ค้นหา :

ผลการค้นหา "แม่ทิ้งลูก"

แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.พ. 63

แม่อุ้มลูกมาทิ้งวัด ด่ากราดพระ พบสติไม่ดี เคยก่อเหตุมาแล้วปี 62

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สุธี ธัชสุวรรณ โพสต์คลิปแม่นำลูกมาทิ้งที่วัดแห่งหนึ่ง เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โวยวายด่ากราดพระ คนในวัด และทำร้ายลูกที่กำลังร้องไห้ ตะโกน "วัดนี้ไม่ได้ก็ไปวัดอื่น"   ล่าสุด ตรวจสอบพบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวสติไม่ดี มีอาการป่วยทางจิต รวมถึงพบว่าเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว 2562             ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/6xUNdElBJNw

 1,176
ข่าวโซเชียล
16 ก.พ. 63

แม่อุ้มลูกมาทิ้งวัด ด่ากราดพระ พบสติไม่ดี เคยก่อเหตุมาแล้วปี 62

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สุธี ธัชสุวรรณ โพสต์คลิปแม่นำลูกมาทิ้งที่วัดแห่งหนึ่ง เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โวยวายด่ากราดพระ คนในวัด และทำร้ายลูกที่กำลังร้องไห้ ตะโกน "วัดนี้ไม่ได้ก็ไปวัดอื่น"   ล่าสุด ตรวจสอบพบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวสติไม่ดี มีอาการป่วยทางจิต รวมถึงพบว่าเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว 2562             ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/6xUNdElBJNw

 1,176
สรุปข่าว
19 ม.ค. 63

พูดคุยข้อกฎหมายกรณี แม่พาลูกวัย 2 ขวบ ไปทิ้งไว้สถานสงเคราะห์ - โหนกระแสแต่เช้า

โหนกระแสแต่เช้า พูดคุยข้อกฎหมาย โทษของแม่นำลูกสาววัย 2 ขวบ พร้อมกับเสื้อผ้าใส่ถุงตั้งใจปล่อยทิ้งไว้หน้าสถานสงเคราะห์ พร้อมกับจดหมายระบุข้อความยกลูกให้บ้านเลี้ยงเด็กลพบุรี และในภายหลังบอกว่าขอใช้เวลาแล้วจะนำลูกกลับไปดูแล   สำหรับกรณีเช่นนี้มีโทษทางอาญา ผิดในเรื่องของทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี ให้พ้นไปเสียจากตน โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

 1,942
ต่างประเทศ
16 ม.ค. 63

แม่สายปาร์ตี้ ทิ้งลูก 3 ขวบอยู่บ้านคนเดียวเป็นอาทิตย์ ลูกหิวโหยกินผงซักฟอกดับสลด

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์...เรื่องน่าเศร้าจากรัสเซีย เมื่อแม่คนหนึ่งสารภาพว่าได้ทิ้งลูกสาววัย 3 ขวบไว้คนเดียวที่บ้านเป็นอาทิตย์ เพราะตัวเองอยากออกไปเที่ยวปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ในขณะที่แม่ใจโหดออกไปเที่ยว ได้ทิ้งอาหารบางอย่างให้ลูกกิน คือ โยเกิร์ต ไก่ ไส้กรอก ปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของเด็ก และยังปิดน้ำไว้ ทำให้เด็กไม่มีน้ำกิน   เด็กน้อยคนนี้จึงอยู่ในอาการหิวโหย ถึงขั้นไปหยิบผงซักฟอกมากิน ต่อมายายมาที่บ้านเพื่อฉลองวันเกิดกับหลานวัย 3 ขวบ แต่น่าสลดเมื่อยายมาพบว่าหลานเสียชีวิต ซึ่งในคดีนี้อาจทำให้แม่เด็กได้รับโทษสูงสุด 20 ปี                             ศัพท์ข่าวเช้านี้ My daughter lied to everyone. ลูกสาวของฉันโกหกทุกคน She's like a professional actress. เธอเหมือนนักแสดงมืออาชีพ It turns out, I don't really know my daughter. กลายเป็นว่าฉันไม่รู้จักตัวตนของลูกสาวฉันเลย abandon (v.) ทอดทิ้ง อ่านว่า เออะแบ้นเดิ่น She abandoned her child. เธอทอดทิ้งลูก desert (v.) ทอดทิ้ง อ่านว่า ดิเซิ่รท Don't desert me! อย่าทอดทิ้งฉัน desert (v.) ทอดทิ้ง dessert (n.) ของหวาน ออกเสียงเหมือนกัน ดิเซิ่รท desert (n.) ทะเลทราย อ่านว่า เด๊ะเสิรท  

 145,866
สังคม
15 ม.ค. 63

เปลี่ยนใจ! แม่ ‘น้องออมสิน’ จะปรับปรุงตัวใหม่ พร้อมเมื่อไหร่จะมารับไปอยู่ด้วย - สามีใหม่ เผยยังไม่เลิกจะอยู่เคียงข้างต่อไป

จากกรณีที่นักสังคมสงเคราะห์บ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี นำเด็กหญิงอายุประมาณ 2 ขวบ เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองลพบุรี ว่ามีหญิงสวมหมวกกันน็อก ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมกับนำเด็ก ไปกดออดที่หน้าประตูสำนักงานสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี พอพนักงานเปิดประตูออกมา ก็เห็นเด็กหิ้วถุงและจดหมายเดินเข้าไปในสำนักงาน จากนั้นหญิงคนดังกล่าวขับจักรยานยนต์หนีไป โดยพบว่าเด็กหิ้วถุงพลาสติก ในถุงมีเครื่องใช้เสื้อผ้าเด็กพร้อมกับตุ๊กตา 1 ตัว   พร้อมกันนี้มีจดหมายแนบมาด้วยเขียนว่า “ถึงเจ้าหน้าที่ ดิฉันขออนุญาตยกเด็กหญิงกฤษณา โฉมประเสริฐ หรือ ‘น้องออมสิน’ ให้กับทางสถานสงเคราะห์ดูแลอย่างถาวร เพราะดิฉันไม่สามารถดูแลได้เด็กคนนี้มีอนาคตที่ดีได้ เนื่องจากมีฐานะยากจน ดิฉันมีครอบครัวใหม่มีที่อยู่ไม่เป็นแหล่ง ส่วนพ่อใหม่ของน้องออมสินก็ปฏิเสธไม่รับเลี้ยง ไม่ยอมรับน้องเป็นลูก ขอโทษที่ทำแบบนี้ และดิฉันคิดว่ามันเป็นหนทางสุดท้ายที่ดีที่สุด” ลงท้ายในจดหมายว่า “แม่รักลูกนะแต่แม่มีความจำเป็น”   ล่าสุดวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านนายแหลม สามีใหม่นางสาวเมย์ แม่น้องออมสิน พื้นที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เบื้องต้นนายแหลม สามีใหม่นางสาวเมย์ แม่น้องออมสิน ออกไปดูลูกที่ฝากญาติเลี้ยงเอาไว้ จากนั้นได้กลับมาที่บ้านเพื่อเตรียมตัวไปทำงานในไร่มัน   โดยนายแหลม เปิดเผยว่าเมื่อวานได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งนางสาวเมย์ ที่ จ.ลพบุรี เพื่อจะไปติดต่อประสานกับทางบ้านพักเด็กฯลพบุรี ซึ่งตัวนายแหลมเองได้ขี่รถจักรยายนต์กลับมาบ้านเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งขอยืนยันว่ายังไม่ได้เลิกกับนางสาวเมย์จะขอสู้ปัญหาไปกับนางสาวเมย์ หากถ้าเลิกกันก็เหมือนว่าทอดทิ้งกันไป จะขอสู้ไปด้วยกัน เพราะว่าขณะนี้น้องออมสินก็อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่แล้ว ส่วนตัวของนางสาวเมย์ภรรยา จะขออยู่บ้านญาติที่ จ.ลพบุรีไปก่อนเพื่อขอจัดการเรื่องน้องออมสินที่บ้านพักเด็กฯ ลพบุรีให้เสร็จก่อน จึงจะกลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน อ.สองพี่น้อง เชื่อว่าต่อจากนี้ไปชีวิตครอบครัวคงจะมีอะไรที่ดีขึ้นมากว่านี้   ด้านนายแหลมสามีใหม่บอกว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็รู้สึกสงสารและเห็นใจน้องเมย์ยืนยันจะไม่ทิ้งกัน น้องออมสิน ก็มีผู้ใจบุญรับไปอุปการะแล้วอนาคตความเป็นอยู่คงจะดีขึ้นตนขอยืนยันว่าไม่ได้เลิกกับน้องเมย์แต่ช่วงนี้น้องเมย์ได้อยู่กับญาติที่จังหวัดลพบุรีเพื่อสะสางเคลียร์ปัญหาทางโน้นให้เรียบร้อยก็คงจะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม  

 33,107
สังคม
15 ม.ค. 63

เตะผ่าหมาก เผยข้อกฎหมายความผิด กรณีแม่นำหนูน้อยวัย 2 ขวบ ปล่อยทิ้งหน้าสถานสงเคราะห์

-กรณีแม่นำน้องออมสิน เด็กหญิงอายุ 2 ขวบ มาปล่อยทิ้งไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 306  ผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546   -กรณีเกิดเหตุสุดชุลมุนบนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หลังหนุ่มไทยเดินชนชายชาวต่างชาติ จนโทรศัพท์มือถือ iPhone 11 ตกลงพื้น แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงได้กล่าวไปว่า “ซอรี่” ทำให้ชายชาวต่างชาติไม่พอใจ พยายามจะเข้าไปชกหนุ่มไทยให้ได้ เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 372  ผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน หรือกระทำโดยประการอื่นใดให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท   -กรณีเกิดเหตุชาย 2 คน ทะเลาะวิวาทกันบนรถไฟฟ้า โดยชายคนซ้ายบอกให้ชายคนขวาลุก เพราะมีคนแก่ยืนอยู่ อีกทั้งที่นั่งที่ชายคนขวานั่งเป็นที่สำรอง แต่ชายคนขวากลับไม่ลุก และตะโกนต่อว่าอย่างเสียงดัง พร้อมบอกว่าตนก็มีสิทธิ์ที่จะนั่งตรงนี้ ถ้าอยากลุกก็ลุกเอง ก่อนที่ชายคนขวาจะท้าทายคู่กรณีให้ลงไปต่อยกันข้างนอก คู่กรณีจึงตอบตกลง กระทั่งทั้งคู่ได้ลงจากรถไฟฟ้าไป  

 4,170
สังคม
15 ม.ค. 63

แม่น้องออมสิน เซ็นยกน้องให้อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กเป็นการชั่วคราว หากพร้อมจะกลับมารับ

สำหรับความคืบหน้ากรณีแม่น้องออมสิน นำลูกมาทิ้งที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี พบว่าวันนี้ประธานมูลนิธิบ้านสุขใจ ชญาณ์พิมพ์ ชินติปิติวงษ์ เปิดเผยว่า มาสถานีตำรวจเพราะต้องการรับเด็ก 2 ขวบที่ถูกแม่ทิ้งไปดูแลต่อ จากภาพที่เห็นก็รู้ได้ว่า น้องน่าจะขาดความอบอุ่น ไม่ค่อยได้รับความรักจากแม่ ซึ่งถ้าตนเองรับไปเลี้ยงเด็กจะได้รับความรักความอบอุ่นมากกว่า เพราะตนเลีเยงด้วยความรัก กิน นอน อยู่ด้วยกัน เคยเลี้ยงเด็กจนประสบความสำเร็จไปหลายคนแล้ว แต่ก็ยอมรับว่า การจะรับน้องไปเลี้ยงนั้นน้องผ่านขั้นตอนของภาครัฐที่ซับซ้อนก่อนจึงจะสามารถรับไปได้     ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาแม่นำลูกมาทิ้งที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรีล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาแม่น้องออมสินและสามีใหม่ได้ขับรถจักยานยนต์มาจากจังหวัดสุพรรณเพื่อเข้าพบหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรีเพื่อยกน้องออมสินให้อยู่ในความดูแลของบ้านพัก แต่เป็นการชั่วคราว หากแม่มีความพร้อมเมื่อไรก็จะกลับมารับน้องกลับไปอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าน้องออมสินไม่สามารถไปดูในความดูแลของใครได้ โดยหลังเข้าพบทำการเซ็นหนังสือแล้วได้ขับรถจักยานยนต์กลับไปที่จังหวัดสุพรรณเลย         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jBrCIgO44MU

 2,785
สังคม
15 ม.ค. 63

แม่เซ็นยกหนูน้อยวัย 2 ขวบ ให้บ้านพักเด็กดูแลชั่วคราว ขณะที่มีผู้ใจบุญขอรับเป็นลูกบุญธรรมแล้ว

ลพบุรี - สำหรับความคืบหน้ากรณีแม่น้องออมสิน นำลูกมาทิ้งที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี พบว่าวันนี้ประธานมูลนิธิบ้านสุขใจ ชญาณ์พิมพ์ ชินติปิติวงษ์ เปิดเผยว่า มาสถานีตำรวจเพราะต้องการรับเด็ก 2 ขวบที่ถูกแม่ทิ้งไปดูแลต่อ จากภาพที่เห็นก็รู้ได้ว่า น้องน่าจะขาดความอบอุ่น ไม่ค่อยได้รับความรักจากแม่ ซึ่งถ้าตนเองรับไปเลี้ยงเด็กจะได้รับความรักความอบอุ่นมากกว่า เพราะตนเลี้ยงด้วยความรัก กิน นอน อยู่ด้วยกัน เคยเลี้ยงเด็กจนประสบความสำเร็จไปหลายคนแล้ว แต่ก็ยอมรับว่า การจะรับน้องไปเลี้ยงนั้นน้องผ่านขั้นตอนของภาครัฐที่ซับซ้อนก่อนจึงจะสามารถรับไปได้   ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาแม่น้องออมสินและสามีใหม่ได้ขับรถจักยานยนต์มาจากจังหวัดสุพรรณเพื่อเข้าพบหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรีเพื่อยกน้องออมสินให้อยู่ในความดูแลของบ้านพัก หากแม่มีความพร้อมเมื่อไรก็จะกลับมารับน้องกลับไปอยู่ด้วย โดยหลังเข้าพบทำการเซ็นหนังสือแล้วได้ขับรถจักยานยนต์กลับไปที่จังหวัดสุพรรณเลย   และได้เปิดเผยทางโทรศัพท์ ว่า หลังจากตกเป็นข่าวก็ได้เลิกกับสามีใหม่แล้ว เพราะฝ่ายชายรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนรอยช้ำตามตัวน้องออมสินยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ลงมือตี ไม่เกี่ยวข้องกับสามีใหม่ ตนเองยังรักและเป็นห่วงลูกเสมอ แต่ตนไม่สามารถเลี้ยงให้ลูกเป็นคนดีได้  

 1,932
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

แม่เซ็นยกลูกให้บ้านพักเด็ก ไม่ขอนำมาเลี้ยงอีก อ้างโมโหร้าย ฝืนเลี้ยงต่อคงตีลูกตาย คนแห่ขอรับเป็นลูกบุญธรรม

กรณีแม่นำน้องออมสิน ลูกสาววัย 3 ขวบ ไปทิ้งไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี พร้อมเขียนจดหมายอ้างว่าไม่สามารถเลี้ยงลูกได้เพราะมีครอบครัวใหม่ สามีใหม่ไม่ยอมรับลูกเลี้ยง และตัวเองเป็นคนโมโหร้ายเกรงว่าวันหนึ่งหากโมโหมาก ๆ อาจจะตีลูกตายก็ได้ ส่วนตามตัวลูกมีรอยเขียวช้ำเพราะตนเองเป็นคนทุบตี   ล่าสุดแม่เด็กได้มาเซ็นยินยอมยกลูกให้อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กฯ  หลังก่อนหน้านี้พ่อแท้ ๆ ของเด็กได้มาแสดงตัวเซ็นยินยอมแล้ว และไม่เปิดเผยข้อมูลหรือที่อยู่เกรงว่าจะมีปัญหากับครอบครัวใหม่ ทั้งสองไม่ขอพบลูกและจะไม่รับลูกไปเลี้ยงอีก   แม่ของเด็ก เผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า รอยช้ำตามตัวลูกยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ลงมือตี ไม่เกี่ยวข้องกับสามีใหม่ ตนเองยังรักและเป็นห่วงลูกเสมอ แต่ไม่สามารถเลี้ยงให้ลูกเป็นคนดีได้ ถ้าตนฝืนเลี้ยงลูกต่อสักวันอาจตีลูกตายหรือพิการได้ ตนอยากให้ลูกอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้   ก่อนที่ตนจะนำลูกไปทิ้งไว้สถานสงเคราะห์ได้ถามลูกว่า “อยากอยู่กับแม่มั้ย” ลูกตอบว่า “ไม่อยากอยู่” ลูกอยากไปอยู่สถานสงเคราะห์เอง ซึ่งตนก็บอกให้ลูกไปอยู่ที่นี่เพราะยังมีเด็กคนอื่นอยู่ที่นั้นอีกเยอะ ถ้าใครอยากรับไปเลี้ยงก็ให้ไปติดต่อสถานสงเคราะห์ ถ้าลูกมีอนาคตที่ดีตนจะไม่เสียใจเลย   และที่ตนไม่ยอมรับเลี้ยงลูก เพราะลูกสาววัย 3 ขวบ หน้าเหมือนสามีเก่า มันเป็นปมในใจเพราะตอนที่ตนอยู่กับสามีเก่าก็โดนทำร้ายแทบทุกวัน แม้กระทั่งตนตั้งท้องก็ยังโดนทำร้ายเพราะเขาติดยาเสพติด รอสามีเก่าไปมีครอบครัวใหม่เขาก็ไม่รับลูกไปเลี้ยงเพราะญาติพี่น้องไม่มีใครเอา ถ้ามีคนรับไปเลี้ยงก็คงมีคนติดต่อมาแล้ว   ส่วนใครจะโจมตีประณามยังไงก็แล้วแต่เขา เขาไม่เป็นเราเขาก็ไม่รู้ บางคนไปโพสต์ลงโซเชียลเกินไป ส่วนจดหมายที่เขียนตนเขียนถึงพ่อแท้ ๆ ของน้องออมสิน ไม่เกี่ยวกับสามีใหม่เลยเพราะเขาไม่รู้เรื่องด้วย หลังเป็นข่าวทำให้ใช้ชีวิตยากมากขึ้น คงจะไม่กลับไปอยู่กับสามีใหม่ที่สุพรรณบุรีอีก   ด้านนายแหลม (สงวนนามสกุล) สามีใหม่ของแม่น้องออมสิน เผยว่า ที่ภรรยาพูดไม่เป็นความจริงเพราะตนเองกับญาติๆ รักและเอ็นดูน้องออมสินมาโดยตลอด ซึ่งอยู่ด้วยกันมา 2 ปีกว่า แต่ภรรยาเป็นคนโมโหร้ายชอบทุบตีลูก เพราะฝังใจหน้าตาเหมือนพ่อ หรืออดีตสามีที่เลิกรากันไปและไม่เหลียวแลลูก ก่อนเกิดเหตุภรรยาบอกว่าจะเอาน้องออมสินไปให้ยายเลี้ยงจึงยอมให้ไป ไม่คิดมาก่อนว่าจะเอาลูกไปทิ้งไว้สถานสงเคราะห์   ขณะที่ญาติของสามีใหม่เผยว่า ทั้งสองคนยังไม่ได้เลิกกันตามที่ฝ่ายหญิงกล่าวอ้าง โดยฝ่ายหญิงยังอาศัยอยู่กับสามีใหม่ที่บ้านเช่นเดิม ที่ผ่านมาเห็นเด็กถูกแม่ทุบตีเกือบทุกวัน บางครั้งก็ใช้เท้าเตะ ใช้ไม้แขวนเสื้อไล่ตี เวลาลูกดื้อก็จะดุด่าไล่ให้ไปนั่งตากแดดและไม่ให้กินข้าวจนเด็กร้องไห้อย่างน่าสงสาร เคยจับโยนลงหน้าต่างสูงเกือบ 2 เมตร โชคดีเด็กนอนท่าหงายไม่คอหักตาย จนศีรษะแตกจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล   ตนพยายามเข้าไปห้ามปราม แต่ถูกแม่ของเด็กต่อว่า “ลูกของหนูอย่ามายุ่ง” จึงทำให้ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย อยากช่วยเด็กแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ขณะที่นายแหลมก็ห้ามไม่ให้คบตีลูกเช่นกันแต่แม่ของเด็กไม่ฟัง ตนสังเกตดูแม่ของเด็กเหมือนคนมีอาการทางประสาท เวลาอากาศร้อนจะหงุดหงิด หรือเวลาทะเลาะกับสามีก็จะไประบายอารมณ์ดุด่าทุบตีลูก   สำหรับเด็กหญิงวัย 3 ขวบ เป็นคนเลี้ยงง่ายไม่ดื้อ ไม่ซน แต่ทุกครั้งเวลาถูกแม่ตีแม่ของเด็กก็จะอ้างว่าลูกดื้อ แม้แต่เด็กหญิงวัย 3 ขวบ เดินมาที่บ้านของตนแม่ก็จะเรียกมาตี ขนาดตนเองมีลูกยังไม่กล้าตีขนาดนี้เลย   ขณะที่นางชญาณ์พิมพ์ ชินติปิติวงษ์ ประธานมูลนิธิบ้านสุขใจ ได้แสดงต้องการรับเด็กหญิงวัย 3 ขวบไปดูแลต่อ จากภาพที่เห็นก็รู้ได้ว่า น้องน่าจะขาดความอบอุ่น ไม่ค่อยได้รับความรักจากแม่ ซึ่งถ้าตนเองรับไปเลี้ยงเด็กจะได้รับความรักความอบอุ่นมากกว่า เพราะตนเลี้ยงด้วยความรัก กิน นอน อยู่ด้วยกัน เคยเลี้ยงเด็กจนประสบความสำเร็จไปหลายคนแล้ว แต่ยอมรับว่า การจะรับน้องไปเลี้ยงนั้นต้องผ่านขั้นตอนของภาครัฐที่ซับซ้อนจึงจะสามารถรับไปได้ เชื่อว่าแม่ของเด็กน่าจะเป็นจิตเวชด้วย   ตนรับอุปการะบุตรบุญธรรม มาเกือบ 20 ปี และได้ทำการจดทะเบียนในนามนิติบุคคล เพื่อดำเนินการมูลนิธิอย่างถูกกฎหมายช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีบุตรในความดูแล 15 คน หากมีน้องออมสินก็จะกลายเป็น 16 คน   กรณีน้องออมสิน ตนเองเข้าไปติดต่อยื่นเรื่องเพื่อรับน้องออมสินมาอยู่ในความดูแล ซึ่งจะต้องรอพิจารณาผลอีก 30 วัน มีรายงานว่าบุตรบุญธรรมที่อยู่ในมูลนิธิ 15 คน มีพี่คนโตเรียนจบ ม.6 และออกไปหาทำงานแล้ว ส่วนบุตรบุญธรรมคนที่ 2 เป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ตนพร้อมสนับสนุนบุตรทุกคนอย่างเต็มที่   ด้านนางทิชา ณ นคร นักเยาวชนสิทธิเด็กและสตรี มองว่าเคสนี้ก็ยังมีคุณอยู่บ้าง เพราะเขาก็รู้ว่าที่นี่ปลอดภัย ดีกว่านำเด็กไปทิ้งที่อื่นให้ตกระกำลำบาก เพราะเมื่อรับผิดชอบไม่ได้ก็มารับคำปรึกษา แต่หากไปใช้กฎหมายดำเนินการ ต่อไปก็จะไม่มีใครมารับบริการแบบนี้จากรัฐ หากแม่นำเด็กไปทิ้งในที่ที่อันตรายจะทำอย่างไร ควรให้เขารับมือกับปัญหาของตัวเอง แล้วมานั่งคุยกันอาจจะมีทางที่เขาจะกลับไปทำหน้าที่แม่เหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมาจากสถิติการเข้ารับคำปรึกษามีถึง 80% ที่ตัดสินใจดูแลเด็กต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ireZaTqECZ0

 70,853
สังคม
15 ม.ค. 63

แม่เซ็นยกลูกให้บ้านพักเด็ก ไม่ขอนำมาเลี้ยงอีก อ้างโมโหร้าย ฝืนเลี้ยงต่อคงตีลูกตาย คนแห่ขอรับเป็นลูกบุญธรรม

กรณีแม่นำน้องออมสิน ลูกสาววัย 3 ขวบ ไปทิ้งไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี พร้อมเขียนจดหมายอ้างว่าไม่สามารถเลี้ยงลูกได้เพราะมีครอบครัวใหม่ สามีใหม่ไม่ยอมรับลูกเลี้ยง และตัวเองเป็นคนโมโหร้ายเกรงว่าวันหนึ่งหากโมโหมาก ๆ อาจจะตีลูกตายก็ได้ ส่วนตามตัวลูกมีรอยเขียวช้ำเพราะตนเองเป็นคนทุบตี   ล่าสุดแม่เด็กได้มาเซ็นยินยอมยกลูกให้อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กฯ  หลังก่อนหน้านี้พ่อแท้ ๆ ของเด็กได้มาแสดงตัวเซ็นยินยอมแล้ว และไม่เปิดเผยข้อมูลหรือที่อยู่เกรงว่าจะมีปัญหากับครอบครัวใหม่ ทั้งสองไม่ขอพบลูกและจะไม่รับลูกไปเลี้ยงอีก   แม่ของเด็ก เผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า รอยช้ำตามตัวลูกยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ลงมือตี ไม่เกี่ยวข้องกับสามีใหม่ ตนเองยังรักและเป็นห่วงลูกเสมอ แต่ไม่สามารถเลี้ยงให้ลูกเป็นคนดีได้ ถ้าตนฝืนเลี้ยงลูกต่อสักวันอาจตีลูกตายหรือพิการได้ ตนอยากให้ลูกอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้   ก่อนที่ตนจะนำลูกไปทิ้งไว้สถานสงเคราะห์ได้ถามลูกว่า “อยากอยู่กับแม่มั้ย” ลูกตอบว่า “ไม่อยากอยู่” ลูกอยากไปอยู่สถานสงเคราะห์เอง ซึ่งตนก็บอกให้ลูกไปอยู่ที่นี่เพราะยังมีเด็กคนอื่นอยู่ที่นั้นอีกเยอะ ถ้าใครอยากรับไปเลี้ยงก็ให้ไปติดต่อสถานสงเคราะห์ ถ้าลูกมีอนาคตที่ดีตนจะไม่เสียใจเลย   และที่ตนไม่ยอมรับเลี้ยงลูก เพราะลูกสาววัย 3 ขวบ หน้าเหมือนสามีเก่า มันเป็นปมในใจเพราะตอนที่ตนอยู่กับสามีเก่าก็โดนทำร้ายแทบทุกวัน แม้กระทั่งตนตั้งท้องก็ยังโดนทำร้ายเพราะเขาติดยาเสพติด รอสามีเก่าไปมีครอบครัวใหม่เขาก็ไม่รับลูกไปเลี้ยงเพราะญาติพี่น้องไม่มีใครเอา ถ้ามีคนรับไปเลี้ยงก็คงมีคนติดต่อมาแล้ว   ส่วนใครจะโจมตีประณามยังไงก็แล้วแต่เขา เขาไม่เป็นเราเขาก็ไม่รู้ บางคนไปโพสต์ลงโซเชียลเกินไป ส่วนจดหมายที่เขียนตนเขียนถึงพ่อแท้ ๆ ของน้องออมสิน ไม่เกี่ยวกับสามีใหม่เลยเพราะเขาไม่รู้เรื่องด้วย หลังเป็นข่าวทำให้ใช้ชีวิตยากมากขึ้น คงจะไม่กลับไปอยู่กับสามีใหม่ที่สุพรรณบุรีอีก   ด้านนายแหลม (สงวนนามสกุล) สามีใหม่ของแม่น้องออมสิน เผยว่า ที่ภรรยาพูดไม่เป็นความจริงเพราะตนเองกับญาติๆ รักและเอ็นดูน้องออมสินมาโดยตลอด ซึ่งอยู่ด้วยกันมา 2 ปีกว่า แต่ภรรยาเป็นคนโมโหร้ายชอบทุบตีลูก เพราะฝังใจหน้าตาเหมือนพ่อ หรืออดีตสามีที่เลิกรากันไปและไม่เหลียวแลลูก ก่อนเกิดเหตุภรรยาบอกว่าจะเอาน้องออมสินไปให้ยายเลี้ยงจึงยอมให้ไป ไม่คิดมาก่อนว่าจะเอาลูกไปทิ้งไว้สถานสงเคราะห์   ขณะที่ญาติของสามีใหม่เผยว่า ทั้งสองคนยังไม่ได้เลิกกันตามที่ฝ่ายหญิงกล่าวอ้าง โดยฝ่ายหญิงยังอาศัยอยู่กับสามีใหม่ที่บ้านเช่นเดิม ที่ผ่านมาเห็นเด็กถูกแม่ทุบตีเกือบทุกวัน บางครั้งก็ใช้เท้าเตะ ใช้ไม้แขวนเสื้อไล่ตี เวลาลูกดื้อก็จะดุด่าไล่ให้ไปนั่งตากแดดและไม่ให้กินข้าวจนเด็กร้องไห้อย่างน่าสงสาร เคยจับโยนลงหน้าต่างสูงเกือบ 2 เมตร โชคดีเด็กนอนท่าหงายไม่คอหักตาย จนศีรษะแตกจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล   ตนพยายามเข้าไปห้ามปราม แต่ถูกแม่ของเด็กต่อว่า “ลูกของหนูอย่ามายุ่ง” จึงทำให้ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย อยากช่วยเด็กแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ขณะที่นายแหลมก็ห้ามไม่ให้คบตีลูกเช่นกันแต่แม่ของเด็กไม่ฟัง ตนสังเกตดูแม่ของเด็กเหมือนคนมีอาการทางประสาท เวลาอากาศร้อนจะหงุดหงิด หรือเวลาทะเลาะกับสามีก็จะไประบายอารมณ์ดุด่าทุบตีลูก   สำหรับเด็กหญิงวัย 3 ขวบ เป็นคนเลี้ยงง่ายไม่ดื้อ ไม่ซน แต่ทุกครั้งเวลาถูกแม่ตีแม่ของเด็กก็จะอ้างว่าลูกดื้อ แม้แต่เด็กหญิงวัย 3 ขวบ เดินมาที่บ้านของตนแม่ก็จะเรียกมาตี ขนาดตนเองมีลูกยังไม่กล้าตีขนาดนี้เลย   ขณะที่นางชญาณ์พิมพ์ ชินติปิติวงษ์ ประธานมูลนิธิบ้านสุขใจ ได้แสดงต้องการรับเด็กหญิงวัย 3 ขวบไปดูแลต่อ จากภาพที่เห็นก็รู้ได้ว่า น้องน่าจะขาดความอบอุ่น ไม่ค่อยได้รับความรักจากแม่ ซึ่งถ้าตนเองรับไปเลี้ยงเด็กจะได้รับความรักความอบอุ่นมากกว่า เพราะตนเลี้ยงด้วยความรัก กิน นอน อยู่ด้วยกัน เคยเลี้ยงเด็กจนประสบความสำเร็จไปหลายคนแล้ว แต่ยอมรับว่า การจะรับน้องไปเลี้ยงนั้นต้องผ่านขั้นตอนของภาครัฐที่ซับซ้อนจึงจะสามารถรับไปได้ เชื่อว่าแม่ของเด็กน่าจะเป็นจิตเวชด้วย   ตนรับอุปการะบุตรบุญธรรม มาเกือบ 20 ปี และได้ทำการจดทะเบียนในนามนิติบุคคล เพื่อดำเนินการมูลนิธิอย่างถูกกฎหมายช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีบุตรในความดูแล 15 คน หากมีน้องออมสินก็จะกลายเป็น 16 คน   กรณีน้องออมสิน ตนเองเข้าไปติดต่อยื่นเรื่องเพื่อรับน้องออมสินมาอยู่ในความดูแล ซึ่งจะต้องรอพิจารณาผลอีก 30 วัน มีรายงานว่าบุตรบุญธรรมที่อยู่ในมูลนิธิ 15 คน มีพี่คนโตเรียนจบ ม.6 และออกไปหาทำงานแล้ว ส่วนบุตรบุญธรรมคนที่ 2 เป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ตนพร้อมสนับสนุนบุตรทุกคนอย่างเต็มที่   ด้านนางทิชา ณ นคร นักเยาวชนสิทธิเด็กและสตรี มองว่าเคสนี้ก็ยังมีคุณอยู่บ้าง เพราะเขาก็รู้ว่าที่นี่ปลอดภัย ดีกว่านำเด็กไปทิ้งที่อื่นให้ตกระกำลำบาก เพราะเมื่อรับผิดชอบไม่ได้ก็มารับคำปรึกษา แต่หากไปใช้กฎหมายดำเนินการ ต่อไปก็จะไม่มีใครมารับบริการแบบนี้จากรัฐ หากแม่นำเด็กไปทิ้งในที่ที่อันตรายจะทำอย่างไร ควรให้เขารับมือกับปัญหาของตัวเอง แล้วมานั่งคุยกันอาจจะมีทางที่เขาจะกลับไปทำหน้าที่แม่เหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมาจากสถิติการเข้ารับคำปรึกษามีถึง 80% ที่ตัดสินใจดูแลเด็กต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ireZaTqECZ0

 70,853
สรุปข่าว
15 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 15 ม.ค.63 พุ่งเป้า3ผู้ต้องสงสัยชิงทอง-แม่ทิ้งลูกเพราะหน้าเหมือนผัวเก่า-ห่วงคนชราล้นประเทศ

-พุ่งเป้าผู้ต้องสงสัยมือกราดยิงชิงทองลพบุรี พบมีหลักฐานใกล้เคียง 3 ราย รายแรกเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลในจังหวัด เนื่องจากมีท่าทางการเดินคล้ายกับตัวคนร้าย มีนิสัยชอบยิงปืนและเดินขากะเผลก เพราะเคยประสบอุบัติเหตุบิ๊กไบค์ล้ม ที่ต้องก่อเหตุเพราะติดหนี้พนัน   รายที่สองเป็นบุคคลมีสี และรายสุดท้ายเป็นพลเรือน ซึ่งทั้ง 3 เป้าหมายเป็นคนในพื้นที่ลพบุรีทั้งหมด นักข่าวลงพื้นที่พบร้านขายกางเกงและรองเท้าคล้ายชุดกับที่คนร้ายใส่ โดยเฉพาะรองเท้าเป็นแบบพื้นกันลื่นได้ จนท.นำไปใส่ให้หุ่นจำลองให้ ตร.สังเกตลักษณะคนร้าย   รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวน ระบุคนร้ายเฝ้าดูเราอยู่ ไม่เป็นไร ปล่อยให้เขากบดานไปเดี๋ยวผมจะตามเขาเอง บิ๊กป้อมระบุอีก 1-2 วันได้ตัวแน่ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1. ยังยืนยันไม่ได้ 100% ว่าคนร้ายอยู่ในประเทศหรือออกนอกประเทศไปแล้ว เบาะแสสำคัญมาจากพลเมืองดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เข้าใกล้โจรชิงทอง! จับตา 3 ผู้ต้องสงสัย ลูกหลานนักการเมืองท้องถิ่น-บุคคลมีสี-พลเรือน   -กรมควบคุมมลพิษ เตือน 16 ม.ค. ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงอีกใน กทม.ปริมณฑล เหตุมวลอากาศเย็นอีกระลอกลงมาปกคลุม ทำให้อากาศนิ่ง แต่หลัง 16 ม.ค.เป็นต้นไป ค่าฝุ่นลดลง รัฐบาลเตรียมใช้ยาแรงกิมจิโมเดล ประกาศห้ามรถวิ่งเขตเมือง วราวุธ รมว.ทรัพยากรฯ ถามสังคมรับได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลจะเข้มงวด   สตช.เตรียมออกกฎวันคี่ ห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปวิ่งถ.วงแหวนกาญจนาภิเษก ส่วนวันคู่อนุญาตให้วิ่งได้ 10.00-15.00 น. ยกเว้นรถบรรทุกอาหารสด วิ่งได้ทุกวัน ใช้ 2 เดือนจนสิ้นเดือน ก.พ.เตรียมเสนอ ครม.ให้ประกาศใช้ทันที กลุ่มนศ.ยื่นหนังสือจี้นายกฯแก้ปัญหาฝุ่น ที่ผ่านมารัฐบาลเคยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านมาเกือบหนึ่งปี ปัญหากลับซ้ำรอยเดิม ภาครัฐเฉื่อยชา แนะหยุดกิจกรรมทุกชนิดที่สร้างฝุ่น สั่งปิด ร.ร.- โรงงาน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น   นายกฯเยี่ยมชมรถตรวจเคลื่อนที่คุณภาพอากาศ แจงภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว เพราะรัฐบาลจริงจังในการแก้ปัญหา ชี้ฝุ่นใน กทม.ส่วนใหญ่มาจากภาคขนส่ง โดยเฉพาะรถบรรทุก และปิคอัพ ตั้งด่านสกัดรถควันดำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือน 16 ม.ค.ฝุ่นกลับมาฟุ้งอีกครั้ง รัฐบาลจ่อใช้ยาแรง โมเดลเกาหลีใต้ ห้ามรถวิ่งเขตเมือง แก้ปัญหาฝุ่น   -สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. เปิดเอกสารรายชื่อพรรคการเมืองที่มีการกู้ยืมเงินหลัง กกต.ชี้ว่าตามกฎหมายพรรคการเมือง ปัจจุบัน ไม่สามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองได้ พบว่ามีพรรคการเมืองถึง18 พรรค รวมพรรคอนาคตใหม่   ถือเป็นความปรากฏ ที่นายทะเบียน ซึ่งเป็น กกต. ต้องรับรู้ และหากพบว่าเป็นความผิดต้องชงเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีมติดำเนินการ หากการกู้เงินเป็นความผิด และมีการปล่อยปละละเลย นายทะเบียนต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก และ กกต.อาจต้องร่วมรับผิดในฐานะไม่กำกับดูแลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมาย แต่หากไม่ผิด การชงเรื่อง เงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สมชัย' งัดเอกสารแฉ มีอีก 17 พรรคกู้เงิน ไม่ใช่แค่อนาคตใหม่   -นายกฯตอบถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และเดินเชียร์ลุง จะกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่ว่า ก็เห็นสื่อประโคมข่าวกันโครมๆ ทุกวันทั้งสองฝ่าย ตนได้ให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นสองฝ่าย เพราะไม่เกิดอะไรดีกับบ้านเมืองเลย ย้ำจะไล่หรือจะเชียร์ต้องไม่เกิดความรุนแรง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ชี้วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง ไม่ส่งผลดีประเทศ 'บิ๊กป้อม' ลั่นไม่อยากให้จัดอีก     -เทพไท เสนพงศ์ แถลงโต้บิ๊กป้อม หลังให้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์กำหราบ เหตุชอบพูดโจมตีรัฐบาลว่า ตนเองกำลังทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอยู่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโจมตีรัฐบาล พลเอกประวิตรต้องเคารพความเห็นต่างของสมาชิก ไม่ใช้ว่าผู้มีอำนาจต้องการอย่างไรแล้วต้องทำตาม จะมาสั่งซ้ายหัน ขวาหันแล้วต้องหันตาม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นบรรยากาศทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับที่ คสช. เป็นผู้กำหนดเอง ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ก็ให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับ ส.ส.ทุกคน ยืนยันว่าการแสดงความเห็นของตนเองไม่ได้ทำผิดมติพรรคหรือทำผิดข้อตกลงในการเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด   ด้านบิ๊กป้อมระบุ ตนจะไปเตือนอะไรนายเทพไทได้ แต่บอกว่าเป็นเรื่องของ หน.พรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุย ส่วนเรื่องสั่งซ้ายหันขวาหันได้นั้น ไม่ได้สั่งอะไรเลย เป็นเรื่องของพรรคเขา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เทพไท' โต้ให้เคารพความเห็นต่าง 'บิ๊กป้อม' ปัดโยน ปชป. กำราบปมโจมตีรบ.    -คนร้ายยิงร้านอาหารบ้านดาวล้อมเดือน ถ.ราชพฤกษ์ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กลางวันแสกๆ ห่างจากบ้านพักของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร เพียง 80 ม. เฉลิมชัยย้ำเหตุยิงไม่เกี่ยวกับตน แต่คนอาจเข้าใจผิด เพราะบ้านที่เช่าตั้งอยู่ในเขตเดียวกับร้านอาหาร พบคนร้ายยิงกระสุนทะลุกระจกเกือบโดนหัวพนง.ร้าน ตั้งน้ำหนักความขัดแย้งในร้านอาหาร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เฉลิมชัย' ยันไม่เกี่ยว เหตุกระสุนปริศนายิงร้านอาหาร ใกล้บ้านพัก   -ครม.เป็นห่วงคนชราล้นประเทศ หลังสภาพัฒน์ระบุอีก 30 ปี ไทยจะเหลือแต่หญิงชรา เพราะเสียชีวิตยากกว่าชายไทย อีก 30 ปีข้างหน้าหญิงไทยอายุเฉลี่ย 83 ปี ส่วนชายไทยแค่ 76 ภาคเหนือคนชรามากสุด เสนอรัฐเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ห่วงคนหนุ่มสาวไม่มีเงินดูแลผู้สูงอายุ คนที่เริ่มทำงานต้องเก็บออมรองรับวัยเกษียณ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ห่วงคนชราล้นประเทศ อีก 30 ปีเหลือแต่หญิงไทยสูงอายุ ชี้ตายยากกว่าผู้ชาย   -แม่ทิ้งลูกหน้าสถานสงเคราะห์เปิดใจ รักลูกไม่มากพอที่จะเลี้ยงต่อ ฝังใจลูกสาวหน้าเหมือนสามีเก่า อ้างโมโหร้ายฝืนเลี้ยงต่อไปคงต้องตีลูกตาย ถามแล้วลูกไม่อยากอยู่ด้วย อยากไปอยู่สถานสงเคราะห์ ยอมรับเป็นคนตีลูกเอง ไม่เกี่ยวกับสามีใหม่ ญาติสามีใหม่เอือมระอาลั่น หมามันยังรักลูกเลย แฉทุบตีลูกประจำ เคยจับลูกโยนลงหน้าต่างสูงเกือบ 2 เมตร พอไปห้ามกลับถูกด่าว่าลูกหนูอย่ามายุ่ง ส่วนน้องออมสินล่าสุด คนแห่รับเป็นลูกบุญธรรม นางชญาณ์พิมพ์ ชินปิติวงษ์ ประธานมูลนิธิสุขใจ ขอรับเป็นบุตรบุญธรรมคนที่ 16 จะเลี้ยงดูอย่างดี ซึ่งขณะนี้เด็กยังไม่ร้องหาแม่แม้แต่ครั้งเดียว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่เซ็นยกลูกให้บ้านพักเด็ก ไม่ขอนำมาเลี้ยงอีก อ้างโมโหร้าย ฝืนเลี้ยงต่อคงตีลูกตาย คนแห่ขอรับเป็นลูกบุญธรรม   -ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมแฉผับดังเมืองหนองแค จ.สระบุรี เปิดให้บริการไม่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชน มีวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาเที่ยว แถมยังอ้างมีห้องสำหรับปาร์ตี้ยาเสพติด แถมโพสต์คลิปของผู้หญิงอยู่ในห้องน้ำ ด้านเจ้าของร้านดังกล่าวโต้กลับ บอกผู้หญิงที่มาเสพยาในร้านทางร้านยอมรับว่ารู้จัก ตอนนั้นตี 4 ร้านปิดแล้ว เชื่อจงใจจัดฉากสร้างเรื่องกลั่นแกล้ง ทำให้ร้านเสียหาย ประกาศให้เงินรางวัลนำจับผู้หญิงรายนี้ 5 หมื่นบาทจะได้รู้เบื้องหลัง คาใจทำไมปธ.ชมรมนี้ปกป้องคนเสพยา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เจ้าของผับสระบุรีแฉกลับ 'อัจฉริยะ' จัดฉากสาวเสพยา โดนขู้ให้ลบคลิป    -รวบคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองให้ห้างบิ๊กซี อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ กวาดทองไปกว่า 163 บาทเมื่อปลายปีที่แล้ว คนร้ายใช้วิธีโรยตัวจากบนหลังคา แล้วไปซ่อนตัวอยู่ในห้าง ก่อนจะเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านทอง ได้ทองไปคิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้าน 8 แสนบาท และทรัพย์สินอื่นๆ อีกกว่า 300,000 บาท รับสารภาพว่า ได้รู้จักกับคนภายในห้างฯ ผ่านทางเฟชบุ๊ก จากนั้นก็ติดต่อกัน จึงเริ่มวางแผนที่จะชิงทอง   โดยคนที่ติดทางเฟชบุ๊ก ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และตนได้สัญญาว่าถ้าได้ทองจะแบ่งให้ส่วนหนึ่ง คนในห้างจึงบอกช่องทางและวิธีหลบซ่อนอยู่ในห้าง ก่อนจะลงมือขโมยทองในตู้เซฟได้สำเร็จ หลังจากนั้นต่างคนต่างปิดเฟชบุ๊ก ไม่รู้จักกันอีกเลย ตร.ได้เบาะแสจากร้านทองที่เอาไปขาย ขณะจับกุมเจอคนร้ายนั่งข้างทางเสพยาบ้า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้ว โจรชิงทองบิ๊กซีบุรีรัมย์ ใช้เทคนิคติดต่อคนใน บอกช่องทางโรยตัว ได้ทองไป 163 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vuXlNqjGHwE

 8,123
สังคม
14 ม.ค. 63

คนแห่ยื่นมือช่วย 'น้องออมสิน' ขอรับเป็นลูกบุญธรรม หลังพ่อแม่ไม่รับเลี้ยงดู

คนแห่ติดต่อขอรับ น้องออมสิน เป็นลูกบุญธรรม หลังแม่และพ่อต่างไม่รับเลี้ยงดู ด้านแม่ยืนยันยังไงก็ไม่เอาลูกกลับมาเลี้ยง รับเลิกสามีใหม่แล้วหลังเกิดเรื่อง     จากกรณีแม่นำลูกสาววัย 2 ขวบเศษ มาทิ้งไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดลพบุรี พร้อมเขียนจดหมาย "ยกลูกให้" เพราะฐานะยากจน อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ส่วนสามีใหม่ก็ไม่ยอมรับ ขณะที่พ่อของเด็กก็มาแสดงตัว แต่ไม่พร้อมรับลูกไปดูแล เนื่องจากมีครอบครัวใหม่แล้วเช่นกัน      นายสุเมธ ทรายแก้ว พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า แม่ได้โทรมาที่บ้านพักเด็กฯ ขอเลื่อนเข้ามาเซ็นหนังสือยินยอม เนื่องจากกลัวว่าจะมีความผิดทางกฎหมาย ส่วนเด็กขณะนี้ออกจาก รพ.มาอยู่ที่บ้านพักเด็กฯแล้ว ซึ่งระหว่างเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ น้องออมสินไม่เคยเรียกร้องหาแม่เลยสักครั้ง     ขณะที่แม่ของน้องออมสิน เปิดเผยทางโทรศัพท์ ว่า หลังจากตกเป็นข่าวก็ได้เลิกกับสามีใหม่แล้ว เพราะฝ่ายชายรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนรอยช้ำตามตัวน้องออมสินยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ลงมือตี ไม่เกี่ยวข้องกับสามีใหม่ ตนเองยังรักและเป็นห่วงลูกเสมอ แต่ตนไม่สามารถเลี้ยงให้ลูกเป็นคนดีได้     ขณะเดียวกัน ได้มี นางขญาณ์พิมพ์ ชินติปิติวงษ์ ประธานมูลนิธิบ้านสุขใจ เดินทางมาที่สถานีตำรวจ  แสดงความประสงค์จะรับน้องออมสินไปดูแลต่อ เพราะเท่าที่เห็นน้องน่าจะขาดความอบอุ่น ไม่ค่อยได้รับความรักจากแม่ เชื่อว่าถ้าได้น้องไปเลี้ยงเด็กจะได้รับความอบอุ่นมากกว่า      นางทิชา ณ นคร นักเยาวชนสิทธิเด็กและสตรี มองว่าเคสนี้ก็ยังมีคุณอยู่บ้าง เพราะเขาก็รู้ว่าที่นี่ปลอดภัย ดีกว่านำเด็กไปทิ้งที่อื่นให้ตกระกำลำบาก เพราะเมื่อรับผิดชอบไม่ได้ก็มารับคำปรึกษา แต่หากไปใช้กฎหมายดำเนินการ อีกหน่อยก็จะไม่มีใครมารับบริการแบบนี้จากรัฐ แล้วจะทำอย่างไรหากแม่นำเด็กไปทิ้งในที่ที่อันตราย      หากเปิดประตูให้เขารับมือกับปัญหาของตัวเอง แล้วมานั่งคุยกัน ก็อาจจะมีทางที่เขาจะกลับไปทำหน้าที่แม่ต่อไป เพราะที่ผ่านมาจากสถิติการเข้ารับคำปรึกษา มีถึง 80% ที่ตัดสินใจดูแลเด็กต่อไป

 15,155
ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 63

ถ้าไปก็โดนจับ! แม่ลั่นไม่ขอเจอลูกอีก หลังพาไปทิ้งหน้าบ้านพักเด็ก พ่อตัวจริงโผล่ไม่เอาลูกเช่นกัน

ลพบุรี-จากเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อมีหญิงคนหนึ่งนำเด็กหญิงอายุ 2 ขวบมาทิ้งไว้หน้าประตูสำนักงานสังคมสงเคราะห์บ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี โดยมากดออดสำนักงาน พอพนักงานเปิดประตูออกมา ก็พบเด็กหิ้วถุงและจดหมายเดินเข้าไปในสำนักงาน ส่วนหญิงคนดังกล่าวก็ขับจักรยานยนต์หนีไป พร้อมทิ้งจดหมายระบุว่า จำเป็นต้องทำเพราะฐานะยากจน และสามีใหม่ปฏิเสธรับเลี้ยงเด็ก   ต่อมาเจ้าหน้าที่บ้านพักบ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า พ่อแท้ๆ ของเด็กได้มาแสดงตัว ระบุว่าได้แยกทางกับแม่ ตั้งแต่น้องอายุได้ 3 เดือน ตอนนี้ตนเองก็มีครอบครัวใหม่แล้ว ไม่พร้อมที่จะรับลูกไปดูแลเช่นกัน จึงเซ็นยินยอมให้น้องอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี   ส่วนแม่ของเด็กนั้นเป็นคนที่ทางบ้านพักเด็กฯ เคยดูแลและให้ความช่วยเหลือมาก่อน เนื่องจากติดยาเสพติด จึงคิดว่าเลือกที่จะนำลูกมาปล่อยทิ้งที่นี่หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี บอกด้วยว่า ตามหลักแล้วทั้งพ่อและแม่ต้องเซ็นยิมยอมทั้ง 2 ฝ่าย และเจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่ไปดูบ้าน ว่ามีฐานะอย่างไร หรือมีญาติคนอื่นที่สามารถดูแลเด็กได้หรือไม่ ซึ่งหากสุดท้ายแล้วทางครอบครัวไม่พร้อมในการเลี้ยงดู ทางบ้านพักเด็กฯ ก็จะดูแลต่อไป   ขณะเดียวกันต้องสืบหาข้อเท็จจริงถึงร่องรอยบาดแผลตามตัวเด็กว่าเกิดจากสาเหตุใด หากเป็นการทำลายโดยบุคคลก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี ส่วนที่มองว่าแม่ทิ้งลูกจะผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ตามข้อเท็จจริงยังไม่สามารถฟันธงได้ 100% เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการทิ้งตามที่สาธารณะ แต่แม่เป็นผู้นำมาโดยกดออดประตูบ้านพักเด็กฯ และส่งเด็กให้เจ้าหน้าที่ก่อนที่จะเร่งรีบออกไปโดยไม่บอกกล่าว   พร้อมกันนี้มีรายงานว่า นางปอง (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี เผยว่าเคยรู้จักกับแม่เด็กเมื่อครั้งพาลูกสาวไปรักษาโรงพยาบาล ด้วยอาการบาดเจ็บที่ศีรษะแตกเป้าตาเขียวช้ำ บอกว่าเด็กหกล้ม และศอกพ่อเด็กไปโดนเบ้าตา ตนก็ไม่เอะใจอะไร และได้ให้เบอร์โทรติดต่อกันไว้ บอกว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกมา   จนกระทั่งแม่เด็กเล่าว่าไม่อยากเลี้ยงเด็กคนนี้แล้ว จะมอบให้นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กที่จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ทางแม่เด็กอ้างว่าทางบ้านพักเด็กบอกให้รอไปก่อน พอวันรุ่งขึ้นแม่เด็กก็เก็บเสื้อผ้าของน้องออมสินมาเต็มกระเป๋าไว้ที่โรงพยาบาล ตนจึงออกไปซื้อเสื้อผ้ามาให้เด็กใหม่ ก่อนที่ตนจะกลับบ้าน   กระทั่งได้มาเห็นข่าวทางทีวีว่ามีแม่นำเด็กมาทิ้งหน้าตาเหมือนเด็กคนดังกล่าว ต่อมาได้สังเกตเห็นเสื้อสีชมพูที่เด็กถืออยู่ จึงจำได้ว่าเป็นเสื้อผ้าที่ตนเป็นคนซื้อให้ ตนถึงกลับปล่อยโฮออกมา ไม่คิดว่าแม่เด็กจะทำแบบนี้   ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงให้นางสมปอง ลองโทรหาแม่ของเด็กอีกครั้ง บอกว่าจะไปหา แม่เด็กก็บอกว่าไม่ต้องไป ถ้าไปมันไม่จบ พร้อมบอกว่าพ่อเด็กไปหาแล้ว และเซ็นยกเด็กให้ไปแล้ว แม่เด็กจึงไม่ขอไปพบลูกอีก ถ้าไปก็มีคดี ผิดกฎหมายอยู่ดี เหมือนไปให้ถูกจับ ถ้ามีการออกหมายจับก็จะเข้ามอบตัวก็แค่นั้น แต่ขอเวลาอีกสัก 2-3 วัน ตอนนี้พักอาศัยอยู่อยุธยากับเพื่อน จากนั้นแม่เด็กวางสายไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N9bouidZt9k

 219,843
สังคม
14 ม.ค. 63

ถ้าไปก็โดนจับ! แม่ลั่นไม่ขอเจอลูกอีก หลังพาไปทิ้งหน้าบ้านพักเด็ก พ่อตัวจริงโผล่ไม่เอาลูกเช่นกัน

ลพบุรี-จากเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อมีหญิงคนหนึ่งนำเด็กหญิงอายุ 2 ขวบมาทิ้งไว้หน้าประตูสำนักงานสังคมสงเคราะห์บ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี โดยมากดออดสำนักงาน พอพนักงานเปิดประตูออกมา ก็พบเด็กหิ้วถุงและจดหมายเดินเข้าไปในสำนักงาน ส่วนหญิงคนดังกล่าวก็ขับจักรยานยนต์หนีไป พร้อมทิ้งจดหมายระบุว่า จำเป็นต้องทำเพราะฐานะยากจน และสามีใหม่ปฏิเสธรับเลี้ยงเด็ก   ต่อมาเจ้าหน้าที่บ้านพักบ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า พ่อแท้ๆ ของเด็กได้มาแสดงตัว ระบุว่าได้แยกทางกับแม่ ตั้งแต่น้องอายุได้ 3 เดือน ตอนนี้ตนเองก็มีครอบครัวใหม่แล้ว ไม่พร้อมที่จะรับลูกไปดูแลเช่นกัน จึงเซ็นยินยอมให้น้องอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี   ส่วนแม่ของเด็กนั้นเป็นคนที่ทางบ้านพักเด็กฯ เคยดูแลและให้ความช่วยเหลือมาก่อน เนื่องจากติดยาเสพติด จึงคิดว่าเลือกที่จะนำลูกมาปล่อยทิ้งที่นี่หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี บอกด้วยว่า ตามหลักแล้วทั้งพ่อและแม่ต้องเซ็นยิมยอมทั้ง 2 ฝ่าย และเจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่ไปดูบ้าน ว่ามีฐานะอย่างไร หรือมีญาติคนอื่นที่สามารถดูแลเด็กได้หรือไม่ ซึ่งหากสุดท้ายแล้วทางครอบครัวไม่พร้อมในการเลี้ยงดู ทางบ้านพักเด็กฯ ก็จะดูแลต่อไป   ขณะเดียวกันต้องสืบหาข้อเท็จจริงถึงร่องรอยบาดแผลตามตัวเด็กว่าเกิดจากสาเหตุใด หากเป็นการทำลายโดยบุคคลก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี ส่วนที่มองว่าแม่ทิ้งลูกจะผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ตามข้อเท็จจริงยังไม่สามารถฟันธงได้ 100% เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการทิ้งตามที่สาธารณะ แต่แม่เป็นผู้นำมาโดยกดออดประตูบ้านพักเด็กฯ และส่งเด็กให้เจ้าหน้าที่ก่อนที่จะเร่งรีบออกไปโดยไม่บอกกล่าว   พร้อมกันนี้มีรายงานว่า นางปอง (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี เผยว่าเคยรู้จักกับแม่เด็กเมื่อครั้งพาลูกสาวไปรักษาโรงพยาบาล ด้วยอาการบาดเจ็บที่ศีรษะแตกเป้าตาเขียวช้ำ บอกว่าเด็กหกล้ม และศอกพ่อเด็กไปโดนเบ้าตา ตนก็ไม่เอะใจอะไร และได้ให้เบอร์โทรติดต่อกันไว้ บอกว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกมา   จนกระทั่งแม่เด็กเล่าว่าไม่อยากเลี้ยงเด็กคนนี้แล้ว จะมอบให้นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กที่จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ทางแม่เด็กอ้างว่าทางบ้านพักเด็กบอกให้รอไปก่อน พอวันรุ่งขึ้นแม่เด็กก็เก็บเสื้อผ้าของน้องออมสินมาเต็มกระเป๋าไว้ที่โรงพยาบาล ตนจึงออกไปซื้อเสื้อผ้ามาให้เด็กใหม่ ก่อนที่ตนจะกลับบ้าน   กระทั่งได้มาเห็นข่าวทางทีวีว่ามีแม่นำเด็กมาทิ้งหน้าตาเหมือนเด็กคนดังกล่าว ต่อมาได้สังเกตเห็นเสื้อสีชมพูที่เด็กถืออยู่ จึงจำได้ว่าเป็นเสื้อผ้าที่ตนเป็นคนซื้อให้ ตนถึงกลับปล่อยโฮออกมา ไม่คิดว่าแม่เด็กจะทำแบบนี้   ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงให้นางสมปอง ลองโทรหาแม่ของเด็กอีกครั้ง บอกว่าจะไปหา แม่เด็กก็บอกว่าไม่ต้องไป ถ้าไปมันไม่จบ พร้อมบอกว่าพ่อเด็กไปหาแล้ว และเซ็นยกเด็กให้ไปแล้ว แม่เด็กจึงไม่ขอไปพบลูกอีก ถ้าไปก็มีคดี ผิดกฎหมายอยู่ดี เหมือนไปให้ถูกจับ ถ้ามีการออกหมายจับก็จะเข้ามอบตัวก็แค่นั้น แต่ขอเวลาอีกสัก 2-3 วัน ตอนนี้พักอาศัยอยู่อยุธยากับเพื่อน จากนั้นแม่เด็กวางสายไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N9bouidZt9k

 219,843
สังคม
14 ม.ค. 63

สะเทือนใจซ้ำสอง! พ่อแท้ๆหนูน้อยวัย 2 ขวบ ไม่รับไปดูแล หลังแม่ปล่อยทิ้งที่สถานสงเคราะห์

ลพบุรี - นางสาว ผกาวดี อยู่เอม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า กรณีมีผู้หญิงคนหนึ่งนำน้องออมสิน เด็กหญิงอายุ 2 ขวบ มาปล่อยทิ้งไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี พร้อมจดหมายที่เขียนว่า ขอยกน้องให้กับทางสถานสงเคราะห์ดูแลอย่างถาวร เนื่องจากตนเองมีครอบครัวใหม่ พ่อใหม่ของเด็กไม่รับเป็นลูก และฐานะยากจนล่าสุดวันนี้พ่อแท้ๆ ของน้องได้เดินทางมาที่บ้านพักเด็กและครอบครัว ระบุว่าได้แยกทางกับแม่ ตั้งแต่น้องอายุได้ 3 เดือน ตอนนี้ตนเองก็มีครอบครัวใหม่แล้ว ไม่พร้อมที่จะรับลูกไปดูแลเช่นกัน จึงเซ็นยินยอมให้น้องอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี   ส่วนแม่ของเด็กนั้นเป็นคนที่ทางบ้านพักเด็กฯ เคยดูแลและให้ความช่วยเหลือมาก่อน เนื่องจากติดยาเสพติด จึงคิดว่าเลือกที่จะนำลูกมาปล่อยทิ้งที่นี่หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี บอกด้วยว่า ตามหลักแล้วทั้งพ่อและแม่ต้องเซ็นยิมยอมทั้ง 2 ฝ่าย และเจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่ไปดูบ้าน ว่ามีฐานะอย่างไร หรือมีญาติคนอื่นที่สามารถดูแลเด็กได้หรือไม่ ซึ่งหากสุดท้ายแล้วทางครอบครัวไม่พร้อมในการเลี้ยงดู ทางบ้านพักเด็กฯ ก็จะดูแลต่อไป   ด้าน นางปอง นามสมมุติ อายุ 47 ปี แจ้งว่าเคยรู้จักกับแม่เด็ก และน้องออมสินที่ถูกทิ้งไว้สำนักงานสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี ตามที่เป็นข่าว โดยนางปอง เล่าว่าเมื่อช่วงวันที่ 23-24 พ.ย.62 ที่ผ่านมาได้พาหลานชายไปนอนรักษาตัวอาการป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอำเภอสองพี่น้อง ก็ได้พบกับ น.ส.เมย์ อายุ 21 ปี ได้พาน้องออมสิน มานอนรักษาด้วยอาการบาดเจ็บที่ศีรษะแตกเป้าตาเขียวช้ำ บอกว่าเด็กหกล้ม และศอกพ่อเด็กไปโดนเป้าตา ตนก็ไม่เอะใจอะไร และได้ให้เบอร์โทรติดต่อกันไว้ บอกว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกมา   จนกระทั่งแม่เด็กเล่าว่าไม่อยากเลี้ยงเด็กคนนี้แล้ว จะมอบให้นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กที่จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ทางแม่เด็กอ้างว่าทางบ้านพักเด็กบอกให้รอไปก่อน พอวันรุ่งขึ้นแม่เด็กก็เก็บเสื้อผ้าของน้องออมสินมาเต็มกระเป๋า ไว้ที่โรงพยาบาล ตนจึงออกไปซื้อเสื้อผ้ามาให้น้อมออมสินใหม่ ต่อมาได้พาหลานชายกับไปพักรักษาตัวที่บ้าน และกลับไปเยี่ยมน้องออมสินที่โรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ได้รับแจ้งว่าทางพยาบาลว่าแม่กับน้องออมสินได้ออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว   กระทั่งได้มาเห็นข่าวทางทีวีว่ามีแม่นำเด็กมาทิ้งหน้าตาเหมือนน้องออมสิน ต่อมาได้สังเกตเห็นเสื้อสีชมพูที่น้องออมสินถืออยู่ จึงจำได้ว่าเป็นเสื้อผ้าที่ตนเป็นคนซื้อให้น้องออมสิน ตนถึงกลับปล่อยโฮออกมา เนื่องจากน้องเมย์แม่น้องออมสินไม่หน้าทำแบบนี้ เมื่อช่วงเช้าจึงโทรสอบถามเบอร์ที่ให้ไว้และน้องเมย์ก็รับสายบอกว่าใช่เป็นคนนำน้องออมสินไปไว้ที่นักสังคมสงเคราะห์ บ้านพักเด็กจังหวัดลพบุรีเอง ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงให้นางสมปอง ลองโทรหาน้องเมย์แม่ของเด็กอีกครั้งบอกว่าจะไปหาแม่เด็กก็บอกว่าไม่ต้องไปหลอก ถ้าน้าไปมันไม่จบ และก็บอกว่าพ่อเด็กเค้าไปหาแล้ว ก็เซ็นยกเด็กให้เค้าไปแล้ว จึงถามไปว่าแล้วหนูไม่ไปหรือ แม่เด็กบอกไม่ไปหลอกไปก็มีคดีอยู่ดี ไปก็ผิดกฎหมายอยู่ดี ไปก็เหมือนไปให้มันจับ ถ้าเขาออกหมายจับก็จะเข้ามอบตัวก็แค่นั้น ขอเวลาหนูหน่อยสัก 2-3 วัน ตอนนี้พักอาศัยอยู่อยุธยากับเพื่อน จากนั้นแม่เด็กวางสายไป ด้านนางสมปอง เผยว่าอยากให้น้องเมย์แม่เด็ก ไปมอบตัวและให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและถ้าไม่สามารถเลี้ยงน้องออมสินได้ก็ให้มาทำเรื่องให้ถูกต้อง ไม่ใช้ว่านำน้องออมสินไปปล่อยทิ้งไว้แบบนี้  

 14,321

Top