ค้นหา :

ผลการค้นหา "แม่น้ำโขง"

ข่าวภูมิภาค
21 ม.ค. 63

แล้งจัด! น้ำโขงลดต่ำ พันโขดแสนไคร้โผล่ เดินข้ามไปฝั่งลาวได้

สถานการณ์ภัยแล้ง 2563 วิกฤตหนักในหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน ที่ จ.หนองคาย ระดับแม่น้ำโขงลดต่ำลง ทุบสถิติระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี จนทำให้พันโขดแสนไคร้ โผล่เห็นเป็นดินแห้งขอด ชาวบ้านสามารถเดินข้ามได้เกือบถึงฝั่ง สปป.ลาว   ที่ จ.พิจิตร แม่น้ำยมผ่านหมู่บ้าน ผชิญภาวะแล้งจัด ทำให้แม่น้ำแห้งขอดมองเห็นเป็นผืนทรายตลอดทั้งสาย เช่นเดียวกับที่พิษณุโลก น้ำตกแก่งโสภา สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีปริมาณน้ำต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี เหลือเพียงโขดหิน นักท่องเที่ยวไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gN9z1u8gVWs

 1,261
สังคม
21 ม.ค. 63

แล้งจัด! น้ำโขงลดต่ำ พันโขดแสนไคร้โผล่ เดินข้ามไปฝั่งลาวได้

สถานการณ์ภัยแล้ง 2563 วิกฤตหนักในหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน ที่ จ.หนองคาย ระดับแม่น้ำโขงลดต่ำลง ทุบสถิติระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี จนทำให้พันโขดแสนไคร้ โผล่เห็นเป็นดินแห้งขอด ชาวบ้านสามารถเดินข้ามได้เกือบถึงฝั่ง สปป.ลาว   ที่ จ.พิจิตร แม่น้ำยมผ่านหมู่บ้าน ผชิญภาวะแล้งจัด ทำให้แม่น้ำแห้งขอดมองเห็นเป็นผืนทรายตลอดทั้งสาย เช่นเดียวกับที่พิษณุโลก น้ำตกแก่งโสภา สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีปริมาณน้ำต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี เหลือเพียงโขดหิน นักท่องเที่ยวไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gN9z1u8gVWs

 1,261
เศรษฐกิจ
15 ม.ค. 63

ครม.อัดงบ 6 พันล้านสู้ภัยแล้ง ประกาศภัยพิบัติแล้ว 18 จังหวัด

ที่ประชุมครม.ได้รับทราบสถานการณ์ภัยแล้ง ปัจจุบัน มีจังหวัดที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือประสบภัยพิบัติฉุกเฉินใน 18 จังหวัด จึงเร่งรัดมาตรการดูแลบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน โดยมีแผนเฉพาะหน้าเป็น 2 ระยะ ช่วงแรก คือ เดือน ม.ค.-เมษายน และช่วงที่ 2 เดือน พ.ค.-ก.ค.2563   ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามแผนงานที่รับผิดชอบในปี 2563 ภายใต้วงเงินรวมกว่า 6 พันล้านบาท 3378 โครงการ อาทิ การขุดเจาะบ่อบาดาล 1,053 แห่ง - การจัดหาแหล่งน้ำผิวดิน - การซ่อมแซมระบบประปา โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะฟื้นฟูแหล่งน้ำ ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ 1 ล้าน 2 แสนไร่ จำนวน 421 โครงการ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้ 942 ล้านลูกบาศก์เมตร และเตรียมพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงใน 25 ลุ่มน้ำ   ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งล่าสุด ยังพบภาวะภัยแล้งรุนแรงในหลายพื้นที่ อาทิ จ.พิจิตร ตรวจสอบพบฝายแม้วแม่น้ำยมไม่มีน้ำ ที่ จ.บึงกาฬ ชาวนาที่ทำนาปรังต้องซื้อน้ำเข้านา ขณะจังหวัดแจ้งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำโขง และที่หนองคาย น้ำโขงเหลือเพียง 90 เซนติเมตร ถือว่าต่ำสุดในรอบปีนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/0ZavDj83Ky4

 770
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

แล้งหนัก! น้ำในเขื่อนเริ่มวิกฤต ฝนแรกมาเดือน มิ.ย. แม่น้ำโขงแห้งขอด

กรมชลประทานระบุภาพรวมของเขื่อนทั่วประเทศ พบว่ามีเขื่อนใหญ่ 14 แห่ง น้ำใช้วิกฤติต่ำกว่าร้อยละ 30 โดยสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสุดอยู่ที่เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนทับเสลา เป็นต้น   สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า ปีนี้ฝนแรกจะมาช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งช้ากว่าทุกปี และค่าเฉลี่ยของฝนจะน้อยเช่นกัน   สถานการณ์ที่พิจิตร แม่น้ำยมแห้งจนเห็นผืนทรายท้อง คาดว่าน้ำไม่เพียงพอส่งผลกระทบกับเกษตรกร และประชาชน สองริมฝั่งแม่น้ำ ขาดน้ำทำการเกษตร และขาดน้ำใช้อุปโภคตั้งแต่ต้นปี   ส่วนที่ จ.พิษณุโลก ชาวนาบางระกำขุดเจาะบ่อบาดาลกลางแม่น้ำยมสู้ภัยแล้ง เพื่อดึงน้ำขึ้นไปหล่อเลี้ยงนาข้าว ขณะที่ จ.ลพบุรี เกษตรกรที่ปลูกชะอมเป็นพืชเศรษฐกิจ ไม่มีน้ำที่จะสูบมาลดต้นชะอม โดยส่งผลให้ต้นชะอมไม่แตกยอดและบางแปลงกำลังยืนต้นตาย ทำให้เกษตรกรชาวสวนชะอมกำลังจะได้รับความเสียหาย   ที่โซนอีสาน แม่น้ำโขงแห้งขอดลดต่ำสุดในรอบหลาย 10 ปี ในหลายพื้นที่ของ จ.นครพนม อาทิ อ.เมือง อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง และอ.ธาตุพนม เกิดสันดอนทราย เป็นพื้นที่กว้างระยะทางยาวกว่า 1 กม. เริ่มกระทบต่อการเดินเรือข้าฟากของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงจับปลาน้ำโขง และการทำการเกษตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zPFSm567fWE

 2,676
สังคม
06 ม.ค. 63

แล้งหนัก! น้ำในเขื่อนเริ่มวิกฤต ฝนแรกมาเดือน มิ.ย. แม่น้ำโขงแห้งขอด

กรมชลประทานระบุภาพรวมของเขื่อนทั่วประเทศ พบว่ามีเขื่อนใหญ่ 14 แห่ง น้ำใช้วิกฤติต่ำกว่าร้อยละ 30 โดยสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสุดอยู่ที่เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนทับเสลา เป็นต้น   สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า ปีนี้ฝนแรกจะมาช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งช้ากว่าทุกปี และค่าเฉลี่ยของฝนจะน้อยเช่นกัน   สถานการณ์ที่พิจิตร แม่น้ำยมแห้งจนเห็นผืนทรายท้อง คาดว่าน้ำไม่เพียงพอส่งผลกระทบกับเกษตรกร และประชาชน สองริมฝั่งแม่น้ำ ขาดน้ำทำการเกษตร และขาดน้ำใช้อุปโภคตั้งแต่ต้นปี   ส่วนที่ จ.พิษณุโลก ชาวนาบางระกำขุดเจาะบ่อบาดาลกลางแม่น้ำยมสู้ภัยแล้ง เพื่อดึงน้ำขึ้นไปหล่อเลี้ยงนาข้าว ขณะที่ จ.ลพบุรี เกษตรกรที่ปลูกชะอมเป็นพืชเศรษฐกิจ ไม่มีน้ำที่จะสูบมาลดต้นชะอม โดยส่งผลให้ต้นชะอมไม่แตกยอดและบางแปลงกำลังยืนต้นตาย ทำให้เกษตรกรชาวสวนชะอมกำลังจะได้รับความเสียหาย   ที่โซนอีสาน แม่น้ำโขงแห้งขอดลดต่ำสุดในรอบหลาย 10 ปี ในหลายพื้นที่ของ จ.นครพนม อาทิ อ.เมือง อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง และอ.ธาตุพนม เกิดสันดอนทราย เป็นพื้นที่กว้างระยะทางยาวกว่า 1 กม. เริ่มกระทบต่อการเดินเรือข้าฟากของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงจับปลาน้ำโขง และการทำการเกษตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zPFSm567fWE

 2,676
สังคม
05 ม.ค. 63

ติดตามวิกฤต 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา - รัฐบาลตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับมือภัยแล้ง

นายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการอำนวยการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำ ในโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฎิบัติการป้องกันและแก้ปัญหาวิกฤติน้ำ ที่รัฐบาลจะตั้งขึ้น     ขณะที่อ่างเก็บน้ำของ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีน้ำการได้รวมกันร้อยละ 44 ของความจุอ่าง แต่ที่วิกฤติสุดตอนนี้คือน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ที่ใช้น้ำก้นอ่างไปแล้ว90 ล้านลูกบาศก์เมตร     น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณเหลือน้อยที่สุดนับแต่สร้างเขื่อนมา 53 ปี ตอนนี้ต้องใช้น้ำก้นอ่าง ซึ่งตามแผนคณะกรรมการผู้ใช้น้ำกำหนดว่า จะมีใช้ได้ราว 300 ล้านลูกบากศ์เมตร และคาดว่าจะเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภค เท่านั้น จนถึงเดือนกรฎาคม อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ใช้น้ำไปแล้ว 95 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้ำส่วนนี้จะส่งบำรุงระบบประปา ทั้งในจังหวัดขอนแก่น และมหาสารคาม ส่วนน้ำสำหรับเกษตรกรกรรม โดยเฉพาะข้าวนาปรัง ไม่มีสนับสนุนให้     ตอนนี้สำนักงานชลประทานที่ 6 แจ้งเตือนพื้ที่รับผิดชอบ 5 จังหวัดคือ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และชัยภูมิ ให้วางแผนใช้น้ำอย่างระมัดระวัง รวมถึงมีแผนรองรับในจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งอาศัยแหล่งน้ำในลำน้ำชี ไปผลิตประปา และตอนนี้น้ำชีเหลือในลำน้ำไม่มากนัก จึงต้องหาแหล่งน้ำสำรองไว้ //ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เตือนองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ผลิตน้ำประปาใช้ในพื้นที่รับผิดชอบ ต้องเตรียมแผนรองรับไว้ด้วยเช่นกัน     นอกเหนือจากเขื่อนอุบลรัตน์ ที่เป็นเขื่อนหลักในภาคอีสานตอนบนซึ่ง ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำถึงขั้นติดลบแล้วนั้น ตอนนี้อีก 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยาคือเขื่อนภูมิ เขื่อนสิริกิตต์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น มีปริมาณน้ำรวมกัน10,987 ล้าน ลบม. หรือร้อยละ 44 ของความจุอ่างรวมกัน มีน้ำใช้การได้4291 ล้าน หรือคิดเป็นร้อยละ 24 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน     กรมชลประทานระบุว่า แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2562/63 มีแผนเพาะปลูกพืชไปแล้ว 2 ล้าน 8 แสนไร่ เป็นข้าวนาปรัง 2 ล้าน 3 แสนไร่ และพืชผัก 5 แสนไร่ ขณะที่การปลูกจริงใช้พื้นที่ไป 2 ล้าน 3 แสนไร่ คิดเป็นร้อยละ 82 ของแผน มากที่สุดคือข้าวนาปรัง      อย่างไรก็ตาม ลุ่มเจ้าพระยา ไม่มีแผนการเพาะปลูกพืช เพราะน้ำมีไม่เพียงพอ แต่ก็ยังตรวจสอบพบการปลูกนอกแผน รวม 1 ล้าน 5 แสนไร่ ส่วนใหญ่ปลูกโดยใช้แหล่งน้ำธรรมชาติที่หาได้เอง      ขณะเดียวกัน ก็พบพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ นอกเขตให้บริการประปาส่วนภูมิภาคทั้งสิ้น 43 จังหวัด ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศพื้นที่ภัยแล้ง 13 จังหวัดคือเชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ นครราชสีมา กาญจนบุรี ฉะเชิงเทราและอุทัยธานี      ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีรับทราบมติคณะกรรมการทรัพยาน้ำแห่งชาติ ซึ่งเห็นชอบกรอบโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฎิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ ที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้บัญชาการอำนวยการ และกองบัญชาการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จะทำหน้าที่ประสานงาน เพื่อแก้วิกฤติน้ำชั่วคราว จนกว่าจะคลี่คลาย      โดยแบ่งโครงสร้างงานเป็นกลุ่มอำนวยการ กลุ่มคาดการณ์ กลุ่มบริหารจัดการ และกลุ่มแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ โดยมุ่งหวังให้แก้ปัญหาวิกฤติน้ำแล้ง ให้คลี่คลายโดยเร็ว

 425
สังคม
03 ม.ค. 63

สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลัก-อ่างเก็บน้ำ ไหลเข้าน้อยกว่าระบายออก ขณะที่น้ำโขงต่ำสุดในรอบ 50 ปี

สถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังรุนแรงในหลายพื้นที่ และประเมินว่าอาจทำให้พื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะที่ภาคเหนือและอีสาน กำลังเผชิญวิกฤตภัยแล้งแล้ว       สถานการณ์น้ำในเขตความรับผิดชอบของสำนักชลประทานที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ระดับน้ำในแม่น้ำชีตอนบนลดลง  ส่วน ตอนกลาง และตอนล่าง ระดับน้ำยังคงทรงตัว   น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 3 แห่ง คือ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ปริมาณน้ำวัดระดับได้ เช้าวันนี้ น้ำเหลือเพียงร้อยละ 20.12 ของความจุ น้ำใช้การได้ติดลบ   เพราะปริมาณน้ำไหลเข้าน้อยกว่าที่ระบายออกไป      เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ปริมาณน้ำปัจจุบัน คิดเป็นร้อยละ 27.40 ของความจุ  เป็นน้ำใช้การ ได้ที่ 7.64 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ6.04   มีน้ำไหลเข้า อยู่ที่ 0.01 ล้าน ลบ.ม. ไม่มีการระบายออก เพราะอยู่ในระดับน้ำน้อยมาก    ส่วนที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์  ปริมาณน้ำปัจจุบัน  ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ  ในอ่างขนาดกลาง 69 แห่ง พบว่า ที่มีน้ำน้อยกว่า ร้อยละ30  มีทั้งหมด 16 แห่ง เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือเกษตรกรงดใช้ทำเพื่อการเกษตร      ที่จังหวัดพิษณุโลก  ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก  เปิดเผยว่า สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงเช่นกัน  เนื่องจากแหล่งน้ำทางธรรมชาติลดลง บางพื้นที่แห้งขอดไม่มีน้ำ โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำยม ที่อยู่นอกเขตชลประทาน  5 อำเภอ ได้แก่ พรหมพิราม บางระกำ วังทอง บางกระทุ่ม และ อ.วัดโบสถ์   คาดว่าจะแล้งยาวนานกว่า 6 เดือน  และปีนี้คาดว่าจะรุนแรงกว่าปี 2558    ส่วนที่จังหวัดอุทัยธานี สถานการณ์รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ห้วยหนองคลองบึง น้ำแห้งขอด รวมทั้งอ่างเก็บกักน้ำของกรมชลประทานก็วิกฤตหนักเช่นกัน ไม่สามารถที่จะระบายไปช่วยพื้นที่การเกษตรได้ เบื้องต้นพบว่า นาข้าวได้รับความเสียหายแล้วจำนวนมาก    ที่เชียงใหม่สำนักงานโครงการชลประทานเชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด  และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 12 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 117 แห่ง มีน้ำรวมกันเพียงร้อยละ 43 ยังไม่ถึงครึ่งของความจุรวมกันทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำโดยเฉพาะภาคการเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่     ที่จังหวัดเลย  แหล่งน้ำขนาดใหญ่ น้ำลดลงเหลือเพียงก้นอ่าง อย่างเช่น อ่างน้ำพาว อ่างน้ำหมาน น้ำเหลือไม่ถึงร้อยละ 6 ของความจุอ่าง  วันนี้ เจ้าหน้าที่ และจิตอาสา กว่า 100 คน จึงร่วมกัน ทำฝายกั้นน้ำเลย บริเวณบ้านท่ามะนาว ต.นาอ้อ  ใช้กระสอบประมาณ 500 กระสอบ กั้นเพื่อชะลอน้ำ   คาดว่า สามารถลดภาวะแล้งได้ชั่วคราว  แต่ไม่เพียงพอต่อภาคการเกษตร    และที่จังหวัดนครพนม ระดับน้ำในแม่น้ำโขงต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี  เนื่องจากภัยแล้ง และการกักน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าของเขื่อนในประเทศจีน  ทำให้มองเห็นสันดอนทรายชัดเจน เรือข้ามฟาก และเรือหาปลาตามแม่น้ำโขง ต้องอ้อมไปตามสันดอนทราย  ซึ่งทางจังหวัดเตรียมเข้าขุดร่องน้ำเพื่อให้เรือข้ามฟากและเรือของชาวบ้านใช้สัญจรได้    

 552
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

แล้งรุนแรงเท่าปี 58 กระทบ 43 จังหวัด แม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทราย น้ำประปา กทม.เจอน้ำทะเลหนุน มีรสเค็ม

กรมชลประทาน ระบุ ภัยแล้งปี 2563 รุนแรงเท่าปี 2558 แต่น้ำน้อยกว่าแห้งเร็วกว่า เตือน 43 จังหวัดเสี่ยงภัยแล้งรุนแรง จะเห็นภาพภัยแล้งที่รุนแรงมากขึ้นไปอีกในเดือน เม.ย.- มิ.ย. จำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือเพื่อประหยัดการใช้น้ำอย่างจริงจัง   ขณะที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนตกจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประมาณ 16% จากเดิมคาดการณ์ไว้ว่าปริมาณผลจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเดือนหน้าสิ้นฤดูแล้งถึงต้นฤดูฝน   ด้านการประปานครหลวง (กปน.) ระบุว่านอกจากต้องเผชิญภัยแล้งแล้ว ยังเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนอย่างต่อเนื่อง แม้ กปน. ได้บริหารจัดการโดยหลีกเลี่ยง   การสูบน้ำดิบในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูงมาผลิตน้ำประปามาโดยตลอด แต่ยังคงมีความเค็มหนุนสูงเข้ามาในระบบ จึงส่งผลให้รสชาติของน้ำประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยืนยันในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ   แต่ได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชนในกทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคไต หรือผู้ป่วยที่แพทย์ให้ควบคุมอาหารประเภทรสเค็ม รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ฟอกย้อม ยา เลนส์ กระจก เหล็ก ฯลฯ และโรงพยาบาล ซึ่ง กปน. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาระบบสำรองน้ำประปา และระบบกรองน้ำของแต่ละหน่วยงานแล้ว   พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำเท่าที่จำเป็นเพื่อสงวนน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนช่วยตรวจสอบก๊อกน้ำท่อน้ำประปาภายในบ้าน และรีบซ่อมแซม หากมีการรั่วไหลเพื่อรักษาทรัพยากรน้ำอันมีค่า ซึ่งมีปริมาณน้ำที่น้อยลง เนื่องจากภัยแล้งในปัจจุบัน   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนและน้ำที่กักเก็บไว้ในแหล่งต่างๆมีปริมาณน้อย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องก็ได้เตรียมการรับมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างเต็มที่   ขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องของการใช้น้ำ ส่วนสิ่งสำคัญนั่นคือการปรับตัวและการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับกับปัญหา อย่างไรก็ตามได้สั่งให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้หาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติม เพื่อดูแลด้านอาชีพให้กับเกษตรกรด้วย   ขณะที่ เพจกรีน GreenW โพสต์ภาพแม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทรายวิกฤตสุดในประวัติศาสตร์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JIvEEjY8dnM

 4,948
สังคม
03 ม.ค. 63

แล้งรุนแรงเท่าปี 58 กระทบ 43 จังหวัด แม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทราย น้ำประปา กทม.เจอน้ำทะเลหนุน มีรสเค็ม

กรมชลประทาน ระบุ ภัยแล้งปี 2563 รุนแรงเท่าปี 2558 แต่น้ำน้อยกว่าแห้งเร็วกว่า เตือน 43 จังหวัดเสี่ยงภัยแล้งรุนแรง จะเห็นภาพภัยแล้งที่รุนแรงมากขึ้นไปอีกในเดือน เม.ย.- มิ.ย. จำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือเพื่อประหยัดการใช้น้ำอย่างจริงจัง   ขณะที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนตกจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประมาณ 16% จากเดิมคาดการณ์ไว้ว่าปริมาณผลจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเดือนหน้าสิ้นฤดูแล้งถึงต้นฤดูฝน   ด้านการประปานครหลวง (กปน.) ระบุว่านอกจากต้องเผชิญภัยแล้งแล้ว ยังเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนอย่างต่อเนื่อง แม้ กปน. ได้บริหารจัดการโดยหลีกเลี่ยง   การสูบน้ำดิบในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูงมาผลิตน้ำประปามาโดยตลอด แต่ยังคงมีความเค็มหนุนสูงเข้ามาในระบบ จึงส่งผลให้รสชาติของน้ำประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยืนยันในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ   แต่ได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชนในกทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคไต หรือผู้ป่วยที่แพทย์ให้ควบคุมอาหารประเภทรสเค็ม รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ฟอกย้อม ยา เลนส์ กระจก เหล็ก ฯลฯ และโรงพยาบาล ซึ่ง กปน. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาระบบสำรองน้ำประปา และระบบกรองน้ำของแต่ละหน่วยงานแล้ว   พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำเท่าที่จำเป็นเพื่อสงวนน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนช่วยตรวจสอบก๊อกน้ำท่อน้ำประปาภายในบ้าน และรีบซ่อมแซม หากมีการรั่วไหลเพื่อรักษาทรัพยากรน้ำอันมีค่า ซึ่งมีปริมาณน้ำที่น้อยลง เนื่องจากภัยแล้งในปัจจุบัน   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนและน้ำที่กักเก็บไว้ในแหล่งต่างๆมีปริมาณน้อย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องก็ได้เตรียมการรับมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างเต็มที่   ขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องของการใช้น้ำ ส่วนสิ่งสำคัญนั่นคือการปรับตัวและการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับกับปัญหา อย่างไรก็ตามได้สั่งให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้หาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติม เพื่อดูแลด้านอาชีพให้กับเกษตรกรด้วย   ขณะที่ เพจกรีน GreenW โพสต์ภาพแม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทรายวิกฤตสุดในประวัติศาสตร์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JIvEEjY8dnM

 4,948
สังคม
29 ธ.ค. 62

ปีใหม่คึกคัก นทท.แห่เที่ยวทั่วไทย

บรรยากาศการท่องเที่ยวตอนนี้ คึกคักทุกภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวรับอากาศเย็น ชมดอกไม้ แต่ภาคอื่น ๆ อาทิ ภาคอีสานและภาคใต้ ก็มีนักท่องเที่ยวทยอยเที่ยวชมหนาแน่นไม่แพ้กัน   เริ่มต้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ. เชียงใหม่ ที่บานสะพรั่งด้วยดอกซากุระแท้ ๆ   ส่วนที่ตำบลเหมืองแก้ว อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ ก็มีความงดงามของดอกไม้นานาพันธุ์ ที่ชาวบ้านร่วมกันปลูกไว้ กลายเป็นแหล่งเช็คอินแห่งใหม่ของเชียงใหม่ สร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นอย่างมาก     ที่ ภูลมโล ใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ปีนี้ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย เริ่มบานเร็วกว่าทุกปี จนตอนนี้ทั้งเขากลายป็นสีชมพู     อีกที่ที่คึกคักไม่แพ้ที่ไหน ก็คือ แหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต จุดชมพระอาทิตย์ตกทะเลสวยที่สุดในไทย ล่าสุดทางจังหวัดร่วมกับสวนนงนุช เข้าปรับภูมิทัศน์ นำต้นตาล 78 ต้นมาปลูก นบริเวณแหลมที่ยื่นออกนอกทะเล ทำให้ดูสวยงามโดดเด่น

 665
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 62

แม่น้ำโขงน่าห่วง น้ำลดในรอบ 50 ปี สีน้ำผันผวน กระทบชาวประมง เรือข้ามฟากไทย-ลาว

นครพนม-สถานการณ์น้ำโขง ยังคงได้รับผลกรระทบอย่างหนักจากปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับปีนี้ปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา บวกกับฝนทิ้งช่วง รวมถึงผลกระทบจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีนและลาว ที่มีการเก็บกักน้ำไว้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้แม่น้ำโขงมีระดับน้ำต่ำกว่าทุกปี และลดระดับรวดเร็วในรอบ 50 ปี โดยแม่น้ำโขงหลายจุด เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างกลางน้ำโขง   นอกจากนี้ยังเกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากระดับน้ำโขงแห้ง และมีสีฟ้าครามคล้ายทะเล คาดว่ามาจากสาเหตุน้ำโขงแห้ง ทำให้น้ำนิ่งจนเกิดการตกตะกอน และน้ำเปลี่ยนสี   อย่างไรก็ตามหลาย หน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน ในพื้นที่ เริ่มวิตกกังวล ถึงผลกระทบ เนื่องจากเริ่มมีปัญหา ทั้งการเดินเรือ รวมถึง พื้นที่การเกษตร ริมตลิ่งแม่น้ำโขง เริ่มมีปัญหาในการสูบน้ำ เพื่อการเกษตร หลังน้ำโขงแห้ง ต้องย้ายจุดสูบน้ำระยะทางไกลเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แบกภาระต้นทุนมากขึ้น รวมไปถึงกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f8Jljcd0_mA

 3,044
สังคม
03 ธ.ค. 62

แม่น้ำโขงน่าห่วง น้ำลดในรอบ 50 ปี สีน้ำผันผวน กระทบชาวประมง เรือข้ามฟากไทย-ลาว

นครพนม-สถานการณ์น้ำโขง ยังคงได้รับผลกรระทบอย่างหนักจากปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับปีนี้ปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา บวกกับฝนทิ้งช่วง รวมถึงผลกระทบจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีนและลาว ที่มีการเก็บกักน้ำไว้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้แม่น้ำโขงมีระดับน้ำต่ำกว่าทุกปี และลดระดับรวดเร็วในรอบ 50 ปี โดยแม่น้ำโขงหลายจุด เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างกลางน้ำโขง   นอกจากนี้ยังเกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากระดับน้ำโขงแห้ง และมีสีฟ้าครามคล้ายทะเล คาดว่ามาจากสาเหตุน้ำโขงแห้ง ทำให้น้ำนิ่งจนเกิดการตกตะกอน และน้ำเปลี่ยนสี   อย่างไรก็ตามหลาย หน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน ในพื้นที่ เริ่มวิตกกังวล ถึงผลกระทบ เนื่องจากเริ่มมีปัญหา ทั้งการเดินเรือ รวมถึง พื้นที่การเกษตร ริมตลิ่งแม่น้ำโขง เริ่มมีปัญหาในการสูบน้ำ เพื่อการเกษตร หลังน้ำโขงแห้ง ต้องย้ายจุดสูบน้ำระยะทางไกลเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แบกภาระต้นทุนมากขึ้น รวมไปถึงกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f8Jljcd0_mA

 3,044
สังคม
27 พ.ย. 62

โขง คน เขื่อน : นักอนุรักษ์เตือนเขื่อนทำระบบนิเวศน์น้ำโขงเสียหาย

นักอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ลุ่มน้ำโขง และนักวิชาการ ต่างสะท้อนความเป็นห่วงต่อพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง หลังจากมีเขื่อนเกิดขึ้นจำนวนมาก โดยระบุว่าเหตุผลของเขื่อนที่ต้องการสร้างพลังงานไฟฟ้า เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อการลงทุน ขณะที่ปลาและระบบนิเวศน์แม่น้ำกลับเสื่อมลง        แม่น้ำอิง เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญภาคเหนือ ที่เป็นสาขาของแม่น้ำโขง และเป็นแม่น้ำเพียงไม่กี่สาย ที่ไหลจากทิศทางตอนใต้ คือพะเยา มุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือไปลงแม่น้ำโขง ที่บ้านปากอิง อำเภอเขียงของ จังหวัดเชียงราย แม่น้ำอิงจึงเหมือนแม่น้ำสาขาแทบทุกสาย ที่ปลาจะว่ายทวนน้ำขึ้นมาเพาะพันธ์ในฤดูวางไข่ นั่นทำให้ชุมชนริมปากแม่น้ำ มักมีอาชีพประมง     แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านจากเขตประเทศลาว เข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้งที่จังหวัดเลย เบื้องหน้าขององค์พระพุทธรูปบนเขาสูงนั้น คือหัวโค้งของแม่น้ำโขง ที่ไหลออกจากเมืองสะนะคาม ประเทศลาว กลายเป็นเขตแดนไทยลาว ที่บ้านท่าดีหมี ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน ระบบนิเวศน์ที่สำคัญของบริเวณนี้คือ ปากน้ำเหือง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาแม่น้ำโขง ที่กั้นชายแดน-ไทยลาวไว้อีกฝั่งเช่นกัน ปากน้ำเหืองบริเวณนี้ จึงเป็นแหล่งขยายพันธ์ปลา เรื่อยยาวไปตามลำน้ำโขง เช่นแก่งคุดคู้ กระทั่งถึงอำเภอปากชม ตอนนี้ที่ปากแม่น้ำเหือง อยู่ห่างเขื่อนไซยะบุรี ในประเทศลาว ประมาณ 200 กิโลเมตร ตอนนี้ยังพอมีน้ำอยู่บ้าง จากการที่ลำน้ำค่อนข้างแคบแต่ลึก     แตกต่างกันอย่างชัดเจนกับบริเวณอำเภอปากชม ที่อยู่ห่างกันราวส 70 กิโลเมตร ที่ลำน้ำกว้างและมีเกาะแก่งโขดหินกระจายกันอยู่ จึงเหลือเพียงร่องน้ำลึกเท่านั้นที่ยังมีน้ำ และยิ่งเข้าสู่เขตตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย บริเวณนี้ยังสะท้อนภาพของน้ำโขงที่ลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด  น้ำโขงในเขตตอนบน ตั้งแต่เชียงแสน ถึงหลวงพระบาง มีปริมาณมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับในตำบลบ้านม่วง ที่เหลือร่องน้ำไหลผ่าน      หากสำรวจตลอดความยาวของแม่น้ำโขง 4909 กิโลเมตร แล้วจะพบว่า แม่น้ำสายนี้ที่หล่อเลี้ยง 70 ล้านคนในลุ่มน้ำนี้ นับจากที่ไหลผ่านมณฑลชิงไห่ของจีน ยาวกว่า2,359 กิโลเมตร จากนั้นผ่านชายแดนเมียนมา ผ่านชายแดนลาว และเป็นเส้นกั้นเขตแดนไทย ก่อนไหลบ่าเข้ากัมพูชา และไปสิ้นสุดปากแม่น้ำที่เวียดนาม เพื่อไหลลงสู่ทะเลจีนไต้     ตอนนี้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขง ต่างมองว่า แม่น้ำโขงซึ่งยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพันธุปลากว่า 1300 สายพันธุ์ อยู่ในภาวะเหมือนคนป่วยจากการ เกิดขึ้นของเขื่อนจำนวนมากบนแม่น้ำนี้      นักวิชาการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มองว่า เหตุผลของเขื่อนที่ต้องการพลังงานไฟฟ้า เป็นเพียงข้ออ้างในการใช้ทรัพยากรเพื่อการลงทุน และพลังงานจากเขื่อนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป     เขื่อนที่เกิดขึ้นตามแม่น้ำโขง ยังถูกมองจากนักวิชาการและนักอนุรักษ์ว่า แม้ว่าอาจจะมีโอกาสที่จะมีกำไรทางการค้า แต่หากละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทบความเป็นอยู่ของคนด้วย มีโอกาสที่จะถูกปฏิเสธ หรือล้มเหลวมากขึ้นเช่นกันสที่จะมีกำไรทางการค้าการ

 1,339
สังคม
26 พ.ย. 62

ลาวผลักดันสร้าง 'เขื่อนหลวงพระบาง' ในลำน้ำโขง หวังเป็นแบตเตอรีแห่งเอเชีย

รายงานชุด โขง คน เขื่อน ตอนที่ 3   รัฐบาลลาวมีโครงการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงทั้งหมด 9 แห่ง เพื่อจะผลิตพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากแม่น้ำโขง สำหรับใช้ในประเทศและขายให้ประเทศอื่นๆ ด้วยแนวคิด Battery of Asain และหลังจากเปิดเดินเครื่องเขื่อนไซยะบุรี เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนี้ เขื่อนหลวงพระบางก็กำลังถูกผลักดัน โดยจะมีการเปิดรับฟังความเห็นผลกระทบในฝั่งประเทศไทยด้วย ท่ามกลางการเป็นทักท้วงของนักวิชาการและกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง    ตอนเหนือของเมืองหลวงพระบาง โดยการนั่งเรือไปตามแม่น้ำโขง ราว 20 กิโลเมตร ที่นั่นจะเป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำอู ลำนำสาขาสายสำคัญแห่งหนึ่งของลาว ที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง นักท่องเที่ยว และผู้คนที่มาหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก มักมาเที่ยวล่องแก่งที่นำอูด้วย ตรงข้ามกับปากน้ำอู คือถ้ำติ่ง หน้าผาที่มีซอกลึกเข้าไปคล้ายอุโมงค์ และมีชะง่อนหินผาย้อยลงมา เหมือโคมระย้าห้อยอยู่ มีพระพุทธรูปประดิษฐานที่นั่น ก็เป็นหนึ่งที่ท่องเที่ยว ผู้คนจะมาที่นี่ได้ก็ด้วยการสัญจรทางเรือในแม่น้ำโขง   และหากล่องเรืองทวนน้ำขึ้นทางเหนือ ห่างจากปากน้ำอูไปอีก 2-3 กิโลเมตร จะพบธงเหลือปักอยู่ริมแม่น้ำโขงทั้งสองฝั่ง ซึ่งบริเวณนั้นมีทั้งเกาะแก่ง โขดหิน หาดทราย และลึกเข้าไปเป็นชุมชนบ้านเรือน บริเวณนี้เองที่ถูกคัดเลือกให้เป็นที่ตั้งเขื่อนหลวงพระบาง    มีข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่า บริษัทของเวียดนาม และทางการลาว ที่ร่วมทุนเพื่อศึกษาพื้นที่สร้างเขื่อนหลวงพระบางนั้น ต้องการสร้างบริเวณที่ใกล้จุดบรรจบกันของภูมิเขาสูงลูกที่ขนาบข้างแม่น้ำโขง แต่จำเป็นต้องระเบิดแก่งหินออก แต่รัฐบาลลาวไม่เห็นด้วยเพราะเกรงจะกระทบเกาะแก่งหิน และอาจกระทบการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของหลวงพระบาง จึงกำหนดพิกัดตามธงที่ปักไว้ให้    ข้อมูลที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ ระบุว่า เขื่อนหลวงพระบาง เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลลาว กับบริษัทปิโตรเลียมของเวียดนาม และอาจมีบริษัทก่อสร้างของไทยรวมเป็นพันธมิตร จะรับผิดชอบสร้างเขื่อนหลวงพระบางด้วย เป้าหมายเพื่อส่งออกไฟฟ้าให้ไทย และเวียดนาม ซึ่งเขื่อนนี้ ถูกออกแบบให้เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าแบบน้ำไหลผ่าน (Run-of-river Dam) ตัวสันเขื่อนมีความยาว 275 เมตร สูง 79 เมตร กว้าง 97 เมตร ขนาดกำลังผลิต 1,460 เมกะวัตต์    เมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติลาว (LNMC) ยื่นเอกสารต่อสำนักงานเลขาธิการแม่น้ำโขง (MRCs) เพื่อขอให้มีการจัดกระบวนการแจ้ง ปรึกษาหารือล่วงหน้า หรือเรียกว่า PNPCA process กรณีโครงการเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower project) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือฯ ที่ต้องแจ้งและรับฟังความเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 6 เดือน คือ ตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2562 และสิ้นสุดกระบวนการในวันที่ 7 เมษายน ปีหน้า    ขณะที่เลขาธิการ สทนช. ระบุว่า สิ่งที่จะทำได้ในกรณีเขื่อนหลวงพระบาง คือเปิดเวทีแจ้งข้อมูลโครงการต่อภาครัฐทุกระดับ และประชาชน 8 แม่น้ำโขงของไทย ตั้งแต่เชียงราย ถึงอุบลราชธานี และจะนำบทเรียน ผลกระทบ จากเขื่อนไซยะบุรีไปสะท้อนปัญหาด้วย   การเดินหน้าเขื่อนแห่งใหม่ในลาว ทำให้นักอนุรักษ์กลุ่มรักษ์เชียงของ เห็นห่วงอย่างยิ่งต่อผลกระทบข้ามพรมแดน โดยเฉพาะกรณีเขื่อนไซยะบุรีที่เกิดกับพื้นที่ท้ายเขื่อนเมื่อเดือนที่แล้ว น่าจะเป็นตัวอย่างได้ชัด และยังไม่นับความกังวลใจเรื่องพันธ์ปลาในแม่น้ำโขงจะกระทบด้วย   สื่อมวลชนในสปป.ลาว ระบุว่าเขื่อนหลวงพระบาง จะกระทบผู้คนใน 3 แขวง คือ เมืองจอมเพ็ด แขวงหลวงพระบาง เมืองปากอู แขวงอุดมไซย และเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี รวมหลายพันครอบครัว ที่อาจต้องอพยพโยกย้าย ขณะที่ผลกระทบข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านคือระบบนิเวศที่เป็นแหล่งอาหารด้วย    นักวิชาการและกลุ่มอนุรักษ์เชียงของและลุ่มน้ำโขง มีความเห็นว่าแทนที่จะเดินหน้ารับฟังความเห็นเรื่องเขื่อนหลวงพระบาง ควรจะยกเลิกเขื่อน เพราะมีพลังงานทางเลือกอื่น มาทดแทนมากขึ้น และการลงทุนที่กระทบสิทธิมนุษยชน นับวันแต่จะมีความเสี่ยงมากขึ้น  

 1,097
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 62

ไฟไหม้เรือสินค้าจีนริมฝั่งโขง คาดโคมลอยยี่เป็งตกใส่

เชียงราย-เกิดเหตุไฟไหม้เรือสินค้าที่ จอดเทียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ติดถนนสายเชียงแสน-เชียงของ ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟ   ที่เกิดเหตุพบจุดที่เรือไฟไหม้อยู่ติดกับร้านค้าชายแดนและตรงกันข้ามฝั่งถนนกับวัดปงสนุก ต.เวียง โดยไฟได้โหมลุกไหม้ตรงส่วนหน้าที่เป็นห้องเย็นเก็บสินค้าและกำลังจะลุกลามไปทั่วเรือ โดยเฉพาะห้องขับเครื่องยนต์ เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดพ่นน้ำอย่างหนัก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้   จากการตรวจสอบพบเรือที่เกิดเหตุเป็นเรือสัญชาติจีน จอดเทียบไว้ที่ริมฝั่งและเกยตื้นจึงรอให้น้ำขึ้น ส่วนภายในเรือไม่มีสินค้าได้รับความเสียหายเพราะยังไม่ได้บรรทุกสินค้าใดๆ ความเสียหายเกิดกับผ้าใบที่ปูไว้ด้านบนห้องเย็นหน้าเรือและตัวเรือบางส่วนเท่านั้น   ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากโคมไฟที่ชาวบ้านได้จุดแล้วลอยตกลงบนผืนผ้าใบที่แห้ง เนื่องจากมีการจัดงานลอยกระทงและปล่อยโคมยี่เป็งเชียงแสน ในบริเวณใกล้เคียง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_dc1dH3casc

 785

Top