ค้นหา :

ผลการค้นหา "แฮกเฟซบุ๊ก"

สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

ปอท.รวบหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนฉกข้อมูลสมัคร e-wallet พบผู้เสียหายจำนวนมาก

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงจับกุมนายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และนายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิด “ร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”   โดยสามารถจับกุมตัวนายวุฒิวัฒน์ได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เราเตอร์ 1 เครื่อง ซองใส่ซิมการ์ดเบอร์โทรศัพท์ 17 ซิม สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง   สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่าถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วนำไปหลอกคนสนิทของผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้สืบหาข้อมูลนานกว่า 10 เดือน กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายวุฒิวัฒน์   โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเมื่อปี 2559 ได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมแล้วนําไปหลอกรับสมัครงานตามเพจสมัครงานต่างๆ เมื่อมีคนสนใจก็จะคุยในข้อความส่วนตัวเพื่อขอข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ก่อนแฮกเฟซบุ๊กแล้วไปหลอกขอยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดของผู้สมัครงานอีกทอดหนึ่ง โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกเปิดลงทะเบียนเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครงานไว้ก่อนหน้านี้    เมื่อได้เงินมาจะนําไปซื้อรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์ หรือทําการโอนเงินจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายชวัลกร จากนั้นนายชวัลกร จะนำไปซื้อรหัสเงินสดก่อนนําไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ไอเทมเกมส์ หรือทางเวปไซด์รับซื้อรหัสเงินสดต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะโอนกลับเข้าบัญชีของนายวุฒิวัฒน์   จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายชวัลกร มีการโอนเงินเข้าบัญชีนายวุฒิวัฒน์กว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 จนถึงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิวัฒน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ทางผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 241 เบอร์ ที่ฝากให้ควรระวังด้วย   พร้อมฝากเตือนประชาชน เรื่องการสมัครงานออนไลน์อาจตกเป็น “ผู้ต้องหา” โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ จนเป็นเหตุให้คนร้ายนำไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yNuoYmv0Ssk

 1,874
สังคม
16 พ.ย. 62

ปอท.รวบหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนฉกข้อมูลสมัคร e-wallet พบผู้เสียหายจำนวนมาก

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงจับกุมนายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และนายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิด “ร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”   โดยสามารถจับกุมตัวนายวุฒิวัฒน์ได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เราเตอร์ 1 เครื่อง ซองใส่ซิมการ์ดเบอร์โทรศัพท์ 17 ซิม สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง   สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่าถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วนำไปหลอกคนสนิทของผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้สืบหาข้อมูลนานกว่า 10 เดือน กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายวุฒิวัฒน์   โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเมื่อปี 2559 ได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมแล้วนําไปหลอกรับสมัครงานตามเพจสมัครงานต่างๆ เมื่อมีคนสนใจก็จะคุยในข้อความส่วนตัวเพื่อขอข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ก่อนแฮกเฟซบุ๊กแล้วไปหลอกขอยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดของผู้สมัครงานอีกทอดหนึ่ง โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกเปิดลงทะเบียนเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครงานไว้ก่อนหน้านี้    เมื่อได้เงินมาจะนําไปซื้อรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์ หรือทําการโอนเงินจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายชวัลกร จากนั้นนายชวัลกร จะนำไปซื้อรหัสเงินสดก่อนนําไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ไอเทมเกมส์ หรือทางเวปไซด์รับซื้อรหัสเงินสดต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะโอนกลับเข้าบัญชีของนายวุฒิวัฒน์   จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายชวัลกร มีการโอนเงินเข้าบัญชีนายวุฒิวัฒน์กว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 จนถึงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิวัฒน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ทางผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 241 เบอร์ ที่ฝากให้ควรระวังด้วย   พร้อมฝากเตือนประชาชน เรื่องการสมัครงานออนไลน์อาจตกเป็น “ผู้ต้องหา” โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ จนเป็นเหตุให้คนร้ายนำไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yNuoYmv0Ssk

 1,874
สรุปข่าว
15 พ.ย. 62

ประเด็นข่าวรอบวัน 15 พฤศจิกายน 2562

อดีตภรรยา พล.ต.ต. นำหลักฐานร้องกองปราบฯ ส่วนทางด้าน นางสาวเขมจิรา บัณฑูรนิพิท อดีตภรรยาพลตำรวจตรีธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจแห่งชาติ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ นำพยานหลักฐานเป็นเอกสารที่อดีตสามีรวบรวมได้ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าที่ดิน 3,800 ไร่ ในจังหวัดจันบุรี เป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่ใช่ที่ของมูลนิธิ และของนายบุญช่วย เจริญสถาพร พร้อมทั้งได้มีการทำเอกสารใหม่ จนนำไปสู่คำพิพากษาของศาลฎีกา จนทำให้ที่ดินตกเป็นของนายบุญช่วย   โดยนางสาวเขมจิรา กล่าวว่า หลักฐานที่นำมามอบให้กับตำรวจกองปราบวันนี้ เป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่อดีตสามีรวบรวมได้ และส่งให้ตนนำมามอบให้ตำรวจกองปราบก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน แต่เอกสารยังไม่ทันถึงมือตำรวจกองปราบก็เกิดเหตุก่อน พร้อมระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น หากกระบวนการยุติธรรมมีความเป็นธรรมอย่างแท้จริง เพราะตลอด 8 ปีที่ผ่านมา อดีตสามีต่อสู้เพื่อสิทธิ์อันชอบธรรมให้กับ มูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย แต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกิดความกดดันมาตลอด จนมีคดีฟ้องร้องไปมามากถึง 13-14 คดี   นอกจากนี้ นางเขมจิรายังได้ทวงถามถึงที่ดินในพื้นที่ จ.สงขลา 600 ไร่ จ.ชลบุรี 1700 ไร่ ของมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยหายไปไหน และบุคคลที่เกี่ยวข้องคือใคร หากใครตรวจสอบพบก็จะรู้คำตอบ             ร้องกองปราบฯ ถูกบริษัทเวดดิ้งเทงานแต่ง-เชิดเงินหนี ผู้เสียหาย คู่บ่าวสาว 12 คู่ เข้าแจ้งความกองปราบปราม หลังถูกบริษัทออแกไนซ์รับจัดงานแต่งงาน ทิ้งงานแต่งสร้างความเสียหายแก่คู่บ่าวสาว จนเกือบไม่ได้แต่งงานกัน ต้องเร่งหาออร์แกไนซ์เวดดิ้งรายใหม่มาจัดงานให้แทน   โดยผู้เสียหาย ระบุว่า บริษัทที่หลอกลวงใช้ชื่อ 3 บริษัทด้วยกันคือ บัว เดอะเวดดิ้ง (Bua the wedding), บัว ฟลอร่า (Bua flora) และฮาร์ทติส เดอะ เว็ดดิ้ง (Heartist the wedding) โดยรู้จักบริษัทดังกล่าวจากเพจในเฟสบุ๊ก และงานเวดดิ้งแฟร์ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งได้มีการไปดูการจัดงานให้กับคู่บ่าวสาวรายอื่นก่อนหน้านี้ ซึ่งงานก็ออกมาดูดีและน่าเชื่อถือ อีกทั้งให้ข้อเสนอที่พึงพอใจ จึงตัดสินใจจ่ายเงินมัดจำให้บริษัทดังกล่าวจัดการเรื่องงานแต่งงานให้ แต่พอถึงเวลากลับไม่มาจัดงานให้ และทิ้งไปดื้อๆ บางรายจัดงานให้ไม่ตรงตามสเป็คที่ตกลง ส่วนในบางคู่ยังไม่ถึงกำหนดวันแต่ง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเกรงว่าจะเกิดความเสียหายในวันงาน ทำให้มีผู้เสียหายทั้งหมดประมาณ 50 คู่                   รวบเครือข่าย 'น้าหลุยส์' หลอกลงทุนพันได้เงินล้านตอบแทน  จับกุมเครือข่าย 'น้าหลุยส์ตาทิพย์' ฉ้อโกงประชาชน แอบอ้างชื่อธนาคารแห่งประเทศไทย หลอกให้ร่วมลงทุนในโครงการ World Bank เพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ 1 พัน ได้ตอบแทน 1 ล้าน โดยทำเอกสารปลอมเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าได้เป็นเจ้าภาพในการนำเงินจากธนาคารโลก หรือ world bank มาเพื่อพัฒนาประเทศ พบมีเหยื่อหลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุนจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ร้อยล้านบาท สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คน โดยมี นางพันธุ์ทิพา นัยยทิพย์ หรือ น้าหลุยส์ เป็นตัวการสำคัญ   โดยพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ไปฝากขังผัดแรก ศาลอาญา รัชดา ใน 2 ข้อหา คือ ฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.ฟอกเงิน         แจ้งข้อหาเพิ่มฟอร์จูนเนอร์ชนแล้วหนี  กรณี พลตรีสุรศักดิ์ จิตต์บุญ อายุ 76 ปี คนขับรถฟอร์จูนเนอร์ขับชนรถจักรยานยนต์ ก่อนขับหนีไม่ลงมารับผิดชอบ บริเวณบีทีเอสพระโขนงจนถูกตามล้อมสกัดจับย่านเอกมัย     ซึ่งคดีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คดีที่เกิดหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดี ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และชนแล้วหนี ซึ่งทางผู้ก่อเหตุได้ขอยื่นประกันตัวให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปในวงเงิน 15,000 บาท ไปตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว การดำเนินการในส่วนนี้ต้องรอผลตรวจสอบรถคู่กรณี ทั้ง 3 คัน เพื่อนำมาประกอบสำนวน   ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่ผู้เสียหายขี่รถฟิลาโน่ เข้าแจ้งความเพิ่ม ซึ่งในส่วนนี้สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ พนักงานสอบสวนไม่จำเป็นต้องส่งฟ้องศาล และล่าสุดตำรวจแจ้งประทุษร้ายอีก 1 ข้อหา               จับขบวนการแฮกเฟซบุ๊กหลอกโอนเงิน ปอท.จับกุมหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนเอาข้อมูลเหยื่อไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet และแฮกเฟซบุ๊กส่งข้อความยืมเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน กว่า 34 ล้านบาท   จนท.แถลงจับกุม นายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และ นายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิดร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน               พบสารปนเปื้อนใน 'น้ำส้มคั้น' มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเปิดข้อมูลผลการทดสอบน้ำส้มคั้น ที่จำหน่ายในท้องตลาดและห้างสรรพสินค้า กว่า 30 ยี่ห้อ ที่มีการทดสอบปริมาณน้ำตาลพบน้ำส้มคั้น 100 มิลิลิตร มีปริมาณน้ำตาลสูงสุดที่ 13.8 กรัม และน้อยสุดที่ 4.9 กรัม ส่วนการตรวจสารกันบูดพบมี 4 ยีห้อที่มีการใข้สารกันบูดแต่ปริมาณไม่เกินค่ามาตรฐาน   นอกจากนั้น มีการตรวจวัดสารเคมีตกค้างในผลิตภัณฑ์น้ำส้มคั้นสดร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้ง 30 ยี่ห้อ พบ 18 ยีห้อ มีสารเคมีตกค้าง 13 ชนิด โดยสารเคมีที่พบมีการตกค้างในผลิตภัณฑ์น้ำส้มมากที่สุดคือ สารเคมีอิมาซาลิล ซึ่งเป็นสารเคมีป้องกันเชื้อราที่พบในน้ำส้มแปดยี่ห้อ รองลงมาคือ สารเคมีกำจัดแมลง และมี 1 ยี่ห้อ ที่พบสารคลอไพริฟอส ตกค้างในผลิตภัณฑ์ โดยสารเคมีกลุ่มนี้หากมีการสะสมในร่างกายจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาท   ส่วนของการทดสอบยาปฏิชีวนะ ยังไม่พบในกลุ่มตัวอย่าง มีเพียงรายงานการตรวจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่เคยพบการใช้ยาปฏิชีวนะในไร่ส้มและมีการในผลส้ม         รายการ 'ข่าว 3 มิติ' รับรางวัลช่อสะอาด ประจำปี 2562 รายการ 'ข่าว 3 มิติ'  ได้รับรางวัลชมเชย ประเภทข่าว หรือสารคดีเชิงข่าว รางวัลช่อสะอาด ของ ปปช.ประจำปี 2562 ที่มอบให้กับบุคคล, องค์กร และสื่อมวลชน ที่มีผลงานด้านสนับสนุน ส่งเสริม และป้องกันปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น         เหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมรัฐแคลิฟอร์เนีย เกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนมัธยมที่เมืองซานตา แคลริต้า (Santa Clarita) ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน เป็นวัยรุ่นหญิงวัย 16 ปี และนักเรียนชายวัย 14 ปี และมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน รวมถึงผู้ต้องสงสัยว่าก่อเหตุ ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่ผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อคือนายนาธาเนียล เบอร์ฮาว (Nathaniel Berhow) อายุ 16 ปี ที่มีวันคล้ายวันเกิดในวันก่อเหตุ ซึ่งมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุยิงเพื่อนนักเรียนร่วมสถาบัน 5 คน ก่อนจะยิงตัวเอง โดยใช้เวลาเพียง 16 วินาทีในการก่อเหตุ      

 1,096
สังคม
15 พ.ย. 62

เผยกลโจร! โพสต์รับสมัครงานออนไลน์ ก่อนนำข้อมูลแฮกเฟซบุ๊กหลอกโอนเงิน

ปอท.จับกุมหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนเอาข้อมูลเหยื่อไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet และแฮกเฟซบุ๊กส่งข้อความยืมเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน กว่า 34 ล้านบาท   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงจับกุม นายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และ นายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิดร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน   โดยสามารถจับกุมตัวนายวุฒิวัฒน์ได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เราเตอร์ 1 เครื่อง ซองใส่ซิมการ์ดเบอร์โทรศัพท์ 17 ซิม สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง   สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่าถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วนำไปหลอกคนสนิทของผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้สืบหาข้อมูลนานกว่า 10 เดือน กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายวุฒิวัฒน์   โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเมื่อปี 2559 ได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมแล้วนําไปหลอกรับสมัครงานตามเพจสมัครงานต่างๆ เมื่อมีคนสนใจก็จะคุยในข้อความส่วนตัวเพื่อขอข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ก่อนแฮกเฟซบุ๊กแล้วไปหลอกขอยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดของผู้สมัครงานอีกทอดหนึ่ง โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกเปิดลงทะเบียนเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครงานไว้ก่อนหน้านี้    เมื่อได้เงินมาจะนําไปซื้อรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์ หรือทําการโอนเงินจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายชวัลกร จากนั้นจะนำไปซื้อรหัสเงินสด ก่อนนําไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ไอเทมเกมส์ หรือทางเวปไซด์รับซื้อรหัสเงินสดต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะโอนกลับเข้าบัญชีของนายวุฒิวัฒน์   จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายชวัลกร มีการโอนเงินเข้าบัญชีนายวุฒิวัฒน์กว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 จนถึงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิวัฒน์มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหาย ที่ทางผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 241 เบอร์ ที่ฝากให้ควรระวังด้วย   พร้อมฝากเตือนประชาชนเรื่องการสมัครงานออนไลน์ อาจตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ จนเป็นเหตุให้คนร้ายนำไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชี ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย

 3,030
สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 61

ไม่ช่วยแล้วยังซ้ำเติม! มิจฉาชีพฉวยแฮกเฟซบุ๊กแม่เด็กติดถ้ำ โพสต์ขอเงินบริจาค

เชียงราย-นางรัตน์ดาว ทาพูล มารดาของ ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ติดภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย เผยว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา เฟซบุ๊กส่วนตัวถูกมิจฉาชีพแฮกข้อมูล โพสต์ข้อความ ว่าขอรับบริจาคเงินในการช่วยเหลือครอบครัว   ซึ่งในส่วนนี้ขอยืนยันว่าทางครอบครัวไม่ได้มีการเปิดรับบริจาคเงินแต่อย่างใด ซึ่งผู้ที่พบเห็นอย่าหลงเชื่อ แต่ขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนรหัสแล้วและลบข้อความนั้นแล้วเช่นกัน เพราะในพื้นที่เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/378_8umFDwg

 13,528

Top