ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดีเอสไอ"

สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ย. 62

'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว

คืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย มีแหล่งข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ขณะนี้พยานหลักฐานในสำนวนคดีมีเพียงพอที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องสัยมารับทราบข้อกล่าวหา   แต่ทางผู้บริหารของดีเอสไอต้องการความรัดกุมในทางคดี จึงสั่งการให้ชุดสอบสวนกระจายลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำพยานเพิ่มเติมและรอผลตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการจากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้ง 3 ข้อหา ฆ่าคนตาย ปล้นทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยว   นอกจากนี้คณะพนักงานสอบสวนที่มีอัยการสำนักการสอบสวนมาเข้าร่วมสอบสวน ได้เสนอให้ออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลมาที่เกี่ยวข้องมาแจ้งกล่าวหา หรือออกหมายจับได้แล้ว เนื่องจากพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว แต่ทางดีเอสไอเห็นว่าบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่การงานและมีตำแหน่งราชการระดับสูง ตามขั้นตอนจึงควรจะออกหมายเรียกก่อน หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนโดยไม่มีสาเหตุอันสมควร จึงจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mb1OI6O-T_g

 17,125
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
16 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 16 ก.ย.62 น้ำป่าถล่มเกาะช้าง-เด็กแฝดซนเผาบ้าน-แจ็คไรเดอร์แมลงกัดหวิดตัดขา

-อุตุฯเตือนกทม. ภาคลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ระวังฝนตกหนักอีก เกาะช้าง จ.ตราดฝนถล่ม น้ำป่าทะลักพัดขอนไม้กองเต็มถนน รถชาวบ้านถูกน้ำป่าซัดตกข้างทาง สะพานถูกน้ำซัดขาด แจ้งอพยพจากพื้นที่เสี่ยง ประกาศปิดน้ำตก 2 แห่ง เรือเฟอร์รี่งดให้บริการ ช้างจมน้ำตายในคลอง หลังถูกมัดขาไว้กับต้นไม้สงบอาการตกมัน คนเลี้ยงบอกไม่คิดว่าจะมีน้ำป่าหลากลงมา ที่จันทบุรี น้ำป่าจากน้ำตกพลิ้วไหลท่วมถ.สุขุมวิท สูงกว่า 70 ซม. ต้องขยนย้ายส่งของขึ้นที่สูง ดูเพิ่มเติมได้ที่ : เตือน 7 จังหวัดตะวันออก-ภาคใต้ รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก  / เกาะช้างอ่วม น้ำป่าทะลักท่วมทั้งเกาะ สลด ช้างตกมันจมน้ำตาย    -ชาวบ้านอุบลฯยังจมบาดาล แม้แม่น้ำมูลจะลดระดับ ป้าที่ อ.วารินชำราบ ร้องไห้ระบายความในใจไม่เคยได้กินข้าวกินน้ำ ทั้งที่จ่ายภาษี อ.เมือง น้ำท่วมมิดหลังคา บางส่วนยังไม่อพยพออก นั่งเรือรับบริจาค บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์เปิดใจทั้งน้ำตา ลงพื้นที่สงสารชาวบ้าน เบิกเงินส่วนตัว 1 ล้านช่วยผู้ประสบภัย ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ป้าชาวอุบลฯ คับแค้นใจน้ำท่วมบ้าน ความช่วยเหลือไปไม่ถึง ข้าวน้ำไม่ได้กิน ทั้งที่จ่าย /'บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์' ควักกระเป๋า 1 ล้านช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลฯภาษี     -นายกฯกำชับ ครม.เข้าร่วมประชุมสภานัดอภิปรายปมถวายสัตย์ 18 ก.ย.นี้ อย่างพร้อมเพรียง โดยนายกฯจะเข้าร่วมด้วยแน่นอน แต่จะตอบคำถามด้วยตัวเองหรือมอบหมายให้ใครตอบ จะหารือใน ครม.พรุ่งนี้ วิรัช ปธ.วิปรัฐบาล บอกเนื้อหาที่ศาลที่ รธน.แถลงจะเป็นบรรทัดฐานในคำตอบของการอภิปราย ซึ่งจะตอบนอกเหนือจากที่ศาลวินิจฉัยไม่ได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯไปแน่! สั่ง ครม.เข้าสภา อยู่เป็นขวัญกำลังใจตอบปมถวายสัตย์ 18 ก.ย.นี้   -ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุการที่ศาล รธน.มีคำวินิจฉัยไม่รับคำร้องปมถวายสัตย์ ทำให้ฝ่ายค้านอภิปรายได้ยากขึ้น แม้ไม่มีการลงมติ แต่ ส.ส.รัฐบาลต้องอยู่เป็นกำลังใจให้ครบ ต้องรับผิดชอบองค์ประชุม ดูเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯไปแน่! สั่ง ครม.เข้าสภา อยู่เป็นขวัญกำลังใจตอบปมถวายสัตย์ 18 ก.ย.นี้   -สุดารัตน์เชื่อรัฐบาลจะให้ความเห็นของศาล รธน.สกัดให้ฝ่ายค้านอภิปราย แต่ไม่ห่วงเพราะเป็นบทบาทและอำนาจของสภา ใช้เวทีสภาแก้ไขปัญหา ไม่ปล่อยให้ผิดต่อไป ยันรักและเทิดทูนสถาบัน เพื่อไทยไม่สบายใจที่นายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ ยันจะไม่พูดอะไรกระทบสถาบัน ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'สุดารัตน์' ไม่ห่วงฝ่ายค้านอภิปราย เชื่อไม่กระทบสถาบัน    -ธรรมนัสตั้งทีมวอร์รูมฝ่ายกฎหมาย ดำเนินคดีผู้ทำให้เสียหายจากเรื่องคุณสมบัติ รมต.และวุฒิการศึกษา ทีมกม.ส่ง จม.ชี้แจงสื่อคดีออสเตรเลีย ยันคุณสมบัติครบถ้วนการเป็น รมต. เจ้าตัวลงพื้นที่พะเยา ขอบคุณกำลังใจจากชาวบ้าน ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรมาทำลายได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' ตั้งวอร์รูมทีมกม. ฟ้องคนทำให้เสียชื่อเสียงเรื่องคดี-วุฒิปลอม   -ธนาธรลงพื้นที่นครปฐม เตรียมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ลาออกจากปัญหาสุขภาพ ชี้ ส.ส.1 คน สามารถส่งผลกระทบต่อประเทศได้ 1เสียงของชาวนครปฐมมีค่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ต่างกันไม่กี่เสียง อยากให้ ปชช.ตัดสิน ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' ลุยนครปฐม พร้อมเลือกตั้งซ่อม ซัดฝ่ายมีอำนาจทำอะไรก็ไม่ผิด มีคนคอยแถให้ตลอด   -มาตรการลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ยังไม่สรุปปีนี้ ส่อแววล่ม ปลัดคลังระบุยังต้องใช้เวลารอผลศึกาษ ทำประชาพิจารณ์ เบื้องต้นไม่พบความเหลื่อมล้ำอัตราการเก็บที่ต่างกัน เตรียมปรับเพิ่มสวัสดิการจูงใจ ปชช.เสียภาษี ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ปลัดคลังเร่งศึกษาลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% เข้าใจคนไทยไม่อยากเสียภาษี เพราะได้สวัสดิการไม่เหมือน ตปท.   -ดีเดย์ 20 ก.ย. ห้าม จนท.ยึดใบขับขี่ ออกใบสั่งให้ไปจ่ายค่าปรับได้อย่างเดียว หลัง พรบ.จราจรใหม่มีผล ผู้ขับสามารถใช้ใบขับขี่อัจฉริยะแทนใบจริงได้เมื่อ จนท.ขอเรียกดู ส่วนการใช้สำเนาภาพแทนใบขับขี่ การตัดแต้มความประพฤติผู้ฝ่าฝืนกฎ และการระงับต่อภาษีรถยนต์ประจำปีหากไม่จ่ายค่าปรับ ต้องรอกม.ประกาศใช้ช่วงปลายปี ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ดีเดย์ 20 ก.ย. พ.ร.บ.จราจรใหม่ ตร.ห้ามยึดใบขับขี่ ออกใบสั่งได้อย่างเดียว   -พ.ต.ท.เมาปลิ้นไม่สวมเสื้อ ก๊งเหล้าบนโต๊ะทำงานที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ผู้ใต้บังคับบัญชาสุดทนถ่ายคลิปแฉ ด้านผู้บังคับบัญชาระบุ จริงๆแล้ว ตร.คนนี้เป็นคนดี แต่เมียป่วยตาย จึงเครียดจัดหันมาดื่มเหล้า สั่งย้ายไปประจำการ ตชด.ภาค 4 แล้ว ซึ่งอยู่ใกล้บ้านจะได้ลดความเครียด ดูเพิ่มเติมได้ที่ :    -หนุ่มขอนแก่นวัย 49 ปี วอนมือปราบผีช่วยเหลือหลังเจ้าตัวเชื่อถูกผีคุกคามนับ 10 ปี ย้ายบ้านสองหลังยังเป็นเหมือนเดิม ข้าวของย้ายเคลื่อนที่ได้ ทั้งที่ไม่มีคนอยู่บ้าน บ้านล็อกหนาแน่นไม่มีใครงัดแงะ มีจดหมายหลายร้อยฉบับตัดพ้อหึงหวงแปะทั่วบ้าน เจ้าของบ้านใช้ชีวิตไม่มีความสุข เหมือนถูกสิ่งลี้ลับตามรังควานตลอด จนเครียดอยากฆ่าตัวตาย ยันไม่ได้สร้างเรื่อง ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ชายขอนแก่นวอนมือปราบผีช่วย เชื่อถูกผีคุกคามเกือบ 10 ปี ของย้ายเอง-จม.แปะทั่วบ้าน    -ภาพระทึก นาทีชีวิตผู้ช่วยนายสถานีรถไฟรังสิตบุกช่วยลุงที่เดินตัดหน้าขบวนรถไฟ ฉุดออกจากรางปลอดภัยได้ในเสี้ยววินาที เจ้าตัวเปิดใจนาทีนั้นคิดแต่จะช่วยชีวิตลุงให้ได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : นายสถานีฮีโร่ วิ่งเข้าช่วยลุง เดินตัดหน้าขบวนรถไฟ ช่วยได้ในเสี้ยววินาที   -บุกจับหญิงวัย 55 ปลอมลายเซ็น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ปธ.องคนมนตรี แอบอ้างจดทะเบียนรถโบราณกับกรมการขนส่งทางบก หวังให้เกิดความเชื่อถือ ความแตกเอกสารส่งไปที่บ้าน พล.อ.สุรยุทธ์ ระบุรถค้างชำระภาษี 3 ปี คนใกล้ชิดแจ้ง ตร.ตรวจสอบ ก่อนตามจับตัวได้ สอบประวัติเคยถูกฉ้อโกงหลายคดี แต่ยังปฏิเสธ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : จับหญิงแสบ ปลอมลายเซ็น ปธ.องคมนตรี จดทะเบียนรถโบราณ เจอประวัติฉ้อโกงเพียบ   -DSI จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก แก๊งอุ้มฆ่าบิลลี่ ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว DSI มั่นใจในพยานหลักฐาน เตรียมออกหมายเรียกขรก.ระดับสูง ถ้าไม่มาจะออกหมายจับ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว   -เด็กฝาแฝดวัย 8 ขวบเล่นเตาแก๊ส ขณะที่พี่ชายวัย 15 ปีนอนหลับ ทำไฟไหม้บ้านย่านวุฒากาศ แค่10นาทีวอดไป 3 หลัง พี่ชายตั้งสติพาน้องแฝดปีนลงชั้น 2 ปลอดภัย แม่ออกไปทำธุระนอกบ้าน ไม่คิดว่าลูกแฝดจะเล่นซนได้ขนาดนี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : เด็กฝาแฝดซนเล่นเตาแก๊ส พลาดเผาบ้านวอด 3 หลัง พี่ชายฮีโร่รีบพาน้องหนีตายรอดชีวิต    -แจ๊คไรเดอร์ ดีเจชื่อดังโดนแมลงกัดที่ต้นขาขวาญี่ปุ่น ติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคนเกือบโดนตัดขา เอาเนื้อออกขนาดเกือบเท่าหน้าคน ล่าสุดอาการดีขึ้นแล้ว ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'แจ็ค ไรเดอร์' ถูกแมลงกัดที่ญี่ปุ่น ติดเชื้อโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หวิดถูกตัดขา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sXPDpODAAs4

 14,716
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 62

ผบ.ตร.สั่งห้ามตำรวจที่ไม่เกี่ยวข้อง ยุ่งคดีบิลลี่ - ต้นสังกัดสั่งย้าย 'ดาบเท่ง' ช่วยงานศปก.ภ.7

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานยานแห่งชาติ ได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี ในกรณีที่มีผู้อ้างว่า เป็นตำรวจภูธรภาค7 ข่มขู่พยานที่เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่   ซึ่งขณะนี้ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากพล.ต.ท.ทนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7แล้วว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งรับฟังได้ว่า เป็นข้อยุติได้ส่วนหนึ่งว่า ด.ต.พงศ์ษาวดี หรือดาบเท่ง ไทยกูล ผบ.หมู่ กก.สส.1บก.สส. ภ.7 เป็นผู้เกี่ยวข้องได้มีการโทรศัพท์ไปพูดคุยกับ นางรัตน์ดาวรรณ หรืออร บุษราคัม ภรรยาของนายบุญแทน บุษราคัม อดีตเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จริงตามที่เป็นปรากฎเป็นข่าว   แต่เป็นการโทรศัพท์พูดคุยในฐานะคนสนิท ไม่ใช่การข่มขู่ ดังนั้น ดาบเท่ง จึงมีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง พร้อมมีคำสั่งไปปฏิบัติราชการยัง ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7 (ศปก.บก.สส.ภ.7)   อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องว่า ห้ามตำรวจที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ตลอดจนการชี้นำหรือข่มขู่ ทำให้เกิดพยานหลักฐานเท็จ หรือ พยานหลักฐานอื่นใดที่อันจะก่อให้เกิความเสียหายต่อรูปคดี หรือ การประพฤติ ปฏิบัติตนไม่เหมาะสม ในฐานะผู้รักษากฎหมาย หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ให้ดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยหรือทางอาญา อย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. แถลงความคืบหน้าคดีบิลลี่ว่า ในวันนี้กรรมการ ป.ป.ท.ได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนการไต่สวน กรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่เปรียบปรับและไม่นำตัวบิลลี่ ซึ่งกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ พร้อมของกลางน้ำผึ้งป่าให้ตำรวจ สภ.แก่งกระจานดำเนินคดี เนื่องจากมีสาเหตุโกรธแค้นกับนายบิลลี่มาก่อน   ทั้งนี้คดีดังกล่าว ป.ป.ท.ได้ไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานไว้อย่างละเอียด โดยมีมติให้ส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.เพื่อส่งต่อให้ดีเอสไอสอบสวนคดีฆาตกรรมและความผิดทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันทั้งหมด โดย ป.ป.ท.จะเร่งส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.ภายในวันนี้ เพื่อให้สำนวนคดีถึงดีเอสไอเร็วที่สุด   ยืนยันว่าการไต่สวนของ ป.ป.ท.ไม่ได้มีความล่าช้า และหลังจากนี้เชื่อว่าดีเอสไอ จะนำหลักฐานที่ ป.ป.ท.ตรวจสอบพบไปใช้ประกอบในสำนวนคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UwGsMEZvjhA

 877
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

ป.ป.ท.มีมติส่งสำนวนคดี ‘บิลลี่’ ให้ ป.ป.ช. ยันไม่ล่าช้า-รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนทุกมิติ

ขอบคุณภาพ : มติชนออนไลน์   วันที่ 10 ก.ย. 62 พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ซึ่งปัจจุบันพบหลักฐานการเสียชีวิต ว่า    ในวันนี้ กรรมการ ป.ป.ท.ได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนการไต่สวน กรณี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่เปรียบปรับและไม่นำตัวบิลลี่ ซึ่งกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ พร้อมของกลางน้ำผึ้งป่าให้ตำรวจ สภ.แก่งกระจานดำเนินคดี เนื่องจากมีสาเหตุโกรธแค้นกับนายบิลลี่มาก่อน    ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ป.ป.ท.ได้ไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานไว้อย่างละเอียด โดยมีมติให้ส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.เพื่อส่งต่อให้ดีเอสไอสอบสวนคดีฆาตกรรมและความผิดทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันทั้งหมด โดย ป.ป.ท.จะเร่งส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.ภายในวันนี้ เพื่อให้สำนวนคดีถึงดีเอสไอเร็วที่สุด    พ.ต.ท.สิริพงษ์ ยืนยันว่าการไต่สวนของ ป.ป.ท.ไม่ได้มีความล่าช้า และหลังจากนี้เชื่อว่าดีเอสไอ จะนำหลักฐานที่ ป.ป.ท.ตรวจสอบพบไปใช้ประกอบในสำนวนคดี  

 537
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

dsi ประชุมลับคดี 'บิลลี่' ปัดเอี่ยวส่งคนขู่ จนท.ให้เป็นพยานรับสารภาพ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มีการประชุมลับภายในเพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนปมเหตุฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพประชุม   ทั้งนี้ดีเอสไอได้ภาพจากกล้องวงจรปิด การเข้าออกอุทยานของกลุ่มคนต้องสงสัยและรถยนต์ของข้าราชการระดับสูงในช่วงเวลาที่นายบิลลี่หายตัวไปแล้วเช่นกัน ภายหลังการประชุม พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่าขณะนี้มีการสอบปากคำไปแล้วหลายปากเป็นพยานที่ มีหลายส่วนทั้งเห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อม แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าหลักฐานทั้งหมดจะนำไปสู่การออกหมายเรียกบุคคลใดได้บ้าง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง   อย่างไรก็ตามมีแหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อประสานขอสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวนายบิลลี่   หลังจากนี้ดีเอสไอจะสอบปากคำตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่ป.ป.ท. เพื่อนำคำให้การมาประกอบในสำนวนคดี เนื่องจากชุดสืบสวนของตำรวจภูธร ภาค 7 ได้สรุปว่า ไม่เคยมีการปล่อยตัวบิลลี่ เช่นเดียวกับอนุกรรมการไต่สวน ของป.ป.ท. ที่สรุปว่าไม่มีการปล่อยตัวบิลลี่เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาประกอบสำนวนการเสียชีวิตของนายบิลลี่   แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ชุดสืบสวนดีเอสไอยังได้เร่งสืบค้นรถจักรยานยนต์ของบิลลี่ โดยสืบค้นจากจุดสุดท้ายที่พบเห็นว่าอยู่ในตำแหน่งใดของอุทยานฯซึ่งคาดว่ารถถูกขูดลบหมายเลขเครื่องยนต์แล้วนำไปชำแหละ ก่อนทิ้งทำลายซาก   ส่วนกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี นำคลิปเสียงดาบเท่งข่มขู่ลูกน้องมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนนั้น ไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรา ทั้งนี้เรายังไม่ได้ประสานอะไรเลย เราทำหน้าที่ของเราไปตามปกติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iBcAcq205vc

 567
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 62

dsi เตรียมหยิบคลิปวงจรปิดเห็น จนท.ต้องสงสัย-บิ๊กอุทยาน เป็นหลักฐานเด็ดคดีบิลลี่

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงที่หายตัวไป 5 ปี ล่าสุด พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า มีภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงที่บิลลี่จะหายตัวไป เห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ต้องสงสัยและรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมอุทยานปรากฏอยู่ในคลิป ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญ ขณะนี้ยังไม่ได้เตรียมออกหมายจับใคร   ทั้งนี้ในวันนี้ (9 ก.ย.62) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ จะเรียกประชุมคณะทำงาน รวบรวมหลักฐาน เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ชุดลงพื้นที่รวบรวมและเก็บข้อมูลได้ เตรียมออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องของคดีนี้   ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับคดี กล่าวล่าสุดว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนทางกฎหมาย และจะไม่ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้อีก   นายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน ข้องใจประเด็นที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดองคดีการหายตัวของบิลลี่ หลังภรรยาบิลลี่ทำหนังสือขอให้สอบนายชัยวัฒน์ ตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ แต่หลายหน่วยงานตั้งแต่ปี 58 แต่เรื่องก็เงียบมาตลอด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NcZy4jib7Rw

 2,118
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 62

เมีย 'บิลลี่' เชื่อคนฆ่าสามีเป็นจนท.รัฐ 'ชัยวัฒน์' พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ dsi เร่งปิดสำนวนคดีให้เร็วที่สุด

ความคืบหน้ากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ตรวจสอบพบชิ้นส่วนกระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกลุ่มกระเหรี่ยง บ้านบางกลอย-โป่งลึก อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในถังน้ำมัน 200 ลิตร จากใต้สะพานแขวนภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังหายตัวปริศนาไปนานกว่า 5 ปี   เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางลงพื้นที่เพื่อเข้าเยี่ยม นางสาวพิณนภา พกฤษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่ เพื่อนำข้อมูลหลักฐานการตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่ากระดูกที่พบเป็นขอบิลลี่ โดยมึนนอขอบคุณ จนท.ที่ช่วยติดตามคดีและขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายหาตัวคนฆ่าสามีมารับโทษ   โดย พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า มึนอภรรยาบองบิลลี่ ถือเป็นพยานคนสำคัญ ซึ่งมีการจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย ส่วนการติดตามตัวคนก่อเหตุฆ่าบิลลี่นั้น ขณะนี้มีข้อมูล แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย   ส่วนกระดูกที่พบในถัง มีทั้งหมด 20 ชิ้น มีของมนุษย์ 8 ชิ้น และพิสูจน์ว่าเป็นของบิลลี่ 1 ชิ้น ซึ่งต้องตรวจสอบอีก 7 ชิ้นที่เหลือว่าเป็นของใคร   ส่วนกรณี การตรวจสอบพบหลักฐานสำคัญนี้ พ.ต.อ.กรวัจน์ ระบุว่า เป็นการทำงานสืบสวนของเจ้าหน้าที่มาสักระยะโดยที่พบถังน้ำมันนี้ มีแหล่งข่าวให้ข้อมูลมาและตรวจสอบโดยใช้หลักการหาข้อมูลสืบค้นของFBI ช่วยจนสามารถตรวจพบ ส่วนข้อมูลกลุ่มคนก่อเหตุต่างๆขณะนี้ Dsi มีข้อมูลหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย   ทางด้านภรรยาบิลลี่บอกถึงสาเหตุการเสียชีวิตของสามี มั่นใจว่าคนฆ่าต้องเป็น จนท.รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนวันที่บิลลี่หายตัวไปในกระเป๋ามีแฟลชไดร์ มือถือ และเสื้อผ้า ซึ่งแฟลชไดร์มีภาพ ที่บิลลี่และเพื่อนได้ถ่ายรูปมาเป็นภาพ ที่พบชายแต่งกายคล้ายจนท. ใช้เลื่อยตัดไม้ในป่า ซึ่งภาพนี้ตนเคยเห็นบิลลี่เปิดให้เพื่อนดูและบอกว่า จนท.ชอบว่าพวกกะเหรี่ยงทำลายป่า แต่ภาพที่เห็นคือเป็นจนท.เอง และภาพที่บันทึกนี้ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บิลลี่ต้องตาย   ช่วงก่อนที่บิลลี่จะหายตัวไปช่วงหนึ่งเพื่อนได้โทรศัพท์มาบอกตนว่า อย่าให้บิลลี่ลงมาที่แก่งกระจาน จะถูกยิง ตอนนั้นตนก็ตกใจ แต่บิลลี่ก็ยังทำงานปกติ และไม่นานก็หายตัวไป จนมาพบเศษกระดูกนี้   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สะพานแขวนภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบว่าตรงจุดสะพานแขวนนั้นเป็นน้ำนิ่งไม่ได้ไหลพัดไปที่อื่น หากหน้าแล้งบางปีน้ำจะแห้งขอดจนเห็นหินด้านล่าง แต่ตรงสะพานแขวนจะเป็นเหมือนแอ่งกระทะ น้ำไม่แห้งแต่ก็ลดลงในช่วงหน้าแล้ง บริเวณด้านข้างสะพานเป็นริมตลิ่ง ติดกับด้านหลังบ้านพักของอุทยานและที่ทำการของเจ้าหน้าที่   ด้านจนท.ของอุทยานเล่าว่า บริเวณนี้มีชาวบ้านทั้งไทยและกะเหรี่ยง นำเถ้ากระดูกมาลอยจริง แต่กลุ่มกะหรี่ยงจะไม่นำมาลอย ซึ่งหากดำน้ำลงไปจะพบว่าบริเวณใต้สะพานแขวนมีเศษกระดูกเยอะ และที่สำคัญถังน้ำขนาด 200 ลิตร ก็มีเยอะหลายใบในใต้น้ำ เพราะช่วงหนึ่งที่ซ่อมสะพานก็ใช้ถังลักษณะนี้เป็นทุ่นถ่วงสะพานไว้ พอซ่อมเสร็จก็ปล่อยทิ้งไว้ใต้น้ำ ไม่ได้เก็บขึ้นมา เช่นเดียวกับเส้นลวดที่พบ ก็มีลักษณะคล้ายกับลวดสลิงที่เคยใช้ซ่อมสะพานเช่นกัน ส่วนวันที่ จนท.ดีเอสไอมาลงพื้นที่นั้น แจ้งว่าจะมาฝึกดำน้ำ และก็มาพบถังที่มีเศษกระดูกของบิลลี่   ส่วนชาวบ้านที่อาศัยย่านนี้ต่างระบุว่า หากเป็นกลุ่มคนร้ายที่ฆ่าบิลลี่ คงไม่เอาศพมาทิ้งแถวนี้ เพื่อให้เป็นที่สงสัยหรือจับได้ แต่ก็แปลกใจว่า เวลาผ่านมานานทำไมถึงเพิ่งเจอ ซึ่งเรื่องการเสียชีวิตของบิลลี่นี้ ก่อนจะหายตัวไปลึกลับ ก็พบว่า คนสุดท้ายที่อยู่กับบิลลี่ คือจนท.อุทยาน ที่จับกุมบิลี่ฐานเข้าไปเก็บน้ำผึ้งในป่า และจนท.ยืนยันว่าปล่อยตัวบิลลี่ไปแล้วโดยไม่ได้เนินคดีเพราะน้ำผึ้งมีไม่มากจึงตักเตือน   ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.) 9 อุบลราชธานี อดีตเป็นหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า หลังจากที่ DSI พบหลักฐานใต้สะพานแขวนภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งบริเวณสะพานดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ปิดอย่างที่มีการให้ข่าวว่าไม่มีใครเข้าไปได้ เพราะพื้นที่นั้นอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานราว 700 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร เท่านั้น และไม่ใช่จุดลับตาคน  พื้นที่นี้เป็นพื้นที่เปิดและเป็นแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปทำกิจกรรมทุกอย่างได้ และมีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 6-7 หลัง    “ตนมีภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2558-2559 ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน ซึ่งน้ำใต้สะพานบริเวณซึ่งมีการอ้างว่าเป็นที่เกิดเหตุนั้น ไม่มีน้ำอยู่เลยมีชาวบ้านเดินข้ามไปข้ามมาได้โดยไม่ต้องใช้สะพาน อีกทั้งยังมีเครื่องจักรหนักอยู่บริเวณใกล้เคียงด้วย เพราะมีการทำถนนลาดยาง   อยากจะขอความเป็นธรรมจากสังคมว่าอย่าตัดสินอะไรจากการฟังความข้างเดียว อย่างไรก็ตามผมก็พร้อมจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ และต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับตัวเอง” นายชัยวัฒน์ กล่าว   ส่วนสภาพถัง 200 ลิตรที่พบนั้น นายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า หากเรานำถังทั่วไปมาวางกับพื้นทิ้งไว้ 3 ปีมันก็สามารถผุได้ แต่ถังที่พบมีการระบุว่าโดนความร้อน 200-300 องศา และสภาพที่พบยังมีสภาพเป็นถังอยู่ ซ้ำอยู่มาได้ถึง 5 ปี ตรงนี้ก็อยากให้ DSI ไขข้อสงสัยให้กับปชช.ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีผู้รู้เรื่องเหล็กโทรมาหาตนเองแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ที่ถังถูกทิ้งมา 5 ปี จะอยู่ในสภาพนั้น   ทั้งนี้อยากให้ทุกคนดูข่าวแล้วใช้วิจารณญานและวิเคราะห์ไปพร้อมกัน เพราะป่าแก่งกระจานมีพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ โดยมีพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวกว่า 2 แสนไร่ และพื้นที่ที่ใช้จริงๆมีกว่า 1 หมื่นไร่ แต่ก็ไปเจอกระดูกเพียงจุดเดียว ซึ่งต้องมีคนชี้เป้า โดยตนเองก็อยากรู้ว่าคนชี้เป้าคือใคร และคนชี้เป้าต้องรู้ว่าคนทำคือใคร ซึ่งพยาชนคนนี้คือคนที่สำคัญที่สุด   ส่วนผลตรวจ DNA ของกะโหลกศีรษะข้างซ้าย ซึ่งเป็นการตรวจแบบแบบไมโทคอนเดรีย โดยระบุว่าสอดคล้องกับแม่ของบิลลี่ ตนเองมองว่าการจตรวจแบบนี้จะใช้ตรวจหาสายเลือดว่าเกี่ยวโยงกันไหม เช่น กันพิสูจน์ศพในเหตุการณ์ สึนามิ แต่ถ้าระบุตัวบุคคลโดยชี้ตัวไปเลยว่าเป็นใคร มันชี้ไม่ได้ แม้กระทั้งเพศยังชี้ไม่ได้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นมันยังสามารถตรวจได้อีกหลายคน โดยเฉพาะลูกของบิลลี่ ไม่จำเป็นต้องแม่หรือญาติฝั่งแม่   ยอมรับน้อยใจที่ถูกมองว่าพัวพันกับคดีนี้ เพราะเจ้าหน้าที่อุทยานทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ข่าวที่ออกไปตนเองมองว่าไม่เป็นธรรมกับพวกตน ที่ตนเองออกมาพูดไม่ได้ต้องการร้องขอหรือเรียกร้องอะไร ซึ่งเมื่อฟังลูกน้องพูดแบบนี้ตนเองก็รู้สึกน้อยใจแทนลูกน้อง ที่รักษาป่า ให้ที่ทำกินคนแต่กลับมาถูกกระทำแบบนี้ ซึ่งตนเองก็มีการบอกลูกน้องว่าให้ทำงานตามปกติ ส่วนตนเองนั้นอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพร้อมให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ทุกอย่าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LxNOt8Nq9_w

 4,309
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
06 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 6 ก.ย.62 จีนปลูกทุเรียนได้เอง-ฎีกายกฟ้องสรยุทธคดีฟ้องซ้ำ-แม่ขโมยเงินกฐินหาเงินซื้อข้าวให้ลูก

-DSI จ่อเรียกชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพร้อมพวก 5 คน สอบเพิ่มสางคดีบิลลี่ตาย รองอธิบดี DSI เข้าเยี่ยมเมียบิลลี่ มีแหล่งข่าวเชิงลึกชี้จุดพบถังน้ำมันใต้สะพานแขวน รู้ตัวกลุ่มต้องสงสัยฆ่าแล้ว ถ้าชัดเจนแล้วจะบอก   ด้านชัยวัฒน์ยันจุดพบถังน้ำมันปี 57-59 น้ำแห้งเดินลอดได้ ใครจะเข้าไปทำชั่วร้ายอะไรได้ อยากรู้ใครชี้เป้า เตรียมแถลงข่าววันนี้พร้อมหลักฐานลับ เมียบิลลี่ร่ำไห้เชื่อคนฆ่าสามีเป็น จนท.รัฐ ยันชาวกะเหรี่ยงไม่มีประเพณีลอยอังคาร นายกฯย้ำ DSI เร่งสางคดี ภายใน 3 เดือนต้องได้ข้อยุติ จับคนผิดมาลงโทษให้ได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เมีย 'บิลลี่' เชื่อคนฆ่าสามีเป็นจนท.รัฐ 'ชัยวัฒน์' พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ dsi เร่งปิดสำนวนคดีให้เร็วที่สุด   -รวบทันควัน ชายถือมีดบุกเดี่ยวจี้ธนาคารที่ศรีราชา วงจรปิดจับภาพคนร้ายทำทีเป็นลูกค้าเข้ามากดบัตรคิว ก่อนกระโดดข้ามเคาน์เตอร์จี้ พนง.บุกห้องนิรภัย กวาดเงินสดได้ 4 ล้าน อ้างทำเพราะติดหนี้นอกระบบ หาเงินจ่ายค่าบ้านค่ารถ มีลูกเล็กต้องเลี้ยง เมียร่ำไห้บอกปกติสามีเป็นคนดีขยันทำงาน ยอมรับเสียใจจากนี้ต้องเลี้ยงลูก 4 เดือนตามลำพัง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เมียร่ำไห้ คิดไม่ถึงสามีชิงทรัพย์แบงก์กรุงเทพ 4 ล้าน หาเงินใช้หนี้นอกระบบ   -สภายันกำหนดวันอภิปรายญัตติปมนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบตามเดิม 18 ก.ย.หลังฝ่ายค้านขอขยับเป็น 17 ก.ย. เหตุศาลรธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยสถานะความเป็นนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ กรณีเป็น จนท.รัฐหรือไม่ 18 ก.ย. แล้วเกรงว่านายกฯจะใช้เป็นข้ออ้างไม่มาตอบสภาในวันเดียวกัน   โดยฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯมาชี้แจงสภา หากไม่มาตอบเท่ากับหนีสภา เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องไปฟังคำวินิจฉัยศาลด้วยตัวเอง แต่กลับทำท่าทีเหมือนอยากจะไปฟังเอง อยากให้นายกฯยกเลิกภารกิจอื่น หังวลรัฐบาลสร้างข่าว IO ลดน้ำหนักการอภิปราย กล่าวหาฝ่ายค้านละเลยปัญหาน้ำท่วม สนใจแต่เรื่องถวายสัตย์ ยัน ส.ส.ฝ่ายค้านลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมตลอด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายค้านหวั่นนายกฯไปศาล 18 ก.ย.หนีแจงสภา อัดรัฐกล่าวหาห่วงแต่ปมถวายสัตย์ ไม่สนใจน้ำท่วม   -นายกฯยันจะไปชี้แจงญัตติในสภาแน่นอน แต่หากมีภารกิจอื่นก็ต้องออกมาบ้าง แล้วจะกลับไปฟังใหม่ ส่วนที่พูดว่าการถวายสัตย์มีการลงพระปรมาภิไธยแล้ว ควรรู้ว่าอะไรเป็นอะไร การอภิปรายครั้งนี้ไม่มีการลงมติ จะชี้แจงเท่าที่ทำได้ ไม่ให้ก้าวล่วงไปถึงสถาบัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ลั่นไปสภาแน่ จะพูดเท่าที่พูดได้ ไม่ให้ก้าวล่วงสถาบัน   -นายกฯร่วมงานวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 62 ไม่กังวลปัญหานอกประเทศ แต่กังวลปัญหาภายใน โดยเฉพาะพวกวิจาณณ์ผ่านโซเชียล เรื่องสำคัญรับได้ แต่บางเรื่องทำให้เสียสมอง ไม่เป็นไรตัวเองยังสู้ไหว ไม่เข้าใจคนด่าประเทศไม่ดี โพสต์ด่าลุงตู่ ไม่รู้ไปทำอะไรให้เกลียดชังนักหนา แทนที่จะให้กำลังใจกัน แต่ไม่เป็นไรโกรธใครไม่ได้ ปลงแล้ว ฟังเสียงปชช.ส่วนใหญ่ กองทัพไทยต้องเป็นกองทัพชั้นนำ อุปกรณ์ทันสมัย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯปลงคนโพสต์ด่าลุงตู่ แทนที่จะให้กำลังใจ ลั่นกองทัพไทยต้องทันสมัย มีไว้ให้คนเกรงใจ   -จบปัญหาซื้อขายตำแหน่งก.ทรัพยากรฯ 600 ล้าน ธรรมนัสพาธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ แถลงเคลียร์-เข้าขอโทษวราวุธ รมว.ทรัพยากรฯ รับได้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ไร้การตรวจสอบ ไม่ใช่คลิปเสียงซื้อขายตำแหน่ง ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี ยกมือไหว้ขอโทษ จับมือกัน วราวุธบอกไม่ติดใจ ถ้ายอมรับผิดตนก็ลูกผู้ชายพอ ไม่ฟ้องกลับ คราวหลังจะพูดอะไรก็คิดดีๆก่อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แค่เข้าใจผิด! 'ธรรมนัส' พา 'หมอธีทัชฐ์' เคลียร์ใจขอโทษ 'วราวุธ' ปมซื้อขายตำแหน่ง 600 ล้าน   -ศุลกากรติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์สแกนกระเป๋า ขาเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ สกัดแบรนด์เนมหนีภาษีและยาเสพติด กระเป๋ามุกใบต้องถูกสแกนหลังออกจากเครื่องบิน หากพบขอต้องสำแดงหรือมูลค่าเกิน 2 หมื่นบาท ต้องทำเครื่องหมายไว้ เจ้าของต้องนำเข้าช่องตรวจสำแดง เริ่ม 1 ม.ค.63 ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ติดเครื่องเอ็กซเรย์ สแกนเข้มกระเป๋าทุกใบที่สุวรรณภูมิ หิ้วแบรนด์เนมหนีภาษีไม่รอด เริ่ม 1 ม.ค.63    -ไทยตื่นตัวจับตาจีนปลูกทุเรียนเองสำเร็จ หวั่นแย่งส่วนแบ่งในตลาด ฉุดราคาตกต่ำ หลังมณฑลไหหลำทดลองปลูกทุเรียนซันโน่จากมาเลเซีย ได้ผลน่าพอใจ อยู่ในช่วงทดลองและพัฒนาสายพันธุ์ เสี่ยงกระทบยอดส่งออกทุเรียนจากไทยไปจีน กรมส่งเสริมการส่งออกแนะเกษตรกรไทยใช้คุณภาพสู้ พัฒนาสายพันธุ์และคุณภาพให้เป็นพรีเมี่ยม รักษาส่วนแบ่งตลาด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชาวสวนร้อนๆหนาวๆ จีนทดลองปลูกทุเรียนได้เองที่เกาะไหหลำ ชี้ไทยต้องใช้คุณภาพสู้    -ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องคดีที่พนักงานอัยการขอให้ศาลรับฟ้องนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และบริษัทไร่ส้มจำกัด กับพวกรวม 4 คน เป็นจำเลยร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์ และใช้เอกสารปลอม ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ชี้เป็นการฟ้องซ้ำ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ   -จนท.ไซเตส สนามบินดอนเมืองยึดพัสดุกระปุกออมสิน ซุกงูสวยงาม 12 ตัว นำเข้าจากไต้หวัน ส่งไปรษณีย์มาจากเชียงใหม่ มูลค่ากว่า 7 หมื่นบาท   -มือปืนรัวปืนถล่มเก๋ง 46 นัด คนขับตายคาพวงมาลัย ชาวบ้านเห็นชาย 2 คนรอดชีวิต หอบเป้หนีไปในความมืดที่ จ.พัทลุง ส่วนมือปืนขับกระบะโหลดเตี้ย มุ่งหน้าไปที่ อ.ควนขนุน ตั้งปมสาเหตุขัดแย้งธุรกิจมืด หรือก่อนหน้าอาจพากันไปปล้นสิ่งผิดกฎหมายที่ใส่ในเป้ที่คนรอดตายหิ้วหลบหนี พบประวัติคนตายเคยโดนจับคดียาเสพติด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :    -กองปราบรวบหัวหน้าแก๊งวันคอยน์ หลอกลงทุนเงินดิจิทัล เหยื่อชาวไทย-เวียดนามหลงเชื่อสูญ 500 ล้าน ทำทีตั้งตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ ใช้เงินทีได้ไปซื้อที่ดิน จ.พิจิตรหลายสิบไร่ อ้างเป็นที่ทำการสร้างความน่าเชื่อถือ จูงใจเหยื่อด้วยอัตราแลกเปลี่ยนสูง แลกรถ แลกทอง แลกบ้านได้ สุดท้ายไม่ปันผล เหยื่อรวมตัวแจ้งความ สุดท้ายโดนจับขณะหนีมากบดานย่านพระราม 9   -สะเทือนอารมณ์น้ำตาท่วมโรงพัก แม่ลูก 2 ขโมยเงินต้นกฐิน 160 บาท จากห้างดังย่านบางซื่อเอาไปซื้อข้าวให้ลูก แต่ถูกจับส่งโรงพัก ลูก 2 คนรู้เรื่องร้องไห้อ้อนวอนขอตำรวจปล่อยตัวแม่ ตร.เรี่ยไรเงินบนโรงพัก ชาวเน็ตบริจาคช่วยเพิ่มครบ 5 พันจ่ายค่าปรับศาล ให้แม่อีก 2 พัน ลูกๆคนละ 200 แม่เด็กบอกก่อนหยิบไหว้หลวงพ่อขอยืมเงิน เพราะลูกหิวข้าว จะไม่ทำแบบนี้อีก ตร.บอก ปชช.อย่าเอาเยี่ยงอย่าง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่สำนึกผิดขโมยเงินจากต้นกฐิน 160 บาท ซื้อข้าวให้ลูก โดนจับติดคุก 1 คืน ตร.ช่วยหาเงินค่าปรับ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kizLnI2KT4c

 12,025
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 62

ดีเอสไอ ลงพื้นที่ให้กำลังใจ ภรรยา ‘บิลลี่’ ยันทำคดีตรงไปตรงมา ไม่ช่วยคนผิด

วันที่ 5 ก.ย. 62 พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ลงพื้นที่มายังบ้านของนางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ นาง ‘มึนอ’ ภรรยาของนาย ‘บิลลี่’ ใน ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อให้กำลังใจครอบครัว โดยเฉพาะภรรยาที่ต้องดูแลลูกๆ 5 คน ด้วยตัวเองเพียงลำพัง  รองอธิบดี กล่าวกับนางมึนอ เพื่อให้ความมั่นใจว่า ตนเองจะดูแลอย่างเต็มที่ ยืนยันจะทำคดีตรงไปตรงมา ไม่ช่วยเหลือคนผิดอย่างแน่นอน ที่ผ่านมา เห็นว่าดีเอสไอทุ่มเท ทำเต็มที่จนเจอพยานหลักฐาน   ทั้งนี้ ได้กำชับในการส่งคนมาดู ซึ่งขณะนี้มึนอ อยู่ในโครงการคุ้มครองพยานของดีเอสไอ รวมถึงมารดาของบิลลี่ นอกจากนี้ยังเร่งติดตามการเยียวยาให้กับครอบครัว โดยประสานให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ เข้ามาดำเนินการ คาดว่าไม่เกิน 18 ก.ย. นี้ ทางกรมจะสามารถอนุมัติเงินมาให้ได้   ด้านนางมึนอ กล่าวกับรองอธิบดีดีเอสไอว่า ตนเองกังวลใจ และกลัวว่าจะมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงคดี ทำให้ทำงานยาก ไม่สะดวก ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานโดยสะดวกปลอดภัย ก่อนที่นางมึนอจะกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าบิลลี่เสียชีวิตแล้ว   ตนเองเชื่อว่า วัตถุพยานที่พบ ซึ่งผบการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรงกับสารพันธุกรรมกับมารดาของบิลลี่ ตนเองก็เชื่อ เพราะญาติพี่น้องไม่มีใครหายไปไหน มีแต่บิลลี่ที่หายไป และมั่นใจในการทำงานของดีเอสไอ ส่วนคดีก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย    นอกจากนี้ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พยานหลักฐานอื่นๆ ทำเต็มที่ และยังมีคณะทำงานที่ลงมาทำเต็มที่ ใช้ระยะเวลาสักช่วง ส่วนกระดูกที่พบเพิ่ม 8 ชิ้นก็ต้องใช้ระยะเวลา และการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนจุดที่พบถัง ต้องบอกว่า ดีเอสไอเข้ามาทำงานหลายปี ซึ่งก็มีแหล่งข่าว และหลักภูมิศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์ตามหลักเอฟบีไอมาใช้ประกอบ   ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า จุดดังกล่าวเป็นจุดลอยอังคาร ทางนางมึนอ ยืนยันว่า ไม่เคยมี เพราะไม่ใช่วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง เพราะมีแค่เผา หรือ ฝัง ไม่มีการเก็บกระดูก หรือลอยอังคาร   สำหรับเบาะแสที่มี ยอมรับว่ามีข้อมูลกลุ่มบุคคลบางส่วนไปแล้ว และขอยังไม่ตอบถึงจำนวนตัวเลขผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยหลังจากนี้ ดีเอสไอจะลงพื่นที่บริเวณสะพานแขวนแก่งกระจาน ซึ่งเป็นจุดที่พบถังน้ำมัน และชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์ ที่มีสารพันธุกรรมตรงกับแม่ของบิลลี่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ชัยวัฒน์' น้อยใจโดนโยงฆ่า 'บิลลี่' เมียโพสต์ความบังเอิญ บิลลี่ชอบเลข 3 เลข 7    

 782
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ย. 62

หายตัว 5 ปี dsi ชี้ชัด 'บิลลี่' ถูกเผายัดถังคาแก่งกระจาน เมียจุกอกรู้ความจริง วอนจับฆาตกร

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยง ตั้งแต่ 17 เม.ย.ปี 2557 จนดีเอสไอรับมาทำคดีพิเศษเมื่อเดือน เมษายน ปี 2561   โดยได้ลำดับขั้นตอนของคดี ตั้งแต่บิลลี่หายตัวไปเมื่อปี 2557 โดยจุดสุดท้ายที่เจ้าหน้าที่อุทยานอ้างว่า พบเห็นนายบิลลี่จุดสุดท้าย คือบริเวณ ด่านมะเร็ว ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นจุดที่ปล่อยตัวนายบิลลี่ จากนั้นดีเอสไอได้ทำงานในพื้นที่หาข่าว และพบพื้นที่เป้าหมายบริเวณสะพานแขวน หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงประสานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นำเครื่องมือหุ่นยนต์สแกนวัตถุใต้น้ำ ในระบบโซน่า เพื่อสแกนวัตถุใต้น้ำ ซึ่งพบวัตถุที่ต้องสงสัย 3-4 ชิ้น   และได้ขอความร่วมมือกับ ตชด.เพื่อขอกำลังมนุษย์กลและนักดำน้ำ มาทำการค้นหา จนพบถังน้ำมันขนาด 200ลิตร ลักษณะถังถูกเจาะรู มีรอยดำไหม้อยู่บางส่วน และมีความผุ ภายในมีเหล็กเส้นจำนวน 2 เส้น ถ่านไม้จำนวน 4 ชิ้น และฝาถัง และพบชิ้นส่วนกระดูก 1 ชิ้น คล้ายกับกระดูกมนุษย์ ลักษณะกระดูกเท่าหัวแม่มือ จากนั้นได้ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ พบว่าดีเอ็นเอมีความสัมพันธ์กับแม่ของนายบิลลี่ และกระดูกชิ้นนี้มีลักษณะผ่านความร้อนมาแล้ว 200-300 องศาเซลเซียส   ส่วนถังน้ำมัน ส่งไปตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานภาค7 พบว่า ถังถูกเผาด้วยความร้อน หลังจากนั้นชุดทำงานได้เข้ามาดำน้ำอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม จนพบอีกก็พบกระดูกอีก 20 ชิ้น ซึ่งนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าเป็นกระดูกมนุษย์จำนวน 8 ชิ้น จึงสรุปยืนยันได้ว่า ขณะนี้บิลลี่ เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนจะเสียชีวิตด้วยวิธีใด อยู่ระหว่างการสอบสวน   ส่วนการดำเนินคดี อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษบอกว่า จากเดิมที่ดำเนินคดี ม.157 ปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ จะต้องเปลี่ยนเป็นคดีฆาตกรรม ส่วนจะฆาตกรรมด้วยวิธีใดนั้น จะต้องสืบสวนต่อไป ส่วนกลุ่มผู้ต้องสงสัย คดีนี้มีกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยจำนวนผู้ต้องสงสัย และรายละเอียด   ส่วนหลักฐานที่พบจะเชื่อมโยงกับบุคคลใดก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และคดีนี้ทำไปตามพยานหลักฐาน ทั้งพยานหลักฐานที่เก็บในที่เกิดเหตุ และพยานแวดล้อม เมื่อรวบรวมได้แล้วจะชี้ไปถึงผู้ที่กระทำความผิดได้ โดยรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวนการสอบสวนและจะรวบรวมหลักฐานให้มากที่สุด รวมถึงหลักจากนี้จะเรียกพยานมาสอบเพิ่มเติม ทั้งพยานบางส่วนที่สอบไปแล้ว และพยานที่ไม่ได้เรียกเข้า โดยอธิบดียืนยันว่า ไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะเป็นใคร ก็จะต้องดำเนินคดีโดยเด็ดขาด   ด้าน น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของบิลลี่ให้สัมภาษณ์หลังทราบผลการแถลงจากดีเอสไอว่า เมื่อเห็นภาพกระดูกของบิลลี่ ตนรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก ว่าทำไมถึงทำกับบิลลี่ได้ บิลลี่ไปทำอะไรให้ถึงทำกับต้องเอาชีวิตกันด้วย เพราะเขาไม่เคยไปทำอะไรร้ายแรงกับใครเลย ส่วนตัวเมื่อรู้แล้วว่าบิลลี่ ตายแล้วหลังจากรอคอยคำตอบมา 5 ปี ในด้านจิตใจก็ไม่ต้องไปวนเวียนว่าบิลลี่ หายไปไหน ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่   จากนี้ทั้งตนและลูกทั้ง 5 คน รวมถึง แม่ของบิลลี่ กังวลในเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากตอนที่บิลลี่หายไปในช่วงแรก คนที่เกี่ยวข้องกับการหายไปได้มาข่มขู่ว่าจะทำให้ครอบครัวหายไป ซึ่งเมื่อความจริงในเรื่องนี้ปรากฎแล้ว ก็ทำให้ครอบครัวมีความกังวลว่าคนที่ก่อเหตุจะย้อนกลับมาทำร้าย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับตัวคนที่ทำกับบิลลี่มาดำเนินคดีโดยเร็ว ส่วนในเรื่องการทำบุญให้บิลลี่นั้น คงจะทำตามความเชื่อของคนกะเหรี่ยง ซึ่งต้องรอให้การดำเนินคดีของดีเอสไอเสร็จสิ้น   “ครอบครัวเราไม่ต้องการเงินเยียวยาจากคนที่ทำกับบิลลี่ แต่อยากร้องขอไปทางกรมอุทยานฯ ให้ชาวบ้านได้กลับไปอยู่ในพื้นที่ใจแผ่นดินที่ถูกเผาขับไล่ที่ลงมา เพราะสำหรับคนกะเหรี่ยง เงินไม่ได้สำคัญอะไรกับเรา เงินไม่ได้กินได้ตลอดชีวิต แต่หากเรามีพื้นที่ทำกิน เราสามารถอยู่ได้ทั้งชีวิต อีกทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯเข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้าน ยืนยันว่าเราไม่ได้ทำลายป่า อย่ามองเราแบบอคติแบบที่ผ่านมา” ภรรยาบิลลี่กล่าว   ขณะที่อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และภรรยาของนายสมชาย นีละไพจิตร ที่ได้หายตัวไปเช่นกัน ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กให้กำลังใจครอบครัวของบิลลี่ระบุว่า    “#ให้กำลังใจมือนอและครอบครัวในวันที่ยากลำบาก หลังจากที่ DSI แถลงข่าวพบหลักฐานบิลลี่เสียชีวิต จากนี้มือนอและครอบครัวคงจัดงานพิธีศพให้บิลลี่ได้แม้จะไม่มีร่างหลงเหลือให้เห็น ในส่วนคดี พนส DSI ต้องรีบสรุปว่าบิลลี่เสียชีวิตเพื่อเริ่มต้นคดีการฆาตกรรมและซ่อนเร้นอำพรางศพ โดยอายุความควรเริ่มจากวันที่พบหลักฐานนับไปอีก 20 ปี   “ในส่วน ปปท. ซึ่งสอบสวนความผิดของ หน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งอ้างว่าจับกุมบิลลี่เรื่องมีน้ำผึ้งป่าจริง แต่ได้ปล่อยตัวไปทั้งที่ต้องควบคุมตัวไว้ เรื่องนี้ DSI คงต้องสอบสวนต่อเพราะพยานที่เคยให้การว่าเห็นบิลลี่หลังถูกปล่อยตัวได้กลับคำให้การว่าไม่เห็น   ช่วง DSI แถลงข่าวว่าพบหลักฐานชิ้นส่วนกระดูกท้ายทอยถูกเผาด้วยความร้อนสูงในถังน้ำมัน 200 ลิตร และต้องตรวจหา DNA ใน Mitocondria รวมถึงพบเหล็กเส้น 2 ชิ้น มีนักข่าวถามว่า #เหล็กเส้นมีความหมายอะไร แต่ DSI ยังไม่ได้ตอบจึงขอแบ่งปันประสบการณ์กรณี #สมชายนีละไพจิตร นะคะ กรณีสมชาย พบถังน้ำมัน 200 ลิตรเจาะรูลักษณะเดียวกันทั้งสิ้น 4 ถังพร้อมเหล็กเส้นถังละ 2 ชิ้นในพื้นที่และเวลาต่างกัน   #เหล็กเส้นตามภาพใช้ขัดด้านบนของถังน้ำมันเพื่อที่เวลาเผาทำลายศพๆจะได้ไม่กระเด็นออกมา เพราะเป็นการเผาสด เรื่องนี้คนทั่วไปอ่านยังใจสลาย สำหรับครอบครัวคงไม่สามารถพรรณนาได้   การฆ่าก็โหดร้ายทารุณมากแล้ว การทำลายศพยิ่งทำให้เห็นความโหดเหี้ยม อมหิตไร้มนุษยธรรมมากขึ้นไปอีก ยังมีอีกหลายคนที่ยังสูญหายโดยปราศจากการค้นหา #คนก็หาย #กฎหมายก็ไม่มี” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RgaSi_QtBLY

 9,730
การเมืองเข้มข้น
22 ส.ค. 62

'สิระ' ยื่นหนังสือ 'ดีเอสไอ' ตรวจสอบคอนโดที่ภูเก็ต สร้างบุกรุกพื้นที่ป่า อ.กะรน

นายสิระ เข้ายื่นหนังสือต่อดีเอสไอ ให้ตรวจสอบการก่อสร้างคอนโดมิเนียมรุกพื้นที่ป่าในอำเภอกะรน ภูเก็ต ยันตั้งใจปล่อยคลิป หวังสร้างกระแสให้คนสนใจปัญหาการรุกพื้นที่ดังกล่าว พร้อมยกมือไหว้ขอโทษคนไทย ที่ทำให้ไม่สบายใจ ลั่นตนทำเพื่อชาติ    (22 ส.ค. 62) นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร กรุงเทพฯ เขตหลักสี่ เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อยื่นหนังสือถึงกรณีการสร้างคอนโดมิเนียม รุกพื้นที่ป่าในอำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต โดยวันนี้ทำหนังสือร้องเรียน พร้อมกับหลักฐานใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และหนังสือคำสั่งศาลปกครองมายื่น ให้รับเป็นคดีพิเศษ    นายสิระยืนยันว่าวันนี้ ตนเองเดินทางมายื่นหนังสือหนังสือในฐานะประชาชน ตนเองมองว่าที่ดินดังกล่าว เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าชัดเจน และจากการลงพื้นที่ไป พบว่าคอนโดมิเนียมดังกล่าวยังคงดำเนินการก่อสร้างอยู่ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่เทศบาลและศาลปกครอง รวมถึงสภาพที่ดินก็มีดินโคลนถล่ม นำ้ป่าไหลหลาก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ตนเองมองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องดำเนินการเร่งแก้ไข   ส่วนกรณีที่มีการปล่อยคลิป ระหว่างตนเองกับนายตำรวจในพื้นที่ ถือเป็นความตั้งใจที่จะสร้างกระแสให้สังคมหันมาสนใจปัญหาการบุกรุกป่าผืนนี้ โดยเอาชื่อเสียง และสิ่งที่ตนสร้างมา แลกกับการเป็นกระแสในคลิปเพื่อให้คนสนใจ สิ่งที่ตนเองพยามเรียกร้องทวงคืนผืนป่า ขณะที่ตำรวจในพื้นที่กลับไปนั่งดื่มกาแฟ อยากวิงวอนสังคมให้มองว่า ใครกำลังต่อสู่เพื่อประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม นายสิระยกมือกราบขอโทษประชาชน ที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ    ทั้งนี้การที่ลงไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว เพราะตนเองได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่แม้จะต่างเขต แต่ไม่มีคำว่า ส.ส.ข้ามเขต เพราะ ส.ส.เป็นผู้ดูแลกฎหมายทั้งประเทศ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งก่อนลงพื้นที่ก็ได้มีการประสานกับ ส.ส.ในพื้นที่แล้ว เพียงแต่วันที่เข้าไป ส.ส.ที่ติดต่อไปไม่สะดวกมา แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ได้มีการประสานข้อมูลกันว่าจะช่วยกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกป่าต่อไปแล้ว     ด้านพันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ เพื่อพิจารณาว่าเข้าเกณฑ์ในการพิจารณาเป็นคดีพิเศษหรือไม่ อาทิ ที่ดินมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท และ พื้นที่เกิน 100 ไร่ อย่างไรก็ตามก็จะต้องพิจารณาเงื่อนไขก่อนว่าจะรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'สิระ' แจงปล่อยคลิปเอง มั่นใจไม่ได้ทำผิด ยันแค่เสียงดังใส่ ตร.     

 845
การเมืองเข้มข้น
21 ส.ค. 62

เดินหน้าต่อ! 'สิระ' เตรียมยื่นดีเอสไอตรวจสอบรุกป่าภูเก็ตพรุ่งนี้ เชื่อมี จนท.รัฐ อยู่เบื้องหลัง

'สิระ เจนจาคะ' เตรียมนำหลักฐาน เอกสารยื่นต่อดีเอสไอพรุ่งนี้ 10.00 น. ดำเนินการตรวจสอบการก่อสร้างคอนโดมิเนียม รุกพื้นที่ป่า ในอำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต เชื่อมีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลัง    วันที่ 21 ส.ค. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ เตรียมเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการรุกป่า ที่อำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่ามีการก่อสร้างอาคารชุด หรือ คอนโดมีเนียม เป็นที่พักอาศัยบนที่ดินที่ได้เอกสารสิทธิ์ไม่ชอบตามกฎหมาย    โดยตนเองจะเดินทางเข้านำเอกสารหลักฐานมามอบให้ดีเอสไอ เพื่อขอให้พิจารณารับเป็นคดีพิเศษในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) เวลา 10.00 น. เนื่องจากตนมองว่า กรณีดังกล่าวเข้าเงื่อนไข คือ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก และเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลัง     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'สิระ' ขอโทษที่เสียงดัง ปัดกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต ย้ำไม่ตั้งใจมีปัญหา แจงลงพื้นที่นอกเขต เพราะชาวบ้านเดือดร้อน - ‘บิ๊กตู่’ ไม่เห็นด้วย พฤติกรรม ‘สิระ’ ปะทะคารม ตร. สั่งตักเตือนแล้ว  - ‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบ ส.ส.พปชร. กร่าง ขัด รธน-ฝ่าฝืนจริยธรรม อย่าอ้างว่าทำเพื่อชาติ - 'สิระ' ขอเคลียร์แจงแค่เสียงดัง ปัดกร่างใส่ ตร.กะรน 'บิ๊กป้อม' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว  - นายกฯติง 'สิระ' คลิปกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต เจ้าตัวขอโทษ รับปากจะเบาลง  

 1,349
การเมืองเข้มข้น
14 ส.ค. 62

ญาติผู้สูญเสียชุมนุมปี 53 จี้ฝ่ายค้านทวงถามเอาผิด 'อภิสิทธิ์' หวั่น 'บิ๊กตู่' ดูแล dsi กระทบรูปคดีหรือไม่

เครือข่ายญาติผู้สูญเสียปี 53 ยื่นหนังสือถึงฝ่ายค้าน ขอตั้งกระทู้ถามสดนายกฯ กำกับดูแล DSI กระทบรูปคดีสลายการชุมนุมหรือไม่ 'ปิยบุตร-สุทิน' รับลูก เตรียมตั้งกระทู้ตรจสอบ    วันที่ 14 ส.ค. นายพันธศักดิ์ ศรีเทพ และ นางพะเยาว์ อัคฮาด ตัวแทนเครือข่ายญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมปี 2553 ยื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคฝ่ายค้านขอให้ตั้งกระทู้ถามสด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ โดยตรงถึง    1.) ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีเอาผิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณอดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง    2.) ความคืบหน้าการดำเนินคดีทหารที่เกี่ยวข้อง ในคดีที่ผู้เสียชีวิตจากกระสุนปืนของฝ่ายทหาร    3.) กรณีมีนายพลบางคน พยายามเปลี่ยนแปลงคดีที่ค้างอยู่ในสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เป็นคดีดำที่ไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิด    4.) ความชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลา เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างล่าช้า    5.) ในฐานะที่พลเอกประยุทธ์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุการณ์ จะอำนวยความยุติธรรมให้ผู้เสียหายได้เหมาะสมถูกต้องมากน้อยเพียงใด ในฐานะดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง    และ 6.) ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและเร่งรัดหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการเอาผิดผู้กระทำผิดทั้งหมด   โดย นางพะเยาว์ แกนนำเครือข่ายญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมปี 2553 ได้เรียกร้องต่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าใจบริบทของผู้สูญเสีย เหมือนญาติผู้สูญเสียปี 2535 และอยากให้ใจกว้าง และไม่ปัดตกกระทู้เรื่องนี้   ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน กล่าวว่าฝ่ายค้านรับที่จะดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นที่กระจ่าง และพยายามให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการดูแล หรือเยี่ยวยาตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายค้าน ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจว่าคดีนี้อยู่ในการดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ในการคู่กรณีมากำกับดูแลโดยตรง อาจทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อคู่กรณี ซึ่งฝ่ายค้านก็จะหาทางดำเนินการแก้ไขต่อไป   นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมนำเรื่องไปปฏิบัติต่อได้หลากหลายช่องทาง ทั้งการตั้งกระทู้ถาม หรือเสนอญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ หรือจะใช้กลไกของคณะกรรมาธิการสามัญที่เกี่ยวข้อง คือคณะกรรมาธิการว่าด้วยกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และกระบวนการยุติธรรม    ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา 9 ปีเศษ แต่เหยื่อผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข ยังจับผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีไม่ได้ เรื่องนี้จึงเข้าข่ายความยุติธรรมที่ล่าช้า ซึ่งเท่ากับความอยุติธรรม จึงปล่อยคาราคาซังแบบเดิมไม่ได้  

 1,302
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ค. 62

ดีเอสไอประกาศชัด ไม่ค้นวัดพระธรรมกาย หลังเร่งรัดล่าตัว 'ธัมมชโย' คดีฉ้อโกง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้ดีเอสไอติดตามและเร่งรัดคดีฉ้อโกงประชาชน ยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งมีอดีคพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย   พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ข้อสั่งการของรมว.ยุติธรรม ไม่ได้บอกให้ดีเอสไอเร่งไล่ล่าตัวพระ เพียงแค่กำชับว่าให้ติดตามคดีฉ้อโกงประชาชนของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และขอทราบความคืบหน้าคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพัน   ซึ่งขยายผลการสอบสวนเป็นคดีฟอกเงิน ซึ่งมีวัดพระธรรมกายเข้ามาเกี่ยวข้องว่าภาพรวมในการดำเนินเป็นอย่างไร เนื่องจากในคดีดังกล่าวมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ รมว.ยุติธรรม ยังกำชับให้ดีเอสไอทำความเข้าใจกับประชาชนโดยทั่วไปว่า พุทธศาสนิกชนยังสามารถปฏิบัติศาสนกิจภายในวัดพระธรรมกายได้ตามปกติทั้งนี้ดีเอสไอจะไม่เข้าตรวจค้นภายในวัดแต่อย่างใด   อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการยักยอกทรัพย์สหกรณ์คลองจั่นฯ จะมีการประชุมร่วมกันในวันศุกร์ที่ 2 ส.ค. เวลา 13.30 น. ซึ่งดีเอสไอจะเชิญอัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกันเพื่อประมวลข้อมูลและความคืบหน้าในด้านต่างๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B7XtrfUTKU0

 1,128
การเมืองเข้มข้น
30 ก.ค. 62

‘บิ๊กตู่’ ย้ำ กำกับ สตช. เอง เตรียมรื้อโครงสร้างดีเอสไอ

วันที่ 30 ก.ค. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า การเข้ากระทรวงวันแรก รู้สึกปกติ เพราะคุ้นเคยตั้งแต่เป็นข้าราชการทหาร พร้อมมอบนโยบายในที่ประชุม ขอบคุณกำลังพล และชื่นชมกองทัพ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ช่วยรัฐบาลทำงาน ผมขอให้ร่วมงานต่อไป ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง ตั้งใจเสียสละ และอดทน เพราะยังมีภารกิจอีกมาก และสร้างความเข้าใจถึงความเชื่อที่ว่าใช้อำนาจไม่ถูกต้อง รวมถึงทำหน้าที่ให้ทันต่อยุคสมัย เพราะวันนี้มีผลกระทบหลายอย่างที่เกี่ยวกับความมั่นคง    ส่วนกระแสที่ว่า นายกรัฐมนตรี จะเข้ากำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา และคงไม่ได้ไปดูทั้งหมด และไม่ดึงมาอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี แต่จะไปดูส่วนการปฏิบัติงานให้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่ค้างอยู่ เพราะที่ผ่านมา DSI มีหลายงานที่คนสนใจ ดังนั้น DSI ควรจะเป็นหน่วยงานที่ทำงานเฉพาะ รวมถึงโครงสร้าง ที่จะต้องปฏิรูป เพราะที่ผ่านมามีคนมองว่ามีตำรวจมากเกินไปหรือไม่ ซึ่งจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปกำกับดูแลในแต่ละส่วน    พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำว่าตนจะไปกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นประธานกรรมการตำรวจ ด้วยตนเอง แทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะตนเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ซึ่งมีความตั้งใจสูงกับงานที่ผ่านมาหลายเรื่อง พร้อมยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ยังทำหน้าที่อีกหลายอย่างอยู่ โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคง การข่าว สมช. และการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน    ย้ำว่า เรื่องของการแต่งตั้ง โยกย้าย นายทหาร-ตำรวจ ก็ขอให้หน่วยทำขึ้นมา เพราะได้ให้สิทธิในการแต่งตั้งกับแต่ละหน่วยแล้ว และตนเองจะตรวจทานเพื่อความเหมาะสม ดูว่ามีขีดความสามารถหรือไม่ ดังนั้นผู้บังคับหน่วยรองลงไปจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่งตั้งทั้งตำรวจ และทหาร    ส่วนเรื่องงบประมาณกองทัพ มีสัดส่วนแต่ละปีอยู่แล้ว แต่ต้องไปดู เพราะทุกหน่วยงานเสนอมาเกิน ซึ่งทำไม่ได้ เพราะงบมีจำกัด สัดส่วนต้องสอดคล้องกับความเหมาะสม และความเป็นไปได้    ส่วนการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่อาจถูกจับตาหลังจากนี้ พล.อ.กประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องซื้อให้ถูกต้อง มีคณะกรรมการตรวจสอบให้โปร่งใส ไม่เช่นนั้นก็จะมากล่าวหากันไปมาเหมือนเดิม ย้ำเรื่องเรือดำน้ำนั้นจบไปแล้ว  

 894

Top