ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมคิดจาตุศรีพิทักษ์"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
17 ก.ค. 62

'สมคิด' ยันรัฐบาลไม่ถังแตก ลั่นไม่ขึ้นภาษีซ้ำเติม ปชช.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่า สิ่งที่ท้าทายของรัฐบาลคือ การเพิ่มรายได้จากแหล่งใหม่ๆ เนื่องจากรายได้ของงบประมาณมาจากไม่กี่แหล่งเช่น รายได้จากภาษี การกู้เงินหรือออกพันธบัตร เงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจและโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งหากมีข้อเสนอจากหน่วยงานไหนว่า จะเพิ่มรายได้จากแหล่งใหม่ๆ ได้ รัฐบาลก็พร้อมรับฟัง   โดยขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่ถังแตกอย่างแน่นอน และขอสบายใจได้ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายขึ้นภาษีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เพราะการขึ้นภาษีในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวเท่ากับซ้ำเติมประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mpP9phx4W3I

 1,276
การเมืองเข้มข้น
12 ก.ค. 62

'พุฒิพงษ์' ดอดพบ 'บิ๊กตู่' ปัดหารือตำแหน่งโฆษกรัฐบาล

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ขนพระพุทธรูปจากกระทรวงกลาโหม เข้าห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ตึกบัญชาการแล้ว ขณะที่พุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ดอดพบนายกรัฐมนตรี และสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ปฎิเสธมารับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล   วันที่ 12 ก.ค. หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม. รัฐมนตรีแต่ละคนเริ่ม มีการขนข้างของย้ายเข้าห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่พ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี อย่างเดียว ได้ให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานกระทรวงกลาโหม ขนโต๊ะ หมู่บูชา พร้อมพระพุทธรูปปางลีลา 25 พุทธศตวรรษ ครุฑ และรูปภาพ จากกระทรวงกลาโหม เข้ามาไว้ที่ห้องทำงานรองนายกฯ ที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ แล้ว    ขณะที่ นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยระบุ ว่าเดินทางมาพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ปฎิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดว่าหารือประเด็นใดกับนายกรับมนตรี และยืนยันว่าไม่ได้เดินทางมารับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล    จากนั้นได้เข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกบัญชาการ ซึ่งนายสมคิด กล่าวภายหลังนายพุฒิพงษ์ เข้าพบ ว่า ได้แสดงความยินดี กับตำแหน่งใหม่ พร้อมได้ให้คำแนะนำในการทำงาน และเชื่อมั่นว่านายพุฒิพงษ์ จะทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว    ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ มาหารือประเด็นที่เกี่ยวการร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่า จะส่งฉบับสมบูรณ์ให้นายกรัฐมนตรีได้ภายในวันพรุ่งนี้ ส่วนความคืบหน้าการตั้งทีมโฆษกรัฐบาล เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติ แม้จะมีรายชื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทั้ง 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย โฆษก และ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ตาม    ขณะที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเปิดโอกาสให้ ศาสตราจารย์เคล้าส์ ชวาป (Professor Kluas Schwab) ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร World Economic Forum (WEF) เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย ที่ห้องสีม่วง    

 624
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 ก.ค. 62

'สมคิด' บอกเศรษฐกิจครึ่งปีแรก อย่าไปคิดมาก เน้นกระตุ้นในประเทศครึ่งปีหลัง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยืนยันไม่มีทีมดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เพราะรองนายกรัฐมนตรีมีหลายคน ทุกคนต้องช่วยกันดูแต่ละกระทรวง โดยล่าสุดนายกรัฐมนตรี กำชับให้รวมนโยบายแต่ละกระทรวง รวมถึงนโยบายจากฝ่ายค้านเพื่อแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจฐานราก เรียกความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ส่วนตัวมองว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงใหญ่มีรัฐมนตรีหลายคนเหมาะสมแล้ว   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลังจากที่มีกระแสข่าวว่า ตนเองจะทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจต่อ ระบุว่าส่วนตัวไม่อยากให้มองว่าเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เพราะว่ามีการแต่งตั้งรองนายกฯ ตั้งหลายคน ซึ่งแต่ละคนมีหน้าที่จะไปดูแลแต่ละกระทรวงจึงไม่อยากให้แบ่งว่าเป็นฝ่ายไหน และคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร   พร้อมยืนยันไม่มีทบทวนนโยบาย แม้จะมีหลายพรรคการเมือง เพราะนโยบายของพรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกัน ที่ต้องการทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งมีความสามารถสูงในอนาคต รวมถึงการช่วยเหลือฐานรากให้มากขึ้น แต่ก็มีความแตกต่างกันในรายละเอียด เชื่อว่าแต่ละพรรคมีการหารือกันอยู่แล้ว และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดิม   จึงขออย่ากังวลในเรื่องดังกล่าว ส่วนจะเป็นความท้าทายกับรัฐบาลใหม่หรือไม่ หลังจากตัวเลข GDP ลดลง ตนเองเชื่อว่าในภาวะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ไม่ใช่ประเทศไทยโดนประเทศเดียว ทุกคนลำบากไปหมด ประเทศไทยเผชิญอยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงนี้ ซึ่งขณะนี้ทุกอย่างเรียบร้อย และรัฐบาลชุดใหม่เหลือแค่รอการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน   จึงมองว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากจะคิดว่าให้ไทยรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลกเพียงประเทศเดียวคงไม่ได้ จึงต้องพยายามประคองกันไปในช่วงนี้ ส่วนจะให้ความเชื่อมั่นกับการลงทุนกับต่างประเทศหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ที่นโยบาย ถ้าทุกคนร่วมกันผลักดันนโยบายไม่ให้เกิดการติดขัดทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม   พร้อมทั้งระบุว่าเราต้องมั่นใจกันเองก่อน ถ้าเราไม่มั่นใจแล้ว ต่างชาติจะมั่นใจได้อย่างไร ส่วนตนเองจะประเมินความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจ ภายในประเทศว่าจะดีขึ้นหรือไม่นั้น มองว่าครึ่งปีแรกอย่าไปคิดในเรื่องนี้ให้มากนัก เพราะทุกอย่างว่างมาเกือบครึ่งปี แต่ควรมองถึงครึ่งปีหลังนี้เมื่อรู้ว่าเศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี จึงต้องหันมาเน้นแก้ไขภายในประเทศ โดยเฉพาะโครงการลงทุนต่างๆ ต้องเดินหน้าไม่ให้ติดขัดรวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก   นายสมคิด ยังยืนยันว่าตนเองไม่มีทีมฝ่ายเศรษฐกิจ มีแต่เพียงน้องๆที่กระจายในกระทรวงต่างๆซึ่งตนเองก็คิดว่าจะสามารถประสานกับน้องๆภายในกระทรวงต่างๆได้ แม้ต่างพรรคแต่รู้จักทั้งหมด โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตนเองก็รู้จักมานานแล้ว พร้อมฝากให้เร่งรัดโครงการเมกะโปรเจ็กต์อย่าให้เกิดความสะดุด   ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจที่จะนำไปแถลงต่อรัฐสภานั้นขณะนี้กำลังรวบรวมกันอยู่ โดยพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลได้รวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆเพื่อจะรวบรวมเป็นนโยบายของรัฐบาล ขณะเดียวกันนายกฯยังได้กำชับ ให้รวบรวมนโยบายของฝ่ายค้านด้วย ซึ่งนโยบายฝ่ายค้านก็ต้องการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานรากเช่นเดียวกัน หากฝ่ายค้านมีนโยบายอะไรก็ให้แนะนำกันมาเพื่อรวบรวมให้เป็นเรื่องเดียวกัน   ทั้งนี้หากมีรัฐบาลใหม่มาอย่าเรียกว่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์ให้กับประชาชน แต่จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปเพื่อไม่ให้เสียโอกาส  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pVHpevjrnLk

 4,880
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 ก.ค. 62

'สมคิด' ชี้เศรษฐกิจไม่ดีทั้งโลก คนไทยต้องเชื่อมั่น อย่ากังวลการเมือง ไม่ตีกันเอง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พูดถึงภาวะเศราฐกิจไทยว่า หลายคนคงกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจ เพราะว่าเจอ 2 เด้ง เด้งที่ 1 คือเศรษฐกิจโลกที่ไม่ค่อยดีจากสงครามการค้าระหว่างอเมริกากับจีน ซึ่งกระทบการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยวของโลก แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่เฉพาะเราประเทศเดียว ถ้าพยายามยืนหยัดเอาไว้ อย่าตีกันเองซะก่อน เชื่อว่าเราจะผ่านพ้นไปได้   เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดีเราก็หันมาเน้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่น คนจะลงทุนก็ต้องมีความเชื่อมั่น จะใช้จ่ายมากน้อยเพียงใดก็ดูความเชื่อมั่น ถ้าพวกเรากันเองขาดความเชื่อมั่นแล้วจะให้ใครมาเชื่อมั่นประเทศไทยและตามที่ธนาคารโลกออกมาบอกว่าประเทศเรา มีความเสี่ยงในด้านของความไม่แน่นอนทางการเมือง คือเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลนั้น   นายสมคิด กล่าวย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังอยู่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม แล้วพวกเราก็ช่วยกันสร้างทุกอย่างให้ดี อย่าไปกังวลเพราะไม่มีประโยชน์ช่วยกันทำงานอาจไม่ได้มากเท่าเดิม แต่อย่างน้อยเราก็ทำตัวของเราให้ผ่านไปให้ได้อย่างที่บอกว่าปีนี้ อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะได้ 3.5%   ซึ่งภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกแบบนี้ถ้าขยายตัวเกิน 3% ได้ ก็ถือว่าใช้การได้แล้ว ประเทศไทยดีมากๆ ไม่เช่นนั้นเงินลงทุนจากต่างประเทศจะไหลเข้ามาจนเงินบาทแข็งค่าขนาดนี้หรือ “แทนที่เราจะมองกังวลอย่างเดียว ทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็อย่าทำอย่างนั้น พวกเราไม่มีพรรคอยู่แล้ว เรามีแต่พวก ผมเองก็ไม่มีพรรค ผมมีแต่พวก ทุกอย่างทำเพื่อบ้านเมืองทั้งนั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YH2veOoGUao

 1,160
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
28 มิ.ย. 62

'สมคิด' ไม่กังวล gdp ไทยโดนหั่น มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง หลังรัฐบาลใหม่

รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังโตต่อเนื่องได้ หลังมี ครม.ใหม่เข้ามาบริหารงาน ระบุทำงานร่วมกับทีมเศรษฐกิจพรรคร่วมได้ราบรื่น    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง การปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทยจาก 3.8 % เหลือ 3.3% ว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะหลังจากเลือกตั้งมายังไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ประกอบกับเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว แต่มั่นใจว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดีอยู่แล้ว   และเชื่อว่าหลังจากนี้ภาวะเศรษฐกิจของไทยจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากจะมีคณะรัฐมนตรีเข้ามาทำงานเดินหน้านโยบายต่างๆต่อ ขณะที่การเบิกจ่ายการลงทุนจะยังมีต่อเนื่องแม้ว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะล่าช้ากว่าปกติก็ตาม   ซึ่งรัฐบาลจะพยายามเร่งการเบิกงบลงทุนของโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ พร้อมยืนยัน ว่าการทำงานของทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลใหม่ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหา เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศเช่นเดียวกัน และจะทำงานร่วมกันได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sv53N5VGy_o

 1,647
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
27 มิ.ย. 62

กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% พร้อมหั่น gdp เหลือ 3.3%

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ซึ่ง กนง.จึงได้ปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ เหลือโต 3.3% จากเดิมคาดว่าโต 3.8% ซึ่งได้รวมปัจจัยความล่าช้าการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ที่จะสามารถเบิกจ่ายได้ต้นปีหน้า   ส่วนปี 2563 คาดการณ์เศรษฐกิจไทย โต 3.7% จากเดิม 3.9% เนื่องจากการส่งออกสินค้า ขยายตัวชะลอลง กว่าที่ประเมินไว้มาก จากภาวะสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้การส่งออกปีนี้ ไม่ขยายตัว ซึ่งลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะโต 3% ต่อปี และอาจจะติดลบได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ซึ่งก็จะส่งให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงกว่าที่คาดได้อีก   อย่างไรก็ตาม กนง.จะติดตามความเสี่ยงสงครามการค้า การขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศอุตสาหกรรมหลักและความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด   นอกจากนี้ กนง. จะติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทด้วย เพราะยอมรับว่าค่าเงินบาทได้เเข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็ว ซึ่งไม่เป็นไปตามปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด และมีมาตรการดูแลที่เข้มข้นขึ้น ในการจัดการเงินทุนที่มาพักในระยะสั้น ซึ่งจะเห็นมาตรการในไม่ช้านี้   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เตือนธนาคารแห่งประเทศไทย อย่าฝืนทิศทางเศรษฐกิจโลก ถึงเวลาที่ไทยต้องลดอัตราดอกเบี้ย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FNzGyFA55h4

 627
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
23 พ.ค. 62

พิษสงครามการค้า ฉุดส่งออกไทยลดวูบ เม.ย. -2.57% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กล่าวว่า การส่งออกเดือนเมษายน 2562 มีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.57% เป็นการขยายตัวติดลบต่ำสุดในรอบ 2 ปี หลังจากที่เดือน มีนาคม 2562 ก็เพิ่งติดลบ 4.8 % ส่งผลให้การส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ลดลง 1.86 % มีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ   ส่วนการนำเข้าเดือนเมษายน 2562 มีมูลค่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.72 % และในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้การนำเข้า มีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.08 %   สำหรับดุลการค้าในเดือนเมษายน 2562 ไทยขาดดุลการค้า 1,457 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.72 % แต่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ในภาพรวมไทยยังได้ดุลการค้า 549 ล้านเหรียญสหรัฐ   สาเหตุที่การส่งออกลดลงต่อเนื่องเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ทำให้กระทบกำลังซื้อทั่วโลกอย่างชัดเจน และยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ที่ทำให้การส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมลดลงมาก ส่วนหนึ่งยังเป็นผลมาจาก เทคโนโลยีของไทยล้าสมัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลในระยะยาว หากไม่มีการปรับโครงสร้างการผลิต เช่น สินค้าในกลุ่มรถยนต์ ไทยยังผลิตรูปแบบเดิม ในขณะที่ประเทศผู้ซื้อหันไปนำเข้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น   ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับปัญหาสงครามการค้า ที่กระทบกับภาคการส่งออกของทุกประเทศ รวมถึงไทยด้วย แต่ไทยยังถูกกระทบกับปัจจัยทางการเมือง ที่ยังไม่มีรัฐบาล หลังจากเลือกตั้งผ่านมาหลายเดือนแล้ว   ดังนั้นจึงเผชิญกับปัจจัยภายในที่ยังไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตามต้องการเห็นภาคการเมืองมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ โดยอยากให้ปรองดองกันและมองถึงอนาคตของบ้านเมืองเป็นหลัก เพราะจะทำให้ฟื้นความเชื่อมั่นได้เร็วขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tQUTjV11wgs

 1,027
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
22 พ.ค. 62

สภาพัฒน์หั่น gdp ปี 62 เหลือ 3.6% หลัง q1 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี 'สมคิด' แนะฟอร์มรัฐบาลเร็วช่วยฟื้นได้

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทบทวนประมาณการเศรษฐกิจใหม่ (GDP) โดยเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะขยายตัวได้ 3.6% ลดลงกว่าประมาณการเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 4% หลังไตรมาสแรกโต 2.8 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี   เนื่องจากปัญหาสงครามการค้าทวีความรุนแรงขึ้น จะทำให้การส่งออกของไทยขยายตัวเพียง 2.2% จากเดิมที่คาด 4.1%  ซึ่งต้องการรัฐบาลใหม่ผลักดันให้ส่งออกขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่ชัดเจน ที่จะส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะทำให้การเบิกจ่ายมีปัญหาได้   อย่างไรก็ตาม สศช. เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะมีสัญญาณดีขึ้น เนื่องจากไทยจะมีการจัดตั้งรัฐบาลมาขับเคลื่อนนโยบายและรักษาแรงขับเคลื่อนขยายตัวเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การส่งออกนั้น หากมีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะพยายามผลักดันให้การส่งออกขยายตัวได้ 3% ให้ได้ส่วนการท่องเที่ยวรัฐบาลจะต้องดูแลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ที่ 2.12 ล้านล้านบาท หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยว 40.5 ล้านคน   เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.จะนประเมินสถานการณ์ และจ่อปรับลด GDP ใหม่เช่นกันสัปดาห์หน้า ขณะที่ธนาคารทหารไทย หรือ TMB ประกาศหั่น GDP แล้วเหลือแค่ 3.0%   ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกมีปัญหามาก ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีการเลือกตั้งทำให้หลายๆอย่างทำได้ไม่เต็มที่ แต่ยังเชื่อว่าถ้าหากว่าเราสามารถฟอร์มรัฐบาลได้เร็ว การเมืองนิ่งในครึ่งปีหลังก็น่าจะดีขึ้น เพราะงบลงทุนจะมีค่อนข้างมากทีเดียว ก็อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าปรองดองกัน มองประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก ทำให้บ้านเมืองก้าวไปข้างหน้าได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h7GO7g7zyDI

 1,320
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
16 พ.ค. 62

'สมคิด' รับสงครามการค้า-ตั้งรบ.ช้าฉุดเศรษฐกิจ ธนาคารโลกจ่อปรับลด gdp ไทยอีกรอบ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวต้องการให้เกิดความชัดเจนทางการเมืองเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ เพราะการไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ทำให้การทำงานของรัฐล่าช้า ภาคเอกชนเกิดความไม่มั่นใจในการลงทุนประกอบกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจลุกลามไปสู่ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ จนกระทบต่อการส่งออกของไทยและทั่วโลก แต่ก็ไม่รู้สึกกังวล เพราะเชื่อว่าหากไทยมีรัฐบาลเมื่อไร สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจจะดีขึ้นเอง     น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่าผลกระทบจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯที่มีต่อไทย อาจทำให้การส่งออกลดลง 8% ซึ่งต้องติดตามว่าวิกฤตนี้จะยาวนานแค่ไหน ผู้ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงสหรัฐฯ และจีน แต่ทุกประเทศได้รับผลกระทบหมด ยอมรับกลุ้มใจกับสถานการณ์การส่งออก ซึ่งตัวเลขอาจต่ำกว่าที่กำหนดไว้   ด้านนายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก กล่าวว่า ในเดือน ก.ค.นี้ธนาคารโลก จะมีการปรับการคาดการณ์จีดีพีของประเทศไทยใหม่อีกครั้ง จากเดิมปีนี้จะเติบโต 3.8% และปี 2563 เติบโต 3.9%   เพราะประเทศไทยมีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออก ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง จากเศรษฐกิจโลกที่เติบโตลดลง เพราะสงครามการค้าสหรัฐฯและจีน ที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น จึงต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจจีน ที่หากเติบโตลดลง จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและมาเลเซีย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U9nCraPeD5I

 1,171
การเมืองเข้มข้น
14 พ.ค. 62

'บิ๊กตู่' อารมณ์ดีบอกกำลังตั้งรัฐบาล หลังถกเงียบ 'สมคิด'

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “กำลังดำเนินการอยู่นะจ๊ะ” เมื่อถามว่า มีส่วนร่วมจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “อ๋อ กำลัง ดูอยู่” ก่อนโบกมือเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า   ทั้งนี้รายงานว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นนายสมคิดเดินทางออกจากทำเนียบฯ และต่อมาอีก 20 นาที นายกฯได้เดินทางออกจากทำเนียบฯเช่นเดียวกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5cdlGsu9zqI

 1,121
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
05 เม.ย. 62

'สมคิด' สั่งพาณิชย์อย่าเกียร์ว่าง เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

จากกรณีที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทรุดทุกรายการในรอบ 3 เดือน ต่ำสุดในปี 62 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่ทรุดขนาดนี้ ตัวการคือการเมืองที่ไม่นิ่ง และไม่ชัดเจน มันมีความสำคัญของเศรษฐกิจไทย และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค มันทำให้ไม่มีอารมณ์ที่จะบริโภคนั้นเอง    ซึ่งนักลงทุนก็รอความชัดเจนของรัฐบาล หากมีความชัดเจน ก็จะเริ่มลงทุนกัน ซึ่งต้องของให้ทุกคนช่วยประคับประครองไปให้ได้ และทุกคนก้ต้องโหมงานหนักขึ้น ยิ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ จะต้องเกียร์ว่างไม่ได้เลย เพราะไปส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าและการขาย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cwZV-_3iOEg

 1,117
การเมืองเข้มข้น
28 มี.ค. 62

พปชร.เมินเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ชี้เลข ส.ส.ยังไม่นิ่ง วงในแฉ 'สมคิด' ต่อสาย 'มิ่งขวัญ' ตอบรับขั้วนี้

ความเคลื่อนไหวทางฝั่งพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคแถลงตอบโต้ พรรคเพื่อไทยที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคอยู่ในช่วงดำเนินการหารือกับพรรคการเมืองอื่น มีทั้งพรรคขนาดใหญ่ และขนาดเล็กสู่การจัดตั้งรัฐบาล บนจุดยืนคะแนนต้องชัดเจนเป็นทางการจาก กกต.   วันนี้ยังไม่มีกลุ่มไหนที่พูดได้จริงว่าได้คะแนนเสียงเท่าไร ใครมาพูดว่าได้คะแนนเสียงเท่าไรจะพูดก็พูดได้ แต่เป็นการเข้าใจเอง ไม่ใช่ทางการ ตัวเลขยังไม่นิ่ง แล้วถ้าได้ ใบแดงขึ้นมา เปลี่ยนได้เลยเหมือนกัน เมื่อตัวเลขนิ่งจะเดินหน้าได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปแถลงนู่นนี่นั่น ยังมีเวลาทำอย่างรัดกุม และยังไม่ถึงขั้นพูดต่อรองเก้าอี้ แต่มั่นใจรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้แน่   ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า วันนี้ที่บอกรวมเสียงได้ ยังไม่รู้ว่าเสียงจริงเท่าไร เพราะ กกต.ยังไม่ประกาศตัวเลขเปลี่ยนทุกวัน ที่รวมตัวกันแค่กลไกทางการเมืองเพื่อ แสดงความชอบธรรมพยายามช่วงชิงสร้างตัวเองเป็นกลุ่มรวบรวมเสียงข้างมากได้ ดูจากแถลงแล้วยังไม่แน่นอนเลย แค่ฉกฉวยบนสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รู้สึกว่ามีความชอบธรรม   ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาอ้างประกาศชัยชนะ และหยุดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้แล้ว หากคิดว่านี่คือเผด็จการ และการสืบทอดอำนาจ พรรคเหล่านั้นก็ไม่ต้องลงเลือกตั้งครั้งนี้ แต่กระเหี้ยนกระหือรือจะเอาชนะเลือกตั้ง ใช้วาทกรรมประชาธิปไตยเข้าข้างตัวเอง ไม่เคารพเสียงประชาชนที่เลือกพลังประชารัฐ 7.9 ล้านเสียงเลยหรือ เป็นการดูถูกประชาชน เรียกคนอื่นที่ไม่เลือกตัวเองว่าไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตย   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานจากพรรคพลังประชารัฐเพิ่มเติมว่า การเดินเกมต่อสายกับพรรคการเมืองต่างๆ นอกจากมอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นตัวประสานกับพรรคการเมือง อาทิ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาแล้ว ล่าสุดเป็นที่แน่ชัดแล้วว่านายมิ่งชวัญ แสงสุวรรณ์ ตอบรับจะมาร่วมงานกับพลังประชารัฐแล้ว   อีกส่วนได้มอบหมายให้นายธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่ ส.ส.พะเยา ในฐานะแกนนำภาคเหนือของพรรค ต่อสายไปยังพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ โดยนายธรรมนัสได้นำแกนนำพรรคเล็ก เข้าพบ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรม ทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เพื่อยืนยันตัวตนด้วย นอกจากนี้ยังต่อสายไปยังว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้แปรพักตร์ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HSTbPSJT4W0

 18,389
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
28 มี.ค. 62

พปชร.เมินเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ชี้เลข ส.ส.ยังไม่นิ่ง วงในแฉ 'สมคิด' ต่อสาย 'มิ่งขวัญ' ตอบรับขั้วนี้

ความเคลื่อนไหวทางฝั่งพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคแถลงตอบโต้ พรรคเพื่อไทยที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคอยู่ในช่วงดำเนินการหารือกับพรรคการเมืองอื่น มีทั้งพรรคขนาดใหญ่ และขนาดเล็กสู่การจัดตั้งรัฐบาล บนจุดยืนคะแนนต้องชัดเจนเป็นทางการจาก กกต.   วันนี้ยังไม่มีกลุ่มไหนที่พูดได้จริงว่าได้คะแนนเสียงเท่าไร ใครมาพูดว่าได้คะแนนเสียงเท่าไรจะพูดก็พูดได้ แต่เป็นการเข้าใจเอง ไม่ใช่ทางการ ตัวเลขยังไม่นิ่ง แล้วถ้าได้ ใบแดงขึ้นมา เปลี่ยนได้เลยเหมือนกัน เมื่อตัวเลขนิ่งจะเดินหน้าได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปแถลงนู่นนี่นั่น ยังมีเวลาทำอย่างรัดกุม และยังไม่ถึงขั้นพูดต่อรองเก้าอี้ แต่มั่นใจรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้แน่   ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า วันนี้ที่บอกรวมเสียงได้ ยังไม่รู้ว่าเสียงจริงเท่าไร เพราะ กกต.ยังไม่ประกาศตัวเลขเปลี่ยนทุกวัน ที่รวมตัวกันแค่กลไกทางการเมืองเพื่อ แสดงความชอบธรรมพยายามช่วงชิงสร้างตัวเองเป็นกลุ่มรวบรวมเสียงข้างมากได้ ดูจากแถลงแล้วยังไม่แน่นอนเลย แค่ฉกฉวยบนสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รู้สึกว่ามีความชอบธรรม   ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาอ้างประกาศชัยชนะ และหยุดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้แล้ว หากคิดว่านี่คือเผด็จการ และการสืบทอดอำนาจ พรรคเหล่านั้นก็ไม่ต้องลงเลือกตั้งครั้งนี้ แต่กระเหี้ยนกระหือรือจะเอาชนะเลือกตั้ง ใช้วาทกรรมประชาธิปไตยเข้าข้างตัวเอง ไม่เคารพเสียงประชาชนที่เลือกพลังประชารัฐ 7.9 ล้านเสียงเลยหรือ เป็นการดูถูกประชาชน เรียกคนอื่นที่ไม่เลือกตัวเองว่าไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตย   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานจากพรรคพลังประชารัฐเพิ่มเติมว่า การเดินเกมต่อสายกับพรรคการเมืองต่างๆ นอกจากมอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นตัวประสานกับพรรคการเมือง อาทิ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาแล้ว ล่าสุดเป็นที่แน่ชัดแล้วว่านายมิ่งชวัญ แสงสุวรรณ์ ตอบรับจะมาร่วมงานกับพลังประชารัฐแล้ว   อีกส่วนได้มอบหมายให้นายธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่ ส.ส.พะเยา ในฐานะแกนนำภาคเหนือของพรรค ต่อสายไปยังพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ โดยนายธรรมนัสได้นำแกนนำพรรคเล็ก เข้าพบ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรม ทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เพื่อยืนยันตัวตนด้วย นอกจากนี้ยังต่อสายไปยังว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้แปรพักตร์ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HSTbPSJT4W0

 18,389
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
21 มี.ค. 62

'สมคิด' สั่ง ธอส.เร่งอนุมัติสินเชื่อบ้านล้านหลัง จ่อเปิดเฟส 2 ปล่อยกู้ให้คนเลี้ยงดูพ่อแม่

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการโครงการบ้านล้านหลัง ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ว่า ต้องการให้ ธอส.ศึกษาการจัดตั้งกองทุนสร้างบ้าน เพื่อเป็นหน่วยลงทุนอินฟราฟันด์ระดมทุนหาเงินมาสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อผู้มีรายได้ โดยผู้ซื้อหน่วยลงทุนก็จะได้อัตราดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทน   นอกจากนี้ขอให้ดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนสร้างบ้านราคาถูกเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือร่วมกับกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ว่าจะให้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างไรได้บ้างเพื่อจูงใจให้เข้าร่วมโครงการ สร้างบ้านราคาต่ำกว่าล้านบาท หรือ บ้านบีโอ   ทั้งนี้ ยังขอให้ ธอส.ขยายระยะเวลาการกู้เพิ่มขึ้นอีก จากปัจจุบันมีการขยายเวลาสูงสุดอยู่ที่ 40 ปี เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย โดยฉพาะกลุ่มที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมากขึ้น เพื่อให้ภาระผ่อนต่อเดือนต่ำกว่า 3,800 บาทต่อเดือน หลังจากโครงการบ้านหลังล้านมีพบกลุ่มที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อจำนวนมาก พร้อมให้สิทธิพิเศษกับผู้มีรายได้น้อยที่ได้สิทธิ์บ้านล้านหลังได้เงินโบนัสคืนหากนำบุพการีมาดูแลในบ้านด้วย   ขณะที่นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธอส. ระบุว่า โครงการบ้านล้านหลังเฟสแรกล่าสุดมีการปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 3,580 ราย รวมวงเงินสินเชื่อ 2,200 ล้านบาท จากผู้ที่ยื่นกู้ 4,100 ราย วงเงินกู้ 2,560 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อจำนวนผู้ที่ยื่นจองสิทธิ์ 127,000 ล้านบาทให้เสร็จสิ้นภายใน 4 เดือน   ส่วนโครงการบ้านล้านหลังเฟสที่ 2 จะเริ่มในเดือนกันยายน 2562 วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยจะให้สิทธิ์ผู้ที่เลี้ยงดูบุพการีก่อน และจะจูงใจโดยการให้โบนัส หรือลดเงินต้นให้อัตโนมัติหากผ่อนครบ 3 ปี คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3% หาก กนง.ไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย   ทั้งนี้ ธอส.ยังเตรียมขยายเวลากู้สูงสุด จาก 40 ปี เป็น 50 ปี ซึ่งจะทำให้ภาระผ่อนต่องวดเหลือเพียง 3,000 ต้นๆ จากปัจจุบันล้านละ 3,800 บาทต่อเดือน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/70LSci2f_bE

 1,548
การเมืองเข้มข้น
16 มี.ค. 62

'สมคิด' คันหู หลังพรรคการเมืองวิจารณ์เศรษฐกิจไม่ดี

กรณีที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ วิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรง หลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ โดยนายสมคิด ออกมาบอกว่า ให้อยุ่เฉยๆดีกว่าไหม ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ จะพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจว่ามันไม่ดี นั้น   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ บอกว่าโค้งสุดท้าย ช่วงนี้หลายโค้งเหลือเกิน ประเด็นหนึ่งที่ออกมาแล้วมีความอ่อนไหว ก็คืออย่าพูดอะไรที่ไปกระทบต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจ กระทบต่อตลาดหุ้น เราในฐานะรัฐบาล เราดูแลทุกอย่าง เราดูแลมาด้วยดี ใครจะหาเสียงอย่างไร ก็เป็นเรื่องของเขา วันหนึ่งมีรัฐบาลขึ้นมา รัฐบาลก็ต้องไปดูแล ไม่ต้องกังวล   มีบางช่วง นายสมคิด บอกว่า ผมฟังแล้ว ผมคันหูหรือเกิน บอกว่าเศรษฐกิจเสียหาย ต้องเข้ามาฟื้นฟู ผมเนี่ยงงจริงๆ ถามรัฐมนตรีคลังรายงานเข้ามาไม่หมดหรืออย่างไร เขาว่าเศรษฐกิจเสียหายเขาเอามาจากไหน รัฐมนตรีคลัง ก็บอกว่าไม่มี ขอร้องจะพูดอะไรระวังด้วย ต่างชาติฟังอยู่ เดี๋ยวจะงงว่าตกลงไทยมีกี่ประเทศกันแน่ พูดอะไรไม่ตรงกันเลย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/vLWmRGTjBhQ

 1,330

Top