ค้นหา :

ผลการค้นหา "โรงเรียน"

ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 62

ร.ร.อุบลฯจมน้ำครึ่งเดือน ครูโอดน้ำมาเร็วพัดของเสียหาย หนักสุดในรอบ 40 ปี

หลายพื้นที่ใน จ.อุบลราชธานี ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกับที่ อ.พิบูลมังสาหาร เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ เพราะน้ำมูลน้ำชี ไหลจาก อ.วารินชิราบมาที่นี้ ก่อนจะลงแม่น้ำโขง ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ความเสียหายมีจำนวนมากไม่เว้นแม้กระทั่งโรงเรียน   สภาพของโรงเรียนบ้านเดื่อสะพานโดม ต.ไร่ใต้ ผู้อำนวยการและครู ต่างเร่งเก็บกวาดทำความสะอาด ทั้งดินโคลนและซากปรักหักพังต่างๆที่พัดมากับน้ำ ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้อยู่ใกล้กับลำโดมน้ำมูล   สภาพที่เห็นคืออาคารเรียนถูกน้ำท่วมสูงถึง 180 ซม. ตอนนี้ระดับน้ำลดลงเหลือประมาณ 50 ซม. ห้องเรียน ห้องพยาบาล อาคารเรียน โต๊ะเก้าอี้ หนังสือพังเสียหาย ทั้งหมด โรงอาหาร แปลงผักสวนครัว สนามเด็กเล่น พังทั้งหมด   ด้านนายสันติ นนท์ศิลา ผู้อำนวยการ ร.ร.บอกว่า ตอนนี้ ร.ร.ได้รับความเสียหายมาก เพราะ ร.ร.ใกล้กับลำโดมซึ่งเป็นจุดแม่น้ำมูลไหลผ่าน น้ำค่อยๆทะลักท่วม ร.ร. พยายามเคลื่อนย้ายแล้วแต่ไม่ทัน และไม่คิดว่าน้ำจะสูงขนาดนี้ หนักที่สุดในรอบ 40 ปี   ตอนนี้น้ำเริ่มลดแต่คงเหลือความเสียหาย ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ทำรายงานความเสียหายตามขั้นตอน ซึ่งคาดว่าคงจะได้รับการซ่อมแซมช่วยเหลือ อย่างเร็ว 6-8 เดือน จึงอยากขอความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา ร่วมซ่อมแซม ร.ร.เพื่อเปิดการเรียนการสอนให้นักเรียน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/INMYQdHNHx0

 1,132
สังคม
19 ก.ย. 62

ร.ร.อุบลฯจมน้ำครึ่งเดือน ครูโอดน้ำมาเร็วพัดของเสียหาย หนักสุดในรอบ 40 ปี

หลายพื้นที่ใน จ.อุบลราชธานี ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกับที่ อ.พิบูลมังสาหาร เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ เพราะน้ำมูลน้ำชี ไหลจาก อ.วารินชิราบมาที่นี้ ก่อนจะลงแม่น้ำโขง ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ความเสียหายมีจำนวนมากไม่เว้นแม้กระทั่งโรงเรียน   สภาพของโรงเรียนบ้านเดื่อสะพานโดม ต.ไร่ใต้ ผู้อำนวยการและครู ต่างเร่งเก็บกวาดทำความสะอาด ทั้งดินโคลนและซากปรักหักพังต่างๆที่พัดมากับน้ำ ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้อยู่ใกล้กับลำโดมน้ำมูล   สภาพที่เห็นคืออาคารเรียนถูกน้ำท่วมสูงถึง 180 ซม. ตอนนี้ระดับน้ำลดลงเหลือประมาณ 50 ซม. ห้องเรียน ห้องพยาบาล อาคารเรียน โต๊ะเก้าอี้ หนังสือพังเสียหาย ทั้งหมด โรงอาหาร แปลงผักสวนครัว สนามเด็กเล่น พังทั้งหมด   ด้านนายสันติ นนท์ศิลา ผู้อำนวยการ ร.ร.บอกว่า ตอนนี้ ร.ร.ได้รับความเสียหายมาก เพราะ ร.ร.ใกล้กับลำโดมซึ่งเป็นจุดแม่น้ำมูลไหลผ่าน น้ำค่อยๆทะลักท่วม ร.ร. พยายามเคลื่อนย้ายแล้วแต่ไม่ทัน และไม่คิดว่าน้ำจะสูงขนาดนี้ หนักที่สุดในรอบ 40 ปี   ตอนนี้น้ำเริ่มลดแต่คงเหลือความเสียหาย ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ทำรายงานความเสียหายตามขั้นตอน ซึ่งคาดว่าคงจะได้รับการซ่อมแซมช่วยเหลือ อย่างเร็ว 6-8 เดือน จึงอยากขอความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา ร่วมซ่อมแซม ร.ร.เพื่อเปิดการเรียนการสอนให้นักเรียน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/INMYQdHNHx0

 1,132
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ก.ย. 62

ผอ.สั่งห้าม นร.เก็บเงินจ้างออแกไนซ์กีฬาสี สีไหนฝ่าฝืนตัดสิทธิ์ประกวดกองเชียร์ หลังดราม่าว่อนโซเชียล

กาญจนบุรี-กรณีมีการเผยแพร่ภาพแชทข้อความการสนทนา ระหว่างเด็กนักเรียนและผู้ปกครองของโรงเรียนวิสุทธรังษี โรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งข้อความในการสนทนานั้น เป็นการทวงเงินเรียกเก็บ ค่าจัดกีฬาสีของโรงเรียน ระหว่างเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 2 คน   กระทั่งแม่ของเด็กคนที่ถูกทวงเงิน ได้มีการถามไปยังเพื่อนนักเรียนที่ทวงเงินกับลูกของตน เป็นจำนวนเงินกว่า 2,000 บาทว่า ทำไมจึงมีการเรียกเก็บเงินจำนวนมากในการจัดกีฬาสีของโรงเรียนเช่นนี้ ซึ่งนักเรียนคนที่ทวงเงินได้บอกว่าเป็นการเก็บเงินเพื่อนำไปใช้จัดกีฬาสีของโรงเรียน   หลังมีการเผยแพร่ข้อความการสนทนาดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ถึงเรื่องความเหมาะสม ในการเรียกเก็บเงินจำนวนมาก เพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์มาช่วยจัดกีฬาสีของโรงเรียน เนื่องจากถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองและทำให้เด็กเกิดค่านิยมที่ผิดและไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดกีฬาสี   ล่สุดนายหงษ์ดี ศรีเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนวิสุทธรังษี ได้ชี้แจงว่า ทางโรงเรียนไม่มีนโยบายในการเรียกเก็บเงินจากนักเรียนเพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์มาจัดงานกีฬาสีแต่อย่างใด อีกทั้งทางโรงเรียน ก็ไม่เคยเรียกเก็บเงินจากนักเรียนมาก่อน รวมทั้งยังมีการมอบเงินสนับสนุนให้กับนักเรียนของแต่ละสีนำเงินไปใช้ในการจัดกีฬาสี จำนวนสีละ 20,000 บาทอีกด้วย   ส่วนเรื่องข้อความแชทที่มีการส่งต่อกันอยู่นั้น ตนไม่ทราบ ว่าเป็นข้อความการแชทระหว่างผู้ปกครองของนักเรียนกับนักเรียนคนใด แต่เชื่อว่า เรื่องการเรียกเก็บเงินดังกล่าวน่าจะเป็นการเรียกเก็บเงินโดยความสมัครใจกันเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งถือว่าเป็นพี่ใหญ่ของโรงเรียน และทางกลุ่มนักเรียนจะมีการเรียกเก็บเงินกันเองในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนำไปใช้ในการดูแลนักเรียนรุ่นน้อง   ทางโรงเรียนได้สั่งห้ามเรียกเก็บเงินกันเอง เพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์ให้กับนักเรียนแต่ละสีได้ทราบแล้ว ซึ่งหากพบว่าสีใดมีการรวบรวมเงิน เพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์มาจัดงาน ก็จะมีการดำเนินการตัดสิทธิ์การแข่งขันประกวดกองเชียร์ของสีนั้นทันที   ด้านนางสาวกีรติกา โรจน์บุญถึง นายกองค์การบริหารส่วนนักเรียน โรงเรียนวิสุทธรังษี ได้กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้มีการชี้แจงผ่านทางประธานสีของแต่ละสีอย่างชัดเจน ถึงเรื่องการห้ามรวบรวมเงินนำไปจ้างออแกไนซ์มาช่วยจัดกีฬาสี ซึ่งแต่ละสีก็รับทราบกันอย่างชัดเจน   แต่อาจจะมีบางส่วนที่มีความต้องการอยากให้กองเชียร์ของสีตนมีความโดดเด่น มากกว่าสีอื่นถึงอาจจะรวบรวมเงินกันเองในหมู่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์จากภายนอกมาช่วยจัดประกวดกองเชียร์ แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยเท่านั้น อีกทั้ง หากเพื่อนนักเรียนคนใดไม่พร้อมที่จะร่วม จ่ายเงินสนับสนุน ก็จะไม่มีการบังคับแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uROoymmp_fo

 5,646
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ค. 62

พายุถล่มไม่ถึงสิบนาที ทำต้นไม้นับ 10 หักโค่นทับวัด-โรงเรียน พังเสียหาย

ปราจีนบุรี - นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้รับรายงานว่า เกิดฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ในหลายพื้นที่ของอำเภอกบินทร์บุรี หลังจากฝนหยุดตกมีรายงานว่าแรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน เช่น ตำบลบ้านนา ตำบลย่านรี ตำบลบ่อทอง และตำบลนนทรี    ส่วนที่ตำบลบ่อทองพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นเป็นจำนวนมาก กีดขวางถนน และในหมู่บ้านหลายแห่ง นอกจากนี้ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้หักโค่นทับอาคารเรียนขณะที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่ รวมทั้งวัดเสียหายจำนวนมาก   ตรวจสอบพบว่าภายในวัดบ่อทองรังสรรค์ บ้านนาใต้ ม. 6 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุกว่า 50 ปี ถูกแรงลมพายุพัดหักโค่นระเนระนาดจำนวนนับสิบต้น และยังล้มทับศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ รวมทั้งกุฏิพระสงฆ์ ได้รับความเสียหาย    นอกจากนี้ต้นไม้ยังได้ล้มทับหลังคาอาคารเรียนของโรงเรียนบ่อทองวิทยา ได้รับความเสียหายและยังมีอีกหลายต้นที่กำลังจะโค่นลงมาอีก ทำให้ครูรวมทั้งนักเรียนต่างหวาดผวา   ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี พร้อมด้วยจิตอาสา ได้นำเลื่อยยนต์ตัดทอนกิ่งไม้ออกจากอาคารเรียน รวมทั้งที่กีดขวางถนนเป็นไปอย่างอยากลำบากเพราะต้นไม้มีขนาดใหญ่ ส่วนภายในวัดคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกหลายวันเพราะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นนนทรี พะยูง และต้นประดู่ ที่โค่นล้มอีกร่วม 20 ต้น   ส่วนพระสายชล สันตะจิตโต ยุ 45 ปี พระลูกวัด กล่าวว่า หลังจากที่กำลังฉันท์เพลได้มีลมพายุพัดหมุนมานานประมาณ 10 นาที แรงลมมาจากด้านทิศใต้ของวัดพัดเอาต้นไม้ที่ปลูกไว้ในวัดหักโค่นล้มนับสิบต้น ทำศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ และกุฏิพระสงฆ์ ได้รับความเสียหาย รวมทั้งโรงเรียนที่ข้างวัดด้วย   ด้านนายวิชัย แลกชำนาญ ผญ.ม.6 ต. บ่อทอง เปิดเผยว่า ลมพายุได้พัดเอาต้นไม้ที่อยู่ในวัดหักโค่นจำนวนมาก ทำให้ทรัพย์สินในวัดเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาคารเรียนของโรงเรียนได้รับความเสียหายไปด้วย โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/J6B71sw8SKk

 3,216
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ค. 62

ร.ร.บ้านขุนสมุทรจีน อยู่กลางน้ำใกล้ป่าชายเลน ครู-นักเรียนสุดทรหด นั่งรถ ลงเรือ เดินกว่าถึง

พบ ร.ร.บ้านขุนสมุทรจีน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ มีนักเรียนเพียง 6 คน ครู 1 คน และ ผอ. 1 คน ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าชายเลน โอบล้อม โดยรอบ ร.ร. เป็นหมู่บ้านชาวประมง ชุมชนวัดขุนสมุทรจีน มีชาวบ้านอาศัยประมาณ 50 ครัวเรือน   การเดินทางไปเรียน ต้องมาขึ้นเรือโดยสาร ซึ่งเป็นเรือหางยาว ระยะทางกว่า 10 กิโล สองข้างทางมีแต่ป่าชายเลน และปากอ่าวทะเล   ทั้งนี้ ร.ร.เป็นอาคารไม้ยกสูง มีห้องเรียนเกือบสิบห้อง มีห้องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียนการสอนครบ แต่ที่นี้มีนักเรียน เรียนเพียง 6 คนเท่านั้น เพราะนักเรียนส่วนใหญ่เดินทางออกไปเรียนในตัวเมืองกันหมด แม้ว่าจะต้องเดินทางลำบาก แต่ก็มีกระแสข่าวว่า อาจจะต้องปิดตัวลง เพราะจำนวนนักเรียนที่น้อย   ทางด้านคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. รับทราบเรื่องแล้ว และจะมีการพูดคุยประชุมกับ ผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ปัญหา ในวันนี้ (4 ก.ค.) โดยทางผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันว่า ครูปัจจุบันนี้สอนมีประสิทธิภาพ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YgpTrXrZtaQ

 1,189
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 มิ.ย. 62

เด็ก ม.4 สุดแกร่ง บ้านยากจน ต้องข้ามลำห้วยทางลำบาก 30 กม. ตั้งใจมาเรียนไม่ขาด

กาญจนบุรี - ครูสาว ร.ร.ไทรโยคน้อยวิทยา เผยเรื่องราวความอุตสาหะของนายทนงศักดิ์ (ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต้องฝันฝ่าอุปสรรคในการเดินทางมา ร.ร.ไกลกว่า 30 กม. อีกทั้งเส้นทางยากลำบากมาก   ต้องตื่นเตรียมตัวเพื่อไปโรงเรียนตั้งแต่ตี 5 แล้วเดินข้ามลำห้วยไปขึ้นรถฝั่งตรงข้ามลำห้วย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะประสบปัญหามาก เพราะน้ำในลำห้วยจะไหลเชี่ยว ก่อนขึ้นโดยสารมากับรถรับส่งนักเรียน ซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เป็นความยากลำบากในการเดินทางเป็นอย่างมาก แต่ก็มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลาในโรงเรียน   โดยบ้านของนายทนงศักดิ์ อยู่กัน 4 คน ฐานะยากจน ปลูกในลักษณะกระต๊อบ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องจุดเทียนอ่านหนังสือ และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ช่วงหน้าฝนก็ไม่สามารถกันฝนสาดได้ โดยเบื้องต้นในวันที่ 29 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ทางโรงเรียนและผู้นำชุมชนรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นัดรวมตัวกับชาวบ้าน เพื่อจะสร้างสะพานข้ามลำห้วยให้สามารถได้เดินข้ามไป-มาได้สะดวกยิ่งขึ้น   ทั้งนี้โตขึ้นใฝ่ฝันอยากเป็นทหารเพื่อมารับใช้ชาติ พร้อมฝากขอให้เพื่อนๆ ที่มีโอกาสดีกว่าได้ไปโรงเรียนอย่าขาดเรียน เพราแม้ตนจะยากลำบากแต่ไม่เคยย่อท้อกับอุปสรรคใดๆ มาเรียนตลอด ขาดเรียนบ้างในเวลาจำเป็นจริงๆ ไม่จำเป็น จะไม่ขาดเรียน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UIfS6mS01TE

 3,518
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 62

กพฐ. เตรียมเสนอให้ สพฐ. พิจารณาหลักเกณฑ์รับนักเรียนปี 63 ให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงทั่วประเทศสอบเข้า 100%

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยหลังการประชุม กพฐ.เสร็จสิ้น ว่า ปี 2563 จะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเตรียมเสนอสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยต่อไปนี้การรับเด็กนักเรียน จะแบ่งโรงเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม    กลุ่มแรกคือโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย และจะครอบคลุมไปถึง โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนสตรีวิทยา เป็นต้น รวมถึงโรงเรียนประจำจังหวัดของแต่ละจังหวัด   กลุ่มนี้จะไม่รับนักเรียนใกล้บ้าน หรือนักเรียนในเขตบริการ โดยจะให้มีการสอบแข่งขัน 100%   ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเหมือนในปัจจุบัน    ส่วนเหตุผลที่แบ่งแบบนี้ คือส่วนใหญ่โรงเรียนดัง นักเรียนใกล้บ้านแทบจะไม่มีแล้ว ส่วนใหญ่มีปัญหา จึงจะตัดปัญหาในส่วนโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง ให้มีการสอบ 100% เพื่อให้ได้เด็กเก่ง    ส่วนวิธีการแยกคุณภาพโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ใช้อัตราส่วนในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเกณฑ์ เป็นต้น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ryjEApaIllg

 13,105
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 61

ราชกิจจาฯออกประกาศกำหนดเครื่องหมายห้ามสูบบุหรี่ ระยะ 5 เมตร แก้ปัญหายืนสูบหน้าประตูวัด-ร.ร.

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ ซึ่งเป็นอนุบัญญัติฯที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ตามที่คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) ให้ครม.เห็นชอบแล้ว   ดังนี้ ประกาศฉบับที่ 1 คือ ประกาศ สธ. เรื่องกำหนดประเภท หรือชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะ ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่และยานพาหนะ เป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562   ด้านนพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ประกาศฉบับที่ 2 เป็นประกาศเรื่อง ลักษณะและวิธีการในการแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องหมายเขตสูบบุหรี่ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 และประกาศฉบับที่ 3 ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงคำหรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือจูงใจให้บริโภคในฉลากของบุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ ยาเส้น หรือยาเส้นปรุง พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับ 4 พฤษภาคม 2562 โดยประกาศเหล่านี้ยึดตามเนื้อหากฎหมายเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงขึ้นให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560   ซึ่งประเด็นที่หลายคนสนใจคือ ประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง ลักษณะและวิธีการในการแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องหมายเขตสูบบุหรี่ พ.ศ.2561 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้(6 พ.ย.) เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะกำหนดลักษณะรูปแบบของเครื่องหมายที่ไม่ได้กำหนดตายตัวมากเหมือนก่อน แต่จะเน้นว่าต้องมีโลโก้เส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร แต่ภายในโลโก้จะมีคำขวัญจังหวัดก็ได้ ไม่ได้ห้ามเหมือนอดีต ส่วนสถานที่สาธารณะก็เหมือนเดิม คือ โรงเรียน วัด ศาสนาสถาน สวนสาธารณะ เป็นต้น   โดยปัญหาคือ ที่ผ่านมามีคนร้องเรียนว่า อย่างโรงเรียนไม่ให้สูบบุหรี่ แต่ก็มายืนสูบหน้าประตูโรงเรียน ประตูวัดก็มี หนำซ้ำยังทิ้งมวนบุหรี่เกลื่อนไปหมด ซึ่งเห็นแต่จับปรับไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายควบคุม จึงมีการปรับปรุงอนุบัญญัติตามกฎหมายล่าสุด   จากหน้าประตู หรือทางเข้าประตูรั้วไปอีกระยะทาง 5 เมตรจากทางเข้าออกนั้นๆ ให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเราไม่ได้อยากจับปรับ เราแค่ต้องการขอความร่วมมือเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vcmDI4MYcfE

 2,237
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 61

เตรียมเคลื่อนศพ ‘น้องโอม’ เด็ก ม.6 โดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต ทำพิธีฌาปนกิจ

เตรียมเคลื่อนศพ ‘น้องโอม’ เด็ก ม.6 โดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต ทำพิธีฌาปนกิจ    จากกรณีที่ น้องโอม อายุ 18 ปี น.ร.ชั้น ม.6 ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้กระโดดลงมาจากตึกอาคารเรียนชั้น 5 ภายใน ร.ร.ท่ามกลางสายตาของเพื่อน น.ร.และคณะอาจารย์ เนื่องจากน้องโอมมีปัญหาเครียดเรื่องภายในครอบครัว ทำให้เสียชีวิตที่ รพ.ศรีสะเกษ อย่างน่าเศร้าสลด ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   วันนี้ (13 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านยาง ต.เมืองแคน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของน้องโอม ขณะนี้ญาติพี่น้องและเพื่อนนักเรียนกำลังเตรียมที่จะเคลื่อนศพของน้องโอมไปที่วัดบ้านยาง ต.เมืองแคน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้าน ประมาณ 700 เมตร    บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเศร้าโศก มีเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นและคณะอาจารย์มาคอยช่วยงาน ขณะที่แม่ของโอมนั่งนิ่งอยู่หน้าโลงศพของลูกชายด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก    ซึ่งในพิธีฌาปนกิจศพจะเริ่มเวลา 15.00 น. ของวันนี้ ขณะเดียวกัน เพื่อนนักเรียนที่มาร่วมงานศพต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้มีใครล้อเลียนโอมว่าอ้วน เพื่อนทุกคนรักโอม จึงได้พากันมาส่งโอมไปสู่สรวงสวรรค์ในวันนี้      ดูข่าวเพิ่มเติม ช็อก! 'น้องโอม' เด็ก ม.6 เครียดจัดโดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต เผยปมเหตุถูกเพื่อนแซวอ้วน  

 5,950
ข่าวภูมิภาค
11 ส.ค. 61

ช็อก! 'น้องโอม' เด็ก ม.6 เครียดจัดโดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต เผยปมเหตุถูกเพื่อนแซวอ้วน

จากเหตุการณ์ช็อก "น้องโอม" เด็กนักเรียน ม.6 เกิดอาการเครียดจัด ตัดสินใจกระโดดลงมาจากอาคารของโรงเรียนใน จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิตนั้น      ด้านยายของน้องโอมเปิดเผยว่า ตนเลี้ยงน้องโอมมาตั้งแต่เด็กๆ โดยน้องโอมจะเป็นคนที่มีนิสัยร่าเริงแจ่มใส แล้วยังเคยบอกกับตนว่า ยายอย่าเพิ่งไปไหนนะ รอดูความสำเร็จของโอมที่จะเรียนหนังสือให้สำเร็จ และเอาใบปริญญามาให้ยายได้ชื่นชม แต่ตนไม่คิดว่าหลานชายคนนี้จะมาด่วนตัดสินใจกระโดดตึกลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากสาเหตุใด     ขณะที่นายพงษ์อนันต์ ธรรมศิริ ผอ.โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย ระบุว่า ได้รับทราบจากคณะแพทย์ว่า น้องโอมอาการหนักมาก โดยกระดูกบริเวณสะโพกและขาแตกหักหลายส่วน เนื่องจากว่า น้องโอมมีน้ำหนักตัวมากประมาณ 100 กม.   ทั้งนี้มีรายงานข่าวถึงสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ว่าน้องโอมเครียดที่ถูกเพื่อนแซวเรื่องน้ำหนักตัว และน้อยใจแม่ที่ไม่มาร่วมงานวันแม่ ซึ่งเพื่อนๆ ก็ได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะทางโรงเรียนไม่เคยจัดงานวันแม่                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jrRZl_APxno

 14,282
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

รมว.ศึกษาฯต่อว่าคนให้ข่าว ร.ร.ดังรับพื้นที่บริการ 100% ชี้แค่อยู่ในขั้นหารือยังไม่ใช่ข้อสรุป

คืบหน้ากรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมปรับหลักเกณฑ์และแนวทางการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2562 ในชั้น ม.1 และ ม.4 โดยมีแนวทางให้โรงเรียนยอดนิยมทั่วประเทศ ต้องรับเด็กในพื้นที่บริการเพิ่มขึ้น 100% ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนดังกังวลว่าจะทำให้คุณภาพโรงเรียนต่ำเท่ากันทั่วประเทศ   ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่า ตนได้ต่อว่าคนที่ออกมาให้ข่าวเรื่องนี้แล้วผ่านนายบุญรักษ์ ซึ่งไม่ทราบว่าใคร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังห่างไกลจากการรับนักเรียนเข้าศึกษาปีการศึกษา 2562   นโยบายของตนชัดเจนว่าหากจะปรับเกณฑ์ และแนวทางการรับนักเรียน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาต้องปรึกษาหารือกัน คิดว่าการรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ 100% อาจหมายถึงเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการควรมีสิทธิเข้าเรียน แต่ไม่ใช่ว่าเด็กในเขตพื้นที่บริการทุกคนต้องได้เข้าเรียนทั้งหมด โรงเรียนทุกโรงต้องมีเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนของตนเองด้วย    "การให้ข่าวระหว่างการหารือ หรืออยู่ในขั้นตอนการประชุมนั้น ไม่ควรทำ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป อยู่ในขั้นตอนการประชุม และปรับหลักเกณฑ์และแนวทางการรับนักเรียนว่าจะรับเด็กในเขตพื้นที่บริการ 100% ไม่ใช่มาตรการของ ศธ.หรือของผม   อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการว่าการออกเกณฑ์และแนวทางการรับนักเรียน ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และต้องเป็นธรรม ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม และประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ที่สำคัญมากกว่าการปรับหลักเกณฑ์คือจำนวนเด็กที่ลดลง ส่งผลให้แย่งนักเรียนระหว่างโรงเรียนรัฐ และเอกชน ผมสั่งการให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) แต่ละจังหวัดปรึกษาหารือ และบรูณาการร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างคิด มาแย่งเด็ก หรือมาทะเลาะกัน” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-dPxpbYP1NA

 1,563
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ค. 61

ปปช. เร่งแก้โรงเรียนรับแป๊ะเจี๊ยะ จ่อฟันคดีเงินทอนวัดล็อตใหม่

ปปช. เร่งวางแผนระยะยาวแก้ปัญหาโรงเรียนรับแป๊ะเจี๊ยะ จ่อฟันคดีเงินทอนวัดล็อตใหม่ไม่สนพระผู้ใหญ่   พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ปปช. กล่าวถึงการตรวจสอบ และ ปราบปรามการรับแปะเจี๊ยะในโรงเรียน ว่าในขณะนี้ ได้ออกแผนระยะสั้น เร่งด่วน แล้วและอยู่ระหว่างการดำเนินการ ออกแผนปราบปรามในระยะยาวต่อไป ซึ่งตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบฯ ได้ประชุมเพื่อกำหนดให้แผนการปราบปรามระยะยาว ที่ต้องทำให้ ทุกโรงเรียนมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ให้มีความสมบูรณ์พร้อมทุกด้าน นักเรียนจะได้เรียนอย่างมีความสุข ซึ่งมีหลายโรงเรียนตื่นตัวมากกับการดำเนินการปราบปรามเรื่องนี้ และป.ป.ช. ได้ส่งป.ป.ช.จังหวัดไปเตือนทุกโรงเรียนให้ระมัดระวัง แต่เบื้องต้น ยังไม่มี ใครแจ้งเบาะแส โรงเรียนที่มีการเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะเพิ่มเติมเข้ามา สำหรับแผนระยะยาว เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว จะนำให้ กรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่พิจารณาแผนจากนั้นจะส่งให้คณะรัฐมนตรี อนุมัติ เพื่อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามแผนคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน    ส่วนเรื่องเงินทอนวัด ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.)ส่งสำนวนมาแล้ว พล.อ.บุณยวัจน์ กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลข้อมูลทั้งหมด ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของ กรรมการชุดใหญ่เร็วๆ นี้    พร้อม ยืนยัน ไม่มีใคร กดดันการทำงานของ กรรมการ ป.ป.ช. ได้ แม้คดีนี้จะเกี่ยวข้องกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เพราะการลงมติ ทุกครั้งกรรมการทุกคนใช้ดุลยพินิจพิจารณาอย่างดี พร้อมย้ำว่า กรรมการ ป.ป.ช. เร่งดำเนินการ พิจารณาทุกคดี ทำงานอย่างละเอียดรอบ เพื่อให้ทุกเรื่อง ที่ดำเนินการอยู่เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  

 1,320
ต่างประเทศ
30 เม.ย. 61

หนุ่มจีนคลั่งแทงเด็กกลาง ร.ร. เจ็บระนาว อ้างล้างแค้นปมอดีต เคยถูกเพื่อนรังแก

เหตุสะเทือนขวัญคนร้ายใช้มีดคลั่งแทงโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตหมี่จี้ เมืองยู่หลิน มณฑลส่านซี ทางตอนเหนือของประเทศจีน ทำให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บนับสิบราย ท่ามกลางการตกตะลึงของผู้เห็นเหตุการณ์   ต่อมา ตร.จับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้ เป็นชายอายุ 28 ปี เคยเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้มาก่อน และหวนกลับมาเพื่อแก้แค้นที่เคยถูกกลั่นแกล้ง เมื่อสิบปีก่อน และยังเก็บความแค้นต่อเพื่อนร่วมชั้นเรื่อยมา ก่อนมาล้างแค้นกับเด็กคนอื่นๆ   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม He was motivated to take revenge because he was bullied in junior high school. เขามีแรงจูงใจในการก่อเหตุ ที่ต้องการแก้แค้นเพราะถูกกลั่นแกล้งเมื่อตอนเรียน ม.ต้น    

 4,039
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 61

ผู้ปกครองโวย ติวเตอร์หลอกเงินนับสิบล้าน อ้างพาลูกเข้าโรงเรียนดังเมืองชลได้

ชลบุรี-นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นำผู้ปกครองกว่า 20 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง หลังถูกโรงเรียนกวดวิชาอ้างสามารถนำเด็กเข้าโรงเรียนชื่อดัง ทำให้เสียเงินรวมไปกว่า 10 ล้านบาท   โดยมีพฤติกรรมหลอกให้เสียเงินจำนวน 1 แสน 3 หมื่น และจะสามารถนำเด็กเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมปีที่ 1 และมัธยมปีที่ 4 ได้อย่างแน่นอน มีบ้านใหญ่การันตี จากนั้นก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ที่รวมแต่ละรายหลายแสนบาท ซึ่งมีบางรายถูกยืมเงินเพื่อแลกกับลูกติววิชาฟรี ถึง 6 ล้านกว่าบาท รวมทั้งสิ้นมีผู้เสียหายสูญเงินไปกว่า 10 ล้านบาท   ซึ่งหนึ่งในผู้เสียหายเผยว่า เจ้าของโรงเรียนติววิชา คือ นายโอ๋ มลฑล ไม่ทราบนามสกุล ที่ใช้ชื่อปลอมนายพงษ์เทพ มโนทัย อายุ 53 ปี ได้มีพฤติกรรมพูดชวนเชื่อ สามารถนำเด็กเข้าโรงเรียนชลชาย ได้อย่างแน่นอน ด้วยความที่ต้องการให้ลูกเข้าโรงเรียนดังจึงยอมจ่าย แต่พอมาดูชื่อกับพบว่าไม่มี จึงรู้ว่าถูกหลอก ซึ่งเสียความรู้สึกไม่คิดว่าจะเอาอนาคตของเด็กมาเป็นเครื่องมือหากิน จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ด้านนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ได้ฝากเตือนถึงผู้ปกครองไม่ควรหลงเชื่อ เพราะทางโรงเรียนชลชายไม่มีนโยบาย รับฝากเด็กเข้าเรียน ต้องการให้เด็กเข้าสอบแข่งขันอย่างจริงจัง จึงต้องให้ตำรวจดำเนินคดีใข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง อีกทั้งหากครูมีส่วนรู้เห็นก็จะถูกดำเนินคดีด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GRtnbS7CjCk      

 1,981
ข่าวภูมิภาค
02 เม.ย. 61

เปิดใจ 'ครูติ๊ก' ให้ นร.ได้ที่ 1 ยกชั้น หาความเก่งเฉพาะด้าน สร้างกำลังใจให้เด็ก

สกลนคร-โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของคุณครูชินกร พิมพิลา หรือครูติ๊ก ครูโรงเรียนบ้านนาสีนวล ต.หนองแปน อ.เจริญศิลป์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สกลนคร เขต 2 ( สพป.สกลนคร เขต 2 ) ที่สร้างความฮือฮาด้วยหารให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ลำดับการสอบที่ 1 ยกชั้น 17 คน   จากการสอบถามไปยังคุณครูชินกร พิมพิลา ถึงแนวคิดในการตัดสินใจให้นักเรียนสอบได้ที่ 1 ยกชั้น ได้รับคำตอบว่า นักเรียนเหล่านั้นมีความพิเศษเฉพาะด้าน ทุกคนมีความแตกต่างกัน จนกระทั่งปิดเทอมก็มีการตัดสินผลการเรียน ซึ่งก็มีเกรดธรรมดาเรียนเหมือนกันกับที่อื่น มีการสอบโอเน็ตเหมือนกัน การสอบทุกครั้งจะมีการจัดลำดับที่ ทีนี้เรามอบไปที่เด็กอยู่รั้งท้ายเพื่อน ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ป.6 ก็ยังรั้งท้าย ก็มีความคิดว่า น่าจะสร้างแรงบันดาลใจ หรือการเสริมแรงเชิงบวกให้กับเขา จึงคิดวิธีการนี้ออกมา และให้ที่ 1 ทุกคน   ซึ่งคำว่าที่ 1 ต้องมีความเก่งเฉพาะด้าน เช่น หาปลาเก่ง ร้องเพลงเก่ง นวดเท้าเก่ง สร้างเครื่องบินเก่งที่สุด ซึ่งตนมีความเชื่อว่า คนที่อ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนหนังสือไม่ได้ คนเหล่านั้นสมองของเขายังไม่ฟักตัวจุดๆนั้นออกมา แต่ในขณะเดียวกันเขากลับมีความเด่นด้านอื่น เราต้องรอเวลา อย่าเพิ่งไปบีบบังคับเขา แต่เรามีวิธีการคือการสอนเสริมให้มีพัฒนาการเพิ่มขึ้น   คุณครูชินกร ยังกล่าวต่อว่า วันปิดภาคเรียนก็ถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนแล้วแชร์ออกไป ไม่ได้คิดอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติของการทำงานที่ตนทำอยู่แล้ว วันต่อมาเป็นวันประกาศผล ตนก็ทำใส่ซองไว้ให้ข้างในเป็นผลการเรียน เมื่อนักเรียนเปิดดูก็งง ทำไมตนเองถึงสอบได้ที่ 1 และผู้ปกครองก็ยิ้มเพราะบุตรหลานเป็นคนเรียนเก่ง เช่นเดียวกับคนที่เคยสอบได้รั้งท้าย วันนี้เขาได้เห็นผลการเรียนแล้วเขาก็ดีใจ เขาอาจจะไม่เก่งอย่างอื่น แต่เขาเก่งช่างไม้ เพราะไปประกวดด้านช่างไม้ก็ชนะเลิศมา   สิ่งที่ตนโพสต์ลงไปนั้น โอเน็ตก็ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าเท่าไร แต่ตนไม่ได้ต่อต้านโอเน็ต แต่การจัดลำดับนั้นไม่ได้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจของเด็ก ซึ่งเป็นการบั่นทอนความกระตือรือร้นของเด็ก คล้ายๆการสร้างกำแพงให้กับเด็ก ยกตัวอย่างคนที่สอนเพื่อน ก็อาจจะมาเป็นครูเหมือนกับที่ตนเคยสอนเพื่อน แล้วกลับมาเป็นครูที่หมู่บ้านของตน ตามสโลแกนที่ว่าฮักบ้านเกิด อยากให้เด็กๆมีความฝัน นอกจากตนแล้วยังมีครูที่ทำแบบตนมาก่อน แต่สังคมยังไม่รับรู้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qlKTZBNP4q4    

 30,123

Top