ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศัลยกรรมหน้าอก"

แชร์ออฟเดอะเดย์
15 พ.ค. 62

หญิงชาวลาวเสริมหน้าอก คลินิกดังย่านทองหล่อ อักเสบหนองไหลจนต้องตัดหัวนมทิ้ง

เพจเฟซบุ๊กชื่อ ห้องสืบสวยสยอง โพสต์เรื่องราว ของสาวลาวรายหนึ่งที่ได้เสริมหน้าอกกับคลินิกชื่อดังแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เมื่อปีก่อน ในขนาด 450 CC จากนั้นนับปีมีอาการแสบร้อนที่หน้าอกตลอด จึงโทรหาเอเจนซี่ของคลินิก โดยทางเอเจนซี่บอกให้มาพบหมอเพื่อทำการตรวจ หลังตรวจเสร็จหมอบอกว่าปกติไม่มีอะไร ผู้เสียหายจึงขอแก้ไขหน้าอกใหม่ให้มีขนาดเล็กลง และยกกระชับปานนมและตัดปานนมให้เล็กลง โดยจ่ายเงินครั้งนี้ไป 135,000 บาท   หลังแก้ไขหน้าอกได้ 3 วัน หน้าอกมีอาการบวมขึ้นทุกวัน จึงกลับไปพบหมออีกครั้ง หมอเห็นอาการผิดปกติจึงทำการบีบเลือดข้างที่ค้างข้างในหน้าอกออก และนัดฉีดยาฆ่าเชื้อเป็นเวลา 14 วัน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนหน้าอกอักเสบและติดเชื้อหนองไหลเป็นแผลลุกลาม ผู้เสียหายตัดสินใจขอถอดซิลีโคนออกแต่หมอปฏิเสธ บอกเพียงว่า “เดี๋ยวก็หาย” จนในที่สุดต้องตัดปานนมทิ้ง ทุกวันนี้ผู้เสียหายยังคงทำให้ไม่ได้ ร้องไห้ทุกครั้งเมื่อเห็นสภาพหน้าอกของตัวเอง   วานนี้ (14 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้เสียหายรายดังกล่าว โดยผู้เสียหายบอกเพียงว่า ขณะนี้กำลังทำการรักษาอยู่กับคลินิกแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว และยังไม่พร้อมให้ข้อมูลใดๆ   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังคลินิกดังกล่าวย่านทองหล่อแต่ไม่พบเจ้าของคลินิก โดยพนักงานของคลินิก แจ้งว่าไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และยังไม่มีการชี้แจงใดๆกับผู้สื่อข่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dVuXpxm3SXc

 3,456
ปากท้องร้องทุกข์
13 ธ.ค. 61

รวบแล้ว หมอแอบอ้างศัลยกรรมหน้าอก ลงรีวิวให้คนหลงเชื่อ ทำเหยื่อนมเน่านับสิบ

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลจับกุมเครือข่ายหลอกลวงให้ทำศัลยกรรมจนมีผู้เสียหายจำนวนมาก หลังตำรวจ กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. สืบสวนสอบสวนจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 5 ราย ซึ่งจับกุมล่าสุดได้ 3 ราย คือ   นางสาวดิธินี ใจกุศล เอเจนซี่จัดหา, นางสาวหฤทัย รัตนวิไลสกุล แพทย์, นายอลงกรณ์ วงศ์สวัสดิ์ แพทย์ ส่วนอีก 2 ราย หลบนี ประกอบด้วย นายณัฐดนัย ดัสกรพาณิชย์ ผู้ขออนุญาตเปิดคลินิก และนางลลิตา แก้วใส คนทำหน้าที่รีวิว   เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส / ร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ   สำหรับพฤติการณ์ของเครือข่ายดังกล่าว มีการโฆษณาการทำศัลยกรรมหน้าอกผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้กับบุคคลทั่วไป ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 2 หมื่นบาท โดยใช้เฟซบุ๊กของนางสาวดิธินี ติดต่อลูกค้า และมีนางลลิตา เป็นผู้ประสานงานติดต่อผ่านทางไลน์ และยังเป็นผู้แนะนำให้ลูกค้าไปตรวจเลือดเพื่อนำผลไปให้กับคลินิกเครือข่าย   ก่อนส่งต่อให้แพทย์ตามคลินิกเครือข่าย ทำการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอก และหลังจากนั้นผู้เสียหายเริ่มมีอาการเจ็บปวดที่แผลและมีหนองไหล เลือดซึมออกตลอดเวลา ได้แจ้งทางแพทย์แต่แพทย์อ้างว่าเป็นเรื่องปกติ โดยยังพบผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย   จากการสอบสวนพบว่า แพทย์ที่ถูกจับกุมทั้งสองคนเป็นแพทย์จริง แต่ไม่ใช่แพทย์ศัลยกรรม หรือ แพทย์ด้านตกแต่งเต้านม แต่อาศัยเรียนและจดจำจากแพทย์ที่ชำนาญการ และมาทำเอง และที่น่าตกใจคือ เวลาที่ผ่าตัดเสริมหน้าอก ไม่มีการวางยาสลบ ฉีดแค่ยาชาเท่านั้น บางรายทำออกมา เต้านมไม่เท่ากัน หัวนมไม่เท่ากัน และหนักสุดคือติดเชื้อเน่าลุกลาม   ด้านตำรวจระบุพฤติกรรมผู้ต้องหา อาศัยความเชื่อของสาวๆโดนหลอกล่อด้วยการทำนมราคาถูก และมีรีวิว ทำให้หลงเชื่อ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มศัลยกรรมตกแต่งจำนวนมาก มีการรีวิวให้ลูกค้าหลงเชื่อ  จึงขอเตือนสาวๆที่จะทำศัลยกรรม ตรวจเช็ครายชื่อแพทย์ให้ละเอียดและศึกษามาอย่างดี มิเช่นนั้น จะถูกหลอกได้  รวมทั้งกลุ่มที่รับจ้างรีวิว กลุ่มนี้ก็จะถูกดำเนินคดีเช่นกันหากพบว่า การรีวิวนั้นไม่เป็นความจริง   ทางด้านหญิงสาวผู้เสียหาย พอทราบข่าวก็เดินทางมาเพื่อขอเจรจากับแพทย์ที่ผ่าตัดเต้านม จนทำให้เต้านมผิดทรงเสียรูป ต้องทนทุกข์ทรมาน ทุกวันนี้ใส่เสื้อชั้นในก็ลำบาก เพราะเต้านมไม่เหมือนปกติ อยากขอให้ทางหมอออกมารับผิดชอบ   สำหรับคดีนี้ ยังเหลือผู้ต้องหาหลบหนีคดีอีกสองคน ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว ส่วนผู้ต้องหาทั้งสามคนที่จับมาได้ ก็จะนำตัวไปฝากขังเช้าวันนี้  และจะประสานหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขในการตรวจสอบความผิดของแพทย์ รวมไปถึงการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/39awqUCL-nM

 7,328
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 61

จ่อสั่งปิดคลินิกศัลยกรรมย่านเมืองเอก หลังสาวร้องทำ 'นมเน่า' พบผู้เสียหายโผล่อีกหลายราย

 จากกรณีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกองบังคับการปราบปราม  เอาผิดคลินิกศัลยกรรมเสริมหน้าอกแห่งหนึ่งย่านเมืองเอก จ.ปทุมธานี ปรากฎว่านมเน่า หนองทะลัก เลือดคั่ง แถมปัดความรับผิดชอบ โดยมีผู้เสียหายหลายรายได้รับการติดต่อจากเอเจนซี่และทำหน้าอกจากหมอคนเดียวกัน    เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พาผู้เสียหาย เดินทางไปที่สำนักงานสาธารณสุข จ.ปทุมธานี ยื่นหนังสือตรวจสอบคลินิก 3 เรื่อง คือตรวจสอบว่าได้รับใบอนุญาตให้เปิดคลินิกชอบด้วยกฎหายหรือไม่ , แพทย์ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรม ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือไม่ , เครื่องมือที่ใช้การผ่าตัดรวมถึงยาที่ใช้ในการรักษามีคุณภาพหรือไม่      จากนั้นนายแพทย์สุรินทร์  สืบซึ่ง นายแพทย์สาธารณสุข จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลินิกดังกล่าว หลังผู้เสียหายร้องว่า ได้รู้จักคลินิกเวชชกรรมนี้ทางเพจเฟซบุ๊ก ในเพจมีการโฆษณาอวดอ้างดึงดูดคนไปใช้บริการ เช่น “นมสวยจนต้องบอกต่อ สวยครบจบอย่างปลอดภัย มั่นใจได้”  โดยผู้เสียต้องการทำศัลยกรรมหน้าอก พอเห็นข้อความดังกล่าวที่อ้างว่าปลอดภัย จึงมั่นใจและติดต่อเข้าไปใช้บริการ    ผู้เสียหาย ระบุว่า เมื่อไปถึงคลินิกจะมีเอเจนซี่ของคลินิกต้อนรับ แนะนำโปรชั่น รายละเอียดการผ่าตัด พร้อมให้เลือกหมอที่จะทำการผ่าตัด โดยเอเจนซี่จะแนะนำแพทย์ที่มีประสบการณ์ จากนั้นก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีก่อนจะทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก ปรากฎว่าเมื่อถึงวันทำการผ่าตัด หมอที่ผู้เสียหายเลือกไว้ไม่มา และมีการเปลี่ยนหมอผ่าตัดกะทันหัน เป็นหมอท่านอื่นที่ไม่ได้เลือกไว้มาผ่าตัดแทน ทางคลินิกบอกว่าถ้าไม่ผ่าตัดจะไม่คืนเงินทั้งหมด ทำให้ผู้เสียหายจำยอมผ่าตัดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์  ทั้งนี้มีผู้เสียหายทยอยออกเปิดเผยเรื่องนี้เรื่อย ๆ เพื่อต้องการให้คลินิกแสดงความรับผิดชอบ    นายแทพย์ สสจ.ปทุมธานี และผู้เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบภายในคลินิก มีการพูดคุยกันโดยไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปด้านใน ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ในภาพรวมพบคลินิกแห่งนี้มีการเปลี่ยนเจ้าของใหม่ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 แต่แพทย์ผู้ดำเนินการรักษาสถานพยาบาลยังเป็นแพทย์ท่านเดิม และไม่สามารถตรวจหาหลักฐานจากเวชทะเบียนเดิมได้ จึงแนะนำผู้เสียหายให้ร้องเรียนไปที่พนักงานสอบสวน เพื่อเรียกแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาสอบปากคำ พร้อมเรียกผู้ดำเนินการสถานพยาบาลและเจ้าของคลินิกเดิม มาให้ปากคำด้วย    ตรวจสอบภายในคลินิกมีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้อง โดยพบความผิด 3 เรื่อง คือ ไม่พบแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลขณะเข้าทำการตรวจสอบ , มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ใช่แพทย์เจ้าของที่ขึ้นทะเบียน มอบหมายให้ผู้อื่นประกอบวิชาชีพเวชกรรมแทน , ขณะที่เข้าไปตรวจสถานพยาบาลไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม  ทั้งนี้ได้ส่งเรื่องทั้งหมดให้ตำรวจดำเนินการต่อไป ส่วนมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ ยา และห้องรักษาไม่พบความผิดปกติ  อย่างไรก็ตามจะออกคำสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นเวลา 30 วัน    ด้าน พ.ต.อ.วรพันธุ์  พิสุทธานนท์ ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.คูคต กล่าวว่า  การดำเนินการจะดูตามพยานหลักฐานก่อนว่าผู้เกี่ยวข้องมีใครบ้างทั้งคดีอาญาและแพ่ง เบื้องต้นจะต้องสอบปากคำจากแพทย์ที่ทำการรผ่าตัด และสอบปากคำผู้เสียหายก่อน ยังระบุไม่ได้จะต้องดำเนินคดีอย่างไร    ทนายความที่ปรึกษาด้านกฎหมายของคลินิก กล่าวว่า พิจารณาเอกสารทำสัญญาเช่าเจ้าของรายใหม่ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของคลินิกเดิม ส่วนการตรวจสอบภายในคลินิกเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ ทางคลินิกพร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และหากมีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ก็ว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย      ยืนยันเจ้าของคลินิกรายใหม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ผู้ร้องเรียนได้รับความความเสียหายจากการทำศัลยกรรม  ส่วนแพทย์ที่ผ่าตัดให้ผู้เสียหายนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะคลินิกไม่มีเวชทะเบียนการรักษาจากเจ้าของเดิม เนื่องจากเจ้าของเก่าขนเอกสารต่าง ๆ ออกไปหมดแล้วจึงไม่มีข้อมูลดังกล่าว ปัจจุบันคลินิกเปลี่ยนเจ้าของกิจการ หมอและเจ้าหน้าที่ก็เป็นคนใหม่ทั้งหมด     นายชาตรี  พิณใย  นิติกรกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า  เหยื่อที่ได้รับความเสียหายเจ้าของกิจการเดิมต้องรับผิดชอบ สำหรับแพทย์ที่ผ่าตัด ทาง สสจ.จะส่งเรื่องไปที่แพทยสภาเพื่อพิจารณาด้านจริยธรรม     ขณะที่ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ระบุว่า ได้มอบหมายให้หัวหน้านิติกรติดตามข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดจากหน่วยที่เกี่ยวข้อง  เพื่อนำเรื่องเข้าประชุมกรรมการแพทยสภา ขอตั้งเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริงแม้ว่าผู้เสียหายจะร้องเรียนหรือไม่ก็ตาม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย      ตนตั้งข้อสังเกตว่า เอเจนซี่ความงามและผู้รีวิวโฆษณาเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ อยากให้ สธ. และผู้เกี่ยวข้องจัดระเบียบเรื่องนี้เพื่อคุ้มครองประชาชน พร้อมฝากเตือนว่าการทำศัลยกรรมความงามใด ๆ ขอให้ตรวจสอบประวัติและรายละเอียดทั้งแพทย์และคลินิก ให้รอบคอบอย่าฟังหรือดูแต่รีวิวเพียงอย่างเดียว  หากเป็นแพทย์จริงแพทยสภายังติดตามดูแลมาตรฐานให้ได้  แต่หากไม่มีชื่อหรือเข้าข่ายเป็นหมอเถื่อน ยิ่งอันตรายมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dYGvbM1CLEc

 1,086
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 61

สาวยื่นหนังสือร้อง สสจ.ปทุมฯ ลุยตรวจสอบคลินิกดัง หลังทำหน้าอกแล้วเน่า

(29 พ.ย.61) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานสาธารณสุข ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาผู้เสียหายศัลยกรรมหน้าอกยื่นหนังสือเอาผิดคลินิกต่อสาธารณะสุขจังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 คน จากจำนวน 20 คน เพื่อยื่นหนังสือคำร้องให้สาธารสุขจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี นายแพทย์สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานีเป็นผู้รับหนังสือ   จากการสอบถามนายชาญชัย ฉายบุ รองประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ที่มายืนหนังสือคำร้องในวันนี้เพื่อให้ สสจ.ปทุมธานีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกที่มีปัญหา ตรวจสอบในเรื่อง 1.การเปิดคลินิกถูกต้องหรือไม่ 2.แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดมีใบประกอบวิชาชีพถูกต้องหรือไม่ และ 3.มาตรฐานการรักษาต่าง ๆ วัสดุอุปกรณ์ ยาที่ใช้ในการรักษา มีมาตรฐานและถูกต้องตามหลักวิชาชีพหรือไม่    ขณะที่มีผู้เสียหายร้องเรียนมาที่เครือข่ายจำนวน 20 คน ที่มีผู้เสียหายมาเนื่องจาก มีการชักชวนให้เข้ามาทำการรักษากับคลินิกแล้วจะมีส่วนลดให้จึงทำให้มีผู้เสียหายหลายราย   ส่วนนายแพทย์สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อรับหนังสือคำร้องแล้วขอเข้าประชุมเพื่อสอบถามผู้เสียหายที่จะเดินทางเข้ามาจำนวน 2 และได้รับหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องดูข้อมูลทุกส่วนก่อน โดยจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย    เบื้องต้นที่จะตรวจสอบคือตรวจดูใบจดทะเบียนว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ผู้ประกอบวิชาชีพมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ส่วนรายละเอียดอื่นต้องขอดูข้อมูลต่างๆ ก่อน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง สาวร้องกองปราบฯ เอาผิดคลินิกทำหน้าอกเน่า ด้านเอเจนซี่ออกตัว ขอโทษแทนหมอ บอกยินดีรับผิดชอบ

 1,032
ปากท้องร้องทุกข์
21 ส.ค. 61

สาวศัลยกรรมหน้าอก ซัดคลินิกดังทำนมเน่า หมดค่ารักษาเกือบล้าน กระทบให้นมลูก

สาวทำศัลยกรรมหน้าอกจากคลินิกดังย่านสีลมร้องกองปราบ ทำหน้าอกผิดรูป ฟีลเลอร์ที่ฉีดเกิดไหลย้อยลงไปที่หน้าท้อง ต้องรักษาตัวนาน 9 เดือน เสียเงินเหยียบล้านบาท และปัจจุบันไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม   ผู้เสียหายคือนางนวรัตน คงบำรุง อายุ 27 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกศัลยกรรมชื่อดังย่านสีลม ในข้อหากระทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และฉ้อโกง ประชาชน โดยระบุว่า เมื่อปี 2555 ได้เสริมหน้าอก โดยการฉีดฟิลเลอร์ ตามคำโฆษณาชักชวนของคลินิกดังย่านสีลม ในราคา 120,000 บาท   แต่พอผ่านไป 2 ปี หน้าอกเริ่มผิดรูป ฟีลเลอร์ย้อยมาลงที่บริเวณหน้าท้องและท้องน้อย จึงเข้าไปปรึกษาคลินิกเดิม แพทย์แนะนำให้ดูดฟิลเลอร์ที่หน้าอกออก แล้วใส่ซิลิโคนเพื่อเสริมรูปทรง ค่าใช้จ่ายรวม 1 แสน 6 หมื่นบาท   และเมื่อปีที่แล้วผู้เสียหายตั้งครรภ์ และผ่าคลอดบุตรเมื่อเดือนตุลาคม แพทย์ที่ผ่าคลอดพบว่าในช่องท้องมีสารฟิลเลอร์อยู่จำนวนมาก จึงต้องขูดฟิลเลอร์ในช่องท้องออกไปพร้อมกัน หลังจากนั้นยังต้องรักษาต่อเนื่องนานกว่า 9 เดือน   จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้ติดต่อให้คลินิกช่วยรับผิดชอบ ซึ่งได้ส่งเช็คเงินสด 1.5 แสนบาท พร้อมหนังสือสัญญาไม่เอาความต่อคลินิก โดยตอนนั้นยินยอมเพราะต้องการเงินมารักษาตัว แต่ปรากฏว่าค่ารักษาสูงกว่า 6 แสนบาท   ทางผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด เพราะปัจจบันไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ หน้าอกไม่เหมือนเดิม แขนยกไม่ได้ ไม่สามารถอุ้มลูกและให้นมลูกได้อีก นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังกระทบไปถึงน้ำนม เพราะลูกมีอาการปอดติดเชื้อเรื้อรังไม่สามารถหายได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QgHunlxKUlM

 2,847
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ส.ค. 61

ฮือฮา! สาวอกตู้มโชว์นวัตกรรมศัลยกรรมหน้าอกสุดล้ำ ซิลิโคนมีไฟกะพริบ

ชุดใหญ่ไฟกะพริบ! เผยคลิปสาวอกตู้มโชว์นวัตกรรมศัลยกรรมหน้าอกสุดล้ำ ซิลิโคนเรืองแสงไฟกะพริบ               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j1OLPuAR_Gw

 2,817
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ค. 61

เอเจนซี่โพสต์แจงเงินเยียวยา 'เม จีระนันท์' ปมศัลยกรรมเกาหลี หลังโดนเรียกร้อง 60 ล้าน

จากกรณีเม-จีระนันท์ กิจประสาน อดีตนักร้องสาว บินผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงในเกาหลีใต้ ด้วยราคา 8 แสนบาท แล้วเกิดอาการเลือดไหลไม่หยุด-หนองทะลัก-ติดเชื้อในกระแสเลือด-โอกาสรอด 10% ทำให้ต้องนอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลในไทยนานกว่า 5 เดือน พร้อมเรียกร้องให้เอเจนซี่และโรงพยาบาลรับผิดชอบเงิน 60 ล้าน       ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Russarin Chusinkawiphat ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงโดยระบุว่า   ขอชี้แจงเนื่องจากกรณีข่าวการทำศัลยกรรมที่พาดพิงมาถึงตัวอุ้ม ในเรื่องของคุณเมที่มาทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลเกาหลีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว   **ในการชี้แจงครั้งนี้ อุ้มจะไม่พูดถึงเรื่องการแพทย์ใดๆ เพราะทางโรงพยาบาลเกาหลีจะออกมาชี้แจงเองนะคะ** ตัวอุ้มเองทำงานในนามบริษัทเกาหลีที่นี่อยู่แล้ว   เริ่มต้นจากคุณเมติดต่อเข้ามาหาอุ้ม ว่าอยากเสริมหน้าอกในช่วงเดือนธันวาคม 2560 คุณเมได้เอ่ยถึงชื่อคุณหมอรี เเละแจ้งว่ามีเพื่อนของคุณเมมาแก้ไขหน้าอกกับคุณหมอและพอใจ คุณเมจึงสนใจอยากทำ   ต่อมาเริ่มต้นด้วยการเข้ารับการปรึกษาครั้งแรกกับคุณหมอเจ้าของโรงพยาบาล ( วันที่ 19 ธันวาคม 2560 ) และคุณเมตัดสินใจเองที่จะเสริมหน้าอกและทำตา โดยไม่ได้มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้นจากอุ้ม และคุณเม ได้จ่ายชำระเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับโรงพยาบาลโดยตรง ไม่ได้จ่ายผ่านอุ้ม หลังจากนั้นก็ ได้เข้ารับการผ่าตัดในวันที่ 21 ธันวาคม 2560   ...ตั้งแต่ทราบว่าเกิดปัญหาเมื่อคุณเมกลับมาประเทศไทย อุ้มมีความเครียดเเละความกังวลอย่างมากที่สุด เพราะคุณเมต้อง admit โรงพยาบาล โดยอุ้มเป็นคนสอบถามคุณแม่ของคุณเมว่าอยากย้ายไปทำการรักษาที่อื่นไหมเเละรพ.เกาหลี จะออกค่าใช้จ่ายการรักษาของคุณเมให้ทั้งหมด   อุ้มติดตามอาการของคุณเมมาโดยตลอดและส่งเรื่องให้ทางโรงพยาบาลเกาหลีทุกครั้ง อุ้มไม่เคยทิ้งขว้าง ถ้าตอบช้าในบางครั้งก็เพราะต้องรอคำตอบกลับจากโรงพยาบาลเช่นกัน โดยทุกคำตอบต้องได้รับการคอนเฟิร์มจากแพทย์เจ้าของเคสจึงจะตอบกลับไปได้ อุ้มพยายามพูดคุยสอบถามอาการของคุณเมผ่านคุณแม่เกือบทุกวัน เเละเเจ้งว่าหากไม่สบายใจตรงไหน อยากเปลี่ยนโรงพยาบาลก็สามารถบอกอุ้มได้เลยอุ้มจะคอยประสานงานให้ เเละยังให้คนไปเยี่ยมอาการ ทั้งที่โรงพยาบาลแรกและโรงพยาบาลที่สองอยู่เสมอ   คุณเมได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆโดยคุณหมอแจ้งว่าปลอดภัยเเล้ว คุณแม่ของคุณเมจึงได้นัดทำการเจรจา โดยในการเจรจานั้นฝ่ายคุณเมได้เรียกร้องค่าเสียหายรวมแล้วคือ จำนวนเงินทั้งหมด 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาทถ้วน) และยืนยันว่าต้องได้เงินจำนวนนี้ ซึ่งทางฝ่ายของคุณเม แจ้งว่าเป็นค่าสูญเสียรายได้จากการทำงานและค่าเสียหายในการทำธุรกิจที่ไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลานาน รวมถึงค่าเยียวยาจิตใจ   เมื่อมีการเรียกร้องเงินจำนวน 60 ล้านบาท เกิดขึ้น ตัวแทนของโรงพยาบาลเกาหลีจึงต้องกลับไปประชุมหารือก่อนแล้วจะแจ้งกลับในภายหลัง ซึ่งในระหว่างนั้นอุ้มก็ทำการต่อรองเเละขอเจรจากับทางโรงพยาบาลเกาหลีถึง 2 ครั้ง เพื่อขอให้ได้เงินตามที่คุณเมต้องการ     หลังจากนั้นไม่นานโรงพยาบาลเกาหลีก็แจ้งกลับไปทางคุณเมว่าไม่สามารถให้ค่าชดเชยได้ครบ 60 ล้านบาท ตามที่ขอมา แต่ขอชดใช้ใน 3 ประการ ดังนี้   1.คืนเงินค่าทำหน้าอก 14,700,000 วอน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 441,000 บาท (สี่เเสนสี่หมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)   2.จ่ายค่าเสียโอกาสในการทำงาน 40,000,000 วอน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,200,000 บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)   3.จ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคุณเม ทั้ง 2 โรงพยาบาลในไทย จำนวน 1,468,641 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนหกหมื่นแปดพันหกร้อยสี่สิบเอ็ดบาทถ้วน) โดยได้ชำระกับโรงพยาบาลนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   หลังจากที่โรงพยาบาลได้แจ้งคุณเมว่าจะจ่ายตาม 3 ข้อข้างต้น ทางคุณเมยืนยันขอเรียกร้อง 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาทถ้วน) ตามจำนวนเดิม โดยไม่ขอลดหย่อนใดๆ ซึ่งอุ้มก็ยังกลับมาขอพบโรงพยาบาลด้วยตัวเองอีกเป็นครั้งที่สามเพื่อช่วยต่อรองให้คุณเมจงได้ แต่ทางโรงพยาบาลเกาหลีก็แจ้งกลับมาว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมากเกินไป จึงทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ จนท้ายที่สุดคุณแม่ของคุณเมแจ้งอุ้มว่าจะไม่ขอรับขอเสนอใดๆอีกต่อไป   เมื่อไม่นานมานี้ คุณเมได้ให้ทนายส่งเอกสารเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆมายังอุ้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เเละหลังจากนี้ทางอุ้มเอง ก็คงต้องขอให้เป็นเรื่องของทางกฏหมายดำเนินต่อไป   อุ้มทำงานนี้มาหลายปี มีคนมาให้อุ้มดูแลมากมาย ซึ่งเป็นคนที่ทำแล้วพอใจก็แนะนำบอกกันปากต่อปากเป็นส่วนใหญ่ อุ้มได้พยายามตั้งใจทำงานอย่างที่สุดและรับผิดชอบสุดความสามารถของอุ้มเสมอ   สุดท้ายนี้อุ้มก็ได้ชี้แจงความจริงในส่วนของอุ้มแล้ว อยากให้ทุกคนลองฟังอีกมุมหนึ่งเท่านั้น อุ้มเป็นคนไทยและรักประเทศไทยค่ะ ตลอดหลายปีที่อยู่ที่นี่ ก็ไม่เคยคิดว่าจะไม่ช่วยเหลือคนไทยด้วยกันเลย แต่บางอย่างมันเกินกำลัง อุ้มก็พยายามเต็มที่ ที่สุดแล้ว เพื่อรักษาสิทธิให้สาวๆในทุกกรณี   ขอขอบคุณสำนักข่าวทุกสำนักที่ให้ความสนใจและที่สำคัญที่สุดคือ กำลังใจจากกัลยาณมิตร เเละลูกค้าที่น่ารักทุกท่านที่คอยถามไถ่และให้กำลังใจกันเข้ามาตลอดนะคะ     ด้านนายแพทย์ชลทิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน พูดถึงเชื้อที่นักร้องสาวติดมานั้นเป็นเชื้อสกปรกตามโรงพยาบาลใหญ่ๆที่มีสารพัดโรค ซึ่งปกติจะไม่พบเชื้อนี้โดยเด็ดขาดในโรงพยาบาลศัลยกรรม   ทั้งนี้เมืองไทยถือว่าเป็นศูนย์ศัลยกรรมติดอันดับโลก แต่การที่ต้องบินไปทำไกลถึงเกาหลีถือว่าเป็นอิทธิพลโฆษณามาร์เก็ตติ้ง ซึ่งขณะนี้เมืองไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมเอเจนซี่ ปล่อยให้เอเจนซี่ทำธุรกิจอย่างไม่ปลอดภัย ที่ผ่านมาทางแพทย์ไทยต้องแก้เคสศัลยกรรมของลูกค้าที่ไปทำจากต่างประเทศเยอะมาก จึงอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมให้ศึกษาหาข้อมูลให้ดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X7P6-q8XKrU

 16,064

Top