ค้นหา :

ผลการค้นหา "เป็นชู้"

ข่าวภูมิภาค
30 ส.ค. 62

นักธุรกิจหนุ่มก้มกราบ บิ๊ก ตร.ให้ปลด พ.ต.อ.ออกราชการ คู่กรณีโต้ปัดเป็นชู้ แฉอยากได้ทรัพย์สินอดีตเมีย

ยะลา-นายพินิจ รุจิรวนิช หนุ่มนักธุรกิจชาวหาดใหญ่ ก้มลงกราบเท้า พลตำรวจตรีโพธ ส่วยสุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ทันที หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือ ร้องขอให้พันตำรวจเอก นายหนึ่งออกจากราชการ หลังจากศาลพิพากษาคดีลักลอบเป็นชู้กับอดีตภรรยาของตนเอง 

   โดยนายพินิจ เปิดเผยว่า มายื่นเรื่องของให้ตำรวจออกจากราชการ เนื่องจากมีคำพิพากษาออกมาแล้วเกี่ยวกับ พันตำรวจเอกนายหนึ่ง ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา ได้ตัดสินมาแล้วว่า พันตำรวจเอกนายนี้ มีความสัมพันธ์กับอดีตภรรยาของตน ในคดีที่เรียกค่าทดแทนจากการเป็นชู้ ซึ่งหลังจากได้ยื่นหนังสือแล้วก็มีความสบายใจมากขึ้น และหวังที่จะได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมามีการร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 และหน่วยงานรัฐหลายแห่ง ก็ไม่มีความคืบหน้า   ที่ผ่านมาตนเองถูกกลั่นแกล้งหลายอย่าง ในแต่ละเดือนตนเองจะถูกพันตำรวจเอกท่านนั้น และกลุ่มพรรคพวกเขา ไปแจ้งความตามสถานีตำรวจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คอหงห์ หาดใหญ่ ทุ่งลุง ให้ตนเองเป็นผู้ต้องหา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้ตนเองจะต้องเดินทางไปที่สถานีตำรวจ พิมพ์ลายนิ้วมือ อยู่เป็นประจำ   ด้านผู้กำกับผู้ถูกกล่าวหายืนยันว่า ตนเองไม่ได้คบหากับภรรยาของนักธุรกิจ และลูกของภรรยาของนักธุรกิจ ก็ไม่ใช่ลูกของตนเอง เรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ตนเตรียมฟ้องกลับที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง   ทั้งนี้ ตนเองรู้จักสามีภรรยาคู่นี้ และทราบว่าเลิกรากันตั้งแต่ปี 2560 ภรรยาของนายพินิจมีฐานะร่ำรวย หลังจากเลิกกันจึงมีการแบ่งสินสมรส ซึ่งนายพินิจได้ส่วนแบ่งไปประมาณ 20 ล้านบาท หลังจากนั้น นายพินิจอยากได้ทรัพย์สินเพิ่ม จึงได้ฟ้องภรรยาหลายคดี แต่ศาลยกฟ้องทั้งหมด ขณะเดียวกัน มีการพยายามสร้างข่าว เพราะหากมีหลักฐานจริงก็ให้งัดออกมาเปิดเผย ซึ่งตนพร้อมให้ตรวจสอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AB8k6xoWd5Y

 29,780
บันเทิง
18 มิ.ย. 62

ลูกบุญธรรม 'ศิริพร' ปัดเป็นชู้สามีแม่ ยันเคารพเหมือนพ่อ เชื่อถูกมือที่สามใส่ไฟ

ประเด็นดราม่าครอบครัวของลูกทุ่งหมอลำ ศิริพร อำไพพงษ์ ที่มีเพจดังออกมาแฉว่านักร้องคนดังถูกลูกบุญธรรมที่เลี้ยงดูมาเป็น 10 ปี แอบไปมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคุณพ่อบุญธรรม ซึ่งเป็นสามีของศิริพร จนนักร้องดังตัดสินใจปิดคลินิกที่เปิดได้แค่ปีเดียวและออกจากบ้านไปอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี   ต่อมาศิริพรได้เปิดใจบอกว่าตัวเองไม่ได้เชื่ออะไรง่ายๆ ถ้าไม่เห็นกับตา และได้อดทนจนถึงที่สุด จึงตัดสินใจออกจากบ้านมากว่า 1 ปีแล้ว และยกทรัพย์สมบัติทั้งบ้าน ทั้งรถ รวมกว่า 10 ล้านบาทให้กับสามีทั้งหมด ยืนยันไม่โกรธลูกบุญธรรม คิดว่าเป็นชะตาฟ้าลิขิต ส่วนความสัมพันธ์ของตนเองกับผู้หญิงชื่อ เล็ก ก็ไม่ได้เป็นคู่รักกันแต่อย่างใด   ล่าสุดอรนภา ดวงดี ลูกบุญธรรมของศิริพร ได้มาเปิดใจประเด็นชู้สาวกับคุณพ่อบุญธรรม โดยยืนยันว่าสิ่งที่เธอถูกโจมตี ไม่เป็นความจริงเลย อยู่ด้วยกันมาเป็น 10 ปี เธอเคารพเสมือนพ่อ และตอนนี้คุณพ่อก็ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 4 ต้องให้คีโม 12 ครั้ง คิดว่าถ้าจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ก็คงเกิดมาตั้งนานแล้ว ยอมรับว่าข่าวที่เกิดขึ้นกระทบจิตใจของเธอมาก และเชื่อว่าเป็นฝีมือของมือที่สาม   และบอกเพิ่มเติมว่า หลังจากแม่ออกจากบ้านไป เธอก็ยังคุยกับแม่อยู่เรื่อยๆ แต่หลังจากเกิดเรื่องก็ไม่ได้คุยกัน พร้อมฝากบอกผ่านรายการของเราว่า เธอยังรักและรอคอยแม่กลับบ้านเสมอ ส่วนประเด็นเรื่องโกงเงินคลินิก เธอก็ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เธอตั้งใจทำงาน หาลูกค้าเข้าร้าน เอกสารทุกอย่างก็สามารถตรวจสอบได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2QevNY4F5iE

 13,238
บันเทิง
17 มิ.ย. 62

'ศิริพร' ลั่นถ้าไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อ ไม่โกรธลูกบุญธรรม ปมข่าวลือแย่งสามี แต่อยากถามโพสต์ด่าแม่ทำไม?

ศิริพร อำไพพงษ์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เปิดใจครั้งแรกปมดราม่าในครอบครัว มีปัญหากับลูกบุญธรรมที่เลี้ยงมากว่า 10 ปีปมแย่งสามี ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางไปทำบุญวัดป่าสว่างธรรม ต.ดอนกลอย อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี พร้อมเปิดใจว่า   ตนเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ถ้าไม่เห็นกับตา อดทนจนถึงที่สุดก่อนตัดสินใจออกจากบ้าน 1 ปี  จึงได้ตัดสินใจออกจากบ้านไปเป็นเวลา 1 ปีแล้ว แถมใจพระยกบ้าน รถเบนซ์และรถตู้ พร้อมเงินสดรวมกว่า 10 ล้านให้กับสามี ลั่นไม่โกรธลูกบุญธรรม เชื่อฟ้าลิขิตมาแล้ว แต่ย้อนถามว่า ลูกบุญธรรมอกมาโพสต์ด่าทำไม ไหนบอกว่ารักแม่นับถือแม่ นี่เรียกว่าด่าแม่   ที่ผ่านมาไม่มีคนรู้ว่าออกจากบ้านด้วยสาเหตุอะไร ตนออกมาอย่างโง่ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นมานาน ไม่อยากจะพูดถึง ปัดมีความสัมพันธ์กับหญิงที่ชื่อเล็ก ยันไม่มีความสัมพันธ์หญิงรักหญิงต่อกัน เพราะคุณเล็กก็มีลูก มีสามีแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ขอโทษใคร เพราะเป็นเรื่องโชคชะตาฟ้าลิขิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MSxooNCgzEE

 66,735
สังคม-อาชญากรรม
18 มี.ค. 62

หนุ่ม 28 แอบรักเมียชาวบ้าน แค้นถูกไล่ออกจากหอ บุกแทงชายวัย 57 ก่อนแย่งมีดแทงสวนดับทั้งคู่

เชียงใหม่-ตำรวจสภ.ช้างเผือก ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย เหตุเกิดภายในหอพักแห่งหนึ่งใน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ พบผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยรายแรกคือ นายสำรวย สูบจุ้ย อายุ 57 ปี ถูกแทงเข้าที่บริเวณ ช่วงอกบนจำนวน 4 แผล   ส่วนอีกรายคือนายบรรพต พิมพาลัย อายุ 28 ปี ถูกแทงที่บริเวณ ราวนมด้านซ้าย 3 แผล และใกล้กันกับศพพบมีดพับปลายแหลมความยาวของมีด ประมาณ 10 เซนติเมตร และกระบองเหล็ก   จากการสอบถามน้องชายของ นายสำรวย ผู้เสียชีวิต ซึ่งอาศัยอยู่ห้องใกล้เคียงเล่าว่า นายบรรพต คนก่อเหตุนั่นเคยอาศัยอยู่หอพักดังกล่าว โดยก่อนหน้านั้นเคยแอบชอบคอกับ นางกาหลง สุขจุ้ย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายสำรวย จนกระทั่งนายสำรวจ รู้เข้าจึงได้ให้เจ้าของหอพักไล่ นายบรรพต ผู้ก่อเหตุ ออกจากหอพักไปประมาณ 3 เดือน   ต่อมาวันเกิดเหตุ นายบรรพต ได้แอบย่องเข้ามาด้านหลังห้องพัก โดยการใช้ลูกกุญแจ ซึ่งไม่ทราบว่าเอามาจากไหน ไขแม่กุญแจที่ได้ล็อคกรงเหล็กด้านหลังห้องไว้ จากนั้นได้ปีนเข้ามาแอบอยู่ภายในห้องน้ำ และต่อมานายสำรวย ได้ตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ เปิดประตูมาก็เจอกับนายบรรพต จึงได้เกิดการต่อสู้กัน   โดยนายบรรพต ได้ใช้อาวุธมีดที่นำติดตัวมาแทงนายสำรวย และเกิดยื้อแย่งและทำร้ายกันไปมา เป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้งคู่   อย่างไรก็ตามสาเหตุที่นายบรรพต ได้เข้ามาก่อเหตุครั้งนี้นั้นไม่น่าจะเป็นการประสงค์ลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์แต่อย่างใด เนื่องจากนายสำรวยก็ไม่ได้เป็นคนมีเงินทอง และยังอาศัยอยู่กับครอบครัว ซึ่งคาดว่าสาเหตุนั้นน่าจะมาจากการที่นายบรรพต แอบชอบพอกับภรรยาของ นายสำรวย แต่นายสำรวย รู้เรื่องเข้าและได้หาเรื่องไล่นายบรรพต ออกจากหอพัก จึงทำให้เกิดความคับแค้นใจและได้บุกเข้ามาก่อเหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WOWGmDyIm4E

 5,174
ต่างประเทศ
27 พ.ย. 61

จุดจบสายชู้! หนุ่มจีนตัวล้อนจ่อน เกาะระเบียงหนีสามีตัวจริง ก่อนร่วงกระแทกพื้น

จีน - คลิปวิดีโอบันทึกภาพชายชู้ ที่อยู่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน เกาะอยู่ที่ระเบียงคอนโดแห่งหนึ่งในจีน ที่มีความสูงห่างจากพื้นดินพอสมควร เนื่องจากแฟนหนุ่มของหญิงสาวกลับมาที่ห้อง จึงต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ก่อนร่วงหล่นลงมากระแทกกับถังขยะที่อยู่บนพื้น  

 26,775
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 61

รวบอดีตพระพร้อมสมุน ฆ่าโหดนายจ้างฝั่งป่า 3 ปี แค้นถูกจับได้เป็นชู้กับเมีย เฮี้ยนเผาศพไม่ไหม้ ต้องตัดหัวล้างอาถรรพ์

เกิดคดีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นอีกครั้งที่จ.กาญจนบุรี โดยเป็นคดีที่ญาติมาร้องเรียนกองปราบปรามว่า นายนวพงษ์ สัจธรรมภิวัฒน์ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยกว่า 3 ปีตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2558 ตำรวจกองกำกับการ 5 กองปราบปราม ลงพื้นที่ออกติดตามสืบสวน หาข้อมูลจนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายภูมิผาทอง ผาทองภูมิ หรือใหญ่ / นายโซนี่ และ นายอิม ชาวพม่า / นายโอม นายกอล์ฟ หลานคนตาย   เมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) พันตำรวจเอก ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้กำกับการกอง 5 กองบังคับการปราบปรามพร้อมกำลัง นำตัวผู้ต้องหาไปค้นหาร่างของผู้ตายที่นำไปฝั่งไว้ในป่ามัน ใกล้กับสวนป่าไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพว่านำศพผู้ตายมาฝั่งที่ไร่มัน จาการสอบสวน นายใหญ่ยังคงให้การภาคเสธ อ้างว่าฆ่าผู้ตายเพราะ ผู้ตายมีไสยศาสตร์มนต์ดำ หากปปล่อยไว้จะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน จึงต้องลงมือฆ่า แล้วมาอำพรางศพ   ส่วนพฤติกรรมของผู้ต้องหาทั้งหมด สุดโหดเหี้ยม คือ นายใหญ่ อดีตเป็นพระที่วัดแห่งหนึ่ง สนิทคุ้นเคยกับครอบครัวผู้ตาย จนกระทั่งนายใหญ่ถูกขับไล่ออกจากวัด ผู้ตายก็อนุเคราะห์เลี้ยงดู ให้ช่วยธุรกิจงานที่บ้าน เหมือนเป็นคนในครอบครัว จนกระทั่งต้นปี 58 ก็สร้างบ้านพร้อมที่ดินให้นายใหญ่อยู่ ในราคาหลักล้าน   แต่ช่วงเดือนสิงหาคม ผู้ตายจับได้ว่านายใหญ่ มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยา และขอคืนบ้านและสมบัติทุกอย่างที่เคยให้นายใหญ่ ทำให้นายใหญ่โกรธแค้น วางแผนฆ่า ด้วยการให้ลูกและเมียผู้ตายไปนอนที่บ้านสวน และลงมือฆ่าด้วยการฟาดด้วยไม้จนสลบแล้วใช้มีแทงตาย จากนั้นก็นำศพ ไปเผาที่ป่ามันจุดฝั่งศพ โดยเอาที่นอนที่ผู้ตายนอนมาเป็นเชื้อเพลิง   แต่ปรากฏว่าเผาไปศพคนตายกลับไม่ยอมไหม้ ตอนนั้นกลุ่มผู้ต้องหาก็กลับลงมาบ้านเพื่อวางแผนฝั่งศพ พอรุ่งเช้านายใหญ่ให้ลูกน้องไปฝั่งศพ กลับเจอเรื่องอาถรรพ์ เห็นร่างคนตายยืนอยู่ ลูกน้องกลัวมาก   จึงมาเรียกให้นายใหญ่ไปจัดการศพเอง นายใหญ่จึงโมโห มาถึงก็ใช้มีดฟันที่ศพ จนหัวขาด แล้วให้ลูกน้องฝังศพ ส่วนนายใหญ่ เดินหิ้วหัวคนตาย กลับมากระท่อม แล้วเผาส่วนหัวด้วยตนเอง และนำเศษเถ้าไปลอยน้ำ   จากนั้นเวลาผ่านมานายใหญ่ก็อาศัยอยู่กินกับภรรยาของคนตายและลูกทั้งสามคน โดยนายใหญ่จะข่มขู่ลูกๆและสั่งห้ามมออกนอกบ้าน ไม่ให้พบปะผู้คน ช่วงนั้นภรรยาของคนตายก็บอกลูกว่าพ่อไปบวชที่ประเทศพม่า แต่ลูกชายคนโตไม่เชื่อและสงสัยคาใจมาตลอดว่าพ่อหายไปไหน   ตลอดเวลา 3 ปี ที่ไม่มีพ่อ ลูกๆของคนตายถูกนายใหญ่กดดัน ข่มขู่ จนเกิดอาการหวาดผวา และมีอากการซึมเศร้า นายใหญ่อาศัยอยู่กับภรรยาคนตาย และย้ายไปทำโฮมเสตย์ที่หมู่บ้าน ปิล๊อกอิต่อง อ.ทองผาภูมิ และลูกชายของคนตายก็ย้ายไปอยู่กับญาติที่จ.นครปฐม   นายอาร์ม ลูกชายคนตาย เล่าว่าตลอดเวลาที่ขาดพ่อ ชีวิตเหมือนตกนรก ถูกนายใหญ่กดดัน ขู่ฆ่ามาตลอด ตนและน้องๆก็กลัวและผวาตลอด จนกระทั่งช่วงต้นเดือนส.ค.61ที่ผ่านมา ลูกน้องของนายใหญ่ 3 คน มาสารภาพว่า ได้ร่วมลงมือก่อเหตุฆ่าพ่อของตน โดยมีนายใหญ่เป็นคนบงการ ตนจึงนำเรื่องไปบอกญาติและเข้าแจ้งความตำรวจกองปราบให้ช่วยคลี่คลายคดี จนสมารถจับกุมนายใหญ่และพวกที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดได้   สำหรับคดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ตร.แกะรอยจนตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบ และเมื่อวาน (29 ส.ค.) พยายามขุดหากระดูกของผู้ตาย แต่ยังไม่พบ เนื่องจากบริเวณที่ฝั่งนั้นเป็นป่ามันติดภูเขา มีดินสไลด์ลงมาทับ ตำรวจใช้รถแบ๊คโฮลมาขุด และเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) ก็จะขุดค้นหาอีกรอบ และจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และจะนำตัวมาแถลงที่กองปราบปรามต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/49jYuhkYTxo

 39,429
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ค. 61

หัวหน้าช่างสารภาพตัดเจ้าโลกเพื่อนร่วมงาน โมโหเห็นบุกเข้าห้องภรรยาหลังเมาหนัก

ราชบุรี-จากกรณีชายอายุ 39 ปี ชาว จ.ตรัง ถูกทำร้ายร่างกายและถูกตัดอวัยวะเพศจนขาดมารักษาตัว อยู่ภายในโรงพยาบาลบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สภาพมีบาดแผลถูกตีตามศีรษะแตกหลายแผล หน้าตาบวมปูด และอวัยวะเพศถูกตัดจนขาดถึงโคน อาการสาหัส   เบื้องต้นผู้บาดเจ็บให้การวกวนไปมา และไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ไหน เพียงแต่บอกว่าไปนั่งดื่มกินที่ร้านอาหารกับเพื่อน ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ทำร้าย   ต่อมา ตร.สภ.บ้านโป่ง เดินทางไปสอบสวนชายอายุ 50 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้างานอู่ต่อรถบัส ที่ผู้บาดเจ็บทำงานอยู่ ทราบว่าผู้บาดเจ็บได้มาอาศัยอยู่ด้วย โดยเชิญตัวมาสอบปากคำใช้เวลาสอบอยู่พักใหญ่ เจ้าของบ้านจึงยอมให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุทำร้าย พร้อมกับใช้มีดเฉือนเจ้าโลกของผู้บาดเจ็บ   โดยสารภาพว่า ทำงานเป็นหัวหน้าช่างทำสีอยู่อู่ต่อรถบัสชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.บ้านโป่ง และรู้จักกับผู้บาดเจ็บเข้ามาทำงานที่อู่ได้มาประมาณเดือนกว่า และเห็นว่าเป็นคนจังหวัดตรังเหมือนกัน จึงให้มาพักที่บ้านเช่าด้วยกัน ในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ตน ผู้บาดเจ็บและเพื่อนร่วมงานอีกคน ได้ตั้งวงนั่งดื่มสุรากันที่บ้านพัก   จนกระทั่งดึก สุราที่ดื่มได้เกิดหมด ตนพร้อมเพื่อนอีกคน จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปปากซอย เพื่อซื้อสุรากลับมานั่งดื่มต่อ โดยปล่อยให้ภรรยาอายุ 52 ปี นอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง และนายสุวิทย์ นั่งอยู่ที่วงเหล้าด้วยอาการมึนเมา เมื่อตนกลับเข้ามาถึงหน้าบ้านพัก ระหว่างกำลังจอดรถจักรยานยนต์ ก็เห็นภรรยา วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากบ้าน ตนจึงรีบเดินเข้าไปในบ้าน เห็นผู้บาดเจ็บเดินออกมาจากห้องนอนของภรรยา ตนจึงตะโกนถามว่า "มึงทำอะไรเมียกู"   จากนั้นด้วยความโกรธ จึงได้คว้าค้อนขนาดเล็ก และเครื่องมือช่างที่คว้าได้ กระหน่ำตีที่ศีรษะและใบหน้า จนล้มฟุบสลบ แล้วลากตัวออกมาตรงเพิงหน้าบ้าน ก่อนใช้มีดปลายแหลมปอกผลไม้ตัดที่อวัยวะเพศจนขาด จากนั้นได้นำไปโยนทิ้งเข้าไปในพงหญ้าหน้าบ้าน พร้อมเดินไปเรียกเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงให้นำตัวผู้บาดเจ็บ ขึ้นรถยนต์กระบะ ไปส่งโรงพยาบาลบ้านโป่ง กระทั่งช่วงเช้าตนได้คิดจะมามอบตัวกับตำรวจ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาเชิญไปสอบปากคำ จึงรับสารภาพ   ด้านภรรยาของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บมีอาการมึนเมา ได้เข้าไปในห้องแล้วใช้มือจับที่แขน ขณะนอนอยู่ตนเองรู้สึกตกใจจึงรีบวิ่งออกมาจากห้องนอน เป็นจังหวะที่สามี กลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี ช่วงที่สามีเข้าทำร้ายผู้บาดเจ็บ ตนไม่เห็น เพราะวิ่งไปที่บ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ   หลังจากรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ก้อเหตุไปค้นหามีดและชี้จุดเกิดเหตุ ภายในบ้าน ส่วนอวัยวะเพศที่โยนทิ้งในพงหญ้าไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการเก็บหลักฐาน ในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W05uu9yT0cc

 7,106

Top