ค้นหา :

ผลการค้นหา "จับยาบ้า"

สังคม
02 พ.ย. 62

ค้นกระบะจอดทิ้งก่อนถึงด่านตรวจ พบยาบ้าซุกปี๊บ 2 แสนเม็ด

เชียงราย - เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การควบคุมของ พ.ท.ไพรัช ศรีไชยวาล ผู้บังคับการ บก.ควบคุม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2กองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ได้ตั้งด่านตรวจ บริเวณ บ้านสามแยก  ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ตามแผนยุทธการชัยยะ 1 โดยยกระดับเป็นการตั้งจุดตรวจ 24 ชม.    ได้ตรวจสอบรถกระบะต้องสงสัย ซึ่งจอดรถดับเครื่อง บริเวณทางแยกเข้า บ.แม่แสลบ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวงก่อนถึงจุดตรวจ ประมาณ 1 กิโลเมตร หลังจากได้รับแจ้งขาดชาวบ้านว่ารถคันดังกล่าวจออทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงเย็นพอค่ำแล้วยังไม่มีใครมาย้ายหรือขับออกไป      เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปทำการตรวจสอบ พบปิ๊บหน่อไม้ 3 ปิ๊บ วางอยู่ที่กระบะท้าย จึงได้เปิดออกดูพบว่าด้านในมียาบ้าบรรจุอยู่ จึงได้นำออกมา พลมียาบ้านวมกัน ประมาณ 200,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดเอาไว้ ก่อนจะส่งมอบให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขยายผลติดตามหาเจ้าของรถและผู้กระทำผิดต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่  https://youtu.be/eZosAJzz3pI

 3,691
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 62

นาทีสุดเฮี้ยน องค์ลงพ่อค้ายา พา ตร.ชี้จุดซ่อนยาบ้า

จากกรณีที่ จนท.ได้ควบคุมผู้ต้องหาในคดีค้ายาบ้า 2 ราย คือนายเอกชัย เพชรสง อายุ 31 ปี ได้พร้อมยาบ้า 8 เม็ด ยาไอซ์ 2 กรัม อาวสุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง 1 นัด ในตัวเมืองกระบี่ นำตัวมาสอบสวนขยายผล จนสามารถติดตามจับกุมตัวนายภมรชัย จันทร์มัด อายุ 34 ปี ได้ที่บ้านใน จ.ตรัง พร้อมยาบ้า 6,170 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 102.36 กรัม อาวุธปืนพกสั้น .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน .38 จำนวน 51 นัด นำตัวมาสอบสวนที่ ภ.จว.กระบี่   แต่ปรากฏว่าระหว่างที่ควบคุมตัวอยู่นั้น นายภมรชัย มีอาการสั่นคล้ายเทพเจ้าประทับทรง ก่อนจะให้ข้อมูล จนทราบว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์เก๋งของนายเอกพันธ์ ที่ยึดได้ก่อนหน้านี้ ก่อนที่ร่างทรงนายภมรชัย จะเดินนำ จนท.ไปชี้ที่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ตรวจค้นที่ภายในห้องเครื่องยนต์ พบยาบ้าจำนวน 9,600 เม็ด ห่อด้วยพลาสติกซุกซ่อนอยู่ พร้อมเงินสดในรถอีก 30,000 บาทเศษ ตำรวจจึงนำตัวทั้ง 2 ส่ง แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย   พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ กล่าวว่า เหตุการณ์มาจากการจับกุมผู้ต้องหารายย่อยและนำไปสู่การจับกุมอีกราย แต่ปรากฏว่าระหว่างที่ควบคุมตัวนายภมรชัยนั้น ได้มีอาการสั่นคล้ายเจ้าเข้าทรง บอกว่ายังมียาซุกซ่อนในรถของนายเอกพันธ์ ยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนซ์ ทะเบียน กท 8603 กระบี่ ที่จอดอยู่ห่างจากที่ควบคุม 100 เมตร จึงได้ให้ไปตรวจสอบ ไปถึงก็เคาะกระโปรงรถบอกว่ามียาอยู่และเมื่อค้นก็พบของกลางดังกล่าวจริง ซึ่งตนก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ แต่กับเคสนี้คงต้องยอมรับ  

 81
ข่าวภูมิภาค
11 ต.ค. 62

รวบอดีตนักมวยหญิง 'น้องบัว เกียรติประกอบ' ผันตัวค้ายา ผัวแสบหนีทิ้งให้เมียโดนจับคนเดียว

ตรัง-ตำรวจนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมนายชำนิ มีลือ อายุ 36 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย น.ส.นิสานาฎ รอดแสน หรือบัว อายุ 26 ปี   แต่หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ นายชำนิจึงอาศัยจังหวะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน และวิ่งเข้าสวนยางพาราไปอย่างไร้ร่องรอย จึงควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏไว้ได้พียงคนเดียว ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 3,322 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 600 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อม 1 ขวด จำนวน 1 ลิตร อาวุธปืนยาวขนาด .22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด จึงนำไว้เป็นของกลาง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน น.ส.นิสานาฎ ให้การรับสารภาพว่า ตนและนายชำนิสามีค้ายาบ้าจริง และตรวจปัสสาวะผลปรากฏว่ามีสีม่วง ส่วนประวัติของ น.ส.นิสานาฎ เดิมเคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติไทย ในชื่อน้องบัว เกียรติประกอบ และยังเข้าอบรมนายร้อยตำรวจ แต่เกิดตั้งท้องกับสามีเก่าเสียก่อน จึงไม่ได้ไปรายงานตัว ก่อนผันตัวมาเป็นนักค้ายา ในขณะนั้นอายุ 20 ปี ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและรับโทษอยู่จำนวนหลายปี   กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงหย่าร้างกับสามีเก่าและมาอยู่กินกับนายชำนิ ยังคงยึดการค้ายาบ้า จนมาถูกจับกุม ขณะเดียวกันนายชำนิเคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ปะเหลียน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี แต่อยู่ระหว่างการประกันตัวข้อยื่นอุทธรณ์   ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวฝากขังต่อไป ส่วนทางด้านนายชำนิทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติหมายศาลนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJHnhUOkcfk

 5,552
สังคม
11 ต.ค. 62

รวบอดีตนักมวยหญิง 'น้องบัว เกียรติประกอบ' ผันตัวค้ายา ผัวแสบหนีทิ้งให้เมียโดนจับคนเดียว

ตรัง-ตำรวจนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมนายชำนิ มีลือ อายุ 36 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย น.ส.นิสานาฎ รอดแสน หรือบัว อายุ 26 ปี   แต่หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ นายชำนิจึงอาศัยจังหวะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน และวิ่งเข้าสวนยางพาราไปอย่างไร้ร่องรอย จึงควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏไว้ได้พียงคนเดียว ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 3,322 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 600 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อม 1 ขวด จำนวน 1 ลิตร อาวุธปืนยาวขนาด .22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด จึงนำไว้เป็นของกลาง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน น.ส.นิสานาฎ ให้การรับสารภาพว่า ตนและนายชำนิสามีค้ายาบ้าจริง และตรวจปัสสาวะผลปรากฏว่ามีสีม่วง ส่วนประวัติของ น.ส.นิสานาฎ เดิมเคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติไทย ในชื่อน้องบัว เกียรติประกอบ และยังเข้าอบรมนายร้อยตำรวจ แต่เกิดตั้งท้องกับสามีเก่าเสียก่อน จึงไม่ได้ไปรายงานตัว ก่อนผันตัวมาเป็นนักค้ายา ในขณะนั้นอายุ 20 ปี ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและรับโทษอยู่จำนวนหลายปี   กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงหย่าร้างกับสามีเก่าและมาอยู่กินกับนายชำนิ ยังคงยึดการค้ายาบ้า จนมาถูกจับกุม ขณะเดียวกันนายชำนิเคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ปะเหลียน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี แต่อยู่ระหว่างการประกันตัวข้อยื่นอุทธรณ์   ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวฝากขังต่อไป ส่วนทางด้านนายชำนิทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติหมายศาลนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJHnhUOkcfk

 5,552
สรุปข่าว
05 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 5 ก.ย.62 ปล่อยตัวสนธิ ลิ้มทองกุล-ละครช่อง 3 บุกเกาหลีใต้-พ่อค้ายาบ้าตกใจถูกจับจนอึราด

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงพสกนิกรประสบภัยน้ำท่วม มีพระราชกระแสรับสั่งผ่านทางนายกฯดูแลปชช.ให้ดีที่สุด ด้านนายกฯลงพื้นที่พิษณุโลก ประชุมผู้ว่า 17 จังหวัดภาคเหนือ กำชับต้องคุยเอกชน ทำพื้นที่กักเก็บน้ำ จากนั้นไปสุโขทัยด้วยรถตู้ทะเบียน 5995 แนะชาวบ้านเปลี่ยนอาชีพให้เลี้ยงปลาแทน   ด้านกรมอุตุฯแจงพายุคาจิกิ วกกลับเวียดนาม อ่อนกำลังเป็นดีเปรสชั่นแล้ว แต่ยังทำให้ฝนตกหนัก อีสาน-ตะวันออก อุบลราชธานียังอ่วมน้ำท่วมตลิ่ง ถนนถูกจัดขาด กู้ภัยฝ่ากระแสน้ำช่วยคนป่วยส่ง รพ. ยโสธร อ.ป่าติ้ว วิกฤตสุดในรอบ 60 ปี สุโขทัยพนังกั้นน้ำยมแตกหลายจุด น้ำทะลักเข้าตัวเมือง เขื่อนเจ้าพระยาเตือน 7 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำเหนือ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, อยุธยา และลพบุรี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุตุฯสยบลือ ยัน 'พายุคาจิกิ' ไม่วกกลับไทยแล้ว แต่อีสาน-ตะวันออกยังฝนตกหนัก    -คดีบิลลี่ถูกฆ่ายัดถัง DSI เปลี่ยนสำนวนจากคดีความผิดตาม ม.157 เป็นคดีฆาตกรรม มีหลักฐานภาพถ่าย ภาพวงจรปิด ไม่มีใครตัดตอยได้ ขอ 3 เดือนสรุปสำนวนคดี ตอนนี้มีกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว ขณะที่อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ปัดเกี่ยวบิลลี่ตาย ยอมรับน้อยใจคนจ้องเอาผิด หากทำผิดจริงใครจะกล้าเอาศพไปทิ้งในที่ใกล้ตัว ตั้งข้อสงสัยจุดที่เจอกระดูกบิลลี่เป็นจุดที่ชาวกะเหรี่ยงนำกระดูกคนตายมาลอยอังคารอยู่แล้ว ยันความบริสุทธิ์ใจพร้อมสู้คดี ด้านเมียบิลลี่บอกอย่างน้อยได้รู้สามีอยู่หรือตาย ขอให้นำตัวคนร้ายมาลงทุน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ชัยวัฒน์' น้อยใจโดนโยงฆ่า 'บิลลี่' เมียโพสต์ความบังเอิญ บิลลี่ชอบเลข 3 เลข 7   -นายกฯย้ำถวายสัตย์ถูกต้องตามขั้นตอน ยันเป็นไปตาม รธน.สมบูรณ์แล้ว ทำไมต้องเริ่มต้นใหม่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯยันถวายสัตย์ถูกต้อง ตาม รธน. ถามทำไมต้องเริ่มต้นใหม่?   -ชวน หลีกภัย ปธ.สภา ได้ข้อสรุปวันอภิปรายญัตติปมถวายสัตย์ 18 ก.ย.ตามที่รัฐบาลแจ้งความพร้อมมา ใช้เวลา 14.30 ชม. เริ่ม 9.30 น.ถึงเที่ยงคืนเท่านั้น บิ๊กป้อมยันเวลา 1 วันเพียงพอแล้ว ไม่ใช่การมัดมือชกฝ่ายค้านให้ต่อเวลา ส่วนจะประชุมแบบเปิดเผยหรือแบบลับขึ้นอยู่กับสภา ซึ่งถ้าประชุมเปิดเผยต้องระวังคำพูดที่เกี่ยวกับสถาบัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ปธ.ชวน' เคาะอภิปรายปมถวายสัตย์ 18 ก.ย. ให้เวลาห้ามเลยเที่ยงคืน    -สุทิน คลังแสง ชี้การอภิปรายปมถวายสัตย์ไม่มีเหตุผลที่ต้องประชุมลับ เว้นแต่รัฐบาลหาเหตุอ้างกระทบสถาบัน ทั้งที่ฝ่ายค้านไม่เคยพูดเลยว่าจะโยงไปถึงสถาบัน สาเหตุอยู่ที่ตัวนายกฯเพียงคนเดียว ยันไม่มีประเด็นละเอียดอ่อนกระทบสถาบัน   -ศาล รธน.มีมติรับคำร้อง 32 ส.ส.พรรคฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ไว้วินิจฉัย โดยไม่สั่งให้หยุดให้ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่ 20 คน / เพื่อไทย 4 คน /เพื่อชาติ 4 คน / เสรีรวมไทย 3 คน / ประชาชาติ 1 คน   ศาล รธน.ยังมีมติยกคำร้องธนาธร ที่ร้องให้ศาลยกเลิกคำสั่งหยุดให้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราว โดยศาลระบุยังไม่ปรากฏพฤติการณ์ให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาล รธน.มีมติรับคำร้อง 32 ส.ส.ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ - ตีตกคำร้อง 'ธนาธร' ขอเลิกคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.   -อุตตม รมว.คลัง มั่นใจหนี้ครัวเรือนไม่น่าห่วง เพราะส่วนใหญ่เป็นหนี้มีหลักประกัน บางส่วนกู้เงินใช้หมุนธุรกิจ แต่สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด กำชับแบงก์รัฐช่วยลูกค้าบริหารจัดการหนี้อย่างเต็มที่ สํานักงานเศรษฐกิจการคลังระบุหนี้ครัวเรือนแท้จริงอยู่ที่ 65.8% เคยขึ้นสูงสุด 81.2% เมื่อปี 58 ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'อุตตม' ไม่ห่วงหนี้ครัวเรือนไทย ส่วนใหญ่มีหลักประกัน สศค.แจงไม่สูงเท่าปี 58    -ทลายแก๊งปั่นหุ้นตุ๋นข้ามชาติ รวบ 58 ชาวจีนใช้โรงแรมย่านลาดพร้าว 101 เป็นฐานปฏิบัติการ หลอกเหยื่อเพื่อนร่วมชาติ รวมลงทุนคุยผ่านวีแชท สร้างขึ้นมากว่า 100 ห้อง อุปโลกเป็นผู้เชี่ยวชาญในแวดวงตลาดหลักทรัพย์จีน ลวงเหยื่อหลายพันคน สตม.บุกจับได้พร้อมมือถือนับร้อยเครื่อง พบทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตทำงานในไทย ยอมรับมีกลุ่มนายทุนเป็นคนจีน ได้ค่าจ่างเดือนละ 3 หมื่น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบแก๊งปั่นหุ้นชาวจีน เช่าโรงแรมย่านลาดพร้าวเป็นฐานแชทหลอกเหยื่อ    -ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ ปล่อยตัวสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร อายุ 72 ปี หลังรับโทษแล้ว 3 ปี 1 เดือน ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามคุณสมบัติตามมติ 3 ฝ่าย ศาล อัยการ ราชทัณฑ์ เป็นนักโทษชั้นเยี่ยมช่วยเหลืองานเรือนจำมาตลอด และอายุเกิน 70 ปี อธิบดีกรมราชทัณฑ์ยันไม่มีเบื้องหลัง ไม่มีใบสั่งจากใคร ไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ราชทัณฑ์ปัดมีใบสั่ง ปล่อยตัว 'สนธิ ลิ้มทองกุล' ชี้เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม-อายุเกิน 70-มีโรครุมเร้า   -อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ ยื่นหนังสือร้องรียนให้ตั้งกรรมการสอบ ขรก.ระดับสูงในกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวหาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติซื้อขายตำแหน่งอธิบดี 600 ล้าน จ่ายไปแล้ว 300 ล้าน ให้ รมว.ทรัพยากรฯ จะจ่ายอีกครึ่งที่เหลือ ก.พ. พร้อมนำคลิปเสียงมาแฉถึงส่วนแบ่งซื้อขายตำแหน่ง ด้านวราวุธโต้เดือด สงสัยจะว่างงานมาก หัวไม่ได้มีไว้แค่กั้นหู เตรียมเจอกันชั้นศาล ขณะที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติบอกถ้ามีเงิน 300 ล้าน คงนอนอยู่บ้านสบาย ไม่ต้องมารับราชการแล้ว เตรียมฟ้องร้องเช่นกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'วราวุธ' โต้เดือดเด็ก พปชร. กล่าวหารับ 600 ล้านซื้อขายตำแหน่ง อธิบดีกรมอุทยาน ลั่นไปเจอกันในศาล   -แม่ไม่ทน เอาผิดครูโหด ใช้ไม้กระบี่กระบองรัวตีลูกชาย 9 ขวบจนไม้หัก เจ็บจนนั่งเรียนไม่ได้ เพราะเด็กไม่ทำการบ้าน เด็กช้ำหนักไข้ขึ้นสูง ผวาจนไม่กล้าไปเรียน ครูยังไม่เคยมาขอโทษ จี้ครูลาออก ตอนตีครูยังถามเป็นลูกเทวดาหรือไงถึงตีไม่ได้ ขู่ห้ามบอกพ่อแม่ ด้านครูยอมรับตีจริง ทางเขตสั่งตั้งกรรมการสอบ สั่งย้ายครูช่วยราชการ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ย้ายแล้ว 'ครูแนน' ตีเด็ก 9 ขวบ ก้นช้ำน่วมทั้งตัว แฉครูถาม "เป็นลูกเทวดาเหรอถึงจะตีไม่ได้"   -พ่อค้ายาบ้าตกใจสุดขีดถูกจับคาบ้าน อุจจาระราดเหม็นคลุ้งไปทั่ว ต้องวิ่งหลบกันระนาว ต้องถอดกางเกงเช็ดก้นทุลักทุเล ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พ่อค้ายาถูกจับ ตกใจขีดสุดอุจจาระราด ต้องถอดกางเกงเช็ดทุลักทุเล   -มาแล้ว ตัวอย่างหนัง The Cave นางนอน ภารกิจช่วย 13 หมูป่าที่ดังไปทั่วโลกเมื่อปี 61 มีนักแสดงไทย เช่น นิรุตติ์ ศิริจรรยา ร่วมแสดงด้วย กำหนดฉาย 28 พ.ย. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : มาแล้ว! ตัวอย่างหนัง 13 หมูป่า 'the cave นางนอน' พร้อมฉาย 28 พ.ย.62   -ละครช่อง 3 บุกเกาหลีใต้รวดเดียว 8 เรื่อง JKN Global Media ขายลิขสิทธิ์ละครช่อง 3 ให้เกาหลีใต้ ได้แก่ บุพเพสันนิวาส, นาคี, ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง, บ่วงบรรจถรณ์, รากนครา, คมแฝก, ลิขิตรัก, คลื่นชีวิต ออนแอร์เป็นภาษาไทยพร้อมคำบรรยายเกาหลี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ท้าชนซีรีส์เกาหลี! ช่อง 3 ส่ง 8 ละครดังบุกตลาดเกาหลีใต้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PahWCa6Uj0Y

 10,457
สังคม-อาชญากรรม
06 ส.ค. 62

ทลายเครือข่ายค้ายาเจอยาบ้าล้านเม็ด พบเพิ่งพ้นโทษ-พ่อยังถูกขังในเรือนจำ

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญจำนวน 8 คดี โดยมีคดีที่น่าสนใจคือ จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน คือ นายกิตติพงศ์ สุขใย /นายวัชรพล ฤกษ์โสภา และ นายสุรวุฒิ บางไพร พร้อมยาบ้าจำนวน 1,000,000 เม็ด/เคตามีน 1,000 กรัม / รถบรรทุก 6 ล้อ / รถยนต์ และโทรศัพท์ 4 เครื่อง     โดยก่อนเกิดเหตุตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดเป็นกลุ่มที่เคยถูกจับกุมและเพิ่งโทษคดียาเสพติดออกมา ที่ยังมีพฤติการณ์เคลื่อนไหวด้านยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจสืบทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือสู่พื้นที่ชั้นใน และกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมกระจายไปยังแหล่งชุมชน    ตำรวจได้ติดตามรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งที่สืบทราบว่าเป็นรถคันที่นำยาเสพติดไปส่งมอบในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มาพบว่าจอดอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง โดยมีรถบรรทุก 6 ล้อ จอดอยู่ในบ้าน   ตำรวจจึงเฝ้าดูพฤติการณ์จนพบว่ามีรถยนต์อีกคันขับเข้ามาก่อนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้เดินมาที่รถบรรทุกพร้อมช่วยกันเปิดแผ่นพื้นท้ายรถบรรทุก และได้หยิบสิ่งของเป็นก้อนๆ ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ด้วยท่าทีรีบร้อน ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมพบว่าเป็นยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในช่องลับส่วนท้ายรถบรรทุก จำนวน 543 มัด ประมาณ 1 ล้านเม็ด โดยการสืบสวนยังพบว่าบ้านพักที่ตำรวจเข้าจับกุมเป็นบ้านพ่อผู้ต้องหา ที่ยังถูกคุมขังในเรือนจำคดียาเสพติด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kqGY7kR58p4

 2,718
สังคม-อาชญากรรม
05 ส.ค. 62

ปส.จับผู้ต้องหาแสบ ซุกยาบ้าในล้อรถ 8 หมื่นเม็ด-ยึดทรัพย์กว่า 6 ล้านบาท

ตำรวจสกัดจับผู้ต้องหาซุกยาบ้า 2 แสนเม็ด -ไอซ์-คีตามีน ในยางอะไหล่รถยนต์ เตรียมส่งให้กับเครือข่ายใน จังหวัดนนทบุรี ขยายผลถึงคนรับเจอยาบ้าอีก 8 หมื่นเม็ด-ยึดทรัพย์กว่า 6 ล้านบาทตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นและลำเลียงยาเสพติด    วันที่ 5 ส.ค. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับนายยอดชาย โพธิสัย อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน 100 มัด หรือประมาณ 200,000 เม็ด /ไอซ์ 2 กิโลกรัม /คีตามีน 4 กิโลกรัม จากการสืบสวนตำรวจพบว่า ผู้ต้องหากำลังนำยาเสพติดทั้งหมดส่งให้กับเครือข่ายที่มารอรับที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งของกลางทั้งหมด ผู้ต้องหาได้ซ่อนไว้ในยางอะไหล่รถยนต์ โดยใส่ไว้ในรถที่ผู้ต้องหาขับมาจากจังหวัดพะเยา และตำรวจสามารถสกัดจับได้ที่จังหวัดพิษณุโลก    จากนั้นได้ตำรวจได้ให้นายบุญยอด โทรศัพท์หานางสาวอรพินทุ์ สงวนงาม ผู้ต้องหาอีกคนมารับมอบยาเสพติด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาขยายผลต่อที่จังหวัดนนทบุรี และพบนางสาวอรพินทุ์ อายุ 36 ขับรถกระบะสีเขียว มารับมอบยาเสพติดของกลาง โดยนัดรับของกลางภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับ   เมื่อควบคุมตัวได้แล้ว ได้นำไปตรวจค้นที่บ้านพักในซอยบางรักน้อย 20 ตำบลบางรักน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พบนายนายอาจิละ ไทรยรัตน์ สามีของผู้ต้องหา และพบยาบ้าอีก 80,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลางในคดีตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต    หลังตำรวจจับนายยอดชาย โพธิสัย ผู้ต้องหาคนที่ 1 ได้แล้ว ได้ส่งชุดสืบสวนไปตรวจสอบที่บ้านพักใน ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา พบภรรยาของนายยอดชาย กำลังจะขับรถกระบะ กำลังออกจากบ้าน ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้สอบสวน และเมื่อตรวจสอบในบ้านพัก และยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ อาทิ ที่ดิน 22 ไร่ 1 งาน ชื่อผู้ครอบครองคือนายยอดชายฯ //รถไถ  //รถยนต์กระบะ //เครื่องปลูกข้าว 1 เครื่อง 1 คัน //สมุดบัญชีเงินฝากและบัตร ATM 3 รายการ มีเงินคงเหลือกว่า 961,854 บาท และเงินสดของภรรยานายยอดชายอีก 180,000บาท ที่พบว่าเพิ่งกดออกมาคืนก่อนที่จะถูกจับ รวมทรัพย์สินที่ตรวจยึด ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวนกว่า 6,400,000 บาท

 7,337
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ค. 62

ตร.บางเขนรวบพ่อค้ายา ใช้ห้องน้ำ ม.เกษตรฯเป็นจุดนัดลูกค้า

ตำรวจ สน.บางเขน จับกุมนายนเรนทร หรือ ซุป เต๊ะหิรัญ อายุ 42 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 8 ถุง จำนวน 1,600 เม็ดและโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้บริเวณหน้าห้องน้ำ ภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม.   ซึ่งการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่าภายในห้องน้ำ มูลนิธิโครงการหลวง บริเวณ ม.เกษตรฯช่วงตอนพักเที่ยงของทุกวัน จะมีกลุ่มพนักงานที่เป็นวัยรุ่นเข้าไปมั่วสุมซื้อขายและเสพยาเสพติดกัน เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบและซุ่มสังเกตการณ์ โดยพบชายต้องสงสัย อายุประมาณ 40 ปีรูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดคอกลม สีเลือดหมู กางเกงยีนส์ ยืนอยู่ท่าทางมีพิรุธ เหมือนมีสิ่งของผิดกฏหมาย   เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ชายดังกล่าวก็พยายามเดินเลี่ยงหลบหนี ก่อนจะสามารถควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่งผลการตรวจค้นพบยาบ้า 1,600 เม็ดมัดห่อด้วยกระดาษ ใส่อยู่ในถุงพลาสติกหูหิ้วใช้มือขวาถืออยู่ลักษณะใช้ชายเสื้อคลุมปิดทับไว้ เพื่อปกปิดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมองเห็น จึงควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล   จากการสอบสวนนายนเรนทร ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของนายปาน ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง นำมาฝากไว้ ซึ่งหากมีลูกค้ามาสั่งซื้อ นายปาน จะเป็นคนสั่งให้นำยาบ้าไปส่งให้ลูกตามสถานที่ต่างๆ เนื่องจากนายปาน เคยมีบุญคุณที่ซื้อข้าวให้กินและให้เงินใช้จ่าย เพราะฐานะตนยากจน โดยทำมานาน 3-4 เดือนแล้วกระทั่งถูกจับกุมในครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZKgvPVlHb3U

 1,424
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

เจ้าอาวาสมีเอี่ยวค้ายา ไม่ยอมให้ตรวจฉี่ ให้สีกาคนสนิทพาหนีกลางดึก ถอนเงินวัดแทบหมดบัญชี

จันทบุรี-เจ้าหน้าที่บุกจู่โจมตรวจค้นกุฏิเจ้าอาวาส วัดบ่อน้ำเงิน หมู่ 3 ต.ชากไทย อ.เขาคิชฌกูฏ หลังสืบทราบว่า มีส่วนพัวพันกับคดียาเสพติด เนื่องจากตำรวจและทหารบุกจับกุมพ่อค้ายาเสพติดได้พร้อมอาวุธปืน ขณะนำยาเสพติดมาส่งให้กับพระและวัยรุ่นที่มั่วสุมเสพยากันในวัด และนอกจากนี้ยังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเรื่องชู้สาว   เมื่อมาถึงบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส พบชาวบ้าน ผู้นำชุมชนจำนวนหนึ่ง มารอสังเกตการณ์จำนวนมาก จากการตรวจสอบไม่พบตัว พระยอดชาย ยติโก เจ้าอาวาสอยู่ภายในกุฏิ และในวัดแม้ว่าจะเป็นวันพระใหญ่ โดยประตูทางเข้ากุฏิถูกล็อกด้วยโซ่คล้องกุญแจและประตูบานเลื่อนด้านใน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อคนดูแลวัดและเป็นผู้ถือกุญแจกุฏิเจ้าอาวาส ให้นำกุญแจมาเปิดเพื่อตรวจค้น แต่คนดูแลอ้างว่าหากุญแจไม่เจอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจงัดหน้าต่างเข้าไปด้านใน   จากการตรวจสอบด้านในกุฏิก็ไม่พบพระยอดชาย และสิ่งเสพติดผิดกฎหมาย ข้าวของเครื่องใช้ยังวางอยู่ในสภาพปกติ โดยเฉพาะตู้เซฟยังมีการปิดล็อกแน่นหนา มีเพียงตัวเลขยอดเงินในบัญชีธนาคารของวัดบ่อน้ำเงิน พบมีการเบิกจ่ายไปเกือบหมด คงเหลือยอดเงินเพียง 420 บาท   โดยเป็นการขยายผลจับกุมพ่อค้ายา ที่ได้นำยาเสพติดมาส่งให้กับพระและกลุ่มวัยรุ่นที่มามั่วสุมเสพยาในวัด ต่อมาเจ้าหน้าที่นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นภายในวัดบ่อน้ำเงินอีกครั้ง โดยสามารถจับกุมตัวพระลูกวัดได้ 2 รูป หลังตรวจสารเสพติดพบปัสสาวะเป็นสีม่วง และพบยาไอซ์ 2 กรัม อยู่ในกุฏิ จึงได้นำตัวไปสึก   นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูลในไลน์ของพ่อค้ายา ยังพบว่ามีความเชื่อมโยงกับพระยอดชาย เจ้าอาวาส จึงได้นำกำลังเข้าขอตรวจปัสสาวะ แต่ในขณะนั้นพระยอดชาย ปฏิเสธไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจ อ้างว่าผิดวินัยคำสอน และอยู่ในอาการอาพาธ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังมาขอตรวจสอบและตรวจค้นอีกครั้ง แต่กลับไม่พบตัวพระยอดชาย โดยแหล่งข่าวรายงานว่า พระยอดชาย ได้ไหวตัว หลบหนีไปก่อนหน้านี้ โดยมีสีกาคนสนิท ให้การช่วยเหลือมารับตัวกลางดึก   ล่าสุดชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ติดตามตัวพระยอดชายและสีกาคนสนิท จนทราบว่า หลบหนีไปพักอาศัยที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ระยอง แต่จากการเข้าตรวจค้นในห้องพักไม่พบตัวทั้ง 2 คน พบเพียงจีวรและย่ามพระ รวมทั้งอัฐบริขารและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของเจ้าอาวาส ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าของผู้หญิงในห้องพัก จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียก พระยอดชาย มาสอบสวน ซึ่งหากยังฝืนไม่มาพบจะขอศาลอนุมัติออกมายจับต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R_se8x1rp_o

 10,003
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

จับหนุ่มกระบี่เพิ่งพ้นโทษ สั่งยาบ้าทางพัสดุกว่า 6 พันเม็ด นำมาขาย

กระบี่-ตำรวจเข้าจับกุมนายศมาโรจน์ โสมากุล อายุ 33 ปี หลังเดินทางมารับพัสดุจากบริษัทเอกชนที่รับส่งสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่   พบพัสดุกล่องกระดาษ ภายในมียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 6 พันเม็ด จากนั้นได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักหลังหนึ่ง พบยาบ้าอีก 15 เม็ด และพบกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 นัด กระสุนขนาด .22 จำนวน 3 นัด จึงนำมาสอบสวนที่สภ.เมืองกระบี่ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าค้ายาจริง   ผู้ต้องหาให้การว่า ได้สั่งยาบ้าดังกล่าวจากผู้ค้าที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เป็นครั้งที่ 2 หลังจากตนเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อ 3 เดือนก่อน โดยใช้ชื่อผู้รับนายอนุชา แส๊ะหล๊ะ ซึ่งเป็นชื่อตาของตน ขณะนี้ติดคุกในคดียาบ้าเมื่อปีที่ผ่านมา โดยได้สั่งยาบ้ามา 6 พันเม็ด ราคาเม็ดละ 32 บาท นำมาขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งค่ายาบ้าจะโอนให้หลังจากขายยาบ้าหมดและสั่งรอบต่อไป   ด้าน พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ยองเข รองผกก.สส.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าได้ลักลอบขายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ โดยจะสั่งยาบ้าส่งมาทางพัสดุ จนกระทั่งสืบทราบว่าวันนี้ จะมารับยาบ้าล็อตใหม่ที่เพิ่งสั่งมา จึงนำกำลังไปซุ่มจับกุมได้ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ค้าจำนวนมาก เปลี่ยนวิธีการขนส่ง มาส่งทางไปรษณีย์ และขนส่งของเอกชนมากขึ้นกว่าการขับรถขึ้นไปรับยาบ้าจากแถบภาคเหนือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Norc__QvwAA

 761
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ก.ค. 62

ผกก.หลักสองแจง ตร. 4 รุม 1 ผู้ต้องหาคดียาท้ายกระบะ เหตุสุดทน คลั่งด่า-ถ่มน้ำลายใส่

โลกออนไลน์ แห่แชร์คลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย รุมทำร้ายร่างกายชายที่ถูกคุมตัวอยู่ท้ายรถกระบะ โดยระบุว่าเหตุเกิดที่ สน.หลักสอง เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา   ต่อมา พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลหลักสอง ชี้แจงว่า วันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชน ว่ามีคนเมายาหรือสารเสพติด อาละวาดคลุ้มคลั่ง ภายในวัดบุญยประดิษฐ์ ถนนพุทธมณฑล สาย 2   เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ จึงเดินเข้าไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับขอกำลังเสริมมาช่วยกันจับกุม เพื่อนำตัวชายคนดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจ ในระหว่างที่เข้าจับกุม ชายในคลิปได้ต่อสู้ขัดขืน บวกกับชายคนดังกล่าวมีรูปร่างใหญ่ จึงจับกุมด้วยความยากลำบาก   ขณะคุมตัวขึ้นรถมายังสถานีตำรวจ ยังได้ด่าทอและถ่มน้ำลายใส่ตลอดทาง จนกระทั่งเดินทางถึงสถานีตำรวจ ก็ยังถูกถ่มน้ำลายใส่อีก เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทนไม่ไหว กระทำอย่างในคลิป ก่อนจะคุมตัวไปดำเนินคดีข้อหาเสพสารเสพติด   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ลงมือทำร้ายชายในคลิป ว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่ ทั้งนี้ รอผลการสอบสวน เพื่อดำเนินการต่อไป โดยขอยืนยันว่า จะไม่ปกป้องลูกน้องเด็ดขาด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IZSRai-XBN0

 2,517
สรุปข่าว
02 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 2 ก.ค.62 ม็อบฮ่องกงปะทะเดือดต้านจีนแผ่นดินใหญ่-พลังประชารัฐแตกหัก-หนุ่มมียาบ้ามุดท่อหนี ตร.

-ม็อบฮ่องกงต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่ปะทะเดือด ตร.ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาปิดถนนใจกลางเมือง เป็นช่วงที่ผู้ว่าฮ่องกงนางแคร์รี่ หล่ำ เข้าร่วมพิธีครบรอบ 22 ปีที่อังกฤษส่งเกาะฮ่องกงคืนให้จีน 1 ก.ค.2540 ผู้ชุมนุมพยายามทุบกระจกเพื่อเข้าไปในสภานิติบัญญัติ เข้าไปติดข้อความต่อต้านรัฐบาล เช่น ฮ่องกงไม่ใช่จีน แล้วฉีกภาพผู้นำฮ่องกงรุ่นก่อนๆแล้วนำธงอังกฤษเข้าไปติดแทน ตร.ปราบจลาจลยกธงแดงเตือนให้หยุด ก่อนใช้สเปรย์พริกไทยและกระบองเข้าคุมสถานการณ์ พบตร.เจ็บ 13 นาย ผู้ชุมนุมหญิงหัวแตก   นางแคร์รี่ หล่ำ ผู้ว่าฮ่องกงออกมาประณามเหตุรุนแรง แต่ก็ยอมรับว่าเหตุประท้วงทำให้ตระหนักว่าต้องรับฟังเสียงปชช.ให้มากกว่านี้   -จับแล้ว หนุ่มหัวร้อนที่ชลบุรี หลังไม่พอใจถูกบีบแตรใส่แค่ 1 ทีใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีรถกระบะแม่ลูก เจ้าตัวสารภาพอ้างถูกขับจี้เลยโมโหก่อเหตุ ก้มกราบตักแม่ผู้เสียหายที่ป่วยโรคหัวใจ หนุ่มหัวร้อนคอตกโดนจับ หลังโมโหโดนบีบแตรไล่ ใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีรถคู่กรณี    -พลังประชารัฐเดือดหนัก 30 ส.ส.กลุ่มสามมิตรแสดงพลังประกาศทวงเก้าอี้รัฐมนตรี แตกหักเคลื่อนไหวสนธิรัตน์ เลขาพรรค นำโดยสุริยะ/สมศักดิ์/อนุชา หลังเกิดปัญหาอนุชาถูกตัดโควต้า รมช.คลัง และสุริยะ ถูกสลับไปนั่ง รมว.อุตสาหกรรม จากเดิมจะได้นั่ง ก.พลังงาน   ทางกลุ่มประกาศจุดยืน 5 ข้อ สุริยะถูกสลับตำแหน่งทำให้เกิดปัญหา, ขอให้ยึดตามโผ ครม.เดิมที่มีชื่ออนุชาเข้าร่วม, เชื่อมั่นว่า รมต.ของกลุ่มจะช่วยงานนายกฯขับเคลื่อนงานในสภา, หากมีการเปลี่ยนแปลงและสลับตำแหน่งจากเดิม จะทำให้รัฐบาลขาดบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เข้าไปทำหน้าที่ในตำแหน่งที่เหมาะสม กระทบศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรค, หลังมีประกาศรายชื่อครม.อย่างเป็นทางการแล้ว หากไม่ตรงกับความเห็นของกลุ่มตามข้อหนึ่ง ทางกลุ่มจะหารือเพื่อแสดงจุดยืนอีกครั้ง   นอกจากนี้จะเสนอขับไล่สนธิรัตน์ ออกจากการเป็นเลขาพรรค เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของพรรคและรัฐบาล บริหารงานผิดพลาดหลายเรื่องและไม่มีภาวะผู้นำ ทำงานไม่เห็นหัว ส.ส.ในพรรค ทำให้พรรคแตกแยก พลังประชารัฐร้าวหนัก กลุ่มสามมิตรยื่นคำขาด 5 ข้อ - ไล่ 'สนธิรัตน์' พ้นเลขาพรรค    ต่อมาสนธิรัตน์ออกมาประกาศไม่รับตำแหน่ รมว.พลังงาน แจงผ่านไลน์กลุ่มสื่อพรรคว่า ทุ่มเทตั้งใจทำงานรับใช้บ้านเมือง ปัดมีส่วนเกี่ยวข้องเลือกกระทรวงตั้ง รมต. เสียใจในปัญหาที่กเดขึ้น ขอแสดงเจตนารมณ์ไม่รับตำแหน่ง รมว.พลังงาน และหวังว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปในทางที่ดี 'สนธิรัตน์' เสียใจดราม่าพลังประชารัฐ ลั่นไม่ขอรับตำแหน่ง รมว.พลังงาน    - นายกฯส่งสารไม่สบายใจ ขอโทษปชช.แทนพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากมีความขัดแย้งในพรรค อย่างไรก็ตามจะทำงานให้ดีที่สุด ถึงมีปัญหาอยู่บ้างในการบริหารภายในพรรค เพราะเป็นพรรคใหม่ สมาชิกมาจากหลายกลุ่ม เป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกคนพอใจ ต้องทำให้ปชช.เชื่อมั่นที่สุด หวังว่าทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป นายกฯส่งสารขอโทษ ปชช. หลังเกิดศึกในพรรค พปชร. ยันไม่ต้องการแก้ไขปัญหาการเมืองแบบเดิมๆ   -ธนาธร โพสต์ซัดผ่านเลือกตั้งจะครบ 100 วันแต่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ บิ๊กตู่ยังขู่รัฐประหารตัวเอง ทั้งที่ปัญหาเกิดจากรัฐธรรมนูญ คสช. 'ธนาธร' โพสต์ซัด ผ่านเลือกตั้งจะครบ 100 วันยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ แถมขู่รัฐประหารตัวเอง    -แม่จ่านิวโต้ไม่ใช่ปมหนี้นอกระบบแน่นอน ยันลูกมีแต่หนี้ กยศ.ตอนนี้ยังไม่ให้การ ตร.เพราะเพิ่งผ่าตัดจมูกและตาขวายังมองเห็นไม่ชัด เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิเสธเสียงแข็งข่าวลือที่วัน อยู่บำรุง ส่งคนไปทำร้ายจ่านิว เพื่อหวังผลทางการเมือง เชื่อเป็นคนในเครื่องแบบ มีผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเป็นแบ็ค ทำให้ตร.ไม่กล้าจับ พร้อมสาปแช่งให้คนทำวิบัติทั้งครอบครัวภายใน 3 วัน 7 วัน ด้าน ผบ.ตร.ยันตร.ทำงานเต็มที่ จะจับคนร้ายให้ได้ ขอเวลาหน่อย 'แม่จ่านิว' โต้ลูกถูกทำร้าย ไม่ใช่ปมหนี้นอกระบบ ยันมีแต่หนี้ กยศ.   -ททท.ปรับเป้ารายได้ปีนี้ ลดลง 2 หมื่นล้านบาท เหลือ 3.38 ล้านล้านบาท จากเดิม 3.4 ล้านล้าน จากสารพัดปัจจัยโหมกระหน่ำ สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ, เงินบาทแข็งค่า, ความไม่แน่นอนทางการเมือง ตั้งเป้าปี้หน้ากลับมาขยายตัว 10% สร้างเป้ารายได้ 3.72 ล้านล้าน ลุยปรับโครงสร้าง นทท.ระดับบนให้ได้ 20% ปี 64 เป้าหมาย 4 ล้านล้านบาท ศึกนอก-ศึกในรุมเร้า ททท.ปรับเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี 62 หด 2 หมื่นล้าน ทำงานหนักเร่งเครื่องครึ่งปีหลัง    -หนุ่มมียาบ้ามุดท่อหนี ตร.ที่สมุทรปราการ สุดท้ายไปไม่รอด ร้องผ่านรูฝาท่อเรียกให้คนช่วย พลเมืองดีแจ้ง ตร.มางัด จับคาปากท่อในสภาพคลุกโคลน หลังคลานในท่อร่วม 24 ชม.ไปได้แค่ 300 ม.หายใจไม่ออก ทนเหม็นไม่ไหว อ้างต้องหนีเพราะเจอด่าน แล้วมียาบ้า-ยาไอซ์ในตัว ตร.เข้าจับเลยกัดแขน ตร.หนีลงคลองมุดเข้าท่อ รวบคาท่อ ชายซุกยา กัดมือ ตร.ก่อนหลบหนีมุดท่อ ทนไม่ไหวร้องให้คนช่วย    -นายกฯอบต.ทุ่งพร้าว จ.พังงา อนาจารกอดจูบลูบคลำ ด.ญ.วัย 12 ในรถ อ้างเป็นอัมพฤกษ์ซีกขวา เสื่อมสรรถภาพทางเพศ หมอจีนแนะนำให้ลูบคลำเด็ก เลือดจะได้สูบฉีด และได้รับคำยินยอมจากยายและเด็กแล้ว ยายเด็กบอกเป็นคนแนะนำให้ไปหาหมอจีน ไม่คิดว่าจะกลับมาทำกับหลานแบบนี้ แต่พร้อมจบเพราะเขาช่วยเหลือทางบ้านมาตลอด ไม่แจ้งความกลัวหลานคิดมาก แต่ตอนนี้นายกฯอบต.หนีไปแล้ว เปิดคลิป นายก อบต.กอดจูบลูบคลำ ด.ญ.ในรถ อ้างช่วยรักษาอัมพฤกษ์ ให้เลือดสูบฉีด    -วงจรปิดจับภาพแก๊งวัยรุ่นยิงกันกลางหมู่บ้านย่านรามอินทรา ฝ่ายนึงมีทั้งปืนยาว ปืนสั้น ไล่ยิงอีกฝ่ายเจ็บ ก่อนขับกระบะไล่ทับ จยย.คู่อริด้วย ล่าสุดเข้ามอบตัวแล้ว อ้างมองหน้าเขม่นกัน ตัวเองตัวเล็กแล้วพวกน้อยกว่าเลยบอกเพื่อนให้ขนปืนมายิง ตรงเตรียมขยายผลจับคนที่เหลือ โจ๋วัย 19 มอบตัว หลังก่อเหตุไล่ยิงอริกลางหมู่บ้านรามอินทรา อ้างตัวเล็กกว่าสู้ไม่ได้ เลยต้องใช้ปืนช่วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mg_0XNyblwo

 3,115
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 62

จับยาบ้าล็อตใหญ่ซุกถ้ำเชียงใหม่ 5.4 ล้านเม็ด-'ไอซ์-เคตามีน' 185 กก. คาดเป็นขบวนการชาวเขาเผ่ามูเซอ

เชียงใหม่-สํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน , กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค กองกําลังผาเมือง, สํานักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค ๕ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่พื้นที่ อ.เชียงดาว   ตรวจยึดยาเสพติด ยาบ้า 5,400,000 เม็ด และไอซ์ 145 กิโลกรัม เคตามีน 40 กิโลกรัม บริเวณป่ารอยต่อระหว่าง บ.หนองเต่า ม.15 - บ.ถ้ำแกลบ ม.๓ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่   โดยในการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้พบร่องรอยการเดินเท้าเข้าป่า ข้างทางเดินซึ่งเป็นเส้นทางเดินตามธรรมชาติ จึงทําการเข้าพิสูจน์ พบถ้ำจึงเข้าทําการเข้าตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบกระสอบต้องสงสัย เมื่อเปิดออกดูพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และไอซ์) บรรจุอยู่ในกระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในถ้ำ เป็นยาบ้า จํานวนทั้งสิ้น 54 กระสอบ จํานวน 5,400,000 เม็ด ยาไอซ์ 10 กระสอบ น้ำหนัก 145 กิโลกรัม   คาดว่าจะเป็นของกลุ่มขบวนการ กลุ่มมูเซอเครือข่าย จะลอโป และมีเครือข่าย พันโทจะปีก่อย ร่วมเป็นฐานในการผลิต โดยนําเข้าสู่พื้นที่ประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติระหว่าง ช่องทางหนองเชียว-ช่องทางหนองแวน   ขบวนการกลุ่มมูเซอในพื้นที่จะลําเลียงยาเสพติดโดยใช้รถยนต์เป็น พาหนะจากพื้นที่ชายแดนมาถึงพื้นที่ บ.หนองเต่า ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และใช้เส้นทางเดินทางเท้าลําเลียงยาเสพติดเข้ามาพักคอยในพื้นที่ดอยสามศูนย์ เพื่อรอกลุ่มขบวนการภายในประเทศเข้ามาติดต่อขอรับยาเสพติดดังกล่าว   โดยคาดว่าจะลักลอบลําเลียงยาเสพ ติดดังกล่าว ผ่านพื้นที่ อ.พร้าว จว.เชียงใหม่ โดยใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 107 และ ทางหลวงหมายเลข 1150 เพื่อนําเข้าสู่ พื้นที่ตอนในต่อไป   ในการตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้สังเกตได้ว่า ไม่พบกระเป๋าเป้บรรจุยาเสพติดทิ้งเอาไว้ เนื่องจากกลุ่มขบวนการนํากระเป๋าที่บรรจุยาเสพติดดังกล่าวนํากลับไปด้วยเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าได้ไปส่งยาเสพติดจริง ซึ่งได้รับค่าจ้างปกติเป้ละประมาณ 30,000 บาท และหากนํากระเป๋าที่บรรจุยาเสพติดดังกล่าว กลับไปพิสูจน์จะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นอีก เป้ละ 1,500 บาท ซึ่งรวมค่าจ้างทั้งหมดประมาณเป้ละ 31,500 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D1wsNxa2rAo

 3,495
สังคม-อาชญากรรม
26 มิ.ย. 62

จับมือส่งยาทางพัสดุให้ 'สารวัตรแย้' ค้นบ้านเจอยาบ้า 600 เม็ด อ้างส่งตามใบสั่ง ไม่รู้คนรับเป็น ตร.

จากกรณี พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน หรือ สารวัตรแย้ ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนว่าถูกกลั่นแกล้งว่ามีผู้ส่งพัสดุเป็นยาเสพติดส่งให้ที่บ้านพักอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์   เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วพบผู้ส่งพัสดุ 6 กล่องที่ไปรษณีย์ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่ง 1 ใน 6 กล่องถูกส่งไปที่บ้านของ สารวัตรแย้  ในจ.นครสวรรค์ และพบยาอี 50 เม็ด / ไอซ์ 51.3 กรัม รวมทั้งส่งไปยังที่อื่นๆ อีก 5 กล่อง ได้แก่   -อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น (ยาบ้า 180 เม็ด) -อ.เขาพนม จ.กระบี่ (ยาบ้า 200 เม็ด) -อ.เมืองระนอง จ.ระนอง (ยาบ้า 200 เม็ด) -อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ (ยาบ้า 200 เม็ด) -อ.เมืองนครศรีธรรมราช (ยาบ้า 180 เม็ด) และจังหวัดในภาคใต้อีก 1 จังหวัด   โดยพบหลักฐานบัตรประชาชนของผู้ส่งระบุชื่อนายพนมทวน แซ่หวาง อายุ 31 ปี เป็นชาว อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ซึ่งภาพชายจากกล้องวงจรปิด มีใบหน้าไม่ตรงกับบัตรประชาชนที่ใช้เป็นหลักฐานยื่นให้ไปรษณีย์   ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับผู้ต้องหาคนดังกล่าวได้แล้วที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน อำเภอสะตึก จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมกับภรรยา ทราบชื่อคือ นายอนุศักดิ์ มิ่งเมือง อายุ 25 ปี เป็นชาวจังหวัดพะเยา มาทำงานก่อสร้างที่ อ.สะตึก ได้ประมาณปีเศษ เพื่อค้ายาเสพติดให้กับผู้สั่งซื้อรายย่อยทั้งในพื้นที่และทางออนไลน์ แต่ไม่ใช่ชื่อ นายพนมทวน แซ่หวาง ตามที่ปรากฏบนกล่องพัสดุ และจากการตรวจค้นบ้านพักเจ้าหน้าที่ยังเจอของกลางเป็นยาบ้า 600 เม็ด อยู่ในบ้าน และอุปกรณ์ กล่องกระดาษที่ใช้บรรจุยาเสพติดส่งทางไปรษณีย์   ขณะเดียวกันระหว่างที่ตำรวจเข้าตรวจค้นในบ้านผู้ต้องหา มีพนักงานของบริษัทส่งพัสดุเอกชน นำพัสดุมาส่งให้ด้วย จากการตรวจสอบภายในกล่องก็พบยาบ้าประมาณ 600 เม็ด ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ต้องหาคนนี้มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดจริง และกำลังตรวจสอบต้นทางที่นำยาเสพติดมาส่งอีก นอกจากนี้ยังพบบัตรประชาชนคนอื่นอีก 5-6 ใบ ขณะนี้ตำรวจนำตัวไปสอบสวนในทางลับ   จากการสอบสวนนายอนุศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่าพัสดุทั้ง 6 กล่อง ตนเองเป็นคนไปส่งจริง โดยพัสดุทั้ง 6 กล่องมีคนส่งมาให้จาก จ.พิษณุโลก พร้อมกับรายชื่อลูกค้าที่ให้ส่งต่อ จากนั้นตนเองมีหน้าที่รับจ้างส่งต่อตามคำสั่งเท่านั้น ส่วนกล่องพัสดุที่แม่สารวัตรแย้เป็นคนเซ็นรับนั้น ตนก็ส่งตามรายชื่อ โดยระบุชื่อผู้รับว่า นายพิเชษฐ  เสาแบน  จึงไม่รู้ว่าปลายทางเป็นใคร เพิ่งมาทราบภายหลังตอนที่เป็นข่าวว่าเป็นตำรวจ   และอ้างว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรกเพราะตกงาน  แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ มั่นใจว่าน่าจะมีการทำเป็นขบวนการ แต่จะเกี่ยวข้องกับสารวัตรแย้ หรือไม่นั้น ก็ต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง   ขณะเดียวกันตรวจได้แจ้งข้อหากับภรรยาของ นายอนุศักดิ์ ด้วยในข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย เนื่องจากตอนบุกไปจับกุมที่ห้องพัก สองสามีภรรยากำลังช่วยกันบรรจุยาไอซ์กับยาบ้าลงในกล่องพัสดุล็อต 2 พอดี   ตำรวจจึงอายัดยาเสพติดทั้งหมดเป็นของกลาง รวมทั้งยังพบบัตรประชาชนของคนอื่นที่อีก 5 ใบ ที่เตรียมใช้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ไปรณีย์สแกนเพื่อตบตาอำพราง นอกจากนี้ยังต้องประสานญาติๆของผู้ต้องหาทั้งคู่ให้มารับช่วงต่อดูแลลูกสาววัย 2 ขวบ ที่นั่งเล่นอยู่ในห้องเช่าด้วย เพราะพ่อแม่โดนจับดำเนินคดีแล้ว   ด้านสารวัตรแย้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าตนไม่ได้มีเรื่องกับ ตำรวจ ปส.หรือ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. แต่เป็นการกลั่นแกล้งจากแก๊งค้ายารายหนึ่งที่มีอิทธิพล เหตุเกิดในพื้นที่ แห่งหนึ่งใน จ.สุโขทัย  ตอนที่ตำรวจจับกุมนายอดิศักดิ์ มิ่งเมือง ชาวจ.พะเยา ที่รับสารภาพว่า รับจ้างส่งพัสดุยาเสพติดแล้วให้การว่า รับงานมาจากเครือข่ายในจ.พิษณุโลก ซึ่งอาจเป็นได้ว่าอาจเชื่อมโยงกันกับแก๊งที่ตนมีปัญหา   ตอนนี้ตน พร้อมเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน สามารถชี้แจงได้ว่าที่มาที่ไปของเรื่องนี้เกิดมาจากอะไร และที่สำคัญไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีหลักฐานต่างๆชัดเจน ชี้แจงได้  เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการทำงานที่เป็นขบวนการ ตั้งแต่พยานหาหลักฐานเชื่อมโยงต่างๆ และก่อนเกิดเหตุก็ยังมีการสั่ง SMS เป็นสัญญาณบางอย่างมาบอกตนเด้วย   จากนี้ไปพร้อมเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้สังคม ช่วยกันพิสูจน์ ลักษณะกล่องพัสดุที่ส่งมาว่า ปลายทางรับทราบเลขแทรกกิ้งได้อย่างไร และมีเลขแทรกกิ้งได้อย่างไร หากต้นทางผู้พัสดุส่งไม่ได้เป็นคนส่งให้  จากนี้ตนก็พร้อมเข้าให้ปากคำตามที่ตำรวจเรียก และรอให้ความจริงปรากฎก่อน ตนจะแถลงรายละเอียดที่เกิดขึ้นทั้งหมด   ขณะที่แม่ของสารวัตรแย้ ซึ่งเป็นผู้เซ็นรับพัสดุกล่าวว่า หลังตกเป็นข่าวก็มีอาการเครียด กินข้าวแทบไม่ได้มาหลายวัน สามีความดันสูงต้องนำส่ง รพ. แต่พอทราบว่าตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายตัวจริงที่ส่งยาเสพติดได้แล้ว ทำให้รู้สึกดีขึ้นในระดับหนึ่ง อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีไปให้ถึงต้นตอให้โดยเร็ว และยังยืนยันว่าครอบครัวตนเองถูกกลั่นแกล้งจากผู้ไม่หวังดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sGcw9zL2fcU  

 2,575
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 62

ปส. รวบผู้ต้องหาค้ายา 3 คดี ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด กัญชา 1 ตัน

วันที่ 13 ก.พ. 62 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  แถลงการจับกุมยาเสพติด 3 คดี   โดยคดีแรก สามารถจับกุม นายสื่อ แสนกือ อายุ 40 ปี พร้อมยึดยาบ้า 8 ล้าน 4 แสนเม็ด หลังรับแจ้งจากสายลับว่านายสื่อเดินทางไปรับยาบ้าจากชายแดน จ.เชียงราย ก่อนเตรียมนำส่งไปยังลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง กระทั่งวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ได้จับกุมนายสื่อไว้ได้ที่ถนนเลี่ยงเมือง สายลพบุรี-สิงห์บุรี ใน อ.เมือง จ.ลพบุรี พร้อมยาบ้าทั้งหมด ก่อนนำตัวไปขยายผลและยึดทรัพย์สินได้อีกกว่า 2 ล้านบาท แจ้งข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาบ้่าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต   คดีที่สอง ตำรวจจับกุมเยาวชน 1 คน พร้อมยาบ้า 6 ล้านเม็ด หลังทราบจากสายลับว่ามีขบวนการผู้ค้ายาเสพติด จะนำยาเสพติดจากพื้นที่ จ.นครพนม ซุกซ่อนในรถบรรทุกไปส่งยังลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.มุกดาหาร มักจะใช้เส้นทางผ่านต.หนองหาร อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง จ.นครพนม จ.สกลนคร จ.กาฬสิทธ์จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา เข้าสู่พื้นที่ด้านใน เพื่อเลี่ยงด่านตรวจตามถนนสายหลัก วันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจจึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งจับกุมเยาวชนรายดังกล่าว ขับรถบรรทุกซุกซ่อนยาบ้าอยู่ภายใน ได้ที่บริเวณ อ.บ้านแพง จ.นครพนม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน    ขณะที่คดีที่ 3 ตำรวจจับกุมนายศิวนัส ภูนาสอน อายุ 29 ปี พร้อมกัญชาอัดเเท่งบรรจุในกระสอบปุ๋ย 26 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,090 กิโลกรัม หลังรับแจ้งว่ากลุ่มผู้ค้ายาจะนำกัญชาซุกซ่อนมาในรถบรรทุก มาจากจังหวัดหนองคาย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน วันที่ 12 ก.พ. ตำรวจสามารถจับกุมไว้ได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินเป็นเงิน 40,000 บาท แหวนทองคำ 2 วง มูลค่า 20,000บาท พร้อมแจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท5 (กัญชา)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี    ขณะที่ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ตำรวจ ปส. มีนโยบายเร่งกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วน ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจับกุมแต่ละครั้งสามารถยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก หรือบางครั้งอาจจะไม่ได้ตัวยาแต่ก็ได้ตัวบุคคลสำคัญของระดับเครือข่าย รวมทั้งยุทธศาสตร์ในการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรทางการเงินของเครือข่าย  

 1,816

Top