ค้นหา :

ผลการค้นหา "แย่งสิทธิเลี้ยงดูบุตร"

บันเทิง
23 พ.ค. 62

ศาลไม่รับฟ้องคดี 'ต่าย ชุติมา' ร้องถูก 'ทิม พิธา' ทำร้ายร่างกาย ฝ่ายหญิงรอไกล่เกลี่ยสิทธิเลี้ยงดูบุตร

เรื่องราวของครอบครัวที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ของครอบครัว 'ต่าย ชุติมา' หรือ ต่าย ซีซั่นเชนจ์ และสามีนักธุรกิจ และ นักการเมือง 'ทิม พิธา' ที่เมื่อวานนี้ (22 พ.ค.62) ทั้งคู่ก็ได้เดินทางมาที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อทำการไต่สวนคดี ที่ฝ่ายหญิงยื่นฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกาย เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย และขอความคุ้มครองสิทธิ์   ซึ่งศาลก็ได้ได้สวนคดีนี้ ใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมงเต็ม ก่อนที่ทิม พิธา จะเดินทางกลับด้านหลังศาล ขณะที่ต่ายก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเจ้าตัวก็เผยว่า ตลอดที่อยู่กินกันมาร่วม 10 ปี ตนได้ถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมกับหลักฐานมายื่นต่อศาล ซึ่งศาลก็เห็นว่ามีความกระทำความรุนแรงกันจริงตามสามีภรรยา  แต่ไม่ถึงขั้นเป็นความรุนแรงภายในครอบครัว เลยไม่ได้รับพิจารณาคดี   ส่วนคดีก่อนหน้านี้ ที่ทางฝ่ายชายได้ฟ้องหย่าขออำนาจปกครองบุตร ซึ่งศาลพิพากษาให้ทิม เป็นผู้ชนะคดีได้สิทธิเลี้ยงดูลูก สาววัย 3 ขวบ โดยมีข้อตกลงว่า ลูกอยู่กับพ่อคืนวันจันทร์-ศุกร์  และแม่ไปรับที่โรงเรียนในวันศุกร์ อยู่กับแม่วันเสาร์-อาทิตย์  พร้อมกันนี้ศาลมีคำสั่งให้หย่าขาด   ก่อนที่ทางต่ายทราบที่หลัง เลยได้ขอให้ศาลไต่สวนคดีใหม่ โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้รับหมายศาล จึงไม่ทราบมาก่อนว่าถูกฟ้อง เพราะไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ตามที่ส่งหมายและสำเนาฟ้อง ไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ซึ่งศาลเห็นว่าหากทางต่าย ที่เป็นจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีก็จะมีโอกาสชนะคดีได้ ศาลจึงสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ แต่หลังจากนั้นทิมก็ได้ถอนฟ้องคดีดังกล่าว ทำให้คดีทั้งหมดเป็นโมฆะ   ซึ่งต่ายก็บอกว่า ที่ผ่านมาตนเงียบไม่ได้ออกมาพูดอะไร และคิดว่าสงสารลูก เป็นห่วงสภาพจิตใจลูก และก็ถูดบิดเบือนทำให้คนเข้าใจผิดมาโดยตลอด โดยหลังจากนี้ก็จะไปไกล่เกลี่ยกันนอกรอบ เพราะตนต้องการจะได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร 80% และฝั่งพ่อ 20% ส่วนค่าเลี้ยงดูก็รับผิดชอบร่วมกัน หากไม่ได้ข้อสรุปก็อาจจะฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีเรียกร้องสิทธิในการเลี้ยงดูบุตรต่อไป   ต่อมาทิม พิธา ได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมที่ระบุว่า ศาล “ยกคำร้อง” คดีและข้อกล่าวหาที่คุณต่ายฟ้องกลับ   ขอความกรุณา พี่ๆ สื่อมวลชนที่พาดหัวข่าวบิดเบือนจากคำสั่งศาล คดีคุ้มครองสวัสดิภาพคนในครอบครัวที่คุณต่ายกล่าวหาผม และไต่สวนอย่างละเอียด 11 ชม.ในวันนี้นั้น ศาลพิจารณาและได้พิสูจน์แล้วว่า “ไม่เป็นความจริง” และตัดสินว่า “ยกคำร้อง” ของคุณต่ายตามที่ได้กล่าวหาผมมา คุณต่ายก็ให้สัมภาษณ์ว่าน้อมรับคำตัดสินของศาลแล้ว และปัจจุบัน “ไม่มี” คดีความอะไรค้างคาเหลืออีกแล้ว   อย่างที่เรียนเมื่อเช้า ยังมีขบวนการข่าวเท็จ Fake news ทีมกฎหมายบางกลุ่ม ทนายบางคน และ สื่อมวลชนบางกลุ่ม เพจบางเพจ อวตาร ขาประจำ ที่ยังบิดเบือนข้อเท็จจริง กลั่นแกล้งผม และอาจหมิ่นคำสั่งศาลอีกด้วย เพราะมีเป้าหมายทางผลประโยชน์ หรือ เงิน ที่ยังไม่อยากให้เรื่องจบ ขอความกรุณาให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย เพราะท่านพาดหัวข่าวไม่เป็นความจริงครับ สุดท้ายนี้ผมขอโทษทุกท่านอีกครั้ง ที่ทำให้ท่านเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ผมมีความจำเป็นจริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่อยากรบกวนทุกท่านแล้ว   เรื่องภายในครอบครัวที่ท่านแนะนำมาว่าควรเป็นเรื่องระหว่างคน 2 คน ผมเห็นด้วยครับ เป็นเพื่อนช่วยกันเลี้ยงลูก เพราะผมยังมองถึงความผาสุกของลูกเป็นที่ตั้ง ขอให้ผมได้อยู่กับลูกอย่างสงบเถอะครับ   ขอบคุณครับ ป.ล.ผมได้แถลงขอสละเอกสิทธิ์ ส.ส.ต่อศาล และเข้ากระบวนการแบบคนธรรมดาครับ อย่าเชื่อข่าวลวง ขอบคุณครับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kTulIE8YOQ8

 11,069
สังคม-อาชญากรรม
10 ส.ค. 61

ศึกแย่งลูกไม่จบ พ่อแจงป้องกันตัวปัดเหวี่ยงลูก ตร.ยันต้องระงับเหตุวิวาท ภาพเลยออกมารุนแรง

จากกรณีพ่อแม่แย่งชิงลูกในโรงเรียน จนเกิดภาพการใช้ความรุนแรง โดยพ่อถูกเจ้าหน้าที่หลายนายจับกดลงกับพื้นกลางโรงเรียน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ระงับเหตุไม่เหมาะสม   ต่อมามีการแชร์คลิปใหม่ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะมีการแย่งชิงลูก โดยเป็นลักษณะพ่อของเด็ก หรือนายธารา โต้เถียงกับพ่อตา และมีการชุดกระชากและเหวี่ยงตัวลูกกระเด็นออกไป รวมทั้งมีการแฉพฤติกรรมของพ่อ   ล่าสุดนายธารา เวลาแจ้ง หรือมาร์ค พ่อที่อยู่ในคลิป ชี้แจงว่า ไม่ได้มีการเหวี่ยงหรือทำอารมณ์ร้อนใส่ลูก แต่เป็นการหมุนเอี้ยวตัวตามแรงเหวี่ยงของตัวเองที่พยายามหลบจากการกระชากคอเสื้อ ซึ่งพ่อตาเดินเข้ามากระชากคอเสื้อตนจึงต้องหลบ ตอนนั้นลูกๆก็เกาะแขนตนแน่น ไม่ใช่การเหวี่ยงโยนลูกตามที่โซเชียลเข้าใจ   เหตุที่เกิดขึ้นเพราะตนถูกพ่อตาและพี่ชายอดีตภรรยาทำร้ายร่างกายก่อน จริงๆเหตุวันนั้นหากมีการเจรจากันดี ไม่มีการขึ้นเสียงหรือทำร้ายร่างกายตนก็ไม่มีปัญหา พอเจ้าหน้าที่ระงับเหตุเสร็จ บอกให้ทั้งสองฝ่ายไปเจรจากันที่โรงพัก ก็พบว่าฝั่งอดีตภรรยาไม่มาและเอาลูกกลับไปแล้ว   และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่ออดีตภรรยาและลูกได้ แต่เชื่อว่าลูกอยู่ที่ปลอดภัย ตนก็คิดถึงลูกมาก นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว  ปัญหาการแย่งชิงลูกนี้ มีสะสมมายาวนาน ตนก็หวังพึ่งศาลช่วยชี้ขาดสิทธิ์การดูแลลูกทั้งสองคน และยอมรับว่า ในวันที่ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานการให้สิทธิ์ดูแลลูก ตนไม่ได้ไปตามนัดจริงเพราะจำวันผิด แต่จากนี้ตนก็จะขอให้กฎหมายให้ความเป็นธรรมชี้ขาดให้ฝ่ายใดดูแลลูก   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสังคมอาจจะมองด้านเดียวเห็นคลิปแล้วตัดสินใจ นายมาร์คจึงไปประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด จากเทศบาลเมืองพัทยา แต่กลับพบว่า กล้องระบบเซฟเวอร์เสีย ทำให้ไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้    นอกจากประเด็นคลิปการเหวี่ยงลูกแล้วยังพบว่า นายมาร์คดูแลลูกๆไม่ดี ตอนที่โดนหมากัดก็ไม่ดูแล และเคยทำร้ายทุบตีอดีตภรรยา เรื่องนี้้นายมาร์คยืนยันว่าไม่จริง ตนเป็นคนดีแลลูกและที่ถูกหมากัดก็นำลูกส่งรพ.และไปเฝ้าตลอด หลักฐานซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ ตนพร้อมจะชี้แจงและนำหหลักฐานต่างๆมายืนยันในช่วงบ่ายวันนี้ (10 ส.ค.)   ผู้สื่อข่าวสังเกตอาการบาดเจ็บของนายมาร์คพบว่า ที่ดวงตาเขียวช้ำหนักกว่าเดิม ที่แขนและลำตัวชายโครงมีบาดแผลฟกช้ำ ซึ่งนายมาร์คระบุว่าเกิดจากฝีมือพ่อตาและพี่ชายอดีตภรรยาทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนก็จะแจ้งความเอาผิดพ่อตาและพี่ชาย ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น   ด้านนางมุกดา ดาวเรือง อายุ 58 ปี มารดาของ นายมาร์คเล่าว่า ลูกชายและอดีตภรรยาเขาดูแลลูกมาด้วยกัน ตั้งแต่คลอด พอเลิกกันก็มีปัญหาเรื่องแย่งลูกกัน ตนก็ได้แค่เตือนสติให้คุยกันดีๆแต่ทั้งสองฝ่ายก็ฟ้องร้องขอสิทธิดูแลลูก โดยส่วนตัวแล้วอยากให้เขาทั้งสองคนดีกันเพราะเห็นแก่หลาน แต่มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องปล่อยตามเวรกรรม พูดประโยคนี้จบแม่นายมาร์คถึงกับน้ำตาซึม สงสารหลานที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้   ด้านคุณยายละเมียด ยายของนายมาร์คเล่าว่า ที่ผ่านมามาร์คเลี้ยงดูลูกดีมาก ไม่เคยเห็นตีหรือดุด่า ทำหน้าที่พ่อได้ดี ทั้งดูแลอาหารการกินและไปโรงเรียน ไม่เคยตีลูก หรือใช้อารมณ์รุนแรงกับลูก ปัญหาการแย่งชิงลูกนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เกิดมาแล้วหลายครั้ง ฝั่งครอบครัวอดีตภรรยาเคยนำทหารและรถตู้มาเจรจาที่บ้านเพื่อขอลูกคืน ตอนนั้นคุยกันไม่รู้เรื่องเขาก็อุ้มหลานขึ้นรถไปเลย มาร์คก็ขับรถตามไปประกบและถึงกลางสี่แยกเมืองพัทยาและนำหลานๆกลับคืนมา   ทางฝั่งของ ร.ต.อ.อโนชา นันทไชย รองสวป.สภ.บางละมุง คนที่เข้าระงับเหตุร่วมกันกับทหาร ชี้แจงว่าการกระทำวันนั้นอาจดูรุนแรงไม่เหมาะสม แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า เป็นการระงับเหตุทะเลาะวิวาท ไม่ใช่การเข้าไปจับกุม จึงไม่จำเป็นต้องมีหมายจับ เหตุการณ์ทีเกิดขึ้นมีการทำร้ายร่างกายกัน ตร.ก็ต้องรีบระงับเหตุ กันพ่อตาและพี่ชายออกไปแล้ว เหลือแต่นายมารค์ที่ยังโวยวายไม่สงบ จึงต้องใส่กุญแจมือตามขั้นตอน   พอถึงโรงพัก นายมาร์คอารมณ์เย็นลงก็ไม่ได้ใส่กุญแจมือ เรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้สังคมเข้าใจว่า ตร.เข้าไประงับเหตุ ไม่ใช่ไปจับกุม แล้วจุดเกิดเหตุคือโรงเรียนหากไม่ระงับตอนนั้นอาจจะมีเหตุการณ์บานปลายได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NDuAffSQavE

 12,346
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 61

แม่งัดหลักฐานโต้ปมแย่งลูกจับพ่อกลาง ร.ร. ฝ่ายชายรับเคยมีคดีรุมโทรม-ยาเสพติด ช่วงผิดพลาดตอนวัยรุ่น

จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่บุกจับตัวพ่อกลางโรงเรียนลูกที่ จ.ชลบุรี โดยอ้างว่าได้รับแจ้งว่าพัวพันยาเสพติด ท่ามกลางสายตาของเด็กที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ต่อมาทางชายดังกล่าวชี้แจงว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะขณะนี้กำลังฟ้องร้องกับภรรยาเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร   ล่าสุดมีข้อมูลจากเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return ได้โพสต์คลิปก่อนเกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่บุกจับคุณธารา จากคลิปจะเห็นได้ว่าชายผู้เป็นพ่อได้เดินกอดคอลูกสาว 2 คน พยายามเดินหนีเจ้าหน้าที่ จากนั้นในคลิปก็มีชายเสื้อขาวซึ่งเป็นพ่อตาของเดินเข้ามาหาแล้วบอกให้คุยกันดีๆ ทันใดนั้นก็มีจังหวะดึง แต่ทางผู้เป็นพ่อก็ยังใช้แขนล็อคคอลูกสาวคนโตไว้ แล้วตัวลูกสาวก็หลุดลอยกระแทกพื้น ร้องไห้เสียงดัง   นอกจากนี้ยังมีประเด็นเพิ่มมาว่า 1.ประเด็นเรื่องแจ้งความเท็จ แม่ไม่ได้ไปแจ้งความต่อตำรวจ และไม่ได้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรม แต่ไปปรึกษากับทหาร ที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ในเขตพื้นที่บางละมุง และได้เขียนคำร้องให้ช่วยเหลือ บุตร ทั้ง 2 เนื่องจากพ่อ ไม่คืนบุตรทั้ง 2 กีดกันไม่ให้เจอหรือพูดคุย และทหารได้สอบถามถึงพฤติกรรมของพ่อ แม่ก็เลยแจ้งเบาะแสเบื้องต้น เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดในอดีต และชอบพกปืน เคยทำร้ายร่างตน ชอบข่มขู่   2. ประเด็นการทำร้ายร่างกาย ในวันเกิดเหตุ พ่อเด็กกำลังจะขึ้นมอเตอร์ไซค์พาเด็กๆหนี คุณตาเลยเข้าไปดึงเสื้อจากด้านหลัง เพื่อมาเจรจา แต่พ่อเด็กหันมาต่อย จึงเกิดการต่อสู้กัน ไม่ใช่การทำร้ายฝ่ายเดียวบาดแผลที่เกิดขึ้นเกิดจากการต่อสู้. ต่อมาทหารและตำรวจ จึงเข้าไปควบคุม เนื่องจาก พ่อเด็กมีพฤติกรรมโวยวายจะเข้าไปทำร้ายแม่เด็ก    รวมไปถึงยังมีการโพสต์รายละเอียดปมที่แม่ของเด็กไม่ยินยอมให้ลูกตั้งแต่แรก และพฤติกรรมของผู้เป็นพ่ออื่นๆอีกโดยระบุว่า   -แม่เด็กไม่ได้ยินยอมยกลูกให้ตั้งแต่แรก(มีใบแจ้งความว่าไม่ได้สมัครใจยกไห้ตั้งแต่ปี57) -ทำร้ายร่างกายแม่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่อยู่ด้วยกันต่อหน้าลูก ญาติ และ สาธารณชน(แม่เด็กอยู่พัทยาตัวคนเดียวไม่เคยบอกเรื่องราวต่อญาติตน) -ระหว่างที่บุตรอยู่กับพ่อเด็ก ก็กักขังไม่ไห้เด็กพบเจอญาติตน เนื่องจากมีอาการทางจิตกังวลตลอดเวลา ไปร.ร. ก็นั่งเฝ้าเช้าจรดเย็น -ไม่ประกอบอาชีพใดๆ เล่นการพนันฟุตบอล เดี่ยวข้องกับยาเสพติด -ข่มขู่จะยิงลูกและยิงตัวตายตาม ถ้าแม่เด็กมาเอาลูก -มีพฤติกรรมด่าทอ ข่มขู่แม่เด็ก และบุพการีตลอดมา -ระหว่างพ่อเด็กเลี้ยงดู บุตรคนเล็กหมารุมกัดเย็บเป็น10 เข็ม -บุตรคนโต ตกบันไดมองไม่เห็นไประยะนึง ไหปลาร้าหัก ท้ายทอยแตก ต้องนอน รพ. -ย้ายโรงเรียนหนีไม่จ่ายค่าเทอมโรงเรียนเก่า มีคดีความติดตัวทั้ง รุมโทรม ยาเสพติด การพนัน -ตอนที่มีการฟ้องร้องตนขอเลี้ยงดูบุตรเองทางญาติฝั่งผู้ชายมาเป็นพยานให้และต้องการให้ตนดูแลลูกๆแต่ฝ่ายผู้ชายได้เอามีดไล่แทงญาติจนเป็นคดีความ แจ้งความไว้   ต่อมาทางผู้เป็นพ่อได้ชี้แจงว่า เริ่มต้นเลยตนและภรรยาฟ้องร้องสิทธิปกครองลูก ตอนนี้อยู่ขั้นตอนของศาลฎีกา แต่ฝ่ายภรรยา ได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นช่วงพักกินข้าว ตนจะไปกินข้าวทุกวัน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ เกิดมาหลายครั้งแล้ว   หลังหย่าร้างกันเมื่อ 5 ปี ก่อน ทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องเรื่องสิทธ์ครอบครองลูกเรื่อยมา ผมเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด 3 ปี ทำให้ฝั่งภรรยาไม่พอใจตลอดเวลาผมเป็นคนดูแลลูก ทุกครั้งที่จะมาเอาลูกไป จะเอาทหาร ตำรวจ รถตู้มาข่มขู่   พร้อมชี้แจงเรื่องที่ตนเคยมีคดีติดตัว คือรุมโทรม เกิดในช่วงคึกคะนองช่วงอายุ 13 ได้รับโทษไปแล้ว ยาเสพติดก็ช่วงวัยรุ่น ช่วงเวลาผิดพลาด ขณะนี้ได้พ้นโทษแล้ว   ซึ่งเมื่อตนถูกคุมตัวถึง สภ.บางละมุง ตนได้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ได้ทราบว่า ทางฝั่งอดีตภรรยาได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี ซึ่งหากลูกอยู่กับตนจะไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ประสานตำรวจ สภ.บางละมุง นำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว ภายหลังจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติด และอาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวกลับ จากนั้นได้เดินทางมาตรวจร่างกาย เพื่อเป็นหลักฐานในการร้องทุกข์ว่า ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wzXyYysEi9o

 11,646
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 61

เปิดคลิปชายถูกล็อกตัวกลาง ร.ร.ลูก หลังภรรยาแจ้งจับยาเสพติด เหตุแย่งชิงสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร

ชลบุรี-คลิปขณะตำรวจและทหารจำนวนหลายนาย กำลังจับกุมชายคนหนึ่ง ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งท่ามกลางบรรยากาศครูนักเรียนและชาวบ้านที่ยืนดู   ต่อมา นายธารา เวลาแจ้ง อายุ 35 ปี ผู้ถูกจับในคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันนี้ช่วงเวลาพักกลางวัน ตนได้เดินทางไปทานข้าวกับลูกสาวทั้ง 2 คน ที่โรงเรียนใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งตนจะทำแบบนี้เป็นประจำทุกๆวัน ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้น   สาเหตุมาจากตนและภรรยาได้หย่าร้างกันเมื่อ 5 ปี ก่อน ทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องเรื่องสิทธ์ครอบครองลูกเรื่อยมา ซึ่งตนเป็นคนดูแลและเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คน มาโดยตลอด อาจจะมีช่วงปิดเทอมที่ลูกไปเที่ยวหาฝั่งทางภรรยา   ซึ่งหากเมื่อลูกอยู่กับภรรยาจะปิดบังไม่ให้ตนได้คุยกับลูก และตนต้องไปตามกลับทุกครั้ง ซึ่งตนได้เลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด 3 ปี ทำให้ฝั่งภรรยาไม่พอใจ จนเหตุการณ์ล่าสุดภรรยาและครอบครัว ได้พาทหารตำรวจ มาจับกุมตน และทำร้ายร่างกายตน ที่โรงเรียนพร้อมกับพาลูกทั้ง 2 คน ขึ้นรถไป ตามคลิปวิดีโอ   เมื่อถึง สภ.บางละมุง ตนได้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ตนได้ทราบว่า ทางฝั่งอดีตภรรยาได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนเองมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี ซึ่งหากลูกอยู่กับตนจะไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ประสานตำรวจ สภ.บางละมุง นำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว ภายหลังจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติด และอาวุธปืน แต่ตนบริสุทธิ์เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวกลับ   จากนั้นตนได้เดินทางมาตรวจร่างกาย เพื่อเป็นหลักฐานในการร้องทุกข์ว่า ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46HWzWDAQII

 10,006

Top