ค้นหา :

ผลการค้นหา "เด็กตายปริศนา"

ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 62

เผยวงจรปิด เด็ก 6 ขวบพลัดตกคอนโดเสียชีวิตเอง หลังแม่บ้านลืมไว้ในห้องพัก

พัทยา-จากกรณีเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ เสียชีวิตปริศนาตามร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำ เหตุเกิดที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านจอมเทียนสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเย็น วันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา   ต่อมาตำรวจระบุว่า จากการสอบปากคำพยานเป็น ผจก.และ ช่างของคอนโดให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. แม่บ้านที่มาทำความสะอาดห้องคอนโด มาแจ้งกับช่างคอนโดว่า ตนลืมลูกสาว (จริงๆ เป็นหลานแต่เรียกว่าลูก) ไว้ในห้องพัก ระหว่างที่รอตนทำความสะอาด แต่จำไม่ได้ว่าห้องไหน ช่างและแม่บ้านจึงช่วยกันตามหา   ต่อมาเวลาประมาณ 16.10 น.ช่างได้ยินเสียงวิทยุจาก รปภ.ว่ามีเด็กตกคอนโดเสียชีวิต จึงรีบตามหาจนกระทั่งพบรองเท้าเด็กอยู่หน้าห้องเลขที่ 3202 ชั้น 32 เมื่อเปิดเข้าไปในห้องไม่มีผู้ใดอยู่ และพบเด็กตกลงไปข้างล่างเสียชีวิตแล้ว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเวลา 15.00 น. แม่บ้านได้พาเด็กนั่งรถเข็น แล้วเข้าไปทำความสะอาดในห้องเลขที่ 3202 ชั้น 32 และให้เด็กรออยู่ในห้อง   ต่อมาเวลา 15.30 น. แม่บ้านได้ออกจากห้องดังกล่าวเพื่อไปทำความสะอาดห้องอื่น โดยไม่ได้พาเด็กออกมาด้วย โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่อเนื่องจนกระทั่งถึงเวลาพบเด็กเสียชีวิต ไม่พบว่ามีคนอื่นหรือผู้ใดเข้าไปในห้อง 3202 อีก จึงน่าเชื่อว่าภายในห้องจะมีเด็กเพียงลำพัง             นอกจากนี้ สภาพศพที่แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นพบซี่โครงด้านขวาหักหมดซึ่งคาดว่า ด้านขวาของเด็กน่าจะลงกระแทกพื้น และศีรษะยุบ ส่วนบริเวณระเบียงที่เป็นกระจกก็มีรอยนิ้วมือเด็กติดอยู่ ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่วิทยาการเวรได้เก็บร่องรอยเพื่อประกอบสำนวน รวมทั้งพ่อแม่เด็กก็ไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4J6HNIWMr2M

 7,106
ข่าวภูมิภาค
28 ม.ค. 62

คืบเด็ก 6 ขวบดับปริศนา ตร.เผยเป็นหลานแม่บ้านลืมในห้องช่วงทำความสะอาด ก่อนตกจากคอนโดชั้น 32

จากกรณีพบศพเด็กหญิงอายุประมาณ 6 ขวบเสียชีวิตปริศนาที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านจอมเทียนสาย 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ และยังไม่พบผู้แสดงตัวเป็นผู้ปกครองของเด็กหญิงรายนี้ ขณะที่ตำรวจปฏิเสธการให้ข้อมูลใดๆ ในช่วงแรกนั้น    ความคืบหน้าวันที่ 28 ม.ค. 62 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยานเป็นผู้จัดการและช่างของคอนโด ทราบว่า ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. แม่บ้านที่มาทำความสะอาดห้องคอนโดฯ มาแจ้งกับช่างคอนโดว่าได้ลืมหลานสาวในห้องพักระหว่างที่รอกำลังทำความสะอาด แต่จำไม่ได้ว่าห้องไหน ช่างและแม่บ้านจึงช่วยกันตามหา ต่อมาเวลาประมาณ 16.10 น.ช่างได้ยินเสียงวิทยุจาก รปภ.ว่ามีเด็กตกตึกเสียชีวิตจึงรีบตามหา กระทั่งพบรองเท้าเด็กอยู่หน้าห้องหนึ่งในชั้น 32 เมื่อเปิดเข้าไปในห้องไม่มีผู้ใดอยู่ และพบเด็กตกลงไปข้างล่างเสียชีวิตแล้ว    พ.ต.อ.อภิชัย  กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมพบว่า เมื่อเวลา 15.00 น. แม่บ้านได้พาเด็กนั่งบนรถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาด จนเมื่อมาถึงห้องพักดังกล่าวจึงเข็นรถเข้าไปในห้อง ต่อมาเวลา 15.30 น. แม่บ้านได้ออกจากห้องดังกล่าวโดยไม่พบเด็กออกมาด้วย และเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่อเนื่องจนกระทั่งถึงเวลาพบเด็กเสียชีวิต ไม่พบว่ามีคนอื่นหรือผู้ใดเข้าไปในห้องดังกล่าวอีก จึงน่าเชื่อว่าภายในห้องจะมีเด็กเพียงลำพัง   นอกจากนี้ สภาพศพที่แพทย์ชันสูตรเบื้องต้น พบว่าซี่โครงด้านขวาหักหมด ซึ่งคาดว่าด้านขวาของเด็กน่าจะกระแทกลงพื้น และยังพบศีรษะยุบ ส่วนบริเวณระเบียงที่เป็นกระจกมีรอยนิ้วมือเด็กติดอยู่ ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่วิทยาการเวรได้เก็บร่องรอยเพื่อประกอบสำนวน ส่วนพ่อแม่เด็กก็ไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง พบศพ ด.ญ.ดับปริศนา คาโรงแรมดังย่านจอมเทียน ไร้พ่อแม่แสดงตัว    

 7,727
ข่าวภูมิภาค
28 ม.ค. 62

พบศพ ด.ญ.ดับปริศนา คาโรงแรมดังย่านจอมเทียน ไร้พ่อแม่แสดงตัว

ชลบุรี-พบศพเด็กหญิงตายปริศนา ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านจอมเทียนสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง   จากการตรวจสอบสภาพศพเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 5-6 ปี มีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั้วโมง แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ และยังไม่พบผู้แสดงตัวเป็นผู้ปกครองของเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบหลักฐานและติดตามผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xJlMOE77EXg

 17,115
สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 62

ด.ช.2 ขวบดับปริศนา พ่อเลี้ยงอ้างถูกศาลพระภูมิล้มทับ แม่ยันไม่เคยทำร้าย แต่ฟกช้ำเพราะตกบันได

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเด็กถูกศาลพระภูมิล้มทับเสียชีวิต ที่บริเวณสนามเด็กเล่นร้างข้างโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.   ที่เกิดเหตุเป็นที่รกร้างริมถนนพหลโยธินข้างโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ พบ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัส สภาพมีรอยเขียวช้ำตามร่างกายและใบหน้า โดย นายวรนารถ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงได้รีบนำตัวส่ง ร.พ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   โดยนายวรนารถ ให้การอ้างว่าขณะที่ ด.ช.เอ กำลังเล่นอยู่นั้น ได้ไปพลักศาลพระภูมิที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะหล่นลงมาทับร่างจนสลบไป จากนั้นจึงได้รีบพาส่งโรงพยาบาล   แต่จากการตรวจของเจ้าหน้าที่พบว่า ในที่เกิดเหตุไม่มีศาลพระภูมิตามที่ นายวรนารถ กล่าวอ้าง จึงต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างระเอียดอีกครั้ง ก่อนควบคุมตัวตัวนายวรนารถ ไปสอบปากคำที่ สน.บางเขน ซึ่งนายวรนารถ ก็ยังคงยืนกรานว่าเป็นอุบัติเหตุ   จากการสอบปากคำเพิ่มเติม นางอนัญญา รอสูงเนิน อายุ 23 ปี แม่ของเด็ก ให้การว่านาย วรนารถ เพิ่งปลดทหารมาเมื่อเดือน พ.ย. ยังไม่มีงานทำ หลังจากปลดทหารมาจึงได้พบกัน และคบหากัน พักอาศัยที่ห้องเช่าไม่มีชื่อ โดยตนทำงานอยู่ร้านถ่ายเอกสารในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ตนมีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง อายุ 3 ขวบ อยู่กับสามีเก่า คนเล็กเป็นผู้ชายอยู่ด้วยกันที่ห้องเช่ากับแฟนใหม่ ซึ่งเมื่อคืนลูกคนเล็กลื่นล้มในห้องน้ำทำให้มีแผลฟกช้ำ ส่วนช่วงที่เกิดเหตุตนออกไปทำงาน โดยปกติแล้วนาย วรนารถ ไม่เคยโมโหร้าย และไม่เคยทำร้ายเด็กเลย   ตร.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์พบว่านายวรนารถ อุ้มเด็กในสภาพแน่นิ่งออกจากอาคารวิ่งข้ามถนนไปหาแฟนสาวที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เมื่อพบกันจึงพากันเดินอุ้มเด็กไปคลินิกที่อยู่ใกล้ๆ   ขณะที่พ่อเลี้ยงให้การว่าเด็กงอแงไม่ยอมกินข้าวจึงตีเด็กไป 2 ที เพื่อให้หยุดร้อง และเด็กตกบันไดจึงเกิดบาดแผล เบื้องต้นต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์รพ.ภูมิพล เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบปากคำอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_FDkaEB8Lr8

 2,275
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
14 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 14 ม.ค.62 คลั่งฆ่ายกครัวหลังเมียเลิก-ยึดเครื่องเสียงกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง-สาวซาอุฯลี้ภัยถึงแคนาดา

-สภาวะอากาศใน กทม.-ปริมณฑลวิกฤต ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ปริมาณสูงมาก กระทบต่อสุขภาพแล้ว 20 จุด กทม.ฉีดพ่นละอองน้ำ ล้างถนน คุมเข้มควันดำ ลดฝุ่นก่อสร้าง ประสานเตรียมทำฝนเทียม กรีนพีซชี้ กทม.ติดอันดับ 9 เมืองที่มีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก ฝุ่นควันกทม.วิกฤตหนัก ติดเมืองอันดับ 9 มีอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก เตือน ปชช.สวมหน้ากาก n95 ป้องกัน    -6 คนร้ายแต่งกายเลียนแบบทหารพรานขี่ จยย.ควงอาก้า M16 บุกกราดยิงโรงพักนาประดู่ ปัตตานี ช่วงกลางวันแสกๆ ส.อ.ประจำป้อมถูกยิงที่หัวและลำตัว เสียชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนคนร้ายขโมยเสื้อเกราะและปืนประจำตัว จนท.หลบหนีไป คาดตอบโต้2แนวร่วมถูก จนท.วิสามัญที่ อ.ยะหริ่งเมื่อ 12 ม.ค. หน่วยข่าวระบุคนร้ายระดับมืออาชีพ เยือกเย็น วางแผนมาเป็นอย่างดี ผบ.ตร.สั่งเพิ่มมาตรการป้องกัน กอ.รมน.มีการข่าวแจ้งเตือนคนร้ายจ้องวางระเบิดชุมชนเมือง เมืองเศรษฐกิจช่วง 13-15 ม.ค. 6 คนร้ายแต่งกายเลียนแบบทหารพรานควงอาก้า กราดยิงโรงพักนาประดู่ ปัตตานี ส.ต.อ.ประจำป้อมถูกยิงดับไม่ทันตั้งตัว   -หนุ่มคลั่งเมียขอเลิก หนีออกจากบ้าน เลยตามไปฆ่ายกครัว 5 ศพ ขับรถไปบ้านแม่ยาย พอไม่เจอเลยยิงแม่ยายกับพี่น้องฝาแฝด 3 ศพ ก่อนตามไปบ้านพ่อตาห่างกัน 5 กม. ยิงพ่อตากับเมียที่ท้อง 4 เดือน สลดเมียนอนกอดศพพ่อตาเวทนา เร่งไล่ล่าคนร้าย หลังหนีพร้อมปืน เร่งล่าหนุ่มคลั่งเมียขอเลิก ก่อเหตุฆ่ายกครัว 5 ศพ พ่อตา-แม่ยาย-พี่น้องฝาแฝดและเมียท้อง 4 เดือน   -ตร.นำกำลังเข้าโอบล้อมกลุ่มคนอยากเลื่อนตั้งที่ชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ มีการยึดเครื่องเสียงจนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย กระทั่งน้ำมันเครื่องปั่นไฟรั่วมาที่พื้น ตร.เกรงเกิดประกายไฟ จึงถอยออกมาตั้งหลัก โบว์ ณัฏฐา ไปเจรจาที่โรงพัก ท่ามกลางความไม่พอใจของมวลชน   ต่อมาโบว์โพสต์ถูกแจ้งข้อหาใช้เครื่องสียงดังเกิน 115 เดซิเบล ทางกลุ่มยันมีคลิปบันทึกเครื่องเสียงไม่เกินค่าที่กำหนดแน่นอน เสียงตะโกนของผู้ชุมนุมดังสุดแค่ 90 เดซิเบล เสียงรถยนต์ที่สี่แยกเฉลี่ย 80 เดซิเบล ต่อมาจ่านิวนำเครื่องขยายเสียง เครื่องปั่นไฟไปที่โรงพัก มีมวลชนมาให้กำลังใจ ตร.ยึดเครื่องเสียงไว้ตรวจสอบ ก่อนจะแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง   ทั้งนี้ทางกลุ่มคนอยากเลื่อนตั้งได้จัดชุมนุม ไม่เลื่อน ไม่ล้ม ไม่ต่อเวลาเลือกตั้ง ขีดเส้นตายต้องเลือกตั้งไม่เกิน 10 มี.ค.หากภายใน 18 ม.ค.ยังไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ. ทางกลุ่มจะยกระดับการเลือกตั้งสู่อนุสาวรีย์ ปชต. 19 ม.ค.โดยโบว์ตอบโต้ ผบ.ทบ.ว่าใจสั่งมาให้ชุมนุม หลังถูกถามว่าใครสั่งมา ยึดเครื่องเสียงกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุมนุมแยกราชประสงค์ ชุลมุนวุ่นน้ำมันเครื่องปั่นไฟไหลนองพื้น    -จาตุรนต์โพสต์กรณี ผบ.ทบ.กล่าวหาคนอยากเลือกตั้งเป็นพวกสร้างความวุ่นวาย ชี้ ผบ.ทบ.มีความไม่เข้าใจเรื่องเสรีภาพ ประชาธิปไตย มีอคติ คับแคบ สร้างความแตกแยกในสังคม ไม่มีหลักฐานรองรับ ดูถูกปชช. วินธัยชี้ ปชช.ส่วนใหญ่เข้าใจ ผบ.ทบ.ที่ทำไปเพื่อความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะการเตรียมพระราชพิธี เพื่อให้เกิดความสง่างามที่สุด ชี้การเคลื่อนไหวแบบมีนัยยะของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ไม่น่าจะเป็นการแสดงออกทางปชต.ที่งดงาม ด้านอภิสิทธิ์บอกทุกฝ่ายไม่ควรสร้างความขัดแย้ง การเคลื่อนไหวต้องอยู่ภายใต้ กม. เชื่อการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในกรอบเวลา 150 วัน 'จาตุรนต์' ตอก ผบ.ทบ.ใจแคบ ดูถูก ปชช. หลังวิจารณ์กลุ่มคนอยากเลือกตั้งสร้างความวุ่นวาย    -พลังประชารัฐเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย อุตตมบอกหากได้เป็นรัฐบาลจะนำนโยบายมาต่อยอด ยัน 4 รมต.ยังทำหน้าที่ต่อไป ไม่ลาออก เพราะไม่ผิดกม.รธน. 'อุตตม' เปิดตัวผู้สมัคร พปชร.เชียงราย ยันเมื่อถึงเวลา 4 รมต.จะลาออกเอง    -สุดารัตน์ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด บอกจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรกลับมาดีขึ้น ยันไม่ยกเลิกบัตรคนจน โอดพรรคถูกเอาเปรียบทุกอย่าง ทางออกจากความทุกข์ของ ปชช.ต้องกาเพื่อไทยอย่างเดียว 'สุดารัตน์' ยันไม่ยกเลิกบัตรคนจน ลั่นอยากออกจากความทุกข์ ต้องกาเพื่อไทยอย่างเดียว   -ปชป.คิกออฟเปิดตัวผู้สมัคร 350 เขตที่สี่แยกคอกวัว อภิสิทธิ์แถลงจุดยืนว่า ประเทศไทยต้องเดินกลับสู่ปชต. ไม่กลับสู่วังวนรัฐประหาร ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ภารกิจแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ขอให้คนไทยออกไปใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด ให้ สว.250 คนที่ถูกเลือกมาได้เห็น 'อภิสิทธิ์' คิกออฟคาราวาน 350 ผู้สมัคร ปชป. ลั่นพาประเทศออกสู่วังวนรัฐประหาร    -ตร.เชียงใหม่ล่าอาชญากรวิปริตวัย 31 ปี เพิ่งพ้นโทษในคดีฆ่าพ่อตั้งแต่ตอนเป็นเยาวชน ออกคุกมาข่มขืนแม่ ก่อนขโมยปืนชาวบ้านหลบหนี ตร.ชี้เป็นบุคคลอันตราย จัดกำลังไล่ล่า คาดซ่อนตัวในป่าใกล้เคียง ชาวบ้านผวา กลัวตกเป็นเหยื่อ วอน ตร.จับกุม ชาวบ้านผวา ลูกทรพีฆ่าพ่อตั้งแต่วัยรุ่น ติดคุกออกมาข่มขืนแม่ ก่อนขโมยปืนหลบหนี ตร.ตามล่าชี้เป็นบุคคลอันตราย    -ด.ช.2ขวบตายปริศนา ใบหน้าเนื้อตัวเขียวช้ำ พ่อเลี้ยงอ้างเด็กเล่นผลักศาลพระภูมิ แล้วศาลหล่นทับร่างดับกลางสนามเด็กเล่นร้าง ตร.บางเขนไปตรวจสอบไม่พบศาลพระภูมิ เค้นสอบพ่อเลี้ยงยังอ้างทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ ด.ช.2 ขวบดับปริศนา พ่อเลี้ยงอ้างถูกศาลพระภูมิล้มทับ แม่ยันไม่เคยทำร้าย แต่ฟกช้ำเพราะตกบันได    -รถบรรทุกเครนแหกโค้งชนกระบะ พุ่งลงเขาสะพานห้วยตอง บนถ.หล่มสัก-ชุมแพ จ.เพชรบูรณ์ ตาย 9 ศพ เจ็บ 11 ราย คนขับรถบรรทุกบอกเหยียบเบรคแล้ว แต่เบรคไม่ทำงาน คุมรถไม่ได้ ก่อนพุ่งแหกโค้ง เป็นจังหวะที่กระบะขับสวนขึ้นมา จึงชนเข้าอย่างจัง ก่อนรถไถลไปตามทาง อีกรายที่กาฬสินธุ์ คู่รักพยาบาลหนุ่มสาวกลับจากงานแต่งขับเก๋งพุ่งเสยท้ายรถบรรทุกอ้อย ไฟลุกท่วมคลอกเสียชีวิตทั้งคู่ คาดมองไม่เห็นรถคันหน้า เพราะไม่มีไฟท้าย จนท.นำเครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากรถใช้เวลากว่า 5 ชม. รถ 6 ล้อเบรกแตกแหกโค้ง คว่ำทับกระบะที่เพชรบูรณ์ ตาย 9   -หนุ่มใหญ่อาชีพรับจ้าง ฐานะยากจน ช็อกได้หนังสือจากสรรพากรปราจีนฯให้ไปจ่ายภาษี 483 ล้านบาท แถมโดนจับฐานเลี่ยงภาษี ระบุมีชื่อเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทเฟอร์นิเจอร์ที่เคยทำงานเป็นลูกจ้าง แต่ลาออกไปแล้วหลายปี สงสัยถูกแอบอ้างไปจดทะเบียนบริษัท เคยร้องเรียนแต่ จนท.ให้หาหลักฐานมาสู้คดี เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตร.สรุปสำนวนส่งศาลต่อไป ชายฐานะยากจน แต่ถูกเรียกเก็บภาษี 483 ล้าน คาดถูกใช้ชื่อแอบอ้างเป็นเจ้าของบริษัท    -เปิดวงจรปิด แก๊งโจรแสบงัดตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า ป่วนซอยท่านผู้หญิงพหล ย่านงามวงศ์วาน 3 คนร้ายขี่จยย.งัดประตูหอพักได้เงินสด 2 พัน ชาวบ้านบอกซอยนี้ไม่มีใครกล้ามาขโมย เพราะมีบ้านพัก อดีต ตร.ใหญ่หลายหลัง วอนจับให้ได้โดยเร็ว เกรงกลับมาก่อเหตุซ้ำ แก๊งโจรแสบงัดตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ ท้าทายบ้านนาย ตร.ใหญ่ในซอยท่านผู้หญิงพหล    -สาวซาอุฯลี้ภัยถึงแคนาดาแล้ว รมว.ต่างประเทศต้อนรับอบอุ่น สวมกอด จนท.พาซื้อเสื้อกันหยาว เจ้าตัวนัดพบเพื่อนสุดสัปดาห์ ทางการจัดหาที่พัก ประเมินความต้องการพื้นฐาน จนกว่าจะหาเลี้ยงตัวเองได้ภายในกรอบเวลา 1 ปี สาวซาอุฯลี้ภัยถึงแคนาดาแล้ว จนท.พาซื้อเสื้อกันหนาว-จัดหาที่พัก จนกว่าจะเลี้ยงตัวเองได้ใน 1 ปี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/v55UILkOT-A

 3,082
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 61

คุมตัว ‘แม่น้องไทเกอร์’ ชี้จุดเกิดเหตุก่อนพบเป็นศพกลางทุ่งนา ไม่ขอพูดกับสื่อเรื่องลูก บอกปวดหัว

คุมตัว ‘แม่น้องไทเกอร์’ ชี้จุดเกิดเหตุก่อนพบเป็นศพกลางทุ่งนา ไม่ขอพูดกับสื่อเรื่องลูก บอกปวดหัว   จากกรณีพบศพเด็กชายเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา ริมทางรถไฟบ้านภาชี คาดว่าจะเป็นศพน้องไทเกอร์ อายุ 3 ขวบ ที่หายออกจากบ้านกับแม่คือนางรุ่งทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ที่่บ้านพักอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันเสาร์ ที่ 13 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยพ่อของเด็กได้ออกติดตามหาตัว   โดยวันนี้ (19 ต.ค.) พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพนักงานสอบสวนโรงพักภาชี ยังคงควบคุมตัวนางรุ่งทิพย์ อายุ 34 ปี แม่น้องไทเกอร์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยทำให้น้องไทเกอร์ลูกชายของตัวเองต้องเสียชีวิต อย่างเคร่งเครียดตั้งแต่เช้า โดยพนักงานสอบสวนได้พยายามสอบนางรุ่งทิพย์ อย่างละเอียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น    ต่อมาควบคุมตัวนางรุ่งทิพย์ อายุ 34 ปี ไปชี้จุดตามคำให้การทั้งหมดรวม 11 จุด ระยะทางเกิดเหตุกว่า 5 กิโลเมตร จากสถานีชุมทางรถไฟบ้านภาชี ซึ่งใช้เวลาควบคุมตัวชี้จุดที่เกิดเหตุนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ ทั้งนี้ แม่ของน้องไทเกอร์ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเรื่องลูก โดยบอกว่าปวดหัว   จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนางรุ่งทิพย์ มายังโรงพักภาชี ในห้องพนักงานสอบสวนโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิด    พ.ต.อ.สง่า เปิดเผยว่า ในคดีนี้ตำรวจได้ทำการสอบสวนสอบปากคำพยานแวดล้อมหลายปากที่พบเห็นผู้ต้องสงสัย เป็นหลักฐานและมีประโยชน์ในการคลี่คลายคดีน้องไทเกอร์ และผลการชันสูตร์ศพในเบื้องต้นออกมาแล้วพบว่าสาเหตุที่ทำให้น้องไทเกอร์เสียชีวิตมาจากขาดอากาศหายใจ และมีเศษดินโคลนในหลอดอาหารเป็นสาเหตุทำให้น้องไทเกอร์เสียชีวิต    ข่าวที่เกี่ยวข้อง หนูน้อย 4 ขวบตายปริศนากลางทุ่งนา แม่มีพิรุธอ้างลูกหลุดมือหาย พบมีอาการคล้ายป่วยจิต    

 13,341
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 61

หนูน้อย 4 ขวบตายปริศนากลางทุ่งนา แม่มีพิรุธอ้างลูกหลุดมือหาย พบมีอาการคล้ายป่วยจิต

อยุธยา-พบศพเด็กชายเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา ริมทางรถไฟบ้านภาชี คาดว่าจะเป็นศพน้องไทเกอร์ อายุ 4 ขวบ ที่หายออกจากบ้านกับแม่คือนางรุ่งทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ที่่บ้านพักอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันเสาร์ ที่ 13 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยพ่อของเด็กได้ออกติดตามหาตัว   ก่อนมาพบศพในสภาพใส่เสื้อยืดสีแดงตัวเดียว ไม่สวมใส่กางเกง นอนหงายปริ่มน้ำ กางหน้าอกพบมีร่องรอยคล้ายถูกหยิกเป็นแผล 2 แผล นอนหงายเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการลากหรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างไร ตำรวจได้ทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ในเบื้องต้นและส่งศพไปตรวจชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นหลักฐานคลี่คลายการเสียชีวิต   ด้านพ่อเด็กเปิดเผยว่า ลูกชายได้หายออกมาจากบ้านพักที่อำเภอปากเกร็ดนนทบุรี พร้อมกับแม่ ตั้งแต่เมื่อเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา คาดว่าจะพากันไปบ้านภรรยาที่จังหวัดสุรินทร์ ตนกับญาติช่วยกันออกตามหาเช็คกล้องวงจรปิดตามสถานีรถไฟสายอีสานตั้งแต่งสถานีหลักสี่ สถานีรังสิต ก็ไม่พบวี่แวว   กระทั่งเมื่อวันอังคารที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ภรรยาได้กลับมาที่บ้าน แต่ไม่มีลูกชายกลับมาด้วย ทำให้ทุกคนเอะใจและเชื่อว่าเด็กจะต้องได้รับอันตรายแน่นอน และพบตั๋วรถไฟในตัวของภรรยา ปลายทางลงที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี อำเภอภาชี และรุ่งเช้าวันที่ 17 ได้พากันออกตามหา ตรวจกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชีพบว่า แม่ได้พาลูกชายครั้งสุดท้าย เดินผ่านออกจากสถานีรถไฟหายไป กระทั่งมาพบเป็นศพอยู่กลางทุ่งนาดังกล่าว   ด้านแม่ของเด็กให้การวกไปวนมา บอกเพียงว่าขึ้นรถไฟจะกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ มากับลูกแล้วเห็นว่าสามีตามมาจึงลงรถไฟแล้วเดินไปตามรางรถไฟ มีคนขี่รถจยย.มารับลูกไป จากนั้นไม่รู้ว่าลูกหายไปไหน ปฎิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายลูกแต่อย่างใด บอกแต่เพียงสั้นๆ ว่าลูกชายพลัดหลุดมือหายไป ไม่รู้ว่าเสียชีวิตเพราะอะไร ซึ่งตำรวจสอบสวนแล้วได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน   ตร.เผยว่าจากการสอบสวนแม่เด็ก ยังให้การสับสนเรื่องของช่วงเวลาที่แยกกับลูกชายไปช่วงเวลาไหน และยังไม่เชื่อในคำให้การ ซึ่งจะได้ส่งตัวไปให้แพทย์ตรวจว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ โดยทราบจากทางครอบครัวก่อนหน้านี้ไม่มีความผิดปกติอะไร พร้อมทั้งจะเร่งรัดผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n-5d4BT-dyI

 12,840
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 61

สธ.ยันรักษาเด็ก 6 ขวบปวดท้องเสียชีวิตตามขั้นตอน แม่ยังคาใจจี้ตรวจสอบอนามัยบกพร่องหรือไม่

กรณีเด็กหญิงน้ำเพชร อุดมกัน อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นปฐมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดบางโฉลงใน อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เสียชีวิต หลังปวดท้องอย่างรุนแรง และนอนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล นานถึง 4 ชั่วโมง เนื่องจากเจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่สามารถติดต่อผู้ปกครองเพื่อนำเด็กส่งโรงพยาบาลได้ และสุดท้ายเด็กเสียชีวิต ระหว่างแม่พานั่งรถแท็กซี่ไปส่งที่โรงพยาบาล   ด้านพ่อเด็กระบุว่า ยังติดใจว่าทำไม่เจ้าหน้าที่อนามัยไม่รีบส่งตัวบุตรสาวไปโรงพยาบาลทั้งที่อาการแย่ แต่ปล่อยให้นอนรอแม่นาน 4 ชั่วโมง  เหตุการณ์นี้ไม่น่าเกิดขึ้น ตนทำงานเดินสายไฟฟ้าอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ภรรยาโทรไปบอกให้รีบมาหาลูก หลังจากนำตัวน้องน้ำเพชรส่งที่โรงยาบาลบางพลีแล้ว โดยบอกว่าอาการลูกแย่มาก ตนจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล แต่ไม่ทันดูใจลูกสาวเสียชีวิตแล้ว  ตอนนี้ได้แต่ทำใจ ไม่อยากร้องไห้แต่ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่   จากการชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่า ลูกสาวเสียชีวิตจากอาการขาดเกลือแร่ เพราะปากแห้งและมีอาการติดเชื้อในลำไส้ แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ลูกสาวตนเสียชีวิตนั้นต้องรอผลการพิสูจน์อีก 45 วัน ทางครอบครัวปรึกษากันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และอยากให้มีการตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง   ด้านแม่ของน้องน้ำเพชร ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าร้องไห้ตลอดเวลา เชื่อว่าลูกสาวของตนเสียชีวิตในครั้งนี้ เป็นการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ ไม่น่าที่จะปล่อยให้เด็กรอความตายต่อหน้า  ไม่อยากให้เหตุแบบนี้กับลูกหลานของใครอีก ขอให้น้องน้ำเพชรเป็นคนสุดท้าย   ด้านนางสิรินดา แสงทอง เพื่อนแม่ของน้องน้ำเพชร เล่าว่า ตนได้รับการประสานจากครูว่าให้ไปดูอาการน้องน้ำเพชรเพราะติดต่อแม่ของน้องไม่ได้   พอไปถึงอนามัยเห็นน้องนอนหลับ เจ้าหน้าที่บอกว่าอาการดีขึ้นแล้ว เพราะตอนมาถึงน้องอาเจียนจึงให้กินน้ำเกลือแร่ ตนก็ไปปลุกเรียกชื่อน้องเพชร น้องขานเสียงรับว่า อือ อือ โดยไม่พูดอะไร จากนั้นเจ้าหน้าที่ 3-4 คน มาจับมือบอกว่าน้องมือเย็น ตนเห็นน้องนอนคว่ำจึงถามว่านำส่งโรงพยาบาลได้มั้ย แต่เจ้าหน้าที่อนามัยบอกไม่ได้เพราะไม่ใช่แม่ ตนคิดว่าถ้าพาไปหากเป็นอะไรขึ้นมาระหว่างทาง เขาจะโทษตนหรือเปล่าเพราะนำตัวเด็กไปจากคุณหมอ ที่สุดแล้วติดต่อแม่เด็กได้จึงบอกให้รีบมาดูอาการน้องน้ำเพชรที่อนามัย   ด้านนายแพทย์ นนท์ จินดาเวช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของน้องน้ำเพชร ก่อนเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นตามบันทึกการรักษาของเจ้าหน้าที่อนามัยบางโฉลง ทราบว่า น้องน้ำเพชรเข้ามารับการรักษาด้วยอาการปวดท้องและอาเจียน เมื่อเวลา 13.58 น.ของวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา ทางพยาบาลผู้ดูแลได้ให้การรักษาตามอาการ คือให้เกลือแร่ และให้ยาแก้ปวดท้อง และให้ทางโรงเรียนติดต่อผู้ปกครองแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงติดต่อผ่านไปทางเพื่อนของแม่แทน เพราะน้องน้ำเพชรเริ่มปวดท้องมากขึ้น   กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. แม่น้องน้ำเพชรเดินทางมาที่อนามัย เจ้าหน้าที่อนามัยเห็นสภาพน้องว่าน่าจะไปโรงพยาบาลเองได้ จึงทำเอกสารส่งตัวให้ ประเมินเบื้องต้นพบว่า เด็กยังรู้สึกตัวและพูดคุยได้ ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ได้พูดคุยกับแม่ของเด็ก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้เรียกรถฉุกเฉินมารับตัว แต่ให้แม่เป็นคนนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลเอง   โดยมีเจ้าหน้าที่อนามัยขับรถไปส่งที่ปากทางถนนเทพารักษ์ เพื่อให้นั่งรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาลบางพลี และเมื่อไปถึงที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลบางพลี อาการเด็กเริ่มแย่ ทางแพทย์และพยาบาลจึงนำเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อทำการรักษาโดยเร่งด่วน แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้   ส่วนข้อสงสัยว่าทางอนามัยสามารถส่งตัวเด็กไปรักษาต่อได้หรือไม่ โดยที่ไม่ต้องรอผู้ปกครองมาเซ็นต์ยินยอมนั้น เรื่องนี้หากอนามัยมองว่าเด็กมีอาการไม่ดี หรือสัญญาณชีพไม่ดี เช่น ชีพจรอ่อน ความดันตก ก็สามารถส่งตัวไปโรงพยาบาลได้เลย เพราะถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤต หรืออาการอาจถึงแก่ชีวิตได้ก็สามารถส่งตัวได้ทันที ซึ่งต้องประเมินอาการเด็กว่า เข้าข่ายวิกฤตฉุกเฉินหรือไม่    ทั้งนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาข้อเท็จจริงหลังจากนี้ทางสาธารณสุข จะดำเนินการยื่นเรื่องขอเยียวยาตามมารตรา 41 ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ใช้บัตรทอง ให้กับครอบครัวของน้องน้ำเพชร ต่อไป   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลบางโฉลง พบเจ้าหน้าที่ผู้หญิง 2 คน ออกมาพูดคุย โดยไม่ให้รายละเอียดใดๆ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุในวันนั้น รู้เพียงว่า หลังเกิดเหตุทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ได้เรียกเจ้าหน้าที่อนามัยที่อยู่วันเกิดเหตุทั้งหมดไปสอบถามรายละเอียดแล้ว   พร้อมไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางพลี แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นความผิดของใคร เพราะต้องรอผลชันสูตรของแพทย์ ยืนยันทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ การรักษาผู้ป่วยที่เข้ามาเป็นไปตามขั้นตอนกฏระเบียบ ซึ่งเป็นการรักษาในเบื้องต้น เพราะเครื่องไม้เครื่องมือไม่พร้อม ส่วนห้องพัก และยารักษาอาการในเบื้องต้นมีพร้อมสมบูรณ์ที่จะให้การรักษา   ขณะที่นายอดิเรก มหัธธัญญาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลบางโฉลง บอกว่า วันเกิดเหตุครูได้ส่งน้องมารักษาด้วยอาการปวดท้อง ซึ่งจากการประเมินอาการของน้อง รู้สึกตัวดี พูดคุยได้ อ่อนเพลีย เจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดไข้ วัดความดัน ตรวจชีพจร และให้นอนพัก พร้อมให้ยาน้ำแก้ปวดท้องและเกลือแร่รับประทานและรอดูอาการ มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อเห็นว่าอาการไม่ดีขึ้นและแย่ลงจึงรีบโทรหาครูให้ติดต่อผู้ปกครองมารับตัว เพื่อที่จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ซึ่งผู้ปกครองมารับตัวน้องประมาณ 4 โมงเย็น ขณะที่ส่งตัวน้องไปโรงพยาบาลยังรู้สึกตัวและพูดคุยได้   ผู้สื่อข่าวพยายามขอพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในวันเกิดเหตุ ทราบว่าเป็นพยาบาลวิชาชีพ 3 คน เมื่อเห็นนักข่าวได้เดินเข้าไปหลบในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินแล้วปิดผ้าม่านไม่ขอให้ขอมูลใดๆ  แต่เจ้าหน้าที่หญิงรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุทั้ง 3 คน ร้องไห้เสียใจและเครียดมาก   ทางคดีแม่น้องน้ำเพชรยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ แต่พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ได้เชิญตัวนางสรินณา นิลโต ครูประจำชั้นของน้องน้ำเพชร เข้าให้ปากคำโดยได้เล่าว่า ช่วงเช้าก่อนเที่ยงของวันที่ 10 ก.ย. น้องน้ำเพชรนั่งเรียนตามปกติ แต่หลังจากพักเที่ยงและทานอาหารเสร็จ น้องน้ำเพชรได้แปรงฟันและเกิดอาเจียนออกมา และมีอาการปวดท้อง   ตนจึงพาน้องน้ำเพชรไปพักที่ห้องพยาบาลของโรงเรียน  แต่น้องน้ำเพชรไม่ยอมนอนจะไปนั่งเรียน ตนจึงได้ถามว่าปวดท้องอุจจาระหรือเปล่า ถ้าปวดให้ไปเข้าห้องน้ำ แต่เด็กตอบกลับว่าไม่ได้ปวดอุจจาระแต่ปวดท้องมาก ตนสังเกตเห็นว่าน้องน้ำเพชรตัวเย็น จึงเดินไปตามครูพละให้ช่วยพาไปส่งอนามัยบางโฉลง ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียน โดยไปส่งในช่วงเวลา 13.50 น.   ด้านนายเลิศชาย ใจทัด ครูพละ คนที่พาน้องน้ำเพชรไปส่งอนามัย เล่าว่าน้องมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง แต่ยังรู้ตัวมีสติ เจ้าหน้าที่อนามัยบางโฉลงเข้ามาสอบอาการของน้องว่าเป็นอะไรมา ตนได้บอกอาการเบื้องต้นไป ทางเจ้าหน้าที่ก็ให้การดูแลรักษา ขณะนั้นน้องก็ยังรู้สึกตัวอยู่ หลังจากที่ตนนำตัวส่งอนามัยเสร็จแล้วก็กลับมาที่โรงเรียนเนื่องจากติดสอน กระทั่งมาทราบว่าน้องน้ำเพชรเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Enp_emy7lN4

 3,426
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 61

ครูประจำชั้น เข้าให้ปากคำ เหตุ ด.ญ. 6 ขวบปวดท้องเสียชีวิตปริศนา

เกิดเหตุเด็กหญิงวัย 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี เสียชีวิตด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ที่ห้องพักศพโรงพยาบาลบางพลี มารดาและญาติติดใจการเสียชีวิตของลูกสาวนั้น   ล่าสุดวันนี้(11 ก.ย. 61) เมื่อเวลา 08.30 น. ร.ต.อ.อนันต์ ทองเหลือ พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการ เจ้าของคดี ได้เชิญตัว ครูประจำชั้นป. 1/ 5 ซึ่งเป็นครูประจำชั้นเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าของวานนี้ หลังจากพักเที่ยงและทานอาหารเสร็จ เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ได้แปรงฟัน และเกิดอาเจียนออกมา และมีอาการปวดท้อง ตนจึงพาไปพักที่ห้องพยาบาลของโรงเรียน เพื่อให้ได้นอนพัก แต่ทางเด็กหญิงวัย 6 ขวบไม่ยอมนอน และจะไปนั่งเรียน ตนจึงได้ถามอาการว่าปวดท้องอุจจาระหรือเปล่า ถ้าปวดให้ไปเข้าห้องน้ำ แต่เด็กหญิงวัย 6 ขวบ  ตอบกลับว่าไม่ได้ปวดอุจจาระ แต่ปวดท้องมาก ซึ่งตนสังเกตเห็นว่าเด็กหญิงวัย 6 ขวบ มีอาการตัวเย็น จึงให้มานั่งใกล้ พร้อมเดินไปตามครูพละ ให้ช่วยพาไปส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางโฉลง(อนามัยบางโฉลง) ที่ใกล้โรงเรียน โดยไปส่งในช่วงเวลา 13.50 น ซึ่งนำตัวเด็กหญิงวัย 6 ขวบ  ส่งที่อนามัยบางโฉลง ขณะนั้นมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง แต่ยังรู้ตัวปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(อนามัยบางโฉลง) เข้ามาสอบอาการของน้องว่าเป็นอะไรมา โดยตนได้บอกอาการของน้องเบื้องต้นไป ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าดูแลรักษาปฐมพยาบาล น้องก็ยังรู้สึกตัวอยู่ ส่วนตนเองได้ออกมานั่งข้างนอกห้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลแลน้องได้อย่างเต็มที่ จนกระทั่งมาทราบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว    ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จะได้เชิญตัวเจ้าหน้าที่ของอนามัยคนดังกล่าว ที่อยู่ในเหตุการณ์มาทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง   โดยแม่อายุ 42 ปี  ได้เดินทางเข่าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.บาลพลี อยู่พักใหญ่ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาลรามาธิบดี สมุทรปราการ เพื่อเดินเรื่องรับศพ มาตั้งบำเพ็ญกุศล ที่ศาลาวัดบางโฉลงใน จังหวัดสมุทรปราการ ขณะเดียวกันในช่วงบ่ายของวันนี้ทางด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จะเดินทางมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่วัดบางโฉลง ข่าวที่เกี่ยวข้อง   แม่ข้องใจ ด.ญ. 6 ขวบปวดท้องเสียชีวิตปริศนา จนท.อนามัยไม่รีบส่ง รพ. ทั้งที่อาการหนัก

 29,151
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 61

แม่ข้องใจ ด.ญ. 6 ขวบปวดท้องเสียชีวิตปริศนา จนท.อนามัยไม่รีบส่ง รพ. ทั้งที่อาการหนัก

สมุทรปราการ-เกิดเหตุเด็กหญิงวัย 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี เสียชีวิตด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ที่ห้องพักศพโรงพยาบาลบางพลี มารดาและญาติติดใจการเสียชีวิตของลูกสาว   โดยแม่อายุ 42 ปี ที่อยู่ในอาการโศกเศร้าเล่าว่า ช่วงเช้าได้พาลูกสาวไปส่งที่โรงเรียนตามปกติ ซึ่งลูกสาวก็ยังร่าเริงปกติ จนกระทั่งในช่วงเย็นตนจึงได้เห็นข้อความจากไลน์ ให้ตนรีบไปดูลูกสาวที่อนามัยตำบลบางโฉลงด่วน ลูกสาวตนปวดท้องอย่างรุนแรงอาการแย่ลงแล้ว ด้วยความตกใจ จึงได้โทรลางานกับนายจ้างก่อนรีบนั่งแท็กซี่มาที่อนามัยทันที่เพื่อดูอาการลูกสาว   แต่หลังจากที่ตนได้เห็นสภาพลูกสาวแล้วเหมือนใจจะขาด มีอาการตัวเหลืองปากเขียวและไม่มีเรี่ยวแรง เมื่อลูกสาวเห็นตนได้พูดว่าแม่จ๋าช่วยหนูด้วยหนูปวดท้อง ตนจึงถามว่าทำไมไม่พาลูกสาวตนไปส่งโรงพยาบาล ทั้งๆ ที่ก็มีโรงพยาบาลอยู่ใกล้ ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นโงพยาบาลเอกชนก็ตาม เพราะประกันโรงเรียนก็มี   แต่ทางเจ้าหน้าที่ของอนามัยดังกล่าวกลับมาต่อว่าตนอีกว่า คุณแม่ทำอะไรอยู่ทำไมติดต่อไม่ได้ ลูกสาวอาการแย่แล้วรอคุณแม่มาทำเรื่องเอกสารอยู่ และมีเจ้าหน้าที่อนามัยบางคนมาถามตนว่า จะให้พาน้องส่งต่อไปรักษาเลยหรือไม่ ตนเองก็ยังงงว่าทำไมต้องมีคำถามนี้ในเมื่อลูกสาวนอนตัวซีด ปากเขียวขนาดนี้ ตนจึงได้โผเข้าไปกอดลูกสาวก่อนที่อุ้มมาไว้แนบอก และพยามยามจะพาบุตรสาวไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีรถแท็กซี่เลย   จังหวะนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร บอกให้ตนอุ้มลูกสาวขึ้นรถ ก่อนพาขับออกมาที่ถนนใหญ่และส่งต่อขึ้นรถแท็กซี่มาที่โรงพยาบาลบางพลี ซึ่งตลอดทางลูกตนก็ยังมีสติอยู่ แต่พอมาถึงโรงพยาบาลบางพลี ลูกสาวตนเกิดอาการชักอย่างรุนแรงศีรษะโขกกับเตียงเข็นคนไข้ที่มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเข็นมารับ ก่อนที่นิ่งไป ก่อนที่จะถึงห้องฉุกเฉิน หลังแพทย์ตรวจอาการพบว่าลูกสาวตนเสียชีวิตก่อนแล้ว   จากการสอบถามไปยังครูประชำชั้นทราบว่า น้องมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงจนฟุบล้มกองกับพื้น ครูจึงพาเข้าอนามัยใกล้เคียงทันที จากนั้นอนามัยก็ทำการรักษาเบื้องต้น และไม่ยอมส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้เคียง มีเพื่อนที่เป็นผู้ปกครองคนหนึ่งพยายามขอตัวเด็กส่งโรงพยาบาลบางพลี แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่าต้องเป็นมารดาหรือบิดาเท่านั้น จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายส่งต่อไปรักษาได้ ทำให้เด็กนอนรอตนนานหลาย ชม.กว่าที่ตนจะทราบเรื่อง เป็นเหตุให้สุดท้ายลูกสาวเสียชีวิต   ทางครอบครัวจึงตั้งคำถามว่า เหตุใดอนามัยแห่งนี้ถึงไม่ส่งตัวเด็กไปรักษาต่อ เมื่อเห็นว่าน้องอาการหนักทำไมต้องปล่อยให้นอนเจ็บปวดนานกว่า 4 ชั่วโมงจนน้องทนไม่ไหวและเสียชีวิต จึงอยากเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกสาวและทวงถามความรับผิดชอบ ไปยังเจ้าหน้าที่อนามัยว่าเพราะอะไรถึงไม่ส่งต่อการรักษาให้ลูกสาวของตนเอง   ทั้งนี้ทาง จนท.จะนำศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลรามาธิบดีสมุทรปราการ และจะได้เชิญตัวครูประจำชั้นและเจ้าหน้าที่อนามัยทั้ง 3 มาทำการสอบถามข้อเท็จจริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9dO0GXJQInU

 9,590
สังคม-อาชญากรรม
24 ส.ค. 61

เผาศพ 'น้องเต้' ผูกคอตายปริศนาในห้องน้ำ ย่าช็อกรู้ข่าวจากทีวี เพื่อนบ้านแฉพ่อเลี้ยงไม่ทำงาน จิกหัวใช้ลูก ปาครกใส่ยาย

กรณีน้องเต้ วัย 10 ขวบ ผูกคอเสียชีวิตในห้องน้ำที่บ้านอย่างมีเงื่อนงำด้วยเข็มขัดนักเรียน โดยเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการฆ่าจัดฉากหรือไม่โดยสงสัยพ่อเลี้ยงของเด็ก ซึ่งยืนยันความบริสุทธิ์ใจไม่ได้ก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหา น้องเต้เกิดวันที่ 25  สิงหาคม  เสียชีวิตก่อนถึงวันเกิด 5 วัน   เมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) ทางครอบครัวของน้องเต้ ได้ทำพิธีฌาปนกิจศพแล้ว ที่เมรุวัดพร้าวทัศนียาวาส บ้านหนองเซียงซา ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โดยแม่เก็บร่างสวดพระอภิธรรมศพเพียง 1 คืน เนื่องจากไม่ติดใจการตายและไม่มีเงินจัดงานศพ ยายของของเด็ก ได้ยืนใช้มือรูปหน้าศพบอกกับน้องว่า “ขอให้ไปดีอยู่ดีกินดี  ยายจะดูและน้องของเต้ให้ดีที่สุด”   ด้านย่าของน้องเต้ บอกว่า ตนและญาติๆ ฝั่งพ่อของน้องเต้ ไม่มีใครทราบว่าหลานเสียชีวิตเพราะไม่มีใครโทรไปบอก  ถ้ารู้คงเดินทางมาตั้งแต่วันที่น้องเสีย เพิ่งทราบเรื่องตอนเที่ยงคืนวานนี้จากข่าวในโซเชียลและโทรทัศน์ ตนแทบช็อค ก่อนจะพากันเหมารถตู้ 5,000 บาท มาจาก จ.บุรีรัมย์ โดยออกเดินทาง 08.00 น. มาถึงงานศพ 11.00 น. ของวานนี้    “แต่ก่อนน้องเต้อยู่กับย่า หลังจากที่พ่อของน้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตอนน้องเรียนอยู่ ป.2  แม่ของน้องเต้ได้พามาอยู่ที่ชัยภูมิ และไม่เคยเจอหรือติดต่อกันเลย ตอนแม่น้องเต้นำมาอยู่ด้วย ไม่บอกสักกล่าวสักคำ รู้ว่าแม่พามาจึงไม่ได้ตามหา กระทั่งทราบว่าน้องเสียชีวิต ย่าเสียใจมากเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ" ย่าน้องเต้กล่าว   ส่วนป้าของน้องเต้ เดินทางมาจากบุรีรัมย์เช่นกัน เพิ่งทราบข่าวทางโทรทัศน์ 1 ทุ่ม เพราะเห็นข่าวแล้วจำนามสกุลได้ว่าเป็นหลานของตัวเอง ก็ได้แต่ร้องไห้เสียใจหาวิธีเดินทางไปงานศพ เพราะไม่รู้เลยว่าบ้านอยู่ที่ไหนทราบแต่ว่าอยู่ชัยภูมิ ที่แรกจะมารถโดยสารแต่กลัวไม่ทัน นึกว่าจะสวดศพหลายวันเพราะติดตามข่าวบอกว่ามีการส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น แต่พอมาถึงปรากฎว่าญาติฝั่งแม่น้องเต้กำลังจะเผาศพ ตนไม่รู้ด้วยซ้ำบ้านที่จัดงานศพอยู่ที่ไหน โดยได้ขับรถไปที่ สภ.ภูเขียว ให้ตำรวจช่วยนำทาง   “ไม่เชื่อว่าหลานจะเสียชีวิต ตนเชื่อว่าหลานถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายเพราะเด็กไม่น่าผูกคอตายเองได้ ขื่อสูงขนาดนั้นจะผูกคอตายอย่างไร อีกทั้งหลานเป็นคนเรียบร้อย ขยัน ชอบช่วยทำงาน อยู่บ้านที่บุรีรัมย์น้องสบายดี ถ้าเลี้ยงลูกไม่ได้ทำไมไม่ส่งให้ปู่กับย่านำไปเลี้ยง อยากให้ จนท. พิสูจน์ข้อเท็จจริงเพราะหลานไม่ได้ผูกคอตายเองแน่นอน” ป้าน้องเต้กล่าว   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเพื่อนบ้านว่า พ่อเลี้ยงอยู่บ้านไม่ทำมาหากินอะไร คบหากับแม่น้องเต้ได้ประมาณ 1 ปี โดยแม่ของน้องเต้พามาอยู่ที่บ้านด้วย เวลาอยู่บ้านจะใช้ลูกเลี้ยงทำโน่นทำนี่  อยากกินอะไรก็ใช้ไปซื้อไม่แบ่งให้ลูกกิน ที่ผ่านมายายของน้องเต้ มักจะบ่นพ่อเลี้ยงว่าไม่ทำอะไร เอาแต่นอน อยู่ให้เมียหาเงินมาเลี้ยง  มีอยู่วันหนึ่งพ่อเลี้ยงยกครกตำพริกปาใส่ยาย เพราะไม่พอใจที่ถูกต่อว่า แต่ไม่ค่อยทะเลาะกัน โชคดีที่ยายหลบทันไม่อย่างงั้นอาจโดนศีรษะ ทุกวันนี้แทบไม่คุยกัน จะบ่นอะไรมากก็ไม่ได้เพราะกลัวถูกทำร้าย   วันที่พบน้องเต้ผูกคอตาย ตนและยายเด็กอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงแม่น้องเต้กรีดร้องว่าน้องผูกคอตาย จึงพากันวิ่งไปดู ไม่เห็นร่างน้องเต้อยู่ในห้องน้ำ เพราะพ่อเลี้ยงนำออกจากเข็มขัดที่ใช้ผูกคอ มานอนอยู่แคร่ไม้หน้าห้องน้ำ ตนพยายามถามว่าน้องเต้ผูกคอตายอย่างไร ทำไมถึงนำศพออกจากเข็มขัดไม่รอให้ จนท.มาตรวจสอบก่อน   ส่วนนายเอ พ่อเลี้ยง เผยว่า ช่วงเวลาที่อยู่กินกับแม่ของน้องเต้ จากการสังเกตน้องเต้เป็นคนร่าเริงตามประสาเด็ก ถ้าโดนดุก็จะน้อยใจเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอน เคยตีแต่ไม่แรงเพราะพูดไม่เชื่อฟัง ยังยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง ตนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฆาตกรรมลูกเลี้ยง รู้ถูกกระแสสังคมโจมตีรุมด่าอย่างหนัก แต่ตนของอยู่นิ่งๆ ไม่ตอบโต้อะไรพูดไปก็หาว่าแก้ตัววันหนึ่งความจริงก็จะปรากฎ  อยากบอกว่าพ่อเลี้ยงไม่ได้ชั่วทุกคน ทุกวันนี้ไม่กล้าสู้หน้าใคร ไปที่ไหนมีแต่คนมองเหมือนเป็นตัวประหลาด รู้สึกตนเองไม่มีเกียรติ   สำหรับผลการชันสูตรศพที่ส่งไปผ่าพิสูจน์ ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น พันตำรวจเอก เวชบุตร ชมบุญ ผู้กำกับการ สภ.ภูเขียว เผยว่า จะทราบผลภายใน 1 เดือน ส่วนรายละเอียดการสืบสวนสอบสวน ผู้บังคับบัญชางดไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pEcyHWPzv1o

 20,278
ข่าวภูมิภาค
31 ก.ค. 61

ปู่ย่าติดใจหลาน 1 ขวบ เสียชีวิตปริศนา หลังให้สถานสงเคราะห์ดูแล

ปทุมธานี-ปู่และย่าร้องเรียนหลานชายวัย 1 ขวบ 10 เดือน เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังจากที่ฝากให้สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับเลี้ยงเพียงเดือนกว่า ๆ โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมได้ระบุสาเหตุการตายว่าเกิดจาก ภาวะแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บที่สมองจากศีรษะกระแทกของแข็งไม่มีคม   ย่าของเด็กกล่าวว่า ตนได้พาหลานไปฝากสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิตเลี้ยงตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2561 เหตุเกิดวันที่ 21 กรกฎาคม 2561 มีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่าน้องต้องผ่าตัด เนื่องจากน้องเกิดอาการชักเกร็ง จึงได้ส่งมารักษาที่โรงพยาบาลธัญบุรี แพทย์ได้ตรวจพบว่ามีเลือดออกในสมอง จนไปเบียดก้านสมองจึงต้องผ่าตัดด่วน และส่งมาที่โรงพยาบาลปทุมธานี เนื่องจากมีเครื่องมือแพทย์ที่พร้อมผ่าตัดมากกว่า   จากนั้นมาเสียชีวิตในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ซึ่งผู้ดูแลเด็กไม่ได้แจ้งเราเลยว่าเด็กเกิดจากสาเหตุใด แต่กลับมาถามเราว่าเด็กเกิดอุบัติเหตุมาจากที่บ้านเดิมหรือเปล่า ก่อนที่น้องจะมาเข้าที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิตได้ต้องมีใบรับรองจากแพทย์ รับรองว่าน้องมีสุขภาพแข็งแรงดีทุกอย่าง   ส่วนปู่ของเด็กกล่าวว่า พวกเราติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของหลาน ว่าเกิดอะไรขึ้น หลานถึงได้เสียชีวิต เนื่องจากเรายังไม่ได้รับความกระจ่างจากสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิตซึ่งเป็นผู้ที่เลี้ยงดู มีเจ้าหน้าที่บอกว่าได้สอบถามผู้ที่เลี้ยงเด็กแล้ว แต่เราก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย ที่ผ่านมาเราก็ได้ไปเยี่ยมหลาน ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 เมื่อเห็นหลานถึงกับตกใจ เนื่องจากสภาพหลานตอนนั้นมีอาการซูบผอม เมื่อถามเจ้าหน้าที่ทราบว่าน้องอยู่ในช่วงปรับตัว ทุกคนที่มาที่สถานสงเคราะห์ฯ จะเป็นแบบนี้   จากนั้นภายใน 1 เดือนหรือ 2 เดือน สภาพของเด็กจะดีขึ้นและปรับตัวได้ ทางเราอยากให้ตรวจสอบหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานชาย หากหลานประสบอุบัติเหตุโดยธรรมชาติไม่ได้เกิดจากคนกระทำ ทางเราก็ไม่ติดใจอะไร แต่ถ้าเกิดจากเหตุที่ถูกคนกระทำมาเราก็รับไม่ได้   ด้านผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต กล่าวว่า หลังจากที่ได้แจ้งจากเจ้าหน้าที่ผู้เลี้ยงดูเด็กว่าน้องเกิดอาการชักเกร็ง จากที่ได้สอบถามเบื้องต้นไม่มีการลื่นหกล้ม ในส่วนเรื่องของรายละเอียดอยากจะขอเวลาให้ทางเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ฯ ได้หาข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความชัดเจน และจากมีการสอบสวนอยากเป็นทางการอีกครั้ง   ขณะนี้ทางสถานสงเคราะห์ฯ ได้เข้ามาเยียวยาจิตใจของญาติ รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำศพและการรักษา อะไรที่เราสามารถช่วยเหลือทางเราก็ดำเนินการเต็มที่ ในส่วนของภาพกล้องวงจรปิดภายในตึกเลี้ยงดูเด็กถือว่าเป็นข้อพกพร้องของทางสถานสงเคราะห์ฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างแผนดำเนินการติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว แต่กลับมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเสียก่อน ปัจจุบันมีเด็กที่ต้องดูแล จำนวน 300 คน และมีเจ้าหน้าที่พี่เลี้ยงที่ดูแลเด็กจำนวน 50 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Liw8hUpBpkc

 2,664

Top