ค้นหา :

ผลการค้นหา "อภิรัชต์คงสมพงษ์"

การเมือง
19 ก.พ. 63

'บิ๊กแดง' เซ็นย้ายนายพัน หน้าศาลพระเจ้าตาก ลั่นใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผลกรรม

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เซ็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับพันเอก ระบุใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผล และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยการเซ็นคำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวข้องในหลายส่วน ที่กำลังพลร้องเรียนมา โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุรุนแรง   เมื่อนักข่าวถามว่า พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ถูกปรับย้ายด้วยหรือไม่? ผบ.ทบ.บอก “ต้องให้ความเป็นธรรม เป็นกรณีไป ไม่ใช่เลือดเข้าตา ก็จะสั่งย้ายหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีความตื่นตัวในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผมไม่สน ว่าเป็นเด็กใคร”   ส่วนการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์ กว่า 40 รายการนั้น ผบ.ทบ.บอกทุกอย่างดำเนินการตามลำดับ ไม่ได้ขีดเส้นหรือกำหนดกรอบเวลาแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/PrSG0CHae6U  

 3,653
การเมือง
18 ก.พ. 63

เด้งอีกระลอก! 'บิ๊กแดง' เซ็นย้ายผู้พันต่อหน้าศาลพระเจ้าตากสิน

 พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่าขณะนี้ตนกำลังเซ็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับพันเอก และเซ็นย้ายจริง ไม่ได้พูดเล่น เพราะเซ็นต่อหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผล และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีความศักดิ์สิทธิ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวข้องในหลายส่วน ที่กำลังพลร้องเรียนมา โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุรุนแรง   เมื่อถามว่า ในส่วน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ถูกปรับย้ายด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรม เป็นกรณีไป ไม่ใช่เลือดเข้าตา ก็จะสั่งย้ายหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีความตื่นตัวในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผมไม่สน ว่าเป็นเด็กใคร   ส่วนประเด็นการตั้งศูนย์ร้องเรียนสายตรงมายัง ผบ.ทบ.จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า เราให้เอาท์ซอร์ซ ดำเนินการเป็นเอกชนทั้งหมด เพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล ส่วนการพิจารณาว่า ข้อร้องเรียนไหนเป็นเรื่องจริง หรือใส่ร้าย ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ฟังดูก็รู้แล้วว่าอะไรเท็จ อะไรจริง   พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ในวันที่ 19 ก.พ. ตนจะให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงรายละเอียด ส่วนการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์ กว่า 40 รายการนั้น ทุกอย่างดำเนินการตามลำดับ ไม่ได้ขีดเส้นหรือกำหนดกรอบเวลาแต่อย่างใด   เมื่อถามว่า นักกฎหมายแนะนำเครือญาตผู้เสียหาย ฟ้องร้องกองทัพ และ ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า การก่อเหตุเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่คำสั่งกองทัพ หากทหารมีเรื่องกับทหาร ต้องขึ้นศาลทหาร แต่ถ้าหาก ทหารมีเรื่องกับพลเรือน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ต้องแยกให้ออก  

 2,582
การเมือง
18 ก.พ. 63

ผบ.ทบ.เริ่มสังคายนากองทัพ โอนสินทรัพย์คืนธนารักษ์ ล้างบางธุรกิจทหาร

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ลงนาม MOU ร่วมกรมธนารักษ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงในโครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก เพื่อให้การใช้ที่ราชพัสดุของกองทัพบก (ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง) เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง   โอนสินทรัพย์คืนธนารักษ์ ล้างบางธุรกิจทหาร รื้อรายได้ ยกสนามมวย-กอล์ฟ-ที่ดิน-ปั๊มน้ำมัน แบ่งรายได้เข้าแผ่นดิน กำไรส่วนหนึ่งสมทบกองทุนสวัสดิการกำลังพล มั่นใจโปร่งใสตรวจสอบได้   ขณะที่มีรายงานว่าการประชุม ผบ.เหล่าทัพวันนี้ (18 ก.พ.)จะมีการหารือเพื่อกำหนดนาวทางปฎิบัติในเรื่องทหารเกษียณอายุราชการไปแล้วให้ออกจากบ้านพักหลวง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iAikyCOk9QE

 257
การเมือง
16 ก.พ. 63

‘บิ๊กแดง’ เอาจริงเปิดศูนย์รับเรื่องปัญหาทหารถูกรังแก ฝั่งกมธ.ทหารทำนส.ด่วนที่สุด! ประชุมปฏิรูปกองทัพ

จากกรณีทหารกราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา จากปมแค้นถูกผู้บังคับบัญชาหลอกให้กู้เงินจนเกิดการเสียประโยชน์ รายงานข่าวล่าสุด ผบ.ทบ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ส่งนายทหารระดับสูงจากกองทัพบกลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการที่เกี่ยวข้องกับปมคดีที่ดิน   นอกจากนี้ทางกองทัพบกเปิดศูนย์รับร้องเรียนกำลังพลออนไลน์ 6 ช่องทาง ได้แก่ 1.เว็บไซต์ www.rta.mi.th 2.Youtube - Royal Thai Army 3.Facebook - ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก 4.Instagram -  Rayalthaiarmy_pr 5.Twitter - Royal Thai Army 6.Line Official @rayalthaiarmy หรือโทรสายตรงกับผู้บัญชาการทหารบก 0-2018-7330   และคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพลเอกสมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เพื่อนัดประชุมกรรมาธิการฯ ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ที่อาคารรัฐสภา เพื่อพิจารณาปัญหาและผลกระทบจากเหตุกราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 - 9 ก.พ. ที่ผ่านมา   โดยจะเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พลโทธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก และผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ให้มาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ด้วย   โดยกรรมาธิการฯจะสอบถามตั้งแต่มูลเหตุก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยิงผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต ก่อนที่จะไปก่อเหตุปล้นอาวุธในคลังแสงในค่ายทหาร จนกระทั่งก่อเหตุกราดยิงกลางเมืองจนเกิดความสูญเสียกับประชาชน เพื่อรวบรวมประเด็นที่เป็นประโยชน์เสนอต่อสภา ส่งต่อไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะกรณีที่เกิดขึ้นควรเป็นตัวอย่างให้มีการยกเครื่อง ปรับปรุงแก้ไข รวมถึงปกป้องเหตุในทำนองเดียวกันในอนาคตด้วย   นอกจากนี้ อาจจะมีการสอบถามถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในค่ายหทาร และแม้ว่าเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุจะไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้ แต่ก็จำเป็นต้องพูดถึงมูลเหตุที่ปรากฏเป็นข่าวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/a7ab0H60xvc  

 2,033
สังคม
16 ก.พ. 63

‘บิ๊กแดง’ เอาจริงเปิดศูนย์รับเรื่องปัญหาทหารถูกรังแก ฝั่งกมธ.ทหารทำนส.ด่วนที่สุด! ประชุมปฏิรูปกองทัพ

จากกรณีทหารกราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา จากปมแค้นถูกผู้บังคับบัญชาหลอกให้กู้เงินจนเกิดการเสียประโยชน์ รายงานข่าวล่าสุด ผบ.ทบ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ส่งนายทหารระดับสูงจากกองทัพบกลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการที่เกี่ยวข้องกับปมคดีที่ดิน   นอกจากนี้ทางกองทัพบกเปิดศูนย์รับร้องเรียนกำลังพลออนไลน์ 6 ช่องทาง ได้แก่ 1.เว็บไซต์ www.rta.mi.th 2.Youtube - Royal Thai Army 3.Facebook - ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก 4.Instagram -  Rayalthaiarmy_pr 5.Twitter - Royal Thai Army 6.Line Official @rayalthaiarmy หรือโทรสายตรงกับผู้บัญชาการทหารบก 0-2018-7330   และคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพลเอกสมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เพื่อนัดประชุมกรรมาธิการฯ ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ที่อาคารรัฐสภา เพื่อพิจารณาปัญหาและผลกระทบจากเหตุกราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 - 9 ก.พ. ที่ผ่านมา   โดยจะเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พลโทธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก และผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ให้มาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ด้วย   โดยกรรมาธิการฯจะสอบถามตั้งแต่มูลเหตุก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยิงผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต ก่อนที่จะไปก่อเหตุปล้นอาวุธในคลังแสงในค่ายทหาร จนกระทั่งก่อเหตุกราดยิงกลางเมืองจนเกิดความสูญเสียกับประชาชน เพื่อรวบรวมประเด็นที่เป็นประโยชน์เสนอต่อสภา ส่งต่อไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะกรณีที่เกิดขึ้นควรเป็นตัวอย่างให้มีการยกเครื่อง ปรับปรุงแก้ไข รวมถึงปกป้องเหตุในทำนองเดียวกันในอนาคตด้วย   นอกจากนี้ อาจจะมีการสอบถามถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในค่ายหทาร และแม้ว่าเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุจะไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้ แต่ก็จำเป็นต้องพูดถึงมูลเหตุที่ปรากฏเป็นข่าวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/a7ab0H60xvc  

 2,033
สังคม
13 ก.พ. 63

'บิ๊กแดง' เปิดใจหลังหลั่งน้ำตา เผยตนเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหว รู้สึกเสียใจที่มีพลทหารตายในหน้าที่

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการแถลงเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา และกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โดยบอกว่าตนเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะสิ่งที่เสียใจที่สุดคือการสูญเสียผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพลทหารเมธา เลิศศิริ ที่ไม่มีใครกล่าวถึงว่าเขาเสียชีวิตระหว่างยืมยามรักษาการณ์แต่ไปมองว่ากองทัพหละหลวม    ตนถามว่าถ้าหละหลวมจะมียืนยามรักษาการณ์อยู่ไหม เพราะคนที่เห็นหน้ากันทุกวันใครจะรู้ว่าจะเดินเข้ามาแล้วเอาปืนมายิง คนทำงานด้วยกันเห็นหน้ากันทุกวันใครจะไปรู้ ใครจะไปเฉลียวใจ    ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่า ตอนนี้ก็สบายใจขึ้นหลังแถลงข่าวไป แต่ทุกคนก็ต้องพร้อมที่จะรับกับสิ่งที่ตนเองกระทำ ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 17 ก.พ. 2563 นี้ ตนจะเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ให้ได้ เพื่อรับข้อร้องเรียนจากกำลังพลโดยตรงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/W2JDmdGV1eo

 628
การเมือง
13 ก.พ. 63

ผบ.ทบ.สั่งเด้ง 'พ.อ.-พ.ท.' พัวพันทุจริต ร.23 พัน 3 โยงเหตุกราดยิง

จากเหตุกราดยิงโคราช ซึ่งมีชยวยเหตุจากการที่ผู้ก่อเหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา มีรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้รับรายงานและข้อมูลว่า พ.อ.และ พ.ท.ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ถูกกล่าวหาพัวพันเรื่องทุจริตไม่จ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ (ผู้ปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์)   จึงมีคำสังให้ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ดำเนินการ โดยมีคำสั่งให้ พ.อ.อุทัย แฝงกระโทก หัวหน้ากองกองยุทธยุทธการ (หก.กยก.) มณฑลทหารบกที่ 25 อดีตผู้บังคับกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ผบ.ร.23 พัน 3) ย้ายมาช่วยราชการที่ กองกิจการพลเรือน (กกร.ทภ.2) กองทัพภาคที่ 2   พ.ท.ที เพิ่มพล ผบ.ร.23 พัน 3 ย้ายมาช่วยราชการที่ กองกำลังพลทัพภาคที่ 2 (กกพ.ทภ.2) โดยให้ พ.อ.ศิริศักดิ์ บูรณ์เจริญ หัวหน้ากองกองข่าว (หก.กขว.) มทบ.25 รักษาราชการแทน หก.กยก.มทบ.25   และให้ พ.ท.พงษ์พัฒน์ เตือนขุนทด หัวหน้าฝ่ายกำลังพล (หน.ฝกพ.) กองพลทหารราบที่ 6 รักษาราชการแทน ผบ.ร.23 พัน 3 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/10wmpHGQG3Q

 879
สังคม
13 ก.พ. 63

สั่งเด้งเซ่นพิษกราดยิงโคราช 'บิ๊กแดง' ไฟเขียว มทภ.2 สั่งย้าย พ.อ. - พ.ท. พัวพันทุจริต

จากกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้แถลงข่าวกรณีเหตุโคราชพร้อมระบุ ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ผู้พันถึงนายพลจะไม่มีงานทำหากมีความไม่เหมาะสมและเกี่ยวพันเรื่องทุจริตและไม่แก้ไขปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชา    ปรากฎว่า ผบ.ทบ.ได้รับรายงานและข้อมูลว่า พ.อ.และ พ.ท.ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ถูกกล่าวหาพัวพันเรื่องทุจริตไม่จ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ (ผู้ปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์) จึงมีคำสังให้ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ดำเนินการ    โดยมีคำสั่งให้ พ.อ.อุทัย แฝงกระโทก หัวหน้ากองกองยุทธยุทธการ (หก.กยก.) มณฑลทหารบกที่ 25 อดีตผู้บังคับกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ผบ.ร.23 พัน 3) ย้ายมาช่วยราชการที่ กองกิจการพลเรือน (กกร.ทภ.2) กองทัพภาคที่ 2 และ พ.ท.ที เพิ่มพล ผบ.ร.23 พัน 3 ย้ายมาช่วยราชการที่ กองกำลังพลทัพภาคที่ 2 (กกพ.ทภ.2)    โดยให้พ.อ.ศิริศักดิ์ บูรณ์เจริญ หัวหน้ากองกองข่าว (หก.กขว.) มทบ.25 รักษาราชการแทน หก.กยก.มทบ.25 และให้ พ.ท.พงษ์พัฒน์ เตือนขุนทด หัวหน้าฝ่ายกำลังพล (หน.ฝกพ.) กองพลทหารราบที่ 6 รักษาราชการแทน ผบ.ร.23 พัน 3 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ลงวันที่้ 12 กุมภาพันธ์   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/zomdBXCQSFY

 213
การเมือง
13 ก.พ. 63

'บิ๊กแดง' ร่ายยาวเปรียบ 'หมาทหาร' ไม่เห่าพร่ำเพรื่อ ไม่โพสต์ข้อความชังชาติ

จากการที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เข้าร่วมทดสอบร่างกายประจำปี 2563 นั้น ระหว่างนั้นได้จูงสุนัขทหารพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดที่มีชื่อว่า ซีบร้า วัย 3 ปี จากหมวดสุนัขทหารกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ซึ่งทำหน้าที่ดูแล บก.ทบ.   หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบร่างกาย พล.อ.อภิรัชต์ ได้ขึ้นไปยังห้องทำงานและเขียนข้อความเป็นบทความสั้นๆ แสดงความรู้สึกส่งต่อให้คนใกล้ชิดและสื่อมวลชนได้อ่าน หลังจากถูกกระแสโซเชียลมีเดียแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สืบเนื่องจากกรณีที่ร้องไห้ระหว่างแถลงรายละเอียดเหตุการณ์กราดยิงโคราช ระบุว่า   “สุนัขทหารยังรู้จักสำนึกบุญคุณกองทัพบก รู้สึกรัก และหวงแหน มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ถูกฝึกมาให้ปฏิบัติหน้าที่ เช่น ตรวจหาวัตถุระเบิด ค้นหายาเสพติด เฝ้าสถานที่สำคัญ หรือปกป้องเจ้านาย เขาจะดุจะเห่าคนแปลกหน้า หรือหากพบสิ่งผิดสังเกต เพื่อนๆ ของซีบร้าเคยเสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้   และซีบร้าเขาก็รู้ว่าผมคือผู้บังคับบัญชาเขา ถึงแม้เราจะพบกันเป็นครั้งแรก ซีบร้าเขาไม่เห่าพร่ำเพรื่อ มีมารยาท และมีความรับรู้ ถึงความรู้สึกของมนุษย์ เช่น ทหารที่เลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี ถ้าเจ้าซีบร้า สุนัขทหารตัวนี้พิมพ์ทวิตเตอร์เป็น เล่นเฟซบุ๊ก เล่นไอจีได้คงสนุกแน่ ถ้าเจ้าซีบร้าอ่านหนังสือออก มันคงมองเห็นพวกที่โพสต์ข้อความที่สร้างให้เกิดความเกลียดชังกันในระหว่างเพื่อนมนุษย์ โพสต์ข้อความชังชาติ และเจ้าซีบร้าก็คงอยากเป็นซีบร้าเหมือนเดิม คงกลัวที่จะกลายเป็นมนุษย์พวกนั้น”   ลงชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uD73SLs_cpM

 13,601
การเมือง
13 ก.พ. 63

ผบ.ทบ.เปิดใจหลังหลั่งน้ำตา รับเป็นคนอ่อนไหว จ่อเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ให้ทหารถูกเอาเปรียบร้องเรียน

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงผลพวงจากการแถลงเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้ว่า สื่อมีความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนของทั้งประเทศ และไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก กองทัพบกได้แสดงความเสียใจ และรับผิดชอบไปแล้ว   ส่วนสื่อออนไลน์ และสื่อโซเชียล ก็ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นเรื่องปกติ เราทำใจกันมานานแล้ว ห้ามไม่ได้ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ตนประหลาดใจกับการตั้งคำถามของสื่อ เพราะรู้สึกผิดคาด หลังสื่อตั้งคำถามด้วยความระมัดระวัง มากกว่าเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งวันที่ 11 ก.พ. นายกฯ ได้ไปร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพผู้เสียชีวิต   ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำว่าวิกฤตนี้ ไม่ควรจะลืมกันง่ายๆ ขอให้หันหน้าเข้าหากัน มุ่งไปที่ความปลอดภัยของประชาชน อย่ามุ่งเพียงคนนั้นดี คนนั้นเก่ง หรือคนอื่นไม่ดี ซึ่งสิ่งไม่ดีต้องมาช่วยกันแก้ไข ซึ่งตนผ่อนคลายลง หลังได้แสดงความรับผิดชอบ เพราะได้พูดจากใจ สิ่งที่เขียนขึ้นมาจากใจสรุปเป็นตัวปากกา ขอขอบคุณสื่อ ซึ่งสื่อเองก็ได้รับบทเรียน สื่อดิจิตอล กสทช. ก็ได้เชิญไปหารือ ว่าต่างประเทศบริหารจัดการอย่างไร เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ   ส่วนที่ตนหลั่งน้ำตา พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ตนเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะสิ่งที่เสียใจที่สุดคือการสูญเสียผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพลทหารเมธา เลิศศิริ ที่ไม่มีใครกล่าวถึงว่าเขาเสียชีวิตระหว่างยืนยามรักษาการณ์แต่ไปมองว่ากองทัพหละหลวม ตนถามว่าถ้าหละหลวมจะมียืนยามรักษาการณ์อยู่ไหม เพราะคนที่เห็นหน้ากันทุกวันใครจะรู้ว่าจะเดินเข้ามาแล้วเอาปืนมายิง คนทำงานด้วยกันเห็นหน้ากันทุกวันใครจะไปรู้ ใครจะไปเฉลียวใจ   อย่างไรก็ตาม ฝากขอให้คิดไปดูข้อความที่คนแชร์ในโซเชียลมีเดีย เรื่องเฉินหลง ที่บรรทัดแรกๆเขียนว่าเฉินหลง 65 ปีได้นอนอย่างสงบที่ฮ่องกง ทำให้เข้าใจว่าเฉินหลงเสียชีวิต แต่พอไล่บรรทัดถัดมาเขาก็เขียนว่า เฉินหลงตื่นเช้ามาก็ตื่นเช้าออกกำลังกายปกติ จึงอยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัด เวลาอ่านอะไรอย่าอ่านแค่ 3-4 บรรทัดแล้วไม่อ่าน   ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่า สบายใจขึ้นหลังแถลงข่าวแต่ทุกคนก็ต้องพร้อมที่จะรับกับสิ่งที่ตนเองกระทำ ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 17 ก.พ. 2563 นี้ ตนจะเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ให้ได้ เพื่อรับข้อร้องเรียนจากกำลังพลโดยตรงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังได้สั่งการไปวานนี้ ภายใต้การควบคุมของสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก จัดเจ้าหน้าที่รับสาย ตามเวลาราชการ 08.00-16.00 น. จันทร์ ถึงศุกร์ ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะบันทึกข้อความเสียงใจ   โดยทหารผู้ที่ถูกเอาเปรียบเมี่อจะต้องแจ้ง ชื่อ ตำแหน่ง หมายเลขประจำตัว และสังกัด ให้ทราบว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง หากแจ้งข้อมูลเท็จก็จะถูกดำเนินการทางกฎหมาย ตนขอรับรองว่าข้อมูลจะเป็นความลับ โดยเมื่อคืนก็มีคนส่งข้อความมาร้องเรียนกับตนเรื่องเบี้ยเลี้ยง ก็ได้ส่งไปถามผู้บังคับหน่วยดังกล่าว เพื่อให้ทำการแก้ไข ไม่ใช่ไปดูอย่างเดียว ในขั้นต้นผมก็มีการลงโทษ และในวงรอบต่อไปก็จะมีการปรับย้าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iG6ATUy0Zz8

 254
สรุปข่าว
13 ก.พ. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 13 ก.พ.63 เรือสำราญจ่อเทียบท่ากัมพูชา-ทดลองติดเครื่องฟอกอากาศบนรถเมล์-ยิงเพื่อนบ้านดับ อ้างถูกผีสิง

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชกระแสแสดงความเสียพระราชหฤทัย ต่อเหตุการณ์ร้ายแรงใน จ.นครราชสีมา ความว่า   "ข้าพเจ้าและพระราชินีรู้สึกเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ที่ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในประเทศของเรา ที่จังหวัดนครราชสีมา นับแต่บ่ายวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 อันทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากได้รับอันตราย ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ความสูญเสียในครั้งนี้ ได้สร้างความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวงให้แก่ข้าพเจ้าและพระราชินี ด้วยเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดจากการกระทำอันโหดร้ายเกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด ต่อชาวไทยด้วยกันอันเป็นทั้งเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมชาติ   ข้าพเจ้าและพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้ที่ต้องประสบความสูญเสีย และเห็นใจ ชื่นชมผู้ตกอยู่ในเหตุการณ์ ที่ต่างมีความอดทนเข้มแข็ง ตลอดจนช่วยเหลือและเกื้อกูลกันในยามคับขัน จนสามารถรอดพ้นอันตรายได้ ทั้งขอยกย่องผู้มีส่วนคลี่คลายสถานการณ์ครั้งนี้ทุกคนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คณะกรมการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร มูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งนอกจากจะต้องมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและเสียสละชีวิตอุทิศตนอย่างสูงแล้ว ยังได้แสดงถึงความสันทัดช่ำชองในการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชีวิตความปลอดภัยของผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย   ความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกคนทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชนทุกคนที่ได้ให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทางการและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะกระทำได้ต่อผู้ที่บาดเจ็บและได้รับอันตราย ได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมชาติ พร้อมทั้งพลังความสามัคคีซึ่งเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง ข้าพเจ้าและพระราชินีเชื่อมั่นว่า เราชาวไทยทุกคน สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงครั้งนี้ไปได้ ด้วยความมีสติ มีปัญญา และสามัคคี ตลอดจนด้วยความเสียสละเพื่อความผาสุก สงบ เรียบร้อยของส่วนรวมและประเทศชาติ"   -เรือสำราญเวสเทอร์ดัมออกจากอ่าวไทย มุ่งหน้าสีหนุวิลล์ของกัมพูชา กำหนดเทียบท่า 7 โมงเช้าวันนี้ หลังถูกไทยและหลายประเทศปฏิเสธเทียบท่า หวั่นผู้โดยสารบนเรือกว่า 2 พันชีวิตติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งมีชื่อทางการ COVID19 อนุทินยันเรื่องนี้มีการพิจารณาแล้วว่า ไม่อนุญาตให้เข้ามาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือในไทย แม้ ผอ.องค์การอนามัยโลกจะสายตรงมาที่ตน ยืนยันทุกคนบนเรือไม่มีไข้ ขอให้ไทยรับดูแล แต่ส่วนตัวไม่เชื่อ เพราะ ผอ.องค์การอนามัยโลกไม่ได้อยู่บนเรือ พร้อมตั้งคำถามก่อนถึงไทย ทำไมหลายประเทศถึงปฏิเสธ ทำไมไทยต้องมาแบกรับความกดดัน ส่วนคนไทย 19 คนเป็นพนง.บนเรือ มีสัญญาดูแล ย้ำหากเรือทอดสมอก็พร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่   ขณะที่สีหนุวิลล์พร้อมรับเรือสำราญ พร้อมบริการตรวจหาเชื้อไวรัส คาด 2-3 วัน นทท.จะขึ้นฝั่งได้ สมเด็จฮุนเซนระบุในกัมพูชาต้องไม่เลือกปฏิบัติแม้ในยามฉุกเฉิน การยินดีต้อนรับคือการกำจัดโรคร้ายของโลก เตรียมแจกผ้าพันคอทอมือให้ นทท.เป็นของที่ระลึก   ส่วนสถานการณ์บนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซส สธ.ญี่ปุ่นแจ้งพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 40 คน พุ่งเป็น 175 คน ขณะที่อู่ฮั่นพบ จนท.ทางการแพทย์ติดเชื้อกว่า 500 ราย ส่วนยอดจิดเชื้อทั่วโลกยังพุ่ง 45,210 ราย เสียชีวิต 1,118 คน   -การประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ครั้งที่ 2 ในวันนี้ เพื่อลงมติวาระ 2 และวาระ 3 ใหม่ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน บอกว่า มติ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านให้ ส.ส.ของพรรคร่วมฝ่ายค้านมาปฎิบัติหน้าที่ลงชื่อเป็นองค์ประชุมตามปกติ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลผ่านกฎหมายนี้โดยรวดเร็วตามความต้องการของสังคม   แต่ฝ่ายค้านจะไม่อยู่ร่วมประชุมด้วย และให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดำเนินการ เพราะสาเหตุที่ทำให้กฎหมายงบประมาณต้องสะดุดเกิดจากฝ่ายรัฐบาลกดบัตรแทนกัน นอกจากนี้ การที่ไม่ขอร่วมลงมติด้วย ก็เพราะกังวลว่าอาจจะขัดต่อมาตรา 143 เรื่องกรอบเวลา 105 วัน ซึ่งอาจสุ่มเสียงต่อการกระทำที่ส่อว่าขัดกฎหมาย เพราะกังวลในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความชัดเจนในหลายข้อ   ด้านปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  ระบุ หากศาลเห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายเป็นไปโดยไม่ชอบ ก็ต้องให้ร่างกฎหมายตกไปทั้งฉบับ แต่กลับระบุให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติในวาระ 2 และ 3 ใหม่นั้น ก็ถือว่าเป็นการวินิจฉัยเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ ดังนั้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ในอนาคตจะเกิดปัญหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญ และอยู่เหนือรัฐธรรมนูญทั้งหมด ซึ่งจะกระทบต่อการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายต่างๆ ทั้งตุลาการ นิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร   -นายกฯให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระ 2 และ 3 ว่าเป็นเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะคุยกันอยู่แล้ว อยากจะให้ได้เร็วที่สุดก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกพรรคการเมืองเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ ที่ฝ่ายค้านจะไม่รวมในการลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็แล้วแต่เขาเขามีสิทธิ์ที่จะทำได้เช่นนี้ ก็ทำไป แต่ประชาชนก็ต้องติดตามดูว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ก็ต้องหาวิธีที่จะแก้ปัญหาในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ”   -พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เปิดใจอีกครั้ง หลังหลั่งน้ำตาแถลงข่าววานนี้ว่า ตนเองเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะสิ่งที่เสียใจที่สุดคือการสูญเสียผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพลทหารเมธา เลิศศิริ ที่ไม่มีใครกล่าวถึงว่าเขาเสียชีวิตระหว่างยืมยามรักษาการณ์ แต่ไปมองว่ากองทัพหละหลวม ตนถามว่าถ้าหละหลวมจะมียืนยามรักษาการณ์อยู่ไหม เพราะคนที่เห็นหน้ากันทุกวัน ใครจะรู้ว่าจะเดินเข้ามาแล้วเอาปืนมายิง คนทำงานด้วยกันเห็นหน้ากันทุกวันใครจะไปรู้ ใครจะไปเฉลียวใจ   ผบ.ทบ ยังเตรียมเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ในจันทร์นี้ เพื่อรับข้อร้องเรียนจากกำลังพลโดยตรงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยรับรองว่าข้อมูลจะเป็นความลับ   -ศาลอาญา อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอดีตแกนนำพันธมิตร นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ / น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก และพวกรวม 5 คน หลังศาลพิพากษาสั่งจำคุก แกนนำ พธม. นำมวลชน บุกเอ็นบีที เมื่อปี 51 โดยจำเลยทั้ง 5 เป็นหัวหน้าและเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด อันเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรฐาน ร่วมกันทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฐาน ร่วมกันบุกรุกและฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น แต่ทั้งหมดปฏิเสธ   แต่ศาลพิเคราะห์เห็นว่าจำเลยที่ 1 นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นแกนนำของกลุ่ม ร่วมสมคบคิดบุกยึดสถานีเอ็นบีที ขึ้นเวทีชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ร่วมประกาศภารกิจและร่วมเดินทางไปด้วยในลักษณะกำกับดูแลเป็นหัวหน้าเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด แต่สำหรับจำเลยที่ 2-5 พยานหลักฐานยังไม่ชัดว่าเป็นหัวหน้าหรือมีหน้าที่สั่งการในการบุกยึดพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มี กำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 2-5 คนละ 1 ปี   -ขสมก.ทดสอบนำร่องเครื่องฟอกอากาศเคลื่อนที่บนหลังคารถเมล์สาย 34 รังสิต-หัวลำโพง ชี้ต้นทุนอยู่ที่เครื่องละ 2-3 พันบาท ส่วนค่าฝุ่นกรมการขนส่งทางบกและ มช.จะเป็นผู้ประเมิน เตรียมขยายติดตั้งเพิ่ม 3 พันคัน เบื้องต้นนำร่อง 3 เส้นทาง   -ตร.และ จนท.ป่าไม้เอาจริงตรวจพิกัดฟาร์มไก่ ส.ส.ปารีณา หลังกฤษฎีการะบุชัดเป็นพื้นที่ป่า บรรยากาศเป็นฟาร์มร้าง ไม่มีคนอยู่ เหลือแต่หมาที่เลี้ยงไว้ ไร้เงาปารีณาและทวีเข้าตรวจสอบ ต้องให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยชี้จุดเป็นพยาน ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ชีวะภาพ ชีวะธรรม ระบุใช่ว่าคืนพื้นที่แล้วเรื่องจะจบ บุกรุกเท่าไหร่ต้องแจ้งความเท่านั้น ด้านปารีณาเตรียมแถลงข่าว ขณะที่วราวุธเตรียมแจ้งความปารีณา 1-2 วันนี้ยันไม่เลือกปฏิบัติ ทุกคนมีหน้าที่ต้องทำ   -รวบแล้วนักโทษชายที่หลบหนีช่วงใกล้พ้นโทษ นายกฤษดา ม่วงแพร นักโทษคดีลักทรัพย์ ต้องโทษจำคุก 6 ปี และได้รับการลดหย่อนเหลือ 3 ปี ซึ่งกำลังจะพ้นโทษในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ได้หลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะฝึกอาชีพในร้านคาร์แคร์ของเรือนจำ   อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ แถลงจับได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ย่านเซียร์รังสิต ภายในเวลา 30 ชั่วโมง ส่วนสาเหตุการหลบหนีนั้น มาจากประเด็นชู้สาว คาดใช้โทรศัพท์ของลูกค้าที่คาร์แคร์ติดต่อกับหญิงสาว มีบุคคลที่สามคอยให้ความช่วยเหลือ จากนี้ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบความบกพร่องต่อหน้าที่ก็จะดำเนินการเอาผิดทางวินัย ส่วนนักโทษเจอข้อหาเพิ่ม โดนคุกเพิ่ม 8 เดือน เพิ่มจากโทษเดิม 17 วัน   -ระทึกกลางถนนที่กาญจนบุรี สาวโพสต์คลิปนาทีคนร้ายชิงเก๋งหนีตร. ท่าทางเหมือนคนขาดสติ บางช่วงมีท่าทีว่าจะขับรถพุ่งชนรถคันที่ถ่ายคลิปด้วย สุดท้ายไม่รอดถูกสกัดจับเอาไว้ได้ หลังขับรถหนีไปกว่า 7 กิโลเมตร สอบสวนหนุ่มคลั่งรายนี้พูดจาไม่รู้เรื่อง และจากการตรวจค้นภายในตัวพบอาวุธมีด 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก หลังหายคลุ้มคลั่งหนุ่มรายนี้ได้บอกเครียดเนื่องจากมีปัญหาครอบครัว ทะเลาะกับภรรยา จึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านมา และใช้มีดจี้ชิงรถชาวบ้านมาขับจนกระทั่งถูกจับกุมตัวดังกล่าว   -พี่สาวร้องขอความเป็นธรรม น้องสาววัย 21 ปี ที่มีอาการเมาเล็กน้อยประสบอุบัติเหตุขณะขี่ จยย.กลับบ้าน เจอคู่กรณีที่ขับชนไม่ช่วย แถมลากไปข่มขืน สุดท้ายบอกจะจ่ายค่าทำขวัญให้ 500 แต่ไม่ยอมจึงเข้าแจ้งความ น้องสาวโดนแจ้งความเมาแล้วขับ ตรวจร่างกายเจอคราบอสุจิ แต่ตำรวจไม่ดำเนินคดี ไม่แจ้งข้อหาอะไรคู่กรณี   ด้านคู่กรณียอมรับว่า มีเพศสัมพันธ์กันจริง แต่ฝ่ายหญิงสมยอม ไม่ได้ข่มขืน ด้าน ตร.เจ้าของคดีบอกไม่นิ่งนอนใจ รอรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา   -เพื่อนบ้านบ้า อ้างวิญญาณผีเข้าสิง ใช้ปืนยิงเพื่อนบ้านด้วยกัน กระสุนพรุ่นทั่วร่าง ตร.ตามจับเจอเมาพูดไม่รู้เรื่อง อ้างผีร้ายเข้าสิงทำไปไม่รู้ตัว ตร.ไม่เชื่อ คุมตัวดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZCV321iitnY

 2,184
สังคม
12 ก.พ. 63

ย้อนชมนาที ผบ.ทบ.แถลงทั้งน้ำตา ขอโทษ ปชช. เหตุกราดยิงที่โคราช ลั่นขอทำหน้าที่จนถึงวันเกษียณ

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงขอโทษทั้งน้ำตาประชาชนที่ผู้ก่อเหตุที่ จ.นครราชสีมา นั้นเป็นกำลังพลของกองทัพบก จนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ กับทุกครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทันที่ที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกปืนสังหารประชาชนนั้น เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว แต่ถือเป็นอาชญากรทันที ส่วนที่มีการตั้งคำถามจะให้ ตนแสดงสปิริตลาออกนั้น ขอถามกลับว่าสมควรหรือไม่ที่จะถามตนแบบนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ทำผิดในราชการทหาร จึงขอให้ทุกคนดูที่ข้อเท็จจริง และอย่าด่ากล่าวโทษทหารทั้งกองทัพ เพราะทหารมีหลายหน่วยที่ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผู้บัญชาการทหารบก   พลเอกอภิรัชต์ ยังลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจนำอาวุธปืนส่วนตัว มาก่อเหตุตั้งแต่แรก จำนวน 5กระบอก ก่อนจะมาก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้อง โดยยอมรับว่า และไปก่อเหตุในค่ายสุรนารี หลายจุด กราดยิง ทหารยาม ปล้นปืน HK จากทหารยามและไปปล้นปืนในคลังอาวุธ ก่อนไปปล้นรถจี๊บ และไปปล้นกระสุน ที่คลังกระสุน ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุในค่ายทหาร มีทหารเข้ามาระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บ และคนร้ายหนีออกไปจากค่ายทหารได้ และไปก่อเหตุตามรายทาง ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมาตรการในการดูแลค่ายทหารที่แตกต่างกัน บางค่ายมีความหละหลวม ซึ่งจะมีการพิจารณาลงโทษต่อไป   ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยมูลเหตุการณ์ก่อเหตุของคนร้าย ครั้งนี้ ว่าเกิดการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา และเครือญาติ ที่มีการผิดสัญญา ในการทำธุรกรรมซื้อที่ดินร่วมกัน ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป จะไม่ท้อถอย จะแก้ปัญหาการกดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่จะเปิดช่องทางร้องเรียนโดยตรงมายังตนโดยไม่ผ่านทหารเพื่อให้เป็นความลับ จะได้รู้ว่าใครถูกเอาเปรียบอย่างไร และเอาผิดลงโทษ ผู้บังคับบัญชาที่เอาเปรียบอย่างถึงที่สุด   พร้อมเปิดเผยว่าในการแถลงข่าววันนี้ก็ได้รับคำแนะนำจากลูกสาวขอไม่ให้ใช้อารมณ์ไม่พูดจาหยาบคาย ยืนยันว่าอารมณ์คำพูดที่ถ่ายทอดออกมาเกิดจากความโศกเศร้า ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ สื่อเองก็ได้รับบทเรียนจากการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ตนไม่ขอเข้าก้าวล่วง   เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นบทเรียนในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในอนาคตเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่นั้น พลเอกอภิรัชต์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าแม้ทุกคนจะเติบโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ก็เรียนในโรงเรียนทหารด้วยกันกินข้าวหม้อเดียวกัน การดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้รับการปลูกฝังมาโดยตลอดว่า ทุกคนก็อยู่ใต้บังคับบัญชา ตนจะดูแลอย่างดี ซึ่งตนได้พูดอยู่เสมอ ว่าผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับควรมีหน้าที่อย่างไร ผู้บังคับบัญชาไม่ใช่แต่จะไปบังคับบัญชาคนอื่นแต่จะต้องบังคับตนเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์ในค่ายทหาร   ดังนั้นตนพร้อมจะใช้อำนาจของผู้บัญชาการทหารบก จนวันสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่งเพื่อปราบขบวนการ หน่วยร่วมกับพ่อค้าเป็นนายหน้า อย่างปัญหาการซื้อขายบ้านสวัสดิการทหารที่เกิดขึ้น มีการวิ่งเต้นกัน ซึ่งไม่อยากจะสาธยายมากแต่มีข้อมูลไว้หมดแล้ว และภายในเดือนเมษายนนี้ตั้งแต่นายพล ยัน พันเอก หลายคนจะไม่มีงานทำอย่างแน่นอนเพราะตนเติบโตมากับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และหลายอย่างก็ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วว่าตนจำเป็นจะต้องจัดการ   ส่วนกระแสทางสังคมที่เรียกร้องให้ ผบ.ทบ.ลาออก นั้น ยืนยันว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นกำลังพลของกองทัพแต่เป็นการก่อเหตุที่ไม่ใช่การปฏิบัติภารกิจทางทหาร ดังนั้นสมควรหรือไม่ที่จะใช้คำถามนี้กับตนยืนยันตนมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างอย่างที่ออกคำสั่งตำแหน่งที่ผ่านมาทุกวิกฤตและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทุกวิกฤตจนวันที่จะใกล้เกษียณอายุราชการ เรื่องใดที่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตนรับผิดชอบทั้งหมด แต่ไม่สามารถที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำในเรื่องส่วนตัวได้ และถือเป็นเรื่องก่ออาชญากรรม   ส่วนที่มีกระแสดราม่าที่ตนใส่เครื่องแบบเต็มยศในการลงพื้นที่นั้น ยืนยันว่าเป็นปกติที่ปฏิบัติงานจะใส่เครื่องแบบเต็มไปทำหน้าที่ และทำใจอยู่แล้วว่าต้องถูกวิจารณ์  

 469
สังคม
12 ก.พ. 63

ผบ.ทบ. แถลงขอโทษประชาชนทั้งน้ำตาจากเหตุกราดยิง ลั่น หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียว

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงขอโทษประชาชนทั้งน้ำตาถึงการก่อเหตุที่ จ.นครราชสีมา โดยรวมเป็นการขอโทษที่บุคลากรของกองทัพไปก่อเหตุและประกาศว่าจะต้องมีการลงโทษผู้ที่ทำงานหละหลวม และขออย่าด่ากล่าวโทษทหารทั้งกองทัพ หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียว ซึ่งในบางช่วงบางตอนก็มีน้ำเสียงที่สั่นเครือและมีน้ำตาคลอ   เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.) 09.00น. ผู้บัญชาการทหารบก แถลงทั้งน้ำตา ขอโทษประชาชน ที่บุคลากรของกองทัพก่อเหตุกราดยิงที่โคราช เผยผู้ก่อเหตุตั้งใจพกอาวุธส่วนตัวมา 5 ชนิดก่อนเริ่มก่อเหตุ และเข้ากราดยิงหลายจุดในค่ายทหารเพื่อปล้นอาวุธ ทำให้ไม่สามารถระงับเหตุได้ พบสาเหตุมาจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมของผู้บังคับบัญชา และการผิดสัญญาในการกู้ยืมเงิน   โดยมีการขอร้องอย่าด่ากองทัพทั้งหมด เพราะทหารมีหลายหน่วยที่ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก หากจะด่าให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผบ.ทบ. ยืนยันจะเดินหน้าปรับปรุงกองทัพให้ดีขึ้นและเตรียมเปิดช่องทางสื่อสารส่วนตัวให้ผู้ใต้บังคับบัญชาร้องเรียนผู้บังคับบัญชา แก้ปัญหาการถูกกดขี่ของทหารชั้นผู้น้อย   ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางทางกองทัพจะรับผิดชอบอย่างไร ผบ.ทบ.ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณีเป็นเรื่องที่ไม่ใช่การปฎิบัติการทางทหารเป็นเรื่องบาดหมางจิตใจและเป็นการก่ออาชญากรรม หากจะให้รับผิดชอบต่อผู้เสียหาย ทางกองทัพก็จะรับผิดชอบตามมาตรฐานโดยเฉพาะทหารที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่แม้จะเป็นชั้นผู้น้อย    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์และจะพระราชทานเพลิงศพให้ และกองทัพจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุดรวมทั้ง ครอบครัวผู้เสียชีวิตของประชาชน กองทัพพร้อมเปิดรับทายาทเข้ารับราชการทหารตามคุณวุฒิ ส่วนทายาท หากกำลังศึกษาศึกเล่าเรียนอยู่ก็จะส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ตลอดจนถึงที่สุด   ส่วนประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ หากมีความประสงค์ต้องการรับราชการทหารกองทัพบกก็พร้อมเปิดรับโดยไม่มีข้อแม้เช่นกัน   ส่วนกระแสทางสังคมที่เรียกร้องให้ ผบ.ทบ.ลาออก นั้น ยืนยันว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นกำลังพลของกองทัพแต่เป็นการก่อเหตุที่ไม่ใช่การปฎิบัติภารกิจทางทหาร ดังนั้นสมควรหรือไม่ที่จะใช้คำถามนี้ ตนยืนยันว่าตนมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างอย่างที่ออกคำสั่งตำแหน่งที่ผ่านมาทุกวิกฤต และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทุกวิกฤตจนวันที่จะใกล้เกษียณอายุราชการ เรื่องใดที่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตนรับผิดชอบทั้งหมด แต่ไม่สามารถที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำในเรื่องส่วนตัวได้ และถือเป็นเรื่องก่ออาชญากรรม   สำหรับประเด็นเรื่องของธุรกิจในค่ายทหาร ที่เป็นการหาผลประโยชน์จากทหารชั้นผู้น้อย เรื่องนี้ทางผบ.ทบ.ย้ำว่า ในช่วงที่ตนรับราชการอยู่ จะเอาผิดไม่เว้นในทุกระดับชนชั้น ซึ่งในหลายช่วงของการแถลงข่าว ทางผบ.ทบ.ก็มีน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอมาหลายครั้ง บางช่วงถึงกับต้องหยุดพูดไปพักหนึ่งเลยทีเดียว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UKoh0FVXSI0

 14
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 63

ผบ.ทบ.แถลงทั้งน้ำตา เหตุกราดยิงโคราช ตอบดราม่าใส่เครื่องแบบเต็มยศลงพื้นที่ ลั่นไม่ลาออก!

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงขอโทษสังคมทั้งน้ำตา ต่อเหตุกราดยิงโคราช โดยคนร้ายเป็นกำลังพลของกองทัพบก จนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ กับทุกครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทันที่ที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกปืนสังหารประชาชนนั้น เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว แต่ถือเป็นอาชญากรทันที   ส่วนที่มีการตั้งคำถามจะให้ ตนแสดงสปิริตลาออกนั้น ขอถามกลับว่าสมควรหรือไม่ที่จะถามตนแบบนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ทำผิดในราชการทหาร จึงขอให้ทุกคนดูที่ข้อเท็จจริง และอย่าด่ากล่าวโทษทหารทั้งกองทัพ เพราะทหารมีหลายหน่วยที่ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผู้บัญชาการทหารบก   พลเอกอภิรัชต์ ยังลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจนำอาวุธปืนส่วนตัว มาก่อเหตุตั้งแต่แรก จำนวน 5 กระบอก ก่อนจะมาก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้อง โดยยอมรับว่า และไปก่อเหตุในค่ายสุรนารี หลายจุด กราดยิง ทหารยาม ปล้นปืน HK จากทหารยามและไปปล้นปืนในคลังอาวุธ ก่อนไปปล้นรถจี๊บ และไปปล้นกระสุน ที่คลังกระสุน ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุในค่ายทหาร มีทหารเข้ามาระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บ และคนร้ายหนีออกไปจากค่ายทหารได้ และไปก่อเหตุตามรายทาง ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมาตรการในการดูแลค่ายทหารที่แตกต่างกัน บางค่ายมีความหละหลวม ซึ่งจะมีการพิจารณาลงโทษต่อไป   มูลเหตุการก่อเหตุของคนร้าย เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา และเครือญาติที่มีการผิดสัญญา ในการทำธุรกรรมซื้อที่ดินร่วมกัน ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป จะไม่ท้อถอย จะแก้ปัญหาการกดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่จะเปิดช่องทางร้องเรียนโดยตรงมายังตนโดยไม่ผ่านทหารเพื่อให้เป็นความลับ จะได้รู้ว่าใครถูกเอาเปรียบอย่างไร และเอาผิดลงโทษ ผู้บังคับบัญชาที่เอาเปรียบอย่างถึงที่สุด   เมื่อถามว่าทางกองทัพจะรับผิดชอบอย่างไร ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณีเป็นเรื่องที่ไม่ใช่การปฎิบัติการทางทหารเป็นเรื่องบาดหมางจิตใจและเป็นการก่ออาชญากรรม หากจะให้รับผิดชอบต่อผู้เสียหายทางกองทัพก็จะรับผิดชอบตามมาตรฐาน โดยเฉพาะทหารที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่แม้จะเป็นชั้นผู้น้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์และจะพระราชทานเพลิงศพให้ และกองทัพจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุดรวมทั้ง ครอบครัวผู้เสียชีวิตของประชาชน กองทัพพร้อมเปิดรับทายาทเข้ารับราชการทหารตามคุณวุฒิ ส่วนทายาทหากกำลังศึกษาศึกเล่าเรียนอยู่ก็จะส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ตลอดจนถึงที่สุด   ส่วนประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ หากมีความประสงค์ต้องการรับราชการทหารกองทัพบกก็พร้อมเปิดรับโดยไม่มีข้อแม้เช่นกัน   เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นบทเรียนในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในอนาคตเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่นั้น พลเอกอภิรัชต์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าแม้ทุกคนจะเติบโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ก็เรียนในโรงเรียนทหารด้วยกันกินข้าวหม้อเดียวกัน การดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้รับการปลูกฝังมาโดยตลอดว่า ทุกคนก็อยู่ใต้บังคับบัญชา ตนจะดูแลอย่างดี ซึ่งตนได้พูดอยู่เสมอ ว่าผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับควรมีหน้าที่อย่างไร ผู้บังคับบัญชาไม่ใช่แต่จะไปบังคับบัญชาคนอื่นแต่จะต้องบังคับตนเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์ในค่ายทหาร   ดังนั้นตนพร้อมจะใช้อำนาจของผู้บัญชาการทหารบก จนวันสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่งเพื่อปราบขบวนการ หน่วยร่วมกับพ่อค้าเป็นนายหน้า อย่างปัญหาการซื้อขายบ้านสวัสดิการทหารที่เกิดขึ้น มีการวิ่งเต้นกัน ซึ่งไม่อยากจะสาธยายมากแต่มีข้อมูลไว้หมดแล้ว และภายในเดือนเมษายนนี้ตั้งแต่นายพล ยัน พันเอก หลายคนจะไม่มีงานทำอย่างแน่นอนเพราะตนเติบโตมากับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และหลายอย่างก็ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วว่าตนจำเป็นจะต้องจัดการ   เช่นการกำหนดมาตรการการจัดซื้ออาวุธของนายทหาร เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธส่วนตัวที่ครอบครองถึง 5 ชนิด และซื้อมาจากโครงการสวัสดิการในหน่วยงานอื่นทั้งที่ความเป็นจริงทหารไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธส่วนตัว เพราะมีอาวุธของหน่วยงานอยู่แล้ว   ส่วนปัญหาบ้านพัก กองทัพก็มีบ้านพักให้กำลังพลได้อยู่ฟรีไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ดังนั้นภายในเดือนนี้จะขีดเส้นตายให้ทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ยังอยู่บ้านพักฟรี ต้องย้ายออกเพื่อเปิดโอกาสให้นายทหารที่ไม่มีบ้านได้เข้ามาอยู่ต่อได้   นอกจากนี้ยังพบปัญหาทหารชั้นผู้น้อย ถูกหลอกจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ รวมทั้งผู้ก่อเหตุยังมีเหตุจูงใจจากการใช้ชีวิตที่ไม่พอเพียง เช่นการเอาเงินไปซื้อปืนหลายกระบอกในราคาแพง จึงจำเป็นต้องปฏิรูปปรับเปลี่ยน เอาจริงเรื่องไหนไม่จำเป็นจะยกเลิก รวมทั้งจะเอาจริงกับคนที่เอาเปรียบหน่วยงานและเพื่อนร่วมงาน ยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ ซึ่งภายในวงรอบการโยกย้ายรอบนี้ถ้ามันใจว่าจะได้เห็นดีกันแน่ ยืนยันไม่ได้วัวหายและรอบคอบ   ไม่ใช่ว่าเพราะเกิดเหตุแล้วถึงค่อยมาดำเนินการเพราะในการดำเนินการหลายๆอย่าง ผู้บัญชาการทหารบกแต่ละคนมีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันแนวทางการแก้ไขปัญหาก็ต่างกัน นโยบายหลายอย่างเป็นนโยบายภาพรวมของกองทัพสมัยนั้น ดังนั้นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพบกในยุคนั้นสมัยนั้น และในสภาวะสถานการณ์แบบนั้นก็แก้ปัญหาไปตามภาวะเหตุการณ์ ส่วนตนได้เริ่มเห็นปัญหามาโดยตลอด ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องเริ่มทำกันใหม่ ปรับตัวปรับสภาพเพราะไม่มีองค์กรใดที่จะแก้ไขปัญหาได้ 100% ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไปก็จะต้องยึดแนวทางนี้   อย่างไรก็ตาม ขอร้องอย่าเอาปัญหนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะปัจจุบันตนไม่พูดเรื่องทางการเมือง   ส่วนกระแสทางสังคมที่เรียกร้องให้ ผบ.ทบ.ลาออก นั้น ยืนยันว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นกำลังพลของกองทัพแต่เป็นการก่อเหตุที่ไม่ใช่การปฎิบัติภารกิจทางทหาร ดังนั้นสมควรหรือไม่ที่จะใช้คำถามนี้กับตนยืนยันตนมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างตามที่ออกคำสั่ง ตำแหน่งที่ผ่านมาทุกวิกฤตและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทุกวิกฤตจนวันที่จะใกล้เกษียณอายุราชการ เรื่องใดที่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตนรับผิดชอบทั้งหมด แต่ไม่สามารถที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำในเรื่องส่วนตัวได้ และถือเป็นเรื่องก่ออาชญากรรม   ส่วนปัญหาที่การปฏิบัติการครั้งนี้ มีการใช้ระยะเวลานานนั้น ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องข้อจำกัด ด้านข้อมูลโครงสร้างอาคาร ที่จะต้องวางแผนศึกษาก่อนลงมือปฎิบัติการ จนทำให้เสียเวลาช่วงนี้ไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ล่าช้าเพราะมีประชาชนติดค้างอยู่ในห้างจำนวนมาก และมีการรายงานข่าวจนทำให้คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคนรอดปลอดภัยกลับมา และหน้าที่ในการบัญชาการเป็นของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ   ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการดูแลคลังอาวุธที่ไม่รัดกุมทำให้ผู้ก่อเหตุปล้นอาวุธออกมาได้ง่าย และจะเปลี่ยนใช้เทคโนโลยีแบบต่างประเทศหรือไม่นั้น ยืนยันว่ามาตรการที่กองทัพใช้อยู่ อยู่ในระดับมาตรฐาน ถึงขั้นผู้ก่อเหตุเองต้องกำลังในการก่อเหตุเพื่อให้สามารถปล้นได้ และถ้าใครอยู่ในเหตุการณ์ก็ตัเข้าใจเพราะเหตุเกิดจากคนในค่ายเอง ความคาดคิดถึงไม่เกิดขึ้น   ส่วนที่มีกระแสดราม่าที่ตนใส่เครื่องแบบเต็มยศในการลงพื้นที่นั้น ยืนยันว่าเป็นปกติที่ปฏิบัติงานจะใส่เครื่องแบบเต็มไปทำหน้าที่ และทำใจอยู่แล้วว่าต้องถูกวิจารณ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/23FPVn8b61I

 860
สังคม
12 ก.พ. 63

ผบ.ทบ.แถลงทั้งน้ำตา เหตุกราดยิงโคราช ตอบดราม่าใส่เครื่องแบบเต็มยศลงพื้นที่ ลั่นไม่ลาออก!

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงขอโทษสังคมทั้งน้ำตา ต่อเหตุกราดยิงโคราช โดยคนร้ายเป็นกำลังพลของกองทัพบก จนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ กับทุกครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทันที่ที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกปืนสังหารประชาชนนั้น เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว แต่ถือเป็นอาชญากรทันที   ส่วนที่มีการตั้งคำถามจะให้ ตนแสดงสปิริตลาออกนั้น ขอถามกลับว่าสมควรหรือไม่ที่จะถามตนแบบนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ทำผิดในราชการทหาร จึงขอให้ทุกคนดูที่ข้อเท็จจริง และอย่าด่ากล่าวโทษทหารทั้งกองทัพ เพราะทหารมีหลายหน่วยที่ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผู้บัญชาการทหารบก   พลเอกอภิรัชต์ ยังลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจนำอาวุธปืนส่วนตัว มาก่อเหตุตั้งแต่แรก จำนวน 5 กระบอก ก่อนจะมาก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้อง โดยยอมรับว่า และไปก่อเหตุในค่ายสุรนารี หลายจุด กราดยิง ทหารยาม ปล้นปืน HK จากทหารยามและไปปล้นปืนในคลังอาวุธ ก่อนไปปล้นรถจี๊บ และไปปล้นกระสุน ที่คลังกระสุน ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุในค่ายทหาร มีทหารเข้ามาระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บ และคนร้ายหนีออกไปจากค่ายทหารได้ และไปก่อเหตุตามรายทาง ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมาตรการในการดูแลค่ายทหารที่แตกต่างกัน บางค่ายมีความหละหลวม ซึ่งจะมีการพิจารณาลงโทษต่อไป   มูลเหตุการก่อเหตุของคนร้าย เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา และเครือญาติที่มีการผิดสัญญา ในการทำธุรกรรมซื้อที่ดินร่วมกัน ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป จะไม่ท้อถอย จะแก้ปัญหาการกดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่จะเปิดช่องทางร้องเรียนโดยตรงมายังตนโดยไม่ผ่านทหารเพื่อให้เป็นความลับ จะได้รู้ว่าใครถูกเอาเปรียบอย่างไร และเอาผิดลงโทษ ผู้บังคับบัญชาที่เอาเปรียบอย่างถึงที่สุด   เมื่อถามว่าทางกองทัพจะรับผิดชอบอย่างไร ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณีเป็นเรื่องที่ไม่ใช่การปฎิบัติการทางทหารเป็นเรื่องบาดหมางจิตใจและเป็นการก่ออาชญากรรม หากจะให้รับผิดชอบต่อผู้เสียหายทางกองทัพก็จะรับผิดชอบตามมาตรฐาน โดยเฉพาะทหารที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่แม้จะเป็นชั้นผู้น้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์และจะพระราชทานเพลิงศพให้ และกองทัพจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุดรวมทั้ง ครอบครัวผู้เสียชีวิตของประชาชน กองทัพพร้อมเปิดรับทายาทเข้ารับราชการทหารตามคุณวุฒิ ส่วนทายาทหากกำลังศึกษาศึกเล่าเรียนอยู่ก็จะส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ตลอดจนถึงที่สุด   ส่วนประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ หากมีความประสงค์ต้องการรับราชการทหารกองทัพบกก็พร้อมเปิดรับโดยไม่มีข้อแม้เช่นกัน   เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นบทเรียนในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในอนาคตเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่นั้น พลเอกอภิรัชต์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าแม้ทุกคนจะเติบโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ก็เรียนในโรงเรียนทหารด้วยกันกินข้าวหม้อเดียวกัน การดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้รับการปลูกฝังมาโดยตลอดว่า ทุกคนก็อยู่ใต้บังคับบัญชา ตนจะดูแลอย่างดี ซึ่งตนได้พูดอยู่เสมอ ว่าผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับควรมีหน้าที่อย่างไร ผู้บังคับบัญชาไม่ใช่แต่จะไปบังคับบัญชาคนอื่นแต่จะต้องบังคับตนเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์ในค่ายทหาร   ดังนั้นตนพร้อมจะใช้อำนาจของผู้บัญชาการทหารบก จนวันสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่งเพื่อปราบขบวนการ หน่วยร่วมกับพ่อค้าเป็นนายหน้า อย่างปัญหาการซื้อขายบ้านสวัสดิการทหารที่เกิดขึ้น มีการวิ่งเต้นกัน ซึ่งไม่อยากจะสาธยายมากแต่มีข้อมูลไว้หมดแล้ว และภายในเดือนเมษายนนี้ตั้งแต่นายพล ยัน พันเอก หลายคนจะไม่มีงานทำอย่างแน่นอนเพราะตนเติบโตมากับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และหลายอย่างก็ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วว่าตนจำเป็นจะต้องจัดการ   เช่นการกำหนดมาตรการการจัดซื้ออาวุธของนายทหาร เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธส่วนตัวที่ครอบครองถึง 5 ชนิด และซื้อมาจากโครงการสวัสดิการในหน่วยงานอื่นทั้งที่ความเป็นจริงทหารไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธส่วนตัว เพราะมีอาวุธของหน่วยงานอยู่แล้ว   ส่วนปัญหาบ้านพัก กองทัพก็มีบ้านพักให้กำลังพลได้อยู่ฟรีไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ดังนั้นภายในเดือนนี้จะขีดเส้นตายให้ทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ยังอยู่บ้านพักฟรี ต้องย้ายออกเพื่อเปิดโอกาสให้นายทหารที่ไม่มีบ้านได้เข้ามาอยู่ต่อได้   นอกจากนี้ยังพบปัญหาทหารชั้นผู้น้อย ถูกหลอกจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ รวมทั้งผู้ก่อเหตุยังมีเหตุจูงใจจากการใช้ชีวิตที่ไม่พอเพียง เช่นการเอาเงินไปซื้อปืนหลายกระบอกในราคาแพง จึงจำเป็นต้องปฏิรูปปรับเปลี่ยน เอาจริงเรื่องไหนไม่จำเป็นจะยกเลิก รวมทั้งจะเอาจริงกับคนที่เอาเปรียบหน่วยงานและเพื่อนร่วมงาน ยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ ซึ่งภายในวงรอบการโยกย้ายรอบนี้ถ้ามันใจว่าจะได้เห็นดีกันแน่ ยืนยันไม่ได้วัวหายและรอบคอบ   ไม่ใช่ว่าเพราะเกิดเหตุแล้วถึงค่อยมาดำเนินการเพราะในการดำเนินการหลายๆอย่าง ผู้บัญชาการทหารบกแต่ละคนมีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันแนวทางการแก้ไขปัญหาก็ต่างกัน นโยบายหลายอย่างเป็นนโยบายภาพรวมของกองทัพสมัยนั้น ดังนั้นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพบกในยุคนั้นสมัยนั้น และในสภาวะสถานการณ์แบบนั้นก็แก้ปัญหาไปตามภาวะเหตุการณ์ ส่วนตนได้เริ่มเห็นปัญหามาโดยตลอด ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องเริ่มทำกันใหม่ ปรับตัวปรับสภาพเพราะไม่มีองค์กรใดที่จะแก้ไขปัญหาได้ 100% ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไปก็จะต้องยึดแนวทางนี้   อย่างไรก็ตาม ขอร้องอย่าเอาปัญหนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะปัจจุบันตนไม่พูดเรื่องทางการเมือง   ส่วนกระแสทางสังคมที่เรียกร้องให้ ผบ.ทบ.ลาออก นั้น ยืนยันว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นกำลังพลของกองทัพแต่เป็นการก่อเหตุที่ไม่ใช่การปฎิบัติภารกิจทางทหาร ดังนั้นสมควรหรือไม่ที่จะใช้คำถามนี้กับตนยืนยันตนมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างตามที่ออกคำสั่ง ตำแหน่งที่ผ่านมาทุกวิกฤตและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทุกวิกฤตจนวันที่จะใกล้เกษียณอายุราชการ เรื่องใดที่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตนรับผิดชอบทั้งหมด แต่ไม่สามารถที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำในเรื่องส่วนตัวได้ และถือเป็นเรื่องก่ออาชญากรรม   ส่วนปัญหาที่การปฏิบัติการครั้งนี้ มีการใช้ระยะเวลานานนั้น ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องข้อจำกัด ด้านข้อมูลโครงสร้างอาคาร ที่จะต้องวางแผนศึกษาก่อนลงมือปฎิบัติการ จนทำให้เสียเวลาช่วงนี้ไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ล่าช้าเพราะมีประชาชนติดค้างอยู่ในห้างจำนวนมาก และมีการรายงานข่าวจนทำให้คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคนรอดปลอดภัยกลับมา และหน้าที่ในการบัญชาการเป็นของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ   ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการดูแลคลังอาวุธที่ไม่รัดกุมทำให้ผู้ก่อเหตุปล้นอาวุธออกมาได้ง่าย และจะเปลี่ยนใช้เทคโนโลยีแบบต่างประเทศหรือไม่นั้น ยืนยันว่ามาตรการที่กองทัพใช้อยู่ อยู่ในระดับมาตรฐาน ถึงขั้นผู้ก่อเหตุเองต้องกำลังในการก่อเหตุเพื่อให้สามารถปล้นได้ และถ้าใครอยู่ในเหตุการณ์ก็ตัเข้าใจเพราะเหตุเกิดจากคนในค่ายเอง ความคาดคิดถึงไม่เกิดขึ้น   ส่วนที่มีกระแสดราม่าที่ตนใส่เครื่องแบบเต็มยศในการลงพื้นที่นั้น ยืนยันว่าเป็นปกติที่ปฏิบัติงานจะใส่เครื่องแบบเต็มไปทำหน้าที่ และทำใจอยู่แล้วว่าต้องถูกวิจารณ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/23FPVn8b61I

 860

Top