ค้นหา :

ผลการค้นหา "อดีตผู้ใหญ่บ้าน"

อาชญากรรม
12 ก.พ. 63

เปิดใจแม่-พี่สาว ‘น้องสโนว์’ หลังศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต ‘อดีตผู้ใหญ่บ้าน’

กาฬสินธุ์ - เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีข่มขืนกระทำชำเรา ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีหมายเลขดำที่ อ. 2112/2559 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1381/2560 ที่โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ และนางลำใย พลประสิทธ์ โจทก์ร่วมที่ 1 นายกฤษ พลประสิทธ์ โจทก์ร่วมที่ 2 ยื่นฟ้อง นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.58 หลังจากที่ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ ‘น้องสโนว์’ ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียนตามปกติ   โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ให้กับจำเลยฟังในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.ใช้เวลา กว่า 30 นาที โดยสาระสำคัญที่จำเลยฎีกามีความขัดแย้งกันหลายอย่าง อีกทั้งศาลอุทธรณ์พิจารณาก่อนหน้านี้ ถึงแม้ฝ่ายโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัด แต่ปรากฏพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้การสอดคล้องกัน ร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ที่ได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์รวมทั้งรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ก็มีหลักฐานยืนยันจากนิติวิทยาศาสตร์ว่ามีร่องรอยเฉี่ยวชนกัน ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่งคง จึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท   ส่วนบรรยากาศที่บ้านโนนเมือง ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นางลำไย พลประสิทธิ์ มารดาของน้องสโนว์ น.ส.ภัทรานิฐ พลประสิทธิ์ พี่สาวน้องสโนว์ พร้อมกับทางญาติได้เดินทางกลับมาที่บ้านและมีชาวบ้านมาถามข่าวความคืบหน้าซึ่งพอทราบว่าคนร้ายยังได้รับโทษประหารชีวิตเพื่อนบ้านก็ต่างรู้สึกดีใจที่คนร้ายจะได้รับโทษที่ได้กระทำกับน้องสโนว์ ซึ่งนางลำไย พลประสิทธิ์ มารดาของน้องนโนว์ได้กอดกรอบรูปน้องไว้พร้อมบอกลูกสาวว่าคนร้ายได้ถูกรับโทษอย่างสาสมแล้ว พร้อมอยากขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ตลอดพร้อมทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงสามารถจับกุมได้และคนร้ายก็ได้รับโทษที่ก่อไว้ รวมถึงสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง ต่อจากนี้ไปก็จะยังคงทำงานตามปกติและต้องสู้กันต่อไป และอยากให้น้องสโนว์ไปสู่สุคติเพราะคนร้ายได้รับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต   น.ส.ภัทรานิฐ พลประสิทธิ์ พี่สาวน้องสโนว์ กล่าวว่า ประเด็นที่หยิบยกมาในชั้นฎีกาก็จะเป็นประเด็นของรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งทางจำเลยอ้างว่าไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาก่อเหตุ แต่ด้วยพยานโจทก์ที่เป็นตำรวจมีความเชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ของรถยนต์โดยตรง โดยจากการพิสูจน์หลักฐานพบว่าร่องรอยการเฉี่ยวชนตรงกันถึง5จุด ส่วนอีกประเด็นเป็นร่องรอยของนิ้วมือที่จำเลยบอกว่าเกิดจากรอยหนูกัด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวน2ครั้งแต่ให้การไม่ตรงกันและเบิกความที่ศาลยังให้การไม่ตรงกันอีก ศาลเลยวินิจฉัยว่าให้การไม่อยู่กับร่องกับรอย ส่วนประเด็นอื่นๆที่ทางฝั่งจำเลยยื่นต่อชั้นฎีกาขึ้นไม่ก็ไม่มีเหตุที่ต้องวินิจฉัยเพิ่ม และพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิต ซึ่งทางญาติได้ฟังคำตัดสินก็ต่างดีใจที่ได้รับความเป็นธรรมพร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือและทุกกำลังใจจนคนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต   สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2558 ขณะที่ น้องสโนว์ ขี่รถจักรยานยนต์จากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน ได้ถูกผู้ต้องหาขี่จักรยานยนต์ประกบและใช้เท้าถีบ โดยคนร้ายพยามจะข่มขืนแต่ น้องสโนว์ ขัดขืนและได้ต่อสู้จนสามารถหลีกหนีการข่มขืนได้แต่เนื่องจากถูกทำร้ายมีอาการสาหัสจึงได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ต่อมา เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2559 ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จับกุมตัว นายกฤติเดช พร้อมตั้งข้อหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย , ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย" โดยได้ส่งสำนวนถึงอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ ในช่วงต้นเดือน พ.ค. 2559  

 5,560
ข่าวภูมิภาค
15 ธ.ค. 62

กู้ภัยไล่จับ จงอางยาว 5 เมตร แอบเลื้อยขึ้นรถกระบะอดีต ผญบ. เชื่อมาให้โชค

เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมบ้านบึง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้ใหญ่บ้านว่า มีงูจงอางยักษ์ (บองหลา) ขนาดความยาว 5 เมตร หนักกว่า 20 กิโลกรัม อยู่ในโรงจอดรถที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเลขที่ 107/1 หมู่ 2 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงรีบนำกำลังชุดจับอสรพิษไปตรวจสอบจับพบงูจงอางยักษ์ นอนยาวอยู่ใต้ท้องระกระบะ มิตซูบิชิ ไซโคลน แอล 200 ทะเบียน บ 9330 ชลบุรี ส่วนหัวอยู่ในห้องเครื่องยนต์ กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์จับงูล้อมจับอย่างระมัดระวัง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถจับงูจงอางยักษ์ได้    จากการสอบถามนาย ปิติ เลียวรักษ์โอฬาร อายุ 44 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านเจ้าของบ้าน เล่าว่า ตนกำลังขับรถกระบะเอาปาล์มไปลงที่สวน พอลงเสร็จแล้ว จึงได้ขับรถกระบะกลับมาบ้าน   พอจอดรถเสร็จขณะลงมาจากรถได้สังเกตเห็น งูจงอางยักษ์ตัวดังกล่าวลงมาจากรถของตนและงูตัวดังกล่าวก็ได้ชู้คอใส่ตนอีกด้วยจึงรู้ว่าเป็นงูจงอาง จึงได้โทรแจ้งกู้ภัยฯให้มาจับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ต่อไป นอกจากนี้ก็ยังเชื่อว่าเมื่อเจองูจงอาง ก็คงมาให้โชคลาภ โดยจะเสี่ยงดวงทั้งเลขทะเบียนรถของตน และเลขที่บ้าน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/NFo4a3h3YyE  

 31,092
สังคม
15 ธ.ค. 62

กู้ภัยไล่จับ จงอางยาว 5 เมตร แอบเลื้อยขึ้นรถกระบะอดีต ผญบ. เชื่อมาให้โชค

เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมบ้านบึง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้ใหญ่บ้านว่า มีงูจงอางยักษ์ (บองหลา) ขนาดความยาว 5 เมตร หนักกว่า 20 กิโลกรัม อยู่ในโรงจอดรถที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเลขที่ 107/1 หมู่ 2 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงรีบนำกำลังชุดจับอสรพิษไปตรวจสอบจับพบงูจงอางยักษ์ นอนยาวอยู่ใต้ท้องระกระบะ มิตซูบิชิ ไซโคลน แอล 200 ทะเบียน บ 9330 ชลบุรี ส่วนหัวอยู่ในห้องเครื่องยนต์ กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์จับงูล้อมจับอย่างระมัดระวัง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถจับงูจงอางยักษ์ได้    จากการสอบถามนาย ปิติ เลียวรักษ์โอฬาร อายุ 44 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านเจ้าของบ้าน เล่าว่า ตนกำลังขับรถกระบะเอาปาล์มไปลงที่สวน พอลงเสร็จแล้ว จึงได้ขับรถกระบะกลับมาบ้าน   พอจอดรถเสร็จขณะลงมาจากรถได้สังเกตเห็น งูจงอางยักษ์ตัวดังกล่าวลงมาจากรถของตนและงูตัวดังกล่าวก็ได้ชู้คอใส่ตนอีกด้วยจึงรู้ว่าเป็นงูจงอาง จึงได้โทรแจ้งกู้ภัยฯให้มาจับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ต่อไป นอกจากนี้ก็ยังเชื่อว่าเมื่อเจองูจงอาง ก็คงมาให้โชคลาภ โดยจะเสี่ยงดวงทั้งเลขทะเบียนรถของตน และเลขที่บ้าน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/NFo4a3h3YyE  

 31,092
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ค. 61

คุมตัวอดีตผู้ใหญ่บ้านข่มขืนสาวม้งสอบปากคำ ยังปฏิเสธอ้างฝ่ายหญิงสมยอม

ตำรวจ ปคม. คุมตัวอดีตผู้ใหญ่บ้านข่มขืนสาวม้งวัย 22 ปี เข้าสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธโดยอ้างว่าผู้หญิงสมยอม ขณะที่ตำรวจยืนยันมีพยานหลักฐานชัดเจนเอาผิดได้   ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. คุมตัวนายนพดล นวอริยะ อายุ 42 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลำปาง ในข้อหาข่มขืนสาวม้ง อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดลำปาง มายังกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อสอบปากคำ กรณีตกเป็นผู้ต้องหา ข่มขืนสาวม้งและถ่ายภาพไว้จนหญิงสาวอับอายกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตาย   โดยหญิงสาวถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลลำปาง ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว เมื่อคืนวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมาหลังตำรวจภูธรจังหวัดตาก และตำรวจ ปคม. จับกุมนายนพดล ได้ในที่พื้นที่จังหวัดตาก ก่อนจะนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักในเขตอำเภอพบพระ จังหวัดตาก    โดยนายนพดล ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืน แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและรู้จักกับสาวม้งคนดังกล่าวจริง อ้างว่ารู้จักฝ่ายหญิงผ่านเฟซบุ๊ก นาน 20 วัน ก่อนที่จะนัดเจอกับหญิงสาวที่สถานีขนส่งจังหวัดลำปางเพื่อนำยาสมุนไพรให้ที่จังหวัดลำปาง จากนั้นพากันเข้าโรงแรมและมีเพศสัมพันธ์กัน โดยที่ฝ่ายหญิงยินยอม ซึ่งระหว่างที่อยู่ด้วยกันในโรงแรม มีชายคนหนึ่งทักข้อความในแชทของฝ่ายหญิงมา จึงถ่ายภาพที่อยู่ด้วยกันในโรงแรมส่งกลับไปเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะลงไปทานข้าว และซื้อยาคุมฉุกเฉินมาให้หญิงสาวทาน เช้าวันรุ่งขึ้นได้ไปส่งหญิงสาวที่บ้าน ก่อนจะมาทราบภายหลังว่าฝ่ายหญิงกินยาฆ่าตัวตาย พร้อมขอโทษครอบครัวหญิงสาว ไม่ได้ตั้งใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น   ด้าน พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจ ปคม. ยืนยันว่า แม้ผู้ต้องหาจะปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน โดยคำให้การของหญิงสาวก่อนเสียชีวิตที่บันทึกภาพไว้ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่มีน้ำหนักเพียงพอ พร้อมยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่เข้ามอบตัวแต่ตำรวจจับกุม และยังพบว่าผู้ต้องหามีความพยายามที่จะหลบหนีโดยมีการทำลายเสื้อที่ใส่ในวันเกิดเหตุ รวมถึงโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ และมีการเตรียมความพร้อมในการหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จากการสอบสวนยังพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อนจนทำให้ถูกปลดจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน

 5,871
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ค. 61

รวบแล้ว! อดีตผู้ใหญ่บ้านข่มขืนสาวม้งลำปาง

วันนี้ (27 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.10 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดตากได้จับกุมตัว นายนภดล นวอริยะ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดลำปางในคดีข่มขืนฯ ได้ในที่พื้นที่ จ.ตาก ก่อนจะนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักในเขต อ.พบพระ จ.ตาก และจะนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ต่อไป หลังจากมีการจับกุม ได้บริเวณ วิทยาลัยเทคนิคตากตรงศาลาพัก   สำหรับผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.พบพระ ได้ล่อลวง หญิงสาวชาวม้ง อายุ 22 ปี โดยการติดต่อทางเฟซบุ๊กในการซื้อยาสมุนไพรและพาเข้าอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในเมืองลำปาง และได้ทำการข่มขืน พร้อมถ่ายภาพเอาไว้และมีการส่งภาพดังกล่าวไปให้หญิงคนดังกล่าวจนเกิดความอับอายสำนึกผิดต่อครอบครัวตัดสินใจกินยาฆ่าหญ้าฆ่าตัวตาย และเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งศาลจังหวัดลำปางได้อนุมัติหมายจับเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา (26 ก.ค.) ก่อนจะจับกุมตัวได้ในที่สุด   นายอัจฉริยะ ประธานเครือข่ายต่อต้านอาชญากรรมเปิดเผยว่าขณะนี้ในเบื้องต้นตำรวจภูธรจังหวัด ตากกำลังสอบปากคำและ เมื่อสอบปากคำเสร็จแล้วจะได้นำตัวไป ที่ อ.พบพระ จ ตาก ก่อนจะคุมตัวมาพบกับพนักงานสอบสวน ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดลำปางเพื่อดำเนินคดีและพาอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้นพาไปดูจุดเกิดเหตุที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง กลางเมืองลำปางต่อไป   ดูข่าวเพิ่มเติม เปิดข้อความแชทสุดท้าย สาวม้งถูก อดีต ผญบ. ลวงข่มขืน - ตั้งรางวัลนำจับ 8 หมื่นล่าตัว  

 5,750
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 61

เตรียมออกหมายเรียก ‘อดีต ผญบ.’ สอบข้อเท็จจริง ปมสาวถูกรุมโทรมกินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย

วันที่ 25 ก.ค. ความคืบหน้าหลังจากเกิดเหตุหญิงสาว ชาวลำปาง วัย 22ปี กินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย หลังอ้างว่า โดนกลุ่มชายฉกรรจ์รุมโทรมและเกิดความอับอาย    โดยล่าสุดอาการ นั้นบริเวณใบหน้าและปากยังบวม มีอาการหายใจติดขัด โดยขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลรักษาของแพทย์โรงพยาบาลลำปาง    พ.ต.อ.ไกรสิทธิ์ พรหมปฏิมา ผกก.สภ. เมืองลำปาง เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจสอบสวปากคำหญิงสาวคนดังกล่าวแล้ว ตอนนี้ให้ทางพนักงานสอบสวนรูปคดีแบบตรงไปตรงมา ซึ่งสอบปากคำไปแล้ว 1 ปาก และกำลังจะออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ของ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นผู้มาส่งหญิงสาว หลังจากพาไปพักบริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ริมถนนพหลโยธิน ในเขตเทศบาลนครลำปาง แล้วพามาส่งที่บ้าน   ซึ่งการเชิญตัวและออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้น จะเชิญมาสอบปากคำซึ่งจะได้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ว่าถูกรุมข่มขืนจริงหรือไม่ โดยขณะนี้ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในเขตตัวเมืองลำปาง เพื่อหาพยานและดูว่าในช่วงที่เกิดเหตุมีผู้ชาย หรือผู้เสียหายเข้ามาด้วยกันกี่คน   ทั้งนี้ ในทางคดีก็ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก และเมื่อวานทางพนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำหญิงสาวรายนี้ ที่โรงพยาบาลลำปางนานกว่า 1 ชั่วโมง   ดูข่าวเพิ่มเติม

 1,444
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ค. 61

ย้อนคดีสะเทือนขวัญ ‘อดีตผู้ใหญ่บ้าน’ ฉุดข่มขืน ‘น้องสโนว์’ เด็กสาววัย 18 ก่อนถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิต

เป็นอีกหนึ่งคดีสะเทือนขวัญ จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2558 ‘น้องสโนว์’ เด็กสาวชั้น ม.6 วัย 18 ปี ถูกคนร้ายขี่ จยย.สะกดรอยตามหลังเลิกเรียน และใช้เท้าถีบจนรถล้ม ก่อนลงไปทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืน โดยน้องสโนว์ได้ขัดขืนโดยใช้ปากกัดและบีบลูกอัณฑะ จนสามารถหนีมาได้ แต่เนื่องจากถูกทำร้ายอาการสาหัส จึงเสียชีวิต ในวันที่ 25 ธ.ค. 2558   โดยคดีนี้ ตำรวจใช้เวลารวบรวมหลักฐานอย่างต่อเนื่องนานกว่า 100 วัน จนกระทั่งวันที่ 4 เม.ย. 2559 ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน ม.15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมตั้งข้อหาฉกรรจ์ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐาน โดยเฉพาะรอยกัดที่บริเวณนิ้วหัวแม่มือขวาของผู้ต้องหาซึ่งจากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ แพทย์ยืนยันว่าเป็นรอยฟันของมนุษย์     นอกจากนี้ ยังมีรอยข่วนบริเวณนิ้วชี้ขวา รอยข่วนบริเวณแก้มซ้าย รอยข่วนบริเวณเอวด้านซ้าย รอยข่วนบริเวณหลัง เศษดินและหญ้าแห้งที่พบในเสื้อผ้าของผู้ต้องหาอีกด้วย รวมไปถึงยังมีหลักฐานที่สำคัญ คือ รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ของผู้ต้องหาที่มีร่องรอยการเฉี่ยวชนกับรถ จยย. ของน้องสโนว์     ต่อมา วันที่ 30 มี.ค. 2560 ศาลขั้นต้น จ.กาฬสินธุ์ ตัดสินประหารชีวิต พร้อมชำระเงินชดใช้ค่าสินไหมจำนวน 2.3 ล้านบาท แต่ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์   กระทั่งล่าสุด วันนี้ (17 ก.ค.2561) ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินประหารชีวิต นายกฤติเดช ระเวงวรรณ เพราะถึงแม้จะไม่มีพยานแน่ชัดแต่พยานแวดล้อมที่ให้การสอดคล้องกัน รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ปรากฏอย่างชัดเจน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผญบ. ปัดฆ่าโหด 'น้องโสน' นร.ม.6 ตร.มั่นใจหลักฐานมัดแน่น (5 เม.ย.59) ศาลสั่งประหาร ผญบ.กาฬสินธุ์ ฆ่าโหด 'น้องสโนว์' พร้อมชดใช้ 2.3 ล้านบาท (30 มี.ค. 2560) ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นประหารชีวิต! อดีตผู้ใหญ่บ้านฉุดข่มขืน ‘น้องสโนว์’ (17ก.ค. 61)    

 12,456
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ค. 61

ลุ้น! ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำติดสิน อดีตผู้ใหญ่บ้าน 'ฆ่า-ขืนใจ' คดีน้องสโนว์พรุ่งนี้ หลังศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิต

ลุ้น! ศาลอุทธรณ์ตัดสินคดี อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ต้องหา ข่มขืนและทำร้ายร่างกาย น.ส.ฤดีวัลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี หรือน้องสโนว์ จนเสียชีวิต ซึ่งคดีนี้เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2559 ศาลชั้นต้นจังหวัดกาฬสินธุ์ ตัดสินประหารชีวิต แต่อดีตผู้ใหญ่บ้านปฏิเสธสู้คดี   วันนี้ (16 ก.ค. 61) ร.ต.อ.อิทธิ์ศักดิ์ วชิระพิภัทร์กุล อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ ( 17 ก.ค.61) นี้ ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะทำการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ. 2112/2559 และ คดีหมายเลขแดงที่ อ.1381/2560 กรณีโจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ และ นางลำไย  (สงวนนามสกุล) โจทก์ ร่วมที่1 ซึ่งเป็นแม่ของ น.ส.ฤดีวัลย์  (สงวนนามสกุล) หรือน้องสโนว์ ผู้ตาย ฟ้อง นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ตัดสินประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท แต่จำเลยได้ใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ปฏิเสธ   ร.ต.อ.อิทธิ์ศักดิ์ วชิระพิภัทร์กุล อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนวนได้ส่งให้อัยการศาลสูงทำการพิจารณาสำนวน และได้ทำการแก้สำนวนเพื่อต่อสู้คดีและเพื่อให้ความเป็นธรรมกับญาติผู้เสีย หาย ซึ่งก็คงจะขึ้นอยู่กับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ที่จะตัดสินวันพรุ่งนี้ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ในเวลา 10.00 น.   ด้านนางนางลำไย พลประสิทธ์ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ตนและครอบครัวจะยังคงเข้าไปรับฟังคำติดสินเหมือนเดิม ทั้งนี้ที่ผ่านมาครอบครัวยังคิดถึงน้องสโนว์อยู่เสมอ ซึ่งภาพเหตุการณ์วันเกิดเหตุ กระทั่งน้องเสียชีวิตก็ยังติดตาอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามตนและครอบครัวจะยังคงต่อสู้เพื่อน้องสโนว์ และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม   สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2558 ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้า น้องสโนว์ ขี่รถจักรยานยนต์ไปเรียนตามปกติ จนในช่วงเย็น เวลากลับบ้านถึงที่เกิดเหตุถูกค้นร้ายสะกดรอยขี่จักรยานยนต์ประกบและใช้เท้า ถีบ โดยคนร้ายพยามจะข่มขืนแต่ น้องสโนว์ ขัดขืนและได้กัดและบีบลูกอัณฑะ จนสามารถหลีกหนีการข่มขืนได้แต่เนื่องจากถูกทำร้ายมีอาการสาหัสจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา และสามารถจำกุมตัว นายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน ได้ในวันที่ วันที่ 4 เม.ย. 2559 พร้อมตั้งข้อหาฉกรรจ์  ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย , ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยได้ส่งสำนวนถึงอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2559 ซึ่งอัยการจังหวัดได้ตั้งองค์คณะขึ้นมาพิจารณาคดี 1 เดือน แล้วส่งฟ้องศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2559 และศาลได้รับเป็นคดีดำที่ 2112/2559 และทำการสืบพยานโจทก์รวม 40 ปากพร้อมพยานเอกสาร ในเดือนพ.ย. 2559 และ ทำการสืบพยานจำเลย 11 ปาก ในช่วงเดือนธ.ค. 2559 และนัดฟังการคำตัดสินคดี   เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2560 ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ตัดสินคดี นายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน ผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเรา น้องสโนว์ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ให้ประหารชีวิต พร้อมชำระเงินชดใช้ค่าสินไหมจำนวน 2,390,000 บาท และผู้ต้องหาได้ใช้สิทธิอุทธรณ์และจะมีคำตัดสินคดีในวันที่ 17 กรกฎาคนนี้ ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์  

 3,791

Top