ค้นหา :

ผลการค้นหา "พ่อข่มขืนลูก"

สังคม
22 ธ.ค. 62

คุมตัวพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกทำแผน เตรียมนำตัวฝากขังพรุ่งนี้ เจ้าตัวยังปฏิเสธ อ้างเด็กหนีไปได้ก่อน

ตำรวจ สภ.น้ำพอง คุมตัว นาย ขาล สิงห์สาทิตย์ ผู้ต้องหาคดีข่มขืนซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงก่อเหตุข่มขืนลูกเลี้ยงวัย 16 ปี ในป่าละเมาะ อ้างว่าให้ไปส่งเพื่อจะไปดักหนู แล้วลงมือก่อเหตุ ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ไดข่มขืน ไม่เชื่อก็รอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ท่ามกลางชาวบ้านกว่าร้อยคนมาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ     เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ธ.ค.2562 ที่ป่าละเมาะภายในป่าช้าเก่า ในพื้นที่บ้านหนองบัวเงิน หมู่ 8 ต.พังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน จำนวน 1 กองร้อยควบคุมตัว นายขาล สิงห์สาทิตย์ อายุ 45 ปี พ่อเลี้ยงหื่น และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ข้อหาข่มขืนหรืออนาจารโดยใช้อุบาย มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในจุดที่ลงมืออนาจารลูกเลี้ยงวัย 16 ปี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา      ในการนำตัวผู้ต้องหาทำแผนนั้น เจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ต้องหาใส่หมวกนิรภัยปิดบังใบหน้า เริ่มจากจุดที่ผู้ต้องหาจอดรถจักรยานยนต์ ที่มีลูกเลี้ยงนั่งซ้อนท้าย โดยเมื่อผู้ต้องหาลงจากรถจักรยานยนต์ เอาอาวุธปืนและมีดอีโต้ ย่ามสีเหลืองวางไว้ข้างทางส่วนลูกเลี้ยงลงจากรถ ยืนอยู่ข้างๆ พ่อเลี้ยงจึงเอามือขวาอุดปาก ลากลูกเลี้ยงเข้าไปในป่า ผลักให้ลูกเลี้ยงนอนลง ใช้มื้อซ้ายฉีกเสื้อผ้า และลูกคลำอวัยวะเพศ และขึ้นคร่อมร่างลูกเลี้ยง แต่ยังไม่สอดใส่อวัยวะเพศ ลูกเลี้ยงก็ดิ้นรนจนหนีไปได้ จึงตะโกนบอกลูกว่า อย่าไปบอกแม่เด็ดขาด เดี๋ยวแม่จะผูกคอตาย และวิ่งตามหลังไป      แต่เนื่องจากปวดขาข้างขวา วิ่งไม่ทัน และเดินกลับมาเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ ขับตามหาลูกเลี้ยงแต่ไม่เจอตัว และกลัวว่าภรรยาจะเสียใจ จึงไม่กล้ากลับบ้าน แต่ไปแอบซ่อนตัวในป่า อยู่เกือบ 2 วัน จึงตัดสินใจออกจากป่า แล้วกลับไปบ้านมารดา ที่ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี กระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมได้     ในช่วงของการทำแผนท่ามกลางเสียงด่าทอของชาวบ้านที่มาดูการทำแผนกว่าร้อยคน ขณะทำแผนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามถึงการขู่ฆ่าลูกเลี้ยง ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยบอกว่า ไม่ได้ขู่ฆ่า แต่บอกว่า ห้ามนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกแม่ เพราะแม่จะเสียใจและฆ่าตัวตาย      ยืนยันว่าตนเองยังไม่ได้ถอดกางเกงเลยด้วยซ้ำ และถ้าไม่เชื่อก็รอผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์      ในขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าห่วงภรรยาและบุตรสาววัย 7 ขวบหรือไม่ นายขาลได้แต่พยักหน้าและน้ำตาซึม แต่ไม่ยอมพูดจาใดๆ อีกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาที ก็แล้วเสร็จ จึงคุมตัวผู้ต้องหาออกจากที่เกิดเหตุโดย     พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.น้ำพอง กล่าวว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหายินยอมทำเพียงจุดเดียวซึ่งก็ถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ลงมือทำอนาจารลูกเลี้ยงตัวเอง      ในขณะที่พนักงานสอบสวนได้ประสานขอผลการตรวจร่างกายของลูกเลี้ยงจากแพทย์ รพ.น้ำพองแล้ว คาดว่าจะได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งผลแพทย์รวมทั้งคำให้การของผู้เสียหายและการสอบปากคำพยานที่ให้การช่วยเหลือ และพฤติกรรมการก่อเหตุของผู้ต้องหานั้น แม้จะปฏิเสธว่ากระทำการไม่สำเร็จก็ตาม เพราะความชัดเจนอยู่ที่ผลตรวจของแพทย์ ซึ่งเมื่อได้ผลตรวจจากแพทย์ ก็จะส่งผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

 1,701
ข่าวภูมิภาค
20 ธ.ค. 62

ระดมกำลังไล่ล่า พ่อเลี้ยงหื่นข่มขืนลูกเลี้ยง แม่เด็กเผยผู้ก่อเหตุแอบกลับมากินข้าวที่บ้าน!

กรณีพ่อเลี้ยงคือนายขาล สิงห์สาธิต อายุ 45 ปี ชาวบ้านหนองบัวเงินหมู่ 8 ต.กุดพังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้หลอกให้ ด.ญ.ไก่ (นามสมมุติ) ลูกเลี้ยงวัย 15 ปี ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไปเป็นเพื่อนเพื่อไปยิงหนูในป่าอ้อยที่ท้ายหมู่บ้าน แต่ระหว่างทางนายขาลได้ทำการอุ้มลูกเลี้ยงวัย 15 ปี เข้าไปข่มขืนในป่าข้างทางจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นลูกเลี้ยงได้สลัดมือหลุดจากพ่อเลี้ยง จึงวิ่งหนีออกมาขอความช่วยจากชาวบ้าน และแจ้งความกับ จนท.ตำรวจ ทำให้ จนท.ตำรวจได้กระจายกำลังออกไล่ล่าพ่อเลี้ยงหื่นตั้งแต่บ่ายเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่พบตัว   พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชดานนท์ ผกก.สภ.น้ำพอง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวคนร้าย โดยได้ส่ง จนท.ตำรวจสายตรวจ และจนท.ชุดสืบสวนของ สภ.น้ำพองกระจายลง พื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยตั้งแต่เมื่อคืนดังกล่าว ก็ได้วางกำลังเฝ้าตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป้นเส้นทางในการหลบหนีเช่น ตามสถานี บขส.และตามป่าทุ่งนาท้ายหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง พื้นที่เกิดเหตุ แต่ว่ายังไม่พบตัว โดยเมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.) ทางพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวม พยาน หลักฐาน เพื่อขอศาลให้ทำการออกหมายจับพ่อเลี้ยงหื่นรายนี้   โดยก่อนเกิดเหตุนั้น พ.ต.อ.อนุศักดิ์ เปิดเผยว่า นายขาล ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงได้ออกอุบายหลอก ด.ญ.ไก่ ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง ว่าจะพาไปยิงหนูที่ป่าอ้อย โดยให้ลูกเลี้ยง นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ส่วนานยขาลเป็นผู้ขับขี่และได้สะพายปืนแก็ปยิงหนู พร้อมถึงย่ามใส่มีดพร้าไปด้วย โดยระหว่างทางนายขาลได้จอดรถข้างป่าริมทาง แล้วบอกให้ลูกเลี้ยงเปลี่ยนมาเป็นคนขับแทนตน แต่ระหว่างที่นายขาลลงจากรถจักรยานยนต์ ยังไม่ได้เปลี่ยนให้ ด.ญ.ไม่มาขับแทนแต่อย่างใด นายขาลก็ได้อุ้ม ด.ญ.ไก่ เข้าไปในป่าข้างทาง แล้วทำการข่มขืน จนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง จากนั้น ด.ญ.ได้ได้สะบัดตัวหลุดออกมาแล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ พร้อมกับตระโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ชาวบ้านจึงออกมาช่วยเหลือและพาไปที่เกิดเหตุ แต่ระหว่างทางชาวบ้านเห็นนายขาลขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพ่อดี โดยมี ด.ญ.ไก่ เป็นผู้ชี้ตัวบอกชาวบ้าน ชาวบ้านจึงได้พากันวิ่งไล่จักรยานยนต์คันดังกล่าวไป นายขาล พ่อเลี้ยงหื่นจึงตัดสินใจจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ แล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าข้างท้างไป   สำหรับประวัตินายขาล พ่อเลี้ยงหื่นรายนี้ เดิมเป็นชาว อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ได้มาแต่งงานอยู่กินกับแม่ของ ด.ญ.ไก่ ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา และนายขาลก็เป็นคนเลี้ยงดู ด.ญ.ไก่ด้วยตนเองมาตั้งแต่ ด.ญ.ไก่ อายุได้ 5 ขวบเท่านั้น แต่ก็ยังมาทำการข่มขืนลูกที่ตนเองเคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ ได้ลงคอ   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง สืบสวนภูธรจังหวัดขอนแก่น สืบสวนภาค 4 และยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ไปพบกับครอบครัวของเด็กหญิงไก่ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ที่ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน โดยได้พบกับแม่ของน้อง และเพื่อนบ้านที่เดินทางมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น โดยทางยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นได้ลงพื้นที่มาเพื่อแจ้งสิทธิของครอบครัวที่จะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินเยียวยาเหยื่อที่ถูกข่มขืนจำนวน 20,000 บาท ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมทั้งสืบสวน สภ.น้ำพอง สืบสวนภูธรจังหัดขอนแก่นและสืบสวนภาค 4 นำโดรนขึ้นบินสำรวจเส้นทางรอบๆ เพื่อหาเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะใช้หลบหนีออกนอกพื้นที่ พร้อมปูพรมเดินเท้าหาร่องรอยและเบาะแสของผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด   โดยแม่ของเด็กหญิงวัย 15 ปีที่โดนข่มขืนเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เวลา 11.00 น. ลูกวิ่งมากอดแล้วเล่าให้ฟังว่าถูกพ่อข่มขืน และเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่า พ่อบอกให้ไปส่งที่ป่า บอกว่าจะไปหาหนู ลูกสาวบอกทำไมไม่ไปเอง พ่อบอกว่าจะไปนานให้เอารถกลับไป ลูกสาวก็ถือใจซื่อไม่คิดอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติที่พ่อจะเดินทางไป โดยมีปืนอัดลม บ่วงดักหนูไปด้วยเหมือนทุกครั้ง ซึ่งอยู่กินกันมาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ลูกสาวอายุ 5 ขวบ แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง มีอาการหงุดหงิดเร็ว พูดจาไม่ดีด้วย และมีการติดยาเสพติด กระทั่งเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น หลังเกิดเหตุนายขาลก็หลบหนีไปตั้งแต่เกิดเรื่อง และเมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.) ทุกคนไม่อยู่บ้าน นายขาลได้ย้อนกลับมากินข้าวกับทอดหมูที่บ้านและแตงไท และก็หลบหนีไปอีก โดยตนเองได้แจ้งความไว้ที่ สภ.น้ำพองทันที ตอนนี้ไม่อยากขอให้อภัย ขอเลิกไปเลย ไม่อยากพบหน้าไม่อยากเห็นหน้าอีกตลอดชีวิตเพราะมาย่ำยีลูกเราอย่างให้อภัยไม่ได้ ขอให้ถูกดำเนินคดีได้รับโทษสูงสุด ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมตัวไปโดยเร็ว   ต่อมานางล้อม (นามสุมมุติ) มารดาเด็กหญิงไก่ เข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.น้ำพองเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อเอาผิดนายขาล   นางล้อม ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนเองและลูกสาวยังอยู่ในอาการหวาดระแวงวิตกกังวลเพราะนายขาล ผู้ต้องหายังไม่ถูกจับกุม และเชื่อว่าเจ้าตัวยังวนเวียนอยู่แถวละแวกหมู่บ้าน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตนเองคงไม่รับนายขาล เป็นสามีอีกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเกินที่ตนเองและลูกสาวทั้ง 2 คนจะรับได้   ด้านพันตำรวจเอกอนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผู้กำกับการ สภ.น้ำพอง กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้ประสานทีมสหวิชาชีพเพื่อเข้ามาดูแลสภาพจิตใจผู้เสียหายวัย 16 ปี พร้อมทั้งคนในครอบครัวแล้ว เพราะเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจเพราะทุกคนยังช็อคและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหวาดระแวงผู้ต้องหาด้วย อย่างไรก็ตามตำรวจจะได้ขออำนาจศาลออกหมายจับ คาดจะได้ตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีภายในเร็ววันนี้   ทั้งนี้ล่าสุด การลงพื้นที่หาตัวนายขาลนั้น ยังไม่พบตัว พบเพียงอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ หรือปืนแก๊ป มีดอีโต้ และที่ดักหนู ถุงย่ามสีเหลือง ทิ้งอยู่ในป่าละเมาะ ห่างจากจุดที่เกิดเหตุเพียงเล็กน้อย   จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้ทั้งโดรนจากกองบังคับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 ในรัศมี 2 กม. และสุนัขตำรวจจากตชด.อุดรธานีเพื่อหาตัวนายขาล เนื่องจากมีเบาะแสจากภรรยาและคนในครอบครัวว่า หลังเกิดเหตุกับด.ญ.ไก่ ก็ไม่มีคนนอนที่บ้าน ช่วงเช้าทุกคนกลับมาบ้านจึงพบว่าหมูทอด ข้าวเหนียว หายไปเกือบหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เชื่อว่า นายขาลจะยังอยู่ในพื้นที่ เพราะนายขาลรักลูกสาววัย 7 ขวบมาก รวมทั้งความหิว จึงแอบกลับมาที่บ้าน เป็นช่วงเวลาเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงที่ เจ้าหน้าที่ถอนกำลังออกมา   ขณะนี้ได้ขอศาลออกหมายจับ จับกุมนายขาล สิงห์สาทิตย์ อายุ 45 ปี พ่อเลี้ยง ในข้อหาข่มขืนหรืออนาจารโดยใช้อุบาย พร้อมทั้งได้โพสภาพของพ่อเลี้ยงรายดังกล่าวทางเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นรวมถึงส่งหมายจับประสานไปยังสถานีตำรวจทุกแห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทำการจับกุมพ่อเลี้ยงรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6NihzGciwb4

 3,657
สังคม
20 ธ.ค. 62

ระดมกำลังไล่ล่า พ่อเลี้ยงหื่นข่มขืนลูกเลี้ยง แม่เด็กเผยผู้ก่อเหตุแอบกลับมากินข้าวที่บ้าน!

กรณีพ่อเลี้ยงคือนายขาล สิงห์สาธิต อายุ 45 ปี ชาวบ้านหนองบัวเงินหมู่ 8 ต.กุดพังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้หลอกให้ ด.ญ.ไก่ (นามสมมุติ) ลูกเลี้ยงวัย 15 ปี ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไปเป็นเพื่อนเพื่อไปยิงหนูในป่าอ้อยที่ท้ายหมู่บ้าน แต่ระหว่างทางนายขาลได้ทำการอุ้มลูกเลี้ยงวัย 15 ปี เข้าไปข่มขืนในป่าข้างทางจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นลูกเลี้ยงได้สลัดมือหลุดจากพ่อเลี้ยง จึงวิ่งหนีออกมาขอความช่วยจากชาวบ้าน และแจ้งความกับ จนท.ตำรวจ ทำให้ จนท.ตำรวจได้กระจายกำลังออกไล่ล่าพ่อเลี้ยงหื่นตั้งแต่บ่ายเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่พบตัว   พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชดานนท์ ผกก.สภ.น้ำพอง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวคนร้าย โดยได้ส่ง จนท.ตำรวจสายตรวจ และจนท.ชุดสืบสวนของ สภ.น้ำพองกระจายลง พื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยตั้งแต่เมื่อคืนดังกล่าว ก็ได้วางกำลังเฝ้าตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป้นเส้นทางในการหลบหนีเช่น ตามสถานี บขส.และตามป่าทุ่งนาท้ายหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง พื้นที่เกิดเหตุ แต่ว่ายังไม่พบตัว โดยเมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.) ทางพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวม พยาน หลักฐาน เพื่อขอศาลให้ทำการออกหมายจับพ่อเลี้ยงหื่นรายนี้   โดยก่อนเกิดเหตุนั้น พ.ต.อ.อนุศักดิ์ เปิดเผยว่า นายขาล ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงได้ออกอุบายหลอก ด.ญ.ไก่ ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง ว่าจะพาไปยิงหนูที่ป่าอ้อย โดยให้ลูกเลี้ยง นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ส่วนานยขาลเป็นผู้ขับขี่และได้สะพายปืนแก็ปยิงหนู พร้อมถึงย่ามใส่มีดพร้าไปด้วย โดยระหว่างทางนายขาลได้จอดรถข้างป่าริมทาง แล้วบอกให้ลูกเลี้ยงเปลี่ยนมาเป็นคนขับแทนตน แต่ระหว่างที่นายขาลลงจากรถจักรยานยนต์ ยังไม่ได้เปลี่ยนให้ ด.ญ.ไม่มาขับแทนแต่อย่างใด นายขาลก็ได้อุ้ม ด.ญ.ไก่ เข้าไปในป่าข้างทาง แล้วทำการข่มขืน จนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง จากนั้น ด.ญ.ได้ได้สะบัดตัวหลุดออกมาแล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ พร้อมกับตระโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ชาวบ้านจึงออกมาช่วยเหลือและพาไปที่เกิดเหตุ แต่ระหว่างทางชาวบ้านเห็นนายขาลขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพ่อดี โดยมี ด.ญ.ไก่ เป็นผู้ชี้ตัวบอกชาวบ้าน ชาวบ้านจึงได้พากันวิ่งไล่จักรยานยนต์คันดังกล่าวไป นายขาล พ่อเลี้ยงหื่นจึงตัดสินใจจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ แล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าข้างท้างไป   สำหรับประวัตินายขาล พ่อเลี้ยงหื่นรายนี้ เดิมเป็นชาว อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ได้มาแต่งงานอยู่กินกับแม่ของ ด.ญ.ไก่ ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา และนายขาลก็เป็นคนเลี้ยงดู ด.ญ.ไก่ด้วยตนเองมาตั้งแต่ ด.ญ.ไก่ อายุได้ 5 ขวบเท่านั้น แต่ก็ยังมาทำการข่มขืนลูกที่ตนเองเคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ ได้ลงคอ   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง สืบสวนภูธรจังหวัดขอนแก่น สืบสวนภาค 4 และยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ไปพบกับครอบครัวของเด็กหญิงไก่ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ที่ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน โดยได้พบกับแม่ของน้อง และเพื่อนบ้านที่เดินทางมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น โดยทางยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นได้ลงพื้นที่มาเพื่อแจ้งสิทธิของครอบครัวที่จะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินเยียวยาเหยื่อที่ถูกข่มขืนจำนวน 20,000 บาท ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมทั้งสืบสวน สภ.น้ำพอง สืบสวนภูธรจังหัดขอนแก่นและสืบสวนภาค 4 นำโดรนขึ้นบินสำรวจเส้นทางรอบๆ เพื่อหาเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะใช้หลบหนีออกนอกพื้นที่ พร้อมปูพรมเดินเท้าหาร่องรอยและเบาะแสของผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด   โดยแม่ของเด็กหญิงวัย 15 ปีที่โดนข่มขืนเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เวลา 11.00 น. ลูกวิ่งมากอดแล้วเล่าให้ฟังว่าถูกพ่อข่มขืน และเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่า พ่อบอกให้ไปส่งที่ป่า บอกว่าจะไปหาหนู ลูกสาวบอกทำไมไม่ไปเอง พ่อบอกว่าจะไปนานให้เอารถกลับไป ลูกสาวก็ถือใจซื่อไม่คิดอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติที่พ่อจะเดินทางไป โดยมีปืนอัดลม บ่วงดักหนูไปด้วยเหมือนทุกครั้ง ซึ่งอยู่กินกันมาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ลูกสาวอายุ 5 ขวบ แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง มีอาการหงุดหงิดเร็ว พูดจาไม่ดีด้วย และมีการติดยาเสพติด กระทั่งเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น หลังเกิดเหตุนายขาลก็หลบหนีไปตั้งแต่เกิดเรื่อง และเมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.) ทุกคนไม่อยู่บ้าน นายขาลได้ย้อนกลับมากินข้าวกับทอดหมูที่บ้านและแตงไท และก็หลบหนีไปอีก โดยตนเองได้แจ้งความไว้ที่ สภ.น้ำพองทันที ตอนนี้ไม่อยากขอให้อภัย ขอเลิกไปเลย ไม่อยากพบหน้าไม่อยากเห็นหน้าอีกตลอดชีวิตเพราะมาย่ำยีลูกเราอย่างให้อภัยไม่ได้ ขอให้ถูกดำเนินคดีได้รับโทษสูงสุด ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมตัวไปโดยเร็ว   ต่อมานางล้อม (นามสุมมุติ) มารดาเด็กหญิงไก่ เข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.น้ำพองเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อเอาผิดนายขาล   นางล้อม ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนเองและลูกสาวยังอยู่ในอาการหวาดระแวงวิตกกังวลเพราะนายขาล ผู้ต้องหายังไม่ถูกจับกุม และเชื่อว่าเจ้าตัวยังวนเวียนอยู่แถวละแวกหมู่บ้าน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตนเองคงไม่รับนายขาล เป็นสามีอีกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเกินที่ตนเองและลูกสาวทั้ง 2 คนจะรับได้   ด้านพันตำรวจเอกอนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผู้กำกับการ สภ.น้ำพอง กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้ประสานทีมสหวิชาชีพเพื่อเข้ามาดูแลสภาพจิตใจผู้เสียหายวัย 16 ปี พร้อมทั้งคนในครอบครัวแล้ว เพราะเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจเพราะทุกคนยังช็อคและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหวาดระแวงผู้ต้องหาด้วย อย่างไรก็ตามตำรวจจะได้ขออำนาจศาลออกหมายจับ คาดจะได้ตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีภายในเร็ววันนี้   ทั้งนี้ล่าสุด การลงพื้นที่หาตัวนายขาลนั้น ยังไม่พบตัว พบเพียงอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ หรือปืนแก๊ป มีดอีโต้ และที่ดักหนู ถุงย่ามสีเหลือง ทิ้งอยู่ในป่าละเมาะ ห่างจากจุดที่เกิดเหตุเพียงเล็กน้อย   จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้ทั้งโดรนจากกองบังคับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 ในรัศมี 2 กม. และสุนัขตำรวจจากตชด.อุดรธานีเพื่อหาตัวนายขาล เนื่องจากมีเบาะแสจากภรรยาและคนในครอบครัวว่า หลังเกิดเหตุกับด.ญ.ไก่ ก็ไม่มีคนนอนที่บ้าน ช่วงเช้าทุกคนกลับมาบ้านจึงพบว่าหมูทอด ข้าวเหนียว หายไปเกือบหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เชื่อว่า นายขาลจะยังอยู่ในพื้นที่ เพราะนายขาลรักลูกสาววัย 7 ขวบมาก รวมทั้งความหิว จึงแอบกลับมาที่บ้าน เป็นช่วงเวลาเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงที่ เจ้าหน้าที่ถอนกำลังออกมา   ขณะนี้ได้ขอศาลออกหมายจับ จับกุมนายขาล สิงห์สาทิตย์ อายุ 45 ปี พ่อเลี้ยง ในข้อหาข่มขืนหรืออนาจารโดยใช้อุบาย พร้อมทั้งได้โพสภาพของพ่อเลี้ยงรายดังกล่าวทางเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นรวมถึงส่งหมายจับประสานไปยังสถานีตำรวจทุกแห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทำการจับกุมพ่อเลี้ยงรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6NihzGciwb4

 3,657
สรุปข่าว
20 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 20 ธ.ค.62 - 'สมคิด' ไม่รับสารภาพ อ้างฆ่าโดยไม่เจตนา - ไล่ล่าพ่อเลี้ยงหื่นข่มขืนลูกเลี้ยง - งานเลี้ยงปีใหม่พรรคร่วมรัฐบาล

- คุมตัว 'สมคิด' ฆาตรกรต่อเนื่อง 6 ศพ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 7 จุด 4 จังหวัด ตามเส้นทางการหลบหนี ตั้งแต่กระนวน ถึง บุรีรัมย์ พบพฤติกรรมหลบหนี ทำเหมือนเดิม ใช้ชื่อปลอมเข้าพักโรงแรม    โดยระหว่างการนำตัวทำแผน ชาวบ้านต่างตะโกน สาปแช่ง พร้อมชูป้าย ให้ประหาร อยู่จังหวะหนึ่ง ที่ชาวบ้าน ที่มามุงดูทนไม่ไหว ผ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ เข้าไป ทุบหลังนายสมคิด เสียงดังตุ๊บ บางช่วงสมคิดมีปฎิกิริยาขึงขัง กำหมัดแน่นหันไปมองชาวบ้านเหมือนจะเอาเรื่อง ผู้สื่อข่าวได้ถามว่ารู้สึกเหนื่อยหรือไม่ เจ้าตัวได้แต่พยักหน้า และบอกว่า เหนื่อย ก่อนจะขึ้นรถไป    โดยการทำแผนในวันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า นายสมคิด ขอใช้สิทธิ์ไม่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านเกิดเหตุ แต่ยินยอมทำแผนตามจุดต่างๆวมเวลาการทำแผนทั้งสิ้น 7 ชั่วโมงกว่า สมคิดเปิดปากสารภาพครั้งแรก วิธีการฆ่า ผกก.3 บุญลือ ผดุงถิ่น ไม่เชื่อ คำให้การ เชื่อ วางแผนมาก่อน   ล่าสุดสอบปากคำทั้งคืน เจ้าตัวไม่รับสารภาพฆ่าโดยไตร่ตรอง รับเพียงฆ่าโดยไม่เจตนา อ้างพึ่งรู้ผู้ตายเสียชีวิต ตอนที่หนีไปถึงร้อยเอ็ด ระบุกลับมาบ้านไม่ตรงเวลา เอาจยย.หญิงอื่นมาด้วย ผู้ตายเลยโกรธ ปากางเกงในใส่หน้า บอกของกูก็มี ไปหาคนอื่นทำไม จึงลงมือใช้สายไฟรัดคอจนเสียชีวิต   - บุกจับคาราโอเกะ ช่วยเหลือเด็กถูกบังคับเอนเตอร์เทนลูกค้า โดยจนท.บุกเข้าตรวจสอบร้านคาราโอเกะ ย่านลาดกระบัง พบคนที่อยู่ในร้านทั้งหมด 8 คน มีทั้งผู้ดูแลร้าน พนง. เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 3 คน การปฏิบัติการครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากจนท.แฝงตัวเข้าไปสืบสวนนานถึง 3 เดือน พบพนง.มีการเชิญชวน ลักษณะคล้ายให้เลือกซื้อประเวณี พบมีการเปิดเพจให้บริการไม่ต่ำกว่า 5 ปี ร้านตั้งอยู่ห่างจากโรงพักจรเข้น้อย เข้าข่ายความผิดตาม พรบ.เด็กและเยาวชน และ พรบ.แรงงานชัดเจน   - ไล่ล่า พ่อเลี้ยงหื่นข่มขืนลูกเลี้ยง วัย 15 ปี ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่ 5 ขวบ ภายในป่าใกล้กับบ้านตัวเองในพื้นที่ จ.ขอนแก่น แม่ของเด็กเล่าว่า ลูกสาววิ่งมากอดแล้วเล่าให้ฟังว่าถูกพ่อข่มขืน และเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่า พ่อบอกให้ไปส่งที่ป่า จะไปหาหนู โดยหลอกว่าจะไปนานให้ไปส่งและเอารถกลับไป ลูกสาวจึงหลงเชื่อ    แม่ของเด็ก ยังบอกว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง มีอาการหงุดหงิดเร็ว พูดจาไม่ดี และมีการติดยาเสพติด ขอให้รับโทษสูงสุด ขอให้จับได้โดยเร็ว ครอบครัวหวาดผวา ไม่อยากเห็นหน้าอีกตลอดชีวิต   ล่าสุดหมูทอด ข้าวเหนียวที่บ้าน หายเกลี้ยง ตำรวจเชื่อหิวจัด แอบกลับมาหาของกิน    - ชื่นมื่น งานเลี้ยงปาร์ตี้ปีใหม่พรรคร่วมรัฐบาล ในงาน "รวมพลัง สร้างชาติ" นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล หลังจากทำงานมาครบ 5 เดือน โดยเมนูอาหารในครั้งนี้ ไม่มีเมนูซุปหูฉลาม    ขณะที่ นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ อดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ที่เตรียมย้ายสังกัดมายังพรรคภูมิใจไทย ได้บอกผู้สื่อข่าวกับทางโทรศัพท์ว่า ไม่มาร่วมงาน แต่ในช่วงค่ำ กลับมีภาพปรากฎ นางสาวศรีนวล มาร่วมงานโดยอยู่รวมกับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้หลายท่านมีประชุมสภา บางทีก็ไม่ว่างใส่หัวโขนกันมาทั้งวัน แต่ที่นี้ไม่มีหัวโขน บอกตอนแรกอยากใส่ชุดสบายๆ แต่ลูกน้องบอกว่าไม่ได้ เดี๋ยวส.ส.ผู้ทรงเกียรติจะว่าเอา อยากจะพูดจากใจ วันนี้ถือว่าเป็นวันดี เป็นวันแห่งความสุข วันแห่งความเป็นพี่เป็นน้องของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะพรรคใดเราก็คือพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ โดย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่อยู่ในงานต่างปรบมือและตะโกนตอบว่า “ใช่” อย่างพร้อมเพรียงกัน    นายกฯ บอกอีกว่า คำว่าร่วมรัฐบาล มันเหมือนกับร่วมสายเลือด ซึ่งคำว่าร่วมสายเลือดมันลึกซึ้ง กินความมากกว่าทุกอย่าง วันนี้เราต้องรวมพลังกัน เรารวมกันทั้งหมด 19 พรรค เวลาเราไปต่างประเทศ เขาถามว่าจะอยู่กันได้หรือ 19 พรรค ตนบอกไปว่า นี่มันสบายๆ ไทยแลนด์ ทั้งนี้ทันทีที่นายกฯ พูดจบช่วงนี้ ก็มีเสียงปรบมือตามมาทันที จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแซวตัวเอง “เอ๊ะ สรุปว่ามาหาเสียงหรือเปล่าเนี่ย” เรียกเสียงหัวเราะลั่นห้องสัมมนา   -ขณะที่รัฐสภา น.ส.ศรีนวล เดินมาต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดย นายอนุทิน บอกว่า น.ส.ศรีนวล ไม่ใช่งูเห่า เพราะเราไม่ได้ดึงเขาออกจากพรรคอนาคตใหม่ แต่เขาถูกขับออกมา น.ส.ศรีนวล เป็นคนขยัน มีอุดมการณ์ ทำงานเพื่อประชาชนตรงกับพรรค ขณะที่ น.ส.ศรีนวล เมินคำท้า ส.ส.อนาคตใหม่ให้ลาออก ชี้เปลืองงบหลวง บอกหนทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน หากชาวบ้านรู้ความจริง คงจะรักตนมากกว่าเดิม   - ประธานสภาฯ นายชวน หลักภัย สั่งสอบ ปมจูบปากกลางสภาฯ ด้านนางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.เพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ออกมาขอโทษ ยอมรับผิดที่ไม่รอบคอบ ปล่อยให้มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จูบกันกลางสภาฯ ส่วนตัวมองว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก จะทำที่ไหนก็ได้ แต่ต้องให้เกียรติ และเคารพสถานที่   - สรรพากรเอาจริง ไล่บี้เก็บภาษีออนไลน์ อธิบดีกรมสรรพากร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุปีหน้าดึงกลุ่มผู้ค้าออนไลน์เข้าระบบภาษี ทั้งขายออนไลน์ และการไลฟ์ขายสินค้า ตั้งเป้าเก็บได้ไม่น้อยกว่า 1.7 แสนราย ผู้ค้าออนไลน์ที่ขายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดภาษีแวต จ่ายเพิ่มอีก 7% ส่วนปี 64 จะใช้กฎหมาย e-Business จัดเก็บภาษีเว็บขายของออนไลน์ต่างชาติ คาดรายได้เพิ่้ม 4 พันล้าน   - ควักร้อยเดียวไม่พอจ่าย ผู้ใช้บริการทางด่วนดอนเมือง-โทลล์เวย์ เตรียมจ่ายค่าผ่านทางเพิ่มอีก สูงสุด 15 บาท ตั้งแต่ 22 ธ.ค.นี้ ขณะที่กรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ทำหนังสือด่วนถึงนายกฯ ระงับการขึ้นค่าผ่านทางดอนเมืองโทลล์เวย์ ชี้สัญญาสัมปทานเอื้อประโยชน์เอกชน เตรียมร้องศาลคุ้มครองชั่วคราววันนี้   - ครอบครัวรับศพน้องโจโจ้ เด็กนักเรียนที่ถูกเพื่อน ม.1 ยิงเสียชีวิต ไปบำเพ็ญกุศลที่ฉะเชิงเทราพ่อของน้องโจโจ้ ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เผยเหตุการณ์ แบบนี้ไม่น่ามาเกิดกับครอบครัวของตนเอง ติงพ่อเด็กที่ก่อเหตุ ประมาทเลินเล่อเกินไป คงจะเอาปืนมาโชว์ลูก หรือไม่ก็เก็บให้ลูกเห็น จึงได้เอาปืนของพ่อมาและก็ตั้งใจมายิง ลูกของตนจนเสียชีวิต    พ่อน้องโจโจ้ ยังเล่าว่าปกติลูกชาย ก็เล่นเกมออนไลน์กันเสมอกับเพื่อนของเขาที่ก่อเหตุ เวลาเขาแพ้ชนะกันเขาก็จะแซวกันไอ้ตุ๊ด ไอ้เกย์ ไอ้โจ้พ่อมึงตายเหรอ เคยแอบไปอ่านในเฟสของลูกชาย ก็ยังเตือนลูกชายว่า ถ้าลูกจะเล่นกันก็ไม่ต้องมาด่าถึงพ่อ ซึ่งเขาก็แซวกันตามประสาเด็ก ไนออนไลน์ถึงกัน เนื่องจากว่าเขาเป็นเพื่อน กันภายในห้องเรียน ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเหตุกับลูก   - สลดไฟคลอกหญิงสาวดับคาเตียง ส่วนสามีบาดเจ็บสาหัส พบชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้ก่อนนอน เหตุกิดที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ไฟลุกลามติดผ้าห่มอย่างรวดเร็ว จนไหม้ตามร่างกาย สามีรีบลุกหนีออกมา ตะโกนร้องเรียกภรรยาให้ตื่น แต่ก่อนหน้าภรรยาป่วยหนัก ไม่มีแรงลุกหนีออกมา นอนเสียชีวิต ร้องครวญคราง คากองเพลิง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sPo0ffmHELg

 18,496
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พระไพบูล ฉายา วิปุโลหรือนามสกุล จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า อ.เมืองบึงกาฬ ที่ข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 15 ปี ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนปู่ฤๅษีไพบูล โดยทางลูกศิษย์ปู่ฤๅษีได้เตรียมหลักฐานมาไว้ประกันตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษี ในชั้นสอบสวน และจะได้ควบคุมตัวไปศาลเพื่อฝากขังระหว่างสอบสวนต่อไป   ต่อมาป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้นำไดอารี่ของหลานสาวมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นไดอารี่ที่เด็กสาวเขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันจำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอดจนจบชั้นป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ทำกิจกรรมของโรงเรียนเป็นหัวหน้าการงานเรียนเก่งมากตลอดได้น้อยหน้าใคร จากนั้นได้ระบุว่าถูกปู่ข่มขืนจนเป็นกามโรค และตอนนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ทำให้ต้องกลายเป็นคนโกหก   ป้าน้อย กล่าวว่า อ่านบันทึกจากไดอารี่ของหลานสาวแล้ว รู้สึกว่า หลานสาวถูกคนเป็นพ่อทำร้ายมาตลอด จนกลายเป็นคนโกหก และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำของคนเป็นพ่อ ซึ่งบวชเป็นพระ และชอบแต่งกายเป็นฤๅษี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีกับฤๅษีตนนี้ให้ถึงที่สุด   นอกจากนี้ยังมีสองสามีภรรยา ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤๅษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้ฤาษีจนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้อ้างว่าจะพาไปหาพ่อที่บวชเป็นพระ และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้ตาย แต่ครอบครัวไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไปเช่ารถตู้และพาหลานสาวตัวเองไปส่งให้ฤๅษี   เชื่อว่าจะเป็นการนำตัวหลานสาวของตัวเองไปแลกกับลูกสาวของนางบัติ ให้ได้รับอิสรภาพแทน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวนางบัติไปอยู่กับฤๅษีและก็ไม่เห็นกลับมาอีก กระทั่งมาลักพาตัวหลานสาวของตนไปให้ฤๅษี ลูกสาวของนางบัติก็กลับมา พอตนเองไปสอบถามก็บ่ายเบี่ยงบอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ทำให้เชื่อได้ว่าจะร่วมมือกับฤๅษีทำให้เกิดเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้   ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการแจ้งความกับ ตำรวจสภ.ชุมแพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้ และขอยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวขนาดนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และถ้าสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็อยากให้จับกุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/frlyM9PWM40  

 17,908
สังคม
07 พ.ย. 62

จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พระไพบูล ฉายา วิปุโลหรือนามสกุล จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า อ.เมืองบึงกาฬ ที่ข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 15 ปี ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนปู่ฤๅษีไพบูล โดยทางลูกศิษย์ปู่ฤๅษีได้เตรียมหลักฐานมาไว้ประกันตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษี ในชั้นสอบสวน และจะได้ควบคุมตัวไปศาลเพื่อฝากขังระหว่างสอบสวนต่อไป   ต่อมาป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้นำไดอารี่ของหลานสาวมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นไดอารี่ที่เด็กสาวเขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันจำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอดจนจบชั้นป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ทำกิจกรรมของโรงเรียนเป็นหัวหน้าการงานเรียนเก่งมากตลอดได้น้อยหน้าใคร จากนั้นได้ระบุว่าถูกปู่ข่มขืนจนเป็นกามโรค และตอนนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ทำให้ต้องกลายเป็นคนโกหก   ป้าน้อย กล่าวว่า อ่านบันทึกจากไดอารี่ของหลานสาวแล้ว รู้สึกว่า หลานสาวถูกคนเป็นพ่อทำร้ายมาตลอด จนกลายเป็นคนโกหก และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำของคนเป็นพ่อ ซึ่งบวชเป็นพระ และชอบแต่งกายเป็นฤๅษี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีกับฤๅษีตนนี้ให้ถึงที่สุด   นอกจากนี้ยังมีสองสามีภรรยา ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤๅษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้ฤาษีจนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้อ้างว่าจะพาไปหาพ่อที่บวชเป็นพระ และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้ตาย แต่ครอบครัวไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไปเช่ารถตู้และพาหลานสาวตัวเองไปส่งให้ฤๅษี   เชื่อว่าจะเป็นการนำตัวหลานสาวของตัวเองไปแลกกับลูกสาวของนางบัติ ให้ได้รับอิสรภาพแทน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวนางบัติไปอยู่กับฤๅษีและก็ไม่เห็นกลับมาอีก กระทั่งมาลักพาตัวหลานสาวของตนไปให้ฤๅษี ลูกสาวของนางบัติก็กลับมา พอตนเองไปสอบถามก็บ่ายเบี่ยงบอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ทำให้เชื่อได้ว่าจะร่วมมือกับฤๅษีทำให้เกิดเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้   ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการแจ้งความกับ ตำรวจสภ.ชุมแพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้ และขอยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวขนาดนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และถ้าสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็อยากให้จับกุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/frlyM9PWM40  

 17,908
สังคม
07 พ.ย. 62

รวบ! พระฤๅษีข่มขืนลูก

จับพระฤๅษีที่ลักพาตัวและข่มขืนลูกสาววัย 15 จนตั้งครรภ์ เจอ 3 ข้อหาหนักตำรวจคัดค้านประกันตัว   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธร จ.บึงกาฬ สภ.เมืองบึงกาฬ และสภ.ศรีวิไล เข้าควบคุมตัวพระไพบูล วิปุโลหรือ จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า หมู่ที่ 12 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ไปสอบสวนที่ สภ.ศรีวิไล หลังลูกสาววัย 15 ปีให้การว่าถูกพ่อแท้ๆ  ข่มขืนจนท้อง 1 เดือน ล่าสุด พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย ผกก.สภ.ศรีวิไล ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษีไพบูลในชั้นสอบสวนแต่อย่างใด และโดนเพิ่มข้อหาอีก 3 คดี คือ กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0808oNhjHQk

 296
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 62

ฤๅษีปัดข่มขืนลูกสาววัย 15 ปี จนตั้งท้อง พร้อมให้ตรวจอีเอ็นเอ

ขอนแก่น - เกิดเหตุพ่อแท้ๆไปบวชเป็นฤๅษี ทิ้งลูกสาวไป 15 ปี ก่อนกลับมารับลูกไปอยู่ด้วย สุดท้ายลูกสาวท้อง ซึ่งตามรายงานระบุว่า ลูกโทรมาขอความช่วยเหลือจากที่บ้าน ก่อนที่บ้านจะไปรับกลับมา จนนำมาสู่คลิปที่ปรากฎฤๅษี ที่เป็นพ่อแท้ๆ มาพร้อมผู้หญิงอีก 1 คน และมีมีดมาด้วย ก่อนจะทำร้ายฝั่งญาติ และก็เกิดเหตุการทะเลาะแย่งตัวลูกสาวกัน   ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามญาติของเด็ก เล่าว่า พ่อทิ้งเด็กไปตั้งแต่ลูก 1 เดือน ปล่อยให้เด็กอยู่กับแม่และญาติ กระทั่งหลานอายุ 14 ปี เรียนชั้นม.2 พ่อจึงมาแสดงตัวและขอลูกสาวไปอยู่ด้วย เห็นแก่ความเป็นพ่อลูก จึงให้ไป และหลานก็ย้ายไปเรียนหนังสือที่ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ   ซึ่งตั้งแต่พ่อมารับลูกสาวไปอยู่ด้วยเป็นเวลาประมาณ 1 ปี และเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา หลานสาวโทรศัพท์ให้ญาติที่ชุมแพไปรับกลับบ้าน เมื่อญาติไปรับก็พบสภาพหลายที่ถูกกล้อนผม หน้าตาบวม เขียว หลานบอกว่า ถูกคว่ำ และพยายามถามหาความจริงแต่หลานไม่พูด จึงปล่อยไปและให้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอ.ชุมแพ   จากนั้นไม่นานในทุกเย็นวันศุกร์พ่อที่แต่งตัวเป็นฤาษี ขับรถมารับลูกออกจากโรงเรียน และจะพามาส่งที่บ้านในเย็นวันอาทิตย์ ทุกครั้งที่พ่อมาส่งที่บ้านก็จะเห็นกิริยาของหลานสาวที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมือนพ่อลูก เหมือนคู่รักชายหญิงที่แสดงความรักต่อกัน ถามหลานสาว แต่หลานไม่พูด   ญาติ บอกอีกว่า ตอนนี้ครอบครัวรู้ความจริงแล้วว่า ฤาษี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆข่มขืนลูกจนลูกตั้งท้อง และหลานสาวก็ยอมพูดความจริงให้คนในครอบครัวฟังหมดแล้ว ครอบครัวจึงได้เดินทางเข้าไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดี และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมฤาษี มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด   ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษี โดยตัวฤๅษีปฎิเสธ ทุกข้อกล่าวหา พร้อมจะสู้คดี ยืนยันไม่ได้ข่มขืนลูก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2vaSYGJZ2do

 2,430
สังคม
06 พ.ย. 62

ฤๅษีปัดข่มขืนลูกสาววัย 15 ปี จนตั้งท้อง พร้อมให้ตรวจอีเอ็นเอ

ขอนแก่น - เกิดเหตุพ่อแท้ๆไปบวชเป็นฤๅษี ทิ้งลูกสาวไป 15 ปี ก่อนกลับมารับลูกไปอยู่ด้วย สุดท้ายลูกสาวท้อง ซึ่งตามรายงานระบุว่า ลูกโทรมาขอความช่วยเหลือจากที่บ้าน ก่อนที่บ้านจะไปรับกลับมา จนนำมาสู่คลิปที่ปรากฎฤๅษี ที่เป็นพ่อแท้ๆ มาพร้อมผู้หญิงอีก 1 คน และมีมีดมาด้วย ก่อนจะทำร้ายฝั่งญาติ และก็เกิดเหตุการทะเลาะแย่งตัวลูกสาวกัน   ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามญาติของเด็ก เล่าว่า พ่อทิ้งเด็กไปตั้งแต่ลูก 1 เดือน ปล่อยให้เด็กอยู่กับแม่และญาติ กระทั่งหลานอายุ 14 ปี เรียนชั้นม.2 พ่อจึงมาแสดงตัวและขอลูกสาวไปอยู่ด้วย เห็นแก่ความเป็นพ่อลูก จึงให้ไป และหลานก็ย้ายไปเรียนหนังสือที่ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ   ซึ่งตั้งแต่พ่อมารับลูกสาวไปอยู่ด้วยเป็นเวลาประมาณ 1 ปี และเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา หลานสาวโทรศัพท์ให้ญาติที่ชุมแพไปรับกลับบ้าน เมื่อญาติไปรับก็พบสภาพหลายที่ถูกกล้อนผม หน้าตาบวม เขียว หลานบอกว่า ถูกคว่ำ และพยายามถามหาความจริงแต่หลานไม่พูด จึงปล่อยไปและให้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอ.ชุมแพ   จากนั้นไม่นานในทุกเย็นวันศุกร์พ่อที่แต่งตัวเป็นฤาษี ขับรถมารับลูกออกจากโรงเรียน และจะพามาส่งที่บ้านในเย็นวันอาทิตย์ ทุกครั้งที่พ่อมาส่งที่บ้านก็จะเห็นกิริยาของหลานสาวที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมือนพ่อลูก เหมือนคู่รักชายหญิงที่แสดงความรักต่อกัน ถามหลานสาว แต่หลานไม่พูด   ญาติ บอกอีกว่า ตอนนี้ครอบครัวรู้ความจริงแล้วว่า ฤาษี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆข่มขืนลูกจนลูกตั้งท้อง และหลานสาวก็ยอมพูดความจริงให้คนในครอบครัวฟังหมดแล้ว ครอบครัวจึงได้เดินทางเข้าไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดี และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมฤาษี มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด   ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษี โดยตัวฤๅษีปฎิเสธ ทุกข้อกล่าวหา พร้อมจะสู้คดี ยืนยันไม่ได้ข่มขืนลูก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2vaSYGJZ2do

 2,430
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

สาววัย 16 ถูกพ่อแท้ๆ พาหนีไปอยู่ด้วยกันเหมือนผัวเมียนับปี ซ้ำส่งรูปอวดอดีตภรรยา

กระบี่-เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ดและสตรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก หลังรับแจ้งจากแม่เลี้ยงและแม่แท้ๆ ของเด็กหญิงวัย 16 ปี ว่าถูกพ่อแท้ๆ ของเด็ก ได้พรากไปจากครอบครัวตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา และมาหลบซ่อนอยู่ในตำบลอ่าวลึกใต้   เมื่อไปถึงพบเด็กหญิงวัย 16 ปี และพ่อของเด็กอายุ 42 ปี อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว โดยมีแม่ของเด็กอายุ 38 ปี ชี้ว่าเด็กถูกพรากมาและได้ทำมิดีมิร้ายกับเด็กมานานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่ สภ.อ่าวลึก พร้อมทั้งแจ้งความให้ดำเนินคดีกับพ่อของเด็ก แต่ทาง ตร. แจ้งว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องนำเด็กไปตรวจร่างกาย จึงได้ปล่อยตัวไปก่อนพร้อมทำประวัติไว้   จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำเด็กไปตรวจที่ รพ.อ่าวลึก พบมีร่องการล่วงละเมิดทางเพศ และเด็กไม่มีสามีมาก่อน จึงได้ทำประวัติไว้ ทางแม่แท้ๆ ของเด็ก จึงไปแจ้งความในคดีพรากผู้เยาว์ไว้ที่ สภ.อ่าวลึก ซึ่งทาง ตร.อ่าวลึก ได้ลงประจำวันไว้ และจะได้สอบสวนหากผิดจริงก็จะดำเนินคดีต่อไป   โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากนางน้อย อายุ 38 ปี ภรรยาของนายเอ พ่อของเด็กสาววัย 16 ปี ได้ติดตามนายเอ จนกระทั่งทราบว่าหนีมาอยู่ที่ จ.กระบี่ ทั้งที่มีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว จากนั้นนายเอ ได้ส่งภาพไปให้ว่าอยู่กับภรรยาใหม่ เป็นเด็กสาววัย 16 ปี แต่นางน้อย จำได้ว่าน่าจะเป็นลูกเลี้ยง ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ที่นายเอ เคยมีภรรยาอยู่ที่ จ.พังงา จึงได้ติดต่อกันเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา   จากนั้นเมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กที่อยู่ จ.พังงา เห็นภาพจึงรู้ว่าลูกที่หายไปนาน 1 ปี กับพ่อนั้น ไปอยู่กินแบบสามีภรรยา จึงได้ออกตามหาและมาแจ้งต่อทาง อ.อ่าวลึก เพื่อให้ช่วยตรวจสอบให้จนพบว่าทั้งคู่อยู่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ใน ต.อ่าวลึกใต้ จึงนำกำลังเข้าค้นหาและพบตัวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เด็ก อยู่ในการดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก ซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EWGN_ZXY6c0  

 270,563
สังคม
29 ต.ค. 62

สาววัย 16 ถูกพ่อแท้ๆ พาหนีไปอยู่ด้วยกันเหมือนผัวเมียนับปี ซ้ำส่งรูปอวดอดีตภรรยา

กระบี่-เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ดและสตรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก หลังรับแจ้งจากแม่เลี้ยงและแม่แท้ๆ ของเด็กหญิงวัย 16 ปี ว่าถูกพ่อแท้ๆ ของเด็ก ได้พรากไปจากครอบครัวตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา และมาหลบซ่อนอยู่ในตำบลอ่าวลึกใต้   เมื่อไปถึงพบเด็กหญิงวัย 16 ปี และพ่อของเด็กอายุ 42 ปี อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว โดยมีแม่ของเด็กอายุ 38 ปี ชี้ว่าเด็กถูกพรากมาและได้ทำมิดีมิร้ายกับเด็กมานานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่ สภ.อ่าวลึก พร้อมทั้งแจ้งความให้ดำเนินคดีกับพ่อของเด็ก แต่ทาง ตร. แจ้งว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องนำเด็กไปตรวจร่างกาย จึงได้ปล่อยตัวไปก่อนพร้อมทำประวัติไว้   จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำเด็กไปตรวจที่ รพ.อ่าวลึก พบมีร่องการล่วงละเมิดทางเพศ และเด็กไม่มีสามีมาก่อน จึงได้ทำประวัติไว้ ทางแม่แท้ๆ ของเด็ก จึงไปแจ้งความในคดีพรากผู้เยาว์ไว้ที่ สภ.อ่าวลึก ซึ่งทาง ตร.อ่าวลึก ได้ลงประจำวันไว้ และจะได้สอบสวนหากผิดจริงก็จะดำเนินคดีต่อไป   โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากนางน้อย อายุ 38 ปี ภรรยาของนายเอ พ่อของเด็กสาววัย 16 ปี ได้ติดตามนายเอ จนกระทั่งทราบว่าหนีมาอยู่ที่ จ.กระบี่ ทั้งที่มีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว จากนั้นนายเอ ได้ส่งภาพไปให้ว่าอยู่กับภรรยาใหม่ เป็นเด็กสาววัย 16 ปี แต่นางน้อย จำได้ว่าน่าจะเป็นลูกเลี้ยง ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ที่นายเอ เคยมีภรรยาอยู่ที่ จ.พังงา จึงได้ติดต่อกันเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา   จากนั้นเมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กที่อยู่ จ.พังงา เห็นภาพจึงรู้ว่าลูกที่หายไปนาน 1 ปี กับพ่อนั้น ไปอยู่กินแบบสามีภรรยา จึงได้ออกตามหาและมาแจ้งต่อทาง อ.อ่าวลึก เพื่อให้ช่วยตรวจสอบให้จนพบว่าทั้งคู่อยู่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ใน ต.อ่าวลึกใต้ จึงนำกำลังเข้าค้นหาและพบตัวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เด็ก อยู่ในการดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก ซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EWGN_ZXY6c0  

 270,563
ข่าวภูมิภาค
23 ต.ค. 62

แม่แจ้งความจับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาววัย 13 ปี เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกเมียใส่ร้าย

กระบี่ - บุกจับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาว โดยแม่แท้ๆเป็นคนพาลูกสาวไปแจ้งความดำเนินคดี แม่เล่าว่า ตนทะเลาะกับสามี แยกกันอยู่คนละบ้าน ฝั่งสามีเอาลูกสาว 2 คนไปอยู่ด้วย คนหนึ่งอายุ 13 ปี อีกคนอายุ 8 ขวบ    ปรากฎว่าวันหนึ่ง ลูกบอกว่าถูกพ่อข่มขืน จึงพาลูกไปตรวจร่างกาย พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง ลูกบอกอีกว่าพ่อไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว ซึ่งหลังสอบปากคำ เด็กก็ยืนยันว่าถูกพ่อข่มขืน    ด้านพ่อเด็ก ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ว่าไม่ได้ทำ อ้างว่าเป็นเพราะทะเลาะกับเมีย เมียต้องการจะกล่าวหาใส่ร้าย ต้องการจะสร้างเรื่องเท็จขึ้นมา   ขณะที่ครอบครัวฝั่งพ่อแท้ๆ ไม่มีใครเชื่อว่า พ่อจะทำ เห็นปกติตั้งใจเลี้ยงลูกอย่างดี และถามเจ้าตัวแล้วว่าทำจริงๆหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ปฏิเสธมาโดยตลอด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/YmvaPXVvNf4

 6,102
สังคม
23 ต.ค. 62

แม่แจ้งความจับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาววัย 13 ปี เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกเมียใส่ร้าย

กระบี่ - บุกจับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาว โดยแม่แท้ๆเป็นคนพาลูกสาวไปแจ้งความดำเนินคดี แม่เล่าว่า ตนทะเลาะกับสามี แยกกันอยู่คนละบ้าน ฝั่งสามีเอาลูกสาว 2 คนไปอยู่ด้วย คนหนึ่งอายุ 13 ปี อีกคนอายุ 8 ขวบ    ปรากฎว่าวันหนึ่ง ลูกบอกว่าถูกพ่อข่มขืน จึงพาลูกไปตรวจร่างกาย พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง ลูกบอกอีกว่าพ่อไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว ซึ่งหลังสอบปากคำ เด็กก็ยืนยันว่าถูกพ่อข่มขืน    ด้านพ่อเด็ก ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ว่าไม่ได้ทำ อ้างว่าเป็นเพราะทะเลาะกับเมีย เมียต้องการจะกล่าวหาใส่ร้าย ต้องการจะสร้างเรื่องเท็จขึ้นมา   ขณะที่ครอบครัวฝั่งพ่อแท้ๆ ไม่มีใครเชื่อว่า พ่อจะทำ เห็นปกติตั้งใจเลี้ยงลูกอย่างดี และถามเจ้าตัวแล้วว่าทำจริงๆหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ปฏิเสธมาโดยตลอด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/YmvaPXVvNf4

 6,102
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน

อ่างทอง-นายปราโมทย์ สิงหฬ กำนันตำบลสามโก้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเด็กหญิงเอวัย 12 ปี ถูกข่มขืนจนตั้งท้องได้ 8 เดือน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงเอจนตั้งท้อง น่าจะเป็นพ่อของเด็กหญิงเอ ซึ่งที่ผ่านมาจากพฤติกรรม เด็กหญิงเอ ไม่เคยสุงสิงกับใคร ไม่มีเพื่อนชาย จะอยู่กับพ่อที่บ้าน ส่วนแม่จะออกไปทำงานนอกบ้าน โดยพ่อเด็กมีพฤติกรรมติดยาเสพติด   ด้านผู้เป็นแม่หลังจากเกิดเรื่องก็อ้างว่าเคยมีเหตุการณ์ที่มีผู้ชายบุกเข้ามาข่มขืนเด็กหญิงเอ และได้หลบหนีไป ซึ่งตนเองคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งขัดแย้งกับเหตุการณ์จริง เพราะเหตุการณ์จริงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะข่มขืน เนื่องจากเด็กและพ่อเด็กได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 โดยที่แม่ไปขายของ   ซึ่งเป็นไปได้ว่าพ่อของเด็กที่มีพฤติกรรมติดยา และอยู่กับเด็กโดยตลอด และผู้เป็นแม่เองน่าจะทราบเรื่องทั้งหมด แต่ปกปิดไม่ยอมบอกใคร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดช่วงที่ เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในขณะนี้เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านที่ได้รับแจ้ง พร้อมได้นำตัวเด็กและผู้เป็นพ่อและแม่ มาทำการสอบสวนและสอบถามรายละเอียดที่ว่าการอำเภอสามโก้ โดยมีเจ้าหน้าที่นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าร่วมทำการสอบสวน ซึ่งผู้เป็นพ่อให้การปฏิเสธ และเด็กไม่ยอมบอกว่าโดนกระทำจากผู้ใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ACQxgPXx-Ng

 23,758
สังคม
10 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน

อ่างทอง-นายปราโมทย์ สิงหฬ กำนันตำบลสามโก้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเด็กหญิงเอวัย 12 ปี ถูกข่มขืนจนตั้งท้องได้ 8 เดือน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงเอจนตั้งท้อง น่าจะเป็นพ่อของเด็กหญิงเอ ซึ่งที่ผ่านมาจากพฤติกรรม เด็กหญิงเอ ไม่เคยสุงสิงกับใคร ไม่มีเพื่อนชาย จะอยู่กับพ่อที่บ้าน ส่วนแม่จะออกไปทำงานนอกบ้าน โดยพ่อเด็กมีพฤติกรรมติดยาเสพติด   ด้านผู้เป็นแม่หลังจากเกิดเรื่องก็อ้างว่าเคยมีเหตุการณ์ที่มีผู้ชายบุกเข้ามาข่มขืนเด็กหญิงเอ และได้หลบหนีไป ซึ่งตนเองคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งขัดแย้งกับเหตุการณ์จริง เพราะเหตุการณ์จริงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะข่มขืน เนื่องจากเด็กและพ่อเด็กได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 โดยที่แม่ไปขายของ   ซึ่งเป็นไปได้ว่าพ่อของเด็กที่มีพฤติกรรมติดยา และอยู่กับเด็กโดยตลอด และผู้เป็นแม่เองน่าจะทราบเรื่องทั้งหมด แต่ปกปิดไม่ยอมบอกใคร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดช่วงที่ เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในขณะนี้เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านที่ได้รับแจ้ง พร้อมได้นำตัวเด็กและผู้เป็นพ่อและแม่ มาทำการสอบสวนและสอบถามรายละเอียดที่ว่าการอำเภอสามโก้ โดยมีเจ้าหน้าที่นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าร่วมทำการสอบสวน ซึ่งผู้เป็นพ่อให้การปฏิเสธ และเด็กไม่ยอมบอกว่าโดนกระทำจากผู้ใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ACQxgPXx-Ng

 23,758

Top