ค้นหา :

ผลการค้นหา "นั่งท้ายกระบะ"

สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 62

โดนหลายข้อหาหนัก หนุ่มซิ่งกระบะเทกระจาดตายหมู่ 13 ศพ

สมุทรปราการ-จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลัก พลิกคว่ำบนถนนกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี สมุทรปราการ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 13 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ รวมทั้งคนขับที่ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดของ อบต.ราชาเทวะ บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ จนกระทั่งอาการของนายนิตยา สุขจันทร์ ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวดีขึ้นเกือบเป็นปกติ   ด้านนายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 27 ปี คนขับรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุ ได้มาสอบปากคำเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหา ระบุว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากงานเลี้ยงเลิกตนได้ขับรถพานักศึกษาฝึกงาน และคนงานในอู่ออกมาดูคอนเสิร์ตหมอลำซิ่ง โดยมีบางคนนั่งรถแท็กซี่ตามมา หลังจากคอนเสิร์ตเลิกในระหว่างที่กำลังจะเดินทางกลับที่พัก ได้มีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งไม่ทราบว่าพวกไหนได้ขว้างปาขวดใส่ตนและพวก ตนจึงตัดสินใจบอกให้ทุกคนรีบขึ้นรถเพราะกลัวจะมีเรื่อง   ก่อนที่จะขับรถออกมาด้วยความเร็ว เพราะกลัวจะมีเรื่อง ยอมรับว่าตนขับรถเร็ว และมาเจอรถคันหน้าขับช้าตนจึงพยายามแซง จังหวะที่แซงตนรู้สึกเหมือนรถจะพลิกตนจึงหักพวงมาลัยคืนหลังจากนั้นตนก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย ขณะที่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบเก็บพยานและหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยมีการปิดถนนจำลองเหตุการณ์ เพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนการสอบสวน   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถในขณะเมาสุรา หรือเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากว่านายนิตยา มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ไม่เกิน 1 ปี ตาม พรบ.จราจรทางบก โดยทั่วไปปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ถ้าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าขับรถในขณะเมาสุรา แต่ว่ามีข้อยกเว้นในกรณีที่ผู้ขับขี่ได้รับใบอนุญาตประเภทชั่วคราว ถ้ามีค่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าขับรถในขณะเมาสุรา   ซึ่งผลการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของนายนิตยา มีเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงถูกแจ้งข้อหานี้ไปด้วย และยังมีข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ทั้งทรัพย์สินทางราชการและทรัพย์สินที่เป็นของประชาชนด้านข้างถนน ใช้รถไม่ตรงกับประเภทที่จดทะเบียนไว้ คือรถบรรทุกสิ่งของแต่นำมาบรรทุกคน ถือว่าเป็นการใช้รถไม่ตรงใช้รถไม่ตรงกับประเภทที่จดทะเบียนไว้   ทั้งนี้นายนิตยายอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการดื่มสุราแต่ก็ในปริมาณไม่มากตามที่แพทย์พบ และก็ขับรถมาด้วยความเร็วจากที่สอบสวนทราบว่าร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง มีการขับรถแซงแท็กซี่กะทันหัน ทำให้รถเสียการทรวงตัว แล้วทำให้พลิกคว่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C13Ej6gwi_A

 10,649
อาชญากรรม
04 ต.ค. 62

โดนหลายข้อหาหนัก หนุ่มซิ่งกระบะเทกระจาดตายหมู่ 13 ศพ

สมุทรปราการ-จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลัก พลิกคว่ำบนถนนกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี สมุทรปราการ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 13 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ รวมทั้งคนขับที่ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดของ อบต.ราชาเทวะ บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ จนกระทั่งอาการของนายนิตยา สุขจันทร์ ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวดีขึ้นเกือบเป็นปกติ   ด้านนายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 27 ปี คนขับรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุ ได้มาสอบปากคำเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหา ระบุว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากงานเลี้ยงเลิกตนได้ขับรถพานักศึกษาฝึกงาน และคนงานในอู่ออกมาดูคอนเสิร์ตหมอลำซิ่ง โดยมีบางคนนั่งรถแท็กซี่ตามมา หลังจากคอนเสิร์ตเลิกในระหว่างที่กำลังจะเดินทางกลับที่พัก ได้มีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งไม่ทราบว่าพวกไหนได้ขว้างปาขวดใส่ตนและพวก ตนจึงตัดสินใจบอกให้ทุกคนรีบขึ้นรถเพราะกลัวจะมีเรื่อง   ก่อนที่จะขับรถออกมาด้วยความเร็ว เพราะกลัวจะมีเรื่อง ยอมรับว่าตนขับรถเร็ว และมาเจอรถคันหน้าขับช้าตนจึงพยายามแซง จังหวะที่แซงตนรู้สึกเหมือนรถจะพลิกตนจึงหักพวงมาลัยคืนหลังจากนั้นตนก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย ขณะที่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบเก็บพยานและหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยมีการปิดถนนจำลองเหตุการณ์ เพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนการสอบสวน   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถในขณะเมาสุรา หรือเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากว่านายนิตยา มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ไม่เกิน 1 ปี ตาม พรบ.จราจรทางบก โดยทั่วไปปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ถ้าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าขับรถในขณะเมาสุรา แต่ว่ามีข้อยกเว้นในกรณีที่ผู้ขับขี่ได้รับใบอนุญาตประเภทชั่วคราว ถ้ามีค่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าขับรถในขณะเมาสุรา   ซึ่งผลการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของนายนิตยา มีเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงถูกแจ้งข้อหานี้ไปด้วย และยังมีข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ทั้งทรัพย์สินทางราชการและทรัพย์สินที่เป็นของประชาชนด้านข้างถนน ใช้รถไม่ตรงกับประเภทที่จดทะเบียนไว้ คือรถบรรทุกสิ่งของแต่นำมาบรรทุกคน ถือว่าเป็นการใช้รถไม่ตรงใช้รถไม่ตรงกับประเภทที่จดทะเบียนไว้   ทั้งนี้นายนิตยายอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการดื่มสุราแต่ก็ในปริมาณไม่มากตามที่แพทย์พบ และก็ขับรถมาด้วยความเร็วจากที่สอบสวนทราบว่าร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง มีการขับรถแซงแท็กซี่กะทันหัน ทำให้รถเสียการทรวงตัว แล้วทำให้พลิกคว่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C13Ej6gwi_A

 10,649
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

เปิดอีกมุม กระบะมรณะ 13 ศพ พ่อคนขับกระบะขอโทษ ยันลูกชายเหมือนตายทั้งเป็น

จากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะซิ่งแซงขวาอย่างรวดเร็วจนเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณหน้าปากซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ม.12 ถ.กิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษที่ถูกส่งมาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บสาหัส 6 ราย โดยศพผู้เสียชีวิตญาตินำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดแล้ว   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณจุดเกิดเหตุยังคงมีเศษซากรถกระบะ รองเท้าและเครื่องแต่งกายของผู้เสียชีวิต ตกอยู่รอบบริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ก็ได้รับความเสียหายพังยับเยิน ห้างร้านที่ได้รับความเสียจากแรงกระแทกของรถกระบะได้เก็บกวาดทำความสะอาดหน้าร้านของตนเองเพื่อเปิดให้บริการตามปกติ    เพื่อนของผู้ตายและผู้ที่อาศัยละแวกนั้นต่างพากันนำธูปไปจุด และนำของเซ่นไหว้ทั้งอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ เสื้อผ้าของผู้ตายไปวางไว้บริเวณจุดเกิดเหตุรวมถึงในตู้โทรศัพท์ด้วยเพื่อบอกกล่าวดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติ  ชาวบ้านจับกลุ่มคุยกันถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น บางคนบอกนอนอยู่บนบ้านได้ยินเสียงรถขับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้ยินเสียงรถพลิกคว่ำจึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นคนนอนตายเกลื่อนถนน   ขณะที่ร้านเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตรงจุดเกิดเหตุ เปิดกล้องวงจรปิดอีกมุม (มี 4 กล้อง) ซึ่งอยู่บริเวณหน้าร้านบันทึกภาพชัดเจน โดยรถกระบะคันดังกล่าวขับแซงรถคันอื่นมาในเลนขวาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำพุ่งอัดเสาไฟและร้านค้าริมทางอย่างแรง ซึ่งวงจรปิดยังไม่พบว่ามีการขับแข่งกันมา เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ   ผู้สื่อข่าวไปเจอนางสรัลพร รินรมย์ แม่ของนายพุฒธพงษ์  รินรมย์ หรือเปา อายุ 21 ปี คนงานของอู่ซ่อมรถที่ได้รับบาดเจ็บ เผยว่า หลังจากทราบเรื่องตกใจมากรีบเดินทางนั่งรถไฟมาจาก จ.ศรีสะเกษ กับลูกสาว 2 คน มีเงินติดตัว 40 บาท เพื่อมาหาลูกชาย อาการยังสาหัสพอตอบสนองได้บ้าง แต่ร่างกายบอบช้ำทั้งตัว ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้สงสารลูกเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว เหตุที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรบ่งบอกเป็นลางเลย   ตนพยายามไปกระซิบข้างหูของลูกชายบอกว่า แม่มาแล้วนะ เขาก็พยักหน้าตอบรับ ตอนนี้น้องยังพูดอะไรไม่ได้เพราะหมอใส่สายเครื่องช่วยหายใจนอนอยู่ในห้องไอซียู อยากให้คนขับรถกระบะช่วยรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ตอนนี้หมดเงินไปเกือบ 6 หมื่นบาทแล้ว แค่อยากรักษาลูกชายให้หาย หมอบอกอาการของลูกชายเริ่มดีขึ้นตนก็รู้สึกโล่งใจแต่ก็ยังเป็นห่วงอาการทางสมอง   ด้านนายเลิศ สุขจันทร์ อายุ 55 ปี พ่อของนายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 27 ปี  คนขับรถกระบะซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เครียดนั่งปาดน้ำตายกมือไหว้ขอโทษแทนลูกชาย ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียทั้งหมด หลังเกิดเหตุรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูก เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดแต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็พร้อมยอมรับผิด แม้ลูกของตนจะรอดชีวิตแต่ก็เสียใจไม่น้อย เห็นคลิปวงจรปิดมันพูดไม่ออก   ตนได้สอบถามลูกชาย บอกว่าดื่มเหล้าจริงแต่ไม่เมายังมีสติเพราะรู้ว่าต้องขับรถ ลูกชายกลัวจะมีเรื่องในงานหมอลำจึงชวนน้อง ๆ กลับ ระหว่างทางรถข้างหน้าขับช้า เขารีบจึงขับแซงเห็นรถอีกคันอยู่ข้างหน้าจึงพยายามหักหลบจนเสียหลักพลิกคว่ำ ตอนนี้ลูกชายทราบเรื่องแล้วเขาเสียใจมากนอนร้องไห้น้ำตาไหลพูดตัดพ้อว่าอยากตาย เห็นน้องๆ ตายทำไมตนเองไม่ตายไปด้วย เขาอยู่จิตใจก็เหมือนตายทั้งเป็น    นายเลิศยอมรับลูกชายขับรถเร็วประมาท นอกจากนายนิตยา ซึ่งเป็นลูกชายคนโตที่บาดเจ็บแล้ว นายรณชัย สุขจันทร์ อายุ 21 ปี ลูกชายคนเล็ก ทำงานอยู่อู่เดียวกันและประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย อาการลูกชายยังสาหัสทั้ง 2 คน  หลังจัดการทางนี้เสร็จจะเดินทางไป จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปกราบศพดูแลครอบครัวผู้สูญเสียเท่าที่จะทำได้ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วมันแก้ไขอะไรไม่ได้อีกก็ได้แต่ทำใจ   ทางคดี พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว  กล่าวว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เมื่อวานนี้ (30ก.ย.)ได้สอบปากคำนางสาวยุพิน กรินกระโทก อายุ 22 ปี ซึ่งนั่งมาในรถกระบะซึ่งพอให้การได้ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิครินทร์ สำหรับรถยนต์คันเกิดเหตุได้ประสาน จนท.กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจพิสูจน์ว่าใช้ความเร็วเท่าไหร่ และตรวจร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุ   ส่วนคนขับรถกระบะอาการสาหัส ยังไม่สามารถให้การอะไรได้ เบื้องต้นคาดเมาขับรถด้วยความเร็วและประมาท ยังไม่พบว่ามีการขับรถแข่งกันมา ในวงจรปิดเห็นขับแซงรถแท็กซี่เพียงคันเดียว อยู่ระหว่างไล่วงจรปิดเพิ่มเติมว่าก่อนถึงจุดเกิดเหตุมีการขับแข่งกันมาหรือไม่   โดยตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับใคร เบื้องต้นคนขับรถกระบะอาจถูกแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินผู้อื่นรวมถึงทรัพย์สินราชการเสียหาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hxe0Wp01wlA

 26,382
อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

เปิดอีกมุม กระบะมรณะ 13 ศพ พ่อคนขับกระบะขอโทษ ยันลูกชายเหมือนตายทั้งเป็น

จากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะซิ่งแซงขวาอย่างรวดเร็วจนเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณหน้าปากซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ม.12 ถ.กิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษที่ถูกส่งมาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บสาหัส 6 ราย โดยศพผู้เสียชีวิตญาตินำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดแล้ว   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณจุดเกิดเหตุยังคงมีเศษซากรถกระบะ รองเท้าและเครื่องแต่งกายของผู้เสียชีวิต ตกอยู่รอบบริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ก็ได้รับความเสียหายพังยับเยิน ห้างร้านที่ได้รับความเสียจากแรงกระแทกของรถกระบะได้เก็บกวาดทำความสะอาดหน้าร้านของตนเองเพื่อเปิดให้บริการตามปกติ    เพื่อนของผู้ตายและผู้ที่อาศัยละแวกนั้นต่างพากันนำธูปไปจุด และนำของเซ่นไหว้ทั้งอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ เสื้อผ้าของผู้ตายไปวางไว้บริเวณจุดเกิดเหตุรวมถึงในตู้โทรศัพท์ด้วยเพื่อบอกกล่าวดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติ  ชาวบ้านจับกลุ่มคุยกันถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น บางคนบอกนอนอยู่บนบ้านได้ยินเสียงรถขับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้ยินเสียงรถพลิกคว่ำจึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นคนนอนตายเกลื่อนถนน   ขณะที่ร้านเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตรงจุดเกิดเหตุ เปิดกล้องวงจรปิดอีกมุม (มี 4 กล้อง) ซึ่งอยู่บริเวณหน้าร้านบันทึกภาพชัดเจน โดยรถกระบะคันดังกล่าวขับแซงรถคันอื่นมาในเลนขวาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำพุ่งอัดเสาไฟและร้านค้าริมทางอย่างแรง ซึ่งวงจรปิดยังไม่พบว่ามีการขับแข่งกันมา เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ   ผู้สื่อข่าวไปเจอนางสรัลพร รินรมย์ แม่ของนายพุฒธพงษ์  รินรมย์ หรือเปา อายุ 21 ปี คนงานของอู่ซ่อมรถที่ได้รับบาดเจ็บ เผยว่า หลังจากทราบเรื่องตกใจมากรีบเดินทางนั่งรถไฟมาจาก จ.ศรีสะเกษ กับลูกสาว 2 คน มีเงินติดตัว 40 บาท เพื่อมาหาลูกชาย อาการยังสาหัสพอตอบสนองได้บ้าง แต่ร่างกายบอบช้ำทั้งตัว ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้สงสารลูกเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว เหตุที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรบ่งบอกเป็นลางเลย   ตนพยายามไปกระซิบข้างหูของลูกชายบอกว่า แม่มาแล้วนะ เขาก็พยักหน้าตอบรับ ตอนนี้น้องยังพูดอะไรไม่ได้เพราะหมอใส่สายเครื่องช่วยหายใจนอนอยู่ในห้องไอซียู อยากให้คนขับรถกระบะช่วยรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ตอนนี้หมดเงินไปเกือบ 6 หมื่นบาทแล้ว แค่อยากรักษาลูกชายให้หาย หมอบอกอาการของลูกชายเริ่มดีขึ้นตนก็รู้สึกโล่งใจแต่ก็ยังเป็นห่วงอาการทางสมอง   ด้านนายเลิศ สุขจันทร์ อายุ 55 ปี พ่อของนายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 27 ปี  คนขับรถกระบะซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เครียดนั่งปาดน้ำตายกมือไหว้ขอโทษแทนลูกชาย ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียทั้งหมด หลังเกิดเหตุรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูก เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดแต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็พร้อมยอมรับผิด แม้ลูกของตนจะรอดชีวิตแต่ก็เสียใจไม่น้อย เห็นคลิปวงจรปิดมันพูดไม่ออก   ตนได้สอบถามลูกชาย บอกว่าดื่มเหล้าจริงแต่ไม่เมายังมีสติเพราะรู้ว่าต้องขับรถ ลูกชายกลัวจะมีเรื่องในงานหมอลำจึงชวนน้อง ๆ กลับ ระหว่างทางรถข้างหน้าขับช้า เขารีบจึงขับแซงเห็นรถอีกคันอยู่ข้างหน้าจึงพยายามหักหลบจนเสียหลักพลิกคว่ำ ตอนนี้ลูกชายทราบเรื่องแล้วเขาเสียใจมากนอนร้องไห้น้ำตาไหลพูดตัดพ้อว่าอยากตาย เห็นน้องๆ ตายทำไมตนเองไม่ตายไปด้วย เขาอยู่จิตใจก็เหมือนตายทั้งเป็น    นายเลิศยอมรับลูกชายขับรถเร็วประมาท นอกจากนายนิตยา ซึ่งเป็นลูกชายคนโตที่บาดเจ็บแล้ว นายรณชัย สุขจันทร์ อายุ 21 ปี ลูกชายคนเล็ก ทำงานอยู่อู่เดียวกันและประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย อาการลูกชายยังสาหัสทั้ง 2 คน  หลังจัดการทางนี้เสร็จจะเดินทางไป จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปกราบศพดูแลครอบครัวผู้สูญเสียเท่าที่จะทำได้ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วมันแก้ไขอะไรไม่ได้อีกก็ได้แต่ทำใจ   ทางคดี พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว  กล่าวว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เมื่อวานนี้ (30ก.ย.)ได้สอบปากคำนางสาวยุพิน กรินกระโทก อายุ 22 ปี ซึ่งนั่งมาในรถกระบะซึ่งพอให้การได้ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิครินทร์ สำหรับรถยนต์คันเกิดเหตุได้ประสาน จนท.กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจพิสูจน์ว่าใช้ความเร็วเท่าไหร่ และตรวจร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุ   ส่วนคนขับรถกระบะอาการสาหัส ยังไม่สามารถให้การอะไรได้ เบื้องต้นคาดเมาขับรถด้วยความเร็วและประมาท ยังไม่พบว่ามีการขับรถแข่งกันมา ในวงจรปิดเห็นขับแซงรถแท็กซี่เพียงคันเดียว อยู่ระหว่างไล่วงจรปิดเพิ่มเติมว่าก่อนถึงจุดเกิดเหตุมีการขับแข่งกันมาหรือไม่   โดยตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับใคร เบื้องต้นคนขับรถกระบะอาจถูกแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินผู้อื่นรวมถึงทรัพย์สินราชการเสียหาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hxe0Wp01wlA

 26,382
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ย. 62

เปิดคลิปสุดท้ายก่อนดับ นศ.เทคนิคตายหมู่ 13 ศพ ญาติร้องระงมรับร่างกลับบ้านเกิด ชี้แรงเหวี่ยงเท่าตกตึก 19 ชั้น

จากกรณีรถกระบะของกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ มาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งย่านบางพลี ประสบอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณปากทางเข้าซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย (เป็นนักศึกษาฝึกงาน 9 ศพ/ คนงานของอู่ 4 ศพ ) บาดเจ็บ 5 ราย   เหตุการณ์นี้กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพ ขณะที่รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ผจ 5322 ระยอง เสียหลักพลิกคว่ำจากเลนขวาของถนน ก่อนพุ่งขึ้นฟุตบาทอัดเสาไฟฟ้า จนร่างของผู้โดยสารที่นั่งมาท้ายรถกระบะกระเด็นออกจากรถเสียชีวิตเกลื่อนถนน   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเกิดเหตุทางอู่ ภัทร บอดี้ เซอร์วิส ได้จัดงานเลี้ยงส่งให้กับนักศึกษากลุ่มนี้เนื่องจากฝึกงานเป็นวัดสุดท้าย โดยช่วงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำทุกคนได้ดื่มเหล้าดื่มเบียร์กันอย่างสนุกสนาน กระทั่งช่วงดึกได้ชักชวนกันไปดูหมอลำซิ่งที่ซอยกิ่งแก้ว 2 หลังคอนเสิร์ตจบก่อนที่กลุ่มผู้ตายจะเดินทางกลับที่พักในซอยกิ่งแก้ว 22 ยังได้ถ่ายรูปนั่งและยืนอยู่ที่ท้ายรถกระบะส่งให้เพื่อนดูทางไลน์ โดยบอกว่า “กำลังกลับห้อง” ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้น   ด้านผู้จัดการอู่ให้ข้อมูลว่า นักศึกษามาฝึกงานเป็นเวลา 1 ปี  ได้เริ่มฝึกตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก่อเกิดเหตุทางอู่ได้จัดงานเลี้ยงส่งเพราะเป็นการฝึกงานวันสุดท้าย จากนั้นประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ หลังกินเลี้ยงเสร็จ กลุ่มนักศึกษาฝึกงานและคนงานของอู่ฯได้พากันไปดูหมอลำซิ่ง   เพราะหลังเลิกกินเลี้ยง ทางอู่ก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายไปนอน ซึ่งก็ไม่ทราบว่ากลุ่มนักศึกษาจะพากันไปต่อที่ไหนหรือไม่ หลังทราบเรื่องคนงานที่อู่ทุกคนช็อกมาก เพิ่งเลี้ยงส่งสังสรรค์กับน้องๆ สนุกสนานด้วยกัน ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงกลับกลายเป็นเรื่องเศร้า เสียใจไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับอู่ เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด มันเกิดขึ้นเร็วมาก เด็กเป็นวัยรุ่นเมาแล้วก็คงอยากไปต่อกระทั่งเกิดเหตุสลด   ผู้สื่อข่าวไปเจอนายนารากร สารสิน เป็นญาติของนายโกวิทย์ สิมลี อายุ 20 ปี นักศึกษาฝึกงานหนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุตนก็ไปดูหมอลำซิ่งเหมือนกันไปเจอหลานชายกับกลุ่มเพื่อน ๆ พากันดื่มเหล้าดื่มเบียร์เมามาย พากันเต้นอยู่หลังรถกระบะ หลังจบคอนเสิร์ตตนบอกให้หลานกลับบ้านแต่ไม่ยอมกลับ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวบริเวณหน้าร้านที่ตนทำงานอยู่ หากหลานชายยอมกลับตั้งแต่แรกคงไม่เกิดเหตุแบบนี้   พร้อมกันนี้มีเพจเฟซบุ๊ก บิ๊กเกรียน อินดี้ ได้ออกมาเผยภาพคลิปสุดท้ายของนักศึกษากลุ่มนี้ ที่ดื่มเบียร์และกินหมูกระทะฉลองกัน โดยบางคนมีท่าทางเมาสุราอย่างเห็นได้ชัด และมีเสียงในคลิปพูดว่า "เมาแล้ว เหล้าหมดแล้ว ถือแก้วรอเลย ก่อนเกิดเหตุสลดดังกล่าว   ส่วนที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ  เพื่อนและญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาจากต่างจังหวัด ติดต่อขอรับศพกลับบ้านเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ ยโสธร เพื่อทำพิธีตามศาสนา บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า บรรดาเพื่อน ๆ  ต่างพากันมายืนอยู่ด้านหน้าห้องเก็บศพ กอดคอร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจ ยืนรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะเคลื่อนร่างผู้ตายออกจากห้องเก็บศพขึ้นรถกู้ภัยครบทั้ง 13 ศพ  โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง เป็นผู้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดกลับภูมิลำเนาให้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย   ขณะที่นายชาติชาย อุทัยพันธุ์ ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ ได้เข้าเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บทั้ง 5 คน ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นครอบครัวละ 3 พันบาท ทั้งครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมด พร้อมทั้งกำชับพนักงานสอบสวนเร่งทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย   ด้านสำนักงานคณะกรรมการการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยว่า รถที่ประสบเหตุไม่มีประกัน เบื้องต้น คปภ. จะจ่ายเงินสินไหมค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บรายละไม่เกิน 30,000 บาท และจ่ายค่าสินไหมให้กับผู้เสียชีวิตเป็นค่าทำศพรายละ 35,000 บาท    ขณะที่พนักงานสอบสวน คาดเมาขับรถเร็ว ยังระบุไม่ได้ว่าขับด้วยความเร็วเท่าไหร่อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เรียกโชเฟอร์แท็กซี่มาสอบสวน หลังให้ข้อมูลว่าเห็นรถกระบะคันเกิดเหตุขับด้วยความเร็วออกมาจากซอยกิ่งแก้ว 2  แล้วได้ขับแข่งกับรถกระบะแต่งซิ่งอีกคันมาด้วยความเร็ว จนกระทั่งถึงที่เกิดเหตุรถผู้ตายขับมาทางเลนขวา จู่ ๆ ได้หักเข้ามาเลนกลางกะทันหันทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ   พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว  ระบุว่า ผู้รับบาดเจ็บทั้งหมดอาการสาหัสรวมถึงคนขับรถกระบะด้วยยังให้การไม่ได้ ตนสั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดเพื่อนำมาประกอบการสอบสวนว่าเกิดจากสาเหตุอะไร มีการขับรถแข่งกันก่อนจะประสบเหตุหรือไม่ พร้อมทั้งได้เชิญพยานบุคคลเข้ามาสอบสวน ทั้งนี้ได้ประสานแพทย์ขอให้มีการตรวจวัดปริมาณแอกอล์ฮอล์ในเลือดของคนขับรถกระบะอยู่ระหว่างรอผล จนท.กำลังรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่สรุปสาเหตุ   ด้านวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้ทำประกันอุบัติเหตุให้นักศึกษาทั้งหมดไว้ก่อนที่จะเดินทางไปฝึกงาน โดยมีทุนประกันรายละ 1 แสนบาท ในส่วนของการประกันภัยภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถกรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินสินไหมทดแทนรายละ 3 แสนบาท และวิทยาลัยจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการเยียวยา ส่วนวิทยาลัย มีเงินช่วยเหลือการจัดการงานศพรายละ 1 หมื่นบาท   ขณะที่ นพ.ธนพงษ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปภ.) วิเคราะห์ความรุนแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นว่า หากตรวจสอบจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่กันจะพบว่า รถกระบะวิ่งมาด้วยความเร็วสูงน่าจะเกือบ 120 กม./ชั่วโมง แถมยังแซงในระยะกระชั้นชิด ทำให้แรงเหวี่ยงคนที่อยู่ท้าย มีความแรงเท่ากับตกตึก 19 ชั้น จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจำนวนมาก   ซึ่งการนั่งท้ายกระบะมีความเสี่ยงมากกว่าปกติยู่แล้ว เพราะรถมีโอกาสพลิกคว่ำมากจากจุดศูนย์ถ่วงที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งเมื่อวิ่งมาด้วยความเร็วสูง และมีคนนั่งท้ายกระบะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำ และทำให้เกิดการสูญเสียมากกว่าปกติ    หากเทียบอัตราความเร็วที่ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงเปรียบเทียบกับการตกตึก จะพบว่า หากวิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. แรงเหวี่ยงจะเท่ากับตกตึก 5 ชั้น แต่ถ้าวิ่งมาด้วยความเร็ว 80  กม./ชม. แรงเหวี่ยงจะเท่ากับตกตึก 8 ชั้น แต่หากวิ่งมาด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. แรงเหวี่ยง จะเท่ากับตกตึก 19 ชั้น ดังนั้น ความสูญเสียจากกรณีกระบะบรรทุกนักศึกษานั่งท้ายที่สมุทรปราการ จึงมีอัตราความสูญเสียสูง เนื่องจากมีแรงเหวี่ยงเท่ากับตกตึกถึง 19 ชั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cdPEff9rqMc

 321,068
อาชญากรรม
30 ก.ย. 62

เปิดคลิปสุดท้ายก่อนดับ นศ.เทคนิคตายหมู่ 13 ศพ ญาติร้องระงมรับร่างกลับบ้านเกิด ชี้แรงเหวี่ยงเท่าตกตึก 19 ชั้น

จากกรณีรถกระบะของกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ มาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งย่านบางพลี ประสบอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณปากทางเข้าซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย (เป็นนักศึกษาฝึกงาน 9 ศพ/ คนงานของอู่ 4 ศพ ) บาดเจ็บ 5 ราย   เหตุการณ์นี้กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพ ขณะที่รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ผจ 5322 ระยอง เสียหลักพลิกคว่ำจากเลนขวาของถนน ก่อนพุ่งขึ้นฟุตบาทอัดเสาไฟฟ้า จนร่างของผู้โดยสารที่นั่งมาท้ายรถกระบะกระเด็นออกจากรถเสียชีวิตเกลื่อนถนน   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเกิดเหตุทางอู่ ภัทร บอดี้ เซอร์วิส ได้จัดงานเลี้ยงส่งให้กับนักศึกษากลุ่มนี้เนื่องจากฝึกงานเป็นวัดสุดท้าย โดยช่วงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำทุกคนได้ดื่มเหล้าดื่มเบียร์กันอย่างสนุกสนาน กระทั่งช่วงดึกได้ชักชวนกันไปดูหมอลำซิ่งที่ซอยกิ่งแก้ว 2 หลังคอนเสิร์ตจบก่อนที่กลุ่มผู้ตายจะเดินทางกลับที่พักในซอยกิ่งแก้ว 22 ยังได้ถ่ายรูปนั่งและยืนอยู่ที่ท้ายรถกระบะส่งให้เพื่อนดูทางไลน์ โดยบอกว่า “กำลังกลับห้อง” ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้น   ด้านผู้จัดการอู่ให้ข้อมูลว่า นักศึกษามาฝึกงานเป็นเวลา 1 ปี  ได้เริ่มฝึกตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก่อเกิดเหตุทางอู่ได้จัดงานเลี้ยงส่งเพราะเป็นการฝึกงานวันสุดท้าย จากนั้นประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ หลังกินเลี้ยงเสร็จ กลุ่มนักศึกษาฝึกงานและคนงานของอู่ฯได้พากันไปดูหมอลำซิ่ง   เพราะหลังเลิกกินเลี้ยง ทางอู่ก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายไปนอน ซึ่งก็ไม่ทราบว่ากลุ่มนักศึกษาจะพากันไปต่อที่ไหนหรือไม่ หลังทราบเรื่องคนงานที่อู่ทุกคนช็อกมาก เพิ่งเลี้ยงส่งสังสรรค์กับน้องๆ สนุกสนานด้วยกัน ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงกลับกลายเป็นเรื่องเศร้า เสียใจไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับอู่ เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด มันเกิดขึ้นเร็วมาก เด็กเป็นวัยรุ่นเมาแล้วก็คงอยากไปต่อกระทั่งเกิดเหตุสลด   ผู้สื่อข่าวไปเจอนายนารากร สารสิน เป็นญาติของนายโกวิทย์ สิมลี อายุ 20 ปี นักศึกษาฝึกงานหนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุตนก็ไปดูหมอลำซิ่งเหมือนกันไปเจอหลานชายกับกลุ่มเพื่อน ๆ พากันดื่มเหล้าดื่มเบียร์เมามาย พากันเต้นอยู่หลังรถกระบะ หลังจบคอนเสิร์ตตนบอกให้หลานกลับบ้านแต่ไม่ยอมกลับ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวบริเวณหน้าร้านที่ตนทำงานอยู่ หากหลานชายยอมกลับตั้งแต่แรกคงไม่เกิดเหตุแบบนี้   พร้อมกันนี้มีเพจเฟซบุ๊ก บิ๊กเกรียน อินดี้ ได้ออกมาเผยภาพคลิปสุดท้ายของนักศึกษากลุ่มนี้ ที่ดื่มเบียร์และกินหมูกระทะฉลองกัน โดยบางคนมีท่าทางเมาสุราอย่างเห็นได้ชัด และมีเสียงในคลิปพูดว่า "เมาแล้ว เหล้าหมดแล้ว ถือแก้วรอเลย ก่อนเกิดเหตุสลดดังกล่าว   ส่วนที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ  เพื่อนและญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาจากต่างจังหวัด ติดต่อขอรับศพกลับบ้านเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ ยโสธร เพื่อทำพิธีตามศาสนา บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า บรรดาเพื่อน ๆ  ต่างพากันมายืนอยู่ด้านหน้าห้องเก็บศพ กอดคอร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจ ยืนรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะเคลื่อนร่างผู้ตายออกจากห้องเก็บศพขึ้นรถกู้ภัยครบทั้ง 13 ศพ  โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง เป็นผู้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดกลับภูมิลำเนาให้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย   ขณะที่นายชาติชาย อุทัยพันธุ์ ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ ได้เข้าเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บทั้ง 5 คน ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นครอบครัวละ 3 พันบาท ทั้งครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมด พร้อมทั้งกำชับพนักงานสอบสวนเร่งทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย   ด้านสำนักงานคณะกรรมการการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยว่า รถที่ประสบเหตุไม่มีประกัน เบื้องต้น คปภ. จะจ่ายเงินสินไหมค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บรายละไม่เกิน 30,000 บาท และจ่ายค่าสินไหมให้กับผู้เสียชีวิตเป็นค่าทำศพรายละ 35,000 บาท    ขณะที่พนักงานสอบสวน คาดเมาขับรถเร็ว ยังระบุไม่ได้ว่าขับด้วยความเร็วเท่าไหร่อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เรียกโชเฟอร์แท็กซี่มาสอบสวน หลังให้ข้อมูลว่าเห็นรถกระบะคันเกิดเหตุขับด้วยความเร็วออกมาจากซอยกิ่งแก้ว 2  แล้วได้ขับแข่งกับรถกระบะแต่งซิ่งอีกคันมาด้วยความเร็ว จนกระทั่งถึงที่เกิดเหตุรถผู้ตายขับมาทางเลนขวา จู่ ๆ ได้หักเข้ามาเลนกลางกะทันหันทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ   พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว  ระบุว่า ผู้รับบาดเจ็บทั้งหมดอาการสาหัสรวมถึงคนขับรถกระบะด้วยยังให้การไม่ได้ ตนสั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดเพื่อนำมาประกอบการสอบสวนว่าเกิดจากสาเหตุอะไร มีการขับรถแข่งกันก่อนจะประสบเหตุหรือไม่ พร้อมทั้งได้เชิญพยานบุคคลเข้ามาสอบสวน ทั้งนี้ได้ประสานแพทย์ขอให้มีการตรวจวัดปริมาณแอกอล์ฮอล์ในเลือดของคนขับรถกระบะอยู่ระหว่างรอผล จนท.กำลังรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่สรุปสาเหตุ   ด้านวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้ทำประกันอุบัติเหตุให้นักศึกษาทั้งหมดไว้ก่อนที่จะเดินทางไปฝึกงาน โดยมีทุนประกันรายละ 1 แสนบาท ในส่วนของการประกันภัยภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถกรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินสินไหมทดแทนรายละ 3 แสนบาท และวิทยาลัยจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการเยียวยา ส่วนวิทยาลัย มีเงินช่วยเหลือการจัดการงานศพรายละ 1 หมื่นบาท   ขณะที่ นพ.ธนพงษ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปภ.) วิเคราะห์ความรุนแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นว่า หากตรวจสอบจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่กันจะพบว่า รถกระบะวิ่งมาด้วยความเร็วสูงน่าจะเกือบ 120 กม./ชั่วโมง แถมยังแซงในระยะกระชั้นชิด ทำให้แรงเหวี่ยงคนที่อยู่ท้าย มีความแรงเท่ากับตกตึก 19 ชั้น จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจำนวนมาก   ซึ่งการนั่งท้ายกระบะมีความเสี่ยงมากกว่าปกติยู่แล้ว เพราะรถมีโอกาสพลิกคว่ำมากจากจุดศูนย์ถ่วงที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งเมื่อวิ่งมาด้วยความเร็วสูง และมีคนนั่งท้ายกระบะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำ และทำให้เกิดการสูญเสียมากกว่าปกติ    หากเทียบอัตราความเร็วที่ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงเปรียบเทียบกับการตกตึก จะพบว่า หากวิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. แรงเหวี่ยงจะเท่ากับตกตึก 5 ชั้น แต่ถ้าวิ่งมาด้วยความเร็ว 80  กม./ชม. แรงเหวี่ยงจะเท่ากับตกตึก 8 ชั้น แต่หากวิ่งมาด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. แรงเหวี่ยง จะเท่ากับตกตึก 19 ชั้น ดังนั้น ความสูญเสียจากกรณีกระบะบรรทุกนักศึกษานั่งท้ายที่สมุทรปราการ จึงมีอัตราความสูญเสียสูง เนื่องจากมีแรงเหวี่ยงเท่ากับตกตึกถึง 19 ชั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cdPEff9rqMc

 321,068
สรุปข่าว
30 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 30 ก.ย.62 คลิปสุดท้าย นศ.เทคนิคก่อนตายหมู่-ฝุ่น pm2.5 กลับมาแล้ว-เผาศพเหม ภูมิภาฑิต

-เปิดคลิปสุดท้าย นศ.เทคนิคศรีสะเกษ ดื่มฉลองฝึกงานจบ ก่อนเกิดอุบัติเหตุสลด เสียชีวิตหมู่ 13 ศพ เจ็บ 6 คน วงจรปิดจับภาพช่วงเกิดอุบัติเหตุบน ถ.กิ่งแก้ว สมุทรปราการ ปิคอัพชนเสาไฟฟ้า นศ.นั่งท้ายกระบะ กระเด็นเกลื่อนถนน   ญาติร่ำไห้รับศพกลับบ้านเกิด ตร.ยังไม่สรุปสาเหตุ คาดเมาแล้วขับเร็ว ประสานแพทย์ตรวจแอลกอฮอล์คนขับ ส่วนคนเจ็บยังสาหัส ให้การไม่ได้ เตรียมเรียกโชเฟอร์แท็กซี่สอบหลังระบุ เห็นกระบะคันผู้ตายขับแข่งมากับกระบะอีกคัน นักวิชาการชี้นั่งท้ายกระบะขับความเร็วสูง ขับแซงกระชั้นชิด ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงเทียบกับการตกตึก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดคลิปสุดท้ายก่อนดับ นศ.เทคนิคตายหมู่ 13 ศพ ญาติร้องระงมรับร่างกลับบ้านเกิด ชี้แรงเหวี่ยงเท่าตกตึก 19 ชั้น   -แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทองแจ้งความกลับพริตตี้เดียร์ลักทรัพย์ผ้าห่ม มีหลักฐานภาพถ่ายและแชทไลน์ เตรียมดำเนินคดีเพิ่มแจ้งความเท็จ ฝากถึงอัจฉริยะดูคลิปให้ชัด พริตตี้เดียร์ขึ้นคร่อมส่วนตัวเองอยู่เฉยๆ ถ้าจะช่วยพริตตี้เดียร์ขอให้ช่วยถึงที่สุด อย่าทิ้งกลางทาง ด้านอัจฉริยะงดแถลงข่าว เตรียมนำหลักฐานให้ ตร.นครบาล พร้อมเปิดคลิปเสียงสาวปริศนา แฉพฤติกรรมแก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' นำทีมอนาคตใหม่ ลุยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมนครปฐม ชี้ชะตาเปลี่ยนขั้วรัฐบาล    -สมัครรับเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐม ธนาธรลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายไพรัฎฐโชติ จันทรขจร สามีนางจุมพิตา อดีต ส.ส.เขต 5 นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ที่ลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ มั่นใจชนะเลือกตั้งซ่อมล้มรัฐบาล เพราะ ปชช.ต้องการเปลี่ยนแปลง ไม่เอาการเมืองสืบทอดอำนาจ   ด้านพรรคร่วมรัฐบาลผิดคิว พรรคชาติไทยพัฒนาส่งเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ลงแข่งตัดแต้มนายสุรชัย อนุตธโต จากพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยได้คะแนนอันดับ 2 เลือกตั้งครั้งที่แล้ว งงจะมาแข่งขันกันเองเพื่ออะไร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พรรครัฐบาลลงตัดแต้มกันเอง ปชป.ส่งสุรชัยสู้เลือกตั้งซ่อมนครปฐม - ชทพ.ส่งตระกูลสะสมทรัพย์ทวงคืน   -ผช.รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุยตลาดดอนหวาย นครปฐม ตรวจความพร้อมชิมช้อปใช้ โยนหินถามทางอยากให้มีเฟส 2 ช่วงปลายปีหรือไม่ ด้านกรุงไทยใช้ช่วงตี 2-ตี 5 อัพเดทซอฟแวร์ให้แอปมีประสิทธิภาพมากขึ้น คลังย้ำใช้งานทุกครั้งต้องบอกสถานที่ในแอป ไม่เช่นนั้นเป๋าตังไม่ทำงาน ใครสแกนใบหน้าไม่ผ่าน ต้องไปที่ ธ.กรุงไทยทุกสาขา   ส่วนร้านค้าอย่ากังวลเงินไม่เข้า วันถัดไปเงินมาแน่ ถ้าติดเสาร์อาทิตย์ได้เงินวันจันทร์ ส่วนที่พิษณุโลกคนแห่ใช้สิทธิ์ในห้าง คิวยาวระบบล่ม บ่าย3-3ทุ่มใช้แอปไม่ได้ มีแชร์ภาพคนทิ้งรถเข็น ของเต็มคัน รอคิวนานรอไม่ไหว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สารพันปัญหาชิมช้อปใช้ ทิ้งรถเข็นเกลื่อนห้าง กรุงไทยยันร้านค้าไม่ต้องตกใจ เงินเข้าแน่    -เก็บค่าโดยสาร รฟฟ.สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย หัวลำโพง-บางแค-เตาปูน-ท่าพระ วันแรกราบรื่น หลังเปิดทดลองนั่งฟรี 2 เดือน ราคาเริ่มต้น 16 บาท สูงสุด 42 บาท นายกฯเป็นปธ.เดินรถอย่างเป็นทางการวันนี้ที่สถานีท่าพระ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' เปิด รฟฟ.สีน้ำเงินส่วนต่อขยาย 'เท่าพิภพ อนาคตใหม่' เข้าร่วมกลัวนายกฯถามหา    -มาแล้วฝุ่น PM2.5 กทม./สมุทรปราการ/สมุทรสาคร กรมควบคุมมลพิษชี้เกินมาตรฐานแล้ว 15 จุด เหตุอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมา ทำอากาศนิ่ง ฝุ่นละอองสะสม ส่วนภูเขาหิมะชลบุรีอันตราย เป็นเหมืองหินปูน ฝุ่นฟุ้งกระจายสูดเข้าไปทำปอดอักเสบ เสี่ยงกระตุ้นมะเร็ง เจ้าของเหมืองสั่งปิดห้ามเข้า เป็นพื้นที่อันตราย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝุ่น pm2.5 กลับมาแล้ว! กทม.และปริมณฑลพุ่งเกินมาตรฐาน 15 จุด อากาศแย่ติดอันดับ 5 โลก    -ไฟไหม้อาคารเก็บฟิล์มเก่าหอภาพยนตร์ที่ศาลายา พุทธมณฑลสาย 5 นครปฐม ระดมรถดับเพลิงฉีดน้ำเกือบ ชม. ส่วนจัดเก็บฟิล์มเก่าเสียหายทั้งหมด ประเมินค่าไม่ได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ไฟไหม้อาคารเก็บฟิล์มเก่าหอภาพยนตร์ เสียหายวอด ประเมินค่าไม่ได้    -ชาวบ้านนับร้อยรวมตัวขับไล่หลวงเจ๊ เจ้าอาวาสวัดเพชรบูรณ์ ปมคลิปฉาวจับเป้า พนง.หนุ่ม ตะโกนไล่หลวงเจ๊ออกไป ด้านพนง.หนุ่มแจ้งความเอาผิดฐานอนาจาร อยากให้โดนจับสึก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชาวบ้านสุดทน ขับไล่ 'หลวงเจ๊' จับเป้าเด็กหนุ่ม แฉพฤติกรรมสุดเอือมไม่สมเป็นพระ    -เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหารตัดขั้วหัวใจตายสยอง ลากร่างออกมาขี่ จยย.เหยียบซ้ำ ชี้คนร้ายเป็นเพื่อนกันแต่เกิดทะเลาะเคยต่อยกันมาแล้ว คว้ามีดดาบแทงทะลุอก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหาร ตัดขั้วหัวใจทะลุหลัง ไม่หนำใจขี่ จยย.เหยียบศพซ้ำ   -ฌาปนกิจแล้ว เหม ภูมิภาฑิต ดาราหนุ่มป่วยซึมเศร้าผูกคอเสียชีวิต ญาติอละเพื่อนไว้อาลัยแน่นวัด แฟนสาวปล่อยโฮสุดสะเทือนใจ พ่อรับผ้าที่เหมใช้ผูกคอจากตำรวจถือตลอดเวลาที่เคลื่อนศพ บรรยากาศโศกเศร้า ญาติเตรียมเก็บอัฐิไปลอยอังคารที่บ้านเกิดมหาสารคาม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เผาศพ 'เหม ภูมิภาฑิต' แฟนสาวปล่อยโฮเศร้า พ่อถือผ้าผูกคออาลัยลูกชาย   -บาสเดชาพลและปอป้อ ทรัพย์สิรี ควงแขนคว้าแชมป์แบดโคเรีย โอเพ่น 2019 คว่ำมือ 1 จากจีน 2-0 เกม เป็นคู่ความหวังพาไทยคว้าเหรียญโอลิมปิก 2020 ขณะที่เมย์ รัชนก พ่ายคู่แข่งจากจีน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บาส-ปอป้อ' จับมือผงาดคว่ำมือ 1 โลก คว้าแชมป์คู่ผสมแบดโคเรีย โอเพ่น   -กรมการค้าภายใน ก.พาณิชย์ เตรียมแบ่งเกรด รพ.เอกชนแล้วประกาศขึ้นเว็บไซต์ กลางเดือน ต.ค.นี้ ให้ผู้ป่วยเลือกใช้บริการ แบ่งเป็น 3 สี สีเขียวคิดค่ายาถูก สีเหลืองระดับปานกลาง สีแดงแพงหูฉี่ พบรพ.สีเขียวราคาถูกนับร้อยแห่ง เตรียมสอบ รพ.ในอุดรธานีถูกร้องเรียนคิดค่ายาแพงกว่าในเว็บไซต์ ถ้าผิดจริงเจอโทษทั้งจำและปรับ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จัดระดับ รพ.เอกชน แบ่งเกรดความแพง สีเขียว-เหลือง-แดง จ่อเชือด รพ.โขกค่ายา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cNYkyWwMzpM

 8,394
สังคม-อาชญากรรม
03 เม.ย. 62

คุมเข้มจุดท่องเที่ยวฮิต สงกรานต์ 62 ไม่ห้ามเล่นน้ำท้ายกระบะ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการปฏิบัติการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2562   เน้นย้ำให้กำลังพลเข้มงวดกวดขันในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะจุดที่มีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำสงกรานต์จำนวนมาก เช่น ถนนข้าวสาร สีลม อาร์ซีเอ เอเชียทีค คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด เช่น ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ เป็นต้น   สำหรับข้อห้ามที่รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือไม่ให้ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ห้ามใช้น้ำแข็ง น้ำไม่สะอาด ห้ามดื่มสุราบนรถ ห้ามยิงปืนขึ้นฟ้า ห้ามขายสุราให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ขอความร่วมมือเยาวชนแต่งกายให้มิดชิด ส่วนการเล่นน้ำหลังรถกระบะสามารถเล่นได้ แต่ต้องดูความเหมาะสมเป็นกรณีไป ต้องปลอดภัย ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K5YkpuzZzkI

 2,187
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 61

คลิปอุทาหรณ์เตือนใจคนชอบนั่งท้ายกระบะ นาทีหนุ่มเมียนมากระเด็นตกรถช่วงเข้าโค้ง

กล้องหน้ารถเผยภาพอุทาหรณ์เตือนใจคนชอบนั่งท้ายกระบะ หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวเมียนมานั่งอัดกันมาท้ายกระบะ สุดท้ายกระเด็นตกจากรถช่วงเข้าโค้งบริเวณแยกไฟแดงที่แม่สอด จ.ตาก เคราะห์ดีไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/DIHvcWdRkY0

 15,191

Top