ค้นหา :

ผลการค้นหา "บิ๊กแดง"

การเมือง
18 ก.พ. 63

เด้งอีกระลอก! 'บิ๊กแดง' เซ็นย้ายผู้พันต่อหน้าศาลพระเจ้าตากสิน

 พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่าขณะนี้ตนกำลังเซ็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับพันเอก และเซ็นย้ายจริง ไม่ได้พูดเล่น เพราะเซ็นต่อหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผล และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีความศักดิ์สิทธิ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวข้องในหลายส่วน ที่กำลังพลร้องเรียนมา โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุรุนแรง   เมื่อถามว่า ในส่วน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ถูกปรับย้ายด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรม เป็นกรณีไป ไม่ใช่เลือดเข้าตา ก็จะสั่งย้ายหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีความตื่นตัวในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผมไม่สน ว่าเป็นเด็กใคร   ส่วนประเด็นการตั้งศูนย์ร้องเรียนสายตรงมายัง ผบ.ทบ.จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า เราให้เอาท์ซอร์ซ ดำเนินการเป็นเอกชนทั้งหมด เพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล ส่วนการพิจารณาว่า ข้อร้องเรียนไหนเป็นเรื่องจริง หรือใส่ร้าย ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ฟังดูก็รู้แล้วว่าอะไรเท็จ อะไรจริง   พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ในวันที่ 19 ก.พ. ตนจะให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงรายละเอียด ส่วนการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์ กว่า 40 รายการนั้น ทุกอย่างดำเนินการตามลำดับ ไม่ได้ขีดเส้นหรือกำหนดกรอบเวลาแต่อย่างใด   เมื่อถามว่า นักกฎหมายแนะนำเครือญาตผู้เสียหาย ฟ้องร้องกองทัพ และ ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า การก่อเหตุเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่คำสั่งกองทัพ หากทหารมีเรื่องกับทหาร ต้องขึ้นศาลทหาร แต่ถ้าหาก ทหารมีเรื่องกับพลเรือน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ต้องแยกให้ออก  

 2,587
สังคม
16 ก.พ. 63

กมธ.ทหาร เรียก ‘บิ๊กแดง’ แจงเหตุกราดยิงโคราช - ทบ. ยัน ไม่ได้รับแม่คนร้ายมาดูแลในค่ายทหาร

คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพลเอกสมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เพื่อนัดประชุมกรรมาธิการฯ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่อาคารรัฐสภา เพื่อพิจารณาปัญหาและผลกระทบจากเหตุกราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา    โดยจะเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พลโทธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2, เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก,เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก  และผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ให้มาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ด้วย   โดยกรรมาธิการฯจะสอบถามตั้งแต่มูลเหตุก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยิงผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต ก่อนที่จะไปก่อเหตุปล้นอาวุธในคลังแสงในค่ายทหาร จนกระทั่งก่อเหตุกราดยิงกลางเมืองจนเกิดความสูญเสียกับประชาชน เพื่อรวบรวมประเด็นที่เป็นประโยชน์เสนอต่อสภา ส่งต่อไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะกรณีที่เกิดขึ้นควรเป็นตัวอย่างให้มีการยกเครื่อง ปรับปรุงแก้ไข รวมถึงปกป้องเหตุในทำนองเดียวกันในอนาคตด้วย   นอกจากนี้ อาจจะมีการสอบถามถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในค่ายหทาร และแม้ว่าเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุจะไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้ แต่ก็จำเป็นต้องพูดถึงมูลเหตุที่ปรากฏเป็นข่าวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา   ทั้งนี้ จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย ว่าแม่ของผู้ก่อเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา ทำใจไม่ได้ จนต้องนำตัวมาคุมเข้มในค่ายทหาร เพราะเกรงว่าจะคิดสั้นนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกองทัพบก กระทรวงกลาโหม พบว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีมูลความจริง กองทัพภาคที่ 2 ไม่ได้รับแม่ของผู้ก่อเหตุเข้ามาอยู่ในค่ายทหารแต่อย่างใด จึงขอให้งดแชร์ข่าวดังกล่าว         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/MVSVJQnFf8w  

 2,915
สังคม
13 ก.พ. 63

'บิ๊กแดง' เปิดใจหลังหลั่งน้ำตา เผยตนเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหว รู้สึกเสียใจที่มีพลทหารตายในหน้าที่

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการแถลงเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา และกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โดยบอกว่าตนเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะสิ่งที่เสียใจที่สุดคือการสูญเสียผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพลทหารเมธา เลิศศิริ ที่ไม่มีใครกล่าวถึงว่าเขาเสียชีวิตระหว่างยืมยามรักษาการณ์แต่ไปมองว่ากองทัพหละหลวม    ตนถามว่าถ้าหละหลวมจะมียืนยามรักษาการณ์อยู่ไหม เพราะคนที่เห็นหน้ากันทุกวันใครจะรู้ว่าจะเดินเข้ามาแล้วเอาปืนมายิง คนทำงานด้วยกันเห็นหน้ากันทุกวันใครจะไปรู้ ใครจะไปเฉลียวใจ    ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่า ตอนนี้ก็สบายใจขึ้นหลังแถลงข่าวไป แต่ทุกคนก็ต้องพร้อมที่จะรับกับสิ่งที่ตนเองกระทำ ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 17 ก.พ. 2563 นี้ ตนจะเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ให้ได้ เพื่อรับข้อร้องเรียนจากกำลังพลโดยตรงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/W2JDmdGV1eo

 628
การเมือง
13 ก.พ. 63

ผบ.ทบ.เปิดใจหลังหลั่งน้ำตา รับเป็นคนอ่อนไหว จ่อเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ให้ทหารถูกเอาเปรียบร้องเรียน

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงผลพวงจากการแถลงเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้ว่า สื่อมีความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนของทั้งประเทศ และไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก กองทัพบกได้แสดงความเสียใจ และรับผิดชอบไปแล้ว   ส่วนสื่อออนไลน์ และสื่อโซเชียล ก็ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นเรื่องปกติ เราทำใจกันมานานแล้ว ห้ามไม่ได้ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ตนประหลาดใจกับการตั้งคำถามของสื่อ เพราะรู้สึกผิดคาด หลังสื่อตั้งคำถามด้วยความระมัดระวัง มากกว่าเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งวันที่ 11 ก.พ. นายกฯ ได้ไปร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพผู้เสียชีวิต   ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำว่าวิกฤตนี้ ไม่ควรจะลืมกันง่ายๆ ขอให้หันหน้าเข้าหากัน มุ่งไปที่ความปลอดภัยของประชาชน อย่ามุ่งเพียงคนนั้นดี คนนั้นเก่ง หรือคนอื่นไม่ดี ซึ่งสิ่งไม่ดีต้องมาช่วยกันแก้ไข ซึ่งตนผ่อนคลายลง หลังได้แสดงความรับผิดชอบ เพราะได้พูดจากใจ สิ่งที่เขียนขึ้นมาจากใจสรุปเป็นตัวปากกา ขอขอบคุณสื่อ ซึ่งสื่อเองก็ได้รับบทเรียน สื่อดิจิตอล กสทช. ก็ได้เชิญไปหารือ ว่าต่างประเทศบริหารจัดการอย่างไร เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ   ส่วนที่ตนหลั่งน้ำตา พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ตนเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะสิ่งที่เสียใจที่สุดคือการสูญเสียผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพลทหารเมธา เลิศศิริ ที่ไม่มีใครกล่าวถึงว่าเขาเสียชีวิตระหว่างยืนยามรักษาการณ์แต่ไปมองว่ากองทัพหละหลวม ตนถามว่าถ้าหละหลวมจะมียืนยามรักษาการณ์อยู่ไหม เพราะคนที่เห็นหน้ากันทุกวันใครจะรู้ว่าจะเดินเข้ามาแล้วเอาปืนมายิง คนทำงานด้วยกันเห็นหน้ากันทุกวันใครจะไปรู้ ใครจะไปเฉลียวใจ   อย่างไรก็ตาม ฝากขอให้คิดไปดูข้อความที่คนแชร์ในโซเชียลมีเดีย เรื่องเฉินหลง ที่บรรทัดแรกๆเขียนว่าเฉินหลง 65 ปีได้นอนอย่างสงบที่ฮ่องกง ทำให้เข้าใจว่าเฉินหลงเสียชีวิต แต่พอไล่บรรทัดถัดมาเขาก็เขียนว่า เฉินหลงตื่นเช้ามาก็ตื่นเช้าออกกำลังกายปกติ จึงอยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัด เวลาอ่านอะไรอย่าอ่านแค่ 3-4 บรรทัดแล้วไม่อ่าน   ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่า สบายใจขึ้นหลังแถลงข่าวแต่ทุกคนก็ต้องพร้อมที่จะรับกับสิ่งที่ตนเองกระทำ ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 17 ก.พ. 2563 นี้ ตนจะเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ให้ได้ เพื่อรับข้อร้องเรียนจากกำลังพลโดยตรงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังได้สั่งการไปวานนี้ ภายใต้การควบคุมของสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก จัดเจ้าหน้าที่รับสาย ตามเวลาราชการ 08.00-16.00 น. จันทร์ ถึงศุกร์ ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะบันทึกข้อความเสียงใจ   โดยทหารผู้ที่ถูกเอาเปรียบเมี่อจะต้องแจ้ง ชื่อ ตำแหน่ง หมายเลขประจำตัว และสังกัด ให้ทราบว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง หากแจ้งข้อมูลเท็จก็จะถูกดำเนินการทางกฎหมาย ตนขอรับรองว่าข้อมูลจะเป็นความลับ โดยเมื่อคืนก็มีคนส่งข้อความมาร้องเรียนกับตนเรื่องเบี้ยเลี้ยง ก็ได้ส่งไปถามผู้บังคับหน่วยดังกล่าว เพื่อให้ทำการแก้ไข ไม่ใช่ไปดูอย่างเดียว ในขั้นต้นผมก็มีการลงโทษ และในวงรอบต่อไปก็จะมีการปรับย้าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iG6ATUy0Zz8

 255
สังคม
13 ก.พ. 63

เซ่นพิษกราดยิงโคราช บิ๊กแดง ไฟเขียว มทภ.2 ฟันสั่งย้าย พ.อ.-พ.ท. พัวพันทุจริต

กรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ได้แถลงข่าวกรณีเหตุโคราชพร้อมระบุ ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ ผู้พันถึงนายพลจะไม่มีงานทำหากมีความไม่เหมาะสมและเกี่ยวพันเรื่องทุจริตและไม่แก้ไขปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชา      ปรากฎว่า ผบ.ทบ.ได้รับรายงานและข้อมูลว่า พ.อ.และ พ.ท.ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ถูกกล่าวหาพัวพันเรื่องทุจริตไม่จ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ(ผู้ปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์) จึงมีคำสังให้ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ดำเนินการ โดยมีคำสั่งให้ พ.อ.อุทัย แฝงกระโทก หัวหน้ากองกองยุทธยุทธการ (หก.กยก.)มณฑลทหารบกที่ 25 อดีตผู้บังคับกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 23(ผบ.ร.23 พัน 3) ย้ายมาช่วยราชการที่ กองกิจการพลเรือน(กกร.ทภ.2)กองทัพภาคที่ 2 และ พ.ท.ที เพิ่มพล ผบ.ร.23 พัน 3 ย้ายมาช่วยราชการที่ กองกำลังพลทัพภาคที่ 2 (กกพ.ทภ.2) โดยให้พ.อ.ศิริศักดิ์ บูรณ์เจริญ หัวหน้ากองกองข่าว(หก.กขว.มทบ.25 รักษาราชการแทน หก.กยก.มทบ.25 และให้ พ.ท.พงษ์พัฒน์ เตือนขุนทด หัวหน้าฝ่ายกำลังพล(หน.ฝกพ.) กองพลทหารราบที่ 6 รักษาราชการแทน ผบ.ร.23 พัน 3 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ลงวันที่้ 12 กุมภาพันธ์

 13,126
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 63

ผบ.ทบ.แถลงทั้งน้ำตา เหตุกราดยิงโคราช ตอบดราม่าใส่เครื่องแบบเต็มยศลงพื้นที่ ลั่นไม่ลาออก!

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงขอโทษสังคมทั้งน้ำตา ต่อเหตุกราดยิงโคราช โดยคนร้ายเป็นกำลังพลของกองทัพบก จนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ กับทุกครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทันที่ที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกปืนสังหารประชาชนนั้น เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว แต่ถือเป็นอาชญากรทันที   ส่วนที่มีการตั้งคำถามจะให้ ตนแสดงสปิริตลาออกนั้น ขอถามกลับว่าสมควรหรือไม่ที่จะถามตนแบบนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ทำผิดในราชการทหาร จึงขอให้ทุกคนดูที่ข้อเท็จจริง และอย่าด่ากล่าวโทษทหารทั้งกองทัพ เพราะทหารมีหลายหน่วยที่ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผู้บัญชาการทหารบก   พลเอกอภิรัชต์ ยังลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจนำอาวุธปืนส่วนตัว มาก่อเหตุตั้งแต่แรก จำนวน 5 กระบอก ก่อนจะมาก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้อง โดยยอมรับว่า และไปก่อเหตุในค่ายสุรนารี หลายจุด กราดยิง ทหารยาม ปล้นปืน HK จากทหารยามและไปปล้นปืนในคลังอาวุธ ก่อนไปปล้นรถจี๊บ และไปปล้นกระสุน ที่คลังกระสุน ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุในค่ายทหาร มีทหารเข้ามาระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บ และคนร้ายหนีออกไปจากค่ายทหารได้ และไปก่อเหตุตามรายทาง ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมาตรการในการดูแลค่ายทหารที่แตกต่างกัน บางค่ายมีความหละหลวม ซึ่งจะมีการพิจารณาลงโทษต่อไป   มูลเหตุการก่อเหตุของคนร้าย เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา และเครือญาติที่มีการผิดสัญญา ในการทำธุรกรรมซื้อที่ดินร่วมกัน ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป จะไม่ท้อถอย จะแก้ปัญหาการกดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่จะเปิดช่องทางร้องเรียนโดยตรงมายังตนโดยไม่ผ่านทหารเพื่อให้เป็นความลับ จะได้รู้ว่าใครถูกเอาเปรียบอย่างไร และเอาผิดลงโทษ ผู้บังคับบัญชาที่เอาเปรียบอย่างถึงที่สุด   เมื่อถามว่าทางกองทัพจะรับผิดชอบอย่างไร ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณีเป็นเรื่องที่ไม่ใช่การปฎิบัติการทางทหารเป็นเรื่องบาดหมางจิตใจและเป็นการก่ออาชญากรรม หากจะให้รับผิดชอบต่อผู้เสียหายทางกองทัพก็จะรับผิดชอบตามมาตรฐาน โดยเฉพาะทหารที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่แม้จะเป็นชั้นผู้น้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์และจะพระราชทานเพลิงศพให้ และกองทัพจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุดรวมทั้ง ครอบครัวผู้เสียชีวิตของประชาชน กองทัพพร้อมเปิดรับทายาทเข้ารับราชการทหารตามคุณวุฒิ ส่วนทายาทหากกำลังศึกษาศึกเล่าเรียนอยู่ก็จะส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ตลอดจนถึงที่สุด   ส่วนประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ หากมีความประสงค์ต้องการรับราชการทหารกองทัพบกก็พร้อมเปิดรับโดยไม่มีข้อแม้เช่นกัน   เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นบทเรียนในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในอนาคตเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่นั้น พลเอกอภิรัชต์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าแม้ทุกคนจะเติบโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ก็เรียนในโรงเรียนทหารด้วยกันกินข้าวหม้อเดียวกัน การดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้รับการปลูกฝังมาโดยตลอดว่า ทุกคนก็อยู่ใต้บังคับบัญชา ตนจะดูแลอย่างดี ซึ่งตนได้พูดอยู่เสมอ ว่าผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับควรมีหน้าที่อย่างไร ผู้บังคับบัญชาไม่ใช่แต่จะไปบังคับบัญชาคนอื่นแต่จะต้องบังคับตนเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์ในค่ายทหาร   ดังนั้นตนพร้อมจะใช้อำนาจของผู้บัญชาการทหารบก จนวันสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่งเพื่อปราบขบวนการ หน่วยร่วมกับพ่อค้าเป็นนายหน้า อย่างปัญหาการซื้อขายบ้านสวัสดิการทหารที่เกิดขึ้น มีการวิ่งเต้นกัน ซึ่งไม่อยากจะสาธยายมากแต่มีข้อมูลไว้หมดแล้ว และภายในเดือนเมษายนนี้ตั้งแต่นายพล ยัน พันเอก หลายคนจะไม่มีงานทำอย่างแน่นอนเพราะตนเติบโตมากับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และหลายอย่างก็ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วว่าตนจำเป็นจะต้องจัดการ   เช่นการกำหนดมาตรการการจัดซื้ออาวุธของนายทหาร เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธส่วนตัวที่ครอบครองถึง 5 ชนิด และซื้อมาจากโครงการสวัสดิการในหน่วยงานอื่นทั้งที่ความเป็นจริงทหารไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธส่วนตัว เพราะมีอาวุธของหน่วยงานอยู่แล้ว   ส่วนปัญหาบ้านพัก กองทัพก็มีบ้านพักให้กำลังพลได้อยู่ฟรีไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ดังนั้นภายในเดือนนี้จะขีดเส้นตายให้ทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ยังอยู่บ้านพักฟรี ต้องย้ายออกเพื่อเปิดโอกาสให้นายทหารที่ไม่มีบ้านได้เข้ามาอยู่ต่อได้   นอกจากนี้ยังพบปัญหาทหารชั้นผู้น้อย ถูกหลอกจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ รวมทั้งผู้ก่อเหตุยังมีเหตุจูงใจจากการใช้ชีวิตที่ไม่พอเพียง เช่นการเอาเงินไปซื้อปืนหลายกระบอกในราคาแพง จึงจำเป็นต้องปฏิรูปปรับเปลี่ยน เอาจริงเรื่องไหนไม่จำเป็นจะยกเลิก รวมทั้งจะเอาจริงกับคนที่เอาเปรียบหน่วยงานและเพื่อนร่วมงาน ยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ ซึ่งภายในวงรอบการโยกย้ายรอบนี้ถ้ามันใจว่าจะได้เห็นดีกันแน่ ยืนยันไม่ได้วัวหายและรอบคอบ   ไม่ใช่ว่าเพราะเกิดเหตุแล้วถึงค่อยมาดำเนินการเพราะในการดำเนินการหลายๆอย่าง ผู้บัญชาการทหารบกแต่ละคนมีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันแนวทางการแก้ไขปัญหาก็ต่างกัน นโยบายหลายอย่างเป็นนโยบายภาพรวมของกองทัพสมัยนั้น ดังนั้นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพบกในยุคนั้นสมัยนั้น และในสภาวะสถานการณ์แบบนั้นก็แก้ปัญหาไปตามภาวะเหตุการณ์ ส่วนตนได้เริ่มเห็นปัญหามาโดยตลอด ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องเริ่มทำกันใหม่ ปรับตัวปรับสภาพเพราะไม่มีองค์กรใดที่จะแก้ไขปัญหาได้ 100% ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไปก็จะต้องยึดแนวทางนี้   อย่างไรก็ตาม ขอร้องอย่าเอาปัญหนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะปัจจุบันตนไม่พูดเรื่องทางการเมือง   ส่วนกระแสทางสังคมที่เรียกร้องให้ ผบ.ทบ.ลาออก นั้น ยืนยันว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นกำลังพลของกองทัพแต่เป็นการก่อเหตุที่ไม่ใช่การปฎิบัติภารกิจทางทหาร ดังนั้นสมควรหรือไม่ที่จะใช้คำถามนี้กับตนยืนยันตนมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างตามที่ออกคำสั่ง ตำแหน่งที่ผ่านมาทุกวิกฤตและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทุกวิกฤตจนวันที่จะใกล้เกษียณอายุราชการ เรื่องใดที่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตนรับผิดชอบทั้งหมด แต่ไม่สามารถที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำในเรื่องส่วนตัวได้ และถือเป็นเรื่องก่ออาชญากรรม   ส่วนปัญหาที่การปฏิบัติการครั้งนี้ มีการใช้ระยะเวลานานนั้น ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องข้อจำกัด ด้านข้อมูลโครงสร้างอาคาร ที่จะต้องวางแผนศึกษาก่อนลงมือปฎิบัติการ จนทำให้เสียเวลาช่วงนี้ไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ล่าช้าเพราะมีประชาชนติดค้างอยู่ในห้างจำนวนมาก และมีการรายงานข่าวจนทำให้คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคนรอดปลอดภัยกลับมา และหน้าที่ในการบัญชาการเป็นของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ   ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการดูแลคลังอาวุธที่ไม่รัดกุมทำให้ผู้ก่อเหตุปล้นอาวุธออกมาได้ง่าย และจะเปลี่ยนใช้เทคโนโลยีแบบต่างประเทศหรือไม่นั้น ยืนยันว่ามาตรการที่กองทัพใช้อยู่ อยู่ในระดับมาตรฐาน ถึงขั้นผู้ก่อเหตุเองต้องกำลังในการก่อเหตุเพื่อให้สามารถปล้นได้ และถ้าใครอยู่ในเหตุการณ์ก็ตัเข้าใจเพราะเหตุเกิดจากคนในค่ายเอง ความคาดคิดถึงไม่เกิดขึ้น   ส่วนที่มีกระแสดราม่าที่ตนใส่เครื่องแบบเต็มยศในการลงพื้นที่นั้น ยืนยันว่าเป็นปกติที่ปฏิบัติงานจะใส่เครื่องแบบเต็มไปทำหน้าที่ และทำใจอยู่แล้วว่าต้องถูกวิจารณ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/23FPVn8b61I

 874
สังคม
12 ก.พ. 63

ผบ.ทบ.แถลงทั้งน้ำตา เหตุกราดยิงโคราช ตอบดราม่าใส่เครื่องแบบเต็มยศลงพื้นที่ ลั่นไม่ลาออก!

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงขอโทษสังคมทั้งน้ำตา ต่อเหตุกราดยิงโคราช โดยคนร้ายเป็นกำลังพลของกองทัพบก จนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ กับทุกครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทันที่ที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกปืนสังหารประชาชนนั้น เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว แต่ถือเป็นอาชญากรทันที   ส่วนที่มีการตั้งคำถามจะให้ ตนแสดงสปิริตลาออกนั้น ขอถามกลับว่าสมควรหรือไม่ที่จะถามตนแบบนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ทำผิดในราชการทหาร จึงขอให้ทุกคนดูที่ข้อเท็จจริง และอย่าด่ากล่าวโทษทหารทั้งกองทัพ เพราะทหารมีหลายหน่วยที่ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผู้บัญชาการทหารบก   พลเอกอภิรัชต์ ยังลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจนำอาวุธปืนส่วนตัว มาก่อเหตุตั้งแต่แรก จำนวน 5 กระบอก ก่อนจะมาก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้อง โดยยอมรับว่า และไปก่อเหตุในค่ายสุรนารี หลายจุด กราดยิง ทหารยาม ปล้นปืน HK จากทหารยามและไปปล้นปืนในคลังอาวุธ ก่อนไปปล้นรถจี๊บ และไปปล้นกระสุน ที่คลังกระสุน ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุในค่ายทหาร มีทหารเข้ามาระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บ และคนร้ายหนีออกไปจากค่ายทหารได้ และไปก่อเหตุตามรายทาง ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมาตรการในการดูแลค่ายทหารที่แตกต่างกัน บางค่ายมีความหละหลวม ซึ่งจะมีการพิจารณาลงโทษต่อไป   มูลเหตุการก่อเหตุของคนร้าย เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา และเครือญาติที่มีการผิดสัญญา ในการทำธุรกรรมซื้อที่ดินร่วมกัน ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป จะไม่ท้อถอย จะแก้ปัญหาการกดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่จะเปิดช่องทางร้องเรียนโดยตรงมายังตนโดยไม่ผ่านทหารเพื่อให้เป็นความลับ จะได้รู้ว่าใครถูกเอาเปรียบอย่างไร และเอาผิดลงโทษ ผู้บังคับบัญชาที่เอาเปรียบอย่างถึงที่สุด   เมื่อถามว่าทางกองทัพจะรับผิดชอบอย่างไร ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณีเป็นเรื่องที่ไม่ใช่การปฎิบัติการทางทหารเป็นเรื่องบาดหมางจิตใจและเป็นการก่ออาชญากรรม หากจะให้รับผิดชอบต่อผู้เสียหายทางกองทัพก็จะรับผิดชอบตามมาตรฐาน โดยเฉพาะทหารที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่แม้จะเป็นชั้นผู้น้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์และจะพระราชทานเพลิงศพให้ และกองทัพจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุดรวมทั้ง ครอบครัวผู้เสียชีวิตของประชาชน กองทัพพร้อมเปิดรับทายาทเข้ารับราชการทหารตามคุณวุฒิ ส่วนทายาทหากกำลังศึกษาศึกเล่าเรียนอยู่ก็จะส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ตลอดจนถึงที่สุด   ส่วนประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ หากมีความประสงค์ต้องการรับราชการทหารกองทัพบกก็พร้อมเปิดรับโดยไม่มีข้อแม้เช่นกัน   เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นบทเรียนในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในอนาคตเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่นั้น พลเอกอภิรัชต์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าแม้ทุกคนจะเติบโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ก็เรียนในโรงเรียนทหารด้วยกันกินข้าวหม้อเดียวกัน การดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้รับการปลูกฝังมาโดยตลอดว่า ทุกคนก็อยู่ใต้บังคับบัญชา ตนจะดูแลอย่างดี ซึ่งตนได้พูดอยู่เสมอ ว่าผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับควรมีหน้าที่อย่างไร ผู้บังคับบัญชาไม่ใช่แต่จะไปบังคับบัญชาคนอื่นแต่จะต้องบังคับตนเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์ในค่ายทหาร   ดังนั้นตนพร้อมจะใช้อำนาจของผู้บัญชาการทหารบก จนวันสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่งเพื่อปราบขบวนการ หน่วยร่วมกับพ่อค้าเป็นนายหน้า อย่างปัญหาการซื้อขายบ้านสวัสดิการทหารที่เกิดขึ้น มีการวิ่งเต้นกัน ซึ่งไม่อยากจะสาธยายมากแต่มีข้อมูลไว้หมดแล้ว และภายในเดือนเมษายนนี้ตั้งแต่นายพล ยัน พันเอก หลายคนจะไม่มีงานทำอย่างแน่นอนเพราะตนเติบโตมากับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และหลายอย่างก็ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วว่าตนจำเป็นจะต้องจัดการ   เช่นการกำหนดมาตรการการจัดซื้ออาวุธของนายทหาร เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธส่วนตัวที่ครอบครองถึง 5 ชนิด และซื้อมาจากโครงการสวัสดิการในหน่วยงานอื่นทั้งที่ความเป็นจริงทหารไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธส่วนตัว เพราะมีอาวุธของหน่วยงานอยู่แล้ว   ส่วนปัญหาบ้านพัก กองทัพก็มีบ้านพักให้กำลังพลได้อยู่ฟรีไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ดังนั้นภายในเดือนนี้จะขีดเส้นตายให้ทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ยังอยู่บ้านพักฟรี ต้องย้ายออกเพื่อเปิดโอกาสให้นายทหารที่ไม่มีบ้านได้เข้ามาอยู่ต่อได้   นอกจากนี้ยังพบปัญหาทหารชั้นผู้น้อย ถูกหลอกจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ รวมทั้งผู้ก่อเหตุยังมีเหตุจูงใจจากการใช้ชีวิตที่ไม่พอเพียง เช่นการเอาเงินไปซื้อปืนหลายกระบอกในราคาแพง จึงจำเป็นต้องปฏิรูปปรับเปลี่ยน เอาจริงเรื่องไหนไม่จำเป็นจะยกเลิก รวมทั้งจะเอาจริงกับคนที่เอาเปรียบหน่วยงานและเพื่อนร่วมงาน ยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ ซึ่งภายในวงรอบการโยกย้ายรอบนี้ถ้ามันใจว่าจะได้เห็นดีกันแน่ ยืนยันไม่ได้วัวหายและรอบคอบ   ไม่ใช่ว่าเพราะเกิดเหตุแล้วถึงค่อยมาดำเนินการเพราะในการดำเนินการหลายๆอย่าง ผู้บัญชาการทหารบกแต่ละคนมีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันแนวทางการแก้ไขปัญหาก็ต่างกัน นโยบายหลายอย่างเป็นนโยบายภาพรวมของกองทัพสมัยนั้น ดังนั้นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพบกในยุคนั้นสมัยนั้น และในสภาวะสถานการณ์แบบนั้นก็แก้ปัญหาไปตามภาวะเหตุการณ์ ส่วนตนได้เริ่มเห็นปัญหามาโดยตลอด ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องเริ่มทำกันใหม่ ปรับตัวปรับสภาพเพราะไม่มีองค์กรใดที่จะแก้ไขปัญหาได้ 100% ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไปก็จะต้องยึดแนวทางนี้   อย่างไรก็ตาม ขอร้องอย่าเอาปัญหนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะปัจจุบันตนไม่พูดเรื่องทางการเมือง   ส่วนกระแสทางสังคมที่เรียกร้องให้ ผบ.ทบ.ลาออก นั้น ยืนยันว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นกำลังพลของกองทัพแต่เป็นการก่อเหตุที่ไม่ใช่การปฎิบัติภารกิจทางทหาร ดังนั้นสมควรหรือไม่ที่จะใช้คำถามนี้กับตนยืนยันตนมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างตามที่ออกคำสั่ง ตำแหน่งที่ผ่านมาทุกวิกฤตและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทุกวิกฤตจนวันที่จะใกล้เกษียณอายุราชการ เรื่องใดที่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตนรับผิดชอบทั้งหมด แต่ไม่สามารถที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำในเรื่องส่วนตัวได้ และถือเป็นเรื่องก่ออาชญากรรม   ส่วนปัญหาที่การปฏิบัติการครั้งนี้ มีการใช้ระยะเวลานานนั้น ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องข้อจำกัด ด้านข้อมูลโครงสร้างอาคาร ที่จะต้องวางแผนศึกษาก่อนลงมือปฎิบัติการ จนทำให้เสียเวลาช่วงนี้ไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ล่าช้าเพราะมีประชาชนติดค้างอยู่ในห้างจำนวนมาก และมีการรายงานข่าวจนทำให้คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคนรอดปลอดภัยกลับมา และหน้าที่ในการบัญชาการเป็นของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ   ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการดูแลคลังอาวุธที่ไม่รัดกุมทำให้ผู้ก่อเหตุปล้นอาวุธออกมาได้ง่าย และจะเปลี่ยนใช้เทคโนโลยีแบบต่างประเทศหรือไม่นั้น ยืนยันว่ามาตรการที่กองทัพใช้อยู่ อยู่ในระดับมาตรฐาน ถึงขั้นผู้ก่อเหตุเองต้องกำลังในการก่อเหตุเพื่อให้สามารถปล้นได้ และถ้าใครอยู่ในเหตุการณ์ก็ตัเข้าใจเพราะเหตุเกิดจากคนในค่ายเอง ความคาดคิดถึงไม่เกิดขึ้น   ส่วนที่มีกระแสดราม่าที่ตนใส่เครื่องแบบเต็มยศในการลงพื้นที่นั้น ยืนยันว่าเป็นปกติที่ปฏิบัติงานจะใส่เครื่องแบบเต็มไปทำหน้าที่ และทำใจอยู่แล้วว่าต้องถูกวิจารณ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/23FPVn8b61I

 874
สังคม
11 ก.พ. 63

'บิ๊กแดง' น้ำตาซึมขอโทษในโศกนาฏกรรมกราดยิง ยันกองทัพบกช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเต็มที่

วันนี้ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาแสดงความเสียใจ และขอโทษประชาชน จากเหตุกราดยิงกลางเมืองนครราชสีมา ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นทหารในสังกัดกองทัพบก จากการตรวจสอบปัญหาภายในพบว่า มูลเหตุจูงใจการก่อเหตุ มาจากการได้รับความไม่เป็นธรรม จากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติในการซื้อขายที่ดิน      ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวขอโทษ และแสดงความเสียใจทั้งน้ำตา จากเหตุทหารสังกัดกองทัพบก ก่อเหตุกราดยิงกลางเมืองนครราชสีมา มีทหาร,ตำรวจ และประชาชน เสียชีวิต รวมทั้งผู้ก่อเหตุ 30 คน บาดเจ็บ 58 คน      ผู้บัญชาการทหารบก บอกว่า มูลเหตุจูงใจมาจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติเรื่องการซื้อขายที่ดิน      ผู้บัญชาการทหารบก บอกว่าจากนี้ไป ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ร้องเรียนโดยตรงถึงผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งจะปิดเป็นความลับ และจัดการผู้บังคับบัญชาที่มีปัญหา ผู้บัญชาการทหารบกบอกว่า กองทัพเป็นองค์กรใหญ่ อาจมีคนดี ไม่ดีปะปน ขออย่าด่าองค์กรให้ด่าที่ ผบ.ทบ.คนเดียว ที่ผ่านมาพยายามเข็มงวดกวดขันผู้บังคับบัญชาหลายเรื่อง ใครไม่มีคุณสมบัติก็จะไม่ให้ขึ้นมามีตำแหน่งสำคัญ แต่จากนี้ไปจะพยายามจัดการกับการหาผลประโยชน์ให้รูปแบบต่างๆ ในโครงการต่างๆของกองทัพร่วมทั้งปรับระเบียบการจัดซื้อปืนสวัสดีการของกองทัพบกให้เข้มงวดขึ้น     ในส่วนของกองทัพบกยืนยันว่าจะดูแลกำลังพลและประชาชนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่เสียโอกาสในการทำงาน หากต้องการเข้ารับราชการ กองทัพบกยินดีรับอย่างไม่มีเงื่อนไขตามคุณวุฒิการศึกษา และกำชับให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาหากมีเรื่องไม่สบายใจสามารถร้องเรียนผู้บัญชาการทหารบกได้โดยตรง      สำหรับเหตุการกราดยิงที่เกิดนั้น ผบ.ทบ.เห็นว่าเป็นการก่ออาชญากรรมส่วนตัวของทหารคนหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องลาออก แต่จะใช้อานาจ ผบ.ทบ.แก้ไขปรับปรุงปัญหาต่างๆก่อนจะเกษียลอายุใน 7 - 8 เดือนข้างหน้า

 744
สังคม
11 ก.พ. 63

'บิ๊กแดง' แถลงทั้งน้ำตาขอโทษ ปชช. วอนอย่าต่อว่ากองทัพบก ปัดออกจากตำแหน่ง

ผบ.ทบ. แถลงทั้งน้ำตา ขอโทษประชาชน ที่บุคลากรของกองทัพก่อเหตุกราดยิงที่โคราช เผยสาเหตุหลักมาจากการถูกกดขี่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา     พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงขอโทษทั้งน้ำตาประชาชนที่ผู้ก่อเหตุที่ จ.นครราชสีมา นั้นเป็นกำลังพลของกองทัพบก จนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ กับทุกครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทันที่ที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกปืน ตนไม่ถือว่าเป็นนายทหารอีกต่อไปแต่ถือเป็นอาชญากรทันที      ส่วนที่มีการตั้งคำถามจะให้ ตนแสดงสปิริตลาออกนั้น ขอถามกลับว่าสมควรหรือไม่ที่จะถามตนแบบนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ทำผิดในราชการทหาร จึงขอให้ทุกคนดูที่ข้อเท็จจริง และอย่าด่ากล่าวโทษทหารทั้งกองทัพ เพราะทหารมีหลายหน่วยที่ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผู้บัญชาการทหารบก     พลเอกอภิรัชต์ ยังลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจนำอาวุธปืนส่วนตัว มาก่อเหตุตั้งแต่แรก จำนวน5กระบอก ก่อนก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้อง โดยยอมรับว่า ผู้ก่อเหตุได้ไปก่อเหตุในค่ายสุรนารี หลายจุด กราดยิง ทหารยาม ปล้นปืน HKและไปปล้นปืนในคลังอาวุธ ก่อนไปปล้นรถจี๊บ และไปปล้นกระสุน ที่คลังกระสุน ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุในค่ายทหาร มีทหารเข้ามาระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บ และคนร้ายหนีออกไปจากค่ายทหารได้ เพื่อไปก่อเหตุ ด้านนอกต่อ ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมาตรการในการดูแลค่ายทหารที่แตกต่างกัน บางค่ายมีความหละหลวม ซึ่งจะมีการพิจารณาลงโทษต่อไป     ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยมูลเหตุการก่อเหตุของคนร้าย ครั้งนี้ ว่าเกิดการไม่ได้รับความจากผู้บังคับบัญชา และเครือญาติ ที่มีการผิดสัญญา ในการทำธุรกรรมร่วมกัน ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป จะไม่ท้อถอย จะแก้ปัญหาการกดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ตะเปิดข่องทางร้องเรียนโดยตรงมายังตนโดยไม่ผ่านทหารเพื่อให้เป็นความลับ จะได้รู้ว่าใครถูกเอาเปรียบอย่างไร และเอาผิดลงโทษ ผู้บังคับบัญชาที่เอาเปรียบอย่างถึงที่สุด

 2,252
การเมือง
11 ก.พ. 63

สองบิ๊ก ‘ประวิตร - อภิรัชต์’ เสียใจเหตุสลดกราดยิงโคราช ลั่นพร้อมเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการการดูแลความปลอดภัยของประชาชนหลังเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงที่ห้างเทอร์มินอล21 จ.นครราชสีมา   ขอให้มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยว่าจะดูแลอย่างเต็มที่แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิด เจ้าหน้าที่ทุกคนพยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทุกคนต่างเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลพร้อมดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะไม่ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับใครทุกคนก็เสียใจ   พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงขอโทษทั้งน้ำตาประชาชนที่ผู้ก่อเหตุที่ จ.นครราชสีมา นั้นเป็นกำลังพลของกองทัพบก จนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจกับทุกครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทันทีที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกปืน ตนไม่ถือว่าเป็นนายทหารอีกต่อไปแต่ถือเป็นอาชญากรทันที   ส่วนที่มีการตั้งคำถามจะให้ ตนแสดงสปิริตลาออกนั้น ขอถามกลับว่าสมควรหรือไม่ที่จะถามตนแบบนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ทำผิดในราชการทหาร จึงขอให้ทุกคนดูที่ข้อเท็จจริง และอย่าด่ากล่าวโทษทหารทั้งกองทัพ เพราะทหารมีหลายหน่วยที่ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก หากจะด่าขอให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผู้บัญชาการทหารบก   พลเอกอภิรัชต์ ยังลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจนำอาวุธปืนส่วนตัว มาก่อเหตุตั้งแต่แรก จำนวน 5 กระบอก ก่อนก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้อง โดยยอมรับว่า ผู้ก่อเหตุได้ไปก่อเหตุในค่ายสุรนารีหลายจุด กราดยิง ทหารยาม ปล้นปืน HK และไปปล้นปืนในคลังอาวุธ ก่อนไปปล้นรถจี๊บ และไปปล้นกระสุนที่คลังกระสุน ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุในค่ายทหาร มีทหารเข้ามาระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บ และคนร้ายหนีออกไปจากค่ายทหารได้ เพื่อไปก่อเหตุ ด้านนอกต่อ ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมาตรการในการดูแลค่ายทหารที่แตกต่างกัน บางค่ายมีความหละหลวม ซึ่งจะมีการพิจารณาลงโทษต่อไป   ผู้บัญชาการทหารบกเปิดเผยมูลเหตุการก่อเหตุของคนร้ายครั้งนี้ว่า เกิดการไม่ได้รับความจากผู้บังคับบัญชา และเครือญาติ ที่มีการผิดสัญญาในการทำธุรกรรมร่วมกัน ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป จะไม่ท้อถอย จะแก้ปัญหาการกดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ตะเปิดข่องทางร้องเรียนโดยตรงมายังตนโดยไม่ผ่านทหารเพื่อให้เป็นความลับ จะได้รู้ว่าใครถูกเอาเปรียบอย่างไร และเอาผิดลงโทษ ผู้บังคับบัญชาที่เอาเปรียบอย่างถึงที่สุด

 330
การเมือง
11 ก.พ. 63

'บิ๊กแดง' วอน ปชช. อย่าด่ากองทัพ กรณีเหตุกราดยิงโคราช ขอให้ด่าตนคนเดียวในฐานะ ผบ.ทบ.

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงทั้งน้ำตา ขอโทษประชาชน ที่บุคลากรของกองทัพก่อเหตุกราดยิงที่โคราช เผยผู้ก่อเหตุตั้งใจพกอาวุธส่วนตัวมา 5 ชนิดก่อนเริ่มก่อเหตุ และเข้ากราดยิงหลายจุดในค่ายทหารเพื่อปล้นอาวุธ ทำให้ไม่สามารถระงับเหตุได้ พบสาเหตุมาจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมของผู้บังคับบัญชา และการผิดสัญญาในการกู้ยืมเงิน   ขอร้องอย่าด่ากองทัพทั้งหมด ให้ด่าตนคนเดียวในฐานะผบ.ทบ. ยืนยันจะเดินหน้าปรับปรุงกองทัพให้ดีขึ้นและเตรียมเปิดช่องทางสื่อสารส่วนตัวให้ผู้ใต้บังคับบัญชาร้องเรียนผู้บังคับบัญชา แก้ปัญหาการถูกกดขี่ของทหารชั้นผู้น้อย

 11,255
การเมือง
10 ก.พ. 63

'บิ๊กแดง' สั่งด่วน ห้ามกองรักษาการณ์มีกระสุน-ปืนกล 'วินธัย' ชี้ระบบดูแลคลังอาวุธไม่ได้หละหลวม

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ออกคำสั่งเป็นหนังสือด่วนไปยังทุกหน่วยทหารที่ขึ้นตรงกับกองทัพ ถึงมาตรการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 4 แนวทางปฏิบัติ คือ   1.กองรักษาการณ์ของหน่วยต้องไม่มีกระสุน และไม่มีปืนกล 2.การปฏิบัติให้ถอดลูกเลื่อนออก โดยให้ผู้บังคับกองรักษาการณ์เป็นผู้เก็บรักษา 3.หน่วยที่เป็นกำลังป้องกันชายแดน ให้ปฏิบัติตามระเบียบประจำของหน่วย 4.ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ ต้องกำกับดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด   ขณะที่ พลโทธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเกิดความผิดพลาดที่ จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา รู้จักกับเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปล้นอาวุธที่กองรักษาการณ์นำไปใช้ก่อเหตุ    ด้าน พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีที่มีประชาชนตั้งข้อสงสัย กระบวนการคลังอาวุธของทหารว่ามีระบบหละหลวมหรือไม่ว่า เบื้องต้นยังไม่พบลักษณะการดูแลรักษาอาวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วยไหนที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือข้อกำหนดของราชการ จึงมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยในภาพรวม   แต่ด้วยกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ค่อนข้างมีลักษณะพิเศษเกินกว่าระดับปกติ ไม่เคยพบมาก่อน ผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลที่ปฎิบัติงานในหน่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่เวรรักษาการณ์อาจมีความคุ้นเคยและไม่คาดว่าจะเข้ามาจู่โจม ทำร้ายกันด้วยความรุนแรงถึงขั้นเกิดบาดเจ็บ เสียชีวิต แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะนำไปปรับเสริมมาตรการที่ใช้อยู่ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/0onlUVLFKMQ

 8,172
การเมือง
09 ม.ค. 63

กลุ่ม 'วิ่งไล่ลุง' บุกถ้ำเสือชวน 'บิ๊กแดง' โชว์ฟิตร่วมวิ่ง 12 ม.ค.นี้

นายธนวัฒน์ วงค์ไชย ในฐานะคณะกรรมการแนวร่วมสมาพันธ์ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง พร้อมพวกรวม 4 คน เดินทางมายังหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน เพื่อยื่นหนังสือเชิญ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้เดินทางไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟ 12 ม.ค.นี้ โดยมีสิบเวร รับมอบหนังสือ   โดย นายธนวัฒน์ เผยเหตุผลว่า เห็นว่าผู้บัญชาการทหารบกนั้นเป็นคนชอบออกกำลังกาย จึงอยากชวนไปวิ่ง    ขณะที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เรียกประชุมมาตรการรองรับ กิจกรรมวิ่งไล่ลุง โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม ให้คำแนะนำในการประชุมครั้งนี้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Ubyt0053d7k

 1,423
สรุปข่าว
26 ธ.ค. 62

ที่สุด 10 อันดับบุคคลในข่าวแห่งปี 2019

10 อันดับบุคคลในข่าวแห่งปี 2019 ในปี 2562 นี้ มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายจนเป็นที่พูดถึงกันภายในสังคม และมีหลายบุคคลที่กลายเป็นคนในข่าวจนดังในชั่วข้ามคืน ไม่ว่าจะเป็นดารา ศิลปิน นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้นำระดับสูง หรือแม้แต่บุคคลในสังคมที่มีอิทธิพลต่อประชาชน ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี มาดูกันว่าใน 1 ปี ที่ผ่านมานี้ มีบุคคลใดบ้างที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจนกลายเป็นกระแส Talk of The Year 2019     อันดับที่ 10 ‘แน็ก ชาลี’ หนุ่มติสต์สุดแปลกรีวิวแหกทุกกฎ กลายเป็นหนุ่มติสต์ตัวพ่อของวงการ สำหรับหนุ่ม ‘แน๊ก ชาลี’ หลังกลับมาเป็นกระแสดังเปรี้ยงบนโลกโซเชียล ที่พูดถึงความติสต์และความแปลกของแน็ก โดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ที่คนทั่วไปไม่นิยมเลี้ยง เช่น ตัวเงินตัวทอง / จิ้งจก / หนูบ้าน และอีกหลายชนิด   จากกระแสดังกล่าวทำให้หนุ่มแน็ก มีทั้งงานละคร ซีรีส์ การรีวิว รวมไปถึงอีเว้นต์ต่าง ๆ ติดต่อเข้ามาอย่างมากมาย และได้ดึงเอา ‘น้องอาเธอร์’ หลานชายเข้ามาร่วมเฟรมในการรับงานนี้ด้วย ซึ่งไม่ว่าจะปล่อยคลิปอะไรออกมา ก็เรียกเสียงหัวเราะได้หมด จนงานติดต่อมาอินบ็อกซ์แทบแตก ทำให้เจ้าตัวต้องประกาศเบรครับรีวิว ทุ่มเวลาให้กับการถ่ายหนัง ก่อนเมคมันนี่รับทรัพย์ยาว ๆ ถึงปี 2020   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/162408     อันดับที่ 9 ‘ลิซ่า Blackpink’ สาวไทยเฉิดฉายใน K-POP เป็นอีก 1 สาวสวย ที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้ นั่นก็คือ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ หรือ ลลิษา มโนบาล ที่บอกได้เลยว่าปังไม่หยุด หลังก่อนหน้านี้ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้หญิงหน้าสวยที่สุดในทวีปเอเชีย ประจำปี 2019 และยังติดอันดับ 2 ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก   และเธอยังเป็นที่พูดถึงในตลอดทั้งปี 2562 เพราะด้วยความสามารถอันล้นหลาม ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์ความน่ารักสดใส เป็นตัวของตัวเอง จนทำให้เธอนั้นฮอตสุด ๆ ในช่วงปีนี้ ต้องบอกเลยว่ากว่าเธอจะมายืนอยู่ในจุด ๆ นี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องอดทนต่อพลังลบต่าง ๆ มาอย่างมากมาย   โดยย้อนไปเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังมีกระแสการโจมตีจากคอมเมนต์ของชาวเกาหลีบางส่วนที่พูดถึงสาว ‘ลิซ่า’ ในทางเหยียดหน้าตาและเชื้อชาติ จนทำให้เหล่าแฟนคลับทั่วโลก และเหล่าดารา - นักร้องของไทย ต้องออกมาปกป้อง พร้อมติดแฮชแท็ก #RespectLisa จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์เป็นอันดับต้น ๆ ของทวิตเตอร์ประเทศไทย   ล่าสุด ได้รับรางวัล THE STANDARD Person of the Year 2019 ในสาขา The Most Popular Person of the Year และยังเป็นศิลปินเคป็อป ผู้มีชื่อเสียงจากประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้ ที่มียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมส่วนตัวมากกว่า 25 ล้านคน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/156840     อันดับที่ 8 หนุ่มแว่นหัวร้อน ด่ากราดคนไทยเป็นพวกชนชั้นต่ำ เป็นอีก 1 บุคคล ที่ทำให้คนไทยลืมไม่ลงเลยจริง ๆ จากกรณีหนุ่มแว่นนักเรียนนอก ขับเก๋งป้ายแดง ระเบิดอารมณ์ด่าทอดูหมิ่นคนไทย หลังขับรถเฉี่ยวชนหนุ่มกระบะบน ถ.อักษะ ลามหมิ่นเบื้องสูง ดูถูกคนไทยทั้งประเทศ และพูดทิ้งท้ายว่า "บ้านรวย มีเงินเก็บ 1 ล้านบาท อยู่บ้านหรูหลังละ 5 ล้าน"   แถมงานนี้โลกโซเชียลยังออกมาช่วยกันขุดแฉวีรกรรมอีกหลายกรณี ที่เคยขับรถปาดหน้าโชว์นิ้วกลางใส่รถอื่น 30 นาที ขณะที่เจ้าตัวได้ออกมากล่าวขอโทษทุกคนที่อาจพูดแรงไป พูดอะไรพลั้งปากไปบ้าง ด้วยความที่เป็นคนรักรถ พอเห็นรถเสียหายก็หงุดหงิด ประกอบกับอาการที่เป็นอยู่เลยทำให้ดูรุนแรง พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ ก่อนจะหงายการ์ดป่วยซึมเศร้า ควบคุมตัวเองไม่ได้   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/153975     อันดับที่ 7 ‘แม่มณี แชร์ลวงโลก’ สยบข่าวลือ ‘ท้องจริงไม่มีหลอก’ เรียกได้ว่าเป็นอีก 1 คดีที่ถูกพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก จากกรณีผู้เสียหาย ‘แชร์เงินออมแม่มณี’ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เพื่อเอาผิดกับ น.ส.วันทนีย์ หรือเดียร์ เจ้าของฉายา ‘แม่มณี’ หลอกลงทุนออมเงิน มูลค่าความเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท จนถูกจับได้แบบหมดสภาพพร้อมแฟนหนุ่ม   ก่อนจะมีช็อตปรี๊ดแตก ด่าไล่นักข่าว ไม่ตอบคำถามและขู่จะฟ้อง แต่แล้วก็กลับลำมาคุยกับนักข่าวแบบเปิดใจ และขอบคุณนักข่าวที่ทำให้ได้มีโอกาสพูด ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้หนี ไม่ได้โกง ไม่ได้ทำความผิด แต่ที่ไม่มีเงินคืนให้เพราะบัญชีถูกอายัด ก่อนที่จะมีข่าวอึ้งอีกรอบ เมื่อแม่มณี ออกมาเปิดเผยว่าตั้งท้องได้ 2 เดือนก่อนถูกส่งตัวเข้าคุมขังในเรือนจำ   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/157009     อันดับที่ 6 ศรีสุวรรณ จรรยา – เจ้าพ่อแห่งการจับผิด ยื่นฟ้องร้องยุบ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ผู้เป็นเจ้าพ่อแห่งการจับผิด ยื่นฟ้อง - ยื่นสอบ ร้องยุบพรรคนู้นพรรคนี้ วีกรรมของบุคคลนี้เรียกได้ว่าไม่ใช่เล่นๆ โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลเลือกตั้งฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การจี้ให้ กกต.ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ปมดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเอี่ยวการเมือง, ชวนถกคุณสมบัติบิ๊กตู่ ว่าสามารถลงเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องการบริจาคเงินในงานเลี้ยงโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ   แต่ดูเหมือนคู่ปรับสำคัญต้องยกให้ พรรคอนาคตใหม่ ทั้งการยื่นคำร้องให้ กกต.สอบสวนประวัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จนนำไปสู่การขอยุบพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่ยังไม่ได้เลือกตั้ง จากนั้นยังคงขุดคุ้ยประวัติของนายธนาธรจนเกิดปมปัญหาการถือหุ้นสื่อ และปมให้เงินพรรคอนาคตใหม่กู้ยืม 110 ล้านบาท ลามไปถึงการยื่นเอาผิด ช่อ พรรณิการ์ ปมภาพไม่บังควรในชุดครุย จนกระทั่งล่าสุด ได้ไปยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้สอบแกนนำพรรคอนาคตใหม่ จากการปลุกระดมแฟลชม็อบ ใจกลางเมืองกรุง พร้อมให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ เรียกได้ว่าฉะกันตั้งแต่ต้นปีถึงท้ายปีแบบไม่มีหยุดเลยทีเดียว   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/162079     อันดับที่ 5 บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ – กู้ภัยใจพระ ฮีโร่น้ำท่วมอุบลฯ วิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ จ.อุบลราชธานี และหลายพื้นที่ของภาคอีสาน ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า แต่สถานการณ์ได้สร้างวีรบุรุษ เมื่อ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงและกู้ภัยจิตอาสาเบิกเงินส่วนตัว 1 ล้านบาทมาช่วยผู้ประสบภัย พร้อมทั้งเปิดบัญชีให้คนอื่น ๆ สามารถร่วมบริจาคกับตนได้ จนทำให้ยอดบริจาคนั้นทะลุ 300 ล้านบาท ภายใน 4 วัน และนำเงินนั้นไปช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อุบลฯ   แต่ก็ไม่วาย มีผู้ไม่หวังดีหลายรายออกมาสร้างบัญชีปลอม หลอกรับเงินบริจาค ทั้งยังเกิดดราม่าระหว่างบิณฑ์กับทางรัฐบาล เกิดกระแสข่าวว่าคนในรัฐบาลติดต่อให้บิณฑ์โอนเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม เข้าบัญชีของสำนักนายกรัฐมนตรี หรือกระทั่งตอนรัฐบาลจัดกิจกรรม ‘ร่วมใจพี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม’ ก็มีกระแสว่าเป็นการชักชวน (แกมบังคับ) ให้บิณฑ์ต้องนั่งเครื่องกลับมาร่วมกิจกรรมที่กรุงเทพ ทั้ง ๆ ที่เขากำลังช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ที่อุบลฯ   นอกจากนี้ยังโดนดราม่าสอบเงินบริจาคว่าอาจไม่โปร่งใส จนเจ้าตัวต้องออกมาเปิดโต๊ะแถลงว่าตนนั้นนำเงินบริจาคไปช่วยเหลือชาวบ้านครบหมดแล้ว เรียกได้ว่า ทำดีตั้งมากมายแต่ก็ยังมีมารมาขัดขวางอยู่วันยังค่ำ   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/160876     อันดับที่ 4 ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จากหัวหน้าอุทยานกลายเป็นเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่า ‘บิลลี่’ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่เคยเป็นตัวตั้งตัวตีในการดำเนินคดีฆ่าเสือดำในทุ่งป่านเรศวร เมื่อปลายปี 2561 แต่ต่อมาในช่วงกลางปี 2562 เขากลับกลายเป็น 1 ในผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ บิลลี่ - พอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก - บางกลอย   เริ่มจากการที่ดีเอสไอพบชิ้นส่วนกระดูกในถังน้ำมัน บริเวณสะพานแขวนที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และมีการคาดการณ์ว่า นายชัยวัฒน์น่าจะมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ จนนำไปสู่การขอศาลฯ ออกหมายจับนายชัยวัฒน์พร้อมพรรคพวก   ด้านนายชัยวัฒน์มายืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเอง ด้วยการขอเข้ามอบตัว พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายบิลลี่ และขอศาลประกันตัวในเวลาต่อมา จากนั้นได้ตระเวนไปออกสื่อต่างๆ ตัดพ้อว่าตนนั้นถูกทำให้เป็นจำเลยสังคม ถูกยัดข้อกล่าวหา และอ้างว่ารู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด พร้อมบอกว่ากระดูกที่เจอไม่ใช่ของบิลลี่แน่นอน   ร้อนไปถึงดีเอสไอต้องออกมาโต้กลับ พร้อมยื่นคำร้องขอถอนประกันตัวนายชัยวัฒน์ แต่ว่าศาลได้ยกคำร้องของดีเอสไอไป สุดท้ายเรื่องนี้จะจบลงอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไปในปีหน้าว่า สรุปแล้วนายชัยวัฒน์นั้นผิดจริงหรือถูกยัดเยียดข้อกล่าวหากันแน่   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/157244     อันดับที่ 3 บิ๊กแดง - พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นอีกปีที่เหล่าบิ๊ก ๆ ถูกพูดถึงในสังคมเป็นอย่างมาก กับน้องใหม่ในตระกูลบิ๊กที่ได้นั่งเก้าอี้ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ บิ๊กแดง ที่มีประเด็นพีค ๆ ให้ได้พูดถึงในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง 62 ด้วยการให้พรรคเพื่อไทยไปฟังเพลง หนักแผ่นดิน เหตุเพราะมีนโยบายให้มีการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ตัดงบกระทรวงกลาโหม ทำให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้กันเป็นอย่างมาก แม้จะเพิ่งเข้ามามีบทบาททางการเมืองได้ไม่เท่าไหร่ แต่ก็แสดงอิทธิฤทธิ์ของผู้บัญชาการได้อย่างไม่ให้เสียชื่อตำแหน่ง อย่างนี้เขาเรียกว่า “อยู่เป็น”   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/138797     อันดับที่ 2 สามขุนพลอนาคตใหม่ ธนาธร + ปิยบุตร + ช่อ พรรณิการ์ พรรคน้องใหม่ อย่างพรรคอนาคตใหม่ ที่ปีนี้ดูเหมือนจะเป็นปีชงของพรรคนี้ เพราะไม่ว่าจะอ้าปากหรือทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะ 3 แกนนำของพรรค ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล และ ช่อ - พรรณิการ์ วานิช ผู้เปรียบเป็นโจทก์ของกกต.เข้าเล่นงานซัดทุกหมัด   โดยเฉพาะประเด็นของนายธนาธร หัวหน้าพรรค กรณีถือหุ้นสื่อและปล่อยเงินกู้ให้กับพรรคอนาคตใหม่ จนท้ายที่สุดโดนถอดจากการเป็น ส.ส. และล่าสุดมีประเด็นข่าวสด ๆ ร้อน ๆ ส่งท้ายปี ที่สามขุนพลของพรรคจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ #กลัวที่ไหน #ไม่ถอยไม่ทน รวมตัวกันที่สกายวอล์ค จนกลายเป็นประเด็นว่านายธนาธรปลุกระดมสร้างความแตกแยก จนโดนไปอีกข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558   งานนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนพรรคอนาคตใหม่ก็มีแต่ข้อหาจ่อเหมือนกล้องวงจรปิดตลอดเวลา ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าชะตาของ 3 แกนนำพรรคอนาคตใหม่จะรอดพ้นจากน้ำมือ กกต.หรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/163271     อันดับที่ 1 สองแซ่บในสภา เอ๋ ปารีณา + เต้ มงคลกิตติ์ ถ้าหากพูดถึงบุคคลทางการเมืองที่มีรายชื่อบนข่าวหน้า 1 มากที่สุด คงหนีไม่พ้น ส.ส.ราชบุรี เอ๋ - ปารีณา ไกรคุปต์ จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกสังคมจับตามองในเรื่องของคดีบุกรุกป่า แต่ปารีณากลับปฏิเสธข้อกล่าวหา ซึ่งต้องทำให้มองย้อนกลับไปถึงพ่อของเธอ เมื่อนายทวี ไกรคุปต์ ได้พูดถึงนิสัยลูกสาวของตน ว่า เพราะตนส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ จึงติดนิสัยของอเมริกัน ทำให้ปารีณาเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ยอมฟังใครแม้แต่พ่อแม่ และก่อนที่ปารีณาจะกลับมาโด่งดังในคดีต่าง ๆ   ดูจากประวัติของเธอแล้วปารีณาเป็นบุคคลที่ขึ้นโรงขึ้นศาลบ่อยพอ ๆ กับเข้าประชุมสภา ผิดกับสิ่งที่เธอเคยแสดงออกในอดีต ผู้ครองตำแหน่งนางงามมิตรภาพ จากเวทีนางสาวไทย แต่ตอนนี้มิตรภาพของเธอดูเหมือนจะไม่เหลือซะแล้ว   มาที่ฝ่ายชายต้องยกให้ เต้ - มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ผู้รับหน้าที่ฝ่ายบันเทิงของข่าวการเมือง อย่างกรณีที่ออกมาพูดวีรกรรมสมัยเป็นเรียนที่มีเรื่องชกต่อยเป็นประจำ และเป็นคนไม่ค่อยใช้ลูกน้อง เพราะลูกน้องไม่โหดเท่าตน จนทำให้ศิษย์เก่าและปัจจุบันร่วมสถาบัน ร่วมลงรายชื่อ ถอดถอนนายมงคลกิตติ์ และยังมีนักมวยหลายคนก็แห่คอมเม้นท์ในเชิงเสียดสีประชดประชันนายมงคลกิตติ์ อาทิ “ผมกลัวแล้วครับ”, “คนแบบนี้ไม่เกิน 60 วินาที” จนท้ายที่สุดนักเลงเก๋าไม่จริงก็ต้องรีบออกมาขอโทษแทบไม่ทัน   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/143739  

 21,327
สังคม
23 ธ.ค. 62

60 ยังแจ๋ว! 'บิ๊กแดง' เข้าร่วมทดสอบสมรรถภาพร่างกาย acft ตามแบบหน่วยรบ สหรัฐฯ

การทดสอบความแข็งแรงของผู้บังคับกองพัน และผู้บังคับหน่วยทหารทั่วประเทศ จำนวน 331คน ทดสอบกันที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก     และการทดสอบคราวนี้ ผู้บัญชาการทหารบก 'พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์' ได้มาตรวจเยี่ยมด้วย   นอกจากจะมาตรวจเยี่ยมแล้ว ยังเข้าร่วมการทดสอบด้วย เพราะการทดสอบร่างกายคราวนี้ เป็นการทดสอบแบบใหม่ แบบ us army combat fitness test คือทดสอบเหมือนทหารบกของอเมริกาเลย

 543

Top