ค้นหา :

ผลการค้นหา "รพเอกชน"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
19 มิ.ย. 62

ขีดเส้น รพ.เอกชนแจ้งลิสต์ราคายาก่อน 12 ก.ค.นี้ รพ.หวั่นกระทบเคลมประกัน

กรมการค้าภายในเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย หารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยต้องแจ้งข้อมูลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ก่อนใช้บริการ ย้ำไม่ใช่การคุมราคาแต่ต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใสให้ผู้บริโภคมีทางเลือก โดยมีโรงพยาบาลเอกชนตอบรับเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจง 256 ราย   นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า โรงพยาบาลต้องแยกราคาออกมาให้ชัดเจน ระหว่าง ยา , เวชภัณฑ์ ,และบริการทางการแพทย์ ไม่ใช่นำค่าบริการไปบวกไว้กับราคายา ที่ผ่านมามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 ประชุมร่วมกันมากกว่า 22 ครั้ง จึงได้ออกมาเป็นมาตรการให้โรงพยาบาลต้องเปิดเผยราคายา 3,992 ชนิดอย่างโปร่งใส โดยย้ำว่าไม่ใช่การคุมราคา   โดยทางโรงพยาบาลต้องแจงราคาซื้อขายยาภายใน 12 ก.ค.ส่วนค่าบริการและเวชภัณฑ์ต้องรอทางกรมการค้าภายในกำหนดอีกครั้ง ส่วนประชาชนทั่วไปเริ่มเช็คราคายาได้ 29 ก.ค.นี้ หากไม่แจ้งตามที่ประกาศกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง   ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งกังวลว่า มาตรการที่ออกมาส่งกระทบกับการเคลมประกัน เพราะบางบริษัทประกันไม่ชดเชยค่าบริการ     ชมผ่านยูทูปได้ที่  https://youtu.be/Nvp99HlkUaw

 170
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
18 มิ.ย. 62

กรมการค้าภายในสั่งรพ.เอกชน แจ้งราคายาต่อผู้บริโภค

กรมการค้าภายในเเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย หารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยต้องแจ้งข้อมูลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ก่อนใช้บริการ ย้ำไม่ใช่การคุมราคาแต่ต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใสให้ผู้บริโภคมีทางเลือก     หลังจากที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. เรื่อง การแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในวันนี้ (18 มิ.ย.62) กรมการค้าภายในได้เเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย เข้าหารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยมีโรงพยาบาลเอกชนตอบรับเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจง 256 ราย    นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า โรงพยาบาลต้องแยกราคาออกมาให้ชัดเจน ระหว่าง ยา , เวชภัณฑ์ ,และบริการทางการแพทย์ ไม่ใช่นำค่าบริการไปบวกไว้กับราคายา ซึ่งกระแสสังคมกดดันให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูแลความโปร่งใสของราคาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ผู้บริโภคได้รู้ราคายาที่แท้จริง และมีทางเลือก ซึ่งบางแห่งมีส่วนต่างของราคายาสูงจากค่าเฉลี่ยระหว่าง 8,000 - 16,000 เปอร์เซ็นต์ แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก และที่ผ่านมามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 ประชุมร่วมกันมากกว่า 22 ครั้ง จึงได้ออกมาเป็นมาตรการให้โรงพยาบาลต้องเปิดเผยราคายา 3,992 ชนิดอย่างโปร่งใส โดยย้ำว่าไม่ใช่การคุมราคา เพียงเป็นการเผยแพร่ราคาเท่านั้น ซึ่งหลังจากแจ้งราคาซื้อและราคาจำหน่าย ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 มาที่กรมการค้าภายในแล้ว ขอให้แจ้งมาก่อนวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 จากนั้นกรมจะจัดทำ QR Code ให้โรงพยาบาลนำไปเผยแพร่เฉพาะราคาจำหน่าย และการเปลี่ยนแปลงราคาจะต้องแจ้งให้กรมรับทราบก่อนปรับราคา 15 วัน เพื่อจะได้ทำการแก้ไขข้อมูลทั้งในเว็บไซต์และคิวอาร์โค้ด หากไม่แจ้งตามที่ประกาศกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง    นอกจากนี้ โรงพยาบาลจะต้องประเมินอาการและค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยรับทราบก่อน และรักษาตามความพอดีเท่าที่จำเป็น เพื่อจะได้ไม่ต้องป่วยซ้ำหลังจากเห็นบิลค่ารักษาภายหลังอย่างไรก็ตาม แม้จะเหนื่อยช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้ว จัดการให้มีระบบที่โปร่งใสมากขึ้น และมีมาตรฐานชัดเจน จะทำให้ไทยพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาค หรือ Medical Hub ได้ดีขึ้น

 741
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
14 มิ.ย. 62

ศาลปกครอง ไม่รับคำขอ รพ.เอกชน ระงับควบคุมค่ายา ชี้ประกาศชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2562 ในคดีที่ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน กับบริษัทผู้ประกอบการโรงพยาบาล รวม 42 ราย ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ, รมว.กระทรวงพาณิชย์, ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมการค้าภายใน   โดยศาลปกครองสูงสุด ให้เหตุผลว่า เหตุคดีนี้เกิดจากมีข้อร้องเรียนในเรื่องราคายาและบริการทางการแพทย์ มีราคาสูงเกินสมควร คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการค้าภายในประเทศ   จึงกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค เพื่อแก้ปัญหาราคายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย และได้ออกประกาศดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542   จึงเห็นว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการออกประกาศดังกล่าวโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ และเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดแล้ว ไม่อาจถือได้ว่ากฎดังกล่าว น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย   อีกทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กำหนดให้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมีอำนาจประกาศกำหนดให้สินค้าหรือบริการใดเป็นสินค้าหรือบริการควบคุมได้ และเมื่อประกาศแล้ว คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ยังคงมีหน้าที่กำหนดราคาซื้อหรือราคาจำหน่ายสินค้า หลักเกณฑ์ มาตรการอื่นๆ เกี่ยวกับการกำหนดราคาสินค้าและบริการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2uc-FScdb0Y

 986
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 มิ.ย. 62

พาณิชย์จ่อถกแนวคิด รพ.ธงฟ้า ถ้ารักษาดี ราคาถูกให้ป้าย 5 ดาว

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะเชิญโรงพยาบาลเอกชน 353 ราย มาชี้แจงทำความเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติตามประกาศการแจ้งราคายา เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ รวมถึงบทลงโทษทั้งจำทั้งปรับ ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้   นอกจากนี้ จะชี้แจงให้ทราบถึงแนวคิดการทำโรงพยาบาลธงฟ้า หรือโรงพยาบาลติดดาวด้วย ที่ขณะนี้กระแสสังคมให้การสนับสนุนมาก   แต่เบื้องต้นอาจไม่ใช้ชื่อโรงพยาบาลธงฟ้า เพราะบางโรงพยาบาลคิดว่าเป็นการลดเกรด แต่ทางกรมจะทำในลักษณะจัดลำดับโรงพยาบาลเอกชนตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น จัดอันดับค่ารักษา ค่าบริการที่เป็นธรรมกับประชาชน คือ อยู่ในราคาต่ำไปจนถึงอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ฯลฯ แล้วจะมอบตราสัญลักษณ์ หรือติดดาวให้ ถ้าโรงพยาบาลใดเข้าตามเงื่อนไขทุกข้อจะได้ 5 ดาว ถ้าไม่ได้ทุกข้อจะได้ดาวลดหลั่นลงไป   ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจให้โรงพยาบาลเอกชนแข่งขันกันให้บริการประชาชนอย่างเป็นธรรมที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้มีผู้เข้าไปรับการรักษามากขึ้น   ขณะเดียวกัน ประชาชนจะมีทางเลือกมากขึ้น รวมถึงลดความแออัดของคนป่วยให้กับโรงพยาบาลรัฐ เชื่อว่าโรงพยาบาลเอกชนที่คิดค่ายา และค่ารักษาพยาบาลในราคาต่ำไปจนถึงอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยน่าจะเห็นด้วยและให้ความร่วมมือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-RAf31xSE_E

 593
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
08 มิ.ย. 62

อธิบดีกรมการค้าภายในเผย พบ รพ.เอกชน 70 จาก 353 แห่งคิดค่ายาเกินจริง

จากกรณีที่มีประเด็นเรื่องโรงพยาบาลเอกชนคิดค่ายาเกินจริง ฟันกำไรสูงถึง  16,000 % นั้น ล่าสุด นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกว่า จากการสำรวจ 353 โรงพยาบาลเอกชน ที่ส่งข้อมูลมาให้ ปรากฎว่ามี 30% ของโรงพยาบาลที่ส่งข้อมูลคิดสูงกว่าความเป็นจริง มีทั้งหมด 70 แห่ง   ถือว่าน่าตกใจมากจริงๆ แต่เป็นไปตามประกาศที่ออกมาก่อนหน้านี้ ว่าจะให้เวลาถึงคือ 27 กรกฎาคม ข้อมูลทุกอย่างจะต้องขึ้นเว็บไซต์ ทั้งราคากลาง ราคาต้นทุน รวมไปถึงบาร์โค้ด ที่ชาวบ้านสามารถสแกนเพื่อรู้ราคาและที่มาที่ไป และใบสั่งยาที่จะต้องกำหนด ชนิด ขนาดการใช้ ชื่อ ประเภท และชื่อผู้ใช้เพื่อสามารถไปหาซื้อยาข้างนอกได้   หากไม่ปฏิบัติตามโรงพยาบาลจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    ส่วนประเด็นที่ว่า รักษาแบบเกินพอดี (Over Treatment) เช่น แค่มีอาการท้องเสียแต่ได้เอ็กซเรย์ ตรวจเอ็มอาร์ไอ ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ทันที   อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกอีกว่า ให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันระหว่างโรงพยาบาลกับผู้ป่วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/5oIiDacquyg

 1,261
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
04 มิ.ย. 62

กรมการค้าภายในเอาจริง ส่ง ตร.เชือด รพ.เอกชน คิดค่ารักษาท้องเสีย 3 หมื่น

กรมการค้าภายในได้ส่งเรื่องกรณีโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง กรณีคิดค่ารักษาพยาบาลและค่ายาแพงเกินจริง หลังมีคนไข้ร้องเรียนเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการท้องเสีย แต่ถูกเก็บค่ารักษาพยาบาลรวม 30,000 บาท มีการส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 แล้ว   ซึ่งหลังจากที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีการค้ากำไรเกินควรจริง มีความผิดตามมาตรา 29 ของกฎหมายฉบับดังกล่าว โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   สำหรับการส่งเรื่องดำเนินคดีครั้งนี้ ถือเป็นคดีแรกที่มีการดำเนินคดีกับโรงพยาบาลเอกชน ที่เอาเปรียบผู้ป่วย คิดราคายาและค่ารักษาพยาบาลสูงเกินจริง หลังจากประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่กำหนดมาตรการกำกับดูแลยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 พ.ค.62   นอกจากนี้ ขณะนี้กรมการค้าภายในได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ เช่น จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำฐานข้อมูลราคาเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ให้เป็นระบบ ก่อนที่จะนำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรม ที่ www.dit.go.th เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบราคา และเปรียบเทียบราคาของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้จัดทำฐานข้อมูลราคายาเสร็จสิ้นแล้ว และพร้อมเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรมแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือน   ซึ่งการจัดทำฐานข้อมูลบัญชีราคาเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ จะทำให้ผู้ป่วยสามารถเปรียบเทียบราคาของแต่ละโรงพยาบาล ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการรักษาได้ นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้โรงพยาบาลตื่นตัว และแข่งขันกันให้บริการในราคาที่ถูกลง เพราะผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลราคาได้แล้ว หากยังคิดราคาสูงอยู่ก็อาจเสียลูกค้าได้ และยังจะทำให้เบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันภัยถูกลงด้วย ซึ่งจะกระตุ้นให้ประชาชนหันมาทำประกันเพื่อความมั่นคงของชีวิตมากขึ้น และจะช่วยแบ่งเบาภาระในการดูแลรักษาพยาบาลของภาครัฐได้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMv-nZgEnwU

 16,748
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
21 พ.ค. 62

เรียกสอบ รพ.เอกชน หลังโดนร้องเรียน ฟันค่ารักษาท้องเสีย 3 หมื่น

กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์เตรียมฟันโรงพยาบาลเอกชน หลังได้รับการร้องเรียนการเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการท้องเสีย แต่ถูกคิดค่าใช้จ่ายรวม 30,000 บาท โดยสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการคิดราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ และหากพบว่ามีการค้ากำไรเกินควร ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   โดยจะมีการเรียกให้โรงพยาบาลที่ถูกร้องเรียนมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป หากไม่สามารถชี้แจงได้ ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีโทษตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรณีค้ากำไรเกินควร จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ขณะเดียวกันกรมการค้าภายในกำลังอยู่ระหว่างการเชิญโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 70 ราย จากจำนวน 353 ราย ที่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นจากการให้ส่งข้อมูลการซื้อขายยา พบว่า มีการคิดราคายาแพงเกินจริง ตั้งแต่แพงไม่มากจนสูงถึงระดับ 300% , 500% , 800% และ 900% มาหารือ และจะขอให้ชี้แจงถึงสาเหตุการคิดราคายาว่าที่คิดแพงนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร สมเหตุสมผลหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cwVmHCDAgUw  

 2,263
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
01 เม.ย. 62

ขีดเส้น รพ.เอกชน ส่งข้อมูลราคายา ภายใน 4 เม.ย. ใครเพิกเฉยมีโทษทั้งจำ-ปรับ

กรมการค้าภายในได้ทำหนังสือถึงโรงพยาบาลเอกชน 353 ราย ผู้ผลิต และผู้นำเข้ายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ 339 ราย และร้านจำหน่ายยาขนาดใหญ่ ให้แจ้งข้อมูลซื้อ ขาย รวมถึงราคาซื้อ และขาย มายังกรมภายในวันที่ 4 เม.ย.นี้   เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุน และราคาขายที่เหมาะสม และดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในการรับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ   ผู้ใดยังไม่ส่งข้อมูลมาให้ จะดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจนถึงขณะนี้ มีผู้ส่งข้อมูลมาให้เพียงร้อยกว่ารายเท่านั้น   สำหรับมาตรการเพิ่มเติม ที่จะเสนอให้ กกร.พิจารณา เช่น การเผยแพร่ราคายาและเวชภัณฑ์ รวมถึงบริการทางการแพทย์ และบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่กรมได้วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนแล้วทางเว็บไซต์ของกรมหรือกำหนดมาตรฐานของการให้บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นๆ หรือไม่ อย่างไร   เพื่อให้กรมสามารถมีราคาที่เป็นมาตรฐาน และบรรทัดฐานไว้ใช้อ้างอิงกรณีที่มีผู้ป่วยร้องเรียนว่าใช้บริการของโรงพยาบาลเอกชนแล้วคิดค่ายา ค่ารักษาแพงเกินจริง ก็จะได้หามาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับโรงพยาบาลเอกชนรายนั้นๆได้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DaWH_N2fqSk

 869
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 62

รพ.เลิกจ้าง-แพทยสภาสั่งสอบ หมอขึ้นเสียงใส่คนไข้ ญาติเผยป้าเสียชีวิตแล้ว ไม่ติดใจรพ. ยันไม่ได้ปล่อยคลิป

จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์คลิปของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคลิปที่หมอขึ้นเสียงใส่คนไข้ โดยบอกว่าคนไข้เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย รักษาไม่หาย และจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ให้สั่งเสียญาติไว้เลย ซึ่งคนไข้ได้เสียชีวิตลงหลังพบหมอเพียง 3 วัน หลังจากคลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไปก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหมอรายนี้อย่างหนัก   ล่าสุด ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ได้ติดต่อญาติป้าแล้ว แต่กลับปฎิเสธให้สัมภาษณ์ โดยลูกชายของป้าบอกเพียงสั้นๆว่า ส่วนตัวไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เพราะแม่ตนป่วยมานานแล้ว ส่วนเหตุที่ถ่ายคลิปเพื่อเก็บไว้ดูเท่านั้น  อีกทั้งตนและญาติก็ไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิปดังกล่าว และไม่ทราบว่าคลิปหลุดไปได้อย่างไร ตนไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ จึงไม่สะดวกให้ข้อมูล   ด้าน นพ. สุวินัย บุษราคัมวงษ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ชี้แจงกรณีนี้ว่า คนไข้รายดังกล่าวเป็นคนไข้ประจำของโรงพยาบาล ป่วยด้วยโรคไต ท้องโต และมีก้อนซีสต์ที่ท้อง จากลักษณะอาการคาดว่าน่าจะเป็นมะเร็งตับ แต่ยังไม่ได้ตรวจอย่างแน่ชัด เพราะอาการคนไข้ค่อนข้างหนัก จึงไม่สามารถทำการเอ็กซเรย์ได้ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลได้ทำการรักษาตามมาตรฐานของโรงพยาบาลอย่างดีมาตลอด   โดยในวันเกิดเหตุ (2 ก.พ.) คนไข้มีอาการเหนื่อยมาก จึงมาโรงพยาบาลกลางดึก และได้พบกับหมอรายดังกล่าวซึ่งเป็นเวรในเวลานั้น หมอได้ให้คนไข้นอนพักรักษาตัวในห้องไอซียู และหลังจากนั้น 3 วัน คนไข้ก็เสียชีวิตลงด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน และน้ำท่วมปอด ในวันที่ 5 ก.พ.   สำหรับหมอคนดังกล่าวที่ปรากฏในคลิป เป็นเพียงหมอพาร์ทไทม์ ไม่ใช่หมอประจำของโรงพยาบาล และในวันเกิดเหตุหมอรายนี้มาทำงานเป็นวันแรก  ซึ่งโดยลักษณะนิสัยส่วนตัวของหมอรายนี้เป็นคนโผงผาง พูดตรงเกินไป จึงอาจทำให้กระทบกระเทือนกับจิตใจของคนไข้ได้ หลังเกิดเรื่องทางโรงพยาบาลก็ได้ตักเตือนและเลิกจ้างหมอรายนี้เรียบร้อยแล้ว   ส่วนการวินิจฉัยโรคถือเป็นเรื่องปกติที่หมอต้องแจ้งให้คนไข้ทราบผลอยู่แล้ว แต่หากเป็นหมอประจำของโรงพยาบาลที่เจอคนไข้เป็นประจำ ก็จะรู้จักลักษณะนิสัยของคนไข้ดี ว่าจะสามารถคุยกับคนไข้ตรงๆได้หรือไม่   หลังคนไข้เสียชีวิต ทางโรงพยาบาลได้พูดคุยทำความเข้าใจกับญาติของคนไข้แล้ว แต่ไม่ได้เยียวยาใดๆ เนื่องจากญาติไม่ติดใจเอาความ สำหรับเรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนของแพทย์ในการสื่อสารกับคนไข้ ซึ่งทางโรงพยาบาลจะนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป   ด้าน นพ. เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ส่วนตัวมองเป็นสองมุม มุมแรกหมอกระทำไม่เหมาะสม เทคนิคการสื่อสารให้ข้อมูลไม่ดี แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าผิดหรือถูกชัดเจน เนื่องจากต้องตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดก่อน ซึ่งโดยปกติหากเป็นความผิดที่ชัดเจนทางแพทยสภาก็จะทำการสอบสวนทันที แต่กรณีนี้หากญาติร้องเรียนเข้ามา ทางแพทยสภาก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้  และจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย   ในอีกมุมหนึ่ง ทางญาติของคนไข้อาจจะต้องการฟังความจริงตรงๆจากปากหมอ หรือคนไข้อาจดื้อ ไปฟังการวินิจฉัยผิดๆจากที่อื่นมา จึงมีส่วนทำให้หมอรายดังกล่าวต้องพูดตรงๆแบบนั้นก็เป็นได้   สำหรับเทคนิคการสื่อสารกับผู้ป่วย ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทางแพทยสภาเน้นหนัก ซึ่งทางแพทยสภามีการอบรมแพทย์ในเรื่องนี้มาโดยตลอด นอกจากการรักษาสุขภาพกายของคนไข้แล้ว แพทย์ก็ต้องรักษาสุขภาพใจของคนไข้ไปพร้อมกันด้วย ศิลปะการพูดจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา   พร้อมฝากเตือนประชาชนทั่วไป สำหรับการบันทึกวีดีโอไปเผยแพร่ โดยไม่มีการสมัครใจของผู้ถูกบันทึก ถือว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ไม่ว่าบุคคลที่อยู่ในคลิปจะผิดหรือถูก ก็เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่ไม่แนะนำให้ถึงขั้นไปฟ้องร้องกัน อยากให้จบด้วยการพูดคุยเข้าใจกันมากกว่า ซึ่งหมอกับคนไข้เปรียบเสมือนช้อนกับส้อม ที่ขาดกันไม่ได้ ต่างต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gFB5eIuXT0U

 15,092
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 ก.พ. 62

เตรียมประชุมนัดแรก จี้รพ.เอกชนเปิดต้นทุนราคายา นำร่อง 1 พันรายการ

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้คณะทำงานพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน ที่มีนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานจะประชุมนัดแรก โดยจะเชิญตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเอกชน มาสอบถามต้นทุนของยา   ทั้งที่ เป็นยาที่ผลิตในประเทศและยานำเข้า จากนั้นจะสอบถามราคายา ของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งว่าคิดอย่างไร มีต้นทุนอื่นแฝงด้วยหรือไม่ หากเห็นว่าราคายาแพงเกินไปและโรงพยาบาลชี้แจงต้นทุนไม่สมเหตุสมผล ก็จะมีมาตรการกำกับดูแลราคา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม   โดยการพิจารณาโครงสร้างราคายานั้น เบื้องต้นจะเน้นตัวยาที่ประชาชนนิยมใช้กันมากๆก่อน นำร่อง 1,000 รายการ จากทั้งหมดที่มีกว่า 10,000 รายการ การดูแลราคายาต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งประชาชน โรงพยาบาล ยอมรับว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีต้นทุนไม่เท่ากัน เช่น โรงพยาบาลที่มีเครือข่ายมากสั่งซื้อยาครั้งละมากๆ ก็จะได้ยาที่ต้นทุนต่ำกว่าโรงพยาบาลที่มีสาขาน้อย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YQR91XADfnM

 814
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
01 ก.พ. 62

ออกประกาศให้รพ.เอกชน แสดงราคาค่ายา-บริการ ให้ผู้บริโภคตัดสินใจก่อนรักษา ฝ่าฝืนปรับ 1 หมื่น

กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะออกประกาศ กกร. กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งปิดป้ายแสดงราคายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ให้ชัดเจน เปิดเผย ซึ่งเป็นมาตรการแรกที่จะนำมาใช้หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. 2542 โดยคาดจะออกประกาศได้ภายในสัปดาห์หน้า   หากโรงพยาบาลไม่ดำเนินการตาม จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนบริการทางการแพทย์ ได้ขอความร่วมมือสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ให้แจ้งสมาชิกทุกรายให้แจกแจงค่าบริการทางการแพทย์อย่างละเอียดทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งค่าบริการทางการแพทย์ ที่เป็นค่ารักษาพยาบาล และบริการเสริมอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ค่าห้องพัก ค่าบริการอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ก่อนตัดสินใจใช้บริการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wju8nrbdDWo

 4,071
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
24 ม.ค. 62

นำร่องคุมค่ายา รพ.เอกชน 1,000 รายการ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการกำกับดูแลยา เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลเอกชน หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติให้สินค้าและบริการดังกล่าว เป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562   ด้านนายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ระยะแรกจะกำหนดแนวทางนำร่องใช้กำกับดูแลยา และเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์กว่า 1,000 รายการก่อน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเผยแพร่ราคายาที่จำเป็น และค่ารักษาพยาบาล ที่ประชาชนมักใช้บริการมากๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่ง   จากนั้นจะเพิ่มจำนวนยา เวชภัณฑ์ และอื่นๆอีก การพิจารณามาตรการดูแล จะนำเรื่องของค่าครองชีพ ค่าจ้างขั้นต่ำของคนไข้ ต้นทุนจากการลงทุนในกิจการ ต้นทุนการผลิตยา ค่ารักษาพยาบาลจากแหล่งต่างๆ มาพิจารณาร่วมกับข้อมูลทุกด้าน ทั้งข้อมูลของโรงพยาบาลเอกชน สมาคมประกันภัย ฯลฯ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม   ทั้งนี้มติ ครม.ที่ออกมา ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือชาวบ้าน ที่จะได้รับความเป็นธรรมในการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรงพยาบาลภาครัฐ และเอกชน เพราะเดิมเคยได้ยินว่า โรงพยาบาลเอกชนเป็นทางเลือก หากใครไม่มีเงินก็ควรเข้าไปใช้บริการโรงพยาบาลรัฐบาล ซึ่งคำพูดนี้ผิดแล้ว เพราะการเข้ารักษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการหนัก ต้องเน้นโรงพยาบาลที่สะดวกและรวดเร็วเป็นหลัก   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/o9paEZ2EZ2E    

 1,631
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
23 ม.ค. 62

ครม.มีมติควบคุมค่ายา รพ.เอกชน ยันรัฐไม่เข้าแทรกแซง-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เสนอให้นำค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ เข้าเป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งไม่ได้ไปคุมราคาขั้นสูงสุดกับการรักษาพยาบาล เนื่องจากการรักษาพยาบาลไม่ใช่สินค้าทั่วไป   ทั้งนี้ไม่อยากให้เกิดความตระหนกตกใจว่ารัฐจะเข้าไปควบคุม หรือแทรกแซงราคาสูงสุดของค่าบริการทางการแพทย์ ซึ่งในอดีตสินค้าที่ควบคุม 50 กว่ารายการมีเพียงน้ำตาลทรายที่เป็นสินค้าควบคุมราคาสูงสุด ดังนั้นจึงขอให้สบายใจได้ว่าการจะพิจารณาควบคุมราคาสินค้าสูงสุดจะพิจารณาอย่างรอบคอบ   สำหรับที่ประชุม ครม. ได้ย้ำต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นชอบ ตามมติดังกล่าวด้วยเช่นกันเพราะการให้บริการประชาชนต้องมีความโปร่งใส ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องสามารถแข่งขันและเติบโตได้   ขณะที่โรงพยาบาลเอกชน พร้อมที่จะปฏิบัติตามมติ ครม. แต่ยอมรับว่าโรงพยาบาลเอกชน จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าบริการทางแพทย์อื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงที่ค่อนข้างสูง เพราะโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่เปิดให้บริการ 24 ชม. ซึ่งทางโรงพยาบาลมีแนวโน้มเตรียมแยกค่าใช้จ่ายอื่นออกจากค่ายา คาดมากกว่า 10 หมวด ทั้งนี้ต้องมีการเจรจากับบริษัทประกันชีวิตเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนอีกครั้ง    ชมผ่านยูทูปได้ทีนี่: https://youtu.be/HzWPswWfupI  

 892
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
23 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 23 ม.ค.62 เปิดหน้าเทพบุตร โซโล-ไฟเขียวคุมค่ายา รพ.เอกชน-ศึกสายเลือดณรงค์เดช

-วิกฤตฝุ่นจิ๋ว กรมอนามัยชี้แจงคสั่งห้ามขับรถ ปิดเรียน หยุดงาน เป็นอำนาจนายกฯ สั่งตาม พรบ.สิ่งแวดล้อม หากสถานการณ์ร้ายแรง ต้องมีค่าฝุ่นเกิน 90 ไมโครกรัมติดต่อกัน 3 วัน เกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของ กทม. แต่ตอนนี้ค่าฝุ่นยังขึ้นๆลงๆ ใช้กม.เดิมก่อน แก้ปัญหาจราจร เพราะเป็นสาเหตุหลักถึง 60% พบมักเกิดตามแนวถนนที่มีรถติด   คมนาคมเพิ่มมาตรการ 1 ก.พ. รถ ขสมก./บขส.ใช้ดีเซล B20 รฟท.รถดีเซลรางใช้ดีเซล B10 สั่งงดเรือที่มีควันดำในคลองแสนแสบ และใช้รถราชการเท่าที่จำเป็นเน้นประชุมผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ชี้ช่วงนี้ กทม.มีลมแรงขึ้น ทำให้ค่าฝุ่นลดลง เหลือเกินมาตรฐาน 35 จุด คาดวันนี้อากาศลอยตัวดี โลกออนไลน์แชร์ภาพ จนท.ฉีดน้ำลดฝุ่นแยกอโศกแค่ 2 นาที น้ำท่วมขัง รถติดยาว ส่วนที่ทำเนียบรถ รมต.ประชุม ครม.รถติดเครื่องรอ เย้ยมาตรการห้ามติดเครื่องรอนาย นายกฯรู้สั่งห้ามเด็ดขาด คาดอากาศลอยตัวดี ลมพัดแรงขึ้น ช่วยลดฝุ่นจิ๋ว ห้ามรถทำเนียบติดเครื่องรอนายประชุม   -เผยโฉมหน้าเทพบุตร โซโล เอเย่นต์ค้ายาสั่งการกระทืบคน ที่แท้แก๊งมันทุกเม็ด ฉายาโก๋แก่ ขอหมายจับตั้งข้อหาหนักจ้างฆ่า-ซ่องโจร หนีกบดานตะเข็บชายแดนท่าขี้เหล็กเมียนมา ประสาน ตม.เพื่อนบ้านช่วยล่า สืบประวัติพบเปิดร้านขายยางรถฟอกเงินยาเสพติด วัยรุ่นตกเป็นเหยื่อหลายจังหวัด ต้องสักใบหน้าเป็นสัญลักษณ์ ขณะที่อีกแก๊งมัจจุราชเพชรบูรณ์ถูกจับ สารภาพรับงานกระทืบคนจากเทพบุตร โซโลผ่านเฟซบุ๊ก รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำ เปิดหน้าล่าตัว 'เทพบุตร โซโล' ที่แท้แก๊งมันทุกเม็ด ใครเข้าแก๊งต้องสักบนหน้า สั่งงานกระทืบคนผ่านเฟซ   -รู้กลุ่มคนร้ายแล้ว ยิงถล่มที่นราธิวาส พระมรณภาพ 2 รูป ศรีวราห์มั่นใจไม่ผิดตัว ผบ.ทบ.ร่วมเคารพศพพระ บอกจะรับสมัครทหารที่สมัครใจบวช ส่งมากระจายตามวัดต่างๆ สร้างความอุ่นใจให้ ปชช.และพระ ด้านพระเมธีธรรมาจารย์จี้ ผบ.ทบ.เคลียร์ให้ชัด ส่งทหารไปบวชหวั่นทำพระสงฆ์ตกเป็นเป้า ต่อมา ผบ.ทบ.แจงสื่อลงข่าวบิดเบือน เพราะทหารบวชเป็นประจำทุกปี จำพรรษาที่วัดภาคใต้อยู่แล้ว เป็นการสมัครใจบวช ไม่ได้มีการบังคับ ผบ.ทบ.แจงข่าวออกบิดเบือน ส่งทหารบวชพระวัดชายแดนใต้   -นายกฯออกโรงเตือนพรรคการเมืองให้ระวังการหาเสียง ประกาศทำโครงการนั้นนี้ ต้องใช้งบเท่าไหร่ ผิด กม.การเงินการคลังหรือไม่ ขอร้องอย่าทำลายสิ่งที่ทำมาเพราะอยากจะเอาชนะกันอย่างเดียว เผยส่วนตัวถ้าคิดว่าจะต้องอยู่ทำงานต่อ คงต้องอยู่พรรคใดพรรคหนึ่ง ที่ต้องทำงานด้วยความตั้งใจ เสียสละแท้จริง เพื่อให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า ไม่ใช่ล้มล้างสิ่งที่ทำมาทั้งหมด 'บิ๊กตู่' เตือนพรรคการเมืองหาเสียง ระวังให้สัญญา ผิด กม.การเงินการคลัง   -ชัชชาติ พรรคเพื่อไทยขึ้นปราศรัยที่มหาสารคาม ประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งกันระหว่างประชาธิปไตยและเผด็จการ พรรคฝ่าย ปชต.ต้องได้อย่างน้อย 375 เสียง จะแพ้ไม่ได้ เพื่อให้ได้มากกว่าเสียง สว. 250 คน ยันประชาธิปไตยกินได้ เพราะเป็นตัวแทน ปชช. และไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง เพราะบางคนเอาการเลือกตั้งมาหลอก ปชช.แล้วแอบแฝงตัวออกมา ปชช.ต้องดูให้ออก ต้องมีสิทธิมีเสียง อะไรไม่ถูกต้องวิจารณ์ได้ ปชช.มีโอกาสที่เท่าเทียม 'ชัชชาติ' ยันประชาธิปไตยกินได้ ลั่นต้องได้ 375 เสียงชนะเผด็จการ    -อภิสิทธิ์ไม่กังวลชัชชาติประกาศกวาด ส.ส.375 ที่นั่ง ชี้หากทำได้จริงคงต้องสร้างสภาใหม่อีกรอบ ย้ำ ปชป.พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล วันนี้ไม่ต้องถามแล้วว่า ปชป.จะไปร่วมกับใคร แต่ให้ถามว่าใครจะมาอยู่ร่วมกับเรา ไม่อยากให้ใครอยู่ต่อ และไม่ต้องการช่วยใครกลับบ้าน ต้องทำให้การเมืองไม่กลับไปขัดแย้งในอดีต 'มาร์ค' ลั่นพร้อมเป็นแกนนำรัฐบาล ไม่กังวล 'ชัชชาติ' ประกาศกวาด ส.ส. 375 ที่นั่ง   -สุริยะ พลังประชารัฐยันแปลงที่ดิน ส.ป.ก.เป็นทุน สอดคล้องกับแนวคิดบิ๊กตู่ โดยเฉพาะการใช้ที่ดินได้ตามสภาพที่แท้จริง เพราะบางจุดไม่เหมาะกับการทำเกษตรกรรม ต้องทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น ด้านนายกฯยอมรับว่ากำลังหาวิธีการนำที่ดินบางส่วนที่ทำเกษตรไม่ได้ ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น 'สุริยะ' ประกาศเลือกพลังประชารัฐ ไม่มีทหารปฎิวัติ หวือหวายกเลิกหนี้กองทุนหมู่บ้าน    -ครม.อนุมัติขึ้นบัญชียา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ของ รพ.เอกชน เป็นสินค้าควบคุม ก.พาณิชย์เตรียมสรุปกำหนดมาตรการควบคุม ยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ใช่การที่รัฐไม่เข้าแทรกแซง ด้านกลุ่ม รพ.เอกชน ยอมทำตามมติ ครม. แต่ขออย่ากำหนดเข้มจนกระทบคุณภาพการรักษาของ รพ.ที่ดีอยู่แล้ว นายกฯย้ำมาตรการที่ออกมาต้องเหมาะสม ไม่ใช่คุมเข้มราคาทั้งหมด และโปร่งใส ครม.มีมติควบคุมค่ายา รพ.เอกชน ยันรัฐไม่เข้าแทรกแซง-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย    -จับแก๊งล่าสัตว์ป่าข้ามชาติ เตรียมส่งซากไปลาว พบเล็บหมี 1,666 เล็บ เท่ากับหมี 83 ตัว กะโหลกเสือ 4 หัว จับผู้ต้องหาได้ 4 คน ขยายผลจากการจับงาช้างล็อตใหญ่ มีการลักลอบยัดซากสัตว์ใส่กระเป๋าเดินทาง ขึ้นรถกรุงเทพฯ-ปากเซ ก่อนตรวจค้นจนมุมอยุธยา เฉลิมเกียรติชี้สั่งของกันทางออนไลน์ เครือข่ายเชื่อมโยงไทย-ลาว-เวียดนาม-จีน จับแก๊งล่าสัตว์ป่าข้ามชาติ เตรียมส่งขายลาวคารถทัวร์ พบชิ้นส่วนเล็บหมี 1,666 เล็บ เท่ากับหมี 83 ตัว    -ศึกสายเลือดณรงค์เดช ตร.ทองหล่อออกหมายเรียก คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ภรรยา พล.ต.อ.พจน์ พร้อมลูกเขย ณพ ณรงค์เดช รับทราบข้อกล่าวหาปลอมเอกสารสิทธิ 29 ม.ค. หลังเกษม ณรงค์เดช ประธานกลุ่ม KPN ร้องทุกข์ให้เอาผิดลูกชายคนรองกับแม่ยาย ปลอมลายเซ็นโอนหุ้น ตร.ถือหมายไปที่บ้าน แต่คนที่บ้านอ้างคุณหญิงไปนอก จึงติดหมายเรียกไว้หน้าบ้านแทน   ชมผ่านยูทูปได้ทีนี่: https://youtu.be/DZq0cJDZmmY

 3,108
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
21 ม.ค. 62

จับตาพาณิชย์เสนอ ครม.คุมค่ายา รพ.เอกชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแฉแค่ผ่าตัดไส้ติ่งโดนจ่าย 6 แสน

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุมที่จะใช้บังคับในปี 62 ที่ต้องจับตาคือยาและเวชภัณฑ์ และ บริการทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีราคาแพง ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ จึงต้องนำเข้ามาเป็นสินค้าและบริการควบคุม เพื่อให้สามารถมีมาตรการเข้ามากำกับดูแลตามความเหมาะสม   ซึ่งทาง รพ.เอกชนคัดค้านหนัก อ้างว่าเป็นการดำเนินงานต่างจาก รพ.รัฐ ที่มีงบสนับสนุน ชี้ต้องลงทุนเทคโนโลยี พัฒนาการให้บริการ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น จับตาว่า ครม.จะเห็นชอบหรือไม่ หากไม่เห็นชอบพาณิชย์จะไม่สามารถควบคุมได้ มีเพียงกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้นที่กำกับดูแลโดยตรง   ด้านนางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เผยว่ามีการร้องเรียนจากผู้บริโภคผ่าตัดไส้ติ่งจากรพ.เอกชน ต้องจ่ายค่ารักษาถึง 6.7 แสนบาท ซึ่งค่ายา รพ.เอกชนแพงกว่ารพ.รัฐ 20-400 เท่า กระทบต่อประชาชนเป็นอย่างยิ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wsEPMqmF9VA

 1,914

Top