ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผัวเมียทะเลาะกัน"

ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 62

เมียระแวงสามีดีกรี ดร.รับสายลึกลับ ทะเลาะกันสนั่นบ้าน ปืนลั่นเข้าขมับฝ่ายชาย นองเลือดวันวาเลนไทน์

กาฬสินธุ์-เกิดเหตุนองเลือดรับวันวาเลนไทน์ จนท.รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้านที่ ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ ตั้งอยู่ตรงข้าม รพ.สมเด็จ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย นอนฟุบจมกองเลือดอยู่บนพื้นหน้าตู้เสื้อผ้า โดยมีภรรยา ยืนสั่นอยู่ข้างๆ ด้วยอาการตกใจ พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่และมีเสื้อผ้ากระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล   จากการสอบสวนทราบว่า ภรรยาเป็นคนเดินไปแจ้งเหตุกับกู้ภัยอโศกเป็นคนแรก เพื่อให้รีบมาช่วยเหลือสามี หลังทะเลาะกันและมีการนำอาวุธปืนออกมาและอ้างว่าปืนลั่น ซึ่งกระสุนเจาะขมับขวา 1 นัด ทะลุใต้คางขวาอาการสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จ ได้นำตัวส่งต่อโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อยื้อชีวิตอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดอยู่ในห้องไอซียู และอาการยังวิกฤต มีหมอพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด   เบื้องต้นจากคำให้การของภรรยาทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อตอนเย็นเมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) ทั้งคู่ ได้ออกไปทานข้าวนอกบ้านกันตามปกติ ขณะที่รับประทานอาหารเย็นด้วยกันอยู่นั้น ได้มีโทรศัพท์สายหนึ่งเข้ามาที่เครื่องของสามี ทางภรรยาจึงได้ถามด้วยความสงสัยว่าสายใครโทรมา แต่สามีตอบไม่ได้ จึงได้พากันกลับบ้านพักหลังดังกล่าว ระหว่างนั้นภรรยาก็คอยสอบถามคำถามเดิม เพราะรู้สึกสงสัย   พอกลับมาถึงบ้าน สามียังไม่ชี้แจงให้หายสงสัยว่าใครมาโทร จึงได้มาปากเสียงกัน ก่อนที่ภรรยาจะไล่ให้สามีเก็บของออกจากบ้าน จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 04.30 น. สามีได้ขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเป็นห้องเก็บเสื้อผ้า โดยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจริงๆ จึงเกิดการถกเถียงและยื้อแย่งข้าวของกัน ต่างคนต่างใช้อารมณ์   ซึ่งภรรยาอ้างว่าไม่ทันระวังขณะที่กำลังยื้อแย่งกันอยู่นั้น มีปืนกระบอกหนึ่ง ซึ่งเป็นปืนส่วนตัวของสามีอยู่ด้วย ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จนร่างของสามีล้มฟุบลงกับพื้น ภรรยาจึงรีบวิ่งไปแจ้งเหตุกับกู้ภัยอโศก ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยโรงพยาบาลสมเด็จเข้ามาช่วยเหลือ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำภรรยาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากปืนลั่นหรือตั้งใจยิง พร้อมทั้งตรวจคราบเขม่าดินปืน ก่อนดำเนินการต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ ฝ่ายชายที่บาดเจ็บเป็นผู้บริหารของโรงเรียนเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่งใน อ.สมเด็จ เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ยาวไกล บุคลิกดี จนได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มโรงเรียนเอกชนให้เป็นประธานส่งเสริมการศึกษาเอกชน จ.กาฬสินธุ์ ที่กำลังทำการขับเคลื่อนด้านการเรียนการสอนอย่างดีเยี่ยม ขณะที่ภรรยาก็เป็นนักธุรกิจที่ขายน้ำปลาร้าในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน โดยทั้งคู่เป็นที่รู้จักในวงสังคมของ จ.กาฬสินธุ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nnRiA06wlf4

 8,900
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 62

จับอดีตสามี ลักพาตัวสาววัย 26 อ้างแค่อยากให้กลับไปช่วยเลี้ยงลูก

เชียงราย-จากกรณีที่กล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถ ของหอพักแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครเชียงราย สามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะที่ น.ส.จิญาดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ถูกนายปิยพงษ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นสามีเก่าได้ขับรถยนต์มาพร้อมกับพวก   หลังจากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวได้ลงมาจากรถยนต์ก่อนที่จะช่วยกันจับตัวนางสาวจิญาดา ขึ้นรถยนต์เก๋งได้สำเร็จ หลังจากนั้นได้ขับรถยนต์เก๋งออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนที่ญาติของ น.ส.จิญาดา จะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเชียงราย กระทั่งต่อมาผู้ต้องหาจะปล่อยตัวกลับมา   ต่อมา ตร.ทราบเบาะแสว่า นายปิยพงษ์ อดีตสามีของผู้เสียหายพร้อมพวก หลบหนีอยู่ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงติดตามและจับกุมนายปิยะพงษ์พร้อมพวกอีกสองคน จึงนำตัวมาสอบสวน   ทั้งนี้นายปิยพงษ์ ยังให้การภาคเสธว่า โดยในวันที่เกิดเหตุเป็นคนขับรถคันก่อเหตุจริง โดยชักชวนลุงลือ (นามสมมติ) และป้าผึ้ง (นามสมมติ) นั่งรถมาด้วยกัน เพื่อช่วยเกลี้ยกล่อมให้ น.ส.จิญาดา อดีตภรรยาซึ่งคบหากันมานานกว่า 10 ปี และมีลูกด้วยกัน 2 คน อายุ 5 ขวบ และ 7 ขวบ ขึ้นรถไปด้วยกัน   ซึ่งเหตุจูงใจที่ก่อเหตุนั้น อ้างว่าเพียงแค่ต้องการให้น.ส.จิญาดา กลับมาช่วยเลี้ยงลูก ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยมาตามภรรยาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 อีกทั้งยังให้การว่าไม่เคยมีการขู่ฆ่ายกครัวอดีตภรรยาตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ทางศาลจังหวัดเชียงราย ได้อนุมัติหมายจับลุงลือและป้าผึ้ง ผู้ร่วมก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางเจ้าหน้าตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ พร้อมกันกับนายต้นที่ ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOTK8zHorEU

 1,418
สังคม-อาชญากรรม
21 ม.ค. 62

สาวถูกสามีขับรถทับขา เจ็บหนักยังกอดลูกไม่ปล่อย ซ้ำกำลังท้องอีกคน เผยทะเลาะกันถึงขั้นทำร้ายร่างกาย

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chumpol Punnin เป็นเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย  ได้โพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บและลูกน้อย ระบุว่า วันนี้เป็นวันที่ออกไปตรวจสอบแล้วสะเทือนใจมากที่สุด ซึ่งได้รับแจ้งตอนแรกว่าเป็นผู้ป่วย พอไปถึงกลายเป็นเรื่องทะเลาะกันภายในครอบครัว แต่สิ่งสำคัญคือ “สามีขับรถชนภรรยาขณะที่ภรรยายังอุ้มลูกอยู่ในอ้อมแขน”   ทำให้รถเหยียบข้อเท้าและข้อมือของแม่ ทำให้ลูกกระเด็นตกหัวกระแทกพื้นปูดบวม ส่วนแม่ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าและข้อมือขยับไม่ได้ เลยทำการดามไว้ แต่เด็กร้องไม่หยุด เลยเปลี่ยนหน้าที่จากคนขับรถ ไปเป็นคนอุ้มเด็ก แต่เด็กก็ยังร้องไม่หยุด อาจจะด้วยความเจ็บหรืองอแง แต่ในขณะที่นั่งในรถและอุ้มเด็กก็พยายามหาวิธีให้หยุดร้องเลยหันหน้าเด็กไปหาอกแม่   พอถึงอกเท่านั้นแหละหยุดร้องทันทีและหลับคาอกแม่เลย จึงนำตัวเข้ารักษาที่ รพ.กรุงเทพระยอง เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็กเพราะเด็กพูดไม่ได้ และจะหลับตลอด ก่อนจะออกจากที่เกิดเหตุก็พยายามหาบัตรประชาชนแต่ไม่มี เลยให้นิติบุคคลของคอนโดช่วยขึ้นไปเอาโทรศัพท์ที่ห้องของคนเจ็บ ได้แต่โทรศัพท์กับพาสปอร์ต   ขณะนั่งอุ้มน้องก็พยายามถามว่ามีญาติไหมที่ระยอง น้องบอกไม่มีหนูมาอยู่กับสามี ปกติก็จะทะเลาะกันบ่อย แต่วันนี้หนักสุดถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ก็เลยแนะนำให้โทรหาเพื่อนมาช่วยดูแล และต้องขอขอบคุณ รพ.กรุงเทพระยอง ที่ช่วยรักษา โดยที่ในตัวน้องไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ขอบคุณน้อง ๆ พยาบาล ที่ช่วยกันดูแลน้องที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีเยี่ยม    “แต่สิ่งที่มองแล้วน้ำตาไหลคือ สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่มีต่อลูก เพราะในขณะที่แขนและขาถูกดาม และมัดไว้ มีแค่มือข้างเดียวพยายามที่จะโอบกอดลูกให้ปลอดภัยมากที่สุด ต่อมาผลตรวจล่าสุดเพิ่งทราบว่าหญิงคนดังกล่าวกำลังตั้งครรภ์ได้ 9 สัปดาห์”   หญิงคนดังกล่าว ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ยอมรับว่า เหตุเกิดขึ้นเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ ของวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา บริเวณลานจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง ยอมรับว่าทะเลาะกับสามีจริง และถูกทำร้ายร่างกายกวด้วย ขณะนี้ยังไม่พร้อมให้ข้อมูลใด ๆ เพราะเป็นปัญหาภายในครอบครัว ขอเวลาปรึกษากับทางครอบครัวก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ   เมื่อสอบถามว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร หญิงคนดังกล่าวบ่ายเบี่ยงที่จะตอบระบุว่าไม่เป็นข่าว อย่างไรก็ตามได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งเมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อบันทึกภาพ   ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งขอไม่ให้นักข่าวนำไปเผยแพร่ พบว่า สามีได้ขึ้นไปนั่งบนรถเก๋งฝั่งคนขับ จากนั้นภรรยาซึ่งลูกน้อยวัย 1 ขวบ เปิดประตูหลังฝั่งซ้ายแล้วอุ้มลูกเข้าไปนั่งบริเวณหลัง โดยสามีพยายามดันภรรยาลงจากรถเหมือนไม่อยากให้ไปด้วย ก่อนที่ลูกน้อยจะตกลงจากรถ ภรรยาก็พยายามนำมือไปขวางประตูรถไว้ กระทั่งสามีปิดประตูรถได้แล้วล็อครถทันที  จากนั้นขับรถถอยหลังเหยียบคันเร่งออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างช้าๆ ล้อรถด้านหลังฝั่งซ้ายทับขาภรรยาที่กำลังนั่งกอดลูกน้อยอยู่ โดยไม่สนใจใยดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T8fpjvl1mGw

 39,902
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 62

จับแล้ว หนุ่มหัวร้อนทะเลาะเมีย จุดไฟเผาห้องที่โคราช หนีกบดานบ้านญาติ กทม.

จากกรณีเกิดไฟไหม้ห้องชุดในโครงการการเคหะแห่งชาติ หนองจะบก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีเหตุทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง จนภรรยาได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก หลังเกิดเหตุภรรยาได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง ส่วนผู้เป็นสามีหลบหนีไป ซึ่งก่อนหลบหนีสามีพูดจาข่มขู่ไว้ว่าถ้าแจ้งความจะทำการเผาห้อง   ล่าสุด ตร.สน.สายไหม ได้จับกุมตัวนายปิยะพาสน์ หรือเจน เวาะยีโด อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว หลังหนีมากบดานที่บ้านญาติในกรุงเทพฯ   จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทราบว่าวันเกิดเหตุตนได้มีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาเรื่องหึงหวง จนกระทั่งทำร้ายร่างกายแฟนสาวจนศีรษะแตก และไม่ยอมติดต่อกับตน หลังจากนั้นจึงใช้สเปรย์ยาฉีดกันยุงพร้อมกับไฟแช็ค จุดไฟเผาไปยังที่นอน เมื่อตนเห็นไฟลุกที่นอนอย่างรวดเร็วก็รู้สึกตกใจจึงรีบวิ่งหนีออกมา ก่อนจะหลบหนีมาซ่อนตัวที่บ้านญาติ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งมอบตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3dlJCc999Q0

 1,135
ข่าวต่างประเทศ
06 ธ.ค. 61

เมียแสบชกหน้าตัวเอง ก่อนแจ้งความว่าถูกสามีทำร้าย ดีที่มีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ การฟ้องร้องของภรรยาชาวออสเตรเลีย ว่าถูกสามีทำร้ายร่างกาย เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย แต่สุดท้าย สามีพิสูจน์ได้ว่าโดนภรรยาจัดฉาก   โดยเรื่องราวเริ่มตั้งแต่ ทั้งสองตกหลุมรักกันผ่านอินเทอร์เนต และตัดสินใจว่าจะแต่งงานกัน โดยฝ่ายชายยอมรับว่าหลงรักเธออย่างมาก แต่ชีวิตหลังแต่งงาน ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะภรรยาใช้เงินไปกับของฟุ่มเฟือย ในขณะที่สามีทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้เธอใช้   แต่ปัญหาสะสมไปเรื่อยๆ จนทั้งสองคนเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดแตกหัก เมื่อวันหนึ่งสามีกลับมาถึงบ้าน พบว่าข้าวของกระจัดกระจาย เพราะว่าภรรยาโมโห เนื่องจากไปรู้เรื่องที่สามีไปปรึกษากับทนายความเพื่อฟ้องหย่า โดยเธอพูดว่า "ถ้าคุณคิดว่าคุณฉลาด ก็ลองดูว่าฉันจะทำอะไรต่อไป"     จากนั้นเธอวิ่งออกไปฟ้องตำรวจ ด้วยใบหน้าที่ถูกทำร้าย หาว่าสามีทำร้ายร่างกาย แต่สุดท้ายสามีสู้คดีจนสุดท้าย พิสูจน์ได้ว่าเขาบริสุทธิ์ จากหลักฐานกล้องวงจรปิดในลิฟต์ ที่บันทึกภาพภรรยาชกใบหน้าตัวเอง สุดท้ายฝ่ายชายรู้ตัวแล้วว่าถูกฝ่ายหญิงเข้ามาหลอกตั้งแต่ต้น โดยที่ไม่รักเขาเลย   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม He was able to prove that his wife framed him. frame (n.) กรอบรูป (v.) จัดฉาก อ่านว่า เฟรม He was smitten by her. smitten (adj.) หลงรักอย่างมาก อ่านว่า สมิ้เถิ่น She claimed that her husband beat her up. เธออ้างว่าถูกสามีทำร้ายเธอ beat up ทำร้าย This evidence proved his innocence. หลักฐานนี้พิสูจน์ได้ว่าเขาบริสุทธิ์ evidence (n.) หลักฐาน อ่านว่า เอ๊ะฝืเดินส innocence (n.) ความบริสุทธิ์ อ่านว่า อิ๊เหนอะเซินสฺ  

 28,328
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 61

หนุ่มจุดไฟเผาบ้าน-เผารถประชดแฟนสาว ก่อนหลบหนี

ระยอง-เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ อำเภอเมือง ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทแล้วจุดไฟเผาบ้านและรถยนต์ ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.เพ อ.เมือง จึงรีบเดินทางไประงับเหตุ   พร้อมประสานรถดับเพลิงไปยังที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบ้านเพ 2 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่กำลังฉีดน้ำดับเพลิงภายในบ้านและรถยนต์ ใช้เวลา 30 นาที ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้   เบื้องต้นพบบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง รวมถึงรถยนต์โตโยต้าอแวนซ่า สีขาว ระยองอีก 1 คัน สอบถามเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ว่า บ้านดังกล่าวเป็นของนางวราภรณ์ ไหจำรัส อายุ 42 ปี มีผู้ชายเดินเข้าในบ้านและทะเลาะกันจากนั้นชายคนดังกล่าวได้จุดไฟเผาบ้านและรถยนต์แล้วหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนหาสาเหตุของการจุดไฟเผาบ้านและรถยนต์ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/asF9nUWg9L8

 1,213
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 61

สามีน้อยใจภรรยา ปีนขึ้นต้นมะม่วง เมียให้เวลา 5 นาที ลงมาคุย สุดท้ายผูกคอตายสลด

ระนอง-หนุ่มวัย 28 ปี น้อยใจแฟนสาว ปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วงข้างบ้านที่สูงร่วม 3 เมตร ฝ่ายหญิงให้เวลา 5 นาทีบอกลงมาคุย สุดท้ายพบร่างห้อยเสียชีวิต   ต้องรีบตะโกนให้บิดา ปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วง ช่วยอุ้มร่างไว้ก่อน ไม่ให้เชือกดึงรั้งที่บริเวณกระดูกต้นคอ เพราะหากกระดูกเคลื่อนออกจากฐานกะโหลก แรงดึงจากน้ำหนักตัว จะทำให้เส้นเลือดที่ฐานสมองฉีกขาดและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และที่ลำคอมีรอยถูกเชือกไนล่อนรัดเป็นรอยชัดเจน   ด้านภรรยาสาว ถึงกับร่ำไห้แทบขาดใจ ท่ามกลางญาติๆและเพื่อนที่เข้ามาปลอบใจ แต่ยังร้องร่ำไห้ และพรรณาอยู่ตลอดเวลา และเข้าไปกอดซบร่างสามีที่เจ้าหน้าที่คลุมผ้าดิบไว้บนพื้นถนน และบอกให้สามีกลับมาพร้อมขอโทษ เผยก่อนเกิดเหตุ ต่างคนต่างน้อยใจ งอนกันสองคน แต่ไม่มีอะไรมาก หลังจากนั้นช่วงค่ำก็อาบน้ำและกินข้าวกันปกติ สักพักฝ่ายชายปีนขึ้นต้นมะม่วง ทางภรรยาจึงบอกว่าให้เวลา 5 นาทีแล้วลงมา   พอสักเมื่อฝ่ายหญิงออกมาจากบ้าน ก็เห็นสามีผูกคอตายแล้ว จึงรีบวิ่งไปบอกพ่อบอกแม่หนูให้มาช่วย ก่อนร่ำไห้เสียใจต่อเนื่องด้วยความรู้สึกผิด ที่ตนใจแข็ง ไม่ยอมง้อสามี   ภายหลังจากชันสูตรพลิกศพร่วมแพทย์ รพ.ระนอง ในที่เกิดเหตุ ได้ลงความเห็นเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ และได้ให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไปเก็บรักษาที่ฝ่ายนิติเวช รพ.ระนอง เพื่อให้ทีมแพทย์ นิติเวช ทำการผ่าศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iPkfp-Qi7mk

 37,260
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ก.ค. 61

คลิปเมียพันธุ์ดุ เดือดสามีไปมีเมียน้อย ขับรถชนจนตัวลอยตกกระแทกพื้น

เฟซบุ๊กธวัชชัย ชนะพล โพสต์คลิปวิดีโอรถยนต์คันหนุ่งก่อเหตุชนคนเดินกลางถนนอย่างแรงด้วยความตั้งใจ ซึ่งคนที่ถ่ายคลิปรีบวิ่งเข้าไปหาคนขับ พร้อมกับถามว่า "ขับรถชนเขาได้ไง"   แต่หญิงสาวที่อยู่ในรถก็ตอบกลับว่า "ผัวหนูมันมีเมียน้อย" พร้อมทั้งมีเสียงเด็กร้องไห้อยู่ในรถด้วย จากนั้นคนถ่ายคลิปได้วิ่งเข้ามาดูคนเจ็บ และขอให้โทรเรียกรถพยาบาล เพื่อช่วยคนเจ็บ แล้วทางคนเจ็บก็บอกว่าไม่ให้ผู้หญิงที่ชนเข้ามาใกล้   โดยทางผู้ถ่ายคลิป โพสต์ข้อความว่า   "เหตุเกิดที่หน้ายิมผมเองครับ  ไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราจะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุคืออะไร แต่สิ่งที่ผมเห็นต่อหน้าคือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันถูกทำร้าย อย่าดูอย่านิ่งเฉยเพราะเราไม่รู้ว่า ถ้าเหตุการณ์มันจะจบยังงัย ถ้ามันโหดร้ายถึงขั้นเกิดการสูญเสีย คุณจะเสียใจมากที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย"   ในเวลาต่อมาได้โพสต์เพิ่มเติมว่า   "วันนี้ที่ผมลงคลิปไปไม่ได้มี เจนตนาไม่ดีเลยนะคับ..ผมก็คนคนหนึ่งที่อยากช่วยเพื่อนมนุษย์ก็แค่นั้น ผมไม่รู้ว่าพี่เขาสองคนทะเลาะอะไรกันก่อนหน้านี้แต่ที่ผมเห็นคือพี่ผู้ชายโดนรถชน..จะให้ผมยืนถ่ายคลิปเฉยฯหราคับ..ทำไปเถอะครับความดีถ้าไม่มีใครเห็นเทวดาท่านคงเห็น..ถึงผมจะเป็นอีสาน..แต่ขอบอกไว้คับคนอีสานน้ำใจไม่แพ้ชาติใดในโลก อีกอย่างใครที่บอกว่าผมคนถ่ายคลิปโลกสวยผมพูดตรงตรงคับสิ่งที่ผมทำมันคือใจล้วนล้วน" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KQOm-XYwxws

 23,921
ข่าวภูมิภาค
22 มิ.ย. 61

ป่วนทั้งโรงพัก! จับร่างทรงองค์เทพนอนคุก หลังเมาทะเลาะภรรยาที่เป็นร่างทรงอีกองค์หนึ่ง

สมุทรปราการ-ตร.คุมตัวนายสมศักดิ์ เปรมปราศรัย อายุ 41 ปี ที่อ้างตัวว่าเป็นร่างทรงพ่อปูฤษีนารอดซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาและอาละวาทส่งเสียงโวยวายด่ากราดอดีตภรรยา ที่เป็นร่างทรงขององค์ปู่ท้าวมหาพรหม วัย 50 ปี มาส่งให้ควบคุมตัวไว้สงบสติอารมณ์ในข้อหา เมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย ในที่สาธารณะ   ซึ่งขณะคุมตัวนายสมศักดิ์ มาสงบสติอารมณ์ที่โรงพักนั้น เจ้าตัวยังได้อุ้มเศียรปู่ฤาษีมาด้วยพร้อมขันทองเหลืองอีก 1 ใบ และระหว่างที่อยู่บนโรงพักองค์ปู่ของนายสมศักดิ์ ได้ลงประทับร่าง ส่วนอดีตภรรยาซึ่งเป็นร่างทรงท้าวมหาพรหม และเกิดปะทะคารมณ์กันกลางโรงพัก   ฝ่ายชายได้เอ่ยปากทวงเงินจำนวน 1 พันบาท ซึ่งเป็นค่าแรงในการรับเหมาก่อสร้างย่านในพระราม 7 ที่อดีตภรรยาแอบไปเบิกมาจากนายจ้าง ทำให้สามีไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกน้องกิน ซึ่งอดีตภรรยาก็ได้คืนเงินให้ต่อหน้าตำรวจ จำนวน 500 บาทโดยอ้างว่าเงินใช้ไปแล้วเหลือเพียงเท่านี้   แต่ฝ่ายสามีก็ยังไม่ยอมสงบและมีทีท่าว่าจะเข้าไปทำร้ายร่างกายอดีตภรรยาอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปห้ามปราบและพยายามจะนำตัวเอาไปสงบสติอารมณ์ในห้องขัง แต่เมื่อรู้ตัวว่าจะถูกควบคุม อยู่ๆ ก็ได้มีองค์กุมาร ที่ชื่อฟ้าใสและทำท่าตุ้งติ้งเหมือนเด็ก อ้างว่าจะมารับพ่อกลับบ้าน   แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อเนื่องจากยังอยู่ในอาการมึนเมา จึงได้พยายามคุมตัวเอาไปสงบสติอารมณ์ในห้องขัง แต่ก็ยังคงเอะอะโวยวายขว้างปาข้าวของใส่พื้น กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าคุมตัวผู้ก่อเหตุ เข้าสงบสติอารมณ์ในห้องขัง ทันทีที่ ถูกคุมตัวใบหน้าถอดสีทันที่และมีอาการสงบลง เจ้าหน้าที่จึงได้คุมเข้าสงบสติอารมณ์ในห้องขัง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะคุมตัวเอาไว้ให้สร้างเมาก่อนที่จะทำการเปรียบเทียบปรับในข้อหา เมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย และพอสร่างเมาก็จะปล่อยตัวกลับไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oVKvUHx5Mec

 6,272

Top