ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมศักดิ์เทพสุทิน"

สังคม-อาชญากรรม
29 ต.ค. 62

'สมศักดิ์' ชี้ 'แชร์แม่มณี' ยังไม่เป็นคดีพิเศษ แนะให้ 'ดีเอสไอ' ใช้ กม.ปปง.ยึดทรัพย์-ภาษี จัดการ

สมศักดิ์ บอก แชร์แม่มณี ยังไม่เป็นคดีพิเศษ ขอให้ 'ดีเอสไอ' ใช้กฎหมาย ปปง.ยึดทรัพย์-ภาษี จัดการ   วันที่ 29 ต.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีแชร์ลูกโซ่แม่มณี ที่มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ว่า กระทรวงยุติธรรมได้เปิดศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข ซึ่งมีประชาชนที่ตกเป็นเหนื่อยแชร์ลูกโซ่เข้ามาร้องเรียนประมาณ 9 เรื่อง มูลค่าทรัพสินย์เป็นหมื่นล้าน ส่วนตัวได้พูดคุยกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้วในเรื่องนี้ เมื่อได้ดำเนินการแล้วจะได้ไปดำเนินการตรวจค้นทรัพย์สินผู้ที่เป็นท้าวแชร์    โดยหลังตรวจสอบแล้วจะมีการคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย และขอให้ดีเอสไอใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้การยึดทรัพย์ และดำเนินการในเรื่องของภาษี ซึ่งหากทำในสองส่วนนี้จะทำให้เกิดความชัดเจน ตนคิดว่าคนที่จะมาทำตัวเป็นเป็นท้าวแชร์จะเข็ดหลาบ อย่างไรก็ตามดีเอสไอได้รับหลักการแนวคิดนี้แล้ว อย่างไรก็ตามกรณีแชร์แม่มณี ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ดีเอสไอจะนีบเป็นคดีพทฝืเศษ แต่หากรับแล้วก็จะดำเนินการตามขั้นตอนที่ตนกล่าวข้างต้น       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดใจเหยื่อ 'แม่มณี' ลงทุนจนหมดตัว อึ้ง นศ.โดนด้วยเพียบ ด้าน 'แม่มณี' โพสต์รัวยันไม่หนี เตรียมไลฟ์สด      

 1,667
สังคม
29 ต.ค. 62

'สมศักดิ์' ชี้ 'แชร์แม่มณี' ยังไม่เป็นคดีพิเศษ แนะให้ 'ดีเอสไอ' ใช้ กม.ปปง.ยึดทรัพย์-ภาษี จัดการ

สมศักดิ์ บอก แชร์แม่มณี ยังไม่เป็นคดีพิเศษ ขอให้ 'ดีเอสไอ' ใช้กฎหมาย ปปง.ยึดทรัพย์-ภาษี จัดการ   วันที่ 29 ต.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีแชร์ลูกโซ่แม่มณี ที่มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ว่า กระทรวงยุติธรรมได้เปิดศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข ซึ่งมีประชาชนที่ตกเป็นเหนื่อยแชร์ลูกโซ่เข้ามาร้องเรียนประมาณ 9 เรื่อง มูลค่าทรัพสินย์เป็นหมื่นล้าน ส่วนตัวได้พูดคุยกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้วในเรื่องนี้ เมื่อได้ดำเนินการแล้วจะได้ไปดำเนินการตรวจค้นทรัพย์สินผู้ที่เป็นท้าวแชร์    โดยหลังตรวจสอบแล้วจะมีการคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย และขอให้ดีเอสไอใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้การยึดทรัพย์ และดำเนินการในเรื่องของภาษี ซึ่งหากทำในสองส่วนนี้จะทำให้เกิดความชัดเจน ตนคิดว่าคนที่จะมาทำตัวเป็นเป็นท้าวแชร์จะเข็ดหลาบ อย่างไรก็ตามดีเอสไอได้รับหลักการแนวคิดนี้แล้ว อย่างไรก็ตามกรณีแชร์แม่มณี ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ดีเอสไอจะนีบเป็นคดีพทฝืเศษ แต่หากรับแล้วก็จะดำเนินการตามขั้นตอนที่ตนกล่าวข้างต้น       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดใจเหยื่อ 'แม่มณี' ลงทุนจนหมดตัว อึ้ง นศ.โดนด้วยเพียบ ด้าน 'แม่มณี' โพสต์รัวยันไม่หนี เตรียมไลฟ์สด      

 1,667
สังคม-อาชญากรรม
17 ต.ค. 62

รมว.ยุติธรรม ยันย้าย 'กรวัชร์' ไม่ใช่เป็นการลงโทษ แต่เป็นการให้รางวัล

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า การโยกย้าย พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการให้รางวัลโดยให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น จากข้าราชการระดับซี 9 เลื่อนขึ้นเป็นซี 10 ที่สามารถปรับโยกไปดำรงตำแหน่งอื่นในระดับอธิบดีได้ต่อไปในอนาคต เนื่องจาก พันตำรวจโทกรวัชร์ มีผลงานที่ดีมาโดยตลอด ส่วนตัวก็พร้อมสนับสนุน และเจ้าตัวก็พึงพอใจในการโยกย้ายครั้งนี้   พร้อมยืนยันว่า การโยกย้าย พันตำรวจโทกรวัชร์ครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบกับคดีการเสียชีวิตของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย เพราะดีเอสไอ ทำงานเป็นทีม และไม่มีปัญหาภายในแต่อย่างใด    ด้าน พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยัน พันตำรวจโท ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคดีการเสียชีวิตของนายบิลลี่ และคดีอื่น ๆ เช่น คดีรถยนต์หรู และยืนยันว่า คำสั่งย้ายพันตำรวจโทกรวัชร์ ไม่เกี่ยวกับการความขัดแย้งในคดีบิลลี่ แต่เป็นการโยกย้ายตามวาระปกติในระดับที่สูงขึ้นของราชการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TFORqiTmmWU

 1,064
สังคม
17 ต.ค. 62

รมว.ยุติธรรม ยันย้าย 'กรวัชร์' ไม่ใช่เป็นการลงโทษ แต่เป็นการให้รางวัล

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า การโยกย้าย พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการให้รางวัลโดยให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น จากข้าราชการระดับซี 9 เลื่อนขึ้นเป็นซี 10 ที่สามารถปรับโยกไปดำรงตำแหน่งอื่นในระดับอธิบดีได้ต่อไปในอนาคต เนื่องจาก พันตำรวจโทกรวัชร์ มีผลงานที่ดีมาโดยตลอด ส่วนตัวก็พร้อมสนับสนุน และเจ้าตัวก็พึงพอใจในการโยกย้ายครั้งนี้   พร้อมยืนยันว่า การโยกย้าย พันตำรวจโทกรวัชร์ครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบกับคดีการเสียชีวิตของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย เพราะดีเอสไอ ทำงานเป็นทีม และไม่มีปัญหาภายในแต่อย่างใด    ด้าน พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยัน พันตำรวจโท ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคดีการเสียชีวิตของนายบิลลี่ และคดีอื่น ๆ เช่น คดีรถยนต์หรู และยืนยันว่า คำสั่งย้ายพันตำรวจโทกรวัชร์ ไม่เกี่ยวกับการความขัดแย้งในคดีบิลลี่ แต่เป็นการโยกย้ายตามวาระปกติในระดับที่สูงขึ้นของราชการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TFORqiTmmWU

 1,064
การเมือง
25 ก.ย. 62

'บิ๊กป้อม' ปัดข่าวดูด ส.ส.แต่ถ้ามาก็เอา ท้า 'หญิงหน่อย' เปิดคลิป 'สมศักดิ์' โต้กินข้าวเด็กเพื่อไทย

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ที่เตรียมเอาผิดพรรคพลังประชารัฐ เรื่องซื้อตัวเพื่อให้คนในพรรคเพื่อไทยย้ายพรรคว่า   เป็นเรื่องที่ว่าไป แต่ยังไม่ทราบว่าผิดหรือไม่ ส่วนที่มีหลักฐานเป็นคลิปเสียง ส่วนตัวก็ไม่ทราบให้ไปถามคุณหญิงสุดารัตน์เองแต่เรื่องนี้ใครจะไปทำหรือจะไปจ่ายเงิน ส่วนอาจจะแลกเปลี่ยนเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่นั้นไม่ทราบ ยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐเราไม่ได้มีแนวทางที่จะดึงคนจากพรรคอื่นมาร่วม แต่หากมีใครสนใจเข้าร่วมพรรคก็ยินดีต้อนรับ     เช่นเดียวกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวนั่งรับประทานอาหารร่วมกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก่อนการอภิปรายประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ว่า วันดังกล่าวตนไม่ได้ไปรับประทานอาหารกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นความเข้าใจผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมถึงกรณีการแจกซองให้ ส.ส.ไม่เป็นจริง อาจเป็นช่วงที่มีอุทกภัย ส.ส.หรือคนที่รู้จักกันจะช่วยกันหาสิ่งของไปมอบดูแลประชาชน ลักษณะนี้อาจเป็นไปได้ แต่การไปนั่งทานอาหารพูดคุยดึงเขาเข้ามาพรรคพลังประชารัฐไม่เป็นความจริง   ส่วนที่คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่ามีคลิปเป็นหลักฐาน ก็อยากให้นำมาเปิดเผย การจะดูดหรือย้ายพรรคกันในระหว่างเป็น ส.ส.แล้วมันทำยาก ไม่ใช่ง่าย มีเปอร์เซ็นต์ที่ทำได้คือต้องยุบพรรค เหมือนกรณีพรรคประชาชนปฏิรูป แต่พรรคใหญ่ๆจะไปดูดข้ามพรรคมันเป็นไปไม่ได้ ที่พูดๆกันไม่เป็นความจริงเลย เป็นเท็จทั้งนั้น พร้อมจะอ้าแขน รับหรือไม่นั้น ไม่ทราบ อยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/20ae2jzwmGE

 838
การเมือง
24 ก.ย. 62

'สมศักดิ์' ปัดคุยดูด 14 ส.ส. เพื่อไทย ท้า 'หญิงหน่อย' เปิดคลิปเสียง

สมศักดิ์ ปัดคุยดูด 14 ส.ส. เพื่อไทย ท้าหญิงหน่อยเปิดคลิปเสียง รับดูดย้ายพรรคหลังเป็นผู้แทน ทำยาก   (24 ก.ย. 62) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงตอนนี้กระแสข่าว ที่พาดพิง ว่าตนนัดทานข้าวเพื่อดูด 14 ส.ส. พรรคเพื่อไทย เช้าก่อนการอภิปรายปมถวายสัตย์ว่า ไม่ได้ไป เป็นความเข้าใจผิด 100% พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้ไปแจกซองให้ ส.ส. แต่ในช่วงที่มีปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา สาวนใหญ่ ส.ส. และคนที่รู้จักกัน ก็จะช่วยเหลือ ในการหาสิ่งของไปมอบ และดูแลประชาชน แต่การที่จะไปร่วมรับประทานอาหาร เพื่อดึงเขามาร่วมพรรคนั้น ย้ำว่าไม่เป็นความจริงเป็นการเข้าใจผิดอย่างมากมาย เมื่อพูดกันไปมา ก็จะทำให้คนฟังเข้าใจผิด   ส่วนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ามีคลิปเสียงหลักฐานนั้น นายสมศักดิ์ ท้าว่า "ก็เอามาเปิดสิครับ ไม่เป็นไร" ซึ่งไม่มีตน และตนก็ไม่ได้เกี่ยว   ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับพี่น้อง ส.ส.พรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่ามีใครมาสนใจร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เวลาตนไปสภา จะพูดคุยกับทุกคนที่รู้จักกันหลายพรรค ซึ่งไม่ใช่แค่ พลังประชารัฐ และเพื่อไทย เพราะงานของกระทรวงยุติธรรมนั้น ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ก็ได้ปรึกษาหารือกันในเรื่องต่างๆ   ส่วนจะมีความพยายามดูด ส.ส.อีกรอบหรือไม่นั้น นายสมศักดิ์บอกว่าหากมองในมุมทางการเมือง จะมาดูดหลังเป็นผู้แทนแล้ว ย้ายพรรคหรือข้างพรรคไม่ใช่เรื่องง่าย หากจะทำได้ก็กรณีเช่นการหยุดพรรค เช่นพรรคเล็ก พรรคหนึ่งที่มาร่วม ในส่วนของพรรคใหญ่ จะไปดูดข้ามพรรคก็เป็นไปไม่ได้ ซึ่งเป็นการพูดในสิ่งที่เป็นเท็จ ส่วนจะพูดคุยเพื่อเป็นพันธมิตรกันได้หรือไม่นั้น นายสมศักดิ์ย้ำว่า ผู้แทนทุกคนรู้ตักกันหมด เพราะเป็นส.ส.กันมาหลายสมัย ทำให้เป็นเพื่อนและรู้จักกัน อดที่จะคุยกันไม่ได้   ส่วนหากมีผู้ที่อยากจะมาร่วม พปชร. พร้อมจะอ้าแขนรับหรือไม่นั้น นายสมศักดิ์ บอกตนไม่ทราบเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรค ว่าทำได้หรือไม่ หากมาในแง่แค่พันธมิตร ย้ำว่าในสภาก็เป็นพันธมิตรกันทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะสมัยก่อน ผู้แทนเมื่อเข้าสภาแล้ว ก็จะพูดคุยกันทุกพรรค ในเรื่องของประชาชนเพื่อช่วยเหลือกันโดยไม่ผิดหลักเกณฑ์ทางราชการ แต่ยอมรับหรือไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐต้องการเสียงเพิ่ม นายสมศักดิ์ กล่าวว่าเสียงมีอยู่อย่างจำกัดก็ทราบกันอยู่แล้ว เป็นเรื่องคณิตศาสตร์ ตนคงไม่ต้องตอบ เพราะเสียงปริ่มๆอยู่     ส่วนจะมีการเอาผิดผู้ที่พาดพิงถึงหรือไม่นั้น ย้ำว่าไม่เอาผิดเพราะเป็นเรื่องทางการเมืองก็ว่ากันไป แต่ตนก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ได้ไปท้าทายอะไร     ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เช้าวันนี้ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีได้หรือยังให้สัมภาษณ์สื่อโดยโลกขึ้นมาประตูตึกบัญชาการสองไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'บิ๊กป้อม' พร้อมรับงูเห่าย้ายพรรค 'หญิงหน่อย' เตรียมแฉคลิปเสียง โชคดีคนเพื่อไทยไม่ทรยศ ปชช.  

 1,717
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 62

'สมศักดิ์' เผย เตรียมมอบเงิน 1.4 แสน เยียวยาครอบครัว 'บิลลี่' สิ้นเดือนนี้

กระทรวงยุติธรรม เตรียมมอบเงินเยียวยาครอบครัวบิลลี่ 140,000 บาทภายในสิ้นเดือนนี้ ขณะที่ดีเอสไอขอเวลาคลี่คลายคดี 3 เดือน   วันที่ 12 ก.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า การเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าลักษณะเป็นผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน, ค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ซึ่งจะได้รับการเยียวยาจำนวนทั้งสิ้น 140,000 บาท    แบ่งเป็นค่าเสียชีวิต 80,000 บาท, ค่าทำศพ 20,000 บาท และค่าเลี้ยงดูบุตร 40,000 บาท โดยคาดว่าจะสามารถมอบเงินให้กับครอบครัวนายบิลลี่ได้ภายในสิ้นเดือนนี้   ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีให้เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอเป็นผู้ให้รายละเอียด เบื้องต้นดีเอสไอขอเวลา 3 เดือน ในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาผู้กระทำผิด ซึ่งจะกำหนดในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ แต่ส่วนตัวอยากให้ดำเนินหาผู้กระทำผิดให้ได้เร็ว แต่ก็ไม่อยากกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่   ยืนยันหากมีข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีให้เด็ดขาดโดยไม่มีละเว้น ขณะที่การคุ้มครองครอบครัวนายบิลลี่ ดีเอสไอได้ดำเนินการดูแลอย่างเต็มที่  

 1,489
สังคม-อาชญากรรม
26 ส.ค. 62

ยืนยันผลตรวจกำไล em ไม่มีประสิทธิภาพ ถอดเองได้โดยไม่ต้องตัด ผิดข้อตกลงหลายประเด็น

วันที่ 26 ส.ค. 62 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการตั้งกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและ TOR ของระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ กำไล EM ว่า    คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้มีการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งใช้เวลานาน 14 วัน โดยได้รายงานไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานการผลการตรวจสอบพบว่าไม่ตรงตามข้อตกลงทาง TOR ชัดเจนหลายประเด็น เช่น กำไลข้อมือถอดออกได้, ขาด หรือกำไลใช้รับสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ใช้ตรวจสอบไม่ตรงตามสเปก    โดยหลังจากนี้จะให้คณะกรรมการไปพิจารณาต่อถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ว่าจะดำเนินการกับผู้ที่ถูกคุมประพฤติและติดกำไล EM แล้วอย่างไร รวมถึงจะต้องไปตรวจสอบกับบริษัทผู้ผลิตว่ามีการทำผิดเงื่อนไขอย่างไร ต้องยกเลิกสัญญาหรือไม่ ซึ่งขณะนี้กรมคุมประพฤติยังรอการจ่ายเงินให้กับบริษัทผู้ผลิตจำนน 72 ล้านบาท จึงได้สั่งให้คณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบว่าจะต้องจ่ายเงินที่เหลือหรือไม่   ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวมายังกระทรวงยุติธรรมแล้ว โดยมีข้อค้นพบ ดังนี้คือ    1. อุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) สามารถถอดออกจากข้อมือได้โดยไม่ต้องใช้การตัดสายรัดหรืออุปกรณ์ในการถอด และสามารถสวมใส่กลับเข้าไปได้นั้นเป็นความจริง   2. มีผู้ถูกคุมความประพฤติที่สวมใส่อุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EM หลายรายเกิดอาการแพ้ โดยบางรายเกิดผื่นสีแดงขึ้นบริเวณข้อมือ หรือมีผิวหนังแห้งบริเวณข้อมือ หรือมีแผลติดเชื้อบริเวณข้อมือ ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน TOR ที่ระบุว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นี้ต้องได้รับการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือหรือจากผู้ผลิตว่า  เมื่อสวมใส่แล้วจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้แก่ผู้สวมใส่ได้โดยง่าย    3. อุปกรณ์มีการแจ้งเตือนบ่อยครั้ง และอาจจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสัญญาณแจ้งเตือนและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ จากการตรวจสอบข้อมูลสถิติจากศูนย์ควบคุมการติดตามตัวผู้กระทำความผิดในงานคุมประพฤติด้วยอุปกรณ์เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการนี้เมื่อ 1 มกราคม 2562 ถึงปัจจุบัน พบว่า มีผู้ถูกคุมประพฤติที่เข้ารับการติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตัวในแต่ละเดือนอยู่ที่ 200 ถึง 700 คน แต่มีการแจ้งเตือนว่าอุปกรณ์ถูกทำลายสูงกว่า 1,000-100,000 ครั้งต่อเดือน หรือ ไม่มีสัญญาณสูงกว่า 20,000-170,000 ครั้งต่อเดือน เป็นต้น   โดยกระทรวงยุติธรรม จะได้แจ้งกรมคุมประพฤติทราบข้อค้นพบ และพิจารณาดำเนินการในฐานะคู่สัญญาตามอำนาจหน้าที่โดยเร็วต่อไป รวมทั้งจะได้ดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุในเรื่องนี้เพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'สมศักดิ์' สั่งตั้งกรรมการสอบ กำไล em ถอดเองได้ ให้เดดไลน์ภายใน 2 สัปดาห์      

 1,866
การเมือง
20 ส.ค. 62

'สมศักดิ์' ปัดล้วงลูกกรมราชทัณฑ์ ยัน 4 เรือนจำไม่พบทุจริต-ไม่เคยส่งทีมงานถามงบลับ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุ กรณีที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ออกมาชี้แจงถึงความไม่โปร่งใสและการล็อคสเป็คอุปกรณ์เสริมในเรือนจำ 4 แห่ง หลังทีมงานของรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจสอบที่ทัณฑสถานห้วยโป่ง จ.ระยอง เพราะมีผู้ร้องเรียนว่าอาจจะมีการทุจริต ซึ่งอาจจะถูกมองว่าล้วงลูกการทำงานหรือไม่ว่า   ขออย่าใช้คำว่าล้วงลูก เพราะจะดูเหมือนไม่เข้าใจกัน ทั้งนี้การทำงานการเมือง คนเข้ามาบริหารก็อยากจะสร้างผลงาน ในบางครั้งการดำเนินการอาจจะไม่เหมาะสม และเกินเลย ซึ่งสิ่งที่ได้สั่งทีมงานให้ดำเนินการอาจจะไม่ชัดเจน หลังจากมีคนเข้ามาร้องเรียน ก็ได้สั่งให้ไปดูรายละเอียดให้ และเมื่อเป็นข่าวอาจทำให้ความเข้าใจผิดวัตถุประสงค์ แต่การเข้าไปดูก็ทำให้เกิดความชัดเจนว่า เรื่องของสเป็คและเงื่อนไขการดำเนินการต่างๆ ต้องนำขึ้นเว็บไซต์ ก่อนที่จะมีการประกวดราคา   ดังนั้นสิ่งที่กรมราชทัณฑ์ดำเนินการอยู่ในเงื่อนไขของกฎหมาย ถูกต้องชัดเจน และไม่มีปัญหา และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ในเมื่อถูกต้องเรื่องนี้ก็จบไป หลังจากนี้จะต้องกำชับทีมงาน ไม่ให้สัมภาษณ์อะไรที่เป็นสิ่งล่อแหลมที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด   ทั้งนี้ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์โดยตรงแต่ก็เข้าใจ เพราะหน่วยงานราชทัณฑ์ได้รางวัลมากมาย   ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายสมศักดิ์ ได้ส่งทีมงานเข้าไปสอบถามงบประมาณลับ และงบประชาสัมพันธ์ในหน่วยงานต่างๆของกระทรวงยุติธรรมนั้น นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าไม่ได้ส่งทีมงานไปถาม เพราะส่วนตัวสามารถรับรู้ได้อยู่แล้ว และงบประมาณลับ เมื่อมีข้อกฎหมายบางเรื่องก็ไม่สามารถเปิดเผยได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/alMokYmeXxA

 403
สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 62

อธิบดียันราชทัณฑ์โปร่งใส เชื่อคนแพ้ประมูลใช้ฝ่ายการเมืองเป็นเครื่องมือ ส่งบัตรสนเท่ห์โจมตีทุจริต

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ โต้กระแสข่าวความไม่โปร่งใสและการบ็อคสเปคอุปกรณ์เสริมความมั่นคงในเรือนจำ 4 แห่งของกรมราชทัณท์ หลังมีผู้ยื่นบัตรสนเท่ห์ถึงรัฐมนตรียุติธรรม กระทั่งทีมงานรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจสอบที่ทัณทสถานเปิดห้วยโป่ง จังหวัดระยอง ระบุประกวดราคา e-bidding อย่างโปร่งใสถูตัองทุกขั้นตอน   คาดอาจเป็นความพยายามของผู้แพ้การประมูลยื่นเรื่องร้องเรียนขึ้นมา โดยใช้ฝ่ายการเมืองเป็นเครื่องมือ เพื่อหาทางล้มเลิกโครงการที่ทำมาอย่างถูกต้อง   ยันยึดถือนโยบาย 3 ส. คือ สะอาด สุจริต และ เสมอภาค เป็นหลักในการบริหารงาน ได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ซื้อขายตำแหน่ง ไม่ค้าขายหรือมีประโยชน์ทับซ้อน กับทางราชการ และไม่เบียดเบียนผู้ใต้บังคับบัญชา โดยส่วนตัวมีความเคารพและนับถือท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูง   แต่อยากเรียนเสนอให้มีการทบทวนและปรับปรุงแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานฝ่ายการเมือง กับข้าราชการประจำให้เป็นไปอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยยึดผลประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ไม่เปิดประเด็นออก สื่อรายวัน โดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงหรือเปิดโอกาสให้ทางส่วนราชการได้ชี้แจงอย่างเป็นกิจจะลักษณะเสียก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0jnIbWspY7o

 1,143
การเมือง
11 ส.ค. 62

'มงคลกิตติ์' ประกาศตัวเป็น ส.ส.ฝ่ายประชาชน 'สมศักดิ์' เชื่อปัญหาพรรคเล็กจบแน่ 1-2 สัปดาห์นี้

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ ยืนยันจุดยืนขณะนี้ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง คือไม่ใช่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นฝ่ายของประชาชน ยึดประโยชน์ของประเทศ ซึ่งจะทำให้พรรคมีเสรีภาพในการทำงานมากขึ้น พร้อมย้ำถึงรัฐบาล ไม่ต้องกังวลหากทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตนเองก็พร้อมยกมือสนับสนุน แต่หากมีเรื่องใดที่ผิดก็พร้อมตรวจสอบและคัดค้านอย่างเต็มที่    ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เชื่อว่าหากเราทำตามที่รับปากกันไว้ ปัญหาทุกอย่างจะจบลง เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของการพูดคุยสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่าพูดแล้วทิ้งไปก็อาจจะเกิดความเข้าใจผิด    ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนความขัดแย้งนี้จะส่งผลกระทบถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น ตนว่าอย่ามองไปไกล อย่าคาดคะเนดีกว่า เพราะเวลานี้ตนเชื่อว่าที่ทุกพรรคต้องการทำงานเพื่อประชาชน       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/KoBi54wdh3g

 699
เศรษฐกิจ
11 ส.ค. 62

'สมศักดิ์' เสนอลดภาษีบริษัทห้างร้านที่รับนักโทษเข้าทำงาน แก้ปัญหานักโทษออกจากคุกไม่มีงานทำ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผุดไอเดียแก้ปัญหานักโทษออกจากเรือนจำแล้วไม่มีงานทำ โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังคิดกันอยู่ หากเราไปขอสิทธิทางภาษีให้กับบริษัทห้างร้านที่รับผู้ต้องขังไปทำงาน จะได้รับสิทธิพิเศษในการลดภาษี ผู้ต้องขังที่ออกไปล้วนมีฝีมือชำนาญในทักษะต่าง ๆ ทั้งคหกรรม งานช่าง กรมราชทัณฑ์ฝึกเขาอย่างจริงจัง เวลานี้ก็ขาดเพียงโอกาส และหากทุกคนเปิดใจเราจะสามารถช่วยสังคมได้      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/QjbyWBK28SQ

 1,390
สังคม-อาชญากรรม
11 ส.ค. 62

'สมศักดิ์' สั่งตั้งกรรมการสอบ กำไล em ถอดเองได้ ให้เดดไลน์ภายใน 2 สัปดาห์

จากกรณี กำไล EM คุมประพฤติ สามารถถอดออกเองได้นั้น ล่าสุด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งตั้งกรรมการสอบให้เดดไลน์ต้องได้ความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์   เบื้องต้นพบว่า กำไล EM คุมประพฤติ ที่ใส่บริเวณข้อมือ สามารถถอดออกเองได้ แต่กำไล EM คุมประพฤติ ที่ใส่บริเวณข้อเท้า ไม่สามารถถอดออกได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/jM8RtoxKx-o

 890
การเมือง
10 ส.ค. 62

'สมศักดิ์-ร.อ.ธรรมนัส' ประสานเคลียร์ใจพรรคเล็ก - 'มงคลกิตติ์' ลั่นไม่ใช่ 'ฝ่ายค้านอิสระ-ฝ่ายรัฐบาล' แต่เป็นฝ่ายปชช.

กรณีที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ออกมาประกาศว่า พรรคเล็ก 5 พรรค แยกตัวออกมาจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยจะขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ   ปรากฎว่าก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 8 ส.ค. เมื่อจบการประชุมสภาฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นัดประชุมด่วนกับแกนนำ 10 พรรคเล็ก ที่ห้องรับรอง ส.ส. ชั้น 4 อาคารรัฐสภา มีหัวหน้าพรรคเล็ก 7 พรรคร่วมพูดคุย ยังคงยืนยันทำงานกับรัฐบาลต่อไป    ซึ่งจะมีการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองให้ อย่างเช่น ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวง ตำแหน่งในคณะกรรมาธิการด้านต่างๆของสภาผู้แทนราษฎร จะจัดสรรให้ทุกพรรค เหลือเพียง นายมงคลกิตติ์ ที่ไม่ได้มา    ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมา ยืนยันว่ากลุ่ม 10 พรรคเล็ก คุยแล้ว พวกเขาไม่ไปไหน น้อยใจบ้างเพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการเหลียวแล แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่กลับไม่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน อยากจะออกไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ แต่ตนเคยพูดไปแล้วว่า เราจะต้องฟังเสียงพวกเขาบ้าง    ยอมรับว่าก่อนหน้านี้งานเยอะ เลยไม่มีโอกาสเข้าไปดูแล แต่ได้คุยแล้ว ทุกคนพร้อมจะกลับมาอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล   ล่าสุด นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ปฏิเสธ ร.อ.ธรรมนัส ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประสานมาพูดคุยกันจริง แต่ปฏิเสธไม่ขอรับทุกตำแหน่ง ยืนยันจุดยืน ขณะนี้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ฝ่ายค้าน และไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล แต่เราจะเป็นฝ่ายของประชาชน   ยึดประโยชน์ของประเทศ ซึ่งจะทำให้พรรคมีเสรีภาพในการทำงานมากขึ้น รัฐบาลไม่ต้องกังวล ถ้ารัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้อง ตนพร้อมยกมือสนับสนุน แต่หากมีเรื่องใดที่ผิด ตนก็จะตรวจสอบและคัดค้านอย่างเต็มที่   นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย บอกว่า แกนนำ พปชร.ประสานมาพูดคุยกัน เข้าใจกันมากขึ้น แต่ส่วนตัวเห็นด้วยกับนายมงคลกิตติ์ ปฎิเสธไม่ขอรับตำแหน่งเช่นกัน และจะไม่ขอกลับไปเป็นรัฐบาลอีก ส่วนอีก 3 พรรคที่เหลือจะเอาอย่างไรกันนั้น สำหรับตนแล้ว ตนไม่รู้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/j4-YaZVLWtg

 2,171
เศรษฐกิจ
30 ก.ค. 62

'สมศักดิ์' แจงไทยเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญายาเสพติด อาจกระทบนโยบายกัญชาเสรี

คืบหน้านโยบายกัญชาเสรี มีข้อมูลจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุถึงการใช้กัญชาเพื่อวิจัยทางการแพทย์ว่า ประเทศไทยอยู่ภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 และอนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. 1971 ซึ่งอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับนี้ ยินยอมให้ใช้กัญชาทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ได้   แต่รัฐบาลต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพ และป้องกันการรั่วไหลไปยังตลาดมืด ซึ่งรัฐบาลต้องมีข้อกำหนดที่ชัดเจนในการอนุญาตให้ผลิต ปลูก หรือใช้กัญชาทางการแพทย์ที่จะต้องดำเนินการโดยมีระบบใบอนุญาต (Licensing System)   เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดกัญชาของรัฐนั้นๆ จะไม่เกินความต้องการใช้ทางการแพทย์และทางวิทยาศาสตร์ โดยประเทศภาคีสมาชิกจะต้องรายงานให้คณะกรรมการการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศทราบเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามบทบัญญัติของอนุสัญญาฯ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ONSiRMz6yQE

 745

Top