ค้นหา :

ผลการค้นหา "สภากาชาดไทย"

พระราชสำนัก
16 พ.ย. 62

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดประชุมวิชาการงานบริการโลหิตระดับนานาชาติ ครั้งที่ 30

สมเด็จพระ​กนิษฐา​ธิราชเจ้า​ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา​ฯ​ สยาม​บรม​ราช​กุมารี​ อุ​ป​นายิกา​ผู้​อ​ำ​น​ว​ยการ​สภากาชาด​ไทย​ เสด็จ​พระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการงานบริการโลหิตระดับนานาชาติ ครั้งที่ 30 (30th Regional Congress of the International Society of Blood Transfusion 2019 (ISBT) ซึ่งศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย และสมาคมพยาธิวิทยาคลินิกไทย และคณะกรรมการ ISBT นานาชาติ​ ร่วมกันจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร   โอกาสนี้ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุม และทรงฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "A World of safe Blood - Matching Donor and Patient for Transfusion in 21st Century โดย ศาสตราจารย์ ดร. มาร์ติน แอล โอลสัน ประธาน ISBT  จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการงานบริการโลหิตของ ประเทศไทย และนิทรรศการ 200 ปี International Society of Blood Transfusion (ISBT)   ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถือเป็นองค์กรด้านงานบริการโลหิตของประเทศไทย มีหน้าที่ในการจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงสุด เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทั่วประเทศ ปัจจุบันงานบริการโลหิตมีความก้าวหน้าพัฒนาไปในระดับนานาชาติ และสู่ระดับสากล จำเป็นต้องมีองค์ความรู้เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้พัฒนาให้เหมาะสมกับการดำเนินงาน เพื่อให้ได้มาตรฐานทัดเทียมกับนานาอารยประเทศต่อไป     ในปีนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้รับเลือกจาก International Society of Blood Transfusion หรือ ISBT ซึ่งเป็นองค์กรด้านงานบริการโลหิตระหว่างประเทศ ที่มีสมาชิกกว่า 110 ประเทศทั่วโลก ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคครั้งที่ 30 ในกรุงเทพฯ นับเป็นครั้งที่สองที่ประเทศไทยได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพ โดยครั้งแรกเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมวิชาการงานบริการโลหิตภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 16 หรือ XVI Regional Congress of the International Society of Blood Transfusion เมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การบริการโลหิต เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเวชศาสตร์การบริการโลหิต ส่งเสริมและรักษามาตรฐานระดับสูงด้านจริยธรรมการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ในด้านเวชศาสตร์การบริการโลหิต และเพื่อสนับสนุนการรักษาด้วยการให้โลหิตมีความปลอดภัยและเพียงพอทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1,000 คนทั่วโลก และมีวิทยากรที่มาให้ความรู้เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการงานบริการโลหิตระดับนานาชาติ      โดยการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่จะนำมาใช้พัฒนาให้เหมาะสมกับการดำเนินงานบริการโลหิต เพื่อให้ได้มาตรฐานทัดเทียมกับนานาอารยประเทศต่อไป การประชุมจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 - 19 พฤศจิกายน 2562 โดยมีโปรแกรมทางวิชาการที่น่าสนใจ ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรรับเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ร่วมบรรยายให้ความรู้ อาทิ การทดสอบความปลอดภัยและความเข้ากันได้ของโลหิตผู้บริจาคกับโลหิตผู้ป่วย, ความก้าวหน้าในการศึกษาหมู่โลหิตที่หายากระดับพันธุกรรม, เกณฑ์ในการคัดเลือกผู้บริจาคโลหิต และการดูแลผู้บริจาคโลหิตแบบยั่งยืน, การดูแลบริหารจัดการผู้บริจาคโลหิตที่สูงอายุ, การระบาดวิทยาและการกำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบภายในปี 2573 และกลยุทธ์การพึ่งพาตนเองโดยนำพลาสมามาผลิตยาอัลบูมิน, Factor VIII และ IVIG ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยในประเทศ รวมทั้งมีการนำเสนอผลงานของบุคลากรทางการแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ในสาขาเวชศาสตร์บริการโลหิตรุ่นใหม่ แสดงผลงานวิชาการ งานวิจัยที่มีคุณภาพ      โดยมีผลงานที่โดดเด่นได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมจำนวนทั้งหมด 346 เรื่อง เป็นการนำเสนอโดยนักวิชาการชาวไทย 84 เรื่อง และภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการงานบริการโลหิตของประเทศไทย ควบคู่ไปกับนิทรรศการ 200 ปี International Society of Blood Transfusion (ISBT) ซึ่งแสดงถึงการมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์การบริการโลหิตทั่วโลก รวมทั้งบูธนิทรรศการผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานบริการโลหิตต่างๆ จำนวน 60 บูธ     การจัดประชุมวิชาการงานบริการโลหิตระดับนานาชาติในประเทศไทยครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และนักวิชาการด้านเวชศาสตร์บริการโลหิตจากประเทศต่างๆ แต่เป็นโอกาสดีอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการประสานเครือข่ายที่ทำงานด้านบริการโลหิต ที่จะประสานความร่วมมือสนับสนุนซึ่งกันและกันทั้งในด้านวิชาการ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความช่วยเหลือแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้บริจาคโลหิตและผู้ป่วย ซึ่งสอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ 50 ปี ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย คือ ก้าวหน้าด้วยกัน

 53
พระราชสำนัก
13 พ.ย. 62

พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ทรงเป็นประธานเปิดงานวันเบาหวานโลก

วันนี้ เวลา 14 นาฬิกา 38 นาที พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ระเบียงรมณีย์ ชั้น 14 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงเป็นประธานเปิดงานวันเบาหวานโลก ซึ่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเบาหวาน ฮอร์โมนและเมตะบอลิสม จัดขึ้น    เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเอง ควบคุมปัจจัยเสี่ยงของตนเอง ที่อาจนำมาซึ่งโรคเบาหวานในอนาคต รวมทั้งความสำคัญของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน ให้สมาชิกในครอบครัวตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน การออกซุ้มบริการเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว และให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลของสุขภาพ    พร้อมกับการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “C-diabetes” ที่ใช้ในการดูแลคนไข้เบาหวาน และคนไข้เบาหวานขณะตั้งครรภ์อย่างครบวงจร ประกอบด้วย ข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เช่น การปฏิบัติตัวเมื่อน้ำตาลต่ำ แจ้งเตือนการกินยาได้ ระบบบันทึกน้ำตาลแบบใหม่ พร้อมมีการเตือนความผิดปกติเมื่อน้ำตาลสูงหรือต่ำ และเมื่อน้ำตาลต่ำจนเป็นอันตราย สามารถตั้งค่าให้ส่งข้อความแจ้งเตือนกับผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ นอกจากนี้สามารถถ่ายรูปอาหารแต่ละมื้อที่สอดคล้องกับผลน้ำตาลในเลือดมื้อนั้นๆ และแจ้งเตือนการนัดหมายของแพทย์ได้ด้วย    ภายในงานยังมีกิจกรรมรณรงค์ป้องกัน วินิจฉัย และการดูแลรักษาเบาหวานในเด็ก วัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว ซึ่งมีแนวโน้มเป็นเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก นอกจากนั้นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้เริ่มโครงการจัดตั้ง Transition diabetes clinic คลินิกเบาหวานเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานในกลุ่มดังกล่าวมีประสิทธิภาพดีและลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆในระยะยาว

 69
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 62

ชวนร่วมบริจาคโลหิต เหตุเลือดสำรองในคลังขาดแคลน ต้องเลื่อนผ่าตัดผู้ป่วย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เผยสถานการณ์ความต้องการเลือดในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 เป็นต้นมา พบว่า   ปริมาณเลือดสำรองในคลังของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีผู้บริจาคโลหิตลดน้อยลง โดยขณะที่มีผู้บริจาคโลหิตลดลง จากปกติจะต้องได้รับโลหิตบริจาคตามเป้าหมายคือ 2,000-2,500 ยูนิตต่อวัน แต่ได้รับโลหิตบริจาคเฉลี่ย 1,500-1,700 ยูนิตต่อวัน เท่านั้น   จึงเกิดการขาดแคลนสะสมจนทำให้ปริมาณโลหิตคงคลังลดน้อยลงไป จนถึงขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายแห่งที่ต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดให้ผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือด อาทิ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต   ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ โดยสามารถติดต่อบริจาคโลหิตได้ที่   -ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย -ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา -สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแค หรือบริจาคได้ที่สาขาบริการโลหิต 6 แห่งในกรุงเทพฯ ได้แก่   -โรงพยาบาลตำรวจ -โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า -โรงพยาบาลรามาธิบดี -โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช -สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช   ส่วนภูมิภาค บริจาคโลหิตได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติและงานบริการโลหิต รวม 13 แห่ง ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จ.ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่   นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสาขาบริการโลหิตโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต 0 2256 4300,0 2263 9600-99 ต่อ 1101,1760,1761 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HnIc0hId-eY

 2,131
สังคม
24 ต.ค. 62

ชวนร่วมบริจาคโลหิต เหตุเลือดสำรองในคลังขาดแคลน ต้องเลื่อนผ่าตัดผู้ป่วย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เผยสถานการณ์ความต้องการเลือดในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 เป็นต้นมา พบว่า   ปริมาณเลือดสำรองในคลังของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีผู้บริจาคโลหิตลดน้อยลง โดยขณะที่มีผู้บริจาคโลหิตลดลง จากปกติจะต้องได้รับโลหิตบริจาคตามเป้าหมายคือ 2,000-2,500 ยูนิตต่อวัน แต่ได้รับโลหิตบริจาคเฉลี่ย 1,500-1,700 ยูนิตต่อวัน เท่านั้น   จึงเกิดการขาดแคลนสะสมจนทำให้ปริมาณโลหิตคงคลังลดน้อยลงไป จนถึงขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายแห่งที่ต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดให้ผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือด อาทิ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต   ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ โดยสามารถติดต่อบริจาคโลหิตได้ที่   -ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย -ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา -สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแค หรือบริจาคได้ที่สาขาบริการโลหิต 6 แห่งในกรุงเทพฯ ได้แก่   -โรงพยาบาลตำรวจ -โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า -โรงพยาบาลรามาธิบดี -โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช -สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช   ส่วนภูมิภาค บริจาคโลหิตได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติและงานบริการโลหิต รวม 13 แห่ง ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จ.ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่   นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสาขาบริการโลหิตโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต 0 2256 4300,0 2263 9600-99 ต่อ 1101,1760,1761 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HnIc0hId-eY

 2,131
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 62

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดตัว โครงการบริการทางการแพทย์ขั้นสูง ให้บริการผู้ป่วยโรคซับซ้อนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดตัว โครงการบริการทางการแพทย์ขั้นสูง ให้บริการผู้ป่วยโรคซับซ้อนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกว่า 22 โครงการ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และเป็นปีมหามงคลที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมพรรษา 67 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล    โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาติไทย ซาบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณ จึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี โดยมุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยโรคซับซ้อนแก่ประชาชนทุกระดับ ให้มีโอกาสเข้าถึงในการรักษาพยาบาลด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง    ซึ่งในอนาตคโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาติไทยยังมีแผนงานที่จะจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติเช่นนี้   โครงนี้เปิดรับประชาชนที่สนใจเข้ารับการรักษา จำนวน 650 ราย โดยแบ่งกลุ่มการรักษาออกเป็น โครงการหลัก 5 กลุ่มโครงการ    โดยเฉพาะกลุ่มโครงการรักษาโรคเรื้อรังและปลูกถ่ายอวัยวะ   โครงการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นและฝังช่องทางให้ยาไขสันหลังเพื่อรักษาภาวะปวดเรื้อรัง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว   อ.นพ.มาร์วิน เทพโสพรรณ หน่วยระงับปวด ฝ่ายวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ภาวะปวดจากโรคมะเร็งไม่เพียงจะบั่นทอนประสิทธิภาพในการทํางานและการดํารงชีวิตประจําวันของผู้ป่วย แต่ยังเป็นภาระต่อครอบครัว การฝังช่องทางการให้ยาทางไขสันหลังถาวรนับเป็นทางเลือกสุดท้ายของผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผลดี มีผลการศึกษารองรับว่าการรักษาปวดมะเร็งที่ดีจะทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวขึ้นร่วมกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น    เครื่องกระตุ้นไขสันหลัง เป็นการรักษาอาการปวดหลังร้าวลงขาเรื้อรังในผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วไม่ได้ผลดี หรือปวดมากขึ้น อาการปวดเหล่านี้อาจรุนแรงถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และต้องลาออกจากงานประจำ ทั้งนี้ยังมีรายงานการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Neurology ในปี ค.ศ. 2009 พบว่า การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไขสันหลังเพื่อรักษาภาวะปวดเรื้อรังจากการผ่าตัดกระดูกสันหลังมีประสิทธิภาพดีกว่าการผ่าตัดซ้ำ สำหรับโครงการที่จัดขึ้นครั้งนี้ หน่วยระงับปวด ฝ่ายวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จะดำเนินการรักษาภาวะปวดเรื้อรังด้วยการรักษาขั้นสูงโดยฝังเครื่องกระตุ้นหรือฝังช่องทางให้ยาทางไขสันหลังแก่ผู้ป่วยจำนวน 10 ราย เพื่อให้กลับมาดําเนินชีวิตประจําวันได้เป็นปกติ นอกจากนั้นแล้วยังช่วยลดอุบัติการณ์ของการกลายเป็นบุคคลทุพพลภาพ พร้อมทั้งนําไปสู่การวิจัยและนวัตกรรมใหม่เพื่อประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยให้เหมาะสมต่อไปในอนาคต          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/pDmvgusgsF0

 6,771
ประชาสัมพันธ์
14 มิ.ย. 62

สภากาชาดไทยจัดกิจกรรม วันผู้บริจาคโลหิตโลก 15 มิ.ย.2562

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน ถือเป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2562 ( World Blood Donor Day 2019) ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเพื่อเป็นวันแห่งการขอบคุณ ผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก Slogan “Safe blood for all - โลหิตปลอดภัย ทั้งผู้ให้ และผู้รับ”   นอกจากนี้ยังมีการรับบริจาคโลหิต สเต็มเซลล์ อวัยวะและดวงตา ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ดารา นักร้อง ค่ายต่างๆ การจัดเลี้ยงอาหารเพื่อแสดงความขอบคุณผู้บริจาคโลหิตและ ผู้บริจาคโลหิตในงานจะได้รับเสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2562 เป็นที่ระลึก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/__QUTn8LlgQ

 1,831
แวะไหนดี
14 มิ.ย. 62

สภากาชาดไทยจัดกิจกรรม วันผู้บริจาคโลหิตโลก 15 มิ.ย.2562

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน ถือเป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2562 ( World Blood Donor Day 2019) ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเพื่อเป็นวันแห่งการขอบคุณ ผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก Slogan “Safe blood for all - โลหิตปลอดภัย ทั้งผู้ให้ และผู้รับ”   นอกจากนี้ยังมีการรับบริจาคโลหิต สเต็มเซลล์ อวัยวะและดวงตา ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ดารา นักร้อง ค่ายต่างๆ การจัดเลี้ยงอาหารเพื่อแสดงความขอบคุณผู้บริจาคโลหิตและ ผู้บริจาคโลหิตในงานจะได้รับเสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2562 เป็นที่ระลึก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/__QUTn8LlgQ

 1,831
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ค. 62

สภากาชาดไทย แจงปมหนุ่มลูกครึ่งรับบริจาคเลือดติดเชื้อ hiv ยืนยันปัจจุบันปลอดภัย -แม่พอใจผลเจรจากับโรงพยาบาล ให้การรักษาตลอดชีวิต

จากกรณี หนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น วัย 24 ปี ป่วยเป็นลูคีเมีย ก่อนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลชื่อดัง แต่ปรากฏว่าได้รับเชื้อเอชไอวีจากการถ่ายเลือด โดยทางโรงพยาบาลดังกล่าวชี้แจงว่า เลือดที่ให้การรักษาผู้ป่วยรับมาจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ทั้งนี้พร้อมรับผิดชอบทุกกรณี   ครอบครัวและหนุ่มที่ได้รับเชื้อเอชไอวี เดินทางไปที่ศาลากลาง จ.ปทุมธานี เพื่อ  เจรจากับตัวแทนของโรงพยาบาลบำรุงราฎร์ เกี่ยวกับการช่วยเหลือรักษาและเยียวยาแก่ผู้ป่วย ตามหลักมนุษยธรรม โดยผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลฯ กล่าวว่า การเจรจาของทุกฝ่ายเป็นไปด้วยดี ยืนยันทางโรงพยาบาลให้สิทธิ์ผู้ป่วยรักษาฟรีทุกโรคตลอดชีวิต ปัจจุบันนี้ทางโรงพยาบาลมีมาตรฐานที่สูงมากในการตรวจสอบเลือดเพื่อให้เลือดกับผู้ป่วย ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ เตรียมแถลงสัปดาห์หน้า   แม่ของหนุ่มคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนพอใจกับข้อเสนอของโรงพยาบาล ที่จะให้การดูแลรักษา  บุตรชายทุกกรณีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะป่วยเป็นโรคอะไรทางโรงพยาบาลก็จะดูแลรับผิดชอบตลอดชีวิต ทางครอบครัวก็สบายใจมากขึ้นถือเป็นวันที่ดีสำหรับครอบครัว  ส่วนรายละเอียดไม่ขอเปิดเผยเพราะโรงพยาบาลขอไว้ และไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ  ตนไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก เพราะกลัวกระทบจิตใจและไม่อยากซ้ำเติมบุตรชาย แต่ที่ผ่านมาตนก็พยายามให้กำลังใจลูกไม่ให้เขาเครียด คอยบอกว่าต้องอยู่ให้ได้ สภาพจิตใจดีมาก   ด้านหนุ่มที่ได้รับเชื้อเอชไอวี กล่าว  การเจรจากับโรงพยาบาลฯ จบลงด้วยดี  ตอนนี้รู้สึกสบายใจ มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อในสังคม  ตนกลับคิดว่าโรคนี้ไม่ได้น่ากลัว ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ รวมทั้งครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจมาโดยตลอด  อยากบอกว่าไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรหากจิตใจเราเข้มแข็ง ทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี   ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พญ.จารุพร พรหมวงศ์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า โลหิตที่จ่ายให้กับโรงพยาบาลบำรุงราฎร์ เพื่อนำไปรักษาหนุ่มวัย 24 นั้น เป็นเลือดที่ได้รับบริจาคเมื่อปี 2547 ไม่มีเชื้อเอชไอวีเป็นปกติ  แต่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อเอชไอวีจากโลหิตที่รับบริจาคมา ซึ่งไม่ได้เกิดจากข้อผิดพลาดที่ระบบคัดกรอง เกิดจากข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า วินโดว์พีเรียส (Window Period) เป็นช่วงเวลาที่ผู้ได้รับเชื้อเอชไอวีมา แต่ยังตรวจไม่พบเพราะว่าร่างกายอาจจะยังรับเชื้อมาไม่นาน ทำให้ไม่สามารถแยกแยะหรือคัดกรองได้ว่าเลือดที่ได้รับบริจาคมานั้น มีระยะการฟักตัวของเชื้อประเภทใดบ้าง  ซึ่งจะพบว่าเลือดมีเชื้อเอสไอวี ก็ต่อเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วเกิดการเพาะเชื้อจึงจะตรวจพบ   สำหรับระยะการตรวจพบเชื้อแต่ละโรคหลังเข้าสู่ร่างกายแล้ว เอชไอวีใช้เวลาตรวจพบ 5-7 วัน  ไวรัสตับอักเสบบี 24-27 วัน ไวรัสตับอักเสบซี 3-5 วัน  อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถตรวจหาเชื้อเอสไอวี หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อยู่ในระยะวินโดว์พีเรียสได้   จากสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใช้มาตราฐานการตรวจเลือดเช่นเดียวกับไทย พบความเสี่ยงเลือดจากผู้บริจาค โดยเอชไอวี  1 ต่อ 1.7 ล้านยูนิต มีความเสี่ยง 1 ถุง  ส่วนไวรัสตับอักเสบซี 1 ต่อ 1.6 ล้านยูนิต  ส่วนไวรัสตับอักเสบบี 1 ต่อ 2.6 แสนยูนิต  ขณะที่ไทยพบความเสี่ยง 1 ต่อเกือบ 2 ล้านยูนิต  ถือว่ามีความปลอดภัยสูง   ปัจจุบันการบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีการคัดเลือกและตรวจเลือดผ้บูริจาคตามมาตรฐาน ระดับประเทศและระดับสากล มีมาตรการคัดกรองผ้บูริจาคโลหิตด้วยแบบสอบถามและซักประวัติพฤติกรรมความเสี่ยง มีการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีซีโรโลยี่ ด้วยน้ำยาที่มีความไวสูงสุด และตรวจด้วยวิธี Nucleic acid amplification test (NAT) หากผลตรวจเป็นปกติก็จะไม่มีความเสี่ยง สิ่งที่สำคัญผู้บริจาคต้องคัดกรองตัวเองก่อนว่าไม่เป็นผู้ติดเชื้อโรคใด ๆ ก่อนที่จะมาบริจาคโลหิต สภากาชาดไทยขอแสดงความเสียใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ทุกกรณี   ด้านนายเกรียงศักดิ์ ไชยวงค์ ผู้เชี่ยวชาญนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ หัวหน้าฝ่ายตรวจคัดกรองโลหิต กล่าวยืนยันว่าเลือดทุกยูนิต 100 เปอร์เซ็น ได้รับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อที่ติดต่อทางเลือด แต่ไม่ร้อย 100       เปอร์เซ็น ที่จะตรวจเจอด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยี เพราะต้องใช้เวลาในการเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อนถึงจะสามารถตรวจเจอเชื้อ ส่วนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้บริจาค หากจะทำบุญจริงและพบว่าตนเองมีภาวะเสี่ยงไม่ควรมาบริจาค เพื่อให้เลือดมีความปลอดภัยและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ป่วย   อย่างไรก็ตามกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นในปี 2523 ขณะที่ต่างประเทศยังพบเคสลักษณะเดียวกันนี้หลายราย กระทั่งหลายอาชีพถูกจำกัดในการให้เลือด และทำให้ทั่วโลกตระหนักระมัดระวังถึงความปลอดภัยในการให้เลือด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/TE_3VP8W19Y

 2,229
ประชาสัมพันธ์
11 เม.ย. 62

แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต ปี 2562

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนผู้บริจาคโลหิตสวมเสื้อฮาวายลายดอก สีสันสดใส ร่วมบริจาคโลหิตภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บริจาคโลหิต กับสีสันฮาวายลายดอก” ในโครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต”   ระหว่างวันที่ 8-16 เมษายน 2562 (9 วัน) ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 13 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสำรองโลหิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์   พิเศษ! สำหรับผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ จะได้รับเสื้อ “Hello Summer, Give Blood, Save Lives” เป็นที่ระลึก สอบถามโทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/VLyEZNhvDUk  

 713
ประชาสัมพันธ์
02 เม.ย. 62

สภากาชาดไทยชวนบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ 64 พรรษา สมเด็จพระเทพฯ ตลอดเดือน เม.ย.2562

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรทั่วประเทศร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตด้วยหัวใจ หนึ่งคนให้หลายคนรับ ให้โอกาสตัวเอง = ให้โอกาสผู้ป่วย   เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา 2 เมษายน 2562 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ตลอดเดือนเมษายน 2562  ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ สาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ   สอบถามได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.0 2256 4300 , 0 2263 9600-99 ต่อ 1101 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MfHQZ0kQX64

 827
ประชาสัมพันธ์
05 ก.พ. 62

กาชาดชวนสร้างบุญ เสริมเฮง บริจาคโลหิตรับตรุษจีน

กาชาดชวนสร้างบุญ เสริมเฮง บริจาคโลหิตรับตรุษจีน เชิญชวนบริจาคโลหิต 'ตรุษจีน มอบโลหิตเป็นมงคลชีวิต' 5-10 ก.พ.62 ณ ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

 985
บันเทิง
01 ก.พ. 62

ช่อง 3 ส่งมอบปฏิทินครอบครัวข่าว 3 - ปฏิทินจีน 2562 ให้สภากาชาดไทย ส่งต่อผู้บริจาคเลือด

ช่อง 3 ส่งมอบปฏิทินครอบครัวข่าว 3 ปี 2562 ชุด ปฏิทินกฎหมายสามัญประจำบ้าน และปฏิทินจีน ปี 2562 ชุดมั่งมีศรีสุข จากละครกรงกรรม ให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้มาบริจาคเลือด ณ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wdCgcBb8yYk

 1,062
ประชาสัมพันธ์
24 ธ.ค. 61

กาชาดชวนให้เลือดก่อนปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ 24-31 ธ.ค.นี้

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย เชิญชวนประชาชนเริ่มต้นสิ่งดีรับปีใหม่ 2562 ทำบุญบริจาคโลหิตส่งท้ายปี ก่อนเดินทางท่องเที่ยว  ในโครงการ “ให้เลือดก่อนปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย  โชคดีได้บุญ”   ระหว่างวันที่ 24 - 31 ธันวาคม 2561 (รวม 8 วัน) ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  (ปิดทำการ 1 วัน ในวันที่ 1 มกราคม 2562)  ผู้บริจาคโลหิตได้รับปฏิทินดาราช่อง 3 เป็นที่ระลึก และยังเป็นการเสริมดวงชะตาให้กับตัวเองให้แคล้วคลาดปลอดภัย  มีแต่ความโชคดี       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9VJ-czE4r4E

 2,470
แวะไหนดี
24 ธ.ค. 61

กาชาดชวนให้เลือดก่อนปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ 24-31 ธ.ค.นี้

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย เชิญชวนประชาชนเริ่มต้นสิ่งดีรับปีใหม่ 2562 ทำบุญบริจาคโลหิตส่งท้ายปี ก่อนเดินทางท่องเที่ยว  ในโครงการ “ให้เลือดก่อนปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย  โชคดีได้บุญ”   ระหว่างวันที่ 24 - 31 ธันวาคม 2561 (รวม 8 วัน) ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  (ปิดทำการ 1 วัน ในวันที่ 1 มกราคม 2562)  ผู้บริจาคโลหิตได้รับปฏิทินดาราช่อง 3 เป็นที่ระลึก และยังเป็นการเสริมดวงชะตาให้กับตัวเองให้แคล้วคลาดปลอดภัย  มีแต่ความโชคดี       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9VJ-czE4r4E

 2,470
ประชาสัมพันธ์
05 ธ.ค. 61

สภากาชาดไทยชวนคนไทยบริจาคเลือด 5 ธ.ค.นี้ เวลา 8.00 - 16.00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนไทยบริจาคเลือด ในวันนี้ 5 ธ.ค. 2561 เวลา 8.00 - 16.00 น. ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/sa7YK7yBdNQ

 3,919

Top