ค้นหา :

ผลการค้นหา "นักเรียน"

ข่าวภูมิภาค
20 พ.ค. 61

ปธ.คณะกรรมการอิสลามปัตตานีลาออกพ้น กก.โรงเรียนอนุบาลแล้ว หลังไม่อนุญาตให้ นร.คลุมฮิญาบ

จากกรณีกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานี (วัดนพวงศาราม) อ.เมืองปัตตานี ได้ร่วมตัวกันเพื่อเรียกร้อง หลังทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนหญิงที่เป็นมุสลิมสวมผ้าคลุมผมหรือฮิญาบมาโรงเรียน ขณะที่ครูที่เป็นคนไทยพุทธได้นัดรวมตัวกันหยุดการเรียนการสอน เพื่อแสดงเจตนารมว่าไม่เห็นด้วยกับการคลุมฮีญาบมาโรงเรียน โดยอ้างว่าที่ดินของโรงเรียนเป็นที่ธรณีสงฆ์ ทำให้เด็กไม่กล้าที่จะไปโรงเรียนและร้องไห้เมื่อต้องไปโรงเรียนนั้น   ล่าสุด นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี  ได้แสดงจุดยืน ขอลาออกจากการเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลปัตตานี เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีที่ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาไม่เห็นชอบให้นักเรียนมุสลิมแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลาม ทั้งๆ ที่การแต่งกายตามหลักศาสนา เป็นบทบัญญัติของอิสลาม    ขณะที่ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความคิดเห็นกรณีดังกล่าวว่า ติดตามเรื่องราวกรณีการเรียกร้องการคลุมฮิญาบของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานีด้วยความกังวลใจอย่างที่สุด เรื่องความขัดแย้งหรือความเห็นต่างในเรื่องการปฏิบัติตามหลักการศาสนา หรือความเชื่อเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญและร่วมแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของความอดทนและความเข้าอกเข้าใจ   ล่าสุดข่าวประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ในฐานะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลปัตตานี แถลงข่าวลาออกจากเป็นกรรมการของโรงเรียนฯ ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ด้วยเหตุผลเนื่องจากมติที่ประชุมกรรมการสถานศึกษา ไม่เห็นชอบให้นักเรียนแต่งกายตามหลักศาสนา   การแถลงข่าวลาออกของประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พร้อมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดฯถือเป็นเรื่องใหญ่ และอาจเหมือนเป็นการประกาศไม่ร่วมวงเจรจากันอีก ทั้งที่จริงในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความอดทน อดกลั้น ทุกฝ่ายต้องใจกว้าง โดยใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจ   นักสิทธิมนุษยชนและนักสันติวิธีบางคนเรียกร้องให้ใช้กระบวนการทางศาล เรื่องระเบียบโรงเรียนขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวขอยืนยันว่าการใช้หลักนิติศาสตร์เพียงลำพังไม่สามารถแก้ปัญหาความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ได้ หนำซ้ำยังอาจทำให้เกิดการปะทะทางความคิดมากขึ้น ซึ่งจะไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งใดๆได้ เรื่องนี้จึงควรใช้หลักรัฐศาสตร์ในการเจรจาประนีประนอม โดยยึดเอาผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ   โดยในระยะต้นทุกฝ่ายควรหันหน้าพูดคุยกันเพื่อให้เด็กมีโอกาสได้เรียนหนังสือตามปกติ โดยไม่ถูกรังเกียจจากเพื่อนและครู ส่วนในระยะยาวคงต้องหันหน้ามาพูดคุยกันถึงแนวทางในการแก้ปัญหา การยื่นคำขาดโดยการให้เด็กไปเรียนโรงเรียนอื่นที่สามารถคลุมฮิญาบได้ หรือการพยายามผลักดันให้เด็กสวมฮิญาบเข้าไปในโรงเรียนทั้งที่โรงเรียนไม่ต้อนรับ ย่อมเป็นการสร้างความกดดันต่อตัวเด็ก และยังอาจสร้างประสบการณ์ที่เจ็บปวด ขมขื่น ซึ่งอาจทำให้เด็กมีทัศนคติที่ไม่ดีกับเพื่อนต่างศาสนิกต่อไปในภายหน้า   ในระยะยาว ทุกฝ่ายควรเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุยในทุกความคับข้องใจ เพราะน่าจะมีหลายเรื่องที่ควรพูดคุยระหว่างคนต่างศาสนาเพื่อหาทางออกในการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกัน                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/TSWYMiNOmz4

 4,318
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ค. 61

สุดหดหู่! แม่ใจสลายพาลูกสาว 10 ขวบแจ้งความถูกพ่อ-ปู่ข่มขืนคาบ้าน

สุดหดหู่! แม่พาลูกสาววัย 10 ปี นักเรียนชั้นป.5 เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองด่าน ให้จับกุมตัวสามี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็ก และปู่ หลังลงมือข่มขืนลูกสาวและหลานสาวของตัวเอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามจับกุมตัวพ่อเด็กหญิงก่อนนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการ  ขณะที่ปู่ยังให้การปฎิเสธ พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นหลานสาวแท้ๆ ของตน ตนจะทำลงคอได้อย่างไร หากตนก่อเหตุจริงคงหลบหนีความผิดไปแล้ว   ด้านแม่ของเด็กระบุว่า ตนรู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสอบถามลูกสาวก็ได้ความว่าถูกพ่อล่วงละเมิดทางเพศมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นป.3 และถูกปู่ข่มขืนมานานกว่า 3 เดือนแล้ว จึงตัดสินใจพาลูกสาวเข้าแจ้งความ เพราะที่ผ่านมาตนไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่าลูกสาวถูกกระทำเช่นนี้ โดยวันเกิดเหตุตนเห็นลูกสาวหายตัวไป เมื่อตามไปหาก็พบว่ากำลังถูกสามีกระทำชำเรา และตอนนี้สามีก็ถูกจับตัวส่งเข้าเรือนจำแล้ว                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kc6qOH5ZOeQ  

 25,535
ข่าวภูมิภาค
21 เม.ย. 61

รวบแล้ว! เจ้าของหอพักช็อตไฟฟ้าข่มขืน นร.สาวม.5 - พ่อเหยื่อเผยลูกสาวสภาพจิตใจย่ำแย่หนัก

จากกรณีเจ้าของหอพักใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้ที่เอวและข่มขืนนักเรียนสาวชั้น ม.5 วัย 18 ปี ภายในหอพักย่านถนนสามชัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยผู้ก่อเหตุทำทีเข้าไปซ่อมฝักบัว ก่อนออกอุบายให้ผู้เสียหายใช้มือล้วงน็อต โดยอ้างว่ามือตัวเองใหญ่ไปจึงเข้าไปล้วงไม่ได้ ก่อนจะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตเหยื่อแล้วลากขึ้นไปข่มขืนบนเตียงนอน      ล่าสุดตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จับกุมตัว นายกฤษฎา ยันต์วิเศษภักดี อายุ 46 ปี พร้อมแจ้ง 2 ข้อหาหนัก ได้แก่ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจผู้อื่น, และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลอื่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เบื้องต้นนายกฤษฎายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา       ด้านพ่อผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุลูกสาวได้โทรศัพท์มาหาเล่าเรื่องให้ฟัง จึงพาเข้าแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ และวันที่ 20 เม.ย. พาลูกสาวไปให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งรอยแผลที่ถูกชอร์ตและ ร่องรอยข่มขืน ต้องรอผลตรวจอีกระยะหนึ่ง ในขณะที่ขั้นตอนทางคดีทราบว่าพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกเจ้าของหอพักแล้ว ตนต้องการให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีเจ้าของหอพักโดยเร็วที่สุด เพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ขณะนี้ลูกสาวสุขภาพจิตใจย่ำแย่มาก เมื่อพูดหรือมีคนถามเรื่องนี้จะร้องไห้ทันที หลังจากนี้จะพาไปพบจิตแพทย์ เพื่อช่วยดูแลสภาพจิตใจ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนด้วย                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/MHu3PeYm3yY  

 17,364
ต่างประเทศ
18 ก.พ. 61

นร.สหรัฐฯ ชุมนุมจี้รัฐออกมาตรการคุมเข้มอาวุธปืน หลังเกิดโศกนาฏกรรมมือปืนกราดยิงกลางรร.

ความคืบหน้าเหตุสะเทือนขวัญ นายนิโคลัส ครูซ  มือปืนวัย 19 ปี บุกกราดยิงกลางโรงเรียนไฮสคูลแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 17 รายและได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เมื่อช่วงสายของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น     ล่าสุดเด็กนักเรียนของโรงเรียนที่เกิดขึ้นได้ออกมาชุมนุมให้เรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการควบคุมการครอบครองอาวุธปืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอยขึ้นอีก โดยในวันเดียวกันนี้ได้มีการจัดแสดงอาวุธปืนไม่ห่างจากสถานที่ชุมนุม ซึ่งมีคนรักปืนไปร่วมงานกันอย่างล้นหลาม 

 2,619
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.พ. 61

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตามคดีฆ่าฟันคอเด็กม.3 เผยชนวนเหตุพ่นสีโลโก้รร.ในถิ่นสถาบันคู่อริ

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีนักเรียน ม.3 รร.เทพศิรินทร์สมุทรปราการ ถูกคนร้ายฟันคอเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย บริเวณถนนหนามแดง-บางพลี ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบชนวนเหตุเกิดจากคนตายพ่นสีโลโก้สถาบัน ทับโลโก้เดิม บริเวณเสาตอม่อสะพาน ใต้สะพานทางด่วนกาญจาภิเษก    พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวพบว่าเป็นการขัดแย้งกันของบุคคล 2 สถาบัน คือ โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์ และ โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ที่ผ่านมาก็มีการท้าทายกันทางเฟซบุ๊ก กระทั่งมีฝ่ายหนึ่งถูกทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต   สำหรับคดีดังกล่าว ทางตำรวจจะต้องแยกเป็น 2 คดี คือ คดีแรกเป็นคดีคนร้ายฟันคอผู้เสียชีวิต และคดีที่สอง คือ ดักทำร้ายโดยใช้อาวุธมีดฟันทำร้ายจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/iaRjOxeSa94

 5,948
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 61

พ่อแม่ใจสลาย! 5 เด็กหญิงชวนกันเล่นน้ำ ก่อนจมดับ3 รอดชีวิต2

เกิดเหตุ 5 เด็กหญิงชักชวนกันลงเล่นน้ำในสระน้ำภายในหมู่บ้านเขาปูน  จ.ปราจีนบุรี ก่อนจมน้ำเสียชีวิตจำนวน 3 ราย รอดชีวิตมาได้ 2 ราย     จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นสระน้ำขุดที่สำหรับไว้ใช้ภายในหมู่บ้าน มีความกว้างประมาณ 50 เมตร ยาวประมาณ 80 เมตร มีความลึก 6 เมตร ด้านบนพบศพเด็กหญิงจำนวน 3 รายอายุ 9 ปี และ อายุ 10 ปี 2 คน ท่ามกลางความเสียใจของพ่อแม่                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/41QwYmAyg-Q        

 5,787
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.พ. 61

พ่อร้องปวีณาลูกสาววัย 11 ถูกครูสั่งวิ่งรอบสนามจนเป็นลมเสียชีวิต ร.ร.แจงมาตรการส่งตัวไปรพ.ทำตามขั้นตอน

นายณัฐพล วัชรมณเฑียร พ่อของ ด.ญ.ภัทราพร อายุ 11 ปี นักเรียนโรงแรงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ชั้น ป.5 เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าครูพละสั่งลงโทษนักเรียนทั้งห้องให้วิ่งรอบสนาม 4 รอบ จนเสียชีวิต   นายณัฐพล บอกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ลูกสาวได้ไปเรียนตามปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.45 น. ทางโรงเรียนได้โทรศัพท์ติดต่อมาแจ้งตนว่าให้มารับตัวลูกสาวกลับ เนื่องจากไม่สบาย ตัวร้อนมาก ต่อมาเวลา 15.30 น. ตนและยายได้เดินทางไปรับตัวลูกสาวที่ห้องพยาบาล ตนสังเกตเห็นว่าลูกสาวมีอาการนอนตัวสั่น หายใจแรง ไม่ลืมตา และลูกสาวบอกว่าในตัวรู้สึกร้อนมาก อาสาพยาบาลก็ได้บอกอีกว่า เด็กขอน้ำดื่มอยู่ตลอดเวลา   ตนเห็นว่าอาการแย่แล้ว จึงรีบอุ้มบุตรสาวออกจากห้องพยาบาลและนำส่ง โรงพยาบาลตากสิน ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลลูกสาวมีอาการคลื่นไส้อาเจียน และเริ่มพูดคุยไม่รู้เรื่อง ร่างกายมีอาการเกร็ง จากนั้นก็หมดสติไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉิน หมอแจ้งว่าลูกสาวได้เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลแล้ว   จากนั้นตนจึงได้เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เพื่อขอนำศพบุตรสาว ส่งชันสูตรที่สถานบันนิติเวช รพ.ศิริราช แล้ว ซึ่งจะต้องรอผลชันสูตรอีก 45 วัน และหลังจากที่บุตรสาวเสียชีวิตทางพยาบาลอาสาได้โทรศัพท์ติดต่อมาสอบถามกับยายว่า ลูกสาวเป็นอย่างไรบ้าง ยายก็แจ้งว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว และก็ไม่มีใครติดต่อมาอีกเลย   วันต่อมา (24 ม.ค.) ตนเข้าไปติดต่อกับทางโรงเรียน และพบผู้อำนวยการโรงเรียน จึงได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าผู้อำนวยการ แจ้งว่ายังไม่ทราบเรื่องและยังไม่ได้รับรายงานใดๆ เพิ่งจะทราบรายละเอียดที่ผู้ปกครองแจ้ง ณ ขณะนั้น โดยจะขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นผู้อำนวยและคณะครูได้มาร่วมเป็นเจ้าภาพงานศพบุตรสาวในคืนที่ 3 พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือทางครอบครัวจำนวนหนึ่งเท่านั้น   แต่จากการสอบถาม เพื่อนสนิท ของลูกสาวที่เป็นคนพาไปส่งห้องพยาบาล บอกว่า ในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ลูกสาวเข้าเรียนในคาบที่ 4 ซึ่งเป็นวิชาพละศึกษาโดยนักเรียนทุกได้ลงไปเรียนในวิชาดังกล่าวบริเวณสนามของโรงเรียน ขณะที่ที่ครูกำลังสอน มีนักเรียนชายเล่นกันในเวลาเรียน ครูประจำวิชาจึงได้ลงโทษนักเรียนทุกคน โดยการสั่งให้ไปวิ่งรอบสนาม จำนวน 4 รอบ แล้วอยู่ๆ ลูกสาววิ่งแล้วล้มลงกับพื้นสนาม เพื่อนๆเห็นจึงได้นำตัวส่งห้องพยาบาลของโรงเรียน ซึ่งมีครูอาสาพยาบาล ปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการเช็ดตัวให้ และลูกสาวพอรู้สึกตัวอยู่บ้างและพยายามที่จะเดินมากดน้ำดื่ม แต่ก็ได้ล้มลงอีก   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวติดใจในประเด็นที่ ลูกสาวเป็นลมตั้งแต่เวลาประมาณ 11.00 น.ถึง เวลา 14.45 น. ทำไมทางโรงเรียนถึงไม่แจ้งผู้ปกครองทราบ หรือนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งหากนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีลูกสาวอาจจะไม่เสียชีวิต และทำไมผู้อำนวยการโรงเรียน หรือ ครู ไม่ได้เข้ามาดูแลลูกสาวเลย ตอนที่ไม่สบาย   เบื้องต้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมต่อไป   ทางทีมข่าวได้พูดคุยกับครูฝึกสอนวิชาพละ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ในวันที่เกิดเหตุตนเป็นผู้สอน โดยมี ครูไชยยันต์ นาคทิม ครูพี่เลี้ยงหรือครูเจ้าของวิชา คอยกับดูแล   โดยก่อนที่จะเริ่มการเรียนการสอน ด.ญ.ภัทราพร ได้เดินมาบอกว่าตัวเองไม่สบาย ตนจึงบอกให้ไปพัก แต่ ด.ญ.ภัทราพร ไม่ไป ขอร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ ซึ่งการสอนในวันดังกล่าวตนได้ให้นักเรียนยืดเส้นยืดสาย ด้วยท่าทางออกกำลังกาย และให้นักเรียนทั้งหมดวิ่งรอบสนาม 4 รอบ เพื่อเป็นการวอร์ม ตนยืนยันว่าการวิ่ง 4 รอบ ไม่ได้เป็นการลงโทษแต่อย่างใด และเวลาสอนก็ได้ให้เด็กทุกคนวิ่งรอบสนามอยู่แล้ว ซึ่ง 1 รอบสนาม มีระยะทางทั้งหมด 100 เมตร   ครูฝึกสอน บอกอีกว่า ตลอดเวลาในคาบเรียน ด.ญ.ภัทราพร ก็ร่วมทำกิจกรรมโดยตลอด และไม่ได้มีอาการใดๆ หรือเป็นลมล้มลงไปกับพื้น แต่หลังจากนั้นนักเรียนทั้งหมดก็ไปเรียนคาบอื่นต่อไป   ด้าน นายระวัง ลี้วิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทุ่งครุ เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่องจากผู้ปกครอง ตนก็ได้ไปสอบถาม พยาบาลอาสา จากศูนย์บริการสาธารณสุข ที่เข้ามาประจำที่โรงเรียนในวันดังกล่าว ทราบว่าตอนที่ ด.ญ.ภัทราพร มาห้องพยาบาล ก็มีอาการป่วย ตัวร้อน ทางพยาบาลก็ได้ดูแลเช็ดตัว และติดต่อผู้ปกครองให้มารับ ซึ่งก่อนหน้าที่จะออกไปพยาบาลอาสาได้ทำการแนะนำให้ไปที่ศูนย์พยาบาลก่อน แต่ทางผู้ปกครองบอกว่าไม่เป็นไรจะนำตัวเด็กไปโรงพยาบาลเลย จนวันต่อมาผู้ปกครองมาบอกว่าเด็กเสียชีวิตขณะเดินทางไปโรงพยาบาล   ซึ่งหลังจากทราบเรื่องตนและครูที่โรงเรียนก็ได้รวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเดินทางไปร่วมงานศพทุกวัน จนกระทั่งวันฌาปนกิจศพ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้ขอคุยกับตน และขอให้ช่วยเหลือค่าประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพิ่ม ซึ่งทางตนก็ได้บอกไปว่าให้ทางครอบครัวไปคุยกันมาก่อนว่าต้องการเท่าไหร่ แต่ทางครอบครัวก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา จนกระทั่งวันนี้                               แต่จากการสอบถามเพื่อนสนิทของ ด.ญ.ภัทราพร ทราบว่า ด.ญ.ภัทราพร มีอาการป่วยตั้งแต่เช้าของวันที่เกิดเหตุแล้ว   ทั้งนี้ทางโรงเรียนมีมาตราการที่จะส่งนักเรียนไปโรงพยาบาล คือหากนักเรียนเกิดอุบัติเหตุก็จะให้อาจารย์ในโรงเรียนพาไปส่ง รพ. หากบาดเจ็บสาหัสก็จะติดต่อรถกู้ภัยหรือรถพยาบาลรับ ส่วนนักเรียนที่มีอาการเจ็บป่วยพื้นฐาน เป็นไข้ ทางโรงเรียนก็จะให้นักเรียนไปห้องพยาบาลเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็จะโทรตามให้ผู้ปกครองมารับ เบื้องต้นทางพยาบาลอาสาก็ได้ปฎิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง   ส่วนที่ผู้ปกครองบอกว่า ด.ญ.ภัทราพร ไม่สบายตั้งแต่เวลา 11.00 น. แล้วเพิ่งโทรแจ้งประมาณ 15.00 น. นั้น ความจริงแล้ว ด.ญ.ภัทราพร เรียนวิชาพละในคาบที่ 4 ตั้งแต่เวลา 12.30 -13.30 น. หลังจากนั้นจึงมาห้องพยาบาล แล้วดูอาการ ก่อนจะติดต่อให้ผู้ปกครองมารับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XQFuMwDFO48    

 10,311
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 61

แม่รุ่นพี่ม.3 โต้ลูกชายข่มขืน นร.หญิงม.2 แฉแม่ฝ่ายหญิงพาลูกมาให้ถึงบ้าน ก่อนเด็กเปลี่ยนใจไปคบผอ.

ความคืบหน้าคดี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน ซึ่งต่อมาเด็กหญิงได้ออกมาให้การว่าถูกผอ.และนักเรียนชายชั้น ม.3 ข่มขืน ไม่ได้สมยอม ก่อนที่แม่ของเด็กหญิงจะเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ ให้ดำเนินคดีกับ ผอ. และเด็กนักเรียนชายชั้นม.3 ในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และข้อหากระทำชำเรานั้น     ล่าสุดแม่ของเด็กนักเรียนชาย ม.3 ที่ถูกกล่าวหา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เด็กทั้ง 2 คนได้คบหาเป็นแฟนกันมาก่อนตั้งแต่ต้นปี 60 โดยหลังคบกันได้ 2 เดือน ฝ่ายแม่ของเด็กหญิงได้มาฝากฝังขอให้ลูกสาวย้ายมาอยู่กับลูกชายของตน อ้างว่าเข้ากันกับพ่อเลี้ยงไม่ได้ ขอให้ตนช่วยเลี้ยงดู โดยหลังจากเรียนจบ ม.6 จะให้แต่งงานกัน จากนั้นฝ่ายหญิงก็ขนเสื้อผ้ามาอยู่กินกับลูกชายตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 60 ตนก็ได้เลี้ยงดูเด็กหญิง ม.2 เหมือนคนในครอบครัว กระทั่งช่วงปลายเดือนธันวาคม 60 เด็กหญิงคนนี้ได้เปลี่ยนใจไปคบหากับ ผ.อ.โรงเรียน และย้ายกลับไปอยู่บ้านของพ่อเลี้ยง ยืนยันว่า พฤติการณ์ทั้งหมดเป็นการสมยอมของเด็กทั้ง 2 คน ซึ่งเมื่อลูกชายถูกกล่าวหาและถูกแจ้งความดำเนินคดีทำให้รู้สึกเจ็บใจ แต่ก็พร้อมพาลูกชายเข้าพบเจ้าหน้าที่ และขอต่อสู้คดีจนถึงที่สุด     ขณะที่ ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ได้นัดหมายให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน มามอบตัวในวันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์นี้                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/G0N0zazWqqA  

 34,649
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 61

สลด นร.ชายม.3 ทะเลาะเพื่อนสาวคว้ามีดแทงอกตัวเองเจ็บสาหัส

เกิดเหตุนักเรียนชายชั้น ม.3 ทะเลาะกับเพื่อนสาว ใช้มีดแทงอกตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสหน้าห้องเช่าในพื้นที่ ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี  จากการสอบถามเพื่อนสาวให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกับผู้บาดเจ็บ ก่อนที่อีกฝ่ายจะวิ่งเข้าไปคว้ามีดมาแทงอกตัวเองแล้ววิ่งมาล้มที่หน้าบ้าน                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Jsbo1giT4sw

 11,033
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.พ. 61

อ่วม! เด็กนร.หญิงม.2 แฉถูก 'ผอ.ฉาว-รุ่นพี่ม.3' ข่มขืน ยันไม่ได้สมยอม แม่รุดแจ้งความเอาผิดแล้ว

คืบหน้าคดี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน หลังพบหลักฐานการพูดคุยทางแชทไลน์โทรศัพท์มือถือ ข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันว่า “ที่รัก” และ ผอ.เรียกนักเรียนหญิงว่า “เมีย” ซึ่งต่อมาถูก ตร.ออกหมายเรียกสอบปากคำนั้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.บัวใหญ่ เปิดเผยว่า  เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 วัย 14 ปี ได้ให้การว่ากับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพว่าถูก ผอ.กระทำชำเราหลายครั้งในหลายสถานที่ ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รวมทั้งก็ถูกเด็กนักเรียนชายชั้นม.3 กระทำชำเราเช่นเดียวกันในช่วงก่อนที่ ผอ. จะย้ายมารับตำแหน่ง ไม่ได้สมยอมแต่อย่างใด   ขณะที่แม่ของเด็กนักเรียนหญิงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ผอ.โรงเรียน และเด็กนักเรียนชายชั้นม.3 ในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และข้อหากระทำชำเราแล้ว   โดยขณะนี้เด็กนักเรียนหญิงและคุณแม่ยังคงอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา เพื่อฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจต่อไป                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wDTvEhKiI74

 41,193
สังคม-อาชญากรรม
28 ม.ค. 61

ทหารแจงยิบจับผู้ต้องสงสัยขณะขับรถรับ-ส่งเด็กอนุบาลที่ยะลา ยันไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

พ.อ.ธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้เปิดแถลงต่อสื่อมวลชนหลังมีกระแสวิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา กรณีเรียกตรวจรถรับส่งนักเรียน หลังพบว่าคนขับรถ คือ นายอาลี ยิมัน เป็นผู้ต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในคดีลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.60 ทำให้เด็กนักเรียนอนุบาล 26 คนตกใจถึงกับร้องไห้นั้น ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจให้ นายอาลี ตระเวนส่งนักเรียนจนครบ ก่อนนำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.ธารโต  ระหว่างที่นายอาลีขับรถไปส่งนักเรียน ก็ไม่มีเด็กตกใจกลัวแต่อย่างใด ยืนทำทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ พร้อมฝากถึงประชาชนให้ใช้ดุลยพินิจในการบริโภคข่าวสาร ขอให้ตรวจ ตรึกตรองด้วยความละเอียดรอบคอบ                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Og2z78pOZ0s               

 8,297
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
24 ม.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' คุยคดี ผอ.ฉาวมีสัมพันธ์สวาทเด็ก ม.2 ล่าสุดสั่งย้ายด่วน-ตั้งสอบวินัยร้ายแรง

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยประเด็นไลน์หลุด ผอ.รร.แห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน พร้อมส่งข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันว่า ที่รัก มีการพาเข้ารีสอร์ทหลายครั้ง   ซึ่งล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมาเขต 6 มีคำสั่งด่วนย้าย ผอ.คนดังกล่าว ให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมาเขต 6 มีผลในทันที พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น   ทั้งนี้ถือเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ผอ.ในฐานะผู้ดูแลลูกศิษย์จะไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกศิษย์ไม่ได้เด็ดขาด อีกทั้งลูกศิษย์ก็อายุยังไม่ถึง 15 ปี ถือว่าเป็นเด็กที่ยังด้อยวุฒิภาวะ ถึงแม้เด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม เรื่องนี้มีบทลงโทษร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกสถานเดียว รวมทั้งมีความผิดทางอาญาด้วย   อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อ ผอ.ฉาวคนนี้ได้ เนื่องจากไม่ยอมมาโรงเรียน และปิดโทรศัพท์มือถือจนขาดการติดต่อ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NAybFQgJnyA    

 30,954
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ม.ค. 61

ชาวบ้านเอือมระอา แฉแชท ผอ.เจ้าชู้ แอบคบลูกศิษย์สาว ม.2 เป็นแฟนเรียกที่รัก-พาเข้ารีสอร์ท

โคราช-คณะกรรมการสถานศึกษาและคณะครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นำหลักฐานร้องเรียนผู้สื่อข่าว หลังสุดทนกับพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียน อายุ 51 ปี ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ลักษณะคบหากันเป็นแฟนอย่างลับๆ มีการพาเด็กหญิงไปเที่ยวแบบ 2 ต่อ 2 พูดคุยกันทางไลน์ในเชิงชู้สาว ต่างฝ่ายต่างเรียกชื่อว่า “ที่รัก” และมีภาพถ่ายกอดคอกันอย่างสนิทสนม   โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านต่างรู้กิตติศัพท์ของ ผอ.คนนี้ เคยมีประวัติเป็นคนเจ้าชู้ มีนิสัยชอบคบหาเด็กนักเรียนในเชิงชู้สาว จึงมีมติของคณะกรรมการโรงเรียน ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 (สพป.นม.6) หน่วยงานต้นสังกัด ไม่ขอรับโอนย้าย ผอ.คนนี้ แต่ก็ไม่เป็นผล   กระทั่งย้ายมาได้ 3 เดือน ก็มีข่าวแบบเดิมอีก คราวนี้พบหลักฐานเป็นข้อความแชทไลน์ในมือถือของเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียน ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดร้องเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 เพื่อเอาผิด ผอ.ฉาวคนนี้ให้ถึงที่สุด   หนึ่งในชาวบ้านกล่าวว่า พบเห็น ผอ.คนนี้ชอบพาเด็กนักเรียนสาว ม.2 โดดเรียน แอบไปเที่ยวกัน 2 ต่อ 2 หลายครั้ง มีพฤติกรรมเหมือนคู่รัก พูดคุยกอดคอพลอดรักกันในร้านกาแฟ ชาวบ้านพบเห็นเป็นที่เอือมระอา เช่นเดียวกับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง บอกว่า เพื่อนนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ที่มีเรื่องชู้สาวกับ ผอ.โรงเรียน เป็นคนหน้าตาดี โตเป็นสาวเกินตัว เคยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ผอ.เคยให้เงินครั้งละ 500-1,000 บาท เคยพาไปเที่ยวเขาใหญ่ วังน้ำเขียว และพาเข้ารีสอร์ท 3 ครั้ง เชื่อว่าถูก ผอ.ล่อลวงจนมีความสัมพันธ์เกินเลย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kLpNxE570UU    

 175,291
สังคม-อาชญากรรม
21 ม.ค. 61

จับได้แล้ว อดีต นร.อาชีวะย่านฝั่งธนยิงคู่อริดับคาปั้ม อ้างป้องกันตัว

ตำรวจ สน.เพชรเกษม จับกุมตัว นายธีรภัทร์ อดีตนักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนฯ วัย 18 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิตที่ปั๊มน้ำมันได้แล้ว อ้างทำไปเพราะป้องกันตัว   เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเรียน ปวช.ชั้นปี 1ที่สถาบันอาชีวะแห่งหนึ่ง ย่านบางบอน ต่อมาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับสถาบันคู่อริ ใน จ.สมุทรสาคร โดยใช้อาวุธฟันจนฝ่ายตรงข้ามได้รับบาดเจ็บ ต่อมาทางครอบครัวไม่ให้เรียนต่อ ซึ่งหลังจากลาออกจากสถาบันดังกล่าวแล้ว มีความรักในสถาบัน ต้องลงมือทำร้ายสถาบันคู่อริเสมอ โดยหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไปบ้านพ่อทางภาคใต้ และถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/A703X5p1gv4

 8,749
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ม.ค. 61

โอละพ่อ! หนุ่ม ม.5 หวิดถูกเกย์ปล้ำในห้องน้ำปั๊ม ที่แท้คู่กรณีเป็นหนุ่มใบ้ อ้างทำไปเพราะปวดหนัก

ความคืบหน้าจากกรณีนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ โพสต์เล่านาทีหวิดถูกเกย์ข่มขืนในห้องน้ำปั๊ม ล่าสุดเจอตัวผู้ก่อเหตุแล้ว พบเป็นหนุ่มพิการหูหนวกเป็นใบ้      ด้านตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้เชิญตัว นายตอย วัย 32 ปี ผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำผ่าน นายนิรันดร อุปนันท์ อาจารย์ผู้สอนผู้พิการทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร ที่มาช่วยเป็นล่ามแปลให้ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าพิการหูหนวกเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิด พร้อมทั้งปฏิเสธไม่ได้ก่อเหตุพยายามล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายและไม่ใช่เกย์ตามที่ถูกกล่าวหา โดยวันเกิดเหตุปวดท้องหนัก แต่มีคนอยู่ในห้องน้ำ รออยู่นาน และด้วยความที่พูดไม่ได้ จึงส่งสัญญาณด้วยการแหย่ปลายเท้าเข้าไปให้เห็น แต่คนข้างในก็ยังไม่เปิด จึงล้วงเอาถุงยางอนามัยส่งให้ดู เพื่อสื่อว่าต้องการจะใช้ห้องน้ำ จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะความเข้าใจผิดและอยากจะเจรจากับผู้เสียหาย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/xQ5p5c6cVPQ

 20,767

Top