ค้นหา :

ผลการค้นหา "ไก่อู"

การเมืองเข้มข้น
04 ก.ค. 62

เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เสธ.ไก่อู-ภรรยา' รวยอู้ฟู่ 141 ล้าน แหวนเพชร-นาฬิกาเพียบ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงและกรรมการในรัฐวิสาหกิจเพิ่มเติม ที่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินเมื่อดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี   มีรายงานว่า พล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2562 แจ้งบัญชีทรัพย์สิน 141,928,848 บาท มีหนี้สิน 14,750,797 บาท   เป็นทรัพย์สินของ พล.อ.สรรเสริญ 38,284,155 บาท อาทิ รถยนต์ 3 คัน ได้แก่ รถ BENZ E300 รถ BENZ C250 และรถฟอร์จูนเนอร์ และทรัพย์สินอื่นๆ อาทิ แหวนเพชร กำไลเพชร นาฬิกา 7 รายการ รวมมูลค่า 3,310,000 บาท และหนี้สิน 7,513,162 บาท   ขณะที่นางณิชุบล แก้วกำเนิด คู่สมรส มีทรัพย์สิน 103,644,692 บาท อาทิ นาฬิกา เครื่องประดับต่างๆ 74 รายการ รวมมูลค่า 67,315,000 บาท มีหนี้สิน 7,237,635 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jZBQ5B-ChlU

 21,537
การเมืองเข้มข้น
25 ต.ค. 61

นายกฯเปลี่ยนบรรยากาศ ตั้ง 'พุฒิพงษ์' เป็นโฆษก รบ. แทน 'ไก่อู'

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช. แถลงภายหลัง การประชุมครม.ว่า สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จะมอบหมายให้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงในนามของสำนักนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของครม.อะไรต่างๆ เหล่านี้ เพราะหลายคนอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง   "ผมก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศของตนเองบ้างเหมือนกันแต่มันเปลี่ยนไม่ได้ จะให้ใครไปชี้แจงแทนนายกฯ โดยตรงก็ไม่ได้ ผมก็คือตัวผม จะเห็นได้ว่าระยะที่ผ่านมาอารมณ์เย็นเป็นที่สุด ที่ผ่านมาเปิดดูในโซเชียลจะโมโห แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่โมโห เพราะไอ้คนว่าก็คนเดิมนั่นแหละ ผมก็ให้สัมภาษณ์แบบเดิมเพียงแต่ทำหน้าที่ชี้แจงแทน   ส่วน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไปทำหน้าที่รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ก็แบ่งงานกันไปยังช่วยกันไปเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าทำงานด้วยกันรัฐบาลเดียวกันใครอยู่ตรงไหนก็เหมือนกัน เพียงแต่วิธีการนำเสนออาจจะได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ลุคใหม่หน่อย ไม่เบื่อหน้านายกฯ เบื่อหรือยัง จะได้หาคนมาชี้แจงแทนนายกฯ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว   ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ท.สรรเสริญ จะรั้งตำแหน่งรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็จะแยกหน้าที่กันไปเลย แบ่งหน้าที่กันใหม่ เป็นการภายในได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปออกคำสั่งอะไรใหม่หรอก คุยกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร ทาง พล.ท.สรรเสริญ ก็สามารถจะชี้แจงได้เหมือนกัน ถ้าสงสัยตรงนี้ไปถามตรงโน้นก็ได้ พูดแบบนี้เดี๋ยวนักข่าวก็ไปบอกว่าถูกขึ้นหิ้ง”   เมื่อถามว่า เป็นการกลยุทธ์การให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นายพุทธิพงษ์ พูดภาษาง่ายๆ บางทีทหารพูดเป็นทางการ ทั้งนี้ พล.ท.สรรเสริญ ไม่ได้บกพร่องอะไรเพียงแต่เปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้นเอง เมื่อถามว่า เป็นเพราะใกล้เลือกตั้งหรือไม่ ถึงได้ให้คนที่เชี่ยวชาญ การเมือง อย่างนายพุทธิพงษ์ เข้ามาทำหน้าที่โฆษกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า “ไม่เกี่ยวๆ การเมืองก็คือการเมือง” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VW0_akqkMpg

 1,301
การเมืองเข้มข้น
16 ต.ค. 61

'สรรเสริญ' โต้ 'สุดารัตน์' โพสต์ดราม่า 30 บาทรักษาทุกโรค เชื่อหวังผลการเมือง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความวิจารณ์คณะรัฐมนตรี เรื่อง "อย่าทำให้คนไทยไม่เท่ากันด้วยบัตรคนจน"  หลังมีมติอนุมัติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ หรือ ซูเปอร์บอร์ดสุขภาพ ที่มีสัดส่วนประชาชนแค่ 3 คน จากทั้งหมด 45 คน โดยที่เหลือเป็นข้าราชการและตัวแทนจากบริษัทยาข้ามชาติมาเป็นกรรมการ ทำให้ตั้งคำถามว่าแล้วประชาชนอยู่ตรงไหน?   พร้อมท้วงติงรัฐบาลว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ทำให้คนไทยได้รับสิทธิต่างๆ ที่ไม่เท่ากัน แม้จริงอยู่ที่คนจนได้รับสิทธิ์การรักษาฟรี แต่บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้คนไทยได้รับการรักษาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยไม่แบ่งแยกกัน มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับบัตรคนจนที่ออกมา ทำให้ประเทศไทยย้อนกลับไปเหมือนยุค บัตรอนาถา สำหรับคนจนเมื่อปี 2518   ดังนั้นตนจึงไม่ยอม ถ้าหากจะมีใครหรือรัฐบาลไหนบิดเบือนหลักการของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และนำไปหาเสียงผิดๆ ว่า บัตรคนจน ทำให้คนจนได้รักษาฟรี   ในเวลาต่อมาพลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้กรณีดังกล่าวว่า รัฐบาลนี้ให้ผู้ถือบัตรคนจนรักษาฟรี เป็นการแบ่งแยกคนรวยคนจน คุณหญิงสุดารัตน์อาจจะไม่ได้ศึกษาจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอะไรเป็นอะไร โดยมองปัญหาจากความคิดของตัวท่านเองเป็นหลัก เพราะมติ ครม.ที่ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรักษาฟรีนั้น เป็นเพียงการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในกฎหมายให้ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการฯ ไม่ได้มีผลต่อสิทธิรับการรักษาที่ฟรีอยู่แล้ว   และเมื่อดูจากเนื้อหาที่คุณหญิงสุดารัตน์เขียนก็น่าจะหวังผลทางการเมือง เพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมากกว่าที่จะเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับสังคม คล้ายกับที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลเคยถูกกล่าวหาว่าจะยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริง   สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเสมอว่า คนไทยทุกคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบราชการหรือประกันสังคมจะได้รับสิทธินี้ ซึ่งเป็นการรักษาฟรีด้วยคุณภาพที่ดีทัดเทียมกัน ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ แต่หากใครมีกำลังพออยากจะร่วมจ่ายกับภาครัฐก็สามารถทำได้   ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยแบ่งแยกประชาชน มีแต่นักการเมืองบางกลุ่มบางคนที่ชอบใช้วาทกรรมแบ่งแยกคนรวยคนจนให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมทั้งย้ำว่า สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับการพัฒนาไปมาก ทั้งเรื่องงบประมาณรายหัวที่รัฐสนับสนุน ประเภทของโรคและยาที่เพิ่มขึ้น และอีกหลายเรื่อง จนได้รับการยกย่องชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและนานาชาติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mqeHCYImi_A

 2,728
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
25 มิ.ย. 61

รบ.ยินดีสินค้าเกษตรราคาสูงขึ้นหลายรายการ เร่งกู้วิกฤตสับปะรดราคาตก

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ราคาสินค้าเกษตรหลักหลายชนิดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้เกษตรกรมีกำลังซื้อมากขึ้น   โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ปัจจุบันอยู่ที่ตันละ 18,700 บาท เพิ่มจากเดิมตันละ 12,000 - 14,000 บาท เป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 10 ปี ส่วนข้าวเปลือกเจ้าเฉลี่ยตันละ 8,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ   นอกจากนี้ มันสำปะหลังราคา กก.ละ 3.20 บาท สูงสุดในรอบ 10 ปีเช่นเดียวกัน ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคา กก.ละ 9.5 - 9.7 บาท ราคาหน้าโรงงานสูงกว่ากก.ละ 10 บาท และราคาปาล์มดิบขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น กก.ละ 4.20 บาทแล้ว   สาเหตุที่ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความพยายามของรัฐบาลในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการระบายข้าวที่ตกค้างนานปีจนหมดสต๊อก และยังชนะการประมูลขายข้าวให้กับต่างประเทศ รวมถึงการวางแผนคาดการณ์แนวโน้มตลาด เพิ่มช่องทางการตลาด และส่งออกไปตลาดใหม่ ๆ จึงช่วยให้สินค้ามีราคาดีขึ้น   สำหรับการส่งออกสินค้าก็มีข่าวดีด้วยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่าถึง 81,780  ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 7 ปี และรัฐบาลมั่นใจว่าจะผลักดันให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายที่ร้อยละ 8 ภายในปีนี้   นายกรัฐมนตรีได้กำชับไว้ว่า ขอให้หน่วยราชการและภาคเอกชนช่วยกันส่งเสริมสินค้าเกษตรที่ยังมีราคาตกต่ำ เช่น สับปะรด ให้มีราคาสูงขึ้น เหมือนกับผลไม้ประเภทอื่น โดยอาจรณรงค์ให้เกษตรกรมีตลาดขายตรงสู่ผู้บริโภค หรือใช้กลยุทธ์ทางการตลาดอื่น ๆ เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมทั้งขอให้เกษตรกรปลูกพืชโดยคำนึงถึงความต้องการของตลาดและช่วงเวลาที่จะขายด้วย เพื่อไม่ให้สินค้าล้นหรือขาดตลาดทำให้ราคาสินค้าได้รับผลกระทบไปด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/38Hbp5Hne3o

 3,469

Top