ค้นหา :

ผลการค้นหา "โดนจับกลางโรงเรียน"

สังคม-อาชญากรรม
10 ส.ค. 61

ศึกแย่งลูกไม่จบ พ่อแจงป้องกันตัวปัดเหวี่ยงลูก ตร.ยันต้องระงับเหตุวิวาท ภาพเลยออกมารุนแรง

จากกรณีพ่อแม่แย่งชิงลูกในโรงเรียน จนเกิดภาพการใช้ความรุนแรง โดยพ่อถูกเจ้าหน้าที่หลายนายจับกดลงกับพื้นกลางโรงเรียน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ระงับเหตุไม่เหมาะสม   ต่อมามีการแชร์คลิปใหม่ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะมีการแย่งชิงลูก โดยเป็นลักษณะพ่อของเด็ก หรือนายธารา โต้เถียงกับพ่อตา และมีการชุดกระชากและเหวี่ยงตัวลูกกระเด็นออกไป รวมทั้งมีการแฉพฤติกรรมของพ่อ   ล่าสุดนายธารา เวลาแจ้ง หรือมาร์ค พ่อที่อยู่ในคลิป ชี้แจงว่า ไม่ได้มีการเหวี่ยงหรือทำอารมณ์ร้อนใส่ลูก แต่เป็นการหมุนเอี้ยวตัวตามแรงเหวี่ยงของตัวเองที่พยายามหลบจากการกระชากคอเสื้อ ซึ่งพ่อตาเดินเข้ามากระชากคอเสื้อตนจึงต้องหลบ ตอนนั้นลูกๆก็เกาะแขนตนแน่น ไม่ใช่การเหวี่ยงโยนลูกตามที่โซเชียลเข้าใจ   เหตุที่เกิดขึ้นเพราะตนถูกพ่อตาและพี่ชายอดีตภรรยาทำร้ายร่างกายก่อน จริงๆเหตุวันนั้นหากมีการเจรจากันดี ไม่มีการขึ้นเสียงหรือทำร้ายร่างกายตนก็ไม่มีปัญหา พอเจ้าหน้าที่ระงับเหตุเสร็จ บอกให้ทั้งสองฝ่ายไปเจรจากันที่โรงพัก ก็พบว่าฝั่งอดีตภรรยาไม่มาและเอาลูกกลับไปแล้ว   และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่ออดีตภรรยาและลูกได้ แต่เชื่อว่าลูกอยู่ที่ปลอดภัย ตนก็คิดถึงลูกมาก นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว  ปัญหาการแย่งชิงลูกนี้ มีสะสมมายาวนาน ตนก็หวังพึ่งศาลช่วยชี้ขาดสิทธิ์การดูแลลูกทั้งสองคน และยอมรับว่า ในวันที่ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานการให้สิทธิ์ดูแลลูก ตนไม่ได้ไปตามนัดจริงเพราะจำวันผิด แต่จากนี้ตนก็จะขอให้กฎหมายให้ความเป็นธรรมชี้ขาดให้ฝ่ายใดดูแลลูก   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสังคมอาจจะมองด้านเดียวเห็นคลิปแล้วตัดสินใจ นายมาร์คจึงไปประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด จากเทศบาลเมืองพัทยา แต่กลับพบว่า กล้องระบบเซฟเวอร์เสีย ทำให้ไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้    นอกจากประเด็นคลิปการเหวี่ยงลูกแล้วยังพบว่า นายมาร์คดูแลลูกๆไม่ดี ตอนที่โดนหมากัดก็ไม่ดูแล และเคยทำร้ายทุบตีอดีตภรรยา เรื่องนี้้นายมาร์คยืนยันว่าไม่จริง ตนเป็นคนดีแลลูกและที่ถูกหมากัดก็นำลูกส่งรพ.และไปเฝ้าตลอด หลักฐานซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ ตนพร้อมจะชี้แจงและนำหหลักฐานต่างๆมายืนยันในช่วงบ่ายวันนี้ (10 ส.ค.)   ผู้สื่อข่าวสังเกตอาการบาดเจ็บของนายมาร์คพบว่า ที่ดวงตาเขียวช้ำหนักกว่าเดิม ที่แขนและลำตัวชายโครงมีบาดแผลฟกช้ำ ซึ่งนายมาร์คระบุว่าเกิดจากฝีมือพ่อตาและพี่ชายอดีตภรรยาทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนก็จะแจ้งความเอาผิดพ่อตาและพี่ชาย ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น   ด้านนางมุกดา ดาวเรือง อายุ 58 ปี มารดาของ นายมาร์คเล่าว่า ลูกชายและอดีตภรรยาเขาดูแลลูกมาด้วยกัน ตั้งแต่คลอด พอเลิกกันก็มีปัญหาเรื่องแย่งลูกกัน ตนก็ได้แค่เตือนสติให้คุยกันดีๆแต่ทั้งสองฝ่ายก็ฟ้องร้องขอสิทธิดูแลลูก โดยส่วนตัวแล้วอยากให้เขาทั้งสองคนดีกันเพราะเห็นแก่หลาน แต่มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องปล่อยตามเวรกรรม พูดประโยคนี้จบแม่นายมาร์คถึงกับน้ำตาซึม สงสารหลานที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้   ด้านคุณยายละเมียด ยายของนายมาร์คเล่าว่า ที่ผ่านมามาร์คเลี้ยงดูลูกดีมาก ไม่เคยเห็นตีหรือดุด่า ทำหน้าที่พ่อได้ดี ทั้งดูแลอาหารการกินและไปโรงเรียน ไม่เคยตีลูก หรือใช้อารมณ์รุนแรงกับลูก ปัญหาการแย่งชิงลูกนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เกิดมาแล้วหลายครั้ง ฝั่งครอบครัวอดีตภรรยาเคยนำทหารและรถตู้มาเจรจาที่บ้านเพื่อขอลูกคืน ตอนนั้นคุยกันไม่รู้เรื่องเขาก็อุ้มหลานขึ้นรถไปเลย มาร์คก็ขับรถตามไปประกบและถึงกลางสี่แยกเมืองพัทยาและนำหลานๆกลับคืนมา   ทางฝั่งของ ร.ต.อ.อโนชา นันทไชย รองสวป.สภ.บางละมุง คนที่เข้าระงับเหตุร่วมกันกับทหาร ชี้แจงว่าการกระทำวันนั้นอาจดูรุนแรงไม่เหมาะสม แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า เป็นการระงับเหตุทะเลาะวิวาท ไม่ใช่การเข้าไปจับกุม จึงไม่จำเป็นต้องมีหมายจับ เหตุการณ์ทีเกิดขึ้นมีการทำร้ายร่างกายกัน ตร.ก็ต้องรีบระงับเหตุ กันพ่อตาและพี่ชายออกไปแล้ว เหลือแต่นายมารค์ที่ยังโวยวายไม่สงบ จึงต้องใส่กุญแจมือตามขั้นตอน   พอถึงโรงพัก นายมาร์คอารมณ์เย็นลงก็ไม่ได้ใส่กุญแจมือ เรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้สังคมเข้าใจว่า ตร.เข้าไประงับเหตุ ไม่ใช่ไปจับกุม แล้วจุดเกิดเหตุคือโรงเรียนหากไม่ระงับตอนนั้นอาจจะมีเหตุการณ์บานปลายได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NDuAffSQavE

 12,470
ข่าวภูมิภาค
09 ส.ค. 61

ผู้การฯ ชลบุรี แจงคลิปแย่งชิงลูก ยันตำรวจทำตามหน้าที่

จากกรณีที่ กระแสสังคมวิพากวิจารณ์อย่างหนักถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ หลังจากได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งใช้ชื่อว่า Arocha Reampong ได้ไลฟ์เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจับชายคนหนึ่งกลางโรงเรียน โดยจากคลิปจะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวนหลายนายกำลังรุมจับชายสวมเสื้อดำ ซึ่งโดนจับให้นอนราบกับพื้น พร้อมใส่กุญแจมือและนำตัวขึ้นรถกระบะไปสถานีตำรวจด้วยความรุนแรง ขณะที่ชายคนดังกล่าวตะโกนถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “มีสิทธิ์อะไรมาจับ มีหมายศาลหรือไม่ พร้อมกับคำว่า อย่าเอาลูกผมไป”    ล่าสุด วันนี้ (9 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อม พ.ต.อ.จักร์ทิพย์ พาราพันธสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางละมุง และ พ.ต.ท. ดรัณภพ สระทองอยู่ รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวถึงกระแสวิจารณ์ในสังคมในตอนนี้ โดยยืนยันว่าตำรวจทำตามหน้าที่ พร้อมเปิดคลิปก่อนหน้าที่ที่ตำรวจจะควบคุมนายธารา เพราะในขณะนั้นนายธารา อยู่ในช่วงอารมณ์โกรธ และได้จับลูกสาวเหวี่ยงจนล้มไปกับพื้น ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องควบคุมไม่ให้สถาณการณ์มันแย่ไปมากว่านี้    อยากให้ประชาชนได้เข้าใจด่าตำรวจว่าเป็นคนผิดเป็นคนเลว อย่าด่าตำรวจมากเอาแค่พอสมควร แต่ถึงอย่างไร ก็ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงหากตำรวจทำมากไปทำเกินกว่าเหตุก็ต้องมีการลงโทษลงทัณฑ์ ไม่ต้องห่วงไม่ได้เข้าข้างใคร ส่วนรายละเอียดเรื่องภายในครอบครัวนั้นเรื่องนั้นก็ยังอยู่ในชั้นศาลจึงไม่อยากเปิดเผยรายละเอียดอะไรที่มากไป     ดูข่าวเพิ่มเติม    แม่งัดหลักฐานโต้ปมแย่งลูกจับพ่อกลาง ร.ร. ฝ่ายชายรับเคยมีคดีรุมโทรม-ยาเสพติด ช่วงผิดพลาดตอนวัยรุ่น  

 6,175
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 61

แม่งัดหลักฐานโต้ปมแย่งลูกจับพ่อกลาง ร.ร. ฝ่ายชายรับเคยมีคดีรุมโทรม-ยาเสพติด ช่วงผิดพลาดตอนวัยรุ่น

จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่บุกจับตัวพ่อกลางโรงเรียนลูกที่ จ.ชลบุรี โดยอ้างว่าได้รับแจ้งว่าพัวพันยาเสพติด ท่ามกลางสายตาของเด็กที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ต่อมาทางชายดังกล่าวชี้แจงว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะขณะนี้กำลังฟ้องร้องกับภรรยาเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร   ล่าสุดมีข้อมูลจากเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return ได้โพสต์คลิปก่อนเกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่บุกจับคุณธารา จากคลิปจะเห็นได้ว่าชายผู้เป็นพ่อได้เดินกอดคอลูกสาว 2 คน พยายามเดินหนีเจ้าหน้าที่ จากนั้นในคลิปก็มีชายเสื้อขาวซึ่งเป็นพ่อตาของเดินเข้ามาหาแล้วบอกให้คุยกันดีๆ ทันใดนั้นก็มีจังหวะดึง แต่ทางผู้เป็นพ่อก็ยังใช้แขนล็อคคอลูกสาวคนโตไว้ แล้วตัวลูกสาวก็หลุดลอยกระแทกพื้น ร้องไห้เสียงดัง   นอกจากนี้ยังมีประเด็นเพิ่มมาว่า 1.ประเด็นเรื่องแจ้งความเท็จ แม่ไม่ได้ไปแจ้งความต่อตำรวจ และไม่ได้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรม แต่ไปปรึกษากับทหาร ที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ในเขตพื้นที่บางละมุง และได้เขียนคำร้องให้ช่วยเหลือ บุตร ทั้ง 2 เนื่องจากพ่อ ไม่คืนบุตรทั้ง 2 กีดกันไม่ให้เจอหรือพูดคุย และทหารได้สอบถามถึงพฤติกรรมของพ่อ แม่ก็เลยแจ้งเบาะแสเบื้องต้น เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดในอดีต และชอบพกปืน เคยทำร้ายร่างตน ชอบข่มขู่   2. ประเด็นการทำร้ายร่างกาย ในวันเกิดเหตุ พ่อเด็กกำลังจะขึ้นมอเตอร์ไซค์พาเด็กๆหนี คุณตาเลยเข้าไปดึงเสื้อจากด้านหลัง เพื่อมาเจรจา แต่พ่อเด็กหันมาต่อย จึงเกิดการต่อสู้กัน ไม่ใช่การทำร้ายฝ่ายเดียวบาดแผลที่เกิดขึ้นเกิดจากการต่อสู้. ต่อมาทหารและตำรวจ จึงเข้าไปควบคุม เนื่องจาก พ่อเด็กมีพฤติกรรมโวยวายจะเข้าไปทำร้ายแม่เด็ก    รวมไปถึงยังมีการโพสต์รายละเอียดปมที่แม่ของเด็กไม่ยินยอมให้ลูกตั้งแต่แรก และพฤติกรรมของผู้เป็นพ่ออื่นๆอีกโดยระบุว่า   -แม่เด็กไม่ได้ยินยอมยกลูกให้ตั้งแต่แรก(มีใบแจ้งความว่าไม่ได้สมัครใจยกไห้ตั้งแต่ปี57) -ทำร้ายร่างกายแม่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่อยู่ด้วยกันต่อหน้าลูก ญาติ และ สาธารณชน(แม่เด็กอยู่พัทยาตัวคนเดียวไม่เคยบอกเรื่องราวต่อญาติตน) -ระหว่างที่บุตรอยู่กับพ่อเด็ก ก็กักขังไม่ไห้เด็กพบเจอญาติตน เนื่องจากมีอาการทางจิตกังวลตลอดเวลา ไปร.ร. ก็นั่งเฝ้าเช้าจรดเย็น -ไม่ประกอบอาชีพใดๆ เล่นการพนันฟุตบอล เดี่ยวข้องกับยาเสพติด -ข่มขู่จะยิงลูกและยิงตัวตายตาม ถ้าแม่เด็กมาเอาลูก -มีพฤติกรรมด่าทอ ข่มขู่แม่เด็ก และบุพการีตลอดมา -ระหว่างพ่อเด็กเลี้ยงดู บุตรคนเล็กหมารุมกัดเย็บเป็น10 เข็ม -บุตรคนโต ตกบันไดมองไม่เห็นไประยะนึง ไหปลาร้าหัก ท้ายทอยแตก ต้องนอน รพ. -ย้ายโรงเรียนหนีไม่จ่ายค่าเทอมโรงเรียนเก่า มีคดีความติดตัวทั้ง รุมโทรม ยาเสพติด การพนัน -ตอนที่มีการฟ้องร้องตนขอเลี้ยงดูบุตรเองทางญาติฝั่งผู้ชายมาเป็นพยานให้และต้องการให้ตนดูแลลูกๆแต่ฝ่ายผู้ชายได้เอามีดไล่แทงญาติจนเป็นคดีความ แจ้งความไว้   ต่อมาทางผู้เป็นพ่อได้ชี้แจงว่า เริ่มต้นเลยตนและภรรยาฟ้องร้องสิทธิปกครองลูก ตอนนี้อยู่ขั้นตอนของศาลฎีกา แต่ฝ่ายภรรยา ได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นช่วงพักกินข้าว ตนจะไปกินข้าวทุกวัน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ เกิดมาหลายครั้งแล้ว   หลังหย่าร้างกันเมื่อ 5 ปี ก่อน ทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องเรื่องสิทธ์ครอบครองลูกเรื่อยมา ผมเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด 3 ปี ทำให้ฝั่งภรรยาไม่พอใจตลอดเวลาผมเป็นคนดูแลลูก ทุกครั้งที่จะมาเอาลูกไป จะเอาทหาร ตำรวจ รถตู้มาข่มขู่   พร้อมชี้แจงเรื่องที่ตนเคยมีคดีติดตัว คือรุมโทรม เกิดในช่วงคึกคะนองช่วงอายุ 13 ได้รับโทษไปแล้ว ยาเสพติดก็ช่วงวัยรุ่น ช่วงเวลาผิดพลาด ขณะนี้ได้พ้นโทษแล้ว   ซึ่งเมื่อตนถูกคุมตัวถึง สภ.บางละมุง ตนได้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ได้ทราบว่า ทางฝั่งอดีตภรรยาได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี ซึ่งหากลูกอยู่กับตนจะไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ประสานตำรวจ สภ.บางละมุง นำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว ภายหลังจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติด และอาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวกลับ จากนั้นได้เดินทางมาตรวจร่างกาย เพื่อเป็นหลักฐานในการร้องทุกข์ว่า ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wzXyYysEi9o

 11,718
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 61

เปิดคลิปชายถูกล็อกตัวกลาง ร.ร.ลูก หลังภรรยาแจ้งจับยาเสพติด เหตุแย่งชิงสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร

ชลบุรี-คลิปขณะตำรวจและทหารจำนวนหลายนาย กำลังจับกุมชายคนหนึ่ง ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งท่ามกลางบรรยากาศครูนักเรียนและชาวบ้านที่ยืนดู   ต่อมา นายธารา เวลาแจ้ง อายุ 35 ปี ผู้ถูกจับในคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันนี้ช่วงเวลาพักกลางวัน ตนได้เดินทางไปทานข้าวกับลูกสาวทั้ง 2 คน ที่โรงเรียนใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งตนจะทำแบบนี้เป็นประจำทุกๆวัน ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้น   สาเหตุมาจากตนและภรรยาได้หย่าร้างกันเมื่อ 5 ปี ก่อน ทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องเรื่องสิทธ์ครอบครองลูกเรื่อยมา ซึ่งตนเป็นคนดูแลและเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คน มาโดยตลอด อาจจะมีช่วงปิดเทอมที่ลูกไปเที่ยวหาฝั่งทางภรรยา   ซึ่งหากเมื่อลูกอยู่กับภรรยาจะปิดบังไม่ให้ตนได้คุยกับลูก และตนต้องไปตามกลับทุกครั้ง ซึ่งตนได้เลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด 3 ปี ทำให้ฝั่งภรรยาไม่พอใจ จนเหตุการณ์ล่าสุดภรรยาและครอบครัว ได้พาทหารตำรวจ มาจับกุมตน และทำร้ายร่างกายตน ที่โรงเรียนพร้อมกับพาลูกทั้ง 2 คน ขึ้นรถไป ตามคลิปวิดีโอ   เมื่อถึง สภ.บางละมุง ตนได้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ตนได้ทราบว่า ทางฝั่งอดีตภรรยาได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนเองมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี ซึ่งหากลูกอยู่กับตนจะไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ประสานตำรวจ สภ.บางละมุง นำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว ภายหลังจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติด และอาวุธปืน แต่ตนบริสุทธิ์เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวกลับ   จากนั้นตนได้เดินทางมาตรวจร่างกาย เพื่อเป็นหลักฐานในการร้องทุกข์ว่า ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46HWzWDAQII

 10,071

Top