ค้นหา :

ผลการค้นหา "รพเอกชน"

เศรษฐกิจ
01 พ.ย. 62

เผยผลการศึกษา ราคายา รพ.เอกชน พบยาลดไขมัน ฟันกำไรสูงเกือบ 12,000%

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาโครงสร้างต้นทุนยาของโรงพยาบาลเอกชน นำร่องก่อน 6 ชนิดยา พบว่า รพ.เอกชน มีการขายยาทำกำไรได้มากที่สุด คือ ยาลดไขมัน สูงถึง 11,965%      อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกว่า ส่วนใหญ่ที่มีราคายาแพงเป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ มีบริษัทในเครือ คือซื้อยาจำนวนมาก ต้นทุนยาถูกกว่า รพ.ขนาดเล็ก แต่กลับขายในราคาแพงกว่า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ufa0BCPQOT0

 727
เศรษฐกิจ
30 ก.ย. 62

จัดระดับ รพ.เอกชน แบ่งเกรดความแพง สีเขียว-เหลือง-แดง จ่อเชือด รพ.โขกค่ายา

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดระดับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนกว่า 300 แห่งนั้น คาดว่ากลางเดือน ต.ค.นี้ จะแล้วเสร็จ และเผยแพร่บนเว็บไซต์กรม www.dit.go.th เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ   1.สีแดง โรงพยาบาลที่คิดค่ายาและค่าบริการแบบแพงสุดโต่ง เบื้องต้นมีประมาณ 60 แห่ง 2.สีเหลือง กลุ่มที่คิดราคาระดับกลาง มีประมาณกว่า 60 แห่ง 3.สีเขียว กลุ่มที่คิดราคาแบบอนุเคราะห์ผู้ป่วย มีกว่า 100 แห่ง   นอกจากนี้พบที่ จ.อุดรธานี ประชาชนร้องเรียนว่า โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งคิดค่ายาสูงกว่าราคาที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรม ซึ่งหลังจากตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นจริงตามที่ประชาชนร้องเรียน แม้จะคิดราคาสูงเกินไม่มากนัก แต่ถือว่า กระทำความผิด เพราะราคาที่กรมได้นำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ เป็นราคาที่โรงพยาบาลส่งมาให้กรม และจะต้องขายตามนั้น จะขายสูงกว่าไม่ได้ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งความดำเนินคดี โดยจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ฐานขายเกินกว่าราคาที่ประกาศไว้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N5_lFaTeRW8

 5,633
เศรษฐกิจ
12 ก.ย. 62

แบ่งเกรด 3 กลุ่ม รพ.เอกชน แพงสุดโต่ง-ระดับกลาง-ราคาถูก แฉบางที่ฟันกำไรยา 1,000%

กรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการตรวจสอบราคายา จากเว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th แล้วพบว่าโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง มีกำไรจากการขายยาสูงถึง 1,000%   โดยพบว่า ยา 20 ชนิดที่คนไทยใช้อย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ บรรเทาอาการแน่นเฟ้อ จุกเสียด แก้คลื่นไส้ อาเจียน คลายกล้ามเนื้อ ฯลฯ โรงพยาบาลเอกชนมีส่วนต่างราคาซื้อและขายสูงตั้งแต่ระดับ 100% ถึง 1,000% เช่น ยาพาราเซตามอล แก้ปวด ลดไข้ ยี่ห้อไทลินอล ต้นทุนเม็ดละ 0.16-8.00 บาท แต่โรงพยาบาลเอกชนขายสูงสุดถึง 22 บาท   สำหรับโรงพยาบาลใด ขายยาในราคาสูงเกินจริง หรือเอาค่าใช้จ่ายอื่นๆ มารวมในราคายาแล้วขายประชาชน กรมฯจะเชิญโรงพยาบาลนั้นๆ มาสอบถามข้อเท็จจริง หากไม่สามารถแจ้งที่มาที่ไปของการคิดราคายาได้ หรือชี้แจงแล้วเหตุผลฟังไม่ขึ้น กรมฯก็เตรียมใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ดำเนินการ โดยกรณีการขายสินค้าราคาสูงเกินจริง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ   ทั้งนี้ทางกรมการค้าภายในจะจัดกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 354 แห่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลที่คิดค่ายาและค่าบริการแบบแพงสุดโต่ง, กลุ่มที่คิดราคายาและค่ารักษาระดับกลาง และกลุ่มที่คิดราคายาและค่าบริการ แบบอนุเคราะห์ผู้ป่วย เพื่อนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์กรมฯให้ประชาชนรับทราบ และพิจารณาในการเข้าไปใช้บริการ คาดว่า จะจัดกลุ่มเสร็จในเดือน ต.ค. นี้   ล่าสุดขณะนี้ประชาชนสนใจเรื่องการเปรียบเทียบราคายา ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน โดยตั้งแต่เปิดตัวคิวอาร์โค้ดตรวจสอบราคายาเมื่อวันที่ 16 ส.ค. จนถึงขณะนี้ มีประชาชนตรวจสอบแล้ว 130,000 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1bgnyDgVJUE

 1,638
เศรษฐกิจ
02 ส.ค. 62

กรมการค้าภายใน จ่อคุมราคาค่าทำฟันมหาโหด เล็งเริ่ม รพ.เอกชนก่อนขยายคลินิก

กรมการค้าภายในจ่อคุมราคาค่าทำฟัน ที่คิดค่าบริการสูง เช่น จัดฟันราคา 50,000 บาท หรือทำรากฟันเทียม 60,000-70,000 บาท เตรียมหารือทันตแพทยสภา โดยเบื้องต้นกรมจะดูแลเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน และในอนาคตอาจจะขยายไปสู่การรักษาฟันในคลินิกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3bv-klgLQWY

 1,938
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 62

แม่ร้องศูนย์ดำรงธรรม รพ.เอกชนปฏิเสธรักษาลูกชาย ต้องวางเงินแสนก่อน สุดท้ายลูกเสียชีวิต

วันที่ 25 ก.ค. 62 ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนางสังเวียน ดิษวิเศษ นำหลักฐานเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ให้ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ ปฎิเสธการรักษาลูกชายวัย 15 ปี ตามสิทธิ USEP ฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง หลังเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งลูกชายเสียชีวิต   นางสังเวียน กล่าวว่า เมื่อเวลา 17.40 น. ของวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ สมองได้รับความกระทบกระเทือน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ ที่ใกล้ที่สุด แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา ต้องวางเงินสดจำนวน 100,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าค่ารักษาลูกชายจะต้องใช้เงินกว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท ซึ่งทางครอบครัวไม่มีเงินวางมัดจำ แต่ได้ยืนยันจะรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว เนื่องจากมีประกันชีวิต และพ.ร.บ.คุ้มครอง อีกทั้งลูกชายก็มีประวัติคนไข้อยู่ที่นี้ แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันที่จะส่งต่อโรงพยาบาลรัฐบาล หากญาติไม่มีเงินสดวาง    โดยใช้เวลาถกเถียงกันนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยลูกชายมีเพียงเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลและเสียชีวิตเมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 30 พ.ค. โดยแพทย์โรงพยาบาลรัฐบาลลงความเห็นสาเหตุการตายว่ากะโหลกศีรษะแตกร้าว สมองฉีกขาด    นางสังเวียน กล่าวว่า หากในวันนั้นโรงพยาบาลรักษาลูกชายทันที เชื่อว่าลูกก็ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่โรงพยาบาลไม่มีจรรณยาบรรณในการรักษา กลับปฏิเสธคนไข้ และเรียกร้องแต่เงิน ทั้งที่ในขณะนั้นลูกชายมีอาการหมดสติ ไม่รู้สึกตัว เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ซึ่งเป็นสิทธิทางกฎหมายในการใช้สิทธิ USEP ฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง แต่ทำไมครอบครัวถึงใช้ไม่ได้ อีกทั้งเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้เชิญไปพูดคุยเจรจาแต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้   ด้านผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนนทบุรี ยืนยันว่า หลังจากได้รับหลักฐานต่างๆ แล้ว ก็จะดำเนินการประสานนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่จะต้องดูว่าโรวพยาบาลได้ทำหน้าที่การรักษาเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แม่ร้องลูกชายถูกรถชนสาหัส ถูก รพ.เอกชนปฎิเสธรักษา ต้องให้วางเงินแสน สุดท้ายลูกดับสลด    

 1,864
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

แม่ร้องลูกชายถูกรถชนสาหัส ถูก รพ.เอกชนปฎิเสธรักษา ต้องให้วางเงินแสน สุดท้ายลูกดับสลด

นนทบุรี-นางสังเวียน ดิษวิเศษ อายุ 40 ปี เข้าขอความเป็นธรรมต่อ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กรณีนายกนกพล ดิษวิเศษ อายุ 15 ปี ลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ สมองได้รับความกระทบกระเทือน   กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ แต่ทางโรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา ต้องวางเงินสดจำนวน 100,000 บาทจึงจะทำการรักษาได้   ซึ่งทางครอบครัวยืนยันที่จะรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว โดยมีประกันชีวิตและพ.ร.บ.คุ้มครอง แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันที่จะส่งต่อ รพ.รัฐบาล หากญาติไม่มีเงินสดวาง ลูกชายจึงต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ รพ.รัฐบาลลงความเห็นสาเหตุการตายว่ากะโหลกศีรษะแตกร้าว สมองฉีกขาด จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมที่โรงพยาบาลเอกชนปฎิเสธการรักษากรณีฉุกเฉิน   โดยแม่เล่าว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุทางถนน รถเฉี่ยวชนบาดเจ็บสาหัส รถ 1669 นำส่งรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง แต่โรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา โดยอ้างว่าต้องมีเงินสดวาง 100,000 บาท ทั้งที่ตนยืนยันว่าตนมีสิทธิประกันชีวิตและพ.ร.บ. แต่โรงพยาบาลยืนยันจะเอาเงินสดหรือรูดบัตรเครดิต ตนพยายามยื้อให้รักษาไปก่อน ตนจะหาเงินสดมาวางให้แต่เขาก็ปฎิเสธ ลูกอาการสาหัสมากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ   ในที่สุดตนหาเงินวางไม่ได้จึงต้องส่งต่อ รพ.รัฐบาล และเสียชีวิตในที่สุดในวันต่อมา จากอาการสมองฉีกขาดกะโหลกแตกร้าว โอกาสรอดแค่ 5% และก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตนติดใจว่าลูกมีประกันชีวิตทำไมไม่รักษา ทำไมเรียกให้วางเงินสด 100,000 บาทและตนยืนยันให้รักษาแต่ รพ.ไม่รักษา และกรณีฉุกเฉินวิกฤติ 72 ชม.ทำไมรักษาไม่ได้   ในวันเดียวกันมีเคสอื่นที่เกิดอุบัติเหตุอาการคล้ายลูกตน ญาติเขาวางเงินจึงได้รักษาแต่ลูกตนไม่ได้รักษาจนเสียชีวิต และถ้าเป็นกรณีลูกคนอื่นที่เจอแบบนี้ก็ไม่สามารถใช้โครงการ UCEP ที่รัฐบาลออกได้ถ้าไม่มีเงิน ตนจึงมาร้องเรียนเพราะมีลูกอีกหลายคนที่อาจเจอกับกรณีแบบนี้อีก จึงอยากร้องเรียนความเป็นธรรม และจี้ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q-HxlznMXR8

 13,491
เศรษฐกิจ
24 ก.ค. 62

พาณิชย์ส่งชุดเคลื่อนที่เร็ว ไล่จับ รพ.เอกชน คิดค่ายา-ค่ารักษาแพง

กรมการค้าภายในเปิดตัวศูนย์กำกับดูแลการดำเนินการตามมาตรการเกี่ยวกับยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบว่า โรงพยาบาลเอกชนได้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดหรือไม่ หากพบว่าไม่ปฏิบัติตาม ก็สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยจะมีโทษทั้งจำและปรับ   โดยศูนย์จะส่งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกไปตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนว่าได้ปฏิบัติตามประกาศ กกร.ฉบับที่ 52 หรือไม่ เช่น การออกใบสั่งยา และใบแจ้งราคายาให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้า โดยใบสั่งยาต้องประกอบด้วยชื่อสามัญทางยา ชื่อทางการค้า รูปแบบยา ขนาดหรือปริมาณ จำนวน วิธีใช้ ระยะเวลาในการใช้   ส่วนใบแจ้งราคายาต้องประกอบด้วยชื่อยาตามใบสั่งยาและราคาต่อหน่วย หากไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษ รวมทั้งหากโรงพยาบาลเอกชนรายใดที่ไม่แจ้งราคาซื้อ ขาย มาให้กรม ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ จะมีโทษเช่นกัน   นอกจากนี้กรมจะเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์บริเวณชั้น 3 ของกรมขึ้นมาอีกหนึ่งศูนย์ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนค่ารักษาพยาบาลเป็นการเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลเอกชน สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรม โทร.1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fG48aBO2zCc

 1,414
เศรษฐกิจ
19 มิ.ย. 62

ขีดเส้น รพ.เอกชนแจ้งลิสต์ราคายาก่อน 12 ก.ค.นี้ รพ.หวั่นกระทบเคลมประกัน

กรมการค้าภายในเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย หารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยต้องแจ้งข้อมูลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ก่อนใช้บริการ ย้ำไม่ใช่การคุมราคาแต่ต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใสให้ผู้บริโภคมีทางเลือก โดยมีโรงพยาบาลเอกชนตอบรับเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจง 256 ราย   นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า โรงพยาบาลต้องแยกราคาออกมาให้ชัดเจน ระหว่าง ยา , เวชภัณฑ์ ,และบริการทางการแพทย์ ไม่ใช่นำค่าบริการไปบวกไว้กับราคายา ที่ผ่านมามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 ประชุมร่วมกันมากกว่า 22 ครั้ง จึงได้ออกมาเป็นมาตรการให้โรงพยาบาลต้องเปิดเผยราคายา 3,992 ชนิดอย่างโปร่งใส โดยย้ำว่าไม่ใช่การคุมราคา   โดยทางโรงพยาบาลต้องแจงราคาซื้อขายยาภายใน 12 ก.ค.ส่วนค่าบริการและเวชภัณฑ์ต้องรอทางกรมการค้าภายในกำหนดอีกครั้ง ส่วนประชาชนทั่วไปเริ่มเช็คราคายาได้ 29 ก.ค.นี้ หากไม่แจ้งตามที่ประกาศกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง   ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งกังวลว่า มาตรการที่ออกมาส่งกระทบกับการเคลมประกัน เพราะบางบริษัทประกันไม่ชดเชยค่าบริการ     ชมผ่านยูทูปได้ที่  https://youtu.be/Nvp99HlkUaw

 459
เศรษฐกิจ
18 มิ.ย. 62

กรมการค้าภายในสั่งรพ.เอกชน แจ้งราคายาต่อผู้บริโภค

กรมการค้าภายในเเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย หารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยต้องแจ้งข้อมูลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ก่อนใช้บริการ ย้ำไม่ใช่การคุมราคาแต่ต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใสให้ผู้บริโภคมีทางเลือก     หลังจากที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. เรื่อง การแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในวันนี้ (18 มิ.ย.62) กรมการค้าภายในได้เเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย เข้าหารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยมีโรงพยาบาลเอกชนตอบรับเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจง 256 ราย    นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า โรงพยาบาลต้องแยกราคาออกมาให้ชัดเจน ระหว่าง ยา , เวชภัณฑ์ ,และบริการทางการแพทย์ ไม่ใช่นำค่าบริการไปบวกไว้กับราคายา ซึ่งกระแสสังคมกดดันให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูแลความโปร่งใสของราคาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ผู้บริโภคได้รู้ราคายาที่แท้จริง และมีทางเลือก ซึ่งบางแห่งมีส่วนต่างของราคายาสูงจากค่าเฉลี่ยระหว่าง 8,000 - 16,000 เปอร์เซ็นต์ แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก และที่ผ่านมามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 ประชุมร่วมกันมากกว่า 22 ครั้ง จึงได้ออกมาเป็นมาตรการให้โรงพยาบาลต้องเปิดเผยราคายา 3,992 ชนิดอย่างโปร่งใส โดยย้ำว่าไม่ใช่การคุมราคา เพียงเป็นการเผยแพร่ราคาเท่านั้น ซึ่งหลังจากแจ้งราคาซื้อและราคาจำหน่าย ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 มาที่กรมการค้าภายในแล้ว ขอให้แจ้งมาก่อนวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 จากนั้นกรมจะจัดทำ QR Code ให้โรงพยาบาลนำไปเผยแพร่เฉพาะราคาจำหน่าย และการเปลี่ยนแปลงราคาจะต้องแจ้งให้กรมรับทราบก่อนปรับราคา 15 วัน เพื่อจะได้ทำการแก้ไขข้อมูลทั้งในเว็บไซต์และคิวอาร์โค้ด หากไม่แจ้งตามที่ประกาศกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง    นอกจากนี้ โรงพยาบาลจะต้องประเมินอาการและค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยรับทราบก่อน และรักษาตามความพอดีเท่าที่จำเป็น เพื่อจะได้ไม่ต้องป่วยซ้ำหลังจากเห็นบิลค่ารักษาภายหลังอย่างไรก็ตาม แม้จะเหนื่อยช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้ว จัดการให้มีระบบที่โปร่งใสมากขึ้น และมีมาตรฐานชัดเจน จะทำให้ไทยพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาค หรือ Medical Hub ได้ดีขึ้น

 1,234
เศรษฐกิจ
14 มิ.ย. 62

ศาลปกครอง ไม่รับคำขอ รพ.เอกชน ระงับควบคุมค่ายา ชี้ประกาศชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2562 ในคดีที่ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน กับบริษัทผู้ประกอบการโรงพยาบาล รวม 42 ราย ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ, รมว.กระทรวงพาณิชย์, ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมการค้าภายใน   โดยศาลปกครองสูงสุด ให้เหตุผลว่า เหตุคดีนี้เกิดจากมีข้อร้องเรียนในเรื่องราคายาและบริการทางการแพทย์ มีราคาสูงเกินสมควร คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการค้าภายในประเทศ   จึงกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค เพื่อแก้ปัญหาราคายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย และได้ออกประกาศดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542   จึงเห็นว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการออกประกาศดังกล่าวโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ และเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดแล้ว ไม่อาจถือได้ว่ากฎดังกล่าว น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย   อีกทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กำหนดให้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมีอำนาจประกาศกำหนดให้สินค้าหรือบริการใดเป็นสินค้าหรือบริการควบคุมได้ และเมื่อประกาศแล้ว คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ยังคงมีหน้าที่กำหนดราคาซื้อหรือราคาจำหน่ายสินค้า หลักเกณฑ์ มาตรการอื่นๆ เกี่ยวกับการกำหนดราคาสินค้าและบริการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2uc-FScdb0Y

 1,316
เศรษฐกิจ
12 มิ.ย. 62

พาณิชย์จ่อถกแนวคิด รพ.ธงฟ้า ถ้ารักษาดี ราคาถูกให้ป้าย 5 ดาว

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะเชิญโรงพยาบาลเอกชน 353 ราย มาชี้แจงทำความเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติตามประกาศการแจ้งราคายา เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ รวมถึงบทลงโทษทั้งจำทั้งปรับ ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้   นอกจากนี้ จะชี้แจงให้ทราบถึงแนวคิดการทำโรงพยาบาลธงฟ้า หรือโรงพยาบาลติดดาวด้วย ที่ขณะนี้กระแสสังคมให้การสนับสนุนมาก   แต่เบื้องต้นอาจไม่ใช้ชื่อโรงพยาบาลธงฟ้า เพราะบางโรงพยาบาลคิดว่าเป็นการลดเกรด แต่ทางกรมจะทำในลักษณะจัดลำดับโรงพยาบาลเอกชนตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น จัดอันดับค่ารักษา ค่าบริการที่เป็นธรรมกับประชาชน คือ อยู่ในราคาต่ำไปจนถึงอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ฯลฯ แล้วจะมอบตราสัญลักษณ์ หรือติดดาวให้ ถ้าโรงพยาบาลใดเข้าตามเงื่อนไขทุกข้อจะได้ 5 ดาว ถ้าไม่ได้ทุกข้อจะได้ดาวลดหลั่นลงไป   ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจให้โรงพยาบาลเอกชนแข่งขันกันให้บริการประชาชนอย่างเป็นธรรมที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้มีผู้เข้าไปรับการรักษามากขึ้น   ขณะเดียวกัน ประชาชนจะมีทางเลือกมากขึ้น รวมถึงลดความแออัดของคนป่วยให้กับโรงพยาบาลรัฐ เชื่อว่าโรงพยาบาลเอกชนที่คิดค่ายา และค่ารักษาพยาบาลในราคาต่ำไปจนถึงอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยน่าจะเห็นด้วยและให้ความร่วมมือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-RAf31xSE_E

 833
เศรษฐกิจ
08 มิ.ย. 62

อธิบดีกรมการค้าภายในเผย พบ รพ.เอกชน 70 จาก 353 แห่งคิดค่ายาเกินจริง

จากกรณีที่มีประเด็นเรื่องโรงพยาบาลเอกชนคิดค่ายาเกินจริง ฟันกำไรสูงถึง  16,000 % นั้น ล่าสุด นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกว่า จากการสำรวจ 353 โรงพยาบาลเอกชน ที่ส่งข้อมูลมาให้ ปรากฎว่ามี 30% ของโรงพยาบาลที่ส่งข้อมูลคิดสูงกว่าความเป็นจริง มีทั้งหมด 70 แห่ง   ถือว่าน่าตกใจมากจริงๆ แต่เป็นไปตามประกาศที่ออกมาก่อนหน้านี้ ว่าจะให้เวลาถึงคือ 27 กรกฎาคม ข้อมูลทุกอย่างจะต้องขึ้นเว็บไซต์ ทั้งราคากลาง ราคาต้นทุน รวมไปถึงบาร์โค้ด ที่ชาวบ้านสามารถสแกนเพื่อรู้ราคาและที่มาที่ไป และใบสั่งยาที่จะต้องกำหนด ชนิด ขนาดการใช้ ชื่อ ประเภท และชื่อผู้ใช้เพื่อสามารถไปหาซื้อยาข้างนอกได้   หากไม่ปฏิบัติตามโรงพยาบาลจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    ส่วนประเด็นที่ว่า รักษาแบบเกินพอดี (Over Treatment) เช่น แค่มีอาการท้องเสียแต่ได้เอ็กซเรย์ ตรวจเอ็มอาร์ไอ ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ทันที   อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกอีกว่า ให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันระหว่างโรงพยาบาลกับผู้ป่วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/5oIiDacquyg

 1,576
เศรษฐกิจ
04 มิ.ย. 62

กรมการค้าภายในเอาจริง ส่ง ตร.เชือด รพ.เอกชน คิดค่ารักษาท้องเสีย 3 หมื่น

กรมการค้าภายในได้ส่งเรื่องกรณีโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง กรณีคิดค่ารักษาพยาบาลและค่ายาแพงเกินจริง หลังมีคนไข้ร้องเรียนเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการท้องเสีย แต่ถูกเก็บค่ารักษาพยาบาลรวม 30,000 บาท มีการส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 แล้ว   ซึ่งหลังจากที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีการค้ากำไรเกินควรจริง มีความผิดตามมาตรา 29 ของกฎหมายฉบับดังกล่าว โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   สำหรับการส่งเรื่องดำเนินคดีครั้งนี้ ถือเป็นคดีแรกที่มีการดำเนินคดีกับโรงพยาบาลเอกชน ที่เอาเปรียบผู้ป่วย คิดราคายาและค่ารักษาพยาบาลสูงเกินจริง หลังจากประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่กำหนดมาตรการกำกับดูแลยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 พ.ค.62   นอกจากนี้ ขณะนี้กรมการค้าภายในได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ เช่น จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำฐานข้อมูลราคาเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ให้เป็นระบบ ก่อนที่จะนำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรม ที่ www.dit.go.th เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบราคา และเปรียบเทียบราคาของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้จัดทำฐานข้อมูลราคายาเสร็จสิ้นแล้ว และพร้อมเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรมแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือน   ซึ่งการจัดทำฐานข้อมูลบัญชีราคาเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ จะทำให้ผู้ป่วยสามารถเปรียบเทียบราคาของแต่ละโรงพยาบาล ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการรักษาได้ นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้โรงพยาบาลตื่นตัว และแข่งขันกันให้บริการในราคาที่ถูกลง เพราะผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลราคาได้แล้ว หากยังคิดราคาสูงอยู่ก็อาจเสียลูกค้าได้ และยังจะทำให้เบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันภัยถูกลงด้วย ซึ่งจะกระตุ้นให้ประชาชนหันมาทำประกันเพื่อความมั่นคงของชีวิตมากขึ้น และจะช่วยแบ่งเบาภาระในการดูแลรักษาพยาบาลของภาครัฐได้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMv-nZgEnwU

 17,330
เศรษฐกิจ
21 พ.ค. 62

เรียกสอบ รพ.เอกชน หลังโดนร้องเรียน ฟันค่ารักษาท้องเสีย 3 หมื่น

กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์เตรียมฟันโรงพยาบาลเอกชน หลังได้รับการร้องเรียนการเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการท้องเสีย แต่ถูกคิดค่าใช้จ่ายรวม 30,000 บาท โดยสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการคิดราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ และหากพบว่ามีการค้ากำไรเกินควร ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   โดยจะมีการเรียกให้โรงพยาบาลที่ถูกร้องเรียนมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป หากไม่สามารถชี้แจงได้ ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีโทษตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรณีค้ากำไรเกินควร จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ขณะเดียวกันกรมการค้าภายในกำลังอยู่ระหว่างการเชิญโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 70 ราย จากจำนวน 353 ราย ที่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นจากการให้ส่งข้อมูลการซื้อขายยา พบว่า มีการคิดราคายาแพงเกินจริง ตั้งแต่แพงไม่มากจนสูงถึงระดับ 300% , 500% , 800% และ 900% มาหารือ และจะขอให้ชี้แจงถึงสาเหตุการคิดราคายาว่าที่คิดแพงนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร สมเหตุสมผลหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cwVmHCDAgUw  

 2,546
เศรษฐกิจ
01 เม.ย. 62

ขีดเส้น รพ.เอกชน ส่งข้อมูลราคายา ภายใน 4 เม.ย. ใครเพิกเฉยมีโทษทั้งจำ-ปรับ

กรมการค้าภายในได้ทำหนังสือถึงโรงพยาบาลเอกชน 353 ราย ผู้ผลิต และผู้นำเข้ายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ 339 ราย และร้านจำหน่ายยาขนาดใหญ่ ให้แจ้งข้อมูลซื้อ ขาย รวมถึงราคาซื้อ และขาย มายังกรมภายในวันที่ 4 เม.ย.นี้   เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุน และราคาขายที่เหมาะสม และดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในการรับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ   ผู้ใดยังไม่ส่งข้อมูลมาให้ จะดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจนถึงขณะนี้ มีผู้ส่งข้อมูลมาให้เพียงร้อยกว่ารายเท่านั้น   สำหรับมาตรการเพิ่มเติม ที่จะเสนอให้ กกร.พิจารณา เช่น การเผยแพร่ราคายาและเวชภัณฑ์ รวมถึงบริการทางการแพทย์ และบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่กรมได้วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนแล้วทางเว็บไซต์ของกรมหรือกำหนดมาตรฐานของการให้บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นๆ หรือไม่ อย่างไร   เพื่อให้กรมสามารถมีราคาที่เป็นมาตรฐาน และบรรทัดฐานไว้ใช้อ้างอิงกรณีที่มีผู้ป่วยร้องเรียนว่าใช้บริการของโรงพยาบาลเอกชนแล้วคิดค่ายา ค่ารักษาแพงเกินจริง ก็จะได้หามาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับโรงพยาบาลเอกชนรายนั้นๆได้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DaWH_N2fqSk

 1,012

Top