ โลกออนไลน์แซวสังกัดพรรคเพื่อเธอ)   -คลังเลื่อนคืนภาษี VAT ผ่านบัตรคนจนออกไปอีก 1 เดือน ไปเริ่ม ธ.ค. เพราะยังวางระบบคอมพิวเตอร์ยังไม่เสร็จ (คลังเลื่อนคืนภาษี vat ผ่านบัตรคนจน เริ่ม ธ.ค. เหตุวางระบบคอมฯยังไม่เสร็จ )   -กรมศิลปากรสั่งขูดทองทิ้ง โบสถ์สีทองวัดไลย์ จ.ลพบุรี เพราะชาวบ้านทาสีกันเองโดยไม่ได้ขออนุญาต ซ้ำยังเป็นสีน้ำมัน ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ได้ ส่งผลเสียต่อโบราณวัตถุ พอเกิดความชื้นก็จะลอกต้องทาใหม่ ผิดหลักการบูรณะ แฉคนที่มาทาสีทองเป็นกลุ่มคนมีหน้ามีตาในลพบุรี เป็นอดีต ส.ส.วัดกับชาวบ้านเลยเกรงใจ นายช่างศิลปากรเคยไปแจ้งความแล้ว แต่คนกลุ่มนี้ยังไม่หยุดทา กรมศิลป์เร่งสำรวจวัดทั้งจังหวัด สั่งระงับการทาแล้ว (กรมศิลป์สั่งขูดสีทองโบสถ์วัดไลย์ ลพบุรี แฉอดีต ส.ส.พาพวกมาทา ชาวบ้านเกรงใจห้ามไม่ได้ )   -3 ชีวิต พ่อแม่ลูก สลบคารถบนทางด่วนบูรพาวิถี หลังขับรถไปเที่ยวบางแสน ระหว่างทางได้กลิ่นเหม็นเหมือนท่อไอเสีย จนเวียนหัวขับต่อไม่ได้ ต้องจอดข้างทาง หมดสติทั้งคัน จนท.เคาะกระจกเรียกจนพ่อรู้สึกตัวเปิดกระจกรถ พบลูกสลบ ส่วนเมียนอนน้ำลายฟูมปาก ส่งรพ.รอดตายหวุดหวิด ตร.ตั้งประเด็นจากท่อไอเสียรั่ว ควันเลยเข้าภายในรถ (พ่อแม่ลูกสลบคาเก๋ง บนทางด่วน ชักเกร็ง-น้ำลายฟูมปาก คาดควันจากท่อไอเสียเข้ารถ )   -แค้นสาวตีจาก ยิงหัวหนุ่มติวเตอร์ที่มาติดพันแฟนเก่า ก่อนนำศพยัดใต้รถแท็กซี่ย่านประชาชื่น ทำท่าทางเหมือนซ่อมรถ พยานเห็นผิดสังเกต นอนท่าเดียวผิดปกติ ผู้ต้องหาซิ่งกระบะหนี แล้วเกิดรถชน ตร.นำกำลังบุกจับทันควัน ผู้ต้องหาสารภาพวางแผนก่อเหตุเพราะความหึงหวง ด้านฝ่ายหญิงบอกแฟนเก่าเคยอาฆาตไว้ ถ่ามีแฟนใหม่จะฆ่าให้ตาย   -เปิดใช้แล้ว สะพานเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง ขยับแนวทางขึ้นสะพานไม่ให้ขวางช่องทางหลัก ช่วยลดปัญหารถติดบน ถ.วิภาวดี (เปิดใช้สะพานเข้าสนามบินดอนเมือง แก้ปัญหารถติด ถ.วิภาวดี)   -แหลม ศรีสะเกษ แชมป์โลก เข้าพิธีวิวาห์น้องจ๊ะจ๋าหวานชื่น หอบเงิน 3 ล้าน ทองคำ 20 บาท จัดงานที่บ้านเจ้าสาว จ.ชุมพร บอกตื่นเต้นกว่าขึ้นชกมวย หลังแต่งแรงไม่ตกแน่นอน จะขยันฟิตซ้อมกว่าเดิม ขอมีลูก 3 คนหญิงก็ได้ชายก็ดี ('แหลม ศรีสะเกษ' หอบสินสอด 3 ล้าน-ทอง 20 บาทแต่ง 'น้องจ๊ะจ๋า' ลั่นแต่งแล้วแรงดี ขอมีลูก 3 คน)   -วงการนักเขียนสูญเสีย คัทลียา นุดล เจ้าของคอลัมน์ คัทลียาจ๊ะจ๋า ในหน้าสตรี นสพ.ไทยรัฐ หลังล้มป่วย 8 ปีจากโรคอัลไซเมอร์และเบาหวาน รวมอายุ 67 ปี ญาติจัดพิธีทางคริสต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q0uxK9OLp50

 2,885

Top