ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศัลยกรรมหน้าอก"

สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 62

จ่อออกหมายเรียก 'หมอ-เจ้าของคลินิก' ทำนมเน่า-หัวนมหาย ด้าน สบส. พร้อมลงตรวจสอบ

ตำรวจ สน.สุทธิสารเตรียมออกหมายเรียกแพทย์ และเจ้าของคลินิกผ่าตัดลดขนาดหน้าอกให้แม่ค้าขายของออนไลน์เน่า ขณะที่กรมสนับสนุนบริการทางแพทย์ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกที่ถูกกล่าวหา    (13 ก.ย. 62) โดยคลินิกดังกล่าว อยู่ในย่านห้วยขวาง ที่แม่ค้าขายของออนไลน์เข้าแจ้งความ ที่ สน.สุทธิสารว่า เข้ารับบริการศัลยกรรมหน้าอกลดขนาด เนื่องจากมีแผนจะมีบุตรคนที่ 2 แต่กลับทำให้หน้าเกิดบาดแผล และทำให้หัวนมเน่านั้น   ล่าสุด ทันแพทย์ อาคม ประดิษฐสุวรรณ รอง อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. เปิดเผยว่า ทางกรมฯ ได้รับรายงานเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทำให้ในวันนี้จะมีการนำทีมเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบสถานบริการทางการแพทย์ที่ถูกกล่าวหา ว่ามีการขออนุญาต รวมถึง แพทย์ผู้ให้บริการเป็นไปตามที่มีการขออนุญาตหรือไม่    ด้านคลินิกที่ถูกกล่าวหา ได้ติดต่อมายังทีมข่าวช่อง3 ว่าขณะนี้ทางคลินิกได้ประสานไปยังผู้เสียหายแล้ว พร้อมยินดีที่จะรับผิดชอบให้กับผู้เสียหาย ที่จะต้องไปแก้ไขเต้านม โดยได้เจรจาขอระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการจัดการเรื่องราวต่างๆ ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากเรื่องใดนั้น ตนเองขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน    -ขณะที่ พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รองผู้กำกับการสอบสวน สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียก แพทย์ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ทำศัลยกรรมให้ และเจ้าของคลินิก มาให้ปากคำในฐานะพยาน และหลังจากนั้นจึงจะทยอยออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่ในร้าน รวมถึงพยานมาให้ข้อมูลต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แม่ค้าออนไลน์นมเน่า-หัวนมหาย หลังผ่าตัดลดไซส์หน้าอก คลินิกปัดรับผิดชอบ ไล่ให้ไปฟ้องเอา      

 2,452
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 62

แม่ค้าออนไลน์นมเน่า-หัวนมหาย หลังผ่าตัดลดไซส์หน้าอก คลินิกปัดรับผิดชอบ ไล่ให้ไปฟ้องเอา

นางสาวเก้า (นามสมมติ) แม่ค้าออนไลน์ อายุ 28 ปี พร้อมด้วทนาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวาง ภายหลังเข้ารับบริการศัลยกรรมหน้าอกลดไซส์ ย้ายหัวนม แล้วเกิดบาดแผลทำให้หัวนมเน่า และถูกตัดทิ้งทั้ง 2 ข้าง แต่แพทย์ผู้ให้การรักษากลับไม่รับผิดชอบ   และเยียวยาใดๆ ทำให้สภาพจิตใจแย่ลงทุกวัน ถึงขนาดคิดฆ่าตัวตาย เพราะเครียดเรื่องที่เกิดขึ้น   ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน เคยทำศัลยกรรมหน้าอกมาแล้ว ที่คลินิกย่านเพชรบุรี ซึ่งตนสามารถใช้ชีวิตและสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ จนต้นเดือนสิงหาคม 62 ตนอยากที่จะลดขนาดหน้าอก จากเดิมปริมาณ 380 ซีซี ลดเหลือ 275 ซีซี และอยากจะทำให้หน้าอกกระชับ   ตนจึงตัดสินใจหาข้อมูลของคลินิกศัลยกรรมหน้าอกต่างๆ ว่าหมอผู้รักษาเป็นใคร หรือผู้ที่เคยใช้บริการมีความเห็นอย่างไร กระทั่งตนเจอคลินิกแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง ก็พบว่าแพทย์ที่รักษาเป็นศัลยแพทย์ รวมทั้งมีการรีวิวก่อน และหลังทำ จึงทำให้เกิดความมั่นใจ และเชื่อใจ รวมทั้งติดต่อสอบถามรายละเอียดเรื่อยมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ค่ารักษาทั้งหมดอยู่ที่ 79,000 บาท แต่ในกรณีที่ทำเสร็จสิ้น และมีการรีวิวสินค้าให้ จะลดเหลือ 70,000 บาท   ช่วงผ่าตัด แพทย์ที่ทำมีท่าทีเร่งรีบแต่ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร เมื่อเสร็จตนรู้สึกแปลกใจว่าทำไมผ่าเสร็จเร็วผิดปกติ แต่ไม่ทักท้วงอะไร ก่อนที่ตนจะกลับไปพักฟื้นที่บ้าน   หลังจากนั้นกลับไปที่คลินิกเดิมอีกครั้ง เพื่อไปตัดไหมที่บริเวณหน้าอก ซึ่งจังหวะที่เปิดแผลผ่าตัด ตนเห็นว่าบริเวณปานนมเป็นแผล และมีรอยดำผิดปกติ ตนจึงหันไปถามเจ้าหน้าที่ว่าเกิดรอยดำเช่นนี้ผิดปกติหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าปกติ ซักพักจะเริ่มลอกและเข้ารูปมากยิ่งขึ้น   ต่อมารู้สึกว่าแผลบริเวณหน้าอกเริ่มแข็ง จึงไปหาหมอที่คลินิกดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งหมอแกะแผลบริเวณห้วนมออกให้ และมองหน้ากับผู้ช่วย 1 ครั้ง ก่อนจะนำน้ำเกลือและเบตาดีนใส่ผ้าก๊อซมาปิดบริเวณหัวนมอีกครั้ง และกำชับกับตนว่าขอให้ส่งรูปให้ดูทุกวัน   เมื่อให้หมอแกะแผลบริเวณหน้าอก แต่ครั้งนี้หมอกลับบอกให้ไปนอนบนเตียง และนำผ้ามาปิดใบหน้า ก่อนจะฉีดยาชาบริเวณหน้าอก จากนั้นตนก็รู้สึกเหมือนหมอกำลังแกะแผล และเย็บบริเวณหน้าอก หลังจากนั้นตนมาเปิดหน้าอก ก็พบว่าหน้าอกด้านขวาไม่มีหัวนมแล้ว ส่วนด้านซ้ายมีหัวนมโผล่ออกมานิดหน่อย แต่สภาพยับเยินหมดแล้ว ดูแทบไม่ออกว่าเป็นหัวนม ซึ่งตอนนั้นตนรู้สึกช็อกจนพูดไม่ออกและทำอะไรไม่ถูก   จึงตัดสินใจขอคุยกับหมอเป็นการส่วนตัว เพราะตนรู้สึกแย่ และได้รับความเสียหาย โดยตนขอค่าเยียวยาประมาณ 500,000 บาท แต่ปรากฎว่าคนที่มาคุยคือผู้ช่วยหมอ ซึ่งทางผู้ช่วยหมอไม่พูดใดๆ แต่โทรศัพท์ติดต่อไปยังหุ้นส่วนขอคลินิก และเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง โดยหุ้นส่วนขอคลินิกพูดเพียงว่า ตนเรียกร้องมากเกินไป ถ้าอยากได้เยอะขนาดนั้น ให้ไปฟ้องร้องเอา โดยไม่มีการขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ หลังจากนั้นทางเจ้าของคลินิกประสานมาสอบถามอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง และยินดีที่จะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด แต่ก็หายเงียบไป   ตนต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านฝั่งธน ซึ่งแพทย์ประเมินค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 บาท ทั้งนี้ตนทำอาชีพเป็นนายหน้าส่งลูกค้าให้เข้ารับการศัลยกรรมที่คลินิกต่างๆ ซึ่งการคัดเลือกคลินิกแต่ละแห่ง ตนจะทดลองทำก่อน และดูจากการรีวิวของผู้ใช้บริการ รวมทั้งตรวจสอบประวัติของแพทย์ผู้รักษาเองทุกครั้ง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ในอนาคตก็คงจะต้องมีการตรวจสอบคลินิกให้ละเอียดกว่าเดิม   เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนรับเรื่อง และเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะเชิญเจ้าของคลินิกดังกล่าวมาทำการสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ขณะเดียวกันทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปยังคลินิกดังกล่าว ปรากฎว่าไม่มีผู้รับสาย และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BkqrcNzGiBY

 6,308
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 62

2 นศ.สาวร้อง ปอท.ถูกโพสต์ประจานรูปหน้าอกว่อนเน็ต หลังทำศัลยกรรมคลินิกดัง

ทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม พร้อม 2 นักศึกษาสาวผู้เสียหาย เดินทางมายังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)เพื่อแจ้งความหลังถูกผู้ไม่หวังดีขู่ ส่งรูปหน้าอกประจาน เผื่อแลกกับให้ถ่ายรูปหน้าอกส่งให้ดู หากไม่ทำตามจะนำรูปถ่ายหน้าอกเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเผยแพร่อยู่ในกลุ่มลามกอนาจาร   โดยผู้เสียหายรายแรกซึ่งเป็นนักศึกษา เผยได้ถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ไม่รู้จัก ขู่ว่าจะประจานภาพเต้านม โดยภาพเต้านมนั้น เป็นภาพถ่ายที่ส่งผ่านไลน์ให้คลินิกศัลยกรรมชื่อดัง เพื่อปรึกษาปัญหาเต้านมไม่เข้ารูปหลังได้เข้าทำศัลยกรรม โดยไม่รู้ว่าภาพดังกล่าวหลุดไปที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ตนไม่รู้จักได้ยังไง นอกจากนั้น ยังได้รับแจ้งจากเพื่อนๆว่า มีภาพหลุดของตนปรากฎตามเว็บไซต์ต่างๆ จนตนเองได้รับความอับอายไม่กล้าไปเรียน โดยผู้ที่นำภาพออกประจานนั้นอย่างท้าทายให้เข้าแจ้งความ                     สำหรับรายที่ 2 นั้นได้เป็นสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊กเสริมความงาม มีการจัดกิจกรรมเสริมความงามฟรี เช่น การเสริมจมูก การทำหน้าอกเสริมเต้านมซึ่งได้จัดกิจกรรม แจกหน้าอก คือสามารถทำหน้าอกฟรีกับโรงพยาบาลเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งตนเองได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว   จนกระทั่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเข้ามาทักว่าตนเป็นผู้โชคดีได้ทำหน้าอกฟรี และขอให้ถ่ายรูปหน้าอกเพื่อวิเคราะห์ ตนเองหลงเชื่อถ่ายภาพหน้าอก ส่งผ่านไลน์ของทางโรงพยาบาลแห่งนี้ และมีผู้เข้ามาทักผ่านเฟซบุ๊ก ข่มขู่ให้ถ่ายรูปส่งไปเพิ่ม มิฉะนั้นจะเผยแพร่รูปถ่ายหน้าอกผ่านทางเว็บไซต์ ก่อนที่จะทำการบล็อกเฟซบุ๊ก ซึ่งความจริงแล้วภาพถ่ายหน้าอกของตนเองมีการเผยแพร่ไปแล้วก่อนหน้านี้บนสื่อออนไลน์   ทนายรัชพลเผยว่า ทั้งสองกรณีแม้จะเป็นคนละโรงพยาบาล แต่ภาพถ่ายที่แพร่ออกไปนั้นออกไปนั้น เป็นเว็บไซต์เดียวกัน คาดว่าน่าจะมีคนในคลินิกและสถาบันเสริมความงามเป็นผู้นำมาเผยแพร่   จึงฝากถึงผู้ที่จะปรึกษาคลินิกหรือสถาบันเสริมความงามเหล่านี้ ไม่ควรที่จะถ่ายภาพส่งทางออนไลน์ เพราะอาจจะมีคนสวมรอยนำภาพถ่ายออกไปเผยแพร่ การกระทำทั้งสองกรณีนี้ถือเป็นความผิดในการนำข้อมูลข่าวสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์และเข้าข่ายข่มขู่ ข่มขืนใจผู้อื่นจึงนำผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KjnXIUOHw8s

 6,625
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
11 มิ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 มิ.ย.62 สิบพรรคเล็กขู่เทมงคลกิตติ์-กระแสฮิตกินน้ำเซเลอรี่-คิงพาวเวอร์กวาดเรียบดิวตี้ฟรี

-ผู้ว่าฯกทม.ลั่นพร้อมลาออก ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง หลังมีกระแสให้ลาออกรับผิดชอบน้ำท่วมกรุง บอกออกเดี๋ยวนี้ก็ได้ ถ้าออกแล้วน้ำไม่ท่วม กทม. เตรียมซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าติดตั้งในอุโมงค์ระบายน้ำ ประสาน กฟน.แก้ปัญหาไฟดับ ไม่ให้ซ้ำรอย นายกฯไม่แฮปปี้กทม.ระบายน้ำไม่ทัน จนน้ำท่วมหลายจุด สั่งด่วนแก้น้ำท่วม รถติด ลดความเดือดร้อน ปชช.   -เน็ตไอดอลสาวแว่น อดีตดีเจออนไลน์รมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋งในบ้านที่ลำพูน ก่อนหน้าเคยตกเป็นข่าวขโมยไอโฟนในห้างดังเชียงใหม่ ทำให้ถูกปลดจากทุกรายการ โพสต์รูปอีโมจิหน้ายิ้มก่อนดับชีวิต ญาติเผยป่วยซึมเศร้ามานาน และเครียดต้องขึ้นศาลคดีลักไอโฟน เคยพยายามฆ่าตัวตายมาหลายครั้งแต่ช่วยได้ทัน   -อุตตม หัวหน้าพรรคพลังประราชรัฐ แจงดีลตั้งรัฐบาลยังไม่จบ ต้องคุยกันต่อ การเจรจาต่อรองเป็นปกติ บางส่วนจบแล้ว บางส่วนคุยกันต่อ แต่เดี๋ยวจะยุติ ยันไม่มีรอยร้าวกับพรรคร่วม   ด้านสนธิรัตน์ย้ำ พปชร.ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จำเป็นต้องคุมกระทรวงหลักทางเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ต้องเร่งดำเนินการเรื่องสำคัญ เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ลดความเหลื่อมล้ำ ให้เป็นไปตามนโยบายของพรรค ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผลักดันนโยบายตามที่ประกาศไว้   -จุรินทร์ย้ำตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนกระทรวง ไม่มีใครติดต่อมา ยัน ปชป.นิ่งและยุตินานแล้ว ไม่มีการต่อรอง รอเวลาโปรดเกล้าฯนายก ปชป.เคยเป็นแกนนำพรรคตั้งรัฐบาลหลายครั้ง นายกฯมีหน้าที่ตรวจรายชื่อและคุณสมบัติของ รมต.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯตามปกติ   -10 พรรคเล็กแถลงยันร่วมรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขเก้าอี้ รมต. หลังมงคลกิตติ์ออกโรงนับประชุม 10 พรรคเล็กทวงเก้าอี้ แต่มีพรรคไปร่วมหารือแค่ 2 พรรค ชี้ขอความเป็นธรรมโควต้ารมต.กับ 10 พรรคเล็ก เพราะเทียบกับชาติไทยพัฒนามี 10 ส.ส.ได้ 2 โควต้า ชาติพัฒนามี 3 คนได้ 1 โควต้า พรรคแกนนำควรเปิดโอกาสให้พรรคเล็กแสดงฝีมือด้วย ส่วนตัวพร้อมเป็นฝ่ายแค้น หากยังไม่มีข้อยุติเรื่องนี้   ต่อมาธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำ พปชร.นัดหารือ 10 พรรคเล็กทันที ต่อมามีการแถลงจุดยืนร่วมกันว่า สนับสนุนบิ๊กตู่เป็นนายกฯ ให้ พปชร.จัดตั้งรัฐบาล เรื่องเก้าอี้ รมต.ให้เป็นดุลยพินิจของบิ๊กตู่ตัดสินใจ ยัน 10 พรรคยังเกาะกันเหนียวแน่น บางช่วงธรรมนัสตักเตือนมงคลกิตติ์ให้ระวังการแสดงความเห็น โดยเฉพาะการต่อรองเก้าอี้ ส่วน หน.พรรคเล็กอื่นๆได้ยื่นคำขาดถ้ามงคลกิตติ์ยังล้ำเส้น จะมีการทบทวนว่ามงคลกิตติ์ควรอยู่รวมกลุ่มด้วยหรือไม่   ด้านมงคลกิตติ์ยันยังอยู่ในกลุ่ม 10 พรรค ยันสนับสนุนบิ๊กตู่เหมือนเดิม แต่การจัดตั้งรัฐบาลต้องใจกว้าง รอบคอบ นายกฯเป็นคนฉลาด ตนไม่เคยลืมท่าน หวังว่านายกฯจะไม่ลืมตน เพราะดูแลนายกฯมาตั้งแต่ปี 57   -กกต.รับคำร้องไต่สวนพรรคอนาคตใหม่ ปมเปิดเผยข้อมูลซื้อตัว ส.ส.120 ล้านแลกโหวตนายกฯ มีผลให้อนาคตใหม่ยุบพรรคหรือไม่ ปธ.กกต.บอกรับคำร้องไว้แล้ว จะพิจารณาว่ามีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ จะพิจารณาว่าเข้าข่ายลักษณะใด   -บก.ปอท./กองกฎหมายและคดี/สันติบาล เตรียมสอบ ช่อ พรรณิการ์ โฆษกอนาคตใหม่ กรณีโพสต์ภาพไม่เหมาะสมสมัยสวมชุดครุยรับปริญญา ผิด พ.ร.บ.คอม กระทบความมั่นคง ศรีสุวรรณเตรียมร้อง ป.ป.ช.อีกทาง ให้สอบว่าผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ โทษถึงพ้นจาก ส.ส.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แถมอาจโดน ม.112  ด้านช่อทวีตขอบคุณทุกกำลังใจที่ติด #Savepannika   -คิงพาวเวอร์กวาดเรียบ ได้ดิวตี้ฟรีสนามบินภูมิภาคอีก 3 แห่ง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ หลังก่อนหน้านี้ได้ดิวตี้ฟรีและพื้นที่การค้าสุวรรณภูมิ ชนะประมูลทุกที่ เพราะเสนอราคาตอบแทนสูงกว่าที่ ทอท.ได้รับอยู่ และสูงกว่าที่คาดหมายไว้ คิงพาวเวอร์ประกาศเดินหน้าต่อ ชิงประมูล pick up counter และดิวตี้ฟรีดอนเมือง ลั่นประสบการณ์สูง   -พริตตี้สาวร้อง ปอท.เอาผิดคลินิก หลังทำศัลยกรรมหน้าอกแต่ไม่เข้ารูป จึงถ่ายภาพส่งไลน์ปรึกษาคลินิก ภาพกลับถูกแพร่ว่อนโซเชียล อีกรายโดนแบบเดียวกัน แต่คนละ รพ.หลงเชื่อทำแคมเปญทำหน้าอกฟรี ถ่ายภาพหน้าอกส่งผ่านไลน์ ภาพหลุดจนอับอายไม่กล้าไปเรียน ทนายชี้ 2 กรณีแม้จะคนละ รพ. แต่ภาพลงในเว็บเดียวกัน ร้องเอาผิดตาม พรบ.คอม   -รอดตายหวุดหวิด หนุ่มขับกระบะมากับแฟน โคมไฟส่องสว่างเสาไฟเกาะกลางถนนหล่นทะลุกระจก แฟนสาวตกใจสุดขีด เคราะห์ดีเจ็บแค่รอยขีดข่วน   -พบลูกกระสุนปืนครบซุกเป้นักเรียน พร้อมขวดเหล้านอก มือถือฝาพับ พวงกุญแจระเบิด กระสุน วางข้างห้องน้ำวัดพระราม 9 พระพบก่อนโทรแจ้ง จนท. ตร.คาดแค่ขโมยกลัวความผิด ไม่เกี่ยวการเมือง   -หมวดท็อป วีรบุรุษแดนใต้ ออกจาก รพ.แล้ว หลังถูกคนร้ายวางระเบิดเจ็บสาหัส เสียกะโหลกไป 1 ซีกเมื่อปี 60 นอน รพ.มาเกือบ 2 ปี ญาติโพสต์ภาพพร้อมหน้าพร้อมตา กลับมาสู้ต่อที่บ้าน พ่อเผยเจ้าตัวบอกรู้งี้ออกมานานแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย   -หมอโภชนาการเตือนกระแสฮิต กินน้ำเซเลอรี่ หรือคื่นช่ายฝรั่ง ไม่ได้มีเฉพาะประโยชน์ แต่มีโทษด้วย ผู้ป่วยโรคไตห้ามกินเด็ดขาดเพราะโพแทสเซียมสูง คนความดันต่ำ กินแล้วจะยิ่งความดันลดลง เป็นอันตราย ส่วนคนที่กินหวังลดน้ำหนักแต่ไม่กินอย่างอื่นเลน สมองจะเบลอ ร่างกายพังแน่นอน ระวังสารพิษเจือปนจากยาฆ่าแมลง ต้องล้างทำความสะอาดอย่างดี แนะกินแต่พอดี จะดีที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ELill0nptjg

 12,199
สังคม-อาชญากรรม
10 มิ.ย. 62

2 นศ. สาว ร้อง ปอท. ถูกขู่ประจานภาพเต้านม

นศ. สาวร้อง ปอท. ถูกมือดีปล่อยภาพเต้านมว่อนเว็บไซต์ หลังส่งภาพปรึกษาคลินิกศัลยกรรม ขณะที่อีกราย หลงเชื่อกิจกรรมทำหน้าอกฟรี ถูกหลอกให้ส่งภาพหน้าอกเพื่อเอาไปวิเคราะห์ก่อน  แต่รูปกลับหลุดไปในโซเชียลฯ   วันที่ 10 มิ.ย. 62 เมื่อเวลา 09.30 น.ทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม พร้อม 2 นักศึกษาสาวผู้เสียหาย เดินทางมายังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อแจ้งความ   หลังถูกผู้ไม่หวังดีขู่ ส่งรูปหน้าอกประจาน เพื่อแลกกับให้ถ่ายรูปหน้าอกส่งให้ดู หากไม่ทำตามจะนำรูปถ่ายหน้าอกเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเผยแพร่อยู่ในกลุ่มลามกอนาจาร   โดยผู้เสียหายรายแรกซึ่งเป็นนักศึกษา เผยได้ถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ไม่รู้จัก ขู่ว่าจะประจานภาพเต้านม โดยภาพเต้านมนั้น เป็นภาพถ่ายที่ส่งผ่านไลน์ให้คลีนิคศัลยกรรมชื่อดังเพื่อปรึกษาปัญหาเต้านมไม่เข้ารูปหลังได้เข้าทำศัลยกรรม โดยไม่รู้ว่าภาพดังกล่าวหลุดไปที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ตนไม่รู้จักได้อย่างไร   นอกจากนั้น ยังได้รับแจ้งจากเพื่อนๆ ว่า มีภาพหลุดของตนปรากฎตามเว็บไซต์ต่างๆ จนตนเองได้รับความอับอายไม่กล้าไปเรียน โดยผู้ที่นำภาพออกประจานนั้นอย่างท้าทายให้เข้าแจ้งความ   ส่วนผู้เสียหายรายที่ 2 นั้น ได้เป็นสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊กเสริมความงาม มีการจัดกิจกรรมเสริมความงามฟรี เช่น การเสริมจมูก การทำหน้าอกเสริมเต้านมซึ่งได้จัดกิจกรรม แจกหน้าอก คือสามารถทำหน้าอกฟรีกับ โรงพยาบาลเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งตนเองได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว    จนกระทั่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเข้ามาทักว่าตนเป็นผู้โชคดีได้ทำหน้าอกฟรี และขอให้ถ่ายรูปหน้าอกเพื่อวิเคราะห์ ตนเองหลงเชื่อถ่ายภาพหน้าอก ส่งผ่านไลน์ของทางโรงพยาบาลแห่งนี้ และมีผู้เข้ามาทักผ่านเฟซบุ๊กข่มขู่ให้ถ่ายรูปส่งไปเพิ่ม มิฉะนั้นจะเผยแพร่รูปถ่ายหน้าอกผ่านทางเว็บไซต์ ก่อนที่จะทำการบล็อกเฟซบุ๊ก ซึ่งความจริงแล้ว ภาพถ่ายหน้าอกของตนเองมีการเผยแพร่ไปแล้วก่อนหน้านี้บนสื่อออนไลน์   ทนายรัชพล เผยทั้งสองกรณีแม้จะเป็นคนละโรงพยาบาล แต่ภาพถ่ายที่แพร่ออกไปนั้นออกไปนั้น เป็นเว็บไซต์เดียวกัน คาดว่าน่าจะมีคนในคลินิกและสถาบันเสริมความงามเป็นผู้นำมาเผยแพร่ จึงฝากถึงผู้ที่จะปรึกษาคลินิกหรือสถานบันเสริมความงามเหล่านี้ไม่ควรที่จะถ่ายภาพส่งทางออนไลน์ เพราะอาจจะมีคนสวมรอยนำภาพถ่ายออกไปเผยแพร่ ควรจะปรึกษากับคลินิกหรือสถาบันเสริมความงามโดยตรง    การกระทำทั้งสองกรณีนี้ถือเป็นความผิดในการนำข้อมูลข่าวสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์และเข้าข่ายข่มขู่ ข่มขืนใจผู้อื่นจึงนำผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง  

 2,339
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 พ.ค. 62

หญิงชาวลาวเสริมหน้าอก คลินิกดังย่านทองหล่อ อักเสบหนองไหลจนต้องตัดหัวนมทิ้ง

เพจเฟซบุ๊กชื่อ ห้องสืบสวยสยอง โพสต์เรื่องราว ของสาวลาวรายหนึ่งที่ได้เสริมหน้าอกกับคลินิกชื่อดังแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เมื่อปีก่อน ในขนาด 450 CC จากนั้นนับปีมีอาการแสบร้อนที่หน้าอกตลอด จึงโทรหาเอเจนซี่ของคลินิก โดยทางเอเจนซี่บอกให้มาพบหมอเพื่อทำการตรวจ หลังตรวจเสร็จหมอบอกว่าปกติไม่มีอะไร ผู้เสียหายจึงขอแก้ไขหน้าอกใหม่ให้มีขนาดเล็กลง และยกกระชับปานนมและตัดปานนมให้เล็กลง โดยจ่ายเงินครั้งนี้ไป 135,000 บาท   หลังแก้ไขหน้าอกได้ 3 วัน หน้าอกมีอาการบวมขึ้นทุกวัน จึงกลับไปพบหมออีกครั้ง หมอเห็นอาการผิดปกติจึงทำการบีบเลือดข้างที่ค้างข้างในหน้าอกออก และนัดฉีดยาฆ่าเชื้อเป็นเวลา 14 วัน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนหน้าอกอักเสบและติดเชื้อหนองไหลเป็นแผลลุกลาม ผู้เสียหายตัดสินใจขอถอดซิลีโคนออกแต่หมอปฏิเสธ บอกเพียงว่า “เดี๋ยวก็หาย” จนในที่สุดต้องตัดปานนมทิ้ง ทุกวันนี้ผู้เสียหายยังคงทำให้ไม่ได้ ร้องไห้ทุกครั้งเมื่อเห็นสภาพหน้าอกของตัวเอง   วานนี้ (14 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้เสียหายรายดังกล่าว โดยผู้เสียหายบอกเพียงว่า ขณะนี้กำลังทำการรักษาอยู่กับคลินิกแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว และยังไม่พร้อมให้ข้อมูลใดๆ   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังคลินิกดังกล่าวย่านทองหล่อแต่ไม่พบเจ้าของคลินิก โดยพนักงานของคลินิก แจ้งว่าไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และยังไม่มีการชี้แจงใดๆกับผู้สื่อข่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dVuXpxm3SXc

 4,415
ปากท้องร้องทุกข์
13 ธ.ค. 61

รวบแล้ว หมอแอบอ้างศัลยกรรมหน้าอก ลงรีวิวให้คนหลงเชื่อ ทำเหยื่อนมเน่านับสิบ

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลจับกุมเครือข่ายหลอกลวงให้ทำศัลยกรรมจนมีผู้เสียหายจำนวนมาก หลังตำรวจ กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. สืบสวนสอบสวนจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 5 ราย ซึ่งจับกุมล่าสุดได้ 3 ราย คือ   นางสาวดิธินี ใจกุศล เอเจนซี่จัดหา, นางสาวหฤทัย รัตนวิไลสกุล แพทย์, นายอลงกรณ์ วงศ์สวัสดิ์ แพทย์ ส่วนอีก 2 ราย หลบนี ประกอบด้วย นายณัฐดนัย ดัสกรพาณิชย์ ผู้ขออนุญาตเปิดคลินิก และนางลลิตา แก้วใส คนทำหน้าที่รีวิว   เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส / ร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ   สำหรับพฤติการณ์ของเครือข่ายดังกล่าว มีการโฆษณาการทำศัลยกรรมหน้าอกผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้กับบุคคลทั่วไป ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 2 หมื่นบาท โดยใช้เฟซบุ๊กของนางสาวดิธินี ติดต่อลูกค้า และมีนางลลิตา เป็นผู้ประสานงานติดต่อผ่านทางไลน์ และยังเป็นผู้แนะนำให้ลูกค้าไปตรวจเลือดเพื่อนำผลไปให้กับคลินิกเครือข่าย   ก่อนส่งต่อให้แพทย์ตามคลินิกเครือข่าย ทำการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอก และหลังจากนั้นผู้เสียหายเริ่มมีอาการเจ็บปวดที่แผลและมีหนองไหล เลือดซึมออกตลอดเวลา ได้แจ้งทางแพทย์แต่แพทย์อ้างว่าเป็นเรื่องปกติ โดยยังพบผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย   จากการสอบสวนพบว่า แพทย์ที่ถูกจับกุมทั้งสองคนเป็นแพทย์จริง แต่ไม่ใช่แพทย์ศัลยกรรม หรือ แพทย์ด้านตกแต่งเต้านม แต่อาศัยเรียนและจดจำจากแพทย์ที่ชำนาญการ และมาทำเอง และที่น่าตกใจคือ เวลาที่ผ่าตัดเสริมหน้าอก ไม่มีการวางยาสลบ ฉีดแค่ยาชาเท่านั้น บางรายทำออกมา เต้านมไม่เท่ากัน หัวนมไม่เท่ากัน และหนักสุดคือติดเชื้อเน่าลุกลาม   ด้านตำรวจระบุพฤติกรรมผู้ต้องหา อาศัยความเชื่อของสาวๆโดนหลอกล่อด้วยการทำนมราคาถูก และมีรีวิว ทำให้หลงเชื่อ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มศัลยกรรมตกแต่งจำนวนมาก มีการรีวิวให้ลูกค้าหลงเชื่อ  จึงขอเตือนสาวๆที่จะทำศัลยกรรม ตรวจเช็ครายชื่อแพทย์ให้ละเอียดและศึกษามาอย่างดี มิเช่นนั้น จะถูกหลอกได้  รวมทั้งกลุ่มที่รับจ้างรีวิว กลุ่มนี้ก็จะถูกดำเนินคดีเช่นกันหากพบว่า การรีวิวนั้นไม่เป็นความจริง   ทางด้านหญิงสาวผู้เสียหาย พอทราบข่าวก็เดินทางมาเพื่อขอเจรจากับแพทย์ที่ผ่าตัดเต้านม จนทำให้เต้านมผิดทรงเสียรูป ต้องทนทุกข์ทรมาน ทุกวันนี้ใส่เสื้อชั้นในก็ลำบาก เพราะเต้านมไม่เหมือนปกติ อยากขอให้ทางหมอออกมารับผิดชอบ   สำหรับคดีนี้ ยังเหลือผู้ต้องหาหลบหนีคดีอีกสองคน ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว ส่วนผู้ต้องหาทั้งสามคนที่จับมาได้ ก็จะนำตัวไปฝากขังเช้าวันนี้  และจะประสานหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขในการตรวจสอบความผิดของแพทย์ รวมไปถึงการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/39awqUCL-nM

 7,531
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 61

จ่อสั่งปิดคลินิกศัลยกรรมย่านเมืองเอก หลังสาวร้องทำ 'นมเน่า' พบผู้เสียหายโผล่อีกหลายราย

 จากกรณีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกองบังคับการปราบปราม  เอาผิดคลินิกศัลยกรรมเสริมหน้าอกแห่งหนึ่งย่านเมืองเอก จ.ปทุมธานี ปรากฎว่านมเน่า หนองทะลัก เลือดคั่ง แถมปัดความรับผิดชอบ โดยมีผู้เสียหายหลายรายได้รับการติดต่อจากเอเจนซี่และทำหน้าอกจากหมอคนเดียวกัน    เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พาผู้เสียหาย เดินทางไปที่สำนักงานสาธารณสุข จ.ปทุมธานี ยื่นหนังสือตรวจสอบคลินิก 3 เรื่อง คือตรวจสอบว่าได้รับใบอนุญาตให้เปิดคลินิกชอบด้วยกฎหายหรือไม่ , แพทย์ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรม ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือไม่ , เครื่องมือที่ใช้การผ่าตัดรวมถึงยาที่ใช้ในการรักษามีคุณภาพหรือไม่      จากนั้นนายแพทย์สุรินทร์  สืบซึ่ง นายแพทย์สาธารณสุข จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลินิกดังกล่าว หลังผู้เสียหายร้องว่า ได้รู้จักคลินิกเวชชกรรมนี้ทางเพจเฟซบุ๊ก ในเพจมีการโฆษณาอวดอ้างดึงดูดคนไปใช้บริการ เช่น “นมสวยจนต้องบอกต่อ สวยครบจบอย่างปลอดภัย มั่นใจได้”  โดยผู้เสียต้องการทำศัลยกรรมหน้าอก พอเห็นข้อความดังกล่าวที่อ้างว่าปลอดภัย จึงมั่นใจและติดต่อเข้าไปใช้บริการ    ผู้เสียหาย ระบุว่า เมื่อไปถึงคลินิกจะมีเอเจนซี่ของคลินิกต้อนรับ แนะนำโปรชั่น รายละเอียดการผ่าตัด พร้อมให้เลือกหมอที่จะทำการผ่าตัด โดยเอเจนซี่จะแนะนำแพทย์ที่มีประสบการณ์ จากนั้นก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีก่อนจะทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก ปรากฎว่าเมื่อถึงวันทำการผ่าตัด หมอที่ผู้เสียหายเลือกไว้ไม่มา และมีการเปลี่ยนหมอผ่าตัดกะทันหัน เป็นหมอท่านอื่นที่ไม่ได้เลือกไว้มาผ่าตัดแทน ทางคลินิกบอกว่าถ้าไม่ผ่าตัดจะไม่คืนเงินทั้งหมด ทำให้ผู้เสียหายจำยอมผ่าตัดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์  ทั้งนี้มีผู้เสียหายทยอยออกเปิดเผยเรื่องนี้เรื่อย ๆ เพื่อต้องการให้คลินิกแสดงความรับผิดชอบ    นายแทพย์ สสจ.ปทุมธานี และผู้เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบภายในคลินิก มีการพูดคุยกันโดยไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปด้านใน ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ในภาพรวมพบคลินิกแห่งนี้มีการเปลี่ยนเจ้าของใหม่ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 แต่แพทย์ผู้ดำเนินการรักษาสถานพยาบาลยังเป็นแพทย์ท่านเดิม และไม่สามารถตรวจหาหลักฐานจากเวชทะเบียนเดิมได้ จึงแนะนำผู้เสียหายให้ร้องเรียนไปที่พนักงานสอบสวน เพื่อเรียกแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาสอบปากคำ พร้อมเรียกผู้ดำเนินการสถานพยาบาลและเจ้าของคลินิกเดิม มาให้ปากคำด้วย    ตรวจสอบภายในคลินิกมีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้อง โดยพบความผิด 3 เรื่อง คือ ไม่พบแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลขณะเข้าทำการตรวจสอบ , มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ใช่แพทย์เจ้าของที่ขึ้นทะเบียน มอบหมายให้ผู้อื่นประกอบวิชาชีพเวชกรรมแทน , ขณะที่เข้าไปตรวจสถานพยาบาลไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม  ทั้งนี้ได้ส่งเรื่องทั้งหมดให้ตำรวจดำเนินการต่อไป ส่วนมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ ยา และห้องรักษาไม่พบความผิดปกติ  อย่างไรก็ตามจะออกคำสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นเวลา 30 วัน    ด้าน พ.ต.อ.วรพันธุ์  พิสุทธานนท์ ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.คูคต กล่าวว่า  การดำเนินการจะดูตามพยานหลักฐานก่อนว่าผู้เกี่ยวข้องมีใครบ้างทั้งคดีอาญาและแพ่ง เบื้องต้นจะต้องสอบปากคำจากแพทย์ที่ทำการรผ่าตัด และสอบปากคำผู้เสียหายก่อน ยังระบุไม่ได้จะต้องดำเนินคดีอย่างไร    ทนายความที่ปรึกษาด้านกฎหมายของคลินิก กล่าวว่า พิจารณาเอกสารทำสัญญาเช่าเจ้าของรายใหม่ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของคลินิกเดิม ส่วนการตรวจสอบภายในคลินิกเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ ทางคลินิกพร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และหากมีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ก็ว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย      ยืนยันเจ้าของคลินิกรายใหม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ผู้ร้องเรียนได้รับความความเสียหายจากการทำศัลยกรรม  ส่วนแพทย์ที่ผ่าตัดให้ผู้เสียหายนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะคลินิกไม่มีเวชทะเบียนการรักษาจากเจ้าของเดิม เนื่องจากเจ้าของเก่าขนเอกสารต่าง ๆ ออกไปหมดแล้วจึงไม่มีข้อมูลดังกล่าว ปัจจุบันคลินิกเปลี่ยนเจ้าของกิจการ หมอและเจ้าหน้าที่ก็เป็นคนใหม่ทั้งหมด     นายชาตรี  พิณใย  นิติกรกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า  เหยื่อที่ได้รับความเสียหายเจ้าของกิจการเดิมต้องรับผิดชอบ สำหรับแพทย์ที่ผ่าตัด ทาง สสจ.จะส่งเรื่องไปที่แพทยสภาเพื่อพิจารณาด้านจริยธรรม     ขณะที่ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ระบุว่า ได้มอบหมายให้หัวหน้านิติกรติดตามข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดจากหน่วยที่เกี่ยวข้อง  เพื่อนำเรื่องเข้าประชุมกรรมการแพทยสภา ขอตั้งเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริงแม้ว่าผู้เสียหายจะร้องเรียนหรือไม่ก็ตาม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย      ตนตั้งข้อสังเกตว่า เอเจนซี่ความงามและผู้รีวิวโฆษณาเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ อยากให้ สธ. และผู้เกี่ยวข้องจัดระเบียบเรื่องนี้เพื่อคุ้มครองประชาชน พร้อมฝากเตือนว่าการทำศัลยกรรมความงามใด ๆ ขอให้ตรวจสอบประวัติและรายละเอียดทั้งแพทย์และคลินิก ให้รอบคอบอย่าฟังหรือดูแต่รีวิวเพียงอย่างเดียว  หากเป็นแพทย์จริงแพทยสภายังติดตามดูแลมาตรฐานให้ได้  แต่หากไม่มีชื่อหรือเข้าข่ายเป็นหมอเถื่อน ยิ่งอันตรายมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dYGvbM1CLEc

 1,250
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 61

สาวยื่นหนังสือร้อง สสจ.ปทุมฯ ลุยตรวจสอบคลินิกดัง หลังทำหน้าอกแล้วเน่า

(29 พ.ย.61) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานสาธารณสุข ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาผู้เสียหายศัลยกรรมหน้าอกยื่นหนังสือเอาผิดคลินิกต่อสาธารณะสุขจังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 คน จากจำนวน 20 คน เพื่อยื่นหนังสือคำร้องให้สาธารสุขจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี นายแพทย์สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานีเป็นผู้รับหนังสือ   จากการสอบถามนายชาญชัย ฉายบุ รองประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ที่มายืนหนังสือคำร้องในวันนี้เพื่อให้ สสจ.ปทุมธานีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกที่มีปัญหา ตรวจสอบในเรื่อง 1.การเปิดคลินิกถูกต้องหรือไม่ 2.แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดมีใบประกอบวิชาชีพถูกต้องหรือไม่ และ 3.มาตรฐานการรักษาต่าง ๆ วัสดุอุปกรณ์ ยาที่ใช้ในการรักษา มีมาตรฐานและถูกต้องตามหลักวิชาชีพหรือไม่    ขณะที่มีผู้เสียหายร้องเรียนมาที่เครือข่ายจำนวน 20 คน ที่มีผู้เสียหายมาเนื่องจาก มีการชักชวนให้เข้ามาทำการรักษากับคลินิกแล้วจะมีส่วนลดให้จึงทำให้มีผู้เสียหายหลายราย   ส่วนนายแพทย์สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อรับหนังสือคำร้องแล้วขอเข้าประชุมเพื่อสอบถามผู้เสียหายที่จะเดินทางเข้ามาจำนวน 2 และได้รับหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องดูข้อมูลทุกส่วนก่อน โดยจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย    เบื้องต้นที่จะตรวจสอบคือตรวจดูใบจดทะเบียนว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ผู้ประกอบวิชาชีพมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ส่วนรายละเอียดอื่นต้องขอดูข้อมูลต่างๆ ก่อน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง สาวร้องกองปราบฯ เอาผิดคลินิกทำหน้าอกเน่า ด้านเอเจนซี่ออกตัว ขอโทษแทนหมอ บอกยินดีรับผิดชอบ

 1,130
ปากท้องร้องทุกข์
21 ส.ค. 61

สาวศัลยกรรมหน้าอก ซัดคลินิกดังทำนมเน่า หมดค่ารักษาเกือบล้าน กระทบให้นมลูก

สาวทำศัลยกรรมหน้าอกจากคลินิกดังย่านสีลมร้องกองปราบ ทำหน้าอกผิดรูป ฟีลเลอร์ที่ฉีดเกิดไหลย้อยลงไปที่หน้าท้อง ต้องรักษาตัวนาน 9 เดือน เสียเงินเหยียบล้านบาท และปัจจุบันไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม   ผู้เสียหายคือนางนวรัตน คงบำรุง อายุ 27 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกศัลยกรรมชื่อดังย่านสีลม ในข้อหากระทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และฉ้อโกง ประชาชน โดยระบุว่า เมื่อปี 2555 ได้เสริมหน้าอก โดยการฉีดฟิลเลอร์ ตามคำโฆษณาชักชวนของคลินิกดังย่านสีลม ในราคา 120,000 บาท   แต่พอผ่านไป 2 ปี หน้าอกเริ่มผิดรูป ฟีลเลอร์ย้อยมาลงที่บริเวณหน้าท้องและท้องน้อย จึงเข้าไปปรึกษาคลินิกเดิม แพทย์แนะนำให้ดูดฟิลเลอร์ที่หน้าอกออก แล้วใส่ซิลิโคนเพื่อเสริมรูปทรง ค่าใช้จ่ายรวม 1 แสน 6 หมื่นบาท   และเมื่อปีที่แล้วผู้เสียหายตั้งครรภ์ และผ่าคลอดบุตรเมื่อเดือนตุลาคม แพทย์ที่ผ่าคลอดพบว่าในช่องท้องมีสารฟิลเลอร์อยู่จำนวนมาก จึงต้องขูดฟิลเลอร์ในช่องท้องออกไปพร้อมกัน หลังจากนั้นยังต้องรักษาต่อเนื่องนานกว่า 9 เดือน   จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้ติดต่อให้คลินิกช่วยรับผิดชอบ ซึ่งได้ส่งเช็คเงินสด 1.5 แสนบาท พร้อมหนังสือสัญญาไม่เอาความต่อคลินิก โดยตอนนั้นยินยอมเพราะต้องการเงินมารักษาตัว แต่ปรากฏว่าค่ารักษาสูงกว่า 6 แสนบาท   ทางผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด เพราะปัจจบันไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ หน้าอกไม่เหมือนเดิม แขนยกไม่ได้ ไม่สามารถอุ้มลูกและให้นมลูกได้อีก นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังกระทบไปถึงน้ำนม เพราะลูกมีอาการปอดติดเชื้อเรื้อรังไม่สามารถหายได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QgHunlxKUlM

 2,964
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ส.ค. 61

ฮือฮา! สาวอกตู้มโชว์นวัตกรรมศัลยกรรมหน้าอกสุดล้ำ ซิลิโคนมีไฟกะพริบ

ชุดใหญ่ไฟกะพริบ! เผยคลิปสาวอกตู้มโชว์นวัตกรรมศัลยกรรมหน้าอกสุดล้ำ ซิลิโคนเรืองแสงไฟกะพริบ               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j1OLPuAR_Gw

 2,873
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ค. 61

เอเจนซี่โพสต์แจงเงินเยียวยา 'เม จีระนันท์' ปมศัลยกรรมเกาหลี หลังโดนเรียกร้อง 60 ล้าน

จากกรณีเม-จีระนันท์ กิจประสาน อดีตนักร้องสาว บินผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงในเกาหลีใต้ ด้วยราคา 8 แสนบาท แล้วเกิดอาการเลือดไหลไม่หยุด-หนองทะลัก-ติดเชื้อในกระแสเลือด-โอกาสรอด 10% ทำให้ต้องนอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลในไทยนานกว่า 5 เดือน พร้อมเรียกร้องให้เอเจนซี่และโรงพยาบาลรับผิดชอบเงิน 60 ล้าน       ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Russarin Chusinkawiphat ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงโดยระบุว่า   ขอชี้แจงเนื่องจากกรณีข่าวการทำศัลยกรรมที่พาดพิงมาถึงตัวอุ้ม ในเรื่องของคุณเมที่มาทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลเกาหลีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว   **ในการชี้แจงครั้งนี้ อุ้มจะไม่พูดถึงเรื่องการแพทย์ใดๆ เพราะทางโรงพยาบาลเกาหลีจะออกมาชี้แจงเองนะคะ** ตัวอุ้มเองทำงานในนามบริษัทเกาหลีที่นี่อยู่แล้ว   เริ่มต้นจากคุณเมติดต่อเข้ามาหาอุ้ม ว่าอยากเสริมหน้าอกในช่วงเดือนธันวาคม 2560 คุณเมได้เอ่ยถึงชื่อคุณหมอรี เเละแจ้งว่ามีเพื่อนของคุณเมมาแก้ไขหน้าอกกับคุณหมอและพอใจ คุณเมจึงสนใจอยากทำ   ต่อมาเริ่มต้นด้วยการเข้ารับการปรึกษาครั้งแรกกับคุณหมอเจ้าของโรงพยาบาล ( วันที่ 19 ธันวาคม 2560 ) และคุณเมตัดสินใจเองที่จะเสริมหน้าอกและทำตา โดยไม่ได้มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้นจากอุ้ม และคุณเม ได้จ่ายชำระเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับโรงพยาบาลโดยตรง ไม่ได้จ่ายผ่านอุ้ม หลังจากนั้นก็ ได้เข้ารับการผ่าตัดในวันที่ 21 ธันวาคม 2560   ...ตั้งแต่ทราบว่าเกิดปัญหาเมื่อคุณเมกลับมาประเทศไทย อุ้มมีความเครียดเเละความกังวลอย่างมากที่สุด เพราะคุณเมต้อง admit โรงพยาบาล โดยอุ้มเป็นคนสอบถามคุณแม่ของคุณเมว่าอยากย้ายไปทำการรักษาที่อื่นไหมเเละรพ.เกาหลี จะออกค่าใช้จ่ายการรักษาของคุณเมให้ทั้งหมด   อุ้มติดตามอาการของคุณเมมาโดยตลอดและส่งเรื่องให้ทางโรงพยาบาลเกาหลีทุกครั้ง อุ้มไม่เคยทิ้งขว้าง ถ้าตอบช้าในบางครั้งก็เพราะต้องรอคำตอบกลับจากโรงพยาบาลเช่นกัน โดยทุกคำตอบต้องได้รับการคอนเฟิร์มจากแพทย์เจ้าของเคสจึงจะตอบกลับไปได้ อุ้มพยายามพูดคุยสอบถามอาการของคุณเมผ่านคุณแม่เกือบทุกวัน เเละเเจ้งว่าหากไม่สบายใจตรงไหน อยากเปลี่ยนโรงพยาบาลก็สามารถบอกอุ้มได้เลยอุ้มจะคอยประสานงานให้ เเละยังให้คนไปเยี่ยมอาการ ทั้งที่โรงพยาบาลแรกและโรงพยาบาลที่สองอยู่เสมอ   คุณเมได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆโดยคุณหมอแจ้งว่าปลอดภัยเเล้ว คุณแม่ของคุณเมจึงได้นัดทำการเจรจา โดยในการเจรจานั้นฝ่ายคุณเมได้เรียกร้องค่าเสียหายรวมแล้วคือ จำนวนเงินทั้งหมด 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาทถ้วน) และยืนยันว่าต้องได้เงินจำนวนนี้ ซึ่งทางฝ่ายของคุณเม แจ้งว่าเป็นค่าสูญเสียรายได้จากการทำงานและค่าเสียหายในการทำธุรกิจที่ไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลานาน รวมถึงค่าเยียวยาจิตใจ   เมื่อมีการเรียกร้องเงินจำนวน 60 ล้านบาท เกิดขึ้น ตัวแทนของโรงพยาบาลเกาหลีจึงต้องกลับไปประชุมหารือก่อนแล้วจะแจ้งกลับในภายหลัง ซึ่งในระหว่างนั้นอุ้มก็ทำการต่อรองเเละขอเจรจากับทางโรงพยาบาลเกาหลีถึง 2 ครั้ง เพื่อขอให้ได้เงินตามที่คุณเมต้องการ     หลังจากนั้นไม่นานโรงพยาบาลเกาหลีก็แจ้งกลับไปทางคุณเมว่าไม่สามารถให้ค่าชดเชยได้ครบ 60 ล้านบาท ตามที่ขอมา แต่ขอชดใช้ใน 3 ประการ ดังนี้   1.คืนเงินค่าทำหน้าอก 14,700,000 วอน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 441,000 บาท (สี่เเสนสี่หมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)   2.จ่ายค่าเสียโอกาสในการทำงาน 40,000,000 วอน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,200,000 บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)   3.จ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคุณเม ทั้ง 2 โรงพยาบาลในไทย จำนวน 1,468,641 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนหกหมื่นแปดพันหกร้อยสี่สิบเอ็ดบาทถ้วน) โดยได้ชำระกับโรงพยาบาลนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   หลังจากที่โรงพยาบาลได้แจ้งคุณเมว่าจะจ่ายตาม 3 ข้อข้างต้น ทางคุณเมยืนยันขอเรียกร้อง 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาทถ้วน) ตามจำนวนเดิม โดยไม่ขอลดหย่อนใดๆ ซึ่งอุ้มก็ยังกลับมาขอพบโรงพยาบาลด้วยตัวเองอีกเป็นครั้งที่สามเพื่อช่วยต่อรองให้คุณเมจงได้ แต่ทางโรงพยาบาลเกาหลีก็แจ้งกลับมาว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมากเกินไป จึงทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ จนท้ายที่สุดคุณแม่ของคุณเมแจ้งอุ้มว่าจะไม่ขอรับขอเสนอใดๆอีกต่อไป   เมื่อไม่นานมานี้ คุณเมได้ให้ทนายส่งเอกสารเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆมายังอุ้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เเละหลังจากนี้ทางอุ้มเอง ก็คงต้องขอให้เป็นเรื่องของทางกฏหมายดำเนินต่อไป   อุ้มทำงานนี้มาหลายปี มีคนมาให้อุ้มดูแลมากมาย ซึ่งเป็นคนที่ทำแล้วพอใจก็แนะนำบอกกันปากต่อปากเป็นส่วนใหญ่ อุ้มได้พยายามตั้งใจทำงานอย่างที่สุดและรับผิดชอบสุดความสามารถของอุ้มเสมอ   สุดท้ายนี้อุ้มก็ได้ชี้แจงความจริงในส่วนของอุ้มแล้ว อยากให้ทุกคนลองฟังอีกมุมหนึ่งเท่านั้น อุ้มเป็นคนไทยและรักประเทศไทยค่ะ ตลอดหลายปีที่อยู่ที่นี่ ก็ไม่เคยคิดว่าจะไม่ช่วยเหลือคนไทยด้วยกันเลย แต่บางอย่างมันเกินกำลัง อุ้มก็พยายามเต็มที่ ที่สุดแล้ว เพื่อรักษาสิทธิให้สาวๆในทุกกรณี   ขอขอบคุณสำนักข่าวทุกสำนักที่ให้ความสนใจและที่สำคัญที่สุดคือ กำลังใจจากกัลยาณมิตร เเละลูกค้าที่น่ารักทุกท่านที่คอยถามไถ่และให้กำลังใจกันเข้ามาตลอดนะคะ     ด้านนายแพทย์ชลทิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน พูดถึงเชื้อที่นักร้องสาวติดมานั้นเป็นเชื้อสกปรกตามโรงพยาบาลใหญ่ๆที่มีสารพัดโรค ซึ่งปกติจะไม่พบเชื้อนี้โดยเด็ดขาดในโรงพยาบาลศัลยกรรม   ทั้งนี้เมืองไทยถือว่าเป็นศูนย์ศัลยกรรมติดอันดับโลก แต่การที่ต้องบินไปทำไกลถึงเกาหลีถือว่าเป็นอิทธิพลโฆษณามาร์เก็ตติ้ง ซึ่งขณะนี้เมืองไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมเอเจนซี่ ปล่อยให้เอเจนซี่ทำธุรกิจอย่างไม่ปลอดภัย ที่ผ่านมาทางแพทย์ไทยต้องแก้เคสศัลยกรรมของลูกค้าที่ไปทำจากต่างประเทศเยอะมาก จึงอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมให้ศึกษาหาข้อมูลให้ดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X7P6-q8XKrU

 16,543

Top