ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผัวเมียทะเลาะกัน"

ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 62

ลูกเขยโหดยิงพ่อตาดับ กะฆ่าล้างครัว แม่ยายแฉเมาซ้อมเมีย ใช้ปืนจ่อหัวขู่ยิงประจำ

สิงห์บุรี-กรณีลูกเขยโหดหึงหวงซ้อมภรรยาของตนเองภายในบ้าน พ่อตาเข้าช่วยลูกสาวโดนยิงดับ คนร้ายยังใช้ปืนตบภรรยายิงซ้ำอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้าย ก่อนขี่รถ จยย.หลบหนีไป       สำหรับลูกเขยปืนโหดรายนี้คือนายฐาปกร  แดงมณี หรือเบิร์ด อายุ 28 ปี ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองสิงห์บุรี ออกหมายจับแล้ว ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาใช้อาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดี พร้อมทั้งกดดันให้มอบตัว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไปที่บ้านของผู้ต้องหาแต่ไม่พบตัว จึงให้พ่อกับแม่ของผู้ต้องหาช่วยประสาอีกทางหนึ่ง ญาติอ้างว่าหลังเกิดเหตุนายเบิร์ดไม่ได้กลับไปที่บ้าน คาดยังกบดานอยู่ในพื้นที่    พ่อของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า พยายามติดต่อลูกชายแต่ไม่สามารถติดต่อ ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนและลูกชายก็ไม่ได้ติดต่อมาหา ตนตามหาลูกชายเพราะอยากให้มอบตัว ถ้าเจอจะพาไปมอบตัวกับตำรวจเอง อยากฟังจากปากลูกชายว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร อยากให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะตอนนี้ฟังความแต่ครอบครัวฝั่งลูกสะใภ้ฝ่ายเดียว     ยอมรับลูกชายตนผิดที่นำปืนไปยิงพ่อตากับภรรยา ไม่คิดปกป้องผิดก็ว่าไปตามผิด  อย่างไรก็ตามทุกวันลูกชายจะไปนอนที่บ้านของภรรยา กลางวันก็จะกลับมาทำงานที่บ้าน ทิ้งลูกชายวัย 3  ขวบให้ตนเลี้ยง ก่อนหน้านี้ลูกชายกับลูกสะใภ้เคยมาอยู่กินด้วยกันที่บ้านของตน ก็มีเรื่องทะเลาะกันบ้างเนื่องจากลูกชายมักไปดื่มเหล้า ทำให้ลูกสะใภ้ไม่พอใจแต่ไม่เคยเห็นทำร้ายร่างกายกัน หึงหวงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะลูกสะใภ้เป็นคนสวย ลูกชายของตนไม่เคยไปวุ่นวายหรือสร้างปัญหาให้ใครไปถามชาวบ้านได้   ด้านแม่ของผู้ต้องหาบอกว่า  ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นลูกชายพกปืน เขาทำงานฉีดยาข้าวทุกวันจะเอาเวลาไหนไปเล่นปืน ตอนนี้ยังไม่พร้อมไปกราบศพ พร้อมระบุว่านิสัยของลูกสะใภ้เป็นคนอารมณ์ร้าย ตนไม่อยากพูดอะไรมาก พูดไปก็หาว่าไปดูหมิ่นลูกสะใภ้เป็นคนไม่ดี ให้เขาคุยกันเอาเอง คงไม่สู้คดีเพราะเป็นคนจนไม่มีเงิน   สำหรับศพของนายมณู มีโต อายุ 51 ปี พ่อตาที่ถูกลูกเขยยิงเสียชีวิต ญาติตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านใน ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี โดยลูกชายคนเล็กของผู้ตาย อายุ 14 ปี อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุทุกคนอยู่ชั้นล่างของบ้าน ตนนอนอยู่ที่เปลเห็นพี่เขยเมาเหล้ากลับบ้านมาทะเลาะกับพี่สาว สาเหตุมาจากเรื่องหึงหวงและเรื่องที่งาน เพราะพี่เขยไปวุ่นวายกับ พี่สาวที่งานจนหัวหน้างานเรียกไปตักเตือน   ระหว่างมีปากเสียงกันพ่อของตนพูดว่า “ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ให้เลิกกันไป” จากนั้นพี่เขยก็ ชักปืนออกมายิงพ่อของตนกระสุนเข้าใต้ราวนมล้มลงจมกองเลือด  พี่สาวร้องไห้เข้าไปกอดพ่อ พี่เขยก็ใช้ปืนตบพี่สาวหลายครั้ง ตนพยายามเข้าไปห้ามต่อยพี่เขย  ซึ่งพี่เขยชักปืนมาจ่อหน้าตน  ขณะนั้นป้าเดินเข้ามา พี่เขยชักปืนจ่อหน้าบอก “อย่ามายุ่ง” ส่วนหลานสาวยืนร้องไห้ พี่เขยก็เดินไปเอาปืนจ่อจะยิงอีก    พี่สาวพยายามวิ่งขึ้นไปหลบบนบ้าน ล็อคประตูบ้าน แต่พี่เขยปีนเข้าทางหน้าต่างขึ้นไปทำร้าย พี่สาวและใช้ปืนยิงที่หัวเข่าซ้ายของพี่สาว 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ แล้วรีบวิ่งลงจากบ้านขี่รถ จยย. หลบหนี  ตอนที่ตนวิ่งไปตีพี่เขยเพราะโมโหมาก คิดแต่ว่าต้องช่วยพ่อให้ได้ และคิดถึงแม่เพราะ หากพี่เขยยิงตนจริงแม่จะอยู่อย่างไร   ด้านภรรยาของผู้ตายเผยว่า ลูกเขยเวลาดื่มเหล้าเมาจะเป็นคนอารมณ์ร้าย มีปากเสียงทำร่างกายลูกของตนเป็นประจำ เคยเตือนลูกสาวหลายครั้งแต่ไม่ฟัง แต่ลูกสาวก็ให้ โอกาสเรื่อยมา ก่อนเกิดเหตุทั้งสองทะเลาะกันมาจากนอกบ้าน สามีจึงเรียกให้ลูกสาวเข้าบ้าน  ก่อนจะเกิดเหตุสลด    ลูกเขยเป็นคนขี้หึงคิดไปเองจะให้เลิกรากันก็สงสารหลาน เวลามีปากเสียง กันลูกเขยก็จะมายกมือไหว้ขอโทษบอกจะไม่ทำอีกซึ่งตนก็ให้อภัยตลอด เวลาเมาก็ซ้อมลูกสาวสันดานไม่เคยเปลี่ยน ตอนคบกันใหม่ ๆ ก็นำปืนมาจ่อหัวลูกสาว  ตอนนี้โกรธมากที่มาทำกับสามีและ ลูกสาวอย่างนี้มันโหดร้ายกับครอบครัวของตนมาก เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นสักวัน แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/dUghYNMaRSg

 1,023
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 62

หนุ่มหึงโหดทะเลาะซ้อมเมีย พ่อตาเข้าช่วยลูกสาวโดนยิงดับ ซ้ำยิงเมียอีกนัดก่อนหนี

สิงห์บุรี-เกิดเหตุลูกเขยใช้อาวุธปืนยิงภรรยาและพ่อตา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านพัก ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ใต้ถุนบ้านพบกองเลือดกระจายอยู่ใกล้บันไดทางขึ้นบ้าน บนบ้านพบร่าง น.ส.ศิริวรรณ อายุ 28 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เข้าบริเวณหัวเข่าซ้าย ศีรษะขวามีแผลแตก นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือนายมณู อายุ 51 ปี พ่อของ น.ส.ศิริวรรณ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   สอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายฐาปกร อายุ 28 ปี เป็นสามี น.ส.ศิริวรรณ และลูกเขยนายมณู สาเหตุเกิดจากนายฐาปกร มีปากเสียกับ น.ส.ศิริวรรณ เรื่องความหึงหวง เนื่องจากอารมณ์ร้อนและหึงหวงภรรยามาก จนฝ่ายหญิงเคยหนีไปทำงานที่ จ.นนทบุรีมาแล้ว เพิ่งย้ายกลับมาหางานทำที่ห้างสรรพสินค้าในอ.อินทร์บุรี ได้เพียง 2 วัน   ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกัน เนื่องจากฝ่ายชายไปวุ่นวายในที่ทำงาน จนฝ่ายหญิงถูกหัวหน้าตักเตือน จนเกิดการลงไม้ลงมือกันขึ้น ทำให้นายมณู ผู้เป็นพ่อเข้าไปช่วยลูกสาว แต่กลับถูกนายฐาปกร ชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่ล้มคว่ำ จากนั้นหันมายิงใส่ภรรยาอีก 1 นัด แล้วหนีออกจากบ้านไปขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินหลบหนีไป   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ประสานโรงพักใกล้เคียงตั้งด่านเฝ้าสกัดจับ ขณะที่ชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EHatf3S1lw4

 3,229
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ส.ค. 62

เมียโพสต์แฉสามีบีบคอต่อหน้าลูก-ขู่ปล่อยคลิปลับ พ่อผัวแฉลูกสะใภ้จัดฉาก ทำลายชื่อเสียง

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวโดนแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย ต่อหน้าลูกชายวัยเพียง 1 ขวบ ที่ร้องไห้ฟูมฟาย พร้อมระบุข้อความว่า “กูไม่ขอทนอยู่สร้างเวรสร้างกรรมกับใครอีกแล้ว” นั้น   โดยผู้โพสต์เล่าว่า ตนเองกับนายบอล (นามสมมติ) แฟนหนุ่ม อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นพลทหาร ทะเลาะกันและแย่งรถยนต์กัน ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวตนใช้ขี่ไปค้าขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด แต่นายบอลกลับไม่ยอมให้เอารถไปใช้   หลังจากมีปากเสียงได้ไม่นาน นายบอลก็ได้ลงมือทำร้ายตนเอง โดยใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่กกหูด้านขวา 1 ที ทั้งบีบคอ กดที่ตัวของตนเองลงไปอยู่ที่พื้น ทำให้ตนเองเจ็บปวดตามร่างกาย และมีรอยช้ำตามคอ และแขน มีลูกชายวัย 1 ขวบยืนดูและร้องไห้อยู่ด้วย   หลังจากตนเองโดนทำร้ายร่างกายปางตายที่บ้านของนายบอล วันต่อมานายบอลก็ได้ทักมาขู่ว่า “ให้ระวังตัวให้ดี เอาไปตรองดู มึงเลือกเอง” ซึ่งสิ่งที่นายบอลขู่ตน คือภาพตอนที่หลับนอนด้วยกัน     นอกจากนี้ ตนเคยทะเลาะกับแฟนหนุ่มมาหลายครั้ง คิดที่จะเลิกรากันทุกทีที่ทะเลาะกัน แต่ก็เห็นแก่ลูก แต่ครั้งนี้ตนเองทนไม่ไหว เพราะว่านายบอลมีอาการป่วยทางจิต ซึ่งตนเองก็ทราบดี อีกทั้งเคยพาไปหาหมอแล้วหลายครั้ง   อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย ขณะที่นายบอลก็ได้กลับเข้าไปประจำที่ค่ายทหารในจังหวัดราชบุรีแล้ว   ด้านพ่อของหนุ่มผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ ยอมรับว่าลูกชายทำผิดจริง โดยทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่เป็นประจำ เป็นภาพที่ชินตา ตนเชื่อว่าฝ่ายหญิงมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี ที่จะทำให้ครอบครัวของตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียง คิดว่าเหตุการณ์นี้ ฝ่ายหญิงตั้งใจยั่วโมโหให้นายบอลทำร้าย เพื่อที่จะได้อัดคลิป แล้วแฉครอบครัวของตน แม้กระทั่งลูกชายที่นำมาด้วย ตอนที่ร้องไห้ ตนเองก็ไม่แน่ใจว่ามีการหยิกให้เด็กร้องหรือไม่   ส่วนประเด็นที่ตนไม่ห้ามลูกชาย เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่ง ตนเคยห้ามแต่ก็ไม่ฟัง และรู้ว่าอีกอีกฝ่ายอัดคลิปอยู่ ตนเองก็กลัวภาพที่ออกไป จะสื่อว่าตนเองรุมทำร้าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pM-GV8hxJpU

 5,056
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ค. 62

เมียสาววัย 26 โร่แจ้งความ ถูกสามีโหดวัย 55 ทำร้ายหนัก จับหัวโขกผนังหน้าบวมปูด

สมุทรปราการ-น.ส.ณัฐพร ทองบุญเรือง อายุ 26 ปี ได้พาร่างในสภาพบอบช้ำใบหน้าบวม เข้าแจ้งร้องทุกข์ว่า ถูกนายสุรพงษ์ ทองบุญเรือง อายุ 55 ปีผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกาย ใช้มือจิกหัวเอาโขกกับผนังบ้านที่ทำด้วยปูน จนได้รับบาดเจ็บ   โดยผู้เสียหายเล่าว่า ตนเองถูกนายสุรพงษ์ ผู้เป็นสามีทำร้ายอยู่เป็นประจำ โดยในวันนี้ก่อนเกิดเหตุได้มีปากเสียงกันในเรื่องสามีปล่อยให้ลูกของภรรยาเก่ามาวุ่นวาย ทั้ง ๆ ที่มีการตกลงกันไว้ก่อนแล้ว หลังจากมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่สามีจะเข้าทำร้ายตนด้วยการชกต่อยตบตี่ และใช้มือจับหัวตนโขกกับผนังบ้านซึ่งทำด้วยปูนหลายครั้งจนตนรู้สึกระบมไปทั้งหัว   จากนั้นสามีจะใช้มือจิกผมของตนและโขกเข้าไปกับผนังบ้านอีกหลายครั้งจนบวมโน ก่อนลากลงมาตั้งแต่ชั้นสองลงมาจนถึงใช้ล่าง จนตนต้องหอบร่างอันบอบช้ำเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าตำรวจ ให้ดำเนินคดีกับนายสุรพงษ์ สามีจอมโหดที่ทำร้ายร่างกาย และขอให้ดำเนินคดีถึงที่สุด และตนจะไปจดทะเบียนหย่า เพื่อขอแยกทางกับนายสุรพงษ์ เนื่องจากทนพฤติกรรมที่โหดร้ายไม่ได้   เบื้องต้นเจ้าที่ได้ส่งตัว น.ส.ณัฐพร ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามตัวนายสุรพงษ์ มาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ME4dmf268uY

 2,757
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 มิ.ย. 62

เคลียร์ลงตัว! หนุ่มเอารถไปล้างแล้ว หลังเมียใช้ปากกาเมจิกเขียนด่ารอบรถ แค้นแอบมีสาวใหม่

โลกออนไลน์แชร์ภาพรถกระบะคันหนึ่ง ถูกเขียนข้อความ หยาบคายรอบคัน โดยหญิงสาวเจ้าของภาพที่นำมาโพสต์นั้น ได้ระบุทำนองว่า เธอจับได้ว่า สามีของเธอไปแอบมีอะไรกันกับผู้หญิงอื่น ทั้งๆทีตัวของเธอเองจับได้มาหลายหน ขณะอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมา 5 ปี   นอกจากนี้เธอยังโพสต์ภาพอีกว่า ปีก่อนก็เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วรอบหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการนำเสื้อผ้าฝ่ายชายมาจุดไฟเผาด้วย   ต่อมาแฟนหนุ่มของสาวรายดังกล่าวบอกว่า ขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับแฟนสาวแล้ว ตนขอเคลียร์ปัญหากับแฟนสาวจนเริ่มเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งตัวเองและแฟนยังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลใด ๆ กับสื่อมวลชน ส่วนรถได้นำไปล้างออกแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WPVQTD1zTzc

 11,970
ข่าวภูมิภาค
11 มิ.ย. 62

จับหนุ่มเมาทำร้ายแฟนสาว ริมถนนกลางเมืองชล อ้างทำไปเพราะรัก-ห่วงที่หนีไป

ชลบุรี-มีการแชร์คลิปผู้ชายทำร้ายร่างกายหญิง โดยได้ใช้หมัดชกไปที่หน้าหลายครั้ง พร้อมทั้งฉุดกระชากลากถู เป็นเวลาเกือบ 5 นาที เหตุเกิดบริเวณริมถ.ดอนสัตพงษ์ อ.เมืองชลบุรี หน้าเต็นท์รถยนต์มือสอง และหน้าร้านสะดวกซื้อที่มีคนพลุกพล่าน โดยชายคนในคลิป ได้ทำร้ายโดยไม่สนสายตาประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว   หลังเกิดเหตุทางชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ จนตำรวจสามรถติดตามไปที่หอพัก ที่ชายคนในคลิปอุ้มหญิงสาวไป จนสามารถจับกุมตัวได้ ส่วนหญิงสาวตำรวจได้แจ้งกู้ภัยให้นำส่งไปโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อรักษาตัว ซึ่งได้รับบาดเจ็บใบหน้าปูดบวมและตามร่างกายมีร่อยรอยฟกช้ำ   จากการตรวจสอบชายในคลิปทราบชื่อคือ นายประสาร เหล่าสิงห์ อายุ 33 ปี ได้เปิดใจถึงสาเหตุที่ต้องลงมือทำร้ายว่า วันเกิดเหตุก่อนที่จะเกิดเรื่อง ตนได้กินเหล้ากับเพื่อนๆ จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์จะกลับหอพักพี่ชาย เมื่อขี่มาถึงตรงจุดเกิดเหตุ พบแฟนสาวที่หนีหายออกไปจากหอพักไป 7 วัน   ตนนั้นก็ได้ออกติดตามหาโทรศัพท์ติดบ้างไม่ติดบ้าง เมื่อเจอกันตนก็บอกว่าให้กลับหอไปด้วยกัน แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมกับตนโมโหประกอบกับความเมา จึงได้ใช้กำลังชกต่อยดังปรากฎในคลิปที่เป็นข่าว ตนขอยอมรับผิดทุกอย่างที่ทำไปเพราะรักและเป็นห่วงต้องขอโทษแฟน ญาติแฟนและสังคม ที่ทำไปเพราะขาดสติอารมณ์ชั่ววูบ   ด้านตำรวจระบุ ตามกฎหมายตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นลหุโทษ คือโทษแค่เปรียบเทียบปรับ แต่หากฝ่ายหญิงจะเรียกร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ ส่วนฝ่ายหญิงตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่าคงหลบหนีแฟนหนุ่ม เพราะความกลัวและอยากที่จะเลิกรา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ti6PX85pNkc

 2,247
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ค. 62

หนังคนละม้วน เมียอ้างถูกสามีซ้อมจนแท้ง ด้านฝ่ายชายโต้จับได้ว่าเสพไอซ์ ก่อนแย่งลูก

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อภิรดี อยู่สุข น้องพลอย ได้โพสต์เรื่องราวว่าถูกสามีทำร้ายร่างกายจนแท้งลูก ซึ่งต่อมาหญิงผู้โพสต์ได้เปิดเผยว่า ตนแต่งงานกับสามีมาประมาณ 5 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน แต่ตนมีลูกติดกับสามีเก่า 2 คน แต่ก่อนตนทำงานอยู่อาบอบนวด กระทั่งพบกับสามี จึงลาออกมาขายข้าวแกง   ตลอดเวลาที่คบกันตนถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด จนตนเคยแจ้งความหลายครั้ง กระทั่งเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตนท้องลูกอีกคน เมื่อสามีรู้ ก็โวยวายว่าทำไมไม่กินยาคุม และยังบอกให้ตนทำแท้ง ซึ่งหลังจากนั้นสามีก็ทำร้ายหนักขึ้นแม้จะรู้ว่าตนท้องอยู่ อีกทั้งสามีติดกัญชาหนัก โดยเสพต่อหน้าลูกเป็นประจำ จนตนทนไม่ไหวจึงหนีออกจากบ้าน พร้อมพาลูกมาอยู่ด้วย กระทั่งแท้งลูกในอีก 1 เดือนต่อมา   สำหรับภาพของตนที่มีบาดแผลตามใบหน้าและหัวเข่านั้น เป็นภาพเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะที่ตนยังทำงานอาบอบนวด หลังเลิกงานสามีไปรอรับแต่เขาโมโหที่รอนาน จึงเกิดทะเลาะกันจนสามีผลักตนลงจากรถจนเกิดบาดแผลดังกล่าว   ส่วนที่สามีบอกว่าตนเสพไอซ์นั้น ยอมรับว่าจริง แต่ตนเคยเสพนานมาแล้ว ตนจึงทำการไลฟ์สดโชว์การตรวจปัสสาวะ และพร้อมจะไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลเพื่อความบริสุทธิ์ใจ สาเหตุที่ตนนำเรื่องราวมาโพสต์นั้น เพียงเพราะอยากได้ลูกคืน ซึ่งขณะนี้ตนได้แจ้งความและกำลังปรึกษาทนาย พร้อมรวบรวมหลักฐานเพื่อทำการฟ้องร้องแย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก   ท้ายสุด ตนอยากให้สังคมรับรู้ว่า ที่ตนทำทุกอย่างเพียงเพราะอยากได้ลูกคืน เพราะสามีพาลูกกลับไปแล้วไม่ยอมให้ตนเจอลูก ส่วนอาชีพที่ตนทำนั้น ตนไม่เคยอาย เพราะที่ผ่านมาตนใช้อาชีพนี้เลี้ยงดูลูกมาตลอด ไม่เคยขอเงินจากสามีแม้แต่บาทเดียว แถมยังเลี้ยงดูสามีด้วยซ้ำ ซึ่งลูกๆทุกคนรับรู้และเข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้ตนคิดว่าไม่ใช่ปัญหา และตนมีความพร้อมในการเลี้ยงดูลูก อยากให้เรื่องเป็นไปตามกฎหมาย   ต่อมาสามีของหญิงคนดังกล่าวได้ออกมาตอบโต้ว่า  ระหว่างที่คบกันตนเคยจับได้คาหนังคาเขาว่าภรรยาเสพไอซ์ แล้วทะเลาะกัน จนต้องแยกกันอยู่ และภรรยาพาลูกไปอยู่ด้วย แต่เมื่อตนไปเยี่ยมลูก แล้วรับไม่ได้กับสภาพความเป็นอยู่ของลูก ที่มีขวดเบียร์เต็มห้อง เสื้อผ้าที่ไม่ได้ซักกองเป็นภูเขา แถมภรรยามักจะแต่งตัวโป๊ ตนจึงพาลูกมาเลี้ยงเอง โดยไม่ให้ภรรยามาเจอลูก เพราะกลัวว่าภรรยาจะแอบพาตัวลูกกลับไป   ส่วนเรื่องที่ภรรยาบอกว่าตนเสพกัญชานั้น ตนยอมรับว่าจริง แต่ตนจะเสพแค่เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนเพื่อคลายเครียดเท่านั้น ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ภรรยาได้กลั่นแกล้งตนโดยการแจ้งเรื่องนี้กับบริษัทที่ตนทำงานอยู่ จนตนถูกพักงาน   สำหรับภาพที่ภรรยามีบาดแผล แล้วบอกว่าเป็นเพราะถูกตนทำร้ายนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะขณะนั้นทะเลาะกัน แล้วภรรยาเกิดคลั่ง กระโดดลงจากรถขณะรถกำลังแล่นอยู่ จึงทำให้เกิดแผลดังกล่าว ซึ่งสังเกตได้จากรอยแผลถลอกที่หัวเข่า จะเห็นว่าไม่ได้เกิดจากการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด   ระหว่างคบกัน ตนยอมรับว่าเคยมีทะเลาะ ตบตีกันบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นกระทืบจนแท้งลูกอย่างแน่นอน ซึ่งตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภรรยาท้อง เนื่องจากเพิ่งคลอดลูกได้เพียง 2 เดือน โดยภรรยาแท้งลูกวันที่ 9 เม.ย. แล้วส่งข้อความมาบอก ซึ่งขณะนั้นไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตนจะทำร้ายเขาได้อย่างไร   สาเหตุที่ภรรยาโพสต์เรื่องดังกล่าว เนื่องจากภรรยาพยายามขอคืนดี แต่ตนไม่ยอม ทั้งภรรยาอยากได้ลูกคืน จึงแต่งเรื่องขึ้นมากลั่นแกล้งตนแบบนี้ ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะไม่แจ้งความเอาเรื่องอะไรกับเขา เพียงจะดำเนินการเรื่องลูกในฐานะพ่อให้ถึงที่สุด   ท้ายสุด ฝากถึงภรรยาว่าให้จบเถอะ อย่าสร้างเรื่องกลั่นแกล้งกันอีกเลย และไม่ควรประจานตัวเองให้ลูกๆต้องอับอาย เพราะสิ่งที่เขาทำจะย้อนกลับไปทำร้ายตัวเขาเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oVntToNZFgI

 4,827
ข่าวภูมิภาค
08 มี.ค. 62

สามีหึงโหด ราดน้ำมันจุดไฟ เผาร่างเมียสาหัส อ้างไม่ได้ตั้งใจ แต่โกรธเห็นชายอื่นซื้อเสื้อให้

พิษณุโลก-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Satijaree Insakorn ได้โพสต์เรื่องราวขอความช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่ง ถูกสามีราดน้ำมันจุดไฟเผาทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแผลพุพองทั่วใบหน้าและร่างกาย   โดยหญิงสาวเคราะห์ร้ายรายนี้ ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลพุทธชินราช ทราบชื่อคือ น.ส.อริสสา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ส่วนสามีที่ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายวัชระ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี   หลังเกิดเหตุ น.ส.สมัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี แม่ของผู้บาดเจ็บได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ก่อนออกหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ จ 85/2562 ลงวันที่ 6 มี.ค. ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และกระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว   ต่อมานายวัชระ ผู้ต้องหา ได้เดินทางเข้ามอบตัว พร้อมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าในวันเกิดเหตุตนเองและภรรยามีปากเสียงกันเรื่องหึงหวง เนื่องจากพบว่าเสื้อตัวใหม่ที่ภรรยาสวมใส่อยู่นั้นมีผู้ชายซื้อให้ ด้วยความโกรธจึงนำน้ำมันใส่ขวดพร้อมกับจุดไฟแช็คขู่   ก่อนจะมีการยื้อแย่งกันจนน้ำมันหกไปโดนตัวของภรรยาและมือทั้งสองข้างของตนเอง จากนั้นก็เกิดประกายไฟลุกลามติดทั่วร่างของภรรยาจนดิ้นทุรนทุราย ซึ่งญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือกันดับไฟให้ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพของอบต.ปากโทก เพื่อมารับตัวนำส่งยังโรงพยาบาล   หลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบหนีไปไหนและยังไปเยี่ยมดูอาการภรรยาทุกวัน พร้อมอยากขอโทษภรรยาเนื่องจากไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายถึงเพียงนี้ เพราะโกรธหึงหวงและรักภรรยามากจนอยู่กินมีลูกด้วยกันถึง 3 คน แต่เมื่อเป็นคดีอาญาแล้วก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมาย ตอนนี้ก็เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป   ด้านพ่อแม่ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุเห็นลูกชายและลูกสะใภ้มีปากเสียงทะเลาะกัน แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ยืนยันว่าบุตรชายไม่ได้ตั้งใจทำร้ายแฟนสาวแต่เป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากมีการยื้อแย่งกันจนน้ำมันหกรดราดตัวทั้งคู่ ทำให้ถูกไฟไหม้ที่มือทั้งสองข้างของลูกชายและไหม้ใบหน้าของลูกสะใภ้ ด้วยความตกใจญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยกันดับไฟ พร้อมกับหาว่านหางจระเข้มาทาถูเพื่อบรรเทาอาการในเบื้องต้น   ส่วนที่มีผู้นำรูปภาพและข้อความไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กกล่าวหาว่า ลูกชายตั้งใจจุดไฟราดน้ำมันภรรยานั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาทางครอบครัวตนเองได้ดูแลเอาใจใส่ลูกสะใภ้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ก็รักกันมากแต่ก็อาจจะมีปากเสียงทะเลาะหึงหวงกันบ้างตามประสา   หลังเกิดเหตุก็ได้ไปเยี่ยมดูอาการด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทุกวัน อาการดีขึ้นบ้างแล้วแต่ยังไม่สามารถพูดคุยได้ มีการรับรู้ตอบสนองดี ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ขอยืนยันว่าลูกชายรักภรรยามากจนทุกวันนี้มีลูกด้วยกันถึง 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน และเป็นผู้หญิงคนเล็ก 1 คน ทั้งนี้พอมีการแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบถูกต่อว่าต่างๆ นานา จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายของตนเองบ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fa5gOwWE1Cg

 1,988
ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 62

เมียระแวงสามีดีกรี ดร.รับสายลึกลับ ทะเลาะกันสนั่นบ้าน ปืนลั่นเข้าขมับฝ่ายชาย นองเลือดวันวาเลนไทน์

กาฬสินธุ์-เกิดเหตุนองเลือดรับวันวาเลนไทน์ จนท.รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้านที่ ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ ตั้งอยู่ตรงข้าม รพ.สมเด็จ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย นอนฟุบจมกองเลือดอยู่บนพื้นหน้าตู้เสื้อผ้า โดยมีภรรยา ยืนสั่นอยู่ข้างๆ ด้วยอาการตกใจ พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่และมีเสื้อผ้ากระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล   จากการสอบสวนทราบว่า ภรรยาเป็นคนเดินไปแจ้งเหตุกับกู้ภัยอโศกเป็นคนแรก เพื่อให้รีบมาช่วยเหลือสามี หลังทะเลาะกันและมีการนำอาวุธปืนออกมาและอ้างว่าปืนลั่น ซึ่งกระสุนเจาะขมับขวา 1 นัด ทะลุใต้คางขวาอาการสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จ ได้นำตัวส่งต่อโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อยื้อชีวิตอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดอยู่ในห้องไอซียู และอาการยังวิกฤต มีหมอพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด   เบื้องต้นจากคำให้การของภรรยาทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อตอนเย็นเมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) ทั้งคู่ ได้ออกไปทานข้าวนอกบ้านกันตามปกติ ขณะที่รับประทานอาหารเย็นด้วยกันอยู่นั้น ได้มีโทรศัพท์สายหนึ่งเข้ามาที่เครื่องของสามี ทางภรรยาจึงได้ถามด้วยความสงสัยว่าสายใครโทรมา แต่สามีตอบไม่ได้ จึงได้พากันกลับบ้านพักหลังดังกล่าว ระหว่างนั้นภรรยาก็คอยสอบถามคำถามเดิม เพราะรู้สึกสงสัย   พอกลับมาถึงบ้าน สามียังไม่ชี้แจงให้หายสงสัยว่าใครมาโทร จึงได้มาปากเสียงกัน ก่อนที่ภรรยาจะไล่ให้สามีเก็บของออกจากบ้าน จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 04.30 น. สามีได้ขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเป็นห้องเก็บเสื้อผ้า โดยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจริงๆ จึงเกิดการถกเถียงและยื้อแย่งข้าวของกัน ต่างคนต่างใช้อารมณ์   ซึ่งภรรยาอ้างว่าไม่ทันระวังขณะที่กำลังยื้อแย่งกันอยู่นั้น มีปืนกระบอกหนึ่ง ซึ่งเป็นปืนส่วนตัวของสามีอยู่ด้วย ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จนร่างของสามีล้มฟุบลงกับพื้น ภรรยาจึงรีบวิ่งไปแจ้งเหตุกับกู้ภัยอโศก ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยโรงพยาบาลสมเด็จเข้ามาช่วยเหลือ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำภรรยาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากปืนลั่นหรือตั้งใจยิง พร้อมทั้งตรวจคราบเขม่าดินปืน ก่อนดำเนินการต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ ฝ่ายชายที่บาดเจ็บเป็นผู้บริหารของโรงเรียนเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่งใน อ.สมเด็จ เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ยาวไกล บุคลิกดี จนได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มโรงเรียนเอกชนให้เป็นประธานส่งเสริมการศึกษาเอกชน จ.กาฬสินธุ์ ที่กำลังทำการขับเคลื่อนด้านการเรียนการสอนอย่างดีเยี่ยม ขณะที่ภรรยาก็เป็นนักธุรกิจที่ขายน้ำปลาร้าในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน โดยทั้งคู่เป็นที่รู้จักในวงสังคมของ จ.กาฬสินธุ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nnRiA06wlf4

 10,146
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 62

จับอดีตสามี ลักพาตัวสาววัย 26 อ้างแค่อยากให้กลับไปช่วยเลี้ยงลูก

เชียงราย-จากกรณีที่กล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถ ของหอพักแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครเชียงราย สามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะที่ น.ส.จิญาดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ถูกนายปิยพงษ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นสามีเก่าได้ขับรถยนต์มาพร้อมกับพวก   หลังจากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวได้ลงมาจากรถยนต์ก่อนที่จะช่วยกันจับตัวนางสาวจิญาดา ขึ้นรถยนต์เก๋งได้สำเร็จ หลังจากนั้นได้ขับรถยนต์เก๋งออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนที่ญาติของ น.ส.จิญาดา จะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเชียงราย กระทั่งต่อมาผู้ต้องหาจะปล่อยตัวกลับมา   ต่อมา ตร.ทราบเบาะแสว่า นายปิยพงษ์ อดีตสามีของผู้เสียหายพร้อมพวก หลบหนีอยู่ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงติดตามและจับกุมนายปิยะพงษ์พร้อมพวกอีกสองคน จึงนำตัวมาสอบสวน   ทั้งนี้นายปิยพงษ์ ยังให้การภาคเสธว่า โดยในวันที่เกิดเหตุเป็นคนขับรถคันก่อเหตุจริง โดยชักชวนลุงลือ (นามสมมติ) และป้าผึ้ง (นามสมมติ) นั่งรถมาด้วยกัน เพื่อช่วยเกลี้ยกล่อมให้ น.ส.จิญาดา อดีตภรรยาซึ่งคบหากันมานานกว่า 10 ปี และมีลูกด้วยกัน 2 คน อายุ 5 ขวบ และ 7 ขวบ ขึ้นรถไปด้วยกัน   ซึ่งเหตุจูงใจที่ก่อเหตุนั้น อ้างว่าเพียงแค่ต้องการให้น.ส.จิญาดา กลับมาช่วยเลี้ยงลูก ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยมาตามภรรยาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 อีกทั้งยังให้การว่าไม่เคยมีการขู่ฆ่ายกครัวอดีตภรรยาตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ทางศาลจังหวัดเชียงราย ได้อนุมัติหมายจับลุงลือและป้าผึ้ง ผู้ร่วมก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางเจ้าหน้าตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ พร้อมกันกับนายต้นที่ ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOTK8zHorEU

 1,668
สังคม-อาชญากรรม
21 ม.ค. 62

สาวถูกสามีขับรถทับขา เจ็บหนักยังกอดลูกไม่ปล่อย ซ้ำกำลังท้องอีกคน เผยทะเลาะกันถึงขั้นทำร้ายร่างกาย

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chumpol Punnin เป็นเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย  ได้โพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บและลูกน้อย ระบุว่า วันนี้เป็นวันที่ออกไปตรวจสอบแล้วสะเทือนใจมากที่สุด ซึ่งได้รับแจ้งตอนแรกว่าเป็นผู้ป่วย พอไปถึงกลายเป็นเรื่องทะเลาะกันภายในครอบครัว แต่สิ่งสำคัญคือ “สามีขับรถชนภรรยาขณะที่ภรรยายังอุ้มลูกอยู่ในอ้อมแขน”   ทำให้รถเหยียบข้อเท้าและข้อมือของแม่ ทำให้ลูกกระเด็นตกหัวกระแทกพื้นปูดบวม ส่วนแม่ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าและข้อมือขยับไม่ได้ เลยทำการดามไว้ แต่เด็กร้องไม่หยุด เลยเปลี่ยนหน้าที่จากคนขับรถ ไปเป็นคนอุ้มเด็ก แต่เด็กก็ยังร้องไม่หยุด อาจจะด้วยความเจ็บหรืองอแง แต่ในขณะที่นั่งในรถและอุ้มเด็กก็พยายามหาวิธีให้หยุดร้องเลยหันหน้าเด็กไปหาอกแม่   พอถึงอกเท่านั้นแหละหยุดร้องทันทีและหลับคาอกแม่เลย จึงนำตัวเข้ารักษาที่ รพ.กรุงเทพระยอง เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็กเพราะเด็กพูดไม่ได้ และจะหลับตลอด ก่อนจะออกจากที่เกิดเหตุก็พยายามหาบัตรประชาชนแต่ไม่มี เลยให้นิติบุคคลของคอนโดช่วยขึ้นไปเอาโทรศัพท์ที่ห้องของคนเจ็บ ได้แต่โทรศัพท์กับพาสปอร์ต   ขณะนั่งอุ้มน้องก็พยายามถามว่ามีญาติไหมที่ระยอง น้องบอกไม่มีหนูมาอยู่กับสามี ปกติก็จะทะเลาะกันบ่อย แต่วันนี้หนักสุดถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ก็เลยแนะนำให้โทรหาเพื่อนมาช่วยดูแล และต้องขอขอบคุณ รพ.กรุงเทพระยอง ที่ช่วยรักษา โดยที่ในตัวน้องไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ขอบคุณน้อง ๆ พยาบาล ที่ช่วยกันดูแลน้องที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีเยี่ยม    “แต่สิ่งที่มองแล้วน้ำตาไหลคือ สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่มีต่อลูก เพราะในขณะที่แขนและขาถูกดาม และมัดไว้ มีแค่มือข้างเดียวพยายามที่จะโอบกอดลูกให้ปลอดภัยมากที่สุด ต่อมาผลตรวจล่าสุดเพิ่งทราบว่าหญิงคนดังกล่าวกำลังตั้งครรภ์ได้ 9 สัปดาห์”   หญิงคนดังกล่าว ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ยอมรับว่า เหตุเกิดขึ้นเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ ของวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา บริเวณลานจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง ยอมรับว่าทะเลาะกับสามีจริง และถูกทำร้ายร่างกายกวด้วย ขณะนี้ยังไม่พร้อมให้ข้อมูลใด ๆ เพราะเป็นปัญหาภายในครอบครัว ขอเวลาปรึกษากับทางครอบครัวก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ   เมื่อสอบถามว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร หญิงคนดังกล่าวบ่ายเบี่ยงที่จะตอบระบุว่าไม่เป็นข่าว อย่างไรก็ตามได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งเมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อบันทึกภาพ   ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งขอไม่ให้นักข่าวนำไปเผยแพร่ พบว่า สามีได้ขึ้นไปนั่งบนรถเก๋งฝั่งคนขับ จากนั้นภรรยาซึ่งลูกน้อยวัย 1 ขวบ เปิดประตูหลังฝั่งซ้ายแล้วอุ้มลูกเข้าไปนั่งบริเวณหลัง โดยสามีพยายามดันภรรยาลงจากรถเหมือนไม่อยากให้ไปด้วย ก่อนที่ลูกน้อยจะตกลงจากรถ ภรรยาก็พยายามนำมือไปขวางประตูรถไว้ กระทั่งสามีปิดประตูรถได้แล้วล็อครถทันที  จากนั้นขับรถถอยหลังเหยียบคันเร่งออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างช้าๆ ล้อรถด้านหลังฝั่งซ้ายทับขาภรรยาที่กำลังนั่งกอดลูกน้อยอยู่ โดยไม่สนใจใยดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T8fpjvl1mGw

 41,967
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 62

จับแล้ว หนุ่มหัวร้อนทะเลาะเมีย จุดไฟเผาห้องที่โคราช หนีกบดานบ้านญาติ กทม.

จากกรณีเกิดไฟไหม้ห้องชุดในโครงการการเคหะแห่งชาติ หนองจะบก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีเหตุทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง จนภรรยาได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก หลังเกิดเหตุภรรยาได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง ส่วนผู้เป็นสามีหลบหนีไป ซึ่งก่อนหลบหนีสามีพูดจาข่มขู่ไว้ว่าถ้าแจ้งความจะทำการเผาห้อง   ล่าสุด ตร.สน.สายไหม ได้จับกุมตัวนายปิยะพาสน์ หรือเจน เวาะยีโด อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว หลังหนีมากบดานที่บ้านญาติในกรุงเทพฯ   จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทราบว่าวันเกิดเหตุตนได้มีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาเรื่องหึงหวง จนกระทั่งทำร้ายร่างกายแฟนสาวจนศีรษะแตก และไม่ยอมติดต่อกับตน หลังจากนั้นจึงใช้สเปรย์ยาฉีดกันยุงพร้อมกับไฟแช็ค จุดไฟเผาไปยังที่นอน เมื่อตนเห็นไฟลุกที่นอนอย่างรวดเร็วก็รู้สึกตกใจจึงรีบวิ่งหนีออกมา ก่อนจะหลบหนีมาซ่อนตัวที่บ้านญาติ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งมอบตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3dlJCc999Q0

 1,339
ข่าวต่างประเทศ
06 ธ.ค. 61

เมียแสบชกหน้าตัวเอง ก่อนแจ้งความว่าถูกสามีทำร้าย ดีที่มีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ การฟ้องร้องของภรรยาชาวออสเตรเลีย ว่าถูกสามีทำร้ายร่างกาย เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย แต่สุดท้าย สามีพิสูจน์ได้ว่าโดนภรรยาจัดฉาก   โดยเรื่องราวเริ่มตั้งแต่ ทั้งสองตกหลุมรักกันผ่านอินเทอร์เนต และตัดสินใจว่าจะแต่งงานกัน โดยฝ่ายชายยอมรับว่าหลงรักเธออย่างมาก แต่ชีวิตหลังแต่งงาน ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะภรรยาใช้เงินไปกับของฟุ่มเฟือย ในขณะที่สามีทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้เธอใช้   แต่ปัญหาสะสมไปเรื่อยๆ จนทั้งสองคนเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดแตกหัก เมื่อวันหนึ่งสามีกลับมาถึงบ้าน พบว่าข้าวของกระจัดกระจาย เพราะว่าภรรยาโมโห เนื่องจากไปรู้เรื่องที่สามีไปปรึกษากับทนายความเพื่อฟ้องหย่า โดยเธอพูดว่า "ถ้าคุณคิดว่าคุณฉลาด ก็ลองดูว่าฉันจะทำอะไรต่อไป"     จากนั้นเธอวิ่งออกไปฟ้องตำรวจ ด้วยใบหน้าที่ถูกทำร้าย หาว่าสามีทำร้ายร่างกาย แต่สุดท้ายสามีสู้คดีจนสุดท้าย พิสูจน์ได้ว่าเขาบริสุทธิ์ จากหลักฐานกล้องวงจรปิดในลิฟต์ ที่บันทึกภาพภรรยาชกใบหน้าตัวเอง สุดท้ายฝ่ายชายรู้ตัวแล้วว่าถูกฝ่ายหญิงเข้ามาหลอกตั้งแต่ต้น โดยที่ไม่รักเขาเลย   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม He was able to prove that his wife framed him. frame (n.) กรอบรูป (v.) จัดฉาก อ่านว่า เฟรม He was smitten by her. smitten (adj.) หลงรักอย่างมาก อ่านว่า สมิ้เถิ่น She claimed that her husband beat her up. เธออ้างว่าถูกสามีทำร้ายเธอ beat up ทำร้าย This evidence proved his innocence. หลักฐานนี้พิสูจน์ได้ว่าเขาบริสุทธิ์ evidence (n.) หลักฐาน อ่านว่า เอ๊ะฝืเดินส innocence (n.) ความบริสุทธิ์ อ่านว่า อิ๊เหนอะเซินสฺ  

 28,838
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 61

หนุ่มจุดไฟเผาบ้าน-เผารถประชดแฟนสาว ก่อนหลบหนี

ระยอง-เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ อำเภอเมือง ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทแล้วจุดไฟเผาบ้านและรถยนต์ ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.เพ อ.เมือง จึงรีบเดินทางไประงับเหตุ   พร้อมประสานรถดับเพลิงไปยังที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบ้านเพ 2 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่กำลังฉีดน้ำดับเพลิงภายในบ้านและรถยนต์ ใช้เวลา 30 นาที ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้   เบื้องต้นพบบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง รวมถึงรถยนต์โตโยต้าอแวนซ่า สีขาว ระยองอีก 1 คัน สอบถามเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ว่า บ้านดังกล่าวเป็นของนางวราภรณ์ ไหจำรัส อายุ 42 ปี มีผู้ชายเดินเข้าในบ้านและทะเลาะกันจากนั้นชายคนดังกล่าวได้จุดไฟเผาบ้านและรถยนต์แล้วหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนหาสาเหตุของการจุดไฟเผาบ้านและรถยนต์ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/asF9nUWg9L8

 1,457
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 61

สามีน้อยใจภรรยา ปีนขึ้นต้นมะม่วง เมียให้เวลา 5 นาที ลงมาคุย สุดท้ายผูกคอตายสลด

ระนอง-หนุ่มวัย 28 ปี น้อยใจแฟนสาว ปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วงข้างบ้านที่สูงร่วม 3 เมตร ฝ่ายหญิงให้เวลา 5 นาทีบอกลงมาคุย สุดท้ายพบร่างห้อยเสียชีวิต   ต้องรีบตะโกนให้บิดา ปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วง ช่วยอุ้มร่างไว้ก่อน ไม่ให้เชือกดึงรั้งที่บริเวณกระดูกต้นคอ เพราะหากกระดูกเคลื่อนออกจากฐานกะโหลก แรงดึงจากน้ำหนักตัว จะทำให้เส้นเลือดที่ฐานสมองฉีกขาดและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และที่ลำคอมีรอยถูกเชือกไนล่อนรัดเป็นรอยชัดเจน   ด้านภรรยาสาว ถึงกับร่ำไห้แทบขาดใจ ท่ามกลางญาติๆและเพื่อนที่เข้ามาปลอบใจ แต่ยังร้องร่ำไห้ และพรรณาอยู่ตลอดเวลา และเข้าไปกอดซบร่างสามีที่เจ้าหน้าที่คลุมผ้าดิบไว้บนพื้นถนน และบอกให้สามีกลับมาพร้อมขอโทษ เผยก่อนเกิดเหตุ ต่างคนต่างน้อยใจ งอนกันสองคน แต่ไม่มีอะไรมาก หลังจากนั้นช่วงค่ำก็อาบน้ำและกินข้าวกันปกติ สักพักฝ่ายชายปีนขึ้นต้นมะม่วง ทางภรรยาจึงบอกว่าให้เวลา 5 นาทีแล้วลงมา   พอสักเมื่อฝ่ายหญิงออกมาจากบ้าน ก็เห็นสามีผูกคอตายแล้ว จึงรีบวิ่งไปบอกพ่อบอกแม่หนูให้มาช่วย ก่อนร่ำไห้เสียใจต่อเนื่องด้วยความรู้สึกผิด ที่ตนใจแข็ง ไม่ยอมง้อสามี   ภายหลังจากชันสูตรพลิกศพร่วมแพทย์ รพ.ระนอง ในที่เกิดเหตุ ได้ลงความเห็นเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ และได้ให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไปเก็บรักษาที่ฝ่ายนิติเวช รพ.ระนอง เพื่อให้ทีมแพทย์ นิติเวช ทำการผ่าศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iPkfp-Qi7mk

 38,260

Top