ค้นหา :

ผลการค้นหา "ร่มเกล้า"

สังคม-อาชญากรรม
15 ก.พ. 62

เผาศพ นศ.ถูก ตร.ยิง พ่อยังคาใจลูกนอนนิ่งแล้ว ยังถูกหมวกกันน็อกฟาดซ้ำ จนท.มือยิงยังไม่ถูกพักราชการ

ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิต ของนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักเศึกษา เทคโนโลยีบางกะปิ ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ที่ถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนนครบาล 4 ยิงเสียชีวิต หลังกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน เหตุเกิดบริเวณ ซอยร่มเกล้า 6 เมื่อช่วงเช้ามึดวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา   เมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) ที่วัดลาดบัวขาว ทางครอบครัวทำพิธีฌาปนกิจศพ โดยมีรุ่นน้องร่วมสถาบัน 5 คน บวชอุทิศส่วนกุศลให้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยทางครอบครัวได้นำเสื้อชอปคณะช่างยนต์ของผู้ตาย แขวนไว้ที่หน้าเมรุ  บรรยากาศในงาน มีเพื่อนรุ่นพี่ รุ่นน้องเทคโนโลยีบางกะปิใส่ชุดสถาบันร่วมไว้อาลัยนายเอกชัยจำนวนมาก   นอกจากนี้บรรยากาศในงานเพื่อนๆของผู้ตายยังมีการวิพากวิจารณ์ เรื่องความคืบหน้าทางคดี ที่หวั่นว่าผู้ตายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม   เรื่องนี้พันจ่าอากาศเอก นภัสกร บุญรัตน์ พ่อของผู้ตายกล่าว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแล้วก็จะติดตามความคืบหน้าคดี โดยจาการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็ยังมีเรื่องสงสัย เฉพาะช่วงที่ลูกชายล้มลงกับพื้นแล้ว แต่ยังมีการไปยิงซ้ำ และมีลักษณะคล้ายหยิบหมวกกันน็อกมาทุบตีที่ร่างของลูก ตอนที่หมดลมหายใจไปแล้ว   ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นยอมรับว่าลูกชายเป็นฝ่ายยิงก่อนจริง แต่ก่อนเกิดเหตุจะยิงนั้นเกิดอะไรขึ้น หากลูกตนผิดก็พร้อมยอมรับได้ และเช้าวันนี้ (15 ก.พ.) จะเดินทางเข้าพบ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอความเป็นธรรมและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และจะนำพยานคนสำคัญเข้าให้ปากคำ และคุ้มครอง เนื่องจากพยานคนนี้เกรงกลัวจะได้รับอันตราย   ทางด้านทนายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความที่ปรึกษาครอบครัว ระบุว่า ปมที่ครอบครัวคาใจ ตร.ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทางครอบครัวต้องการเท่านี้ แต่หากดูจากคลิป จะมองว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตร.ก็เป็นไปได้ แต่มีแค่ช่วงจังหวะที่นายเอกชัย ยิงต่อสู้ตำรวจแล้ววิ่งถอยหลังมาล้มลง แล้วยังมีการตามไปยิงซ้ำ และคล้ายกับใช้หมวกกันน็อกฟาดที่ศรีษะผู้ตายซ้ำอีก จุดนี้ ตร.ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ แต่เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝั่งผู้ตายก็ไม่รู้ว่าคนที่ยิงต่อสู้กันนั้นเป็นตร.   ทางด้าน พ.ต.อ ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับตร.ชุดจับกุม  และยังไม่มีคำสั่งให้ตร.ที่ยิงผู้ตายหยุดปฏิบัติหน้าที่   ซึ่งคดีนี้ ตร.รวบรวมพยานหลักฐานและต้องสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และต้องทำคดีอย่างรัดกุม เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใด  ส่วนสิ่งที่ครอบครัวคาใจเรื่องต่างๆนั้นก็สามารถสอบถามตร.ได้ เพราะหากมองจากภาพกล้องวงจรปิด ก็จะเห็นเหตุการณ์ชัดเจน และจนถึงขณะนี้ก็ยังยืนยันว่าตร.ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/S8QjIvNND8Y

 11,041
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 62

พ่อเห็นกล้องวงจรปิด นาทีลูกชายถูก ตร.ยิง วอน จนท.ให้ความเป็นธรรม ยังสงสัยทำไมต้องยิงจนตาย

ความคืบหน้า กรณี ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนสอบสนนครบาล 4  ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 5 คน ขณะนำตัวกลับไปสอบสวนที่โรงพัก   เกิดเหตุการณ์ รถจยย.ของเจ้าหน้าที่ ที่ขับประกบรถกระบะควบคุมตัวผู้ต้องหา ระหว่างเดินทาง ยิงปะทะกับกลุ่มนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ซึ่งกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน เหตุเกิดบริเวณซอยร่มเกล้า6 เมื่อช่วงเช้ามึดวันที่11 ที่ผ่านมา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   เมื่อวานนี้ พ.อ.อ นภัสกร บุญรัตน์ พ่อผู้ตาย กล่าวว่า ได้ดูกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว  ในคลิปชัดเจนมากว่าใครทำอะไรกับลูกตนบ้าง แต่ไม่ขอออกความเห็นขอมอบหมายให้ทนายความดำเนินการต่อสู้คดี ซึ่งพอเห็นคลิปแล้วก็หวั่นใจเรื่องความเป็นธรรมกับลูกชาย ตอนนี้ทางครอบครัวอยากได้รับคำชี้แจงว่า ทำไมต้องยิงลูกชายจนถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งๆที่ ยิงใส่ไปนัดแรก ลูกตนก็ล้มแล้ว และที่สำคัญ ภาพเห็นชัดว่ามีตร.เสื้อสีขาว ทำท่าคล้ายล็อคคอเพื่อนของลูกชาย คืออะไร   เมื่อวานนี้ที่งานศพ พ.ต.อ พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เดินทางมาพบครอบครัวผู้ตาายเป็นครั้งแรก และมอบเงินช่วยเหลือทำศพ และชี้แจงขั้นตอนการทำคดี และความคืบหน้าคดี โดยบอกกับพ่อผู้ตายว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย อย่ากังวลใจ   สำหรับการดำเนินคดีนั้น ผกก.มีนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากทั้งการสอบสวนและพยานหลักฐานทางคดีทั้งหมด ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ทีการแจ้งข้อหาใดๆกับตร.และอาสาที่ยิง และไม่มีการควบคุมตัว หากพยานหลักฐานและการสอบปากคำครบสมบูรณ์ก็จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q7wcSy1WYpE

 101,416
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 62

กล้องวงจรปิด ตร.ยิงนศ.ไม่ได้เสีย เก็บภาพได้หมด พ่อวอนทำคดีตรงไปตรงมา คาใจทำไมต้องยิงลูกจนตาย

ความคืบหน้า กรณีตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนสอบสนนครบาล4  ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 5 คน ขณะนำตัวกลับไปสอบสวนที่โรงพัก เกิดเหตุการณ์ รถจยย.ของเจ้าหน้าที่ที่ขับประกบรถกระบะควบคุมตัวผู้ต้องหา ระหว่างเดินทางยิงปะทะ กับกลุ่มนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ซึ่งกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน เหตุเกิดบริเวณ ซอยร่มเกล้า6 เมื่อช่วงเช้ามึดวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   เรื่องนี้ยังเป็นประเด็นที่คาใจของครอบครัวและสังคมว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะมีการยิงกันถึงขั้นเสียชีวิตเมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) พ.อ.อ.นภัสกร บุญรัตน์ พ่อผู้ตาย กล่าวว่า ตอนนี้ทางครอบครัวเครียดมากกับกระแสข่าวต่างๆอยากขอความชัดเจนจากตร.ออกมาชี้แจง หรือเปิดกล้องวงจรปิด ที่ระบุว่ามีกล้องจับภาพขณะเกิดเหตุได้ ขณะนี้ผ่านไปสองวัน ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ ฟังข้อมูลผ่านสื่อเท่านั้น   นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุ รถของตร.ชนรถลูกชายจนล้มแล้ว มีการตามเข้าไปยิงต่อ จนเสียชีวิต เรื่องนี้ทางครอบครัวไม่ได้ปักใจเชื่อ100% จึงอยากได้รับคำตอบจากตร. ให้ความเป็นธรรมกับลูกตนด้วย ก่อนหน้านี้ตนก็เดินทางไปกทม. ขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่จุดเกิดเหตุเอง เพราะอยากรู้ความจริง    ทางด้านพี่ชายผู้ตาย กล่าวว่า ตอนนี้ข่าวสับสน ทั้งยังมีการแฉประวัติน้องชายซึ่งเป็นเรื่องอดีต ตอนนี้ไม่ต้องการให้คนยิงน้องมาขอขมา แต่ขอให้ออกมาพูดความจริงจะได้จบ หากน้องชายผิด ก็พร้อมยอมรับแต่ถ้าน้องชายไม่ผิด ก็ขอความชัดเจน   ส่วนกรณีเรื่องกล้องวงจรปิด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ของกทม. กำลังตรวจสอบเซฟเวอร์ พบว่ากล้องในจุดเกิดเหตุทั้งหมด ไม่ได้เสีย สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์วันเกิดเหตุได้ทั้งหมด   ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม นายลูหมัด สังสาหัส รปภ. ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า วันเกิดเหตุ ไม่ได้ยินเสียงด่าทอกันมาก่อน แต่มีรถจอดแล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้น 4-5 นัด โดยลักษณะการยิง ไม่ได้ยิงรัวๆ แต่เป็นการยิงแบบทิ้งจังหวะ   นอกจากนี้มีรายงานว่า เมื่อวานนี้ ตร.นำตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เงหมด ไปชี้จุดเกิดเหตุและถ่ายภาพประกอบสำนวน โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที แล้วกลับโรงพักทันที   สำหรับเหตุการณ์ นี้ยังมีเพื่อนของผู้ตาย ที่ได้รับบาดเจ็บ ชื่อนายจู รุ่นน้องปี 1 ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครทราบข่าวว่านายจู รักษาตัวอยู่ที่ใด และใครพบเห็นนายจูอีก   ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุพบมีกล้องจับภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ได้ ถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญ เนื่องจากสามารถยืนยันได้ว่า ทางกลุ่มนักศึกษาใช้อาวุธยิงใส่ตำรวจและผู้ต้องหาอีกกลุ่มที่ถูกจับกุมอยู่หลังรถก่อน   โดยขณะนี้ได้ส่งภาพให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ผลเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดจริงไม่มีการตัดต่อ นอกจากนี้จากการสอบปากคำพยาน 4 คน ซึ่งอยู่หลังรถกระบะก็ให้การสอดคล้องกับภาพวงจรปิดด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RuWpNgEsKCY

 10,433
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

ตร.ยันยิงนศ.เทคโนฯเป็นการป้องกันเหตุ ชี้ถูกผู้ตายยิงก่อน เลยต้องยิงสวน เพื่อนย้อนถามทำไมต้องยิงหลายนัด

จากกรณีตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนสอบนครบาล4 ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 5 คน ขณะนำตัวกลับไปสอบสวนที่โรงพัก เกิดเหตุการณ์ รถจยย.ของเจ้าหน้าที่ ที่ขับประกบรถกระบะควบคุมตัวผู้ต้องหาระหว่างเดินทาง   เกิดเหตุการยิงปะทะกับกลุ่มนายเอกชัย บุญรัตน์ หรือ ฟิว อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ซึ่งกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน เหตุเกิดบริเวณซอยร่มเกล้า6 เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา และยังเกิดเหตุชลมุน ระหว่างตร.และ กลุ่มเพื่อนผู้ตาย ถึงขั้นพยายามทำร้ายร่างกาย ตร. จนตร.ต้องมีการยิงขู่พร้อมวลี "ใครเข้ามากูยิง"   ซึ่งทางฝั่งกลุ่มเพื่อนผู้ตายระบุไม่ได้รับความเป็นธรรม ตร.จงใจยิงให้ตาย ส่วนด้านตร. ระบุเป็นการทำหน้าที่เพราะในรถมีการควบคุมตัวผู้ต้องหา คดียาเสพติด เมื่อถูกยิงมาก็ต้องยิงสวน   เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.) ที่วัดลาดบัวขวัญ กลุ่มเพื่อนักศึกษาเทคโนโลยีบางกะปิ พร้อมครอบครัว ร่วมทำพิธี รดน้ำศพและสวดอภิธรรมนายเอกชัย โดยมีกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์และรุ่นพี่ เล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่รู้ว่า คนตายเป็นคนยิงก่อนหรือไม่ แต่รู้ว่า ตร.ทำเกินกว่าเหตุเพราะหากรู้ว่าต้องการแค่ยิงขู่ ทำไมต้องยิงถึงขั้นตาย   โดยนายโก้ หนึ่งในเพื่อนสนิทผู้ตายเล่าว่า หลังจากกินเลี้ยงรุ่นแล้วทุกคนก็ทยอยกันกลับบ้าน ขี่รถจักรยานยนต์มาเป็นกลุ่ม เพราะป้องกันกลุ่มคู่อริลอบทำร้ายระหว่างทาง พอมาถึงแยกร่มเกล้า ก็เกิดการปาดหน้าไปมากับรถจยย.ที่ขับตามประกบรถกระบะ ที่มารู้ทีหลังว่าเป็นรถตร.ควบคุมตัวผู้ต้องหา   จากนั้นก็มีการด่าทอกันไปมา  โดยฝั่งผู้ตายอ้างว่าถูกฝั่ง ตร.ด่าและให้ของลับ โต้เถียงกันไปมากับรถจยย ที่ขับตามตร. ซึ่งเป็นทีมงานของตร.ชุดจับกุม     จนกระทั่ง เกิดการยิงปะทะกัน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่รู้ว่าเพื่อนเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือไม่ แต่ลักษณะการยิง ที่ตร.ยิงเพื่อนหลายนัดจนเสียชีวิต ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ หากเพื่อนผิดก็ทำไมไม่ควบคุมตัวไปดำเนินคดี ทำไมต้องยิงให้ตาย และทำไมไม่แสดงตัวว่าเป็นตำรวจ   เช่นเดียวกับ พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ และนางเจียมใจ บุญรัตน์ บิดามารดาของนายเอกชัย พ่อแม่ผู้ตาย ยอมรับว่าลูกชายไม่ได้เป็นคนดี ก็มีเกเรบ้างตามวัย และไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกมีอาวุธปืน แต่อยากถามตร.และคนที่ยิงว่า ทำไมต้องยิงลูกจนตาย และเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ขอความเป็นธรรมกับลูกชายด้วย ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าลูกชายเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้นไม่เป็นความจริง ตอนนี้ครอบครัว อยากได้รับความจริงจากตำรวจชุดจับกุมที่ก่อเหตุมากที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น   ทางด้าน พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล3 ชี้แจงว่า ตำรวจไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ ที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ จากการตรวจสอบข้อมูลของชุดจับกุมทั้งหมด พบว่าไม่มีความขัดแย้งกับกลุ่มของผู้ตายมาก่อน   เหตุที่เกิดขึ้น มีการขับรถตามกันมาจำนวน 3 คัน เป็นรถเอสยูวี 1 คัน / กระบะ 2 คัน โดยไม่มีรถตราโล่ของตร. รถคันแรกเป็นรถของหัวหน้าชุด คันที่สองเป็นรถของทีมงานตำรวจ ได้ขับล่วงหน้าไปก่อน และคันสุดท้ายเป็นรถกระบะที่มี ด.ต.วิรัตน์ ชีตารัตน์ เป็นผู้ขับขี่ และมี ด.ต.เอกกวี วงศ์ชนะ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่กระบะท้าย และมีรถจยย. อาสาประกบมา 3 คัน ผู้เสียชีวิตได้ยิงปืนโต้ตอบกับตำรวจ จึงตัดสินใจยิงสวน จนกระทั่งทราบภายหลังว่ามีผู้เสียชีวิต   ต่อมาหัวหน้าชุดจับกุมชายที่ ใส่เสื้อสีแดงตามคลิปที่ปรากฎ ได้ขับรถกลับมาดูที่ท้ายขบวน และเรียกให้พนักงานสอบสวนสน.พื้นที่ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ซึ่งระหว่างนั้นกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้กรูเข้ามาจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเข้าใจว่าชายเสื้อสีแดง ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดจับกุมเป็นคนทำร้าย     โดยในระหว่างที่ชุลมุนกันอยู่นั้น ตำรวจนายดังกล่าวเห็นว่าจะเป็นอันตราย จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าสองนัด และพูดว่า “ใครเข้ามากูยิง” แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสวนออกไปเพื่อเปิดทางหนี ซึ่งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด   ซึ่งหลังเหตุการณ์สงบลง นายชวลิต ปานขาว อาสาสมัครที่ขับรถ จยย.ตามประกบรถควบคุมผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนยิงผู้ตาย โดยอ้างว่า ผู้ตายนั่งซ้อนท้าย รถจยย.ผ่านมา และใช้อาวุธปืนยิง มาที่รถจยย.ของตน และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ตำรวจขับมา จึงได้ใช้อาวุธปืนออโตเมติก ยิงโต้ไปที่ผู้ตาย ทำให้ นายวิฑูรย์ แซ่แต้ อายุ 35 ปี อาสาที่มาพร้อมกับตำรวจ ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่บริเวณขาซ้าย   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับ นายชวลิต และด.ต.เอกกวี ซึ่ง ด.ต.เอกกวีได้ให้การปฏิเสธ ยืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้น ปฏิบัติไปตามหน้าที่   ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายเอกชัยมีประวัติถูกจับกุมในพื้นที่สน.หัวหมาก เมื่อปี 2558 ในคดีครอบครองอาวุธปืน และคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ปี 2561 หลบหนีการเกณฑ์ทหารในพื้นที่สน.ประเวศ   ขณะที่เฟซบุ๊กกลุ่มเพื่อนเทคโนโลยีบางกะปิ หลังจากมีการโพสต์ข้อความ เตรียมจะล้างแค้นเจ้าหน้าที่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางกลุ่มเพื่อนผู้ตาย ยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการล้างแค้น แต่ที่โพสต์ไปเพราะด้วยอารมณ์ที่โกรธแค้นที่มีคนมาทำร้ายน้องจนตาย เพราะพวกเราคือพี่น้อง ย่อมมีความโกรธแค้นเป็นปกติ   ส่วนเฟซบุ๊กที่ระบุว่า มีการพูดคุยว่า ฝั่งผู้ตายยิงผิด เพราะเข้าใจว่าเป็นคู่อรินั้น กลุ่มเพื่อนผู้ตายระบุว่า ไม่รู้ว่าข้อความนี้เป็นของใคร ไม่รู้เรื่องจริงหรือเท็จ  เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใด ผู้ตายถึงต้องยิงก่อน แต่รู้ว่ามีการขับรถ จยย.ก่อกวนกันและมีการด่าทอรุนแรง   ส่วนการที่ต้องลุกฮือจะทำร้ายร่างกายตร.นั้น กลุ่มเพื่อนผู้ตายยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนา แต่ได้รับแรงยั่วยุ จากกลุ่มของตร. ที่กล่าวท้าทายว่า  ซึ่งตอนนั้นทุกคนมีอารมณ์โกรธ แต่ตร.ไม่ยอมระงับเหตุกลับพูดจายั่วยุ จนต้องเกิดเหตุการณ์ไปตามคลิป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rJzwoH4dHqA

 34,081
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 62

นศ.อาชีวะถูกยิงดับย่านร่มเกล้า มือยิงอ้างเป็นตร.บอกสกัดจับยา กลุ่มเพื่อนคนตายไม่พอใจกรูเข้ารุมทำร้าย

ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณป้ายรถเมล์ ถนนร่มเกล้า ย่านมีนบุรี กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่เกิดเหตุพบศพนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ ถูกยิงเสียชีวิตอยู่บนพื้นกลางถนน ใกล้กันพบปืน 1 กระบอก และรถจักรยานยนตร์ฮอนด้า PCX สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเลียน ล้มคว่ำอยู่ โดยมีรถจักรยานยนต์สีดำจอดอยู่ริมถนน ตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ 3-4 นัด   จากการสอบถาม รุ่นพี่ของผู้เสียชีวิตซึ่งเห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่าขณะกำลังขับรถกลับจากงานครบรอบสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ หลังเลิกงานประมาณเที่ยงคืนได้ทยอยส่งรุ่นน้องมาตามเส้นทาง จนถึงจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นมีรถจักรยานยนตร์ขี่ตามประกบรถของผู้เสียชีวิตแล้วมีปากเสียงกัน   ก่อนที่จะมีรถกระบะนิสสัน นาวาร่า 4 ประตูขับปาดหน้าจนรถล้ม มีคนยิงปืนจากภายในรถ ทำให้นายเอกชัยเสียชีวิต โดยผู้ที่ยิงซึ่งใส่เสื้อสีแดงอ้างตัวเป็นตำรวจออกมายอมรับว่าเป็นคนยิง เนื่องจากต้องสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เมื่อเพื่อนของผู้เสียชีวิตขอดูของกลางกลับไม่สามารถแสดงหลักฐานได้จึงตั้งข้อสังเกตุว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่   ขณะที่พันจ่าอากาศเอก นภัสกร บุญรัตน์ พ่อของนายเอกชัย ผู้เสียชีวิตได้มาดูสภาพที่เกิดเหตุและสอบถามขอความเป็นธรรมกับพันตำรวจเอกพรเทพ สูติปัญญา ผู้กำกับการ สน.มีนบุรี ที่เข้ามาตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ ทราบว่า ชายต้องสงสัยที่กลุ่มรุ่นพี่ของลูกชายระบุว่าเป็นผู้ยิงลูกชายตนเองนั้น เป็นเพียงคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ใช่คนยิง เพราะขณะเกิดเหตุกำลังไปกลับรถเพื่อมาดูที่เกิดเหตุและยอมรับว่า พอจะทราบตัวที่ลงมือยิง   ซึ่งระหว่างที่กองพิสูจน์หลักฐานกำลังรวบรวมพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามควบคุมตัวชายต้องสงสัยไปที่ สน.มีนบุรี แต่กลุ่มวัยรุ่นแสดงความไม่พอใจกลัวตำรวจจะไม่ให้ความเป็นธรรม จึงพยายามเข้าไปขัดขวางถึง 2 ครั้ง   ก่อนที่ครั้งสุดท้ายชายต้องสงสัยได้พยายามหนีกลุ่มวัยรุ่นไปตามถนน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร โดยมีกลุ่มวัยรุ่นไล่ตามไปติดๆ และสถานการณ์เริ่มจะรุนแรงบานปลาย ระหว่างนั้นชายผู้ต้องสงสัยจึงชักปืนออกมาป้องกันตัว ก่อนที่จะยิงขึ้นฟ้า และยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นที่อยู่รอบตัวอีกหลายนัด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ   จากนั้นตำรวจได้นำตัวชายต้องสงสัยไปที่ สน.มีนบุรี โดยมีกลุ่มวัยรุ่นตามไปสังเกตุการณ์ และเตรียมรวมตัวเพื่อแจ้งความชายต้องสงสัยที่ใช้ปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นอีกด้วย ขณะที่เบื้องต้นมีรายงานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ชุด ปราบปรามยาเสพติดของ บก.4 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการจับกุมคดียาเสพติดอยู่ระหว่างเดินทางกลับโดยมีรถกระบะ คันเกิดเหตุที่ภายในมีผู้ต้องหาคดียาเสพติดอยู่ภายในรถและมีรถจักรยานยนต์ ของชุดปฏิบัติงานขี่ประกบตามมา   ซึ่งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุทางผู้เสียชีวิตคงคาดว่ากลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ขี่ประกบรถเจ้าที่ตำรวจมาเป็น นักเรียนต่างสถาบันจึงมีปากเสียงก่อนที่ผู้ตายจะใช้อาวุธปืนยิง ใส่กลุ่มรถจักรยานยนต์ ที่ขับขี่ตามประกบรถกระบะมาจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่ขาสองนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บนรถกระบะใช้อาวุธปืนประจำกายยิงใส่ผู้ตายเพื่อเป็นการระงับเหตุ จนเป็นเหตุให้นายเอกชัยเสียชีวิต ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง นอกจากนี้ในส่วนของผู้ขับขี่รถ จักรยานยนต์ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ให้ผู้ตายต้องให้ตำรวจได้มีการคุมตัวมาสอบปากคำซึ่งรับบาดเจ็บใดๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wy5iaaG3Yq4

 45,491
สังคม-อาชญากรรม
18 ธ.ค. 61

เหยื่อจี้ชดใช้ เสี่ยมาเลย์ซิ่ง bmw ชนดะนับ 10 คัน อ้างไม่คิดหนีแต่กลัว กม.ไทยเข้มเหมือนบ้านเกิด

กรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ยี่ห้อ BMW สีทอง 3 กข 85 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนตึกแถวริมถนนร่มเกล้า ใกล้มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้รถยนต์ยี่ห้อมาสด้าที่จอดหน้าบ้านได้รับความเสียหาย 1 คัน และบ้านได้รับความเสียหาย 3 หลัง ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเป็นชายชาวมาเลเซีย ชื่อนายไบรอัน ลีเซียน ลุง อายุ 33 ปี ทั้งนี้ยังพบคลิปที่ชายคนดังกล่าวก่อเหตุชนรถนับสิบคันก่อนหน้าด้วย   เมื่อวานนี้ (17 ธ.ค.) ผู้เสียหายส่วนหนึ่งทยอยเข้าพบ ร.ต.อ.จักรรินทร์ สิทธิปรุ รองสว.(สอบสวน) สน.จรเข้น้อย เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น 2 ท้องที่ คือ สน.จรเข้น้อย โดยนายไบรอันขับรถไปเฉี่ยวชนรถยนต์หลายสิบคัน และ สน.มีนบุรี ขับรถมาด้วยความเร็วพุ่งชนร้านค้าบ้านเรือนรวม 3 หลัง ได้รับความเสียหาย หลังคาหน้าร้านขายอะไหล่รถ จยย.พังถล่มลงมาเสียหายหลักแสนบาท โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ โชคดีไม่ขับพุ่งชนเข้าไปในร้าน   หลังเกิดเหตุคนขับรถ BMW เดินออกมานั่งอยู่หน้ารถ ไม่พูดจาอะไร ก่อนจะถูกตำรวจ สน.มีนบุรี ควบคุมตัวสภาพใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด โดยระยะทางที่ชายคนดังกล่าวขับรถหลบหนีจากแยกสุขสมาน ย่านลาดกระบัง ไปร่มเกล้าพื้นที่มีนบุรี เกือบ 20 กิโลเมตร   ในส่วนของ สน.จรเข้น้อย เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายทั้งหมด 5 ราย ขณะนี้รอให้ตำรวจ สน. มีนบุรี ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้แล้วเสร็จก่อน แล้วจะอายัดตัวมาดำเนินคดีในท้องที่ สน.จรเข้น้อย ในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหายและทำให้เสียทรัพย์ ไม่หยุดรถเพื่อให้การช่วยเหลือ และไม่แสดงตัวหรือแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียง และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น   นายกฤติเดช หล่อกำเหนิดชัย อายุ 33 ปี  หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกรถ BMW สีทอง ขับชนจนเสียหาย เผยว่า วันเกิดเหตุ ตนจอดรถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นโฟกัส สีขาว ทะเบียน กต-1098 ราชบุรี อยู่ริมถนนหน้าหอพัก ในซอยลาดกระบัง 46/3 ได้รับความเสียหายบริเวณประตูฝั่งซ้าย ก่อนจะเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.จระเข้น้อย  วันนี้ (17 ธ.ค.) มาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้วจำนำรถไปตรวจสภาพ ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับคู่กรณี และยังไม่มีประกันรถของคู่กรณีติดต่อมาแต่อย่างใด   ส่วนผู้เสียหายอีกรายหนึ่งเล่าว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.45. น. ตนนั่งกินข้าวต้มอยู่ในซอยสุขสมาน ย่านลาดกระบัง โดยชายชาวมาเลเซียจอดรถอยู่ด้านหลังรถของตน ขณะที่นั่งกินข้าวต้มชายคนดังกล่าวได้ขับรถพุ่งชนรถของตน 1 ครั้ง จากนั้นก็ขับไปชนรถอีกคันหนึ่งจอดอยู่คนละฝั่งถนนกัน แล้วก็เฉี่ยวรถที่จอดอยู่ริมทางตั้งแต่หน้าซอยยันท้ายซอยตามคลิปที่ปรากฎ ตนได้ยินแต่เสียงรถชนแต่ไม่เห็นหน้าคนขับ ทั้งนี้อยากให้มาชดใช้ค่าเสียหาย   ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เผยว่า ชายคนดังกล่าว หลังจากขับรถพุ่งชนบ้านเรือนริมถนนร่มเกล้า ชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บหัวแตก ขอบตาแตก จมูกหัก มีฟกช้ำตามร่างกาย พูดเป็นภาษาอังกฤษ ระบุ ให้จับตัวเองเข้าคุกไม่ยอมไปโรงพยาบาล ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมและพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนวมินทร์ ขณะนี้รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลยังให้การไม่ได้ คาด 1-2 วันจะสามารถสอบปากคำได้ ก่อนเตรียมแจ้งข้อหาต่อไป   เจ้าหน้าที่ เผยว่า ตลอดระยะเวลาที่พูดคุยกันชายคนดังกล่าวไม่มีอาการมึนเมาและไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ แต่มีอาการตื่นตระหนกตกใจ โดยให้การเบื้องต้นว่า ตนเองไปสังสรรค์กับเพื่อนดื่มเหล้าไปประมาณ 1-2 แก้ว ก่อนจะขับรถไปส่งเพื่อนที่สุวรรณภูมิ ขณะนั้นภรรยาคนไทยโทรศัพท์ตามให้กลับบ้าน เพราะลูกวัย 7 เดือนป่วย แต่ชายชาวมาเลเซีย ยืนยันจะไปส่งเพื่อนก่อนทำให้เกิดการทะเลาะกับภรรยา   หลังส่งเพื่อนเสร็จยอมรับว่า ได้ขับรถชนรถยนต์และตอม่อย่านสุวรรณภูมิ ยิ่งทำให้เกิดความเครียด ก่อนจะขับมาชนรถคันอื่น ๆ ตามที่ปรากฏในคลิป  เนื่องจากตกใจเกรงว่ากฎหมายประเทศไทยจะรุนแรงเหมือนบ้านเกิดตนเองจึงขับต่อไปเรื่อย ๆ กระทั่งพุ่งชนร้านค้าย่านร่มเกล้า ทำให้รถไม่สามารถขับต่อไปได้   นายไบรอัน ยืนยันไม่มีเจตนาหลบหนีแค่ตกใจ และเป็นห่วงลูกที่ป่วยจึงต้องการรีบกลับบ้านย่านซาฟารีเวิล์ด  ตั้งใจจะเข้าแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่และชดใช้ค่าเสียหาย ตรวจสอบรถ BMW คันก่อเหตุ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ ภายในรถ ส่วนผลการตรวจเลือดยังต้องรอรายงานจากแพทย์  อย่างไรก็ตามนายไบรอัน ได้ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 วงเงิน 1 ล้านบาทยินดีเจรจาชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณีทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nkL7Ty1c-FI

 3,284
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 เม.ย. 61

สาวโอดรถเพิ่งออกรถได้ 5 วัน ถูกมือดีขี่ จยย. สาดน้ำกรดใส่จนสีด่างรอบคัน ยันไม่เคยบาดหมางกับใคร

ภาพวงจรปิดจับภาพคนร้ายขี่ จยย.นำน้ำกรดมาสาดใส่รถที่จอดไว้ ก่อนขี่หนีไปอย่างรวดเร็ว   ด้านเจ้าของรถ ระบุนำรถเก๋งไปจอดที่บ้านพักย่านร่มเกล้า ยันไม่ได้จอดขวางใคร หรือเฉี่ยวชนกับใครทั้งนั้น และชีวิตส่วนตัวก็ไม่มีศัตรูที่ไหน ในช่วงกลางดึกเพื่อนบ้านมาเคาะห้อง ให้ลงไปดูรถ พบว่าโดนสาดทั่วคัน ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำมันเบรค แต่เมื่อแตะแล้วรู้สึกแสบที่ผิวหนัง ทั้งที่เพิ่งซื้อรถมาได้แค่ 5 วัน เป็นรถมาจากน้ำพักน้ำแรง จึงไม่รู้ว่าคนที่ทำต้องการอะไร ทั้งนี้ได้นำหลักฐานไปแจ้งความ ให้ ตร.เร่งหาเบาะแสติดตามหาตัวผู้ที่ทำมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HFt34H-KQII    

 8,501
ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 58

พ่อถอยรถพ่วง 18 ล้อทับลูก 2 ขวบเสียชีวิต

พ่อวัย 39 ปี ถอยรถพ่วง 18 ล้อทับลูกชายวัย 2 ขวบ เสียชีวิตหน้าบ้านพักคนงาน ย่านร่มเกล้า เผยก่อนเกิดเหตุแม่ของเด็กได้เข้าไปเตรียมเสื้อผ้าและขวดนม ส่วนพ่อเดินไปสตาร์ทรถ เมื่อแม่เด็กออกมาจากห้องไม่เห็นลูกจึงได้ช่วยกันตามหา จนมาพบร่างถูกรถทับจนเสียชีวิต บริเวณลานดินหน้าบ้านพักคนงาน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/nzwhvL8wr3g    

 10,782
สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 56

ไหม้วอด!ชุมชนคลองเตย เหตุสามีภรรยาทะเลาะกันแล้วจุดไฟเผาบ้าน

  เกิดเหตุเพลิงไหม้ชุมชนแออัดร่มเกล้าหรือชุมชนคลองเตยเมื่อวานนี้ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 50 หลังคาเรือน ผู้อยู่ในเหตุการณ์เผยว่าต้นเหตุเกิดจากสองสามีภรรยาที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังหนึ่ง เกิดมีปากเสียงกัน ก่อนภรรยาจะจุดไฟเผาบ้าน จนลุกลามในที่สุด      ด้านสำนักงานเขตได้ตั้งโต๊ะลงทะเบียนช่วยเหลือผู้เดือนร้อนแล้ว 

 7,628

Top