ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผัวยิงเมีย"

อาชญากรรม
24 ก.พ. 63

ชั่ววูบ! ด.ต.จราจรเมืองกระบี่ ยิงเมียดับคาแฟลต ก่อนยิงตัวตายตาม

ดต.จราจรยิงเมียที่เป็นครูดับ ก่อนยิงตัวตายตาม เพื่อนช็อคหลังทราบเรื่อง คาดทะเลาะอารมณ์ชั่ววูบ   เวลา 11.30 น.วันที่ 24 กพ.63 พ.ต.ท.ชาติชาย นาคปักษี สารวัตรสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงภายในแฟตตำรวจสภ.เมืองกระบี่ ที่บริเวณชั้น 4 จากนั้นไปตรวจสอบพร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยที่เกิดเหตุภายในห้องพบศพผู้เสียชีวิต 2 ศพ คือ ดต.บรรจง คงมี อายุ 47 ปี เป็นผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองกระบี่ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับซ้ายกระสุนทะลุขวา ใกล้กันพบศพนางศรศรี คงมี อายุ 42 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูสอนอยู่ที่ รร.อนุบาลกระบี่ สภาพถูกยิงเข้าที่ใบหน้า ในที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 กระบอก   เบื้องต้นทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกระบี่ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุเก็บรายละเอียดต่างๆ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ซึ่งสันนิฐานว่า ดต.บรรจง ได้ใช้ปืนยิงภรรยาก่อนที่จะยิงตัวเองตาม   จากการสอบถามทราบว่า ดต.บรรจง เมื่อคืนที่ผ่านมาได้นั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนที่หน้าห้องในช่วงค่ำ จากนั้นประมาณเกือบเที่ยงคืน มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนดัง 2 นัด แต่ก็ไม่ได้เอะใจ จนกระทั่งช่วงเช้า ซึ่ง ดต.บุญมี ต้องไปเข้าเวรจราจร ก็ไม่ได้เดินทางไปเพื่อนจราจรได้ตามไปที่แฟต ก็เห็นปิดประตูเงียบ เรียกไม่มีเสียงตอบ จนกระทั่งมาตามอีกรอบใกล้เที่ยงจึงพังประตูเข้าไปหลังมีผู้มาบอกว่าได้ยินเสียงปืนก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว   ส่วนสาเหตุที่ ดต.บรรจง ก่อเหตุในครั้งนี้ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ไม่พบว่ามีปัญหาทั้งจากเรื่องเงิน เพราะมีฐานะดี เพิ่งซื้อรถใหม่เมื่อไม่นาน ขณะที่ลูกสาวก็เรียนเก๋ง สอบติด รร.ชื่อดังที่จ.ตรัง เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากการทะเลาะมีปากเสียงกันแล้วเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ประกอบกับได้ดื่มเหล้าเข้าไปด้วย จึงก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ทางตำรวจจะได้สอบสวนหารายละเอียดที่แท้จริงต่อไป   ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ไปที่ศูนย์จราจร สภ.เมืองกระบี่ ทางเพื่อนๆ ตำรวจบอกว่า ผู้ตายเป็นคนดีมีน้ำใจกับเพื่อนๆ ไม่เคยมีปัญหาใดๆ ยังรู้สึกตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้นอย่างมาก

 2,059
อาชญากรรม
20 ก.พ. 63

แม่หนุ่มบุกยิงอดีตเมียกลางห้างขอโทษครอบครัวผู้ตาย ตร.คุมตัวฝากขัง ค้านประกัน

ตำรวจเตรียมคุมตัวสามียิงอดีตภรรยากลางห้างดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิฝากขัง ศาลอาญารัชดา ด้าน แม่ผู้ต้องหา ขอโทษ แทนลูกชาย ยอมรับรู้ว่า ทั้งคู่มีปัญหากัน และลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อนแต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นฆ่ากัน     ตำรวจ สน.พญาไท เตรียมคุมตัวนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ หรือ เจ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงอดีตภรรยาเสียชีวิต ขณะทำงานคลินิกเสริมความงามในห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิขึ้นรถไปฝากขังศาลอาญา รัชดาภิเษก     ท้ายคำร้องในสำนวนพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ประชาชนให้ความสนใจและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี     ก่อนจะนำตัวนายดนุสรณ์ ไปฝากขัง แม่ของนายดนุสรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองทราบดีว่าลูกชาย เเละอดีตลูกสะใภ้ มีปัญหากัน จนนำไปสู่การหย่าร้าง หลังหย่าร้างทั้งคู่ก็ต่างคนต่างไปมีคนใหม่ กำลังจะไปได้สวย แต่ทางลูกชายก็ได้มาบอกตลอดว่า เขายังรักผู้ตายอยู่ ยังลืมไม่ได้ ถึงแม้เลิกกันไปแล้วแต่ยังรู้สึกหึงหวง และเคยบอกว่าจะไปทำร้ายผู้ตาย หากไม่กลับมาคืนดี ตนรู้ว่าลูกชายอารมณ์ร้อน จึงเตือนลูกชายว่าอย่าไปทำร้ายเขาเลย เพราะการติดคุกมันไม่ดีหรอก      ทั้งนี้ ตนก็ส่งข้อความไปเตือนผู้ตายว่า ให้ระวังตัวไว้ เพราะลูกชายกำลังโมโห แต่ก็ไม่ได้คิดว่า ลูกชายจะก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ ซึ่งหลังจากที่ถูกจับกุม ได้พูดคุยกับลูกชายบอกว่า ตอนนี้ยังรู้สึกเครียด และที่ทำลงไปเพราะหึงหวง และยังรักผู้ตายมาก ตอนที่ก่อเหตุนั้นขาดสติ เป็นอารมณ์ชั่ววูบ และตอนนี้รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำแล้ว และลูกชายยังเล่าอีกว่าเมื่อคืนนี้ระหว่างที่ถูกกักขัง ผู้ตายได้มาเข้าฝัน แล้วถามว่า ทำไมต้องฆ่าต่ายด้วย ตนจึงบอกกับลูกชายว่าไม่ต้องคิดมาก ให้ก้มหน้ารับโทษยอมรับทั้งตัวเองเเละลูกชายรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากขอโทษฝั่งผู้ตาย     เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะไปร่วมงานศพผู้ตายที่จังหวัดตากหรือไม่ แม่ผู้ต้องหาเปิดเผยว่า ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะไปร่วมงานหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งครอบครัวก็ไม่มีเงิน ที่จะเดินทางไป และไม่มีเงินจะมอบให้ทางฝั่งครอบครัวผู้ตาย และหวังว่าดวงวิญญาณผู้ตายจะไปสู่ภพภูมิที่ดี

 1,222
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 63

อดีตผัวสะอื้น อ้างไม่ตั้งใจยิงสาวคลินิก เพื่อนแฉขี้หึงจัด ชอบทำร้าย เคยขู่ถ้าเลิกจะตามยิง

จากกรณีนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ หรือเจ อายุ 28 ปี ก่อเหตุยิง น.ส.ปิยานุช ฉัตรไทย อดีตภรรยา กลางห้างดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังทั้งคู่ได้เลิกราเซ็นใบหย่ากันเพียง 7 วัน ชนวนเหตุเป็นเรื่องส่วนตัว โดยผู้ต้องหาเข้าใจผิดว่าอดีตภรรยาไปคบหากับผู้ชายคนใหม่จึงตามมายิง และจะไปยิงชู้ด้วยเพราะคับแค้นใจ อ้างทำไปเพราะรักอดีตภรรยา   ต่อมาตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ที่ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ขณะพยายามกำลังหลบหนีไปบ้านญาติ รายหนึ่ง ในอำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะเปลี่ยนหลบหนีไปบ้านพ่อ ในอำเภอแก่งกระจาน ซึ่งขณะนั้นนายดนุสรณ์ มีการติดต่อทางญาติโดยการใช้โทรศัพท์มือถือ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสามารถติดตามไปจับกุมตัวได้   พลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงสรุปคดีโดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่าที่ทำไปเพราะหึงหวง และไม่พอใจที่ทราบว่าอดีตแฟนสาวที่เพิ่งเลิกรากันไป ไปคบหากับชายหนุ่มคนอื่น ส่วนอาวุธปืนที่ยึดได้ พบว่าเป็นปืนมีทะเบียนถูกต้อง ซึ่งจะส่งมอบให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบยืนยันว่าตรงกันกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุหรือไม่   ส่วนจดหมายที่ตรวจพบในห้องพักของผู้ต้องหา ก็เป็นเพียงพยานแวดล้อมอย่างหนึ่ง เบื้องต้นยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องหาจะลงมือตามที่เขียนไว้ในจดหมายหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้เชิญชายที่กำลังคบหากับผู้เสียชีวิตมาสอบสวนในฐานะพยานแล้ว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาได้ยิงเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นผู้ต้องหาต้องการก่อเหตุยิงอดีตภรรยาเพียงคนเดียว แต่เนื่องจากขณะนั้นมีเพื่อนร่วมงานยืนอยู่ด้วยจึงถูกลูกหลง ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าผู้ต้องหาเป็นนักกีฬายิงปืน แต่มีประวัติอยู่ในชมรมยิงปืนแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯเท่านั้น   อย่างไรก็ตามเนื่องจากพนักงานสอบสวนสอบถามความสมัครใจผู้ต้องหาแล้ว แม้จะยินยอมให้การรับสารภาพ แต่ก็ไม่ยินยอมให้พาไปชี้จุดเกิดเหตุ หลังจากนี้ก็จะเร่งดำเนินการสอบสวน แจ้งข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน / พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน / และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนอีก 3 ข้อหา ก่อนจะดำเนินการนำตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาภิเษก ฝากขังตัวชั่วคราวต่อไป   หลังสอบปากคำนานกว่า 8 ชั่วโมง ตำรวจได้คุมตัวนายดนุสรณ์ ออกมาจากห้องสืบสวน ของสน.พญาไท สื่อมวลชนพยายามจะสอบถามถึงสาเหตุของการก่อเหตุ นายดนุสรณ์ ก็ร้องไห้ เเละตอบสั้นๆเพียงว่า ขอโทษกับทุกสิ่ง ขอโทษประชาชน ผมไม่ได้อยากทำ ผมไม่ได้ตั้งใจ พร้อมกับมีเสียงสะอื้นตลอดทาง   ด้านของผู้เสียชีวิต ระบุสาเหตุการหย่าร้างของทั้งคู่หลังอยู่กินกันมา 10 ปี เนื่องจากฝ่ายชายเป็นคนอารมณ์ร้อน หึงหวง ชอบลงไม้ลงมือ พร้อมข่มขู่พ่อแม่ของผู้ตายมา 4-5 ปี จนผู้ตายทนไม่ไหวต้องตัดขาดจากครอบครัว เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาตามมาข่มขู่ได้อีก จนต้องหลบหนีไปขออาศัยอยู่กับเพื่อน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ฝ่ายชายยังตามตื้อ และออกอุบายขอหย่า เพื่อหลอกล่อให้ผู้เสียชีวิตออกมาปรากฎตัว จนเกิดการเซ็นใบหย่า และกระทั่งมาก่อเหตุยิงจนน้องสาวเสียชีวิต   พร้อมย้ำว่าก่อนหน้านี้อดีตสามีของผู้เสียชีวิต มีภรรยาใหม่อยู่แล้วแต่ยังมาตามตื้อน้องสาวอยู่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวครอบครัวผู้ตายก็รู้เรื่องมาตลอด อีกทั้งตลอด10 ปีที่ผ่านมา ผู้ต้องหาไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูลูกเลย ปล่อยให้อยู่กับตายาย ที่ จ.ตาก โดยอ้างว่าตายยายเลี้ยงได้   ทั้งนี้ผู้ตายในอดีตเป็นเรียบร้อย ร่าเริง จนเริ่มเป็นคนเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร รวมถึงปัญหาทั้งหมด ไม่ได้เล่าให้ใครฟังก่อนเสียชีวิต ญาติจึงไม่ทราบรายละเอียด ว่าผู้ตายมีเพื่อนชายหรือเพื่อนสนิทอีกหรือไม่   ขณะที่เพื่อนสนิทของผู้ตายเผยว่า ผู้ตายเคยถูกอดีตสามีทำร้าย หากไม่ทำบัตรเครดิต แถมยังขี้หึง อารมณ์รุนแรง ไม่ให้ไปไหน ต้องตัวติดกันตลอดเวลา ผู้ตายเคยบอกเสมอว่าตัวเองต้องถูกยิงตายแน่ๆ เพราะถูกอดีตสามีขู่ว่าจะตามยิงหากเลิกกันหรือมีคนอื่น ส่วนเรื่องนอกใจระหว่างคบกันไม่มีแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าผู้ชายที่คุยอยู่หลังหย่าเป็นสถานะอะไร วอนสังคมฟังความ 2 ด้าน   ด้านผู้ดูแลที่อพาร์ทเม้นท์ของผู้ต้องหา บอกว่า นายเจเป็นคนหน้าตาดี พูดจาอ่อนหวาน ส่วนผู้ตายไม่ค่อยได้พูดคุยด้วยเพราะไม่สุงสิงกับใคร แต่เป็นคนนิสัยดี ทั้งนี้รู้ว่านายเจมีปืน เพราะเคยนำมาขายให้กับสามีของตน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gPRBw-RAgrE

 1,759
อาชญากรรม
20 ก.พ. 63

อดีตผัวสะอื้น อ้างไม่ตั้งใจยิงสาวคลินิก เพื่อนแฉขี้หึงจัด ชอบทำร้าย เคยขู่ถ้าเลิกจะตามยิง

จากกรณีนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ หรือเจ อายุ 28 ปี ก่อเหตุยิง น.ส.ปิยานุช ฉัตรไทย อดีตภรรยา กลางห้างดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังทั้งคู่ได้เลิกราเซ็นใบหย่ากันเพียง 7 วัน ชนวนเหตุเป็นเรื่องส่วนตัว โดยผู้ต้องหาเข้าใจผิดว่าอดีตภรรยาไปคบหากับผู้ชายคนใหม่จึงตามมายิง และจะไปยิงชู้ด้วยเพราะคับแค้นใจ อ้างทำไปเพราะรักอดีตภรรยา   ต่อมาตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ที่ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ขณะพยายามกำลังหลบหนีไปบ้านญาติ รายหนึ่ง ในอำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะเปลี่ยนหลบหนีไปบ้านพ่อ ในอำเภอแก่งกระจาน ซึ่งขณะนั้นนายดนุสรณ์ มีการติดต่อทางญาติโดยการใช้โทรศัพท์มือถือ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสามารถติดตามไปจับกุมตัวได้   พลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงสรุปคดีโดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่าที่ทำไปเพราะหึงหวง และไม่พอใจที่ทราบว่าอดีตแฟนสาวที่เพิ่งเลิกรากันไป ไปคบหากับชายหนุ่มคนอื่น ส่วนอาวุธปืนที่ยึดได้ พบว่าเป็นปืนมีทะเบียนถูกต้อง ซึ่งจะส่งมอบให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบยืนยันว่าตรงกันกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุหรือไม่   ส่วนจดหมายที่ตรวจพบในห้องพักของผู้ต้องหา ก็เป็นเพียงพยานแวดล้อมอย่างหนึ่ง เบื้องต้นยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องหาจะลงมือตามที่เขียนไว้ในจดหมายหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้เชิญชายที่กำลังคบหากับผู้เสียชีวิตมาสอบสวนในฐานะพยานแล้ว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาได้ยิงเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นผู้ต้องหาต้องการก่อเหตุยิงอดีตภรรยาเพียงคนเดียว แต่เนื่องจากขณะนั้นมีเพื่อนร่วมงานยืนอยู่ด้วยจึงถูกลูกหลง ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าผู้ต้องหาเป็นนักกีฬายิงปืน แต่มีประวัติอยู่ในชมรมยิงปืนแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯเท่านั้น   อย่างไรก็ตามเนื่องจากพนักงานสอบสวนสอบถามความสมัครใจผู้ต้องหาแล้ว แม้จะยินยอมให้การรับสารภาพ แต่ก็ไม่ยินยอมให้พาไปชี้จุดเกิดเหตุ หลังจากนี้ก็จะเร่งดำเนินการสอบสวน แจ้งข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน / พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน / และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนอีก 3 ข้อหา ก่อนจะดำเนินการนำตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาภิเษก ฝากขังตัวชั่วคราวต่อไป   หลังสอบปากคำนานกว่า 8 ชั่วโมง ตำรวจได้คุมตัวนายดนุสรณ์ ออกมาจากห้องสืบสวน ของสน.พญาไท สื่อมวลชนพยายามจะสอบถามถึงสาเหตุของการก่อเหตุ นายดนุสรณ์ ก็ร้องไห้ เเละตอบสั้นๆเพียงว่า ขอโทษกับทุกสิ่ง ขอโทษประชาชน ผมไม่ได้อยากทำ ผมไม่ได้ตั้งใจ พร้อมกับมีเสียงสะอื้นตลอดทาง   ด้านของผู้เสียชีวิต ระบุสาเหตุการหย่าร้างของทั้งคู่หลังอยู่กินกันมา 10 ปี เนื่องจากฝ่ายชายเป็นคนอารมณ์ร้อน หึงหวง ชอบลงไม้ลงมือ พร้อมข่มขู่พ่อแม่ของผู้ตายมา 4-5 ปี จนผู้ตายทนไม่ไหวต้องตัดขาดจากครอบครัว เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาตามมาข่มขู่ได้อีก จนต้องหลบหนีไปขออาศัยอยู่กับเพื่อน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ฝ่ายชายยังตามตื้อ และออกอุบายขอหย่า เพื่อหลอกล่อให้ผู้เสียชีวิตออกมาปรากฎตัว จนเกิดการเซ็นใบหย่า และกระทั่งมาก่อเหตุยิงจนน้องสาวเสียชีวิต   พร้อมย้ำว่าก่อนหน้านี้อดีตสามีของผู้เสียชีวิต มีภรรยาใหม่อยู่แล้วแต่ยังมาตามตื้อน้องสาวอยู่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวครอบครัวผู้ตายก็รู้เรื่องมาตลอด อีกทั้งตลอด10 ปีที่ผ่านมา ผู้ต้องหาไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูลูกเลย ปล่อยให้อยู่กับตายาย ที่ จ.ตาก โดยอ้างว่าตายยายเลี้ยงได้   ทั้งนี้ผู้ตายในอดีตเป็นเรียบร้อย ร่าเริง จนเริ่มเป็นคนเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร รวมถึงปัญหาทั้งหมด ไม่ได้เล่าให้ใครฟังก่อนเสียชีวิต ญาติจึงไม่ทราบรายละเอียด ว่าผู้ตายมีเพื่อนชายหรือเพื่อนสนิทอีกหรือไม่   ขณะที่เพื่อนสนิทของผู้ตายเผยว่า ผู้ตายเคยถูกอดีตสามีทำร้าย หากไม่ทำบัตรเครดิต แถมยังขี้หึง อารมณ์รุนแรง ไม่ให้ไปไหน ต้องตัวติดกันตลอดเวลา ผู้ตายเคยบอกเสมอว่าตัวเองต้องถูกยิงตายแน่ๆ เพราะถูกอดีตสามีขู่ว่าจะตามยิงหากเลิกกันหรือมีคนอื่น ส่วนเรื่องนอกใจระหว่างคบกันไม่มีแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าผู้ชายที่คุยอยู่หลังหย่าเป็นสถานะอะไร วอนสังคมฟังความ 2 ด้าน   ด้านผู้ดูแลที่อพาร์ทเม้นท์ของผู้ต้องหา บอกว่า นายเจเป็นคนหน้าตาดี พูดจาอ่อนหวาน ส่วนผู้ตายไม่ค่อยได้พูดคุยด้วยเพราะไม่สุงสิงกับใคร แต่เป็นคนนิสัยดี ทั้งนี้รู้ว่านายเจมีปืน เพราะเคยนำมาขายให้กับสามีของตน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gPRBw-RAgrE

 1,759
ข่าวภูมิภาค
20 ก.พ. 63

ผัวระแวงเมียมีชายอื่น ทะเลาะคว้าปืนยิงดับ ก่อนยิงขมับตัวเองตายตาม

ชลบุรี-พบศพนายสัมฤทธิ์ กองเงิน อายุ 43 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ใกล้กันพบ น.ส.รัฐนันท์ ขุนศักดิ์ณรงค์ อายุ 40 ปี อยู่ในสภาพถูกยิงเสียชีวิตเช่นกัน   จากการสอบสวนญาติเปิดเผยว่า ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ปกติแล้วทั้งคู่มักจะปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง เป็นเช่นนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว เนื่องจากสามีระแวงและหึงหวงว่าภรรยาจะไปมีชายอื่น ซึ่งก่อนเกิดเหตุสามีได้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปยังเพื่อนรุ่นน้อง โดยระบุว่า ถ้าหากตนเองเสียชีวิต ให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่ จ.นครราชสีมา จนกระทั่งล่าสุดมาพบว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กองพิศูจน์หลักฐานที่ 2 ชลบุรี ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว สันนิฐานว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่น่าจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นลงมือ เนื่องจากสิ่งของภายในบ้านกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งนายสัมฤทธิ์ ได้ไปหยิบกล่องบรรจุ อาวุธปืนขนาด .380 แมกกาซีนออกมายิง น.ส.รัฐนันท์ เข้าที่บริเวณหน้าผาก จนเสียชีวิต ก่อนที่จะหันกระบอกปืนยิงเข้าที่บริเวณขมับขวา เสียชีวิตตามไป   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตร และรอให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UC_iOp0cq6E

 451
อาชญากรรม
20 ก.พ. 63

ผัวระแวงเมียมีชายอื่น ทะเลาะคว้าปืนยิงดับ ก่อนยิงขมับตัวเองตายตาม

ชลบุรี-พบศพนายสัมฤทธิ์ กองเงิน อายุ 43 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ใกล้กันพบ น.ส.รัฐนันท์ ขุนศักดิ์ณรงค์ อายุ 40 ปี อยู่ในสภาพถูกยิงเสียชีวิตเช่นกัน   จากการสอบสวนญาติเปิดเผยว่า ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ปกติแล้วทั้งคู่มักจะปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง เป็นเช่นนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว เนื่องจากสามีระแวงและหึงหวงว่าภรรยาจะไปมีชายอื่น ซึ่งก่อนเกิดเหตุสามีได้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปยังเพื่อนรุ่นน้อง โดยระบุว่า ถ้าหากตนเองเสียชีวิต ให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่ จ.นครราชสีมา จนกระทั่งล่าสุดมาพบว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กองพิศูจน์หลักฐานที่ 2 ชลบุรี ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว สันนิฐานว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่น่าจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นลงมือ เนื่องจากสิ่งของภายในบ้านกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งนายสัมฤทธิ์ ได้ไปหยิบกล่องบรรจุ อาวุธปืนขนาด .380 แมกกาซีนออกมายิง น.ส.รัฐนันท์ เข้าที่บริเวณหน้าผาก จนเสียชีวิต ก่อนที่จะหันกระบอกปืนยิงเข้าที่บริเวณขมับขวา เสียชีวิตตามไป   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตร และรอให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UC_iOp0cq6E

 451
อาชญากรรม
20 ก.พ. 63

สามีชักปืนยิงภรรยาดับ ก่อนยิงตัวตายตาม คาดมีปากเสียงกันรุนแรง

ชลบุรี - เมื่อ19.30 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 พ.ต.อ. ปพนพัชร์ ใบยา ผกก.สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิตคาที่ 2 ราย เหตุเกิดภายในร้านม่านสวย  ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพี้ยวเยี้ยงไท้ ศรีราชา   ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายในร้านม่านสวย พบผู้เสียชีวิตคาที่ จำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือนายสัมฤทธิ์ กองเงิน อายุ 43 ปี อยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้า มือซ้ายและใบหน้าฟุตพาดอยู่กับเตียงนอน ที่บริเวณขมับข้างขวา มีบาดแผลฉกรรจ์ถูกอาวุธปืนยิง จำนวน 1 นัด ใกล้กันพบ น.ส.รัฐนันท์ ขุนศักดิ์ณรงค์ อายุ 40 ปี อยู่ในสภาพนอนหงายหน้า หลังพิงเตียงนอน ที่บริเวณหน้าผากถูกอาวุธชนิดเดียวกัน ยิงจำนวน 1 นัด เสียชีวิตคาที่ทั้งคู่ นอกจากนี้ที่บริเวณพื้นพบอาวุธปืน ขนาด .380 แมกกาซีนและปลอกกระสุน จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนนายชัยณรินทร์ ขุนศักดิ์ณรงค์ อายุ 30 ปี น้องชาย น.ส.รัฐนันท์ ทราบว่า ปกติแล้วทั้งคู่มักจะปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง เป็นเช่นนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว เนื่องจาก นายสัมฤทธิ์ ระแวงและหึงหวงว่า น.ส.รัฐนันท์ พี่สาวตน จะไปมีชายอื่น ซึ่งก่อนเกิดเหตุ นายสัมฤทธิ์ ได้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปยัง นายพันธุ์เทพ แซ่จึง อายุ 33 ปี เพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ถ้าหากตนเองเสียชีวิต ให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่ จ.นครราชสีมา จนกระทั่งล่าสุดมาพบว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กองพิศูจน์หลักฐานที่ 2 ชลบุรี ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว สันนิฐานว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่น่าจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นลงมือ เนื่องจากสิ่งของภายในบ้านกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ จนกระทั่ง นายสัมฤทธิ์ ได้ไปหยิบกล่องบรรจุ อาวุธปืนขนาด .380 แมกกาซีนออกมายิง น.ส.รัฐนันท์ เข้าที่บริเวณหน้าผาก จนเสียชีวิต ก่อนที่จะหันกระบอกปืนยิงเข้าที่บริเวณขมับขวา เสียชีวิตตามไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตร และรอให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/9LBacUhxwsY

 7,189
อาชญากรรม
19 ก.พ. 63

สรุปคดี หนุ่มบุกยิงอดีตเมียกลางห้างฯ เผยปมเหตุหึงหวง โดนแจ้ง 5 ข้อหาหนัก

ญาติเดินทางมารับศพพนักงานคลินิกเสริมความงาม ไปบำเพ็ญกุศล พร้อมเปิดเผยว่า ผู้ตายขาดการติดต่อกับครอบครัวมานาน 4-5ปีแล้ว เพราะถูกฝ่ายอดีตสามีทำร้ายร่างกายและไม่ให้ติดต่อกับญาติ ด้านผู้ต้องหา รับสารภาพ แต่ไม่ขอเปิดเผยสาเหตุที่ยิง และไม่ขอไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ      พนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบสวนนายดนุสรณ์ อายุ 28ปี ผู้ต้องหานานร่วม 8 ชั่วโมง หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวออกมาเพื่อควบคุมตัวในห้องขัง ของ สน.พญาไท โดยนายดนุสรณ์ ไม่ขอเปิดเผยถึงสาเหตุ ได้แต่ร้องไห้ และขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป     ส่วนมารดาของผู้ต้องหาได้เดินทางมาเยี่ยม แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยก่อนหน้านี้ หลังก่อเหตุยิงอดีตภรรยา เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ นายดนุสรณ์ หลบ หนีไปบ้านบิดา ที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตำรวจติดตามไปจับตัวได้ พร้อมกับอาวุธปืน ที่ใช้ก่อเหตุ      ซึ่งตำรวจเปิดเผยว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สาเหตุที่กระทำไปเพราะหึงหวง และไม่พอใจที่ทราบว่าอดีตภรรยาที่เพิ่งหย่ากัน ไปคบหาคนใหม่ ส่วนอาวุธปืนที่ยึดได้ พบว่าเป็นปืนขนาด 11 มม.มีทะเบียนถูกต้อง สำหรับจดหมายที่ผู้ต้องหาเขียนไว้ให้ตำรวจ ตำรวจได้เชิญชายที่กำลังคบหากับผู้เสียชีวิตมาสอบสวนในฐานะพยานแล้ว ส่วนพนักงานหญิงอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ถูกลูกหลง โดยผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้พาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ     ส่วนญาติของ นส.ปิยานุช อายุ 28ปี ญาติได้เดินทางมารับศพ ไปบำเพ็ญกุศล แล้ว พร้อมเปิดเผยว่าที่ฝ่านมา ผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดต่อกับญาติเป็นเวลานาน4-5ปี หลังจดทะเบียนแต่งงานกับฝ่ายชาย โดยทราบว่าฝ่ายชายมักทำร้ายร่างกาย และห้ามติดต่อญาติ ชอบติดตามดูพฤติกรรมของฝ่ายหญิง กระทั่งมาแยกกันอยู่หลังปีใหม่ และไม่ให้ฝ่ายชายทราบที่อยู่ แต่ฝ่ายชายทราบที่ทำงาน และฝ่ายชายเป็นคนขอฝ่ายหญิงหย่าเอง จึงเชื่อว่าฝ่ายชายน่าจะวางแผน เพื่อเอาชีวิตฝ่ายหญิงไว้แล้ว     ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าผู้ต้องหาไปขออนุญาตครอบครองอาวุธปืนเมื่อเดือนเมษายนปี2562 เคยไปสมัครอยู่ในชมรมยิงปืนแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการออกมาก่อเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ จนเป็นที่หวาดกลัวของคนทั่วไป ขณะนี้ตำรวจเตรียมป้องกันเหตุร่วมกับห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ให้พนักงานรักษาความปลอดภัย ช่วยป้องกันเหตุในเบื้องต้นได้บ้าง     เนื่องจากประเทศไทยพบว่า มีผู้ครอบครองปืนมากที่สุดเป็นประเทศอันดับ1ของอาเซียน มีปืนจดทะเบียนถูกต้อง 6ล้านกระบอก ไม่มีทะเบียนประมาณ 4-5 ล้านกระบอก และมีสถิติการใช้อาวุธปืนทำร้าย กันเสียชีวิตสูงมาเป็นอันดับ2 ในอาเชียนรองจากฟิลิปปินส์

 347
อาชญากรรม
19 ก.พ. 63

คุมตัวหนุ่มยิงอดีตเมียกลางห้างฯ เจ้าตัวเผย ไม่ได้อยากทำแต่แค้นที่นอกใจ

จากกรณีตำรวจ สน. พญาไท รับแจ้งเหตุชายใช้อาวุธปืนบุกยิงพนักงานสาวของภายในดิไอคอนคลินิกเวชกรรม (เสริมความงาม) เสียชีวิต 1 ราย บริเวณชั้น 4 ห้างเซ็นจูรี่มูฟวี่พลาซ่า ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนพญาไท กรุงเทพฯ     ในวันนี้ เวลาบ่าย 2 โมงครึ่ง นาย ดนุสรณ์ นุ่มเจริญ วัย 28 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้ปืนยิง นางสาว ปิยนุช ฉัตรไทย อดีตภรรยาเสียชีวิต ขณะทำงานคลินิกเสริมความงามในห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้ปรากฎตัวต่อหน้าสื่อมวลชน หลังถูกตำรวจตามไปจับได้ตั้งแต่ตี 4 ที่ผ่านมา ขณะหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านพ่อ ในตำบลห้วยแม่เพียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และประโยคเดียวที่เขาพูดกับสื่อมวลชน คือคำว่า "ขอโทษ"      แม่ของ นาย ดนุสรณ์ เดินทางมาที่ สน.พญาไท เพื่อพบหน้าลูกชาย แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงรายละเอียดการจับกุม บอกว่า นาย ดนุสรณ์ รับสารภาพตลอดว่าทำไปเพราะหึงหวง และไม่พอใจที่รู้ว่าอดีตภรรยาที่เพิ่งหย่ากันไป คบหากับชายอื่น     หลังเกิดเหตุขับรถหลบหนีกลับไปที่บ้านพ่อในจังหวัดเพชรบุรีเพียงลำพัง พร้อมยึดปืนขนาด จุด45 และกระสุนปืนขนาด 11 มม. ได้อีกจำนวนหนึ่ง     เบื้องต้นแจ้ง 5 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนอีก 3 ข้อหา จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาไม่ใช่นักกีฬายิงปืน แต่มีประวัติอยู่ในชมรมยิงปืนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ส่วนปืนมีทะเบียนถูกต้อง     พลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าปัจจุบันปืนมีทะเบียนหาซื้อขายกันได้ง่าย ทั้งปืนโครงการจัดซื้อ ปืนสวัสดิการ บางคนทำโอนลอยไว้เพื่อเตรียมขาย และสาเหตุอาชญากรรมที่คนร้ายใช้ปืนเกิดต่อเนื่อง เป็นเพราะการเลียนแบบ      การแก้ปัญหาเรื่องนี้ตำรวจควรตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนพกปืนติดตัวโดยง่าย เพิ่มโทษ และคุมเข้มสนามยิงปืนคัดกรองคน ตัดวงจรไม่ให้คนเสพติดความรุนแรง        

 1,136
อาชญากรรม
19 ก.พ. 63

เปิดใจครอบครัวสาวถูกยิงกลางห้างฯ เผยพฤติกรรมรุนแรง-ลูกไม่เคยเลี้ยง ลั่นไม่ต้องมาขมาศพ

จากเหตุหนุ่มบุกยิงอดีตภรรยากลางห้างดังอนุ ขณะที่แม่ผู้เสียชีวิตเผยหลังเกิดเหตุ เจโทรมาถามอาการต่าย แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แม่โมโหด่ากลับ ทำลูกแม่ทำไม พร้อมยืนยันไม่ต้องมาขอขมา     ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของผู้เสียชีวิตใน อ.สามเงา จ.ตาก พ่อแม่และญาติพี่น้อง ได้เตรียมสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยนางตุ๋ย อายุ 59 ปี แม่ผู้เสียชีวิต บอกว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ยกโทษให้กับนายเจ ที่ยิงลูกสาวจนเสียชีวิต เนื่องจากกระทำอย่างโหดร้ายกับลูกสาว อยากให้ได้รับโทษประหารชีวิต และไม่ต้องมาขอขมาศพ และไม่อยากเห็นหน้า      พร้อมกับเล่าว่า หลังเกิดเหตุ เวลาประมาณทุ่มนึง นายเจโทรมาหาตนถามว่า ต่ายเป็นยังไงบ้าง แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ตนรู้เรื่องจากเพื่อนบ้านแล้ว จึงโมโหด่ากลับไปว่า "มึงมายิงลูกกูทำไม" นายเจก็ไม่ตอบอะไร เอาแต่ร้องไห้ ตนจึงถามต่อว่า "อยู่ไหน" คนร้ายก็ตอบว่า "อยู่เขา" ก่อนจะวางสายไป ตนจึงเอาเบอร์โทรของนายเจให้กับลูกสาวคนโต และส่งต่อให้ตำรวจทันทีสำหรับทั้งคู่อยู่กินกันมา 10 ปี จนมีลูกชาย 1 คน ปัจจุบันอายุ 7 ขวบ ก็เอามาให้ตากับยายเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ลูกสาวไม่ค่อยติดต่อกลับมาที่บ้าน      แต่เมื่อ 3 วันก่อน ต่ายโทรมาหาแม่คุยกันไม่นาน บอกแค่ว่าหย่ากับเจแล้ว และโอนเงิน 500 บาทให้ลูกชาย ไม่คิดว่าจะเป็นการคุยกันครั้งสุดท้าย เพราะไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไร ทั้งนี้ครอบครัวจะทำการฌาปนกิจศพในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

 3,902
อาชญากรรม
19 ก.พ. 63

รวบแล้วหนุ่มบุกยิงเมียกลางห้างฯ ปมหึงหวง ตั้ง 5 ข้อหา

จากกรณีตำรวจ สน. พญาไท รับแจ้งเหตุชายใช้อาวุธปืนบุกยิงพนักงานสาวของภายในดิไอคอนคลินิกเวชกรรม (เสริมความงาม) เสียชีวิต 1 ราย บริเวณชั้น 4 ห้างเซ็นจูรี่มูฟวี่พลาซ่า ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนพญาไท กรุงเทพฯ     ในวันนี้ เวลาบ่าย 2 โมงครึ่ง นาย ดนุสรณ์ นุ่มเจริญ วัย 28 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้ปืนยิง นางสาว ปิยนุช ฉัตรไทย อดีตภรรยาเสียชีวิต ขณะทำงานคลินิกเสริมความงามในห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้ปรากฎตัวต่อหน้าสื่อมวลชน หลังถูกตำรวจตามไปจับได้ตั้งแต่ตี 4 ที่ผ่านมา ขณะหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านพ่อ ในตำบลห้วยแม่เพียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และประโยคเดียวที่เขาพูดกับสื่อมวลชน คือคำว่า "ขอโทษ"      แม่ของ นาย ดนุสรณ์ เดินทางมาที่ สน.พญาไท เพื่อพบหน้าลูกชาย แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงรายละเอียดการจับกุม บอกว่า นาย ดนุสรณ์ รับสารภาพตลอดว่าทำไปเพราะหึงหวง และไม่พอใจที่รู้ว่าอดีตภรรยาที่เพิ่งหย่ากันไป คบหากับชายอื่น     หลังเกิดเหตุขับรถหลบหนีกลับไปที่บ้านพ่อในจังหวัดเพชรบุรีเพียงลำพัง พร้อมยึดปืนขนาด จุด45 และกระสุนปืนขนาด 11 มม. ได้อีกจำนวนหนึ่ง     เบื้องต้นแจ้ง 5 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนอีก 3 ข้อหา จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาไม่ใช่นักกีฬายิงปืน แต่มีประวัติอยู่ในชมรมยิงปืนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ส่วนปืนมีทะเบียนถูกต้อง

 430
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.พ. 63

จับแล้ว! อดีตผัวหึงโหด ยิงเมียกลางห้างหลังเลิกรา เขียน จม.ระบาย อ้างทำไปเพราะรัก

ตำรวจ สน. พญาไท รับแจ้งเหตุชายใช้อาวุธปืนบุกยิงพนักงานสาวของภายในดิไอคอนคลินิกเวชกรรม(เสริมความงาม) เสียชีวิต 1 ราย บริเวณชั้น 4 ห้างเซ็นจูรี่มูฟวี่พลาซ่า ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนพญาไท กรุงเทพฯ   ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อนางสาวปิยานุช ฉัตรไทย อายุ 28 ปี พนักงานต้อนรับของคลินิกฯ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 3-4 นัด และลำตัวนอนเสียชีวิตจมกองเลือดบริเวณเคาน์เตอร์ภายในคลินิกดังกล่าว และมีเพื่อนพนักงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย คือ นางสาววิลาสินี  ทีปั่น อายุ 31 ปี โดนลูกหลงมือซ้าย 1 คน เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลพญาไท 2  จากตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืน .45 จำนวน 7 ปลอก   ก่อนเกิดเหตุกล้องวงจรปิดภายในคลินิกฯ จับภาพขณะเกิดเหตุได้ โดยผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายดณุสรณ์  นุ่มเจริญ อดีตสามีของผู้เสียชีวิต ได้สวมเสื้อผ้าชุดสูทสีดำ นำอาวุธปืนเหน็บไว้ที่กางเกง เดินเปิดประตูปรี่เข้ามาภายในคลินิกคนเดียว ช่วงเวลาประมาณ 15.15 น.ตรงไปหาผู้ตายซึ่งนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์   จากนั้นได้ชักปืนออกมา ซึ่งเพื่อนพนักงานและผู้ตายที่นั่งอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ด้วยกันเห็นปืนได้ส่งเสียงกรีดร้อง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะลั่นไกใส่อดีตภรรยาเดินไปกระหน่ำยิงซ้ำรวม 7 นัด ฟุบลงจมกองเลือด ขณะที่เพื่อนของผู้ตายพยายามหนีหลบเข้าไปอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ผู้ที่มาใช้บริการคลินิกต่างพากันตกใจเสียงปืนวิ่งหลบหนีตาย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถือปืนเดินออกจากคลินิกหลบหนีไป   สอบถามพนักงานพี่ทำงานในคลินิกเดียวกันกับเสียชีวิต เล่าว่า  ก่อนเกิดเหตุตนทำงานอยู่ ได้ยินเสียงปืนแล้วออกมาดู พบผู้ตายถูกยิงนอนคว่ำหน้าอยู่ตอนนั้นไม่มีสติแล้ว ส่วนพนักงานอีกคนบาดเจ็บที่ข้อมือ ก่อนเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงทะเลาะกันและไม่เห็นคนก่อเหตุเพราะตนทำงานอยู่ด้านใน โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้ตายมีสีหน้าปกติและก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง   โดยผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี ตนเองไม่เคยสอบถามเรื่องส่วนตัว และผู้ตายไม่เคยมาเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง แต่คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับแฟนเก่า ก่อนจะเกิดเหตุสลดขึ้นทั้งคู่เคยยืนทะเลาะกันบริเวณด้านหน้าคลินิก 3-4 ครั้ง ทราบว่าผู้ตายเคยไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ เพราะถูกอดีตสามีขู่ทำร้าย   ขณะที่คนขับรถจักรยานยนต์ขึ้นไปช่วยที่เกิดเหตุ เล่าว่า ตนได้รับการประสานให้เข้าไปช่วยเหลือผู้เสียชีวิต เนื่องจากมีความรู้ได้รับการอบรมด้านอาสาสมัครกู้ภัย พบนางสาวปิยะนุช ถูกยิงที่ศีรษะนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นเลือดไหลเยอะ เจ้าหน้าที่กู้ชีพพยายามให้การช่วยเหลือ หลังเกิดเหตุมีคนเห็นชายรูปร่างสันทัด ใส่เสื้อคลุมแจ็คเก็ตสีดำวิ่งลงมาจากห้าง แล้วใช้รถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ด้าน พล. ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า ยืนยัน ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตสามีอยู่ระหว่างหลบหนี หากใครพบเห็นให้ประสานหรือติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจ  สำหรับผู้ก่อเหตุทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านปทุมวัน ได้คบหากับผู้ตายมานานกว่า 10 ปี และเพิ่งเลิกรากันไป ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนขนาด 11 มม.  ตรวจสอบวงจรปิดพบว่าคนร้ายได้นั่งรถจักรยานยนต์มา ก่อนจะเข้าไปภายในคลินิกพอไปถึงมีเจตนายิงทันที    ทั้งนี้จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นอดีตสามี ยังพบว่าได้โพสต์ข้อความก่อนบุกไปยิง 2 ช.ม.ตัดพ้อถึงชีวิตรักตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จากนั้นยังโพสต์ด้วยว่า “คิวต่อไปชู้”   ขณะเดียวกัน พบว่าก่อนเกิดเหตุนายดนุสรณ์ ได้โพสต์ภาพขณะกำลังซ้อมยิงปืน ซึ่งมีการโชว์เป้าซ้อมที่ถูกยิงจำนวนหลายนัด โดยมีเพื่อนเข้ามาคอมเมนต์ว่า "ตายตั้งแต่นัดแรกแล้วเจ" ก่อนที่ผู้โพสต์จะเข้ามาตอบว่า "ซ้ำเดี๋ยวไม่ตาย" นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ก่อเหตุยังโพสต์ข้อความถึงแฟนเก่าอีกหลายข้อความด้วย   โดยหลังก่อเหตุนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ ได้เขียนจดหมายด้วยดินสอระบายถึงสาเหตุและแรงจูงใจลงในกระดาษ 4 แผ่น แผ่นหนึ่งระบุว่า “ฝากตำรวจครับผมไม่ต้องตามผม ผมสัญญา ผมจะไม่ยิงใครนอกจากตัวเองครับ แต่ผมจะขอไปเอาอีกคน(ชู้) ผมขอโทษนะครับ ผมสัญญา 2 วันผมปิดชีวิตตัว ผมฝากดูแม่ผมด้วยนะครับ(ผมขอเวลา)”   อีกแผ่นไม่แน่ใจเขียนถึงใครระบุว่า “ ดูแลตัวเองด้วยนะ กินข้าวเยอะๆ รักเป็นห่วง หาคนดี ๆ สักคนเข้ามาอยู่ด้วยนะ เจทำไปเจรักเขา”   อีกแผ่นเขียนว่า “กราบขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมรักเขามากจริงๆ สิ่งที่ผมทำไปผมรู้ว่ามันผิดและการที่ผมตัดสินใจ....และทำไปต้องยิงคนอื่นด้วย ผมมีเหตุผลเขามายุ่งเรื่องของผม อยากให้ผมกะเมียเลิก ผมขอโทษด้วยนะ พี่ ๆ น้า ๆ และพี่ตำรวจผมขอโทษครับผม”   นอกจากนี้เขียนถึงแม่ว่า "แม่ผมขอโทษนะ เจเหนื่อยแล้ว เจลุกไม่ไหวแล้ว เจท้อ ขอบคุณแม่มากนะที่ไม่เคยโกรธเจเลยทุก ๆ เรื่อง แบ่งให้มันด้วย ลูกเจแม่ไม่ต้องห่วงมัน ตายายมันเลี้ยงเขาบอกเขามีปัญญาเลี้ยง แต่แม่ก็อย่าทิ้งมัน ต้ามันลูกเจ ของที่ห้องให้วรรณมันนะ รถมอเตอร์ไซค์ขายเอาเงินใช้กันนะ รักแม่ แม่เลี้ยงเจมาดีแล้วไม่ต้องขอโทษด้วยรู้มั้ย ทุกอย่างเจมันกำหนดเอง เจสัญญากับมัน เจกระมันเลิกอีก เจขอตายกะมัน รักแม่มากนะ”   อย่างไรก็ตาม ตำรวจชุดสืบสวนได้เดินทางไปที่ จ.พะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของชายที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเป็นชู้กับอดีตภรรยา เนื่องจากเกรงว่าชายคนดังกล่าวจะอยู่ในพื้นที่ จ.พะเยา และถูกผู้ก่อเหตุตามไปทำร้าย   ล่าสุดมีรายงานจาก พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาได้เเล้ว ขณะหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี   ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวเเล้ว โดยฝากชื่นชม และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/DGPOrtI9kzs  

 13,999
อาชญากรรม
19 ก.พ. 63

จับแล้ว! อดีตผัวหึงโหด ยิงเมียกลางห้างหลังเลิกรา เขียน จม.ระบาย อ้างทำไปเพราะรัก

ตำรวจ สน. พญาไท รับแจ้งเหตุชายใช้อาวุธปืนบุกยิงพนักงานสาวของภายในดิไอคอนคลินิกเวชกรรม(เสริมความงาม) เสียชีวิต 1 ราย บริเวณชั้น 4 ห้างเซ็นจูรี่มูฟวี่พลาซ่า ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนพญาไท กรุงเทพฯ   ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อนางสาวปิยานุช ฉัตรไทย อายุ 28 ปี พนักงานต้อนรับของคลินิกฯ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 3-4 นัด และลำตัวนอนเสียชีวิตจมกองเลือดบริเวณเคาน์เตอร์ภายในคลินิกดังกล่าว และมีเพื่อนพนักงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย คือ นางสาววิลาสินี  ทีปั่น อายุ 31 ปี โดนลูกหลงมือซ้าย 1 คน เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลพญาไท 2  จากตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืน .45 จำนวน 7 ปลอก   ก่อนเกิดเหตุกล้องวงจรปิดภายในคลินิกฯ จับภาพขณะเกิดเหตุได้ โดยผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายดณุสรณ์  นุ่มเจริญ อดีตสามีของผู้เสียชีวิต ได้สวมเสื้อผ้าชุดสูทสีดำ นำอาวุธปืนเหน็บไว้ที่กางเกง เดินเปิดประตูปรี่เข้ามาภายในคลินิกคนเดียว ช่วงเวลาประมาณ 15.15 น.ตรงไปหาผู้ตายซึ่งนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์   จากนั้นได้ชักปืนออกมา ซึ่งเพื่อนพนักงานและผู้ตายที่นั่งอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ด้วยกันเห็นปืนได้ส่งเสียงกรีดร้อง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะลั่นไกใส่อดีตภรรยาเดินไปกระหน่ำยิงซ้ำรวม 7 นัด ฟุบลงจมกองเลือด ขณะที่เพื่อนของผู้ตายพยายามหนีหลบเข้าไปอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ผู้ที่มาใช้บริการคลินิกต่างพากันตกใจเสียงปืนวิ่งหลบหนีตาย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถือปืนเดินออกจากคลินิกหลบหนีไป   สอบถามพนักงานพี่ทำงานในคลินิกเดียวกันกับเสียชีวิต เล่าว่า  ก่อนเกิดเหตุตนทำงานอยู่ ได้ยินเสียงปืนแล้วออกมาดู พบผู้ตายถูกยิงนอนคว่ำหน้าอยู่ตอนนั้นไม่มีสติแล้ว ส่วนพนักงานอีกคนบาดเจ็บที่ข้อมือ ก่อนเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงทะเลาะกันและไม่เห็นคนก่อเหตุเพราะตนทำงานอยู่ด้านใน โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้ตายมีสีหน้าปกติและก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง   โดยผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี ตนเองไม่เคยสอบถามเรื่องส่วนตัว และผู้ตายไม่เคยมาเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง แต่คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับแฟนเก่า ก่อนจะเกิดเหตุสลดขึ้นทั้งคู่เคยยืนทะเลาะกันบริเวณด้านหน้าคลินิก 3-4 ครั้ง ทราบว่าผู้ตายเคยไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ เพราะถูกอดีตสามีขู่ทำร้าย   ขณะที่คนขับรถจักรยานยนต์ขึ้นไปช่วยที่เกิดเหตุ เล่าว่า ตนได้รับการประสานให้เข้าไปช่วยเหลือผู้เสียชีวิต เนื่องจากมีความรู้ได้รับการอบรมด้านอาสาสมัครกู้ภัย พบนางสาวปิยะนุช ถูกยิงที่ศีรษะนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นเลือดไหลเยอะ เจ้าหน้าที่กู้ชีพพยายามให้การช่วยเหลือ หลังเกิดเหตุมีคนเห็นชายรูปร่างสันทัด ใส่เสื้อคลุมแจ็คเก็ตสีดำวิ่งลงมาจากห้าง แล้วใช้รถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ด้าน พล. ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า ยืนยัน ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตสามีอยู่ระหว่างหลบหนี หากใครพบเห็นให้ประสานหรือติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจ  สำหรับผู้ก่อเหตุทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านปทุมวัน ได้คบหากับผู้ตายมานานกว่า 10 ปี และเพิ่งเลิกรากันไป ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนขนาด 11 มม.  ตรวจสอบวงจรปิดพบว่าคนร้ายได้นั่งรถจักรยานยนต์มา ก่อนจะเข้าไปภายในคลินิกพอไปถึงมีเจตนายิงทันที    ทั้งนี้จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นอดีตสามี ยังพบว่าได้โพสต์ข้อความก่อนบุกไปยิง 2 ช.ม.ตัดพ้อถึงชีวิตรักตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จากนั้นยังโพสต์ด้วยว่า “คิวต่อไปชู้”   ขณะเดียวกัน พบว่าก่อนเกิดเหตุนายดนุสรณ์ ได้โพสต์ภาพขณะกำลังซ้อมยิงปืน ซึ่งมีการโชว์เป้าซ้อมที่ถูกยิงจำนวนหลายนัด โดยมีเพื่อนเข้ามาคอมเมนต์ว่า "ตายตั้งแต่นัดแรกแล้วเจ" ก่อนที่ผู้โพสต์จะเข้ามาตอบว่า "ซ้ำเดี๋ยวไม่ตาย" นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ก่อเหตุยังโพสต์ข้อความถึงแฟนเก่าอีกหลายข้อความด้วย   โดยหลังก่อเหตุนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ ได้เขียนจดหมายด้วยดินสอระบายถึงสาเหตุและแรงจูงใจลงในกระดาษ 4 แผ่น แผ่นหนึ่งระบุว่า “ฝากตำรวจครับผมไม่ต้องตามผม ผมสัญญา ผมจะไม่ยิงใครนอกจากตัวเองครับ แต่ผมจะขอไปเอาอีกคน(ชู้) ผมขอโทษนะครับ ผมสัญญา 2 วันผมปิดชีวิตตัว ผมฝากดูแม่ผมด้วยนะครับ(ผมขอเวลา)”   อีกแผ่นไม่แน่ใจเขียนถึงใครระบุว่า “ ดูแลตัวเองด้วยนะ กินข้าวเยอะๆ รักเป็นห่วง หาคนดี ๆ สักคนเข้ามาอยู่ด้วยนะ เจทำไปเจรักเขา”   อีกแผ่นเขียนว่า “กราบขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมรักเขามากจริงๆ สิ่งที่ผมทำไปผมรู้ว่ามันผิดและการที่ผมตัดสินใจ....และทำไปต้องยิงคนอื่นด้วย ผมมีเหตุผลเขามายุ่งเรื่องของผม อยากให้ผมกะเมียเลิก ผมขอโทษด้วยนะ พี่ ๆ น้า ๆ และพี่ตำรวจผมขอโทษครับผม”   นอกจากนี้เขียนถึงแม่ว่า "แม่ผมขอโทษนะ เจเหนื่อยแล้ว เจลุกไม่ไหวแล้ว เจท้อ ขอบคุณแม่มากนะที่ไม่เคยโกรธเจเลยทุก ๆ เรื่อง แบ่งให้มันด้วย ลูกเจแม่ไม่ต้องห่วงมัน ตายายมันเลี้ยงเขาบอกเขามีปัญญาเลี้ยง แต่แม่ก็อย่าทิ้งมัน ต้ามันลูกเจ ของที่ห้องให้วรรณมันนะ รถมอเตอร์ไซค์ขายเอาเงินใช้กันนะ รักแม่ แม่เลี้ยงเจมาดีแล้วไม่ต้องขอโทษด้วยรู้มั้ย ทุกอย่างเจมันกำหนดเอง เจสัญญากับมัน เจกระมันเลิกอีก เจขอตายกะมัน รักแม่มากนะ”   อย่างไรก็ตาม ตำรวจชุดสืบสวนได้เดินทางไปที่ จ.พะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของชายที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเป็นชู้กับอดีตภรรยา เนื่องจากเกรงว่าชายคนดังกล่าวจะอยู่ในพื้นที่ จ.พะเยา และถูกผู้ก่อเหตุตามไปทำร้าย   ล่าสุดมีรายงานจาก พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาได้เเล้ว ขณะหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี   ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวเเล้ว โดยฝากชื่นชม และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/DGPOrtI9kzs  

 13,999
สรุปข่าว
19 ก.พ. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 ก.พ.63 อดีตผัวหึงโหดบุกยิงกลางห้าง-ดับฝันหยุดยาวสงกรานต์-เรือสำราญญี่ปุ่นติดเชื้อไม่หยุด

-อดีตสามีหึงโหดบุกยิง อดีตภรรยาที่เป็นพนักงานสาวคลินิกเสริมความงามวัย 28 ปี ดับกลางห้างย่านอนุสาวรีย์ชัย กล้องวงจรปิดจับภาพได้สวมสูทสีดำชักปืนกระหน่ำยิง เพื่อน พนง.อีกคนกระสุนเข้าแขนบาดเจ็บ ลูกค่าวิ่งหนีกระเจิง พนง.ในร้านบอกก่อนที่จะได้ยินเสียงปืน ก็ไม่ได้ยินเสียงทะเลาะหรืออะไรก่อน เพื่อนสนิทคนตายบอกตอนเช้าโทรมาขู่ให้ซ้อมหมอบให้ดี   ผบช.น.ยันมือปืนเป็นอดีตสามีเคยมา 10 ปีเพิ่งเลิกรากัน ตรวจห้องมือยิงเจอกระดาษเขียน จม.4แผ่นด้วยลายมือ บอกตร.ไม่ต้องตาม จะไปยิงชู้ก่อนแล้วจะยิงตัวตาย ขอเวลา 2 วัน ทำไปทั้งหมดเพราะรัก ขอโทษแม่และทุกคนฝากดูแลลูกด้วย พร้อมโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อชีวิตรัก มีแชทคุยหนุ่มแฟนใหม่ ถามความสัมพันธ์อยากรู้ให้เคลียร์ ผู้ตายโพสต์ภาพใบหย่า ก่อนโพสต์ช่อกุหลาบวันวาเลนไทน์ ล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว 5 ข้อหาหนัก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้ว! อดีตผัวหึงโหด ยิงเมียกลางห้างหลังเลิกรา เขียน จม.ระบาย อ้างทำไปเพราะรัก    -คณะกรรมการสุขภาพแห่งเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ยืนยัน นายแพทย์หลิว จื้อหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู่ฉาง ในเมืองอู่ฮั่น เสียชีวิตจากการล้มป่วยเพราะติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 นับเป็นแพทย์รายที่ 2 ในอู่ฮั่นที่ต้องจบชีวิตจากการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งในจีนมีบุคลากรทางแพทย์ติดเชื้อแล้วกว่า 3 พันคน   ผลวิจัยจากผู้ติดเชื้อกว่า 4 หมื่นคนชี้ 80% มีอาการไม่รุนแรง คนชราและผู้ป่วยจากโรคอื่นก่อนหน้าจะเสี่ยงเสียชีวิตสูงสุด พร้อมกระตุ้นให้ผู้ที่หายแล้วซึ่งมีแอนติบอดี้ต้านเชื้อโควิด-19 ไปบริจาคเลือดเพื่อสกัดเอาพลาสมาเอาไปรักษาผู้ป่วยอาการหนัก   ที่ญี่ปุ่นเรือไดมอนด์ ปริ๊นเซส ติดเชื้อเพิ่มกว่า 88 คน รวมติดเชื้อเป็น 542 คนแล้ว ส่วนเรือเวสเตอร์ดัม ผู้โดยสารกลับประเทศแล้ว ฮุนเซนยืนยันการให้จอดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แถมจัดโปรแกรมพาคนบนเรือเที่ยวรอบกรุงพนมเปญ ย้ำขณะนี้ไม่พบชาวกัมพูชาติดเชื้อแม้แต่คนเดียว   สรุปยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 73,451 คน เสียชีวิต 1,875 คน รักษาหาย 13,147 คน ส่วนที่สนามบินไทยยกระดับคัดกรองผู้โดยสารจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์ เข้มข้นเทียบเท่ามาจากจีน ส่วนยอดสะสมอยู่ที่ 35 คน ปิดศูนย์กักตัวคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ทั้ง 137 คนปลอดเชื้อได้กลับบ้าน อีก 1 คนเฝ้าระวัง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผอ.รพ.ในอู่ฮั่น ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิต หมอญี่ปุ่นติดเชื้อหลังรักษาผู้ป่วยที่ตายคนแรก    -นับถอยหลังอีก 5 วัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเริ่มขึ้น ฝ่ายรัฐบาลจัดตั้งวอรูมองครักษ์พิทัก รมต.นอกสภา ตอบโต้หมัดต่อหมัด ขณะที่ฝ่ายค้าน เปิดชื่อการอภิปรายครั้งนี้ว่า ยุทธการอรุณรุ่ง   พรรคพลังประชารัฐ ประชุมทีมวอร์รูมนอกสภา รับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งทศพล เพ็งส้ม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสักนักนายกรัฐมนตรี ดูกฎหมายจับตาหากฝ่ายค้านใส่ร้าย 6 รัฐมนตรี ยันมีหมัดเด็ดสวนกลับ ไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว    ด้านนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ถ้าสมมุติว่าเขาพูดถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องที่ดิน เราต้องสวนกลับหรือไม่ว่า ในยุคอดีตนายกฯ ทักษิณมีการทำกันอย่างไร รวมถึงเรื่องผลประโยชน์การเช่าที่ดิน 50 ปี ซึ่งตรงนี้ถ้าสวนได้ ก็เหมือนเขายิงเราหมัดเดียว แต่เราชกเขา 3 ที โดยเขาจะเลิกชก เพราะเขารู้แล้วว่า พูดมาเรามีข้อมูล เหมือนการเก็งข้อสอบ ดังนั้นการเก็งข้อสอบเราก็ต้องเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเขาออกอาวุธมา เราจะได้มีข้อมูลโต้ตอบทันที   ส่วนฝ่ายค้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย เปิดยุทธการอรุณรุ่ง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ แต่ยังไม่ขอขยายความว่า ยุทธการอรุณรุ่งคืออะไรให้รอติดตาม ยืนยันข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายเป็นข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน เชื่อว่าจะสะเทือนจนทำให้รัฐบาลอายจนต้องใส่หน้ากากอนามัยแม้ไวรัสจะหมดไปแล้ว จำเป็นต้องพูดย้อนกลับไปในช่วง 5 ปีแน่นอนไม่ใช่แค่ 6 เดือน เพราะเป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว ตั้งแต่เป็นรัฐบาล คสช. ส่วนอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ตั้งตนเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลนั้น ก็ขอให้ไปดี แต่คนเหล่านี้จะทำอะไรได้ เพราะอยู่นอกสภาเป็นนางงามตกรอบ   ด้านนายกฯบอกมีข้อมูลชี้แจงได้หมดทุกประเด็น ขอร้องว่าอย่าบิดเบือน เมื่อชี้แจงแล้วก็ขอความกรุณาให้ฟังด้วยแล้วกัน คำถามที่อภิปรายทั้งหมดทุกเรื่อง  ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  พปชร. จัดทีมวอร์รูมสู้ศึกอภิปราย ลั่นเตรียมพร้อมมาดี เตรียมยก 'ยุคทักษิณ' เป็นหมัดเด็ดสู้ฝ่ายค้าน 'เฉลิม' โวเปิด 'ยุทธการอรุณรุ่ง' จะสะเทือนจนรัฐบาลต้องอาย ใส่หน้ากากแม้ไม่มีไวรัส  'บิ๊กตู่' ลั่นพร้อมแจงทุกประเด็น ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขออย่าบิดเบือน-ฟังตนด้วย   -ปิยบุตร เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดีที่พรรคอนาคตใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่เปิดไต่สวนคดีเงินกู้ 191 ล้านบาท จากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ย้ำชัดไม่ผิดกฎหมาย เพราะมีช่องให้ทำได้ กฎหมายไม่ได้ห้าม พรรคไม่ต้องการรับเงินจากนายทุน จึงไม่จัดโต๊ะจีนระดมทุนแบบพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมพลังประชาชาติไทย ชี้ถ้าอนาคตใหม่ถูกยุบก็จะยุบความหวังของคนรุ่นใหม่ ฝากถามกกต.ว่าที่ต้องการยุบเพราะเป็นอนาคตใหม่ใช่หรือไม่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ปิยบุตร' แถลงปิดคดีเงินกู้นอกศาล รธน. เหน็บ พปชร. จัดโต๊ะจีนระดมเงิน 600 ล้าน ทำไมทำได้?   -จบแล้วข้อพิพาททางด่วน ครม.อนุมัติต่อสัญญาสัมปทาน 15 ปี 8 เดือนให้ BEM ยาวถึงปี 2578 แลกกับการไม่ต้องจ่ายค่าแพ้คดี 78,908 ล้าน ถอนฟ้องทั้งหมด 17 คดี ศักดิ์สยามชี้ถ้าไม่เซ็นภายใน 28 ก.พ. ต้องหาผู้ประมูลรายใหม่ ย้ำต้องถอนฟ้องก่อนลงนามสัญญาใหม่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ครม.อนุมัติขยายสัมปทานทางด่วนให้ bem ยาวถึงปี 2578 แลกจ่ายค่าโง่แสนล้าน   -ดับฝันหยุดยาวสงกรานต์! นายกฯบอกไม่ได้นำเรื่องวันหยุดยาวสงกรานต์ 9 วันเข้า ครม. เพราะไม่เห็นด้วยที่จะให้หยุดเพิ่ม วันหยุดปกติก็มากพอแล้ว เพราะฉะนั้นการบริการประชาชนต่างๆ ก็มีความจำเป็น ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน เรื่องกระตุ้นการท่องเที่ยวก็คงไม่ได้อะไรกลับมาเท่าไหร่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : วันหยุดปกติก็เยอะแล้ว! นายกฯดับฝันหยุดยาวสงกรานต์ 9 วัน    -ย้ายจริง ไม่ได้พูดเล่น! พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เซ็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับพันเอก ต่อหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บอกใครทำอะไรไว้ต้องได้รับผล ศาลสมเด็จพระเจ้าฯมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยการเซ็นคำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวข้องในหลายส่วน ที่กำลังพลร้องเรียนมา โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุรุนแรง   ส่วนแม่ทัพภาค 2 จะถูกปรับย้ายด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรม เป็นกรณีไป ไม่ใช่เลือดเข้าตา ก็จะสั่งย้ายหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีความตื่นตัวในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผมไม่สน ว่าเป็นเด็กใคร ส่วนการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์ กว่า 40 รายการนั้น ผบ.ทบ.บอกทุกอย่างดำเนินการตามลำดับ ไม่ได้ขีดเส้นหรือกำหนดกรอบเวลาแต่อย่างใด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กแดง' เซ็นย้ายนายพัน หน้าศาลพระเจ้าตาก ลั่นใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผลกรรม   -แม่ซื้อนาฬิกาสมาร์ทวอชจากทางออนไลน์ ตั้งใจให้ลูกชายวัย 5 ขวบใช้ เสียบชาร์จแบตเกิดช๊อต ตัวเครื่องร้อนไหม้มีควันพุ่ง ยังไม่ทันจะเริ่มใช้งานก็เกิดปัญหา คนขายรับผิดชอบจะให้เรือนใหม่ แต่ผู้ซื้อขยาดแล้วขอรับเงินคืน เตือนใครจะซื้อของให้ลูกต้องตรวจสอบว่าได้มาตรฐานหรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่ราคาถูก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือนภัย! แม่ซื้อสมาร์ทวอทช์ให้ลูก เกิดไฟลุกระเบิดทั้งที่ยังไม่ใช้งาน 'อ.อ๊อด' ชี้แบตเตอรี่ลัดวงจร    -ชาวม่อนแจ่มกว่า 300 คน รวมตัวขอความเป็นธรรมหลังถูกกดดันหนัก ถูกตัดน้ำ ตัดไฟ รื้อเสาตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เร่งรัดดำเนินคดีกับชาวบ้านเพิ่มเติม ชาวบ้านอยากได้ความชัดเจน ขอให้ภาครัฐหาแนวทางออกร่วม   ด้านผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ที่เดินทางมาพบกับกลุ่มชาวบ้าน บอกว่า พยายามแก้ไขปัญหา เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้นน้ำ เสี่ยงต่อการพังทลายของหน้าดิน หากเกิดฝนตกหนักและน้ำป่า เป็นอันตรายต่อผู้เข้าพัก ล่าสุดดำเนินคดีไปแล้ว 27 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบ   -กองปราบรวบโชเฟอร์รถแท็กซี่หื่น ดักฉุดสาวหน้าร้านนวดแผนโบราณ ย่านโชคชัย 4 พาไปข่มขืนเมื่อปี 60 ผ่านไป 3 ปี ตร.จับได้อ้างเป็นอดีตแฟนที่เลิกไปแล้ว   อีกรายปคม.บุกจับหนุ่มช่างภาพ วัย 34 ปี หาแฟนสาวไปข่มขื่น ถ่ายคลิปและรูปแบล็คเมล์ อ้างทำไปเพราะหึงหวงที่ฝ่ายหญิงขอเลิก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบช่างภาพแสบ ใช้ปืนขู่บังคับข่มขืนแฟนเก่า ถ่ายคลิปแบล็คเมล์ / โชเฟอร์แท็กซี่หื่น ดักฉุดสาวไปข่มขืน ผ่านไป 2 ปีโดนจับแล้ว   -หนุ่มโรงงานในชลบุรีขอความเป็นธรรม หลังเกิดอุบัติเหตุรถยกล้มทับขณะปฏิบัติงาน เพื่อนตาย ตัวเองบาดเจ็บ วงจรปิดจับได้ชัดเจน หลังเกิดเหตุนายจ้างไม่ได้สนใจหรือเป็นห่วงแต่อย่างใด ส่วนเพื่อนที่เสียชีวิต ก็ไม่รู้ว่ามีการชดใช้ค่าเสียหายกันยังไง เนื่องจากติดต่อญาติเพื่อนไม่ได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มโรงงานประสบอุบัติเหตุในโรงงาน เพื่อนตายตัวเองเจ็บ โวยบริษัทไม่รับผิดชอบ มอบแค่กระเช้าแล้วเงียบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/X4hhaB_Ch8Q

 2,326
อาชญากรรม
05 ก.พ. 63

ผัวยิงเมียดับ ฉุนไม่ยอมโอนเงินให้แม่

ตำรวจเร่งตามล่าตัวสามีโหดฉุนภรรยาไม่โอนเงินให้แม่ตัวเอง คว้าปืนยิงเสียชีวิต   ซึ่งที่เกิดขึ้นเป็นบ้านพัก ในชุมชนร่มเกล้าโซน 4 ถนนอาจณรงค์ คลองเตย โดยพบศพนางสาววลัยพรรณ ชำนาญธรรม เสียชีวิตในห้องนอนชั้น 2 ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด หน้าอก 2 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายสุชาติ เรืองไพศาล สามีของผู้ตายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป   ทีมข่าวลงพื้นที่สอบถามเพื่อนบ้าน และญาติ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีการตั้งวงดื่มสุราภายในบ้าน ต่อมาทั้ง 2 คน ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง เนื่องจากสามี บอกให้ผู้ตายโอนเงินจำนวน 1 พันบาท ไปให้แม่ของตนเอง แต่ผู้ตายไม่ยอมโอนให้ และยังบอกให้สามีไปโอนให้เอง เพราะเป็นแม่ของตัวเอง ก่อนที่สามีจะโมโหพูดว่า "เงินแค่นี้ทำไมโอนไม่ได้" ก่อนบีบคอผู้ตาย และหยิบอาวุธปืนในกระเป๋าสะพายจ่อยิงผู้ตาย ก่อนหลบหนีไป   ด้านน้องชายผู้ตาย บอกว่า ปกติทั้ง 2 คนรักกันมาก ไม่คิดว่าฝ่ายชายจะกล้ายิงพี่สาว เพราะพี่สาวเป็นคนที่รักสามีมาก แต่ก็จะมีปัญหาทะเลาะกันบ่อย ทั้งเรื่องเงิน และเรื่องรถ แต่ครั้งนี้ร้ายแรงมากถึงกับฆ่ากัน อยากให้ออกมามอบตัว ซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีปล่อยเสียง ซีจี. เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์จบคำว่า 

 3,752

Top