ค้นหา :

ผลการค้นหา "โรงเรียน"

สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 62

กพฐ. เตรียมเสนอให้ สพฐ. พิจารณาหลักเกณฑ์รับนักเรียนปี 63 ให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงทั่วประเทศสอบเข้า 100%

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยหลังการประชุม กพฐ.เสร็จสิ้น ว่า ปี 2563 จะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเตรียมเสนอสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยต่อไปนี้การรับเด็กนักเรียน จะแบ่งโรงเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม    กลุ่มแรกคือโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย และจะครอบคลุมไปถึง โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนสตรีวิทยา เป็นต้น รวมถึงโรงเรียนประจำจังหวัดของแต่ละจังหวัด   กลุ่มนี้จะไม่รับนักเรียนใกล้บ้าน หรือนักเรียนในเขตบริการ โดยจะให้มีการสอบแข่งขัน 100%   ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเหมือนในปัจจุบัน    ส่วนเหตุผลที่แบ่งแบบนี้ คือส่วนใหญ่โรงเรียนดัง นักเรียนใกล้บ้านแทบจะไม่มีแล้ว ส่วนใหญ่มีปัญหา จึงจะตัดปัญหาในส่วนโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง ให้มีการสอบ 100% เพื่อให้ได้เด็กเก่ง    ส่วนวิธีการแยกคุณภาพโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ใช้อัตราส่วนในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเกณฑ์ เป็นต้น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ryjEApaIllg

 12,152
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 61

ราชกิจจาฯออกประกาศกำหนดเครื่องหมายห้ามสูบบุหรี่ ระยะ 5 เมตร แก้ปัญหายืนสูบหน้าประตูวัด-ร.ร.

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ ซึ่งเป็นอนุบัญญัติฯที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ตามที่คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) ให้ครม.เห็นชอบแล้ว   ดังนี้ ประกาศฉบับที่ 1 คือ ประกาศ สธ. เรื่องกำหนดประเภท หรือชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะ ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่และยานพาหนะ เป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562   ด้านนพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ประกาศฉบับที่ 2 เป็นประกาศเรื่อง ลักษณะและวิธีการในการแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องหมายเขตสูบบุหรี่ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 และประกาศฉบับที่ 3 ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงคำหรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือจูงใจให้บริโภคในฉลากของบุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ ยาเส้น หรือยาเส้นปรุง พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับ 4 พฤษภาคม 2562 โดยประกาศเหล่านี้ยึดตามเนื้อหากฎหมายเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงขึ้นให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560   ซึ่งประเด็นที่หลายคนสนใจคือ ประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง ลักษณะและวิธีการในการแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องหมายเขตสูบบุหรี่ พ.ศ.2561 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้(6 พ.ย.) เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะกำหนดลักษณะรูปแบบของเครื่องหมายที่ไม่ได้กำหนดตายตัวมากเหมือนก่อน แต่จะเน้นว่าต้องมีโลโก้เส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร แต่ภายในโลโก้จะมีคำขวัญจังหวัดก็ได้ ไม่ได้ห้ามเหมือนอดีต ส่วนสถานที่สาธารณะก็เหมือนเดิม คือ โรงเรียน วัด ศาสนาสถาน สวนสาธารณะ เป็นต้น   โดยปัญหาคือ ที่ผ่านมามีคนร้องเรียนว่า อย่างโรงเรียนไม่ให้สูบบุหรี่ แต่ก็มายืนสูบหน้าประตูโรงเรียน ประตูวัดก็มี หนำซ้ำยังทิ้งมวนบุหรี่เกลื่อนไปหมด ซึ่งเห็นแต่จับปรับไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายควบคุม จึงมีการปรับปรุงอนุบัญญัติตามกฎหมายล่าสุด   จากหน้าประตู หรือทางเข้าประตูรั้วไปอีกระยะทาง 5 เมตรจากทางเข้าออกนั้นๆ ให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเราไม่ได้อยากจับปรับ เราแค่ต้องการขอความร่วมมือเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vcmDI4MYcfE

 1,754
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 61

เตรียมเคลื่อนศพ ‘น้องโอม’ เด็ก ม.6 โดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต ทำพิธีฌาปนกิจ

เตรียมเคลื่อนศพ ‘น้องโอม’ เด็ก ม.6 โดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต ทำพิธีฌาปนกิจ    จากกรณีที่ น้องโอม อายุ 18 ปี น.ร.ชั้น ม.6 ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้กระโดดลงมาจากตึกอาคารเรียนชั้น 5 ภายใน ร.ร.ท่ามกลางสายตาของเพื่อน น.ร.และคณะอาจารย์ เนื่องจากน้องโอมมีปัญหาเครียดเรื่องภายในครอบครัว ทำให้เสียชีวิตที่ รพ.ศรีสะเกษ อย่างน่าเศร้าสลด ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   วันนี้ (13 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านยาง ต.เมืองแคน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของน้องโอม ขณะนี้ญาติพี่น้องและเพื่อนนักเรียนกำลังเตรียมที่จะเคลื่อนศพของน้องโอมไปที่วัดบ้านยาง ต.เมืองแคน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้าน ประมาณ 700 เมตร    บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเศร้าโศก มีเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นและคณะอาจารย์มาคอยช่วยงาน ขณะที่แม่ของโอมนั่งนิ่งอยู่หน้าโลงศพของลูกชายด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก    ซึ่งในพิธีฌาปนกิจศพจะเริ่มเวลา 15.00 น. ของวันนี้ ขณะเดียวกัน เพื่อนนักเรียนที่มาร่วมงานศพต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้มีใครล้อเลียนโอมว่าอ้วน เพื่อนทุกคนรักโอม จึงได้พากันมาส่งโอมไปสู่สรวงสวรรค์ในวันนี้      ดูข่าวเพิ่มเติม ช็อก! 'น้องโอม' เด็ก ม.6 เครียดจัดโดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต เผยปมเหตุถูกเพื่อนแซวอ้วน  

 5,803
ข่าวภูมิภาค
11 ส.ค. 61

ช็อก! 'น้องโอม' เด็ก ม.6 เครียดจัดโดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต เผยปมเหตุถูกเพื่อนแซวอ้วน

จากเหตุการณ์ช็อก "น้องโอม" เด็กนักเรียน ม.6 เกิดอาการเครียดจัด ตัดสินใจกระโดดลงมาจากอาคารของโรงเรียนใน จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิตนั้น      ด้านยายของน้องโอมเปิดเผยว่า ตนเลี้ยงน้องโอมมาตั้งแต่เด็กๆ โดยน้องโอมจะเป็นคนที่มีนิสัยร่าเริงแจ่มใส แล้วยังเคยบอกกับตนว่า ยายอย่าเพิ่งไปไหนนะ รอดูความสำเร็จของโอมที่จะเรียนหนังสือให้สำเร็จ และเอาใบปริญญามาให้ยายได้ชื่นชม แต่ตนไม่คิดว่าหลานชายคนนี้จะมาด่วนตัดสินใจกระโดดตึกลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากสาเหตุใด     ขณะที่นายพงษ์อนันต์ ธรรมศิริ ผอ.โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย ระบุว่า ได้รับทราบจากคณะแพทย์ว่า น้องโอมอาการหนักมาก โดยกระดูกบริเวณสะโพกและขาแตกหักหลายส่วน เนื่องจากว่า น้องโอมมีน้ำหนักตัวมากประมาณ 100 กม.   ทั้งนี้มีรายงานข่าวถึงสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ว่าน้องโอมเครียดที่ถูกเพื่อนแซวเรื่องน้ำหนักตัว และน้อยใจแม่ที่ไม่มาร่วมงานวันแม่ ซึ่งเพื่อนๆ ก็ได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะทางโรงเรียนไม่เคยจัดงานวันแม่                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jrRZl_APxno

 13,479
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

รมว.ศึกษาฯต่อว่าคนให้ข่าว ร.ร.ดังรับพื้นที่บริการ 100% ชี้แค่อยู่ในขั้นหารือยังไม่ใช่ข้อสรุป

คืบหน้ากรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมปรับหลักเกณฑ์และแนวทางการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2562 ในชั้น ม.1 และ ม.4 โดยมีแนวทางให้โรงเรียนยอดนิยมทั่วประเทศ ต้องรับเด็กในพื้นที่บริการเพิ่มขึ้น 100% ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนดังกังวลว่าจะทำให้คุณภาพโรงเรียนต่ำเท่ากันทั่วประเทศ   ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่า ตนได้ต่อว่าคนที่ออกมาให้ข่าวเรื่องนี้แล้วผ่านนายบุญรักษ์ ซึ่งไม่ทราบว่าใคร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังห่างไกลจากการรับนักเรียนเข้าศึกษาปีการศึกษา 2562   นโยบายของตนชัดเจนว่าหากจะปรับเกณฑ์ และแนวทางการรับนักเรียน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาต้องปรึกษาหารือกัน คิดว่าการรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ 100% อาจหมายถึงเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการควรมีสิทธิเข้าเรียน แต่ไม่ใช่ว่าเด็กในเขตพื้นที่บริการทุกคนต้องได้เข้าเรียนทั้งหมด โรงเรียนทุกโรงต้องมีเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนของตนเองด้วย    "การให้ข่าวระหว่างการหารือ หรืออยู่ในขั้นตอนการประชุมนั้น ไม่ควรทำ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป อยู่ในขั้นตอนการประชุม และปรับหลักเกณฑ์และแนวทางการรับนักเรียนว่าจะรับเด็กในเขตพื้นที่บริการ 100% ไม่ใช่มาตรการของ ศธ.หรือของผม   อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการว่าการออกเกณฑ์และแนวทางการรับนักเรียน ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และต้องเป็นธรรม ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม และประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ที่สำคัญมากกว่าการปรับหลักเกณฑ์คือจำนวนเด็กที่ลดลง ส่งผลให้แย่งนักเรียนระหว่างโรงเรียนรัฐ และเอกชน ผมสั่งการให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) แต่ละจังหวัดปรึกษาหารือ และบรูณาการร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างคิด มาแย่งเด็ก หรือมาทะเลาะกัน” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-dPxpbYP1NA

 1,326
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ค. 61

ปปช. เร่งแก้โรงเรียนรับแป๊ะเจี๊ยะ จ่อฟันคดีเงินทอนวัดล็อตใหม่

ปปช. เร่งวางแผนระยะยาวแก้ปัญหาโรงเรียนรับแป๊ะเจี๊ยะ จ่อฟันคดีเงินทอนวัดล็อตใหม่ไม่สนพระผู้ใหญ่   พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ปปช. กล่าวถึงการตรวจสอบ และ ปราบปรามการรับแปะเจี๊ยะในโรงเรียน ว่าในขณะนี้ ได้ออกแผนระยะสั้น เร่งด่วน แล้วและอยู่ระหว่างการดำเนินการ ออกแผนปราบปรามในระยะยาวต่อไป ซึ่งตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบฯ ได้ประชุมเพื่อกำหนดให้แผนการปราบปรามระยะยาว ที่ต้องทำให้ ทุกโรงเรียนมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ให้มีความสมบูรณ์พร้อมทุกด้าน นักเรียนจะได้เรียนอย่างมีความสุข ซึ่งมีหลายโรงเรียนตื่นตัวมากกับการดำเนินการปราบปรามเรื่องนี้ และป.ป.ช. ได้ส่งป.ป.ช.จังหวัดไปเตือนทุกโรงเรียนให้ระมัดระวัง แต่เบื้องต้น ยังไม่มี ใครแจ้งเบาะแส โรงเรียนที่มีการเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะเพิ่มเติมเข้ามา สำหรับแผนระยะยาว เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว จะนำให้ กรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่พิจารณาแผนจากนั้นจะส่งให้คณะรัฐมนตรี อนุมัติ เพื่อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามแผนคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน    ส่วนเรื่องเงินทอนวัด ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.)ส่งสำนวนมาแล้ว พล.อ.บุณยวัจน์ กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลข้อมูลทั้งหมด ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของ กรรมการชุดใหญ่เร็วๆ นี้    พร้อม ยืนยัน ไม่มีใคร กดดันการทำงานของ กรรมการ ป.ป.ช. ได้ แม้คดีนี้จะเกี่ยวข้องกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เพราะการลงมติ ทุกครั้งกรรมการทุกคนใช้ดุลยพินิจพิจารณาอย่างดี พร้อมย้ำว่า กรรมการ ป.ป.ช. เร่งดำเนินการ พิจารณาทุกคดี ทำงานอย่างละเอียดรอบ เพื่อให้ทุกเรื่อง ที่ดำเนินการอยู่เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  

 1,237
ข่าวต่างประเทศ
30 เม.ย. 61

หนุ่มจีนคลั่งแทงเด็กกลาง ร.ร. เจ็บระนาว อ้างล้างแค้นปมอดีต เคยถูกเพื่อนรังแก

เหตุสะเทือนขวัญคนร้ายใช้มีดคลั่งแทงโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตหมี่จี้ เมืองยู่หลิน มณฑลส่านซี ทางตอนเหนือของประเทศจีน ทำให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บนับสิบราย ท่ามกลางการตกตะลึงของผู้เห็นเหตุการณ์   ต่อมา ตร.จับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้ เป็นชายอายุ 28 ปี เคยเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้มาก่อน และหวนกลับมาเพื่อแก้แค้นที่เคยถูกกลั่นแกล้ง เมื่อสิบปีก่อน และยังเก็บความแค้นต่อเพื่อนร่วมชั้นเรื่อยมา ก่อนมาล้างแค้นกับเด็กคนอื่นๆ   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม He was motivated to take revenge because he was bullied in junior high school. เขามีแรงจูงใจในการก่อเหตุ ที่ต้องการแก้แค้นเพราะถูกกลั่นแกล้งเมื่อตอนเรียน ม.ต้น    

 3,955
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 61

ผู้ปกครองโวย ติวเตอร์หลอกเงินนับสิบล้าน อ้างพาลูกเข้าโรงเรียนดังเมืองชลได้

ชลบุรี-นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นำผู้ปกครองกว่า 20 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง หลังถูกโรงเรียนกวดวิชาอ้างสามารถนำเด็กเข้าโรงเรียนชื่อดัง ทำให้เสียเงินรวมไปกว่า 10 ล้านบาท   โดยมีพฤติกรรมหลอกให้เสียเงินจำนวน 1 แสน 3 หมื่น และจะสามารถนำเด็กเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมปีที่ 1 และมัธยมปีที่ 4 ได้อย่างแน่นอน มีบ้านใหญ่การันตี จากนั้นก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ที่รวมแต่ละรายหลายแสนบาท ซึ่งมีบางรายถูกยืมเงินเพื่อแลกกับลูกติววิชาฟรี ถึง 6 ล้านกว่าบาท รวมทั้งสิ้นมีผู้เสียหายสูญเงินไปกว่า 10 ล้านบาท   ซึ่งหนึ่งในผู้เสียหายเผยว่า เจ้าของโรงเรียนติววิชา คือ นายโอ๋ มลฑล ไม่ทราบนามสกุล ที่ใช้ชื่อปลอมนายพงษ์เทพ มโนทัย อายุ 53 ปี ได้มีพฤติกรรมพูดชวนเชื่อ สามารถนำเด็กเข้าโรงเรียนชลชาย ได้อย่างแน่นอน ด้วยความที่ต้องการให้ลูกเข้าโรงเรียนดังจึงยอมจ่าย แต่พอมาดูชื่อกับพบว่าไม่มี จึงรู้ว่าถูกหลอก ซึ่งเสียความรู้สึกไม่คิดว่าจะเอาอนาคตของเด็กมาเป็นเครื่องมือหากิน จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ด้านนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ได้ฝากเตือนถึงผู้ปกครองไม่ควรหลงเชื่อ เพราะทางโรงเรียนชลชายไม่มีนโยบาย รับฝากเด็กเข้าเรียน ต้องการให้เด็กเข้าสอบแข่งขันอย่างจริงจัง จึงต้องให้ตำรวจดำเนินคดีใข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง อีกทั้งหากครูมีส่วนรู้เห็นก็จะถูกดำเนินคดีด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GRtnbS7CjCk      

 1,885
ข่าวภูมิภาค
02 เม.ย. 61

เปิดใจ 'ครูติ๊ก' ให้ นร.ได้ที่ 1 ยกชั้น หาความเก่งเฉพาะด้าน สร้างกำลังใจให้เด็ก

สกลนคร-โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของคุณครูชินกร พิมพิลา หรือครูติ๊ก ครูโรงเรียนบ้านนาสีนวล ต.หนองแปน อ.เจริญศิลป์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สกลนคร เขต 2 ( สพป.สกลนคร เขต 2 ) ที่สร้างความฮือฮาด้วยหารให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ลำดับการสอบที่ 1 ยกชั้น 17 คน   จากการสอบถามไปยังคุณครูชินกร พิมพิลา ถึงแนวคิดในการตัดสินใจให้นักเรียนสอบได้ที่ 1 ยกชั้น ได้รับคำตอบว่า นักเรียนเหล่านั้นมีความพิเศษเฉพาะด้าน ทุกคนมีความแตกต่างกัน จนกระทั่งปิดเทอมก็มีการตัดสินผลการเรียน ซึ่งก็มีเกรดธรรมดาเรียนเหมือนกันกับที่อื่น มีการสอบโอเน็ตเหมือนกัน การสอบทุกครั้งจะมีการจัดลำดับที่ ทีนี้เรามอบไปที่เด็กอยู่รั้งท้ายเพื่อน ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ป.6 ก็ยังรั้งท้าย ก็มีความคิดว่า น่าจะสร้างแรงบันดาลใจ หรือการเสริมแรงเชิงบวกให้กับเขา จึงคิดวิธีการนี้ออกมา และให้ที่ 1 ทุกคน   ซึ่งคำว่าที่ 1 ต้องมีความเก่งเฉพาะด้าน เช่น หาปลาเก่ง ร้องเพลงเก่ง นวดเท้าเก่ง สร้างเครื่องบินเก่งที่สุด ซึ่งตนมีความเชื่อว่า คนที่อ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนหนังสือไม่ได้ คนเหล่านั้นสมองของเขายังไม่ฟักตัวจุดๆนั้นออกมา แต่ในขณะเดียวกันเขากลับมีความเด่นด้านอื่น เราต้องรอเวลา อย่าเพิ่งไปบีบบังคับเขา แต่เรามีวิธีการคือการสอนเสริมให้มีพัฒนาการเพิ่มขึ้น   คุณครูชินกร ยังกล่าวต่อว่า วันปิดภาคเรียนก็ถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนแล้วแชร์ออกไป ไม่ได้คิดอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติของการทำงานที่ตนทำอยู่แล้ว วันต่อมาเป็นวันประกาศผล ตนก็ทำใส่ซองไว้ให้ข้างในเป็นผลการเรียน เมื่อนักเรียนเปิดดูก็งง ทำไมตนเองถึงสอบได้ที่ 1 และผู้ปกครองก็ยิ้มเพราะบุตรหลานเป็นคนเรียนเก่ง เช่นเดียวกับคนที่เคยสอบได้รั้งท้าย วันนี้เขาได้เห็นผลการเรียนแล้วเขาก็ดีใจ เขาอาจจะไม่เก่งอย่างอื่น แต่เขาเก่งช่างไม้ เพราะไปประกวดด้านช่างไม้ก็ชนะเลิศมา   สิ่งที่ตนโพสต์ลงไปนั้น โอเน็ตก็ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าเท่าไร แต่ตนไม่ได้ต่อต้านโอเน็ต แต่การจัดลำดับนั้นไม่ได้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจของเด็ก ซึ่งเป็นการบั่นทอนความกระตือรือร้นของเด็ก คล้ายๆการสร้างกำแพงให้กับเด็ก ยกตัวอย่างคนที่สอนเพื่อน ก็อาจจะมาเป็นครูเหมือนกับที่ตนเคยสอนเพื่อน แล้วกลับมาเป็นครูที่หมู่บ้านของตน ตามสโลแกนที่ว่าฮักบ้านเกิด อยากให้เด็กๆมีความฝัน นอกจากตนแล้วยังมีครูที่ทำแบบตนมาก่อน แต่สังคมยังไม่รับรู้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qlKTZBNP4q4    

 29,761
ข่าวต่างประเทศ
27 มี.ค. 61

แฉคลิป! ครูจีนกระหน่ำตบนร.หญิงต่อหน้าเพื่อนร่วมห้อง ฉุนสอบได้คะแนนน้อย

สำนักข่าว Daily Mail เผยแพร่คลิปวิดีโอน่าตกใจที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียของจีน จับภาพครูสาวตบหน้านักเรียนหญิงต่อหน้าเพื่อนร่วมห้องลงโทษที่ได้คะแนนสอบไม่ดี     คลิปความยาวไม่กี่วินาทีถูกนักเรียนในห้องแอบบันทึกเอาไว้ได้ แสดงภาพของครูสาวซึ่งเคยได้รับรางวัลครูดีเด่น ใช้มือกระหน่ำตบหน้าลูกศิษย์ถึง 5 ครั้งต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นเรียน โดยที่อีกฝ่ายไม่แสดงอาการตอบโต้      ภายหลังคลิปอื้อฉาวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ สำนักการศึกษาของท้องถิ่นได้เข้ามาทำการตรวจสอบ พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในมณฑลส่านซี ซึ่งครูที่ปรากฏในคลิปมีประสบการณ์สอนนักเรียนมานานถึง 18 ปี และเคยได้รับรางวัลยกย่องให้เป็นครูตัวอย่างเมื่อปี 2000     รายงานข่าวระบุว่า ครูสาวถูกลงโทษพักงานเนื่องจากประพฤติผิดวินัย และจะไม่ได้รับการประเมินให้เลื่อนขั้นเป็นเวลา 3 ปี ด้านเจ้าตัวอ้างว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และยอมรับว่าทำไปเพราะโกรธที่ลูกศิษย์มีผลการเรียนย่ำแย่     ขณะที่ทางโรงเรียนได้ส่งตัวแทนพร้อมด้วยครูสาวเดินทางไปขอโทษเด็กหญิงและพ่อแม่ถึงที่บ้านเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางครอบครัวของนักเรียนยอมรับคำขอโทษจากครูและยอมยุติความขัดแย้งด้วยดี      

 3,423
ข่าวภูมิภาค
27 มี.ค. 61

จำได้ไหม? แฝดสยาม 'น้องปิ่น-น้องปาน' ตอนนี้โตช่วยเหลือตัวเองได้ปกติ ย่ายันชีวิตไม่ได้ลำบากตามที่แชร์

นครสวรรค์-ติดตามพัฒนาการของเด็กแฝดสยาม ปิ่น-ปาน หรือ ด.ญ.จรุญโรจน์ ร่มโพธิเย็น (น้องปิ่น) และ ด.ญ.จรุญพัน ร่มโพธิเย็น (น้องปาน) ที่มี 2 ศีรษะ 2 ลำตัว 4 แขน 2 ขา โดยมีลำตัวติดกันตั้งแต่ช่วงสะโพกลงมา นอกจากนี้แฝดสยาม ยังควบคุมบังคับขาคนละข้างด้วย   ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่อายุได้ 9 ขวบแล้ว โดยจากการที่น้องแฝดได้เรียนอยู่กับคุณครูในโรงเรียนนครสวรรค์ปัญญานุกูล อำเภอเมืองนครสวรรค์ จนบัดนี้สามารถอ่าน-เขียนหนังสือ บวกเลขพื้นฐานได้ตามวัยของชั้นอนุบาลได้แล้ว   นอกจากนี้การพัฒนาการของร่างกาย หรือการช่วยเหลือตัวเองต่างๆ เช่นการเดินหงายท้องแบบสี่ขา การรับประทานอาหาร การเข้าห้องน้ำ การยืนสองขาในระยะเวลาสั้นๆ ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่เป็นภาระแต่อย่างใด ซึ่งก็ทำให้การเปิดภาคเรียนในเทอมหน้านี้ จะเข้าเรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดวังไผ่ ซึ่งเป็นโรงเรียนของเด็กทั่วไปได้แล้ว และจากการที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านพักของน้องแฝดพบว่า ยังคงเป็นเด็กที่ร่าเริงแจ่มใส มักจะมีเพื่อนๆในวัยไล่ๆกันมาเล่นด้วยเสมอ ส่วนการเล่นแต่ละอย่างนั้นก็แทบจะเหมือนเด็กปกติทั่วไปเลยทีเดียว   ด้านนางนกน้อย พงษ์ชำนาญ ย่าของน้องปิ่นและน้องปาน บอกว่า ตอนนี้น้องทั้งสองพัฒนาการดีขึ้นมาก ช่วยเหลือตัวเองได้เกือบทุกอย่างแล้ว และไม่มีอะไรที่เป็นภาระแต่อย่างใด มีเพียงความดื้อความซนตามประสาวัยเด็กเท่านั้น ทั้งนี้ยืนยันว่าชีวิตไม่ได้ลำบาก ตามที่มีคนโพสต์ในโลกออนไลน์แต่อย่างใด   เพราะว่าทางหน่วยงานราชการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครสวรรค์ หน่วยงานเอกชน และผู้ใจบุญก็ดูแลดีตลอดทุกอย่างใด แต่ที่มีคนโพสต์รูปเด็กนั้น ตนก็งง ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครหรือมีจุดประสงค์อะไร แต่คาดว่าคงจะหวังดีหรือสงสารน้องแฝดเท่านั้นเอง ซึ่งก็ต้องขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงน้องแฝดด้วย แต่ยืนยันอีกครั้งว่า น้องแฝดไม่ได้ลำบากอย่างที่โลกโซเชียลแชร์กันเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/879fBYxTqDQ    

 75,513
ข่าวต่างประเทศ
21 มี.ค. 61

หนุ่ม 17 ถือปืนยิงกลาง ร.ร.สหรัฐฯ นร.เจ็บสาหัส 2 ตัวมือปืนเสียชีวิต

เกิดเหตุยิงกันใน ร.ร.มัธยมแห่งหนึ่ง ในรัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา มีนักเรียนวัย 14 และ 16 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ขณะที่มือปืนถูกยิงเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่ายิงตัวเองตายหรือถูกกระสุนของ จนท.   หลังเกิดเหตุทราบชื่อของมือปืนวัย 17 ปี ได้ก่อเหตุถือปืนมายิงเหยื่อกลางโรงเรียน ใช้เวลาก่อเหตุแค่ 1 นาที ซึ่งสันนิษฐานว่า 1 ในเหยื่อผู้หญิงอาจมีความสัมพันธ์กับมือปืน   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม The officer and the shooter both fired a single shot. จนท.และมือปืนได้ยิงปืนคนละนัด    

 3,326
ข่าวต่างประเทศ
20 มี.ค. 61

ครูจีนไม่หยุดสอนหนังสือแม้เหลือลูกศิษย์แค่คนเดียว หลังเด็กคนอื่นลงเขาไปเรียนในเมือง

สำนักข่าว Daily Mail นำเสนอเรื่องราวของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในชนบทของจีนที่น่าจะเหงาที่สุดในโลก หลังเหลือนักเรียนแค่คนเดียวกับครูอีกหนึ่งคน     สวี่ เจ๋อเฟิง วัย 54 ครูคนสุดท้ายของโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา Taihang แห่งนี้ยังคงอุทิศตัวเองสอนหนังสือถึง 8 วิชาให้กับ สวี่ เจียฉีวัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.4 อาทิ ภาษาจีน , คณิตศาสตร์ , วิทยาศาสตร์ , ดนตรี และพลศึกษา ฯลฯ แม้จะเป็นลูกศิษย์ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในชั้นเรียนก็ตาม หลังเด็กคนอื่นๆ เลือกที่จะลงจากเขาเข้าเมืองเพื่อไปหาการศึกษาที่ดีกว่า     ภาพความเงียบเหงาที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากนโยบายฟื้นฟูเมืองของรัฐบาลและการสร้างโรงเรียนใหม่ ทำให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนส่งบุตรหลานเข้าเมืองเพื่อโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้น ยกเว้นเพียง สวี่ เจียฉี ที่เลือกจะเรียนอยู่ที่นี่ต่อไป     เจียฉี เป็น 1 ในเด็กกว่า 9 ล้านคนที่ถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง เขาถูกแม่ทอดทิ้งตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนพ่อก็ไปทำงานที่ต่างเมือง ทำให้เขาเติบโตมากับปู่ และมีรายได้เพียงเล็กน้อยจากการเก็บขยะขาย ส่วนเหตุผลที่ไม่ไปเรียนในเมืองเป็นเพราะไม่อยากจะทิ้งปู่ไป เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครดูแล   เจียฉีกับคุณปู่   ย้อนไปเมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว ครูสวี่แนะนำให้ลูกศิษย์คนสุดท้ายย้ายไปเรียนในเมืองเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งปู่ของเด็กชายก็เห็นดีด้วย แต่กังวลว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนของหลาน แต่หลังจากเรื่องราวของครอบครัวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ประชาชนจากทั่วประเทศก็พากันบริจาคเงินช่วยเหลือ และล่าสุดปู่หลานคู่นี้ก็กำลังจะย้ายไปอยู่ในเมืองแล้ว     ด้านครูสวี่ที่เป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งนี้มาเป็นเวลานาน 36 ปี ได้ผ่านทั้งช่วงรุ่งโรจน์ที่สุดในยุค 90 ตอนที่มีเด็กนักเรียนมากกว่าร้อยคน มีครูถึง 9 คน และจุดที่ตกต่ำที่สุด ตัดสินใจจะกลับบ้านเกิดไปเป็นเกษตรกร หลังโรงเรียนหลังปิดตัวลง เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะแก่เกินไปที่จะมีโรงเรียนมาจ้าง        

 14,565
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 61

คลิปโจรสองพ่อลูก กระโดดกำแพงโรงเรียน ขโมยทรัพย์สินได้เงิน 89 บาท

ชลบุรี-กล้องวงจรปิดจับภาพโจรสองพ่อลูก โดยเด็กอายุประมาณ 8 ขวบ กระโดดกำแพงโรงเรียนเข้าไปรื้อค้นเอาทรัพย์สิน ขโมยของได้เงิน 89 บาท ซึ่งเป็นเงินที่นักเรียนได้ฝากครูไว้ และลำโพงบลูทูธ ด้านรองผู้อำนวยการโรงเรียนเผยสถานศึกษาก็ยังไม่เว้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ให้ทางชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวและจะติดตามคนร้าย สองคนนี้มาทำการสอบสวนพร้อมกับดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้เร็วที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0LM_RVNai0Q  

 4,072
ข่าวภูมิภาค
13 มี.ค. 61

นร.หญิงแฉอีก ครู ร.ร.กาฬสินธุ์หื่นขอเป็นเมียน้อย จะให้ค่าเลี้ยงดูเดือนละหมื่น

กาฬสินธุ์-นักเรียนหญิงให้ข้อมูลครูผู้หญิงเพิ่มอีก 2 คน เผยครูชายหื่นขอให้เป็นเมียน้อยจะมีเงินให้เดือนละหมื่นบาท   จากกรณีนางเยาวเรศ สีพรมติ่ง ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ ออกมาขอความเป็นธรรม หลังจากมีนักเรียนหญิงมาบอกตนเองว่า ถูกคุณครูผู้ชายภายในโรงเรียนขอมีเซ็กส์ด้วย ซึ่งหลังจากครูได้รับเรื่องราว ก็โพสต์ข้อความในเฟชบุ๊กส่วนตัวว่า   "ฟังแล้วแทบไม่น่าเชื่อเลย เมื่อนักเรียนส่งข้อมูลมาให้ ... ครูขอมีอะไรกับหนูค่ะ... อยากวันไหนให้โทรมานัด...แถมขู่นักเรียน...ห้ามนำมาแจ้งครู" เพื่อเป็นการเตือนลูกศิษย์ ในโรงเรียนและผู้ปกครองให้ระวังพฤติกรรมครูที่คุกคามทางเพศ   ซึ่งหลังจากที่โพสต์ กลับถูก สพม.24 ตั้งกรรมการสอบวินัยไม่ร้ายแรง ซึ่งหลังจากมีกระแสข่าวออกไปทางศึกษาธิการจังหวัดได้แจ้งให้ สพม.24 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดใหม่ และได้มีนักเรียนออกมายืนยันกับสื่อว่าคุณครูผู้ชายมีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดทางครูเยาวเรศได้ออกมาเปิดเผยอีกว่า ได้มีนักเรียนหญิงอีกหลายคนออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมดังกล่าวของคุณครูผู้ชาย โดยล่าสุดนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปี 4 ได้เขียนจดหมายมาให้จ้อมูลคุณครู โดยมีข้อความว่า   " มาเป็นกิ๊กครูมั้ยจะให้เดือนละสองสามหมื่น หนูเลยว่าไม่เป็นค่ะ แล้วครูก็ถามว่าอยู่ห้องไหนหนูชื่ออะไร ... ครูถามว่าเป็นแฟนกับครูมั้ย หนูก็บอกว่าครูกับนักเรียนรักกันไม่ได้ ครูบอกว่าแล้วหมอกับคนไข้แล้วทำไมรักกันได้ แล้วหนูก็เดินออกมา และเรียกนักเรียนว่าที่รัก บอกให้หนูเป็นเมียน้อยอาจารย์มั้ย หนูเลยยิ้มๆแล้วอาจารย์เลยบอกว่าเดี๋ยวอาจารย์ไม่รักเลยหนิ"   นอกจากนี้ยังมีนักเรียนอีกหลายคนมาให้ข้อมูลกับตน ซึ่งขณะนี้ตนมั่นใจว่าข้อมูลหลักฐานเป็นความจริงและพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้องของตนและเด็กนักเรียนทุกคน โดยขณะนี้ทางคณะกรรมการสอบสวน สพม.24 และนิติกร ได้ลงพื้นที่สอบสวนข้อมูลทั้งหมดเพื่อหาข้อเท็จจริงโดยยืนยันว่าจะทำการสอบสวนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ส่วนข้อมูลต่างๆยังปิดเป็นความลับยังไม่สามารถนำออกมาเผยแพร่ได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qINJyeVCpUY

 29,335

Top