ค้นหา :

ผลการค้นหา "นิติเวช"

ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

ญาติร่ำไห้ ทยอยรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย เหตุรถทัวร์พลิกคว่ำ กลับบ้านเกิด บำเพ็ญกุศล

วันที่ 6 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ่อ-แม่ พี่น้องพร้อมด้วยญาติๆ ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย จากอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ได้เดินทางมาขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามบ้านเกิดของตนเอง   นายพิชิต เข็มพันธ์ อายุ 31 ปี สามี ของ น.ส.สมบรูณ์ สุระสังข์ อายุ 28 ปี และเป็นพ่อของ ด.ญ. อายุ 11 เดือน ซึ่งได้สูญเสียภรรยาและลูกสาวไปได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ได้คุยกับภรรยาครั้งสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งภรรยากับลูกสาวจะมาเที่ยวหาตนที่ทำงานอยู่กรุงเทพ แต่ก็ไม่คิดว่าลูกสาวกับภรรยาจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเช่นนี้ เพราะไม่มีลางสังหรณ์อะไรเลย โดยตนจะนำศพภรรยากับลูกสาวไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน จ.สุรินทร์    ส่วน น.ส.จิณะ เกิดวรรณ อายุ 37 ปี ญาติของ น.ส.พรพิกุล หมั้นรัตน์ อายุ 30 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้เสียชีวิตทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่โรงพยาบาลราชวิถี และได้ลากลับบ้านช่วงปีใหม่เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา มีลูกอยู่ 1 คน อายุ 8 ขวบ และกำลังจะกลับมาทำงาน ซึ่งตนก็ได้รับข่าวเมื่อเวลา 05.00 น. ตนจะนำศพน้องสาวไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.ร้อยเอ็ด   

 9,822
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ย. 61

แม่ร้อง สธ. ลูกสาวเสียชีวิต หลังคลอด 3 วัน ใน รพ. หลังผลนิติเวชแย้ง ไม่ได้เสียชีวิตเพราะติดเชื้อ

 นายสุวรรณ ผิวขำ และนางปิยธิดา ผิวขำ สองสามีภรรยา เดินทางมายื่นหนังสือถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ     โดย นางปิยธิดา เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนคลอดลูกสาวชื่อน้องเดียร์เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่โรงพยาบาลบางบ่อ น้ำหนักแรกคลอด 2,920 กรัม พยาบาลแจ้งว่าลูกสาวแข็งแรงดี ในวันนั้นยังดูดนมตัวเองตามปกติ ก่อนที่พยาบาลจะเอาไปป้อนนมและเลี้ยงที่ห้องปลอดเชื้อเด็ก เมื่อตนเดินไปดูลูกพยาบาลก็บอกว่าเด็กในห้องปลอดเชื้อต่างติดเชื้อกัน ยกเว้นลูกสาวตน    ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเพราะอยู่กับแพทย์แล้ว และเมื่อตนเดินกลับห้องมาพยาบาลกลับมาแจ้งว่าลูกสาวตนติดเชื้อแล้ว ต่อมาเช้าวันที่ 27 ส.ค. ตนได้คุยกับแพทย์จึงทราบว่าลูกสาวตนดูดนมแล้วสำลัก เมื่อตรวจพบว่าลำไส้ใหญ่ผิดปกติดูดนมแล้วไม่ย่อยทำให้ท้องอืด จึงเห็นว่าควรงดนม 3 วัน แต่ได้ให้สารอาหารผ่านน้ำเกลือ เมื่อตนไปดูลูกก็เห็นพยาบาลเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้ลูกดูด ซึ่งทุกชั่วโมงตนจะเดินไปดูลูกและวัดไข้พร้อมเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ โดยตอนนั้นพบว่าลูกยังมีอาการปกติไม่มีไข้   ในวันที่ 28 ส.ค. ตนก็เดินมาหาลูกที่ห้องปลอดเชื้อทุกชั่วโมงเพื่อวัดไข้และเปลี่ยนผ้าอ้อม ก็พบว่าไม่มีไข้ ร้องไห้ตามปกติ ไม่พบอาการผิดปกติ จนกระทั่งเวลา 23.30 น. มีแพทย์และพยาบาล 4-5 คนเดินมาหาตนที่ห้องพักบอกว่าลูกสาวตนไม่หายใจและเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนตกใจมากไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น     จนช่วงเช้าวันที่ 29 ส.ค. ทางโรงพยาบาลพาสามีไปแจ้งตายที่อำเภอ และให้เอาลูกไปประกอบพิธีทางศาสนา จากนั้นแพทย์ถึงแจ้งเพียงว่าลูกสาวติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรงโดยไม่มีอธิบายอะไรเพิ่ม จึงนำศพลูกไปฝังที่บ้านเกิดใน จ.บุรีรัมย์ แต่ด้วยความสงสัยจึงขุดศพให้ตำรวจส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ จนมีการระบุว่าภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลวซึ่งขัดแย้งกับผลที่บอกพวกตนตอนแรกตนติดใจในหลายประเด็น เช่น หากลูกตัวเองติดเชื้อรุนแรงทำไมถึงไม่แจ้งให้ทราบและย้ายไปโรงพยาบาลใหญ่ เพราะช่วง 3 วันตนไม่ได้รับการแจ้งใดๆจากแพทย์ และเมื่อไปเปลี่ยนผ้าอ้อมและวัดไข้ก็ไม่พบความผิดปกติ และเมื่อลูกเสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้ชี้แจงอะไร พูดเพียงแต่ขอโทษ และเพิ่งมาบอกวันที่จะเอาศพลูกออกว่าติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรง พร้อมภาพเอ็กซ์เรย์ที่พบว่าติดเชื้อที่ชื้นเนื้อบริเวณลำไส้เล็กมีสีคล้ำขนาด 5 เซนติเมตร     รวมทั้งที่สงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีการปล่อยปละละเลยจนเกิดความผิดพลาดหรือไม่ เพราะตลอดครึ่งชั่วโมงที่ตนให้ลูกกินนมจากอกในวันแรก ลูกดูดนมปกติไม่มีอาการสำลัก แต่พอพยาบาลเอาไปป้อนกลับเกิดอาการสำลักและติดเชื้อ รวมทั้งการที่พยาบาลเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้ลูกดูดเพื่ออะไร เป็นการลดไม่ให้ส่งเสียงหรือไม่ และพยาบาลได้มาดูตลอดหรือไม่ว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า เพราะช่วง 4 ทุ่มที่ตนมาวัดไข้และเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกครั้งสุดท้ายลูกยังมีอาการปกติ แต่หลังจากนั้นอีกชั่วโมงครึ่งเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกถึงเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว จึงอยากให้ทางโรงพยาบาลรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น    ด้าน นายภูวนาถ ประคำ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลังแรงงานไทย กล่าวว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนจากพ่อและแม่เด็กจึงให้ความช่วยเหลือ โดยครั้งแรกที่ได้คุยกับทางตัวแทนโรงพยาบาลยืนยันว่าให้การดูแลปกติ ส่วนการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรง ซึ่งครอบครัวเด็กยังติดใจ โดยเฉพาะสาเหตุที่ต้องเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้เด็กดูดเพื่ออะไร และยังเอาเทปติดไว้กับปากอีก หากเด็กเกิดอาการสะอึกหรือสำลักน้ำลายจะช่วยเหลือทันหรือไม่ จึงได้นำศพกลับมาชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งผลออกมาว่าเสียชีวิตจากภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลว ตนจึงนำผลที่ได้ไปถามทางโรพงยาบาลอีกครั้งเพื่อต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ทางโรงพยาบาลไม่มีการชี้แจงใดๆ อ้างว่าผู้อำนวยการไม่อยู่ และครั้งที่ 3 ที่มีตำรวจมาเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยมีการพูดถึงจำนวนเงินในการเยียวยา แต่ไมได้ข้อสรุปโดยทางโรงพยาบาลอ้างว่าให้ผลชันสูตรอย่างละเอียดออกก่อน     นายภูวนาถ  กล่าวต่อว่า ตนได้ขอให้ทางนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะอวัยวะที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารปกติ และ ชื้นเนื้อบริเวณลำไส้เล็กมีสีคล้ำ ซึ่งผลได้ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เด็กเสียชีวิตจากภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลว ส่วนอื่นๆไม่พบว่ามีการติดเชื้อแต่อย่างใด ทำให้ตนเชื่อว่าเด็กอาจเสียชีวิตขณะเกิดการสำลักหรือเกิดอะไรขึ้นบางอย่าง โดยการที่เอาจุกนมยัดใส่สำลีทำให้พยาบาลอาจไม่เห็นความผิดปกติจนเด็กขาดอากาศหายใจเสียชีวิต โดยจากนี้จะร้องเรียนกับแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก   ส่วน นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทนายความ กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ ได้สรุปสำนวนส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วเนื่องจากแพทย์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ในข้อกล่าวหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและร่วมกันกระทำโดยประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยตนเกรงว่าจะล่าช้า เพราะเคยไปเรียกร้องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรปราการ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่ สธ.เพิ่มเติม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ATUoUUwXXI

 24,136
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ย. 60

ครอบครัว 'น้องเมย' ข้องใจเหตุเลือดคั่งในตับ-ม้าม

ครอบครัวตัญกาญจน์ พ่อ แม่และพี่สาวของน้องเมย หรือ นายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ จ.ชลบุรีอีกครั้ง เพื่อกล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้ใหญ่ในกองทัพ ที่ให้โอกาสกับทางครอบครัวและรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรม โดยสิ่งที่ครอบครัวอยากฝากไปยังผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่านคือ การสร้างความกระจ่างเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งหากเกิดจากการถูกกระทำให้เสียชีวิต ก็ขอให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ พร้อมขอร้องให้ผู้ไม่หวังดีหยุดการให้ร้ายผู้ตายว่า ฆ่าตัวตายเอง หรือแม้แต่เกิดจากโรคประจำตัว   พร้อมตอบโต้กลุ่มผู้ปกครองนักเรียนเตรียมทหาร ที่กล่าวหาให้ข่าวโจมตีโรงเรียน ไม่เป็นความจริง ยันยังเคารพและศรัทธาในกองทัพ รวมทั้งโรงเรียนเตรียมทหาร เพียงแค่ต้องการหาความจริงเรื่องการเสียชีวิตของคนในครอบครัว ขณะที่กลุ่มมอเตอร์ สปอร์ต พร้อมระดมทุนช่วยเหลือเดินหน้าหาความจริงตามหลักนิติวิทยาศาสตร์   ทั้งนี้ทางครอบครัวได้ตั้งข้อสังเกตว่าการผิดปกติเรื่องซี่โครงหัก น่าจะเกิดจากการอัดกระแทกอย่างแรก เพราะ การ CPR ไม่สามารถทำให้กระดูกซี่โครงหักได้ เช่นเดียวกับไม่น่าจะทำให้ม้าม เกิดการคั่งเลือด แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดได้คือการถูกหัวเข่ากดขณะทำ CPR เท่านั้น เช่นเดียวกับกรณีที่แพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ บอกว่าเซลล์หัวใจของน้องโตกว่าเด็กปกติ ซึ่งหากน้องเสียชีวิตโดยภาวะหัวใจโต เราจะยอมรับได้ว่าเกิดจากตัวโรค   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z4JBH2M_Q_A    

 15,370
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 60

เปิดผลชันสูตรศพ 'น้องหวาน' สาวใช้เมียนมา ถูกยิงจากซ้ายไปขวา แต่ไม่ยัน ฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม

นิติเวชวิทยา เผยผลชันสูตรศพสาวใช้ชาวเมียนมา ใช้อาวุธปืนยิงจากซ้ายไปขวาเพียง 1 นัด แต่ยังไม่ยืนยันเป็นการฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรม ต้องรอหลักฐานจากพนักงานสอบสวนประกอบอีกครั้ง   ครอบครัวของนางสาวหวาน ปาเปียว อายุ 17 ปี สาวใช้ชาวเมียนมา พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้าพบพันตำรวจเอกภวัต ประทีปวิศรุต รักษาราชการแทน ผู้บังคับการนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับฟังผลการชันสูตรพลิกศพ หลังญาติขุดศพของนางสาวหวาน มาให้สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพราะยังติดใจสาเหตุในการเสียชีวิต เนื่องจากครอบครัว เชื่อว่านางสาวหวาน ปาเปียว ถูกฆาตกรรม หลังถูกพบว่า เสียชีวิตจากการใช้ปืนของนายจ้างตัวยิงตัวตายในบ้านพัก ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี   จากการชันสูตรศพนางสาวหวาน ว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงจากซ้ายไปขวาเพียง 1 นัด แต่พนักงานสอบสวน ตรวจพบปลอกกระสุน 2 ปลอก และลูกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด ซึ่งแพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อข้างรูกระสุนไปตรวจสอบหาเขม่าดินปืน ซึ่งคาดว่า จะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์ แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นการกระทำจากตัวเอง หรือมีผู้อื่นกระทำ เนื่องจาก สภาพศพมีลักษณะเน่าเปื่อย และของเหลวภายในร่างกายแห้งไปแล้ว จึงยากต่อการพิสูจน์   แต่การตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยบาดแผลอื่น มีเพียงรอยกระสุน ส่วนข้อสงสัยว่า ผู้เสียชีวิตยิงตัวเองถึง 2 นัดนั้น ก็มีความเป็นไปได้ เพราะในอดีต เคยมีผู้ยิงตัวเองถึง 5 นัด เพราะไม่ถูกจุดตาย โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบระยะการยิง คาดว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์จะทราบผล ขณะเดียวกัน แพทย์ได้มีการตรวจสอบร่องการถูกกระทำชำเรา แต่ยังรอผลการตรวจสอบเช่นกันพันตำรวจเอกภวัต ยืนยันด้วยว่า การชันสูตรศพ เป็นไปตามหลักสากล ไม่เลือกปฏิบัติชนชาติ หรือศาสนา แต่ผลอย่างเป็นทางการ ต้องอาศัยผลการตรวจหลักฐานจากพนักงานสอบสวน และกองพิสูจน์หลักฐานประกอบกันด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hj2wUUPXy5Y    

 8,334
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 60

รวบหนุ่มโหด! ฆ่า-ข่มขืน ด.ญ.15 ปี ตร.ชี้ ดีเอ็นเอชัด ค้นประวัติเคยก่อเหตุข่มขืนมาก่อน

            ความคืบหน้ากรณีคนร้ายลงมือก่อเหตุฆ่า เด็กหญิง ม.3 วัย 15 ปี ดับปรินา ในบ้านพัก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยก่อนหน้านี้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิต เชื่อว่าสาเหตุเกิดจาก อุปกรณ์จัดฟันแฟชั่นไหลลงไปอุดหลอดลม อย่างไรก็ตามผลชันสูตรกลับชี้ว่า เด็กถูกฆ่าและละเมิดทางเพศ โดยพบคราบอสุจิด้วย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวคนร้ายเอาไว้แล้ว หลังผลตรวจพิสูจน์ DNA คือ นาย สุพรชัย หนูน้อย หรือ แป๊ก อายุ 31 ปี ซึ่งสภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง ซึ่งในช่วงบ่ายของวันนี้จะมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ               พลตำรวจตรี ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวคนร้ายเอาไว้แล้ว หลังผลตรวจพิสูจน์ DNA จากสถาบันนิติเวช ตรงกับผู้ต้องสงสัย 1ใน 26 ราย ที่นำไปตรวจก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นาย สุพรชัย หนูน้อย หรือ แป๊ก อายุ 31 ปี ได้เมื่อช่วงเวลาตี 5 ของวันนี้ ก่อนนำมาสอบสวนจนคนร้ายยอมรับสารภาพ ว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง              พลตำรวจตรี ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กว่า 5 วัน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาติดตามตัวคนร้าย ที่ลงมือก่อเหตุฆาตกรรม เด็กหญิงวัย 15 ปี  ทำให้ตำรวจได้เร่งติดตามหาตัวผู้ต้องหา พร้อมนำผู้มีความชำนาญพิเศษในด้านการสืบสวนสอบสวน จากตำรวจกองปราบปรามและตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมสืบสวนหาข่าวกับภูธรจังหวัดและบ้านโพธิ์ ซึ่งหลักฐานก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บมาจากที่เกิดเหตุส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถบงชี้ตัวคนร้ายได้อย่างแท้จริง จนผลตรวจ DNA ออกมา ทำให้ตำรวจสืบเสาะหาพยานหลักฐาน จนความจริงปรากฎชัด ว่าคนร้ายคือนาย สุพรชัย หรือนายแป๊ก นั่นเอง ซึ่งขณะนี้ได้ควบคุมผู้ต้องหาไว้ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา             สำหรับนาย สุพรชัย เคยออกจากคุกที่จังหวัดขอนแก่น ในปี 2551 มาในคดีข่มขืน ก่อนในปี 2557 จะก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน และหนีหลบการจับกุม จนมาก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งในเวลา 15.00 น. ของวันนี้ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จะเดินทางมาแถลงข่าวพร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทันที            ซึ่งขณะนี้ได้นำตัว นาย สุพรชัย หนูน้อย ทำแผนประกอบการรับสารภาพดังจุดเกิดเหตุ อีกทั้งมีประชาชนจำนวนมากมาดูการทำแผน พร้อมทั้งตะโกนด่าท้อผู้ต้องหา       ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 35,584
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ค. 60

แม่สลด! นิติเวชชี้สาเหตุ ด.ญ. 15 ดับปริศนา เผยไม่เกี่ยวอุปกรณ์จัดฟัน แน่ชัดเป็นการทำร้ายร่างกาย

           จากกรณีพบศพเด็กหญิงวัย 15 ปี เสียชีวิตปริศนาในบ้านพัก ซึ่งสภาพศพมีร่องรอยเขียวช้ำบริเวณหน้าอกและพบรอยเลือดอยู่ใกล้กับร่างของ แต่ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ อีกทั้งทางยังครอบครัวสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากเหล็กดัดฟันตกลงไปในลำคอ จนทำให้อุดหลอดลมแล้วเสียชีวิต ทางสถาบันนิติเวชวิทยา ผ่าพิสูจน์เป็นที่เรียบร้อยไม่พบเหล็กดัดฟันดังกล่าวในลำคอ และแน่ชัดว่าเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายอีกทั้งถูกล่วงละเมิดเพศ              มารดาของเด็กหญิงวัย 15 ปี เข้าติดต่อรับศพบุตรสาวที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หลังเสียชีวิตภายในบ้านพัก จังหวัดฉะเชิงเทรา เบื้องต้นครอบครัวสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากเหล็กดัดฟันตกลงไปในลำคอ จนทำให้อุดหลอดลมและเสียชีวิต ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะส่งศำให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผ่าพิสูจน์ จนทราบแน่ชัดว่าเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกาย บาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิต             พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นการผ่าพิสูจน์ไม่พบเหล็กดัดฟัน หรือวัสดุแปลกปลอมอื่นภายในร่างกายจนทำให้เสียชีวิต ขณะเดียวกันการผ่าพิสูจน์ พบว่ามีรอยฟกช้ำ2จุด บริเวณหน้าอก และพบรอยกระแทกบริเวณด้านหลังศีรษะ ส่วนการตรวจร่องรอยพบการถูกกระทำชำเราบริเวณอวัยวะเพศ               ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่หากว่าคนร้ายใช้วิธีการหลั่งภายนอก จะทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ทางแพทย์จะมีการเก็บชิ้นเนื้อ เพื่อนำไปตรวจภายในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาดีเอ็นเอ และสารพิษตกค้างต่างๆ ที่คาดว่าจะหลงเหลืออยู่ภายในร่างกาย                ด้านมารดา ระบุว่า ไม่ติดใจในเรื่องของเหล็กดัดฟันจนทำให้บุตรสาวเสียชีวิต แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าบุตรสาวถูกทำร้ายร่างกาย หวังที่จะกระทำชำเราจนทำให้เสียชีวิต ส่วนผู้ก่อเหตุจะเป็นใครยังไม่มีเบาะแส เนื่องจากที่ผ่านมาบุตรสาวไม่เคยเล่าเรื่องราวใดๆ ให้ตนเองฟังจึงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ     ภาพ ข่าวสด

 224,134
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 60

นิติเวชชันสูตรศพ ‘น้องรุ้ง’ ตายสลดเพราะขาดอากาศ ก่อนถ่วงน้ำ

              จากกรณีคดีฆ่าถ่วงน้ำ น้องรุ้ง12 ปีจนศพลอยอืดขึ้นมาติดกองผักตบชวาในคลองสำโรง ตัดกับคลองผู้เฒ่า             ล่าสุดนิติเวชวิทยาสรุปน้องรุ้ง เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ขณะที่ร่องรอยฟกช้ำพบที่ศรีษะ มากกว่า 1 ตำแหน่ง แต่บริเวณลำตัวไม่พบ เนื่องจากสภาพศพเน่าเปื่อย              โดยบรรยากาศที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร. ญาติๆของน้องรุ้งเตรียมเดินทางมาเพื่อรับศพ น้องรุ้ง อายุ 13 ปี หลานสาวที่เสียชีวิต เนื่องจากถูก มารดาแท้ ๆ และ พ่อเลี้ยง ฆ่าถ่วงน้ำ             พลตำรวจตรีนายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า แพทย์ผู้ทำการชันสูตรลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นเนื่องจากขาดอากาศหายใจ โดยเป็นการเสียชีวิตก่อนถูกนำไปถ่วงน้ำ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ต้องรอข้อมูลจากพนักงานสอบสอยสวน สภ.บางเสาธง นำมาประกอบ ขณะที่ร่องรอยฟกช้ำพบที่บริเวณศรีษะจากการถูกของแข็ง มากกว่า 1 ตำแหน่ง แต่บริเวณลำตัวไม่พบ เนื่องจากสภาพศพเริ่มน่ำเปื่อยและมีสภาพเปลี่ยนไปมาก ภาพ มติชน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 118,026
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 60

นิติเวช สรุปน้องรุ้งเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจ ญาติเตรียมรับศพ

นิติเวชวิทยาสรุปน้องรุ้ง เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ขณะที่ร่องรอยฟกช้ำพบที่ศีรษะ มากกว่า 1 ตำแหน่ง แต่บริเวณลำตัวไม่พบ เนื่องจากสภาพศพเน่าเปื่อย.   โดยบรรยากาศที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร ญาติๆของน้องรุ้งเตรียมเดินทางมาเพื่อรับศพ น้องรุ้ง อายุ 13 ปี หลานสาวที่เสียชีวิตเนื่องจากถูก  มารดาแท้ๆ และพ่อเลี้ยง ฆ่าถ่วงน้ำ จากการสอบถาม พลตำรวจตรีนายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า แพทย์ผู้ทำการชันสูตรลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นเนื่องจากขาดอากาศหายใจ โดยเป็นการเสียชีวิตก่อนถูกนำไปถ่วงน้ำ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ต้องรอข้อมูลจากพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง นำมาประกอบ ขณะที่ร่องรอยฟกช้ำพบที่บริเวณศรีษะจากการถูกของแข็ง มากกว่า 1 ตำแหน่ง แต่บริเวณลำตัวไม่พบ เนื่องจากสภาพศพเริ่มน่ำเปื่อยและมีสภาพเปลี่ยนไปมาก   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 60,889
สังคม-อาชญากรรม
14 มี.ค. 60

นิติเวชยันผลชันสูตรศพ 'น้องปอนด์' ตรงกับ รพ.ราชบุรี ทนายสงกานต์งัดหลักฐานเด็ดสู้

นิติเวชตำรวจ ยันผลชันสูตรร่างนายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน หรือน้องปอนด์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เหยื่อกลุ่ม 18 โจ๋รุมทำร้ายใช้ไขควงแทงหัวดับ ในพื้นที่เพชรบุรี ตรงกับผลการชันสูตรที่ นิติเวช ราชบุรี ส่วนแผลที่หลัง พบถูกแทงจริง แต่ไม่ลึกไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ญาติไม่ติดใจการตาย จะนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลครบ 100 วันที่บ้านเกิด จ.ชุมพร ก่อนทำการฉาปนกิจ พร้อมเชื่อมั่นการทำงานของกองปราบและทนายสงกานต์ที่จะมาช่วยดำเนินการทางคดี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Smwzn8lgO6U  

 14,566
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 60

ครอบครัวรับศพลุงผูกคอตายประท้วง ม.44 เผยมักมีอาการเครียด แต่มีนิสัยชอบทำบุญ

จากกรณี นายอนวัช ธนเจริญณัฐ อายุ 64 ปี ก่อเหตุผูกคอตายกับเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ที่ชุมสายโทรศัพท์คลองหลวง หลังพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง เพื่อประท้วงให้รัฐบาลยกเลิกมาตรา 44 ในการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ล่าสุดทางครอบครัวได้เดินทางมารับศพ โดยทางภรรยาและลูกชายระบุผู้ตายออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าเป้ โดยไม่บอกใคร ปกติมีอาชีพขายผลไม้แห้ง มีนิสัยเป็นคนเงียบๆ มีอาการเครียด ต้องกินยาแก้เครียดเพราะมีปัญหาหนี้สิน เป็นคนชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าวสาร ที่ผ่านมาไม่เคยร่วมชุมนุมทางการเมือง เคยมาทำบุญที่วัดพระธรรมกาย เคยบวชที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ทั้งนี้ทางบ้านไม่ทราบแรงจูงใจเพราะไม่มีสิ่งบอกเหตุมาก่อน ก่อนที่ทางครอบครัวจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเขียนเขต โดยมีทางวัดธรรมกายและ จนท.ดีเอสไอ ร่วมแสดงความอาลัย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wn_GeOMD1rM  

 7,635
สังคม-อาชญากรรม
13 ม.ค. 60

แม่รุดเชิญวิญญาณสาวทอม พ่อยันปมหึงหวงเป็นชนวนฆ่าโหด ชี้ถูกทำให้ตายก่อนนำไปฝัง รอตรวจผลข่มขืน

แม่ของนางสาวสุภัคสรณ์ พลไทสง อายุ 28 ปี หรือน้องหญิง สาวทอมที่ถูกอุ้มฆ่าโหดแล้วนำศพมาฝังในรีสอร์ทร้างที่จังหวัดกาญจนบุรี เดินทางมาเชิญดวงวิญญาณลูกสาวกลับบ้านที่จังหวัดสระแก้ว ขณะทำพิธีแม่เกิดมีอาการคล้ายถูกวิญญาณลูกสาวเข้าสิงร้องขอความเป็นธรรม กล่าวอาฆาตและยืนยันว่านางสาวกรรณิการ์ กรุมรัมย์ หรือน้องดาว สาวคนสนิทของผู้กำกับอำนวยซึ่งน้องหญิงเข้าไปติดพันเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนจะร้องไห้และบอกให้ญาติช่วยพากลับบ้านเพราะไม่อยากอยู่ที่รีสอร์ทแห่งนี้ ทำให้ญาติๆที่มาด้วยต้องรีบเข้าไปประคองร่างก่อนจะพาไปนั่งพักเพื่อรอประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณออกจากรีสอร์ทให้เรียบร้อย เพื่อนำดวงวิญญาณกลับบ้านที่จังหวัดสระแก้ว ด้านนายบุญชู พลไธสง พ่อของผู้ตายได้เดินทางมาที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ โดยนายบุญชู ยืนยันว่า ร่างศพที่พบ คือนางสาวสุภัคสรณ์ พลไธสง บุตรสาว ที่ถูกอุ้มตัว หายไปตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2559 เนื่องจากจดจำลักษณะรอยสักบนร่างกายทั้งสองจุด รวมทั้งรูปพรรณสันฐาน แต่จะต้องยืนยันความชัดเจนด้วยการตรวจ ดีเอ็นเอ เพื่อให้เป็นไปตามหลักฐานทางกฏหมาย ซึ่งมั่นใจว่า การเสียชีวิตของบุตรสาวเกิดจากความขัดแย้งกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ส่วนประเด็นอื่นตนเองไม่ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากได้หย่าร้างกับมารดาผู้เสียชีวิตมานานกว่า 20 ปี ทราบเพียงจากการบอกเล่าของมารดาบางเรื่อง แต่เรื่องการยืมเงินจำนวน 4 ล้านบาท และค่าชดเชยทุบทำลายรถยนต์กว่า 6 หมื่นบาทนั้น ตนเองไม่ทราบรายละเอียด แต่ยอมรับว่า เมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา บุตรสาวเคยเล่นการพนัน ซึ่งขณะนี้ได้เลิกลาไปแล้ว รวมทั้งไม่เชื่อว่าบุตรสาวจะหยิบยืมเงินจำนวนมาก จากใครได้ เพราะบุตรสาวมีอาชีพและรายรับที่มั่นคง พร้อมย้ำว่าจะไม่ปล่อยให้ลูกตายฟรี และจะเรียกร้องความเป็นธรรมดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกออกหมายจับอย่างถึงที่สุด ขณะที่พลตำรวจตรีนายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุภายหลังรับศพซึ่งคาดว่าเป็นนางสาวสุภัคสรณ์ พลไธสง ที่ถูกอุ้มหายไป ว่าจากการผ่าพิสูจน์ศพ และตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นผลชันสูจน์ พบว่าขาดอากาศหายใจ และพบบาดแผลร่องรอยฟกช้ำเล็กน้อยที่หน้าผาก และลำตัว ซึ่งไม่ทำให้เสียชีวิต กระดูกไม่แตก และไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ แต่สภาพศพมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากถูกฝังดินเป็นระยะเวลานานจนศพเน่าเปื่อย จึงต้องนำชิ้นเนื้อ ของเหลว เศษอาหาร ไปตรวจสารพิษ ส่งห้องปฏิบัติการตรวจสอบอย่างละเอียด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้หลักฐานมีความชัดเจนในการดำเนินคดีมากที่สุด โดยยังไม่สามารถระบุระยะเวลาการเสียชีวิต รวมถึงรายละเอียดที่ทำให้เสียชีวิตได้ ยืนยันได้เพียงว่าผู้ตายได้เสียชีวิตก่อนถูกฝังดิน เนื่องจากการตรวจสอบไม่พบเศษดิน หรือคราบดินในหลอดลม ซึ่งจากนี้จะต้องรอเก็บตัวอย่าง DNA ของพ่อแม่ เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์อย่างละเอียด ก่อนจะมอบศพให้กับครอบครัวไปบำเพ็ญกุศลต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5yNFNJ5XQHc ข่าวที่เกี่ยวข้อง ขุดพบแล้วศพสาวทอมเหยื่อแก๊งตร. ถูกอุ้มฆ่าฝังดินกลางรีสอร์ทร้างกาญจนบุรี  ส่งศพสาวทอมถูกอุ้มฆ่าชันสูตร ผงะ แม่ตาแข็งตะโกนลั่น "ใครฆ่ากู ฆ่ากูทำไม" เชื่อเป็นวิญญาณลูกสาว

 29,140
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 60

ยกเลิกสัญญาบริษัทเดินรถตู้มรณะ นิติเวชชันสูตรศพคนขับไม่พบแอลกอฮอล์-สารเสพติด

กรมขนส่งทางบก สั่งยกเลิกสัญญาเดินรถร่วมบริษัท พลอยหยก บริษัทรถตู้สายกรุงเทพฯ-จันทบุรี ที่เกิดเหตุชนประสานงาระกระบะ ที่ จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 25 ศพ พร้อมถอนรถออกจากบัญชีเดินรถ และห้ามนำรถอื่นมาวิ่งแทน ด้านพลตำรวจตรี นายแพทย์ พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่าจากการตรวจพิสูจน์ไม่พบแอลกอฮอล์ และสารเสพติดในเลือดคนขับรถตู้ โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่คดีถือว่าสิ้นสุดในกระบวนการทางกฎหมายอาญา เนื่องจากผู้กระทำผิดเสียชีวิต แต่ในทางแพ่งญาติสามารถเรียกร้องค่าเยียวยาจากผู้เกี่ยวข้องได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wv7xgwXRRz8  

 28,213
สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 56

แม่เอ็กซ์เผยเจ้าตัวสั่งเสียก่อนตายขอให้เปิดเพลง 'แสงสุดท้าย' ในงานศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อนๆและคนสนิทของ เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ จะนำรถฮาร์เล่ย์ ขี่นำขบวนศพจากสถาบันนิติเวชวิทยา ไปยังวัดพระศรีมหาธาตุบางเขน ในเวลา 14.00 น. ก่อนทำพิธีบำเพ็ญกุศล ด้านคุณแม่ของเอ็กซ์ เปิดเผยว่า เอ็กซ์ เคยสั่งเสียไว้ว่า หากตัวเอ็กซ์มีอันเป็นไป ขอให้เปิดเพลง แสงสุดท้าย ของ บอดี้แสลม ในงานเพื่อเป็นการไว้อาลัย    

 43,675
สังคม-อาชญากรรม
19 ต.ค. 56

ศพ 'เอ็กซ์ จักรกฤษณ์' ถึง นิติเวช แล้ว แพทย์เตรียมชันสูตรพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 23.20 น. จนท.ได้เคลื่อนศพของ เอ็กซ์ จักรกฤษณ์  มายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รายงานข่าวระบุแพทย์เตรียมผ่าตัดชันสูตรในวันพรุ่งนี้ (20 ต.ค.) 

 12,600

Top