ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตำรวจกองปราบปราม"

สังคม-อาชญากรรม
18 มี.ค. 62

รวบลูกชายเมาอาละวาดทำร้ายแม่ โมโหไม่ให้ไปทำงานที่เกาหลี

วันที่ 18 มี.ค. 62 ตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวนายสมเกียรติ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อหาทำร้ายร่างการบุพการี, กระทำความรุนแรงในครอบครัว โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา   พฤติการณ์ของนายสมเกียรติ ได้ทำร้ายร่างกายของมารดาตนเอง โดยวันเกิดเหตุ นายสมเกียรติ ได้ดื่มสุรา และมีอาการมึนเมา ได้เข้าไปพูดคุยกับมารดา เพื่อจะขอไปทำงานที่ประเทศเกาหลี ซึ่งขณะนั้นมารดาของผู้ต้องหา กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว และบอกว่าเมามากแล้ว ถ้าเมาแบบนี้ไปไม่ได้หรอก มารดาของผู้ต้องหาจึงไม่สนับสนุนให้ไปทำงานที่ต่างประเทศ ทำให้นายสมเกียรติ เกิดความโมโห ตรงเข้าไปเทกับข้าวที่แม่กำลังทำอยู่และทำร้ายร่างกายมารดาจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบหนีเข้ามาหางานทำในกรุงเทพมหานคร    กระทั่งเมื่อวานนี้ ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่านายสมเกียรติ จะเดินทางมาบริเวณสถานที่จับกุม จึงไปซุ่มดักรอกระทั่งพบตัว พร้อมแสดงตัวเข้าจับกุม    โดยนายสมเกียรติ ยอมรับว่าทำร้ายมารดาจริง เนื่องจากไม่พอใจมารดาไม่ยอมให้ไปทำงานที่ประเทศเกาหลี จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฏหมาย   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า นายสมเกียรติ เคยถูกตำรวจ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จับกุมข้อหาเมาสุราประพฤติวุ่นวายในที่สาธารณะ มาแล้ว 2 ครั้ง เหตุทะเลาะกับพี่สาวแท้ๆ  

 1,795
สังคม-อาชญากรรม
12 ม.ค. 62

รวบพระนอกรีต พักบ้านร้าง ผงะขวดเหล้าอื้อ อ้างเป็นน้ำปานะแก้โรคภัย

ตำรวจกองปราบปราม และตำรวจพระ ลุยสอบพระไม่อยู่วัด ออกบิณฑบาตร เมื่อตรวจค้นบ้านพักเจอขวดเหล้าเพียบ อ้างเป็นน้ำปานะแก้โรคภัย   โดยตำรวจกองกำกับการ 1 กองปราบปราม ร่วมกับพระวินยาธิการ วัดไตรรัตนาราม นำกำลังตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านรุ่งสว่างวิลเลจ ซ.รามอินทรา 8 แยก 2 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน หลังได้รับร้องเรียนว่ามีพระภิกษุมาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านใกล้วัด ซึ่งไม่ใช่ที่อยู่ของสงฆ์ มีการออกไปรับบิณฑบาตเกินเวลา และบางครั้งตั้งวงดื่มสุรา สร้างความเอือมระอาให้กับผู้พบเห็นและทำให้วงการพุทธศาสนาเสื่อมเสียจากการตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวมีลักษณะเหมือนเป็นบ้านร้าง    ภายในบ้านพบ พระภานุวัฒน์ สุทธิมังคโล หรือ แก่นพรม อายุ 83 ปี สังกัด วัดหนองโพธิ์ ต.ศรีนาวา อ.เมืองนครนายก พักอาศัยในบ้านเพียงลำพัง อ้างว่ามาดูแลบ้านให้หลาน และเพิ่งจะไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสงฆ์เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบในบ้าน พบขวดเหล้าหลายยี่ห้อ และโถยาดอง และสิ่งของวางระเกะระกะ จึงนิมนต์ไปซักถามข้อมูลที่วัดไตรรัตนาราม ต่อหน้าพระมหาเมธีพงษ์ อภิวฑฒโน ประธานกรรมการสอบสวน และได้แจ้งให้พระภานุวัฒน์ ทราบว่ามีความประพฤติอาจาระมิสมควร ไม่เหมาะสมแก่สมณะสารูป (โลกวัชชะ), พักอาศัยในสถานไม่สมควร อโคจร และดื่มสุรา เมรัย ยาดอง ก่อนประสานให้เจ้าอาวาสวัดหนองโพธิ์ ต้นสังกัดรับทราบเพื่อพิจารณาตามวินัยสงฆ์    ซึ่งในส่วนการดำเนินการทางปกครองของสำนักสงฆ์เขตบางเขน ยังไม่ได้ให้พระภานุวัฒน์ พักลาสิกขาบท แต่ไม่อนุญาตให้อาศัย ที่หมู่บ้านรุ่งสว่างวิลเลจ อีกต่อไปจากการสอบถาม พระภานุวัฒน์ ให้การว่า ปกติจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองโพธิ์ จ.นครนายก หลังออกพรรษาแล้วได้เดินทางมาพักอาศัยที่หมู่บ้านรุ่งสว่างวิลเลจ เป็นครั้งคราวเพื่อดูแลบ้านให้กับหลาน รับว่ามีการออกไปบิณฑบาตรับอาหารจากญาติโยมที่ตลาดย่านมีนบุรี บางกะปิบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนเรื่องเหล้าและยาดอง อ้างว่าเป็นน้ำปานะสำหรับแก้โรคภัยซึ่งโยมถวายให้ แต่ไม่ได้ฉันท์หรือดื่มมานานแล้วพระภานุวัฒน์ ให้การต่อว่า ตนจะกลับไปที่วัดหนองโพธิ์ ต้นสังกัดที่นครนายก เพื่อให้คณะสงฆ์พิจารณาเรื่องทางวินัยต่อไป ซึ่งประธานกรรมการสอบสวนของวัดไตรรัตนารามได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนและกำชับหากพบเห็นกระทำการฝ่าฝืนประพฤติไม่สมควรอีกจะทำการจับสึกต่อไป

 5,160
ปากท้องร้องทุกข์
23 ส.ค. 61

ปคบ. ยื่นขอหมายค้น คลินิกทำนมเน่าย่านสีลม รอบ 2 หลังพบยาไม่ติดฉลาก

คืบหน้าค้นคลินิกทำนมเน่าย่านสีลม เจ้าหน้าที่ต้องใช้อำนาจ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าค้นพบมียาไม่ติดฉลากระบุ สรรพคุณ 10 ขวด ขณะที่ ตร.ปคบ. ยื่นขออนุมัติหมายค้นรอบสองอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบห้องเก็บยาที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้จากการค้นเมื่อวานนี้   พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม เผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบคลีนิกศัลยกรรมย่านสีลม ที่ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายหญิงเดินทางเข้ามาร้องทุกข์ว่าหลังเข้าทำศัลยกรรมหน้าอกแล้ว ทำเกิดการอักเสบ และต้องเข้ารับการรักษานานหลายเดือน และยังทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมนั้น   ล่าสุด ช่วงวานนี้(22 ส.ค.61) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม มีการขออนุมัติหมายค้นจากศาล แต่ศาลไม่อนุมัติหมายค้น โดยให้เหตุผลว่ายังไม่มีเหตุเร่งด่วนพอให้ต้องเร่งรัดในการเข้าค้น ทางกองปราบปรามจึงดำเนินการประสานให้ทาง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. ของกระทรวงสาธารณสุข เข้าทำการตรวจค้นโดยใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ซึ่งการเข้าตรวจค้นวานนี้เจ้าหน้าที่พบ ตัวยาไม่ติดฉลาก จำนวน 10 ขวด ยังไม่ทราบว่าเป็นตัวยาชนิดใด ใช้ทำอะไร และในขณะเข้าตรวจสอบ ไม่มีแพทย์ที่มีใบอนุญาตตามที่แจ้งไว้ ประจำอยู่ในคลีนิกดังกล่าว ส่วนเรื่องของใบอนุญาตต่างๆ ทราบว่ามีครบ รวมถึงตัวแพทย์ที่ทำหน้าที่ ศัลยกรรมผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตรวจแล้ว พบว่ามีใบประกอบวิชาโรคศิลป์ ถูกต้องแต่การตรวจค้นในวานนี้ ไม่สามารถเข้าตรวจสอบห้องเก็บยาได้ เนื่องจากผู้ดูแลไม่ให้ความร่วมมือ    สำหรับในการดำเนินการต่อจากนี้ทาง ปคบ. ที่ดำเนินการเข้า พร้อมกับเจ้าหน้าที่กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ของ สบส. ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่าง ยาที่ไม่มีการติดฉลากทั้งหมด ส่งตรวจสอบเพื่อระบุว่าเป็นยาชนิดใด พร้อมดำเนินการขออนุมัติหมายค้น อีกครั้งในวันนี้ (23 ส.ค.61) เพื่อเข้าตรวจสอบห้องเก็บยาภายในคลินิกดังกล่าว ส่วนทาง สบส. ทราบว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอนทางกฏหมายว่า กรณีที่ไม่มีแพทย์ อยู่ภายในคลินิก ในช่วงเข้าตรวจค้น ถือว่าเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง สาวศัลยกรรมหน้าอก ซัดคลินิกดังทำนมเน่า หมดค่ารักษาเกือบล้าน กระทบให้นมลูก  (21 ส.ค.61)

 1,790
ปากท้องร้องทุกข์
16 ก.ค. 61

กลัวเรื่องเงียบ! พีอาร์สาวร้านอาหาร โร่แจ้งกองปราบเอาผิด ลูกชายอดีตนายตำรวจลวงรุมโทรม

พีอาร์สาวร้านอาหารย่านเกษตรนวมินทร์ แจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เอาผิดลูกชายอดีตนายตำรวจนอกราชการ ยศพันตำรวจเอก พร้อมเพื่อนวางแผนพาไปรุมโทรม เพราะกลัวเรื่องจะเงียบหาย   นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาผู้เสียหายซึ่งเป็นพีอาร์สาวร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านนวมินทร์ อายุ 24 ปี ที่อ้างว่าถูกชายหนุ่ม 2 คน หลอกพาไปรุมโทรม ที่บ้านพักหลังหนึ่งย่านนวมินทร์ เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม หลังเข้าแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนแต่ต่อมา ได้รับแจ้งจากตำรวจว่า ไม่อยู่ในอำนาจสอบสวน    โดยผู้เสียหาย ระบุว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุไม่นาน ซึ่งได้เข้ามาขอไลน์และทักทายกันไม่กี่ครั้งในร้านที่ตนเองทำงานเป็นพีอาร์อยู่ ต่อมาในวันเกิดเหตุได้เข้ามาทักทายตนและเสนอจะพาไปส่งที่พักที่อยู่ทางเดียวกัน ผู้ก่อเหตุไม่มีลักษณะคล้ายเมาสุรา อีกทั้งยังมีเพื่อนสาวอีกคนหนึ่งติดตามไปด้วย จึงไม่คิดว่าจะเป็นอันตราย โดยผู้ก่อเหตุได้พาเพื่อนของตนไปส่งที่บ้านพักก่อน จากนั้นจึงขับรถมาทางย่านนวมินทร์ อ้างว่าจำเป็นต้องไปเปลี่ยนรถที่บ้านเพื่อน จึงหลอกพาไปถึงบ้านหลังหนึ่งย่านซอยนวมินทร์ 74 แยก 3 ก่อนจะพาไปนั่งรอในบ้านแล้วจึงถูกผู้ก่อเหตุ 2 ราย รุมโทรม ทั้งนี้ยืนยันว่าในช่วงที่เกิดเหตุไม่ได้เมาสุราแต่อย่างใด ส่วนเหตุที่แจ้งความล่าช้า เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดกลัว    ทางด้าน นายอัจฉริยะ ระบุว่า คดีนี้มีพยานยืนยันอย่างน้อย 2 คน มีผลการตรวจร่างกายของโรงพยาบาลตำรวจ และมีข้อความการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุผ่านการแชทไลน์ ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ยืนยันตัวชัดเจน ทั้งนี้เหตุที่ต้องมาร้องเรียนกับกองปราบปราม เนื่องจากเกรงว่าจะมีความพยายามวิ่งเต้นคดีให้กลายเป็นคดีข่มขืน ซึ่งสามารถยอมความได้ และกลัวว่าเรื่องจะเงียบเพราะทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายของอดีตนายตำรวจนอกราชการ ยศพันตำรวจเอก ทั้งนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้เบื้องต้น เพื่อพิจารณาออกหมายเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหา มาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

 2,665

Top