ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมคิดจาตุศรีพิทักษ์"

เศรษฐกิจ
15 ก.พ. 63

'สมคิด' ผุดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ ช่วงสงกรานต์

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า จะมีมาตรการช่วยเหลือเรื่องเศรษฐกิจ 1 คือ มัคคุเทศก์หรือไกด์ท้องถิ่น จะเอาเข้ามาอบรมและจ่ายเงินเดือน 2.ผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ถ้าเที่ยวในประเทศ ลูกสามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษี และ 3.จัดหลักสูตรอบรมเยี่ยมชมเกษตรกร    ส่วนประเด็นเรื่องของชิมช้อปใช้ มีรายงานว่า เฟส 4 มาแน่  เพิ่มเงินในกระเป๋า 1 และเพิ่มเงินกระเป๋า 2 แต่ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง คาดว่าภายในมีนาคมจะทราบ เพื่อให้เอาใช้ช่วงเมษายน   ขณะที่กระทรวงการคลัง บอกว่าจะมีแพคเกจชนิดที่ว่า "ถูกตาต้องใจ ปังปัง" จะออกแพคเกจภายในเดือนมีนาคม เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ขอให้ประชาชนติดตาม         อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/0eA2QCirVVw

 4,885
เศรษฐกิจ
14 ก.พ. 63

เสนอเพิ่มวันหยุดสงกรานต์ - ให้ฟรีวีซ่า นทท.จีน-อินเดีย กระตุ้นท่องเที่ยว - แชร์ภาพฟาร์มจระเข้ร้าง ไร้เงาคนดู

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) และล่าสุดยังเกิดเหตุกราดยิงโคราช ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจไทย   จึงเตรียมที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการเพิ่มวันหยุดยาวต่อเนื่องให้มีวันหยุดยาวมากขึ้น เช่น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคนจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวหากมีการขยายวันหยุดเพิ่มขึ้นก็จะเป็นการช่วยให้เกิดการท่องเที่ยวได้มากขึ้น   ทั้งนี้ ได้ประสานนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปพิจารณาเติมวันหยุดชดเชยของช่วงครึ่งปีหลังหรือปลายปีเอามาไว้ในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 แทน แล้วปลายปีก็ไม่ต้องมีวันหยุดชดเชยอีก เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงครึ่งปีแรกซึ่งการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา   สำหรับมาตรการเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะมาตรการที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยในประเทศได้เร่งรัดให้กระทรวงการคลังนำมาตรการชิม ช้อป ใช้ เฟส 4 เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เร็วๆนี้ โดยให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศซึ่งจะเป็นส่วนส่งเสริมการท่องเที่ยวได้มากขึ้นภายหลังจากที่ ครม.มีมาตรการสนับสนุนการอบรมสัมนาในประเทศแล้ว   ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะผลักดันมาตรการยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีนกับอินเดียอีกครั้ง รวมทั้งการยืดเวลาปิดสถานบันเทิงไปจนถึง 04.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว   ขณะที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก สมุทรปราการ ได้โพสต์ภาพจุดแสดงจระเข้ ที่ไร้นักท่องเที่ยวจีนเข้าชม เก้าอี้ที่นั่งว่าง รวมไปถึงจุดอื่นๆในพื้นที่สวนสัตว์ก็เงียบเหงา เนื่องจากผลกระทบของ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) โดยทางเพจระบุข้อความว่า.....วันนี้วันที่ฟาร์มจระเข้ไร้ทัวร์จีน #มันแทบเหมือนสวนสัตว์ร้างเลยนะเนี่ย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A0QKpeQI6ak

 13,355
การเมือง
06 ก.พ. 63

'สมคิด' นัดแกนนำ พปชร.กินข้าว ปลุกขวัญสู้ศึกอภิปราย

วานนี้ (5 ก.พ. 63) รัฐบาลวางกรอบอภิปรายไม่วางใจ เป็นวันที่กำหนดเป็นวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 แต่หากอภิปรายไม่จบก็อาจขยายอภิปรายถึง 27 กุมภาพันธ์ และลงมติวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์   โดยมีการหารือ 3 ฝ่าย คือฝ่ายค้าน รัฐบาล และรวมถึงประธานสภาฯ นายชวน หลีกภัย โดยทุกฝ่านเห็นพ้องต้องกัน ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล   ขณะที่พรรคพลังประชารัฐมีความพร้อมสูง มีการนัดรวมตัวกันที่โรงแรมสุโกศล รับประทานอาหารร่วมกัน ส.ส. ไปกันครบ รวมไปถึงผู้ใหญ่ในพรรคอีกด้วย   นอกจากนี้ยังปรากฎนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้าร่วมด้วย โดยเจ้าตัวระบุว่า มาให้กำลังใจคนทำงาน และมั่นใจว่านายกฯจะตอบได้ทุกคำถาม และการตั้งข้อสังเกตุว่า มีรัฐมนตรีบางคนกลัวจะหลุดจากเก้าอี้หรือไม่ จึงได้มาร่วมในครั้งนี้ รองนายกฯเศรษฐกิจตอบ ไม่มีหรอก อย่าไปช่างสังเกตมากนักนักข่าว   ด้านนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าการมาครั้งนี้ ก็เพื่อเตรียมตัว ส.ส. ยืนยันว่าไม่ได้มีแค่กลุ่มสามมิตรเท่านั้นที่มา ทุกกลุ่มก็ต้องให้กำลังใจร่วมกัน ทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ยืนยันว่าไม่ได้มาแสดงพลังต่อรองตำแหน่ง หากมีการปรับครม. หลังการอภิปรายแต่อย่างใด   ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม และแกนนำกลุ่มสามมิตร ที่มาร่วมรับประทานอาหรด้วย บอกด้วยว่า เคยประกาศยุติกลุ่มสามมิตรไปแล้ว แต่เมื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจกลุ่มสามมิตร ก็ต้องมาระดมความคิด เพราะถือเป็นผู้มีประสบการณ์ ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วนักต่อนัก จึงมารวมตัวกันเก็งข้อสอบ เตรียมข้อมูลให้กับนายกรัฐมนตรี   นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและแกนนำกลุ่มสามมิตร ก็บอกว่ามาหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายเท่านั้น ก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันในการช่วยนายกรัฐมนตรี   ด้านนายวิษณุ เครืองาม ก็ให้สัมภาษณ์ด้วยเช่นกัน ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย กล่าวว่า ตนไม่มีองครักษ์พิทักษ์ เหมือนคนอื่นถือหลักที่พระพุทธเจ้าสอนธรรมะวันละบท คือ "มือที่ไม่มีบาดแผล แม้จับยาพิษ ก็ไม่ซึมซับเข้าสู่ร่างกาย" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UNmd4NfmYPU

 489
สรุปข่าว
06 ก.พ. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 6 ก.พ.63 แท็กซี่ติดเชื้อโคโรนาหายดีแล้ว-ยกซดค็อกเทลโดนไฟไหม้หน้า-ทรมานนกแก้วค็อกคาเทลจนตาย

-แท็กซี่ติดเชื้อโคโรนาในไทยรายแรกหายเป็นปกติแล้ว น้ำตาคลอเปิดใจรับตอนแรกตกใจที่รู้ว่าเป็น หมอเตือนเพื่อนร่วมอาชีพระวังสุขภาพด้วย ส่วนคนไทย 134 คนที่กลับจากอู่ฮั่น พบเป็นไข้ 6 ราย แต่ 2 รายหายเป็นปกติแล้ว 3 รายมีอาการไข้หวัดและไอ อีก 1 คนท้องเสีย ทั้งหมดถูกกักตัวที่ รพ.   ส่วนที่เหลือถูกกักตัวที่อาคารฐานทัพเรือสัตหีบ ตะโกนผ่านระเบียงขอบคุณทุกฝ่าย ออกไปได้จะนวดให้นายกฯ ด้านนายกฯวิดีโอคอลคุยกับคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น ขอโทษที่พากลับบ้านช้า ส่งมินิฮาร์ทให้กำลังใจ ส่วนสถานการณ์ผู้ติดเชื้อรอบโลก 24,631 คน เสียชีวิต 494 คน 3 อันดับประเทศติดเชื้อมากสุดคือ จีน สิงคโปร์ และไทย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โชเฟอร์แท็กซี่เปิดใจหลังหายจากไวรัสโคโรนา - หมอเตือน 5 ข้อรับมือ เชื้อแพร่กระจายในรถสาธารณะ    -สาวเชียร์เบียร์สั่งเครื่องดื่มค็อกเทลที่จุดไฟเป็นส่วนประกอบมาดื่ม ก่อนยกซด แต่เกิดไฟลุกไหม้ไปที่บริเวณใบหน้าและลำคอ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนมิตรภาพ อ.เมืองพิษณุโลก เจ้าตัวเล่าว่า ได้สั่งค็อกเทลหลากหลายเมนูมาลอง บาร์เทนเดอร์แนะนำให้ดื่มซูการ์เบิร์น บอกว่าสามารถยกดื่มได้โดยไม่ต้องใช้หลอด ตอนแรกตนตั้งใจจะให้แฟนดื่ม แต่แฟนไม่กล้าตนจึงยกดื่มเอง แต่ก็เกิดไฟลุกไหม้ที่ใบหน้าและลำคอตามคลิป หลังเกิดเหตุตนได้ไปแจ้งความ ยอมรับไม่ระวังเองส่วนหนึ่ง แต่ก็อยากให้ร้านช่วยเยียวยา ล่าสุดร้านยินยอมช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และให้ค่าเสียโอกาสในการทำงาน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาวเชียร์เบียร์ยกซดค็อกเทลจุดไฟ พลาดไฟไหม้หน้า หวั่นเสียโฉม ร้านยอมจ่ายเยียวยา    -ป่วนอีก! การประชุมกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สิระ เจนจาคะ ขอยื่นเรื่องต่อเสรีพิศุทธ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบการฏิบัติหน้าที่ของกรมเจ้าท่า ที่ปล่อยให้เอกเสรีพิศุทธ์สร้างบ้านริมน้ำในลักษณะเข้าข่ายรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาหรือไม่ แต่เสรีพิศุทธ์ไม่ขอรับเรื่อง ปารีณาร่วมผสมโรง ทักท่วงเสรีพิศุทธ์ ถึงความไม่เหมาะสมที่ไม่ยอมรับเรื่องจนมีการประท้วงตอบโต้กันไปมา ต่อมาเสรีพิศุทธ์ชี้แจงบ้านไม่รุกล้ำแม่น้ำ เตรียมฟ้องหมิ่นประมาทและให้การเท็จ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ป่วนไม่เลิก! 'สิระ' ยื่นสอบปมบ้าน 'เสรีพิศุทธ์' รุกล้ำเจ้าพระยา 'ปารีณา' ไม่พลาดผสมโรง   -สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โผล่ร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับแกนนำ และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางส่วน ได้แก่ อุตตม, สุริยะ, สมศักดิ์ และบรรดา ส.ส.ส่วนใหญ่อยู่ในซีกกลุ่มสามมิตร เพื่อการหารือเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งเรื่องข้อมูลและวางตัวบุคคล ไม่ได้ให้นโยบายอะไร แต่มาเพื่อให้กำลังใจ เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่ได้ติดเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ นายสมคิดเชื่อว่า นายกฯจะตอบได้ทุกคำถามอยู่แล้ว และกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็สามารถชี้แจงช่วยนายกฯได้อยู่แล้ว   ด้านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ยืนยันว่า การมารวมตัวในวันนี้ไม่ได้เป็นการแสดงว่ากลุ่มสามมิตร มีผลต่อรองไปถึงการปรับคณะรัฐมนตรี แต่การมารวมตัววันนี้ เพื่อช่วยเหลือรัฐมนตรี เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบลงกลุ่มสามมิตรก็จะสลายตัว   ด้านนายสมศักดิ์ บอกว่า กลุ่มสามมิตรจะหารือเตรียมตัวทำการบ้านก่อนส่งข้อมูลช่วยนายกฯ ซึ่งถือว่าครั้งนี้จะเป็นการทำการบ้านและซักซ้อมว่าจะช่วยกันรับมืออย่างไร เพราะหากนายกฯพลาดพลั้งไป 1 คน ก็จะเสียหายกันไปทั้งหมดซึ่งจะไม่ยอมให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น และส่วนสำคัญที่สุด คงไม่ใช่เพียงแค่พรรคพลังประชารัฐแต่พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องร่วมกันทำการบ้านด้วย  ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สมคิด' นัดแกนนำ พปชร.กินข้าว ปลุกขวัญสู้ศึกอภิปราย   -ศาลรธน.นัดลงมติปมร่าง พ.ร.บ.งบ63 ตราขึ้นถูกต้องตามรธน.หรือไม่ 7 ก.พ.นี้ ส่วนคดียุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีธนาธรปล่อยกู้ ศาลให้พยาน 17 ปากทำบันทึกถ้อยคำยื่นต่อศาล 12 ก.พ. ก่อนนัดอ่านคำวินิจฉัย 21 ก.พ.   -คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ให้ ลด ดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เหตุถูก 3 ปัจจัยกดดันหนัก ทั้งไวรัสโคโรนา งบปี 63 ล่าช้า และภัยแล้ง ประเมินว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีโอกาสเติบโตต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ และมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าระดับศักยภาพค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา รวมถึงงบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้ากว่ากำหนด ตลอดจนปัญหาภัยแล้ง   นอกจากนี้ เงินเฟ้อยังมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่ากรอบล่างของกรอบเป้าหมายด้วย จึงตัดสินใจลดดอกเบี้ย เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ สนับสนุนสภาพคล่อง และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับภาคธุรกิจ และครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กนง.หั่นดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ - กกร.ปรับลด gdp ปี 63 เหลือ 2.0%   -สะเทือนใจคนรักสัตว์ ล่าหนุ่มใจร้ายทรมาน นกแก้วค็อกคาเทลจนตาย ก่อนอัดคลิปทำนองสนุกสนานโพสต์ลงโซเชียล มีการแฉชายคนนี้ทำทารุณต่อนกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แถมดูความสุขกับพฤติกรรมตัวเอง คาดซื้อนกมาตอนโตเพื่อมาทรมาน วอนช่วยกัยนตามหาตัวมาดำเนินคดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตามล่าหนุ่มใจร้ายทรมาน นกแก้วค็อกคาเทล บีบจนตาย ก่อนโพสต์ลงโซเชียล   -หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี ถูกเพื่อนใช้มีดสปาต้าปาดคอหวิดดับ โชคดีหนีอกมาได้ทัน เหตุเกิดตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ไปแจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้ง ผ่านมาเกือบครึ่งปีคดีไม่คืบ ต้องหอบร่างที่บาดเจ็บมาร้องสื่อ เผยเคยมีเรื่องทะเลาะกับน้องชายของผู้ก่อเหตุที่ทำงานในโบ๊เบ๊ด้วยกัน ก่อนมีเรื่องโดนปาดคอ เย็บกว่า 30 เข็ม คนร้ายหลบหนีลอยนวล หวั่นกลับมาทำร้ายอีก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชายวัย 45 ถูกคนร้ายใช้มีดสปาต้าปาดคอ ในห้องน้ำตลาดโบ๊เบ๊ ผ่านไปเกือบครึ่งปี คดีไม่คืบ   -รวบแล้วผัวโหด ซ้อมเมียสาวแม่ลูกอ่อนปางตาย ฝ่ายหญิงหอบลูกวัย 1 เดือน หนีออกมาขอความช่วยเหลือก่อนมีพลเมืองดีแจ้งเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล พบรอยแผลฟกช้ำตามร่างกาย หวาดระแวง ซึมเศร้า สื่อสารไม่รู้เรื่อง ผัวอ้างว่า เป็นเพียงการทะเลาะกันซึ่งทะเลาะเป็นประจำอยู่แล้ว ก่อนหน้าเจ้าตัวเข้าไปตอบคอมเม้นต์ในโลกออนไลน์ระบุสาเหตุที่ทำร้ายภรรยาโดยบอกว่าเป็นเพียงการมีเพศสัมพันธ์กันแบบซาดิสม์ ซึ่งอ้างว่าภรรยาชอบ อยากทำแบบนี้ แต่กลับไปบอกคนอื่นว่าโดนทำร้าย ทั้งที่ยินยอมเอง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้ว ผัวโหดซ้อมแม่ลูกอ่อนจนเสียสติ อ้างทะเลาะกันปกติ ไม่ได้ทำอะไรมากมาย   -ล่าตัวหนุ่มหื่น ล่อลวงเด็กหญิงวัย 8 ขวบ ทำอนาจาร ในห้องน้ำห้างดังดังย่านพระประแดง วงจรปิดจับภาพชัด คนร้ายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างท้วม สวมเสื้อยืดคอกลม สีดำแขนสั้น กางเกงยีนส์ขายาว เดินนำเด็กหญิงวัย 8 ปี ซึ่งอยู่ในชุดนักเรียน ไปเข้าห้องน้ำคนพิการชั้น 2 ของห้างหายเข้าไปนาน 5 นาที ก่อนที่เด็กจะวิ่งหนีออกมา ด้วยอาการตื่นตกใจ พนักงานขายตั๋วประจำโรงหนังเล่าว่า เห็นคนร้ายนั่งทางเข้าโรงหนัง โดยชายหื่นแต่งตัวดีเข้าไปประชิดตัวเด็กแล้วพูดคุย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดกล้องล่าตัวหนุ่มหื่นหลอก ด.ญ. 8 ขวบ ทำอนาจารคาห้องน้ำห้าง   -ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เข้ามอบตัวอีก 1 ข้อหานำสืบหลักฐานเท็จ หลังศาลอนุมัติหมายจับเพิ่ม พฤติกรรมคล้ายคดีแรก ทนายเดชาบอกบอกขบวนการนี้มีจริง นักกม.ร่วมมือตำรวจเจรจาผู้ต้องขังในเรือนจำแลกเงิน 1 แสน-10 ล้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ทนายตั้ม' โผล่มอบตัว หลังคาดอาจถูกออกหมายจับอีก 1 คดี    -ปส.บุกจับตี๋ ลาดพร้าว ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่กลางกรุง อายัดเงินสดและทรัพย์สิน รวมกว่า 20 ล้านบาท นายตี๋ ยอมรับว่ายาบ้า 5 แสนเม็ด ไอซ์ 5 กิโลกรัม เคตามีน 3 กิโลกรัม ที่เจอภายในบ้านพักเป็นของเขา โดยไปรับยาเสพติดมาจากจังหวัดอยุธยาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และนำมาเก็บไว้ที่บ้านก่อนจะทยอยปล่อยขายเรื่อยๆ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปส.บุกจับ 'ตี๋ ลาดพร้าว' เอเย่นต์ค้ายารายใหญ่ กทม. ยึดทรัพย์รวมกว่า 20 ล้าน   -เจ้าอาวาสวัดดังหัวหิน อัดคลิปแกะกล่องสังฆทานสำเร็จรูป 100 บาท พบสิ่งของที่บรรจุมา ประกอบด้วยน้ำดื่ม 1 ขวด / สำลี 1 ถุง / ซองยา 1 ซอง / กล่องน้ำขิงสำเร็จรูป 1 กล่อง ด้านในมีน้ำขิงแค่ 1 ซองเท่านั้น / ยาอม 1 ซอง สิ่งของในกล่องสังฆทาน น่าจะราคาไม่เกิน 20 บาท ราคารวมแล้ว น่าจะประมาณ 25-30 บาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หลวงพ่อแกะกล่องสังฆทาน แฉสินค้าไร้คุณภาพ ราคาจริงไม่เกิน 20-30 บาท แต่มาขายเป็นร้อย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7k3ucssRTM8

 7,003
เศรษฐกิจ
28 ม.ค. 63

หุ้นร่วงหนัก-ราคาทองพุ่ง ผวาไวรัสโคโรนา เปลี่ยนแผนดึงอินเดียเที่ยวไทยแทนจีน

จากวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดในจีนและพบผู้ติดเชื้อในหลายประเทศ รวมถึงไทย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยล่าสุด หุ้นไทย (27 ม.ค.63) ปิดตลาดร่วงหนัก 45.40 จุด มาอยู่ที่1,524.15 จุด มูลค่าการซื้อขาย 69,174.18 ล้านบาท ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันทั้งโลก   ขณะที่ราคาทองคำปรับขึ้น 250 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่งขายออกที่ 22,950 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออก 23,450 บาท ถือว่าสูงสุดในรอบ 6 ปีของราคาทองคำในไทย   ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยตกมากจากความหวาดกลัวการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เป็นภาวะทั่วที่เกิดขึ้นทั่วโลกในทุกประเทศที่มีการพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโลนา ขอให้นักลงทุนใจเย็น หุ้นไทยมีตกก็มีขึ้น เพราะพื้นฐานของเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว   ส่วนการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบระยะสั้น จากนักท่องเที่ยวจีนที่ถูกห้ามเข้ามาเที่ยวไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดให้เกิดความมั่นใจ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ต้องหาทางดึงนักท่องเที่ยวประเทศอื่นเข้ามาแทน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศอินเดียที่ขยายตัวขึ้นรวดเร็ว รวมถึงการชักชวนให้คนไทยเที่ยวไทยมากขึ้น  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fJ80ekvsGDg

 935
เศรษฐกิจ
16 ม.ค. 63

'สมคิด' ชี้ไทยเจอระเบิด 3 ลูกรุมเร้าเศรษฐกิจ แนะการลงทุนคือทางออก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มั่นใจประคับประคองภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2563 เดินหน้าต่อไปได้ ชี้ไทยเจอระเบิดเวลา 3 ลูก ได้แก่   ลูกที่ 1 การส่งออกที่ค่อยๆชะลอตัวลงจากสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน ลูกที่ 2 โครงการลงทุนขนาดใหญ่เคลื่อนตัวช้าเกินไปทำให้เศรษฐกิจไทยขยับตัวช้า งบประมาณแผ่นดินเกิดความล่าช้า เพราะรอรัฐบาลใหม่ ลูกที่ 3 ค่าเงินบาทแข็งค่า   พร้อมแนะทางออกต้องมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของภาคเอกชน เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงกว่านี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ต้องคิดใหม่ว่าจะร่วมลงทุนอย่างไร เพื่อฝ่าวิกฤตเงินบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zxNTl3in-w4

 532
เศรษฐกิจ
15 ม.ค. 63

'สมคิด' เร่งผลักดันงบ 1 ล้านล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจภายในไตรมาส 2

หลังงบปี 63 ผ่านสภาฯ ล่าสุดวันนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศชัด ภายในไตรมาส 2 จะผลักดันงบ 1 ล้านล้านบาท เข้าสู่ระบบ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฝ่ามรสุมระเบิดเศรษฐกิจ     โดยนายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน โดยปลายปีที่ผ่านมา ไทยต้องเผชิญพายุที่เปรียบเสมือนระเบิดใหญ่ 2 ลูกใหญ่      ลูกแรกเป็นระเบิดเหนือน้ำ คือ ส่งออกของไทยลดลงอย่างมาก และลูกที่ 2 คือระเบิดใต้น้ำ ซึ่งมีหลายลูก อาทิ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนช้าเกินไป รวมไปถึงงบประมาณแผ่นดินล่าช้า ดังนั้น นับจากวันนี้จะเร่งการผลักดันให้มีการใช้จ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมาย โดยภายในเดือนมีนาคม หรือ ไตรมาส 2 จะต้องเบิกจ่ายงบให้ได้อย่าง 54% หรือ คิดเป็นเม็ดเงินงบประมาณที่ 1 ล้านล้านบาทจากปัจจุบันเบิกจ่ายได้เพียง 23% และเบิกจ่ายให้ได้ 70% ภายในไตรมาส 3     ส่วนการส่งออกที่ติดลบถึง 7.7% ในเดือนพฤศจิกายน 62 ล่าสุด มีข่าวดีระหว่างสหรัฐและจีนว่าจะมีการลงนามด้านสินค้าเกษตร วันที่ 15 มกราคมนี้ อย่างไรก็ตามยังมีระเบิดลูกใหม่ คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่ขณะนี้ส่งออกติดลบแต่ การนำเข้าลดลง เพราะไม่เกิดการลงทุน โดยเฉพาะจากเอกชนที่ต่ำมากเพียง 16% ของจีดีพีเท่านั้น จึงเป็นช่องว่างทำให้ค่าเงินแข็ง      ดังนั้นหากเอกชนไม่ลงทุนปัญหาเงินบาทก็จะแก้ได้ยาก เพราะบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็เข้าไปดูแลลำบาก ส่วนหนึ่งเพราะไม่ต้องการให้ไปขัดกับ currency manipulator ของสหรัฐไม่เช่นนั้นจะยิ่งลำบากมากขึ้น การลงทุนจึงเป็นทางออกของไทย ได้ทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้

 1,379
การเมือง
31 ธ.ค. 62

'สุทิน' คาดเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ปลายเดือน ม.ค.63 -เผยรายชื่อรัฐมนตรีจ่อโดนซักฟอก

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรค ร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน บอกว่า 3 ม.ค. 2563 พรรคเพื่อไทยจะประชุมกันอีกรอบ วางแนวทางการยื่นอภิปราย คาดว่าจะเข้าสู่วาระการอภิปราย ไม่ไว้วางใจได้ในปลายเดือน ม.ค. หรือต้นเดือน ก.พ.2563    รัฐมนตรีที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หนีไม่พ้น 5 คนที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 5 ชื่อนี้ถือว่าชัวร์แล้ว 80% แต่อาจเพิ่ม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ทั้งนี้คาดว่าจะไม่เกิน 7 คน   นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย หลังปีใหม่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำงานเข้มข้น จะตรวจสอบรัฐบาลที่ใช้อำนาจรัฐทำนโยบายเอื้อทุจริตให้พวกพ้อง รัฐมนตรีหลายคน ให้คนใกล้ชิดเก็บต๋งทุกเม็ด เกือบร้อยละ 50 ทุกนโยบาย ดินน้ำลมไฟ ในช่วง 7-10 ม.ค.2563 แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Q8K27hUj0c8

 880
การเมือง
18 ธ.ค. 62

เพื่อไทยตั้ง 'เฉลิม' คุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฟาด 'บิ๊กตู่–สมคิด–วิษณุ–ดอน'

ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงวันที่ 6-10 ม.ค.63 ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ   พร้อมกันนี้ทางพรรคเพื่อไทยได้แต่งตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะรวม 10 คน เป็นคณะกรรมการกิจการพิเศษ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค   จะทำหน้าที่ดูแลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สาเหตุในการยื่นญัตติอภิปรายคือ   1.เป็นรัฐบาลที่มีการทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุด โดยใช้ สนช.เป็นเครื่องมือและแปลงร่างเป็น ส.ว. 2.แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ล้มเหลว ทำให้มีคนจนมากขึ้น 3.เป็นรัฐบาลที่คนเห็นต่างทางการเมืองถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่าบอกว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย เพราะมาจากการสืบทอดอำนาจโดยตรง 4.การแก้ปัญหายาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ และ 5.ปล่อยให้คนในรัฐบาลทำผิดกฎหมาย    โดยนายวิษณุจะเป็นเป้าสำคัญ ทั้งนี้ที่ไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เพราะ ป.ป.ช.ตรวจสอบชี้มูลแล้วว่าไม่มีความผิด การอภิปรายคงล้มรัฐบาลยาก แต่รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ และเชื่อว่าจะสามารถขยายผลไปสู่การดำเนินคดีกับรัฐมนตรีบางคนได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ktNDWDK8Vc

 972
เศรษฐกิจ
02 ธ.ค. 62

'สมคิด' ย้้ำเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่ แค่ชะลอตัว มั่นใจไตรมาส 4 ดีขึ้น

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่า เศรษฐกิจประเทศไทยยังเติบโต แต่การเติบโตชะลอตัวลงมา เศรษฐกิจไม่ได้หดตัวหรือติดลบ จีดีพีไทยเติบโต 2.4% ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลก   สำหรับเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว ไม่เพียงแต่มาจากการส่งออกหรือค่าเงินบาทแข็งเท่านั้น ตั้งแต่ประกาศเลือกตั้งจนกว่าจะมีรัฐบาล มีตัวเลขการเบิกจ่ายราชการ-รัฐวิสาหกิจติดลบ 6-7 เดือน เมื่อมีรัฐบาลสถานการณ์จึงดีขึ้น แต่เหลือการเบิกจ่ายอีกกว่าแสนกว่าล้านบาท การลงทุกของเอกชน ณ ปัจจุบันก็อยู่ที่ 20% ของจีดีพี เรียกได้ว่าเป็นปัญหาขั้นพื้นฐานในโครงสร้างที่ต้องเปลี่ยนแปลง แต่ต้องประคับประคองเศรษฐกิจให้อยู่รอด ซึ่งในไตรมาส 4 ค่อนข้างมั่นใจว่าจะดีขึ้นเพราะมีสัญญาณโดยกระทรวงการคลังเริ่มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมารอบที่ 2 เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวในปลายปี   นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยเดินต่อได้ก็คือ การช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศ แต่ที่ผ่านมาทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองไทยมีความขัดแย้งสูง จะเห็นได้จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ล่มมาแล้ว 2 ครั้ง จึงอยากให้นักการเมืองแยกแยะ อยากให้ทุกฝ่ายมีความสามัคคีก้าวข้ามความขัดแย้งทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5019BfyCRcc

 2,232
สรุปข่าว
02 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 2 ธ.ค.62 เครื่องเล่นเหวี่ยงเด็กตก- ห้ามขายบุหรี่ซองรูปแบบเก่า-ผัวซ้อมเมียตายคาวงเหล้า

-สั่งระงับเครื่องเล่น เครซี่เวฟ ในงานฤดูหนาวลพบุรี หลังเกิดอุบัติเหตุตัวล็อกเครื่องเล่นหลุด เหวี่ยงเด็กตกจากเครื่องเล่นลงสู่พื้นบาดเจ็บ 6 ราย ด้านผู้ดูแลกิจการเครื่องเล่นยอบรับ อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ แต่เกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องเล่นดังกล่าว ไม่ล็อกเครื่องก่อนจะเดินเครื่อง พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บทุกคน ระบุขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่ได้รับอนุญาต   ขณะคนคุมเครื่องเล่น สารภาพล็อกไม่ครบก่อนเปิดเดินเครื่อง พร้อมขอโทษผู้บาดเจ็บ ด้าน ด.ญ.วัย 13 ปี 1 ใน 6 คน ที่ได้รับบาดเจ็บ บอกเจ้าหน้าที่ยังไม่ทันได้ล็อกตำแหน่งที่นั่งให้ปลอดภัย ซึ่งตนได้พยายามที่จะบอกกับเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ก็ไม่ทัน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว   -ออกหมายจับยกแก๊งอดีตเมียพาผัวใหม่และพวกบุกห้องผัวเก่า ใช้มีดแทงคอเลือดสาดเต็มพื้น ยกพัดลมทุ่มใส่ดับคาห้องพัก มีภาพวงจรปิดคนร้ายขี่ จยย.มาก่อเหตุขึ้นห้องพักผู้ตาย หลังก่อเหตุพากันหนีลงจากตึก ตั้งปมหึงหวง หลังก่อเหตุผัวใหม่ไม่สลด ยังโพสต์เฟซบุ๊กบอกนี่แค่เตือน ถ้ายังไม่คืนเจอของจริงแน่   -ปารีณา เตรียมส่งทนายความแจ้งความอัจฉริยะ-วีระ ฐานแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท หลังกล่าวหาปารีณารุกป่า ล่าสุดอัจฉริยะโพสต์โต้กลับ โคตรกลัวเลย เอาที่สบายใจ ด้านวีระบอกก็แล้วแต่เขา เป็นสิทธิ์ของเขา เดี๋ยวความจริงก็ปรากฏ ส่วนปารีณาเลื่อนฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ เพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน   และงานอาจเข้าเพิ่ม หลังมีลุงเลี้ยงหมูอ้างถูกพ่อปารีณาฮุบที่ 30 ไร่ ทั้งแจ้งความ ยื่นศูนย์ดำรงธรรมแล้วแต่เรื่องเงียบ โดนกันหลายราย แต่ไม่มีใครเปิดเผย ทวีโต้ไม่เป็นความจริง เตรียมแถลงขอความเป็นธรรม   -ธนาธรเดินสายทำงานนอกสภาพบ ปชช.โต้ปลุกม็อบ เปิดพื้นที่การเมืองใหม่นอกสภา ไม่เกี่ยวกับคดี ส่วนจะเกิดอะไรขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึกของประชาชน พร้อมชำแหละงบกลาโหม เงินนอกงบประมาณมองไม่เห็น   -วิรัช รัตนเศรษฐ ปธ.วิปรัฐบาล ดักคอพรรค ปชป. หลังเกิดสภาล่ม 2 วันติด ขอให้รักษาองค์ประชุมให้ครบและอย่าโหวตสวน ขอให้ทำตามมติรัฐบาล เพราะ ปชป.ก็เคยเป็นผู้นำพรรครัฐบาลมาก่อน องอาจ คล้ามไพบูลย์ เผยจะเรียกประชุม ส.ส.พรรค ชี้ที่ผ่านมาเป็นเรื่องสุดวิสัย มีหลายสาเหตุ ไม่ใช่เกมการเมือง เชื่อว่าประชุมสภานัดต่อไปไม่มีปัญหา   -ส.ส.เพื่อไทย 68 คน เดินทางไปหาทักษิณที่ดูไบ ทยอยไปกัน 3 รอบ รอบละ 20 คน เพื่อระบายความในใจรายบุคคล เลี่ยงเข้าพบเป็นกลุ่ม เกรงเรื่องไปถึงหูสุดารัตน์ เพราะส่วนใหญ่ไม่พอใจการบริหารงานของสุดารัตน์ ที่มักแทรกแซงการทำงานจนมีปัญหาสะสม สุดารัตน์พยายามนัด ส.ส.อีสานไปปรับความเข้าใจแต่ไม่มีใครไปร่วม นัดรวมตัวไปดูไบแทน ช่วงเดียวกับที่สุดารัตน์เดินทางไปดูไบด้วยเช่นกัน โดยยกเลิกการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น   -สมคิดมั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ย้ำเติบโตแบบชะลอตัวลง จีดีพีทั้งปีขยายตัว 2.4% ไม่ถึงขั้นติดลบ มั่นใจไตรมาส 4 จะดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ชี้ที่ผ่านมารัฐบาลทำพื้นฐานไว้ดี ให้เครดิตรัฐบาลกันบ้าง แต่เกิดความท้าทายนักลงทุน จากปมเสถียรภาพทางการเมือง หลังสภาล่ม 2 ครั้งติด ขอให้ทุกฝ่ายไม่สร้างความแตกร้าว ก้าวข้ามความขัดแย้ง   -รัฐบาลแจ้งร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ห้ามขายบุหรี่ซองรูปแบบเก่า หลังกฎหมายซองเรียบบังคับใช้ 9 ธ.ค.นี้ หากพบการขายบุหรี่ซองรูปแบบเก่า จะมีความผิดฐานขายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มิได้จัดให้มีหีบห่อตามกฎหมายกำหนด ระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท เนื่องจากได้มีการแจ้งล่วงหน้าแล้วถึง 1 ปีเพื่อเตรียมการและปรับตัว หากยังมีคงค้างในสต็อก ให้ติดต่อไปยังผู้ผลอต ผู้นำเข้า เพื่อเยียวยาแก้ไขต่อไป   -ผู้โดยสารสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินเชียงใหม่-กรุงเทพ กว่า 170 คนโวยเที่ยวบินล่าช้า เลื่อนเดินทางจาก 5 โมงเย็นเป็น 5 ทุ่มครึ่ง พนง.ไม่ยืนยันว่าจะได้เดินทางหรือไม่ โดยสายการบินแจ้งเพียงว่า เครื่องบินมีปัญหา ไม่สามารถออกเดินทางได้ จำเป็นต้องรอเครื่องจากกรุงเทพฯ แต่หากผู้โดยสารต้องการขอคืนเงิน สามารถทำได้เต็มจำนวนแต่ต้องรอ 45 วัน   -ไฟไหม้ตลาดแม่กิมเฮง ใจกลางเมืองโคราช แผงค้าโดนไหม้กว่า 100 แผง เสียหายกว่า 10 ล้าน ผู้ว่าโคราชบัญชาการดับไฟด้วยตัวเอง ใช้เวลานับ ชม.จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แม่ค้าระบุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดหลายครั้ง ก่อนจะเกิดไฟลุกไหม้ ลามอย่างรวดเร็ว   -ผัวเมียตั้งวงกินเหล้า พอเมาได้ที่ผัวซ้อมเมียจนตาย รุ่งเช้าเห็นเมียตายรีบอุ้มลูกวัยขวบเศษหนี ชาวบ้านบอกพอเมาแล้วซ้อมเมียตาเขียวทุกวัน ชอบขโมยเป็ดไก่เพื่อนบ้านไปเชือดแกล้มเหล้า ล่าสุดจับได้แล้วยังเมาให้การวกวน อ้างพลั้งมือไม่คิดว่าเมียจะตาย   -คนขับกระบะฉุนขาด ตั้งใจขับชนเก๋งที่จอดอยู่ในซอยในหมู่บ้านที่สมุทรปราการ วงจรปิดจับภาพไว้ได้ ชนแล้วถอย ก่อนชนอีกที เก๋งกระเด้งไปชนรถคันหน้าอีกคัน เจ้าของเก๋งบอกไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ ไม่รู้ว่าตรงนี้ห้ามจอด แต่ดูจากภาพแล้วตั้งใจชน ตร.เร่งตามตัวกระบะใจร้อนมาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F3dBI906Z3E

 31,140
เศรษฐกิจ
26 พ.ย. 62

คลังเตรียมชง 4 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ส่งท้ายปี วันนี้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังคิดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งออกมาเฉพาะที่กระทรวงการคลังเกี่ยวข้อง เป็นส่วนที่เขาคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีการบริโภคมากขึ้น ให้มีเงินไหลเวียนในระบบมากขึ้น ให้คนสนใจจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น มีการลงทุนเอกชนมากขึ้น มาตรการของกระทรวงการคลังเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่สามารถทำได้เพื่อดูแลเศรษฐกิจ แต่ในส่วนอื่นต้องไปถามผู้ที่รับผิดชอบเอง   เมื่อถามว่าเรื่องการส่งออกมีอะไรที่จะมาช่วยเศรษฐกิจได้หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีกลไกของมัน และส่วนที่เกี่ยวข้องมากคือการส่งออก เรื่องค่าครองชีพ การเบิกจ่ายภาครัฐ  และการช่วยเหลือเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นเครื่องยนต์เหล่านี้ทุกตัวต้องเดินไปข้างหน้าด้วยกัน และในแต่ละกระทรวงมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้นกระทรวงการคลังคงไม่สามารถไปทำเรื่องส่งออก เพราะไม่ใช่หน้าที่เขา แต่ก็หารือกันตลอดเวลา   เมื่อถามว่าที่ผ่านแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจออกมารวมๆ หลายกระทรวง เพื่อให้เกิดผลเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้กระทรวงการคลังทำขาเดียว ดูเหมือนไม่เป็นเอกภาพ นายสมคิดกล่าวว่า เมื่อก่อนมี 4 ขา เดียวนี้มีขาเดียวจะให้ทำยังไง แม้ทุกอย่างทำงานร่วมกัน แต่ในรายละเอียดไปถามแต่ละกระทรวงเอาเอง   ทั้งนี้กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเน้นให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่กำลังได้รับความเดือดร้อน คือ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มประชาชนฐานรากที่มีรายได้น้อย ประกอบด้วย   1.มาตรการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวนาปี ปีการผลิต 62/2563 โดยมีเป้าหมายเป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าวจำนวน 4.31 ล้านครัวเรือน พื้นที่ 3.4 ล้านไร่ โดยมาตรการนี้ จะสามารถช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปี ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.2562   2.มาตรการพักหนี้เงินต้นสำหรับผู้กู้เงิน จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นเวลา 1 ปี รวมถึงมี   3.โครงการสินเชื่อสำหรับปล่อยกู้ใหม่ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน กระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน   4.จัดสรรเงินเพิ่มเติมให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับสมาชิก กทบ.ทั่วประเทศกว่า 79,000 หมู่บ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vk_a5Timmss

 3,840
เศรษฐกิจ
25 พ.ย. 62

รองนายกฯ สมคิด เปรยเศรษฐกิจแย่ กระทรวงการคลังบริหารฝ่ายเดียว

โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในขณะนี้มีส่วนที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องการส่งออก ค่าครองชีพ การเบิกจ่ายของภาครัฐ และการช่วยเหลือเกษตรกร     ซึ่งการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ทุกตัวต้องเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ออกมาตรการมากระตุ้น เพื่อให้การบริโภคขยายตัวได้มากขึ้น  มีเงินไหลเวียน  ให้คนจับจ่ายใช้สอย และเอกชนลงทุนมากขึ้น ซึ่งก็เป็นส่วนที่กระทรวงการคลังทำได้       ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ ต้องไปถามหน่วยงานที่รับผิดชอบ นายสมคิด ยังพูดเปรยว่า เมื่อก่อนบริหารเศรษฐกิจมี 4 ขา ตอนนี้เหลือขาเดียว อย่างไรก็ดี นายสมคิด ยืนยันว่า รัฐบาลยังเดินไปด้วยกัน แต่ละกระทรวงต้องขับเคลื่อนเคลื่อนเศรษฐกิจในส่วนที่รับผิดชอบ กระทรวงการคลังไม่ได้ไปทำเรื่องส่งออก เพราะไม่ใช่หน้าที่ แต่ที่ผ่านมาก็มีการหารือกันตลอดเวลา

 4,893
เศรษฐกิจ
19 พ.ย. 62

'สมคิด' ชี้เศรษฐกิจไทยไม่ถึงกับแย่ เมื่อเทียบกับหลายประเทศ

นายสมคิด จาตุสีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สภาการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ไตรมาส 3 ปี 2562 ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.4 และคาดการณ์ว่าทั้งปีจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.6 ว่า   ตัวเลขที่ 2.4 ในไตรมาส 3 นั้นถือว่าสูงกว่าในไตรมาส 2 ซึ่งรัฐบาลก็พยายามรักษาตราการเจริญเติบโตในไว้ โดยต้องเข้าใจว่าประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโลกเช่นเดียวกับทุกประเทศขึ้น ทั้งนี้มาตรการต่างๆที่รัฐบาลอนุมัติออกมานั้น เช่น เช่น ชิม ช้อป ใช้ ก็เป็นส่วนช่วยในการทำให้ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้น   แต่มีส่วนที่คาบเกี่ยวกับตัวเลข ซึ่งยังไม่เห็นผลในไตรมาส 3 ที่มีการประเมินออกมา ขณะที่ในไตรมาส 4 นั้นจากข้อมูลที่มีอยู่พบว่ามีงบประมาณของรัฐวิสาหกิจที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย หรือที่เรียกว่างบประมาณค้างท่อประมาณกว่า 100,000 ล้านบาทที่จะมาช่วยตัวเลขทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ได้   อย่างไรก็ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หากมีความจำเป็นก็ต้องออกมาตรการที่มีความเหมาะสม แต่หากสภาพเศรษฐกิจเป็นไปด้วยดีก็ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการในช่วงปลายปีนี้   ทั้งนี้ประเด็นสำคัญคือ ทุกฝ่ายต้องให้ความมั่นใจสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของไทยที่ยังอยู่ในฐานะดี เนื่องจากขณะนี้มีนักลงทุนต่างชาติมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมของไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/fHnG6H8Sjvc

 1,895
เศรษฐกิจ
15 พ.ย. 62

'สมคิด' สั่ง ก.คลังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปีหน้า หลังประเมินเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว

โดยนายสมคิด เปิดเผยว่า ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ และภาวะเศรษฐกิจโลก โดยกระทรวงการคลังประเมินว่า เศรษฐกิจโลกจะยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งไทยต้องเตรียมการออกแบบมาตรการออกมารองรับ อย่างไรก็ดีขณะนี้ มีสัญญาณที่ดี โมเมนตั้มเรื่องการบริโภคเริ่มดีขึ้น อำนาจซื้อเริมพลิกกลับ ชิมช้อปใช้เริ่มได้ผล ขณะที่การส่งออกพึ่งได้ยาก เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ดี   ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งให้สถาบัoการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบการปิดกิจการของภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ ทำให้คนงานตกงาน   ขณะที่ในมุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล ยังมองโลกในแง่ดี โดยระบุว่า ปัจจุบัน จากข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรม มีโรงงานปิดกิจการ 1,391 โรงงาน ขณะเดียวกันมีโรงงานเปิดกิจการใหม่ 2,889 โรงงาน เท่ากับมีโรงงานเปิดใหม่สูงขึ้นกว่าปิดกิจการถึง 2 เท่าตัว    นอกจากนี้ยังพบว่า มีการเลิกจ้างงาน 35,533 คน ขณะที่มีการจ้างงานในกิจการใหม่ 84,033 คน และจ้างงานจากการขยายกิจการ 84,704 คน โดยมีเงินลงทุนเพิ่มเติม 431,216 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วถึง 36.6 % ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังเจริญเติบโต ส่วนเรื่องอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อยู่ระดับ 64.73% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 94 เดือนนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มองว่า ยังถือว่าอยู่ในภาวะปกติ

 912

Top