ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประยุทธ์จันทร์โอชา"

การเมือง
25 ส.ค. 61

นายกฯ ลั่นเป็นคนเสียงดัง หลังฉุนนักข่าวต่อปากต่อคำ ตะเพิดออกนอกทำเนียบฯ

เมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการประชุมคสช. เพื่อคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ว่า คาดว่าจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้าก่อนประชุม ครม. ส่วนรายละเอียดให้สอบถามจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะตนได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเข้าไปพิจารณาว่าติดขัดอะไรบ้าง เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ซึ่งหากที่ประชุมเห็นชอบก็จะเป็นไปตามนั้น ขออย่ามาถามตนทุกเรื่องเพราะถามทุกเรื่องตนก็ตอบไม่ได้  นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเรื่องเศรษฐกิจการค้าและพาณิชย์ ปรากฏว่ามีช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า "ต่อปากต่อคำไม่ได้เหรอ" ทำให้นายกฯ เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว และกล่าวว่า "ต่อปากต่อคำไม่ได้ ถ้าพูดแบบนี้ให้ออกไปอยู่ข้างนอกเลย"   โดยในเวลาต่อมา พล.อ ประยุทธ์ ได้กล่าวระหว่างเดินทางไปมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ปี 2561 โดยตอนหนึ่งระบุว่า วันนี้พูดด้วยอารมณ์ปกติ ก็พูดเสียงดังอย่างนี้  ถ้าโมโหก็อีกเรื่องหนึ่ง  อยู่กับทหารก็อีกแบบหนึ่ง ทุกวันนี้ประคับประคองจิตใจมากที่สุดแล้ว แต่ไม่ขออดทนต่อการมายั่วยุ  เป็นนายกฯ พูดจาไพเราะแล้วทำอะไรได้ไหมล่ะ พูดแต่ครับๆ ดีๆ หรือทำโน้นทำนี้ให้ แล้วทำไม                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wYPAat9uFEM

 3,018
สังคม-อาชญากรรม
12 ส.ค. 61

นายกฯ ทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ  ท้องสนามหลวง                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/w5ptrGjx3Ek

 1,693
การเมือง
05 ส.ค. 61

‘กรุงเทพโพลล์’ เผยปชช.ให้คะแนน 'พล.อ.ประยุทธ์' 6.40 เต็ม 10 หลังทำงานครบ 4 ปี

กรุงเทพโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “ประเมินผลงาน 4 ปี รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา” พบว่าประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจในการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วง 4 ปี เฉลี่ย 5.06 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยด้านที่มีคะแนนมากที่สุดคือ ด้านความมั่นคงของประเทศที่ได้ 6.14 คะแนน รองลงมาคือ ด้านการบริหารจัดการและการบังคับใช้กฎหมาย ได้ 5.51 คะแนน และด้านสังคมและคุณภาพชีวิตได้ 5.03 คะแนน     สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ. ประยุทธ์ ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจ เฉลี่ย 6.40 คะแนน โดยด้านที่มีคะแนนมากที่สุดคือด้านความเด็ดขาดกล้าตัดสินใจที่ได้ 7.02 คะแนนรองลงมาคือด้านความซื่อสัตย์สุจริตได้ 6.81 คะแนนและความขยันทุ่มเทในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศได้ 6.70 คะแนน   ขณะที่นโยบายของรัฐบาลที่โดดเด่นมากที่สุดในสายตาประชาชนคือการดูแลผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการประชารัฐเช่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐร้อยละ 23.4 รองลงมาคือทำให้ประเทศชาติมีความสงบสุขมั่นคงไม่มีการชุมนุม ร้อยละ 20.5 และมีการปราบปราบคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง  ร้อยละ 13.7 ส่วนเรื่องที่คาดหวังจากการทำงานของรัฐบาลตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา แต่ยังทำไม่สำเร็จคือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจร้อยละ 52.2 รองลงมาคือ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำร้อยละ 11.8 และการจัดให้มีการเลือกตั้งร้อยละ 8.3                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/gULxreP1Yu0

 1,864
การเมือง
05 ส.ค. 61

นายกฯ ร่วมงานวันสถาปนา จปร. ขณะสื่อยืนถ่ายรูปห่าง 5 เมตร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมในพิธีวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 131 ปี โดยนายกฯ ได้แวะพูดคุยกับสื่อมวลชนและยิ้มแย้มแจ่มใส โดยช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวถามว่า อารมณ์ดีหรือยัง วันนี้ยืนห่าง 5 เมตร แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยิ้มและกล่าวว่า วันนี้ไม่มีอะไร ทำให้บรรยากาศดีกว่าเมื่อวานนี้    หลังจากก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับข้อปฏิบัติของช่างภาพสื่อมวลชนต่อนายกฯ ซึ่งค่อนข้างเข้มงวด แต่ต่อมา พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารตั้งแต่ปี 58                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Q7arQ8oVrIo    

 3,027
การเมือง
04 ส.ค. 61

'สรรเสริญ' แจงเอกสารคุมเข้มสื่อ ให้คำนับนายกฯ ก่อนถ่ายรูปเป็นกฏเก่า

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับข้อปฏิบัติของช่างภาพสื่อมวลชนต่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังถูกแชร์ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งออกโดยกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารตั้งแต่ปี 58 จึงไม่เข้าใจว่าทำไมถูกนำมาเผยแพร่ตอนนี้ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มสื่อมวลชนและคนที่ได้พบเห็น โดยนายกฯ ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเกิดปัญหาการทำงานระหว่างทีมนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชน   โดยนายกฯ เชื่อว่าวัตถุประสงค์ของการออกข้อปฏิบัติในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคงมีความปรารถนาดีต้องการให้การปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นำประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตั้งใจจะยกระดับการทำงานของทั้งเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนให้มีความเป็นสากล และมีมาตรฐานเช่นเดียวกับนานาประเทศ   หากพิจารณาความเป็นจริงตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บังคับใช้ข้อปฏิบัตินี้โดยเคร่งครัดแต่อย่างใด ส่วนเรื่องใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น โค้งคำนับก่อนและหลังการถ่ายภาพ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของช่างภาพ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลไปพิจารณาทบทวนและถอนออกจากข้อปฏิบัติ เพราะคนจะเคารพหรือให้เกียรติกันนั้นขึ้นอยู่กับวัตรปฏิบัติของแต่ละบุคคล                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/uolWJGWJbe0  

 1,634
การเมือง
29 ก.ค. 61

นายกฯ นำจุดเทียนถวายพระพรชัย เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.10

เมื่อค่ำวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง  โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมด้วยประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมคู่สมรส คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือนและภาคประชาชน เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง    นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ ความว่า “ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในนามของคณะรัฐมนตรีและพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งที่มาชุมนุมพร้อมกันอยู่ ณ ที่นี้ และที่อยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ มีความปลาบปลื้มปีติโสมนัสเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ศกนี้   ปวงข้าพระพุทธเจ้า ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อขจัดปัดเป่าปัญหาความทุกข์ยากของอาณาประชาราษฎร์เพื่อให้อยู่ดี กินดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยถ้วนหน้า ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การส่งเสริมการศึกษา การทำนุบำรุงศาสนา การสาธารณสุข รวมทั้งพระราชทานโครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ทำให้ประชาชนมีความรัก ความสามัคคี ได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อสร้างสรรค์ให้สังคมไทยมีแต่ความสงบสุขร่มเย็นในใต้ร่มพระบารมี พระมหากรุณาธิคุณของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จักสถิตอยู่ในดวงใจของทวยราษฎร์ตลอดไป เนื่องในศุภวาระมหามงคลสมัยวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชานุญาต นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วพระราชอาณาจักร ถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน ดังนี้   ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานตั้งสัตยาธิษฐานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญอานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลอภิบาลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใดขอจงสัมฤทธิ์ ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์ เทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม”   จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้นำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี รับมอบโคมเทียนและร่วมร้องเพลงสดุดีจอมราชา จบแล้ว กล่าวนำ “ทรงพระเจริญ” ประชาชนร่วมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” จนดังกึกก้อง                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/q32a_DkOLB4  

 1,462
การเมือง
14 ก.ค. 61

นายกฯ เบรกอย่าวุ่นวายกับทีมหมูป่ามากนัก วอนคนไทยจดจำภาพความสามัคคีอย่าให้เลือน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์นักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงรายว่า ในช่วงเวลานี้ได้สั่งการให้มีการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาคงสภาพตามเดิมด้วย และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาพื้นที่บริเวณถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยในอนาคต      สำหรับการเยียวยาทางจิตใจให้กับเด็กๆ ทีมหมูป่านั้น ตนอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่ให้ไปยุ่งวุ่นวายกับเด็กๆ มากนัก และขอให้ทุกคนจดจำภาพของความรักความสามัคคีที่เกิดขึ้น อย่าให้เลือนหายไปจากคนไทย อย่าให้ใครมาทำให้คนไทยแบ่งแยก                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/yA0Dwh2DNRI  

 3,057
การเมือง
24 มิ.ย. 61

'สรรเสริญ' ปัดออกความเห็นปมนิตยสารไทม์ตั้งฉายานายกฯ เป็น 'สฤษดิ์น้อย'

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธแสดงความเห็นกรณีนิตยสารไทม์ให้ฉายา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ว่าเป็น "สฤษดิ์น้อย" โดยนำไปเปรียบเทียบกับ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมองว่าช่วงเวลา สถานการณ์ และปัญหาต่างกัน ถ้าไปเปรียบว่าทั้งสองคนเหมือนกัน หรือไม่เหมือนกัน ก็ดูเป็นการมองจอมพลสฤษดิ์ในแง่ร้ายหรือไม่ เชื่อว่าในเวลานั้นมีคนไทยส่วนใหญ่ที่ยอมรับการทำงานของจอมพลสฤษดิ์ ไม่อย่างนั้นประเทศไทยคงไม่เดินมาถึงจุดนี้   พล.ท.สรรเสริญ ระบุว่า สุดแล้วแต่ใครจะเปรียบ แต่คิดว่าเราควรคำนึงถึงความรู้สึกของคนไทยและความอยู่รอดของประเทศเป็นหลัก ส่วนต่างประเทศจะเข้าใจเรามากน้อยแค่ไหน เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจ คงไม่สามารถห้ามความคิดของใครได้                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rys5jf54ot0

 3,415
การเมือง
23 มิ.ย. 61

นายกฯ ให้สัมภาษณ์เปิดใจ 'time' พาดหัวถามจะเลือก 'ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ'

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารระดับโลก "ไทม์" Time ฉบับวันที่ 2 กรกฎาคม 2018 โดยภาพหน้าปกที่จะถูกตีพิมพ์เป็นภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมระบุว่า Democrat. Dictator. which path will Thailand’s Prayuth Chan-ocha choose ? แปลว่า ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเลือกเส้นทางไหน ประชาธิปไตย หรือ เผด็จการ ? ซึ่งเป็นการตั้งคำถามและคำโปรยที่ชวนให้ติดตามเป็นอย่างมาก     โดยบทสัมภาษณ์บางส่วน พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า เมื่อครั้งยังเด็ก การรักชาติ คือการเข้าร่วมในกองทัพ และการต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศ จึงปฏิญาณกับตัวเองเลยว่า จะยกทั้งชีวิตให้กับประเทศนี้ และสถาบันของชาติ ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่การครองอำนาจ แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการแก้ไขปัญหา ก้าวข้ามผ่านอุปสรรค รวมไปถึงการสร้างเสถียรภาพ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปในอนาคตได้       ขณะที่ไทม์ได้วิเคราะห์ว่า อนาคตของไทยยังคงมืดมัว เมื่อยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และ พล.อ.ประยุทธ์  พยายามสร้างระบบการเมืองใหม่เพื่อแสดงให้เห็นว่าภายนอกได้คืนประชาธิปไตยสู่ประเทศไทยแต่ยังคงอำนาจให้กับกองทัพ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าไม่ได้เต็มใจเข้ามาอยู่ในอำนาจ และจะอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ทั้งยังยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7o0Fuqn40pc

 8,040
การเมือง
23 มิ.ย. 61

นายกฯ พบคนไทยในลอนดอน เผย 'ในหลวง ร.10' รับสั่งจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเรียบง่าย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวระหว่างพบปะคนไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ  โดยตอนหนึ่งได้กล่าวถึงพระราชพิธีสำคัญ คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งยังไม่ได้จัดขึ้น เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะทรงมีพระราชวินิจฉัยลงมา ซึ่งพระองค์ท่านก็ยินดีที่จะให้มีการจัดการให้ครบตามจารีตประเพณี โดยทรงมีรับสั่งว่า ให้จัดอย่างประหยัด ไม่สิ้นเปลือง ขอเพียงให้ครบตามจารีตประเพณีที่กำหนดเท่านั้น และท่านทรงเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลในการทำงานตรงนี้ให้เรียบร้อย   ทรงบอกว่า สิ่งที่สมเด็จพระราชบิดาทรงทำไว้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ขอให้ไปดูและเช็คว่าทำครบหรือยัง สิ่งไหนทำได้ หรือสิ่งไหนยังไม่ได้ทำก็ขอให้ไปทำต่อ เรียกว่า สืบสาน รักษา และต่อยอด สิ่งที่สมเด็จพระราชบิดาทรงพระราชทานไว้ให้ และท่านทรงพระราชทานคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ท่านต้องการให้บ้านเมืองเป็นระเบียบ วินัยสักที มีการปลูกฝังคนในเรื่องของจิตอาสา การขุดลอกคูคลอง ทรงต้องการให้ทำอย่างต่อเนื่องไม่ใช่ทำสัปดาห์แรกแล้ว พอสัปดาห์ที่สองกลับมาเป็นเหมือนเดิมเหมือนไม่ได้ทำ ขณะนี้กำลังรื้อกันใหญ่โต สัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรี และครม.ทั้งหมดต้องไปทำจิตอาสาขุดลอกคูคลอง ซึ่งเราทุกคนจะต้องทำเพื่อสร้างความร่วมมือตามแนวพระราโชบายของพระองค์ท่าน     นอกจากนี้ยังได้กล่าวเกี่ยวกับพระพลานามัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ระบุว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ยังทรงมีสุขภาพที่แข็งแรง เพียงแต่ท่านออกงานไม่สะดวก เพราะพระชนมายุของพระองค์ท่านทรงมากแล้ว ก็ให้ท่านได้ทรงพักผ่อน ผมเองก็ทราบมาโดยตลอดว่าพระองค์ท่านทรงแข็งแรง ยังทรงพระราชดำเนินได้ดีทุกอย่าง ถือเป็นหลักชัยของเราทุกคน คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน      โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า การมาเยือนการมาสหราชอาณาจักรครั้งนี้ ตั้งใจจะทำประโยชน์ให้กับประเทศ จึงขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ แม้จะมีคนบางกลุ่มไม่เห็นด้วย แต่เข้าใจและไม่โกรธ และฝากบอกคนเหล่านั้นว่าสิ่งที่ตนทำทั้งหมดเพื่อคนไทย การทะเลาะเบาะแว้งกันอาจส่งผลเสียมาถึงประเทศได้ พร้อมกล่าวย้ำจะเดินหน้าจัดการเลือกตั้งแน่นอนในต้นปีหน้า และระหว่างนี้จะค่อยๆผ่อนคลายเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป โดยอาจมีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเลือกตั้งใหญ่ 3 เดือน       พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเสื้อกั๊กและผ้าพันคอว่า เนื่องจากรู้สึกไม่สบายเท่านั้น โดยไม่ได้ดูยี่ห้อ จนเป็นที่มาของการถูกกล่าวหา ทั้งที่ควรดูเรื่องผลงานมากกว่า พร้อมพูดติดตลกคราวหน้าจะเอาผ้าขาวม้ามาใส่แทน ส่วนการที่ภรรยาของตนไม่ได้เดินทางมาด้วย เพราะติดธุระต้องไปพบแพทย์ ไม่ได้ตั้งใจจะมาฉลองวันเกิดอย่างที่เป็นข่าว พร้อมฝากให้ทุกคนระมัดระวังการรับข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ที่มีการกล่าวร้ายกันไปมา                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/XaOUAcZ4UHY

 3,648
การเมือง
09 พ.ค. 61

'ประยุทธ์' ประชุมความปลอดภัยไซเบอร์นัดแรก เตรียมพัฒนาบุคลากรดูแลนับพันคน ระบุห่วงข่าวลวง-เท็จ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) ครั้งแรก โดยกล่าวก่อนการประชุมว่า ปัจจุบันมีกระแสข่าวที่เป็นทั้งข่าวเท็จและข่าวลวง ซึ่งเกิดจากกระบวนการคิดของคนและแสดงให้เห็นว่าคนไม่หยุดคิด จึงอยากให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน พร้อมย้ำให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. (ETDA) เร่งออกกฏหมาย 2 ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติความมั่นคงไซเบอร์และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สามารถทำการค้ากับต่างประเทศได้และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล   ภายหลังการประชุม นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี แถลงผลการประชุม ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการรักษาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศแห่งชาติ 6 ชุดแรก ประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน การธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และนายกรัฐมนตรียังได้รับทราบ 5 แนวปฏิบัติในการป้องกันภัยไซเบอร์ของกระทรวงดีอี คือ 1.มีขีดความสามารถระบุปัญหาจากไซเบอร์ได้เมื่อถูกโจมตี 2.ป้องกันตัว 3.ตรวจสอบและเฝ้าระวัง 4.ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ และ 5.ฟื้นฟูหากเกิดความเสียหาย   นอกจากนี้ ยังเห็นชอบแผนพัฒนาบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน 1,000 คน ทั้งผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในระดับผู้บริหารระบบ ระดับผู้ใช้ (user) และระดับช่างเทคนิค โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประสานหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงศึกษาธิการและภาคเอกชนร่วมมือกันพัฒนาบุคลากร โดยใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำนวน 350 ล้านบาท และงบประมาณจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั่วอาเซียน จำนวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะ 5 ปี   ทั้งนี้ ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งหน่วยงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชั่วคราว ก่อนที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีมติแต่งตั้งคณะขึ้นอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และจะเริ่มทำงานในทันที โดยร่วมกับสพธอ. และศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย หรือ ไทยเซิร์ต เพื่อประสานงานกลาง และให้การสนับสนุนด้านเทคนิค ความมั่นคง และเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบบป้องกันภัยไซเบอร์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยติด 1 ใน 20 ประเทศที่มีความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์โลก (Global Cybersecurity Index)

 1,833
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ค. 61

"สันธนะ" กลับบ้านมือเปล่า ยอมรับไม่ได้เอาหลักฐานทุจริตมายื่นนายกฯ เสนอขอรถ-ทหารไปเอาที่เซฟเฮาส์แต่ถูกปฏิเสธ

หลังจากพ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนของทำเนียบรัฐบาล กรณีอ้างว่ามายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานการทุจริตของคนในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้ออกมายอมรับกับสื่อมวลชนว่า ไม่ได้นำเอกสารหลักฐานการทุจริตของคนในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์มาด้วยในวันนี้      แต่ได้ยื่นเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ที่ได้พูดคุยด้วย ว่า ขอให้มีการจัดเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายความมั่นคง 2 นาย และรถยนต์ 1 คัน ส่วนน้ำมันเดี๋ยวเติมให้เอง เพื่อเดินทางไปเซฟเฮ้าส์ของตนเพื่อนำหลักฐานดังกล่าวมามอบให้นายกรัฐมนตรี โดยอ้างเรื่องความปลอดภัย ทำให้ไม่สามารถนำเอกสารสำคัญมายื่นตามกระบวนการปกติเช่นประชาชนทั่วไปได้ ทั้งนี้ ยังบอกว่า ตนเองไม่ใช่จำอวด และไม่ได้มีลูกเล่นอะไร รวมถึงขออย่าตั้งข้อหาใดๆกับตนว่าปฏิบัติตนขัดกับความสงบเรียบร้อยด้วย   โดยสุดท้ายแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าว ทำให้พ.ต.ท.สันธนะ ต้องเดินทางกลับโดยไม่มีการยื่นเอกสารใดๆ และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า ยังไม่อยากเปิดเผยตอนนี้ เพราะอาจจะเดือดร้อนคนอื่น พร้อมกล่าวว่า ไม่ได้กังวลหรือกลัว คำว่ากลัวสะกดไม่เป็น

 764
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 61

'ประยุทธ์' ลั่น รับพฤติกรรม 'สันธนะ' ไม่ได้ ชี้เสียดายเป็นอดีตตำรวจ ลั่นถ้ามีข้อมูลทุจริตก็ส่งมา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงพฤติกรรม พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมืองว่า ส่วนตัวรับไม่ได้กับพฤติกรรมของพ.ต.ท.สันธนะ และคิดว่าตำรวจก็คงรับไม่ได้ จากที่ทราบประวัติของอดีตตำรวจคนดังกล่าวก็ไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นขอสื่อให้อย่าขยายความ เพราะอาจจะคิดในมุมของคนที่ไม่สนใจกฎระเบียบ ตนรู้สึกเสียดายในความที่เขาเคยเป็นตำรวจมาด้วยซ้ำไป กิริยาอาการท่าทางมันไม่ได้ และเห็นว่ามีคดีอยู่ 6-7 คดี การยิ่งพูดอาจยิ่งทำให้มีคดีเยอะมากขึ้น ดูถูกดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูถูกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและองค์กรตำรวจ ซึ่งการที่ตนพูดออกไปเดี๋ยวก็จะมาดูถูกตนอีก    พล.อ.ประยุทธ์ยังระบุถึงกรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะระบุว่ารับรู้ข้อมูลการทุจริตของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า ถ้ามีข้อเท็จจริงก็ให้ส่งมาจะได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง หากชี้แจงแล้วไม่ใช่ก็จะโดนอีก ยืนยันไม่มีใครมากดดันรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่รัฐได้โดยเด็ดขาด   ในขณะที่พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุป หลังนำกำลังเข้าไปตรวจค้นเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมธนารักษ์ นำแผนที่แปลนที่ดินของตลาดมาแสดงด้วย โดยคาดว่าในที่ประชุมอาจจะมีการสรุปการใช้ที่ดินดังกล่าวว่ามีการขออนุญาตก่อสร้างอาคารถูกต้องหรือไม่ด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเริ่มการประชุม  

 8,531
การเมือง
08 พ.ค. 61

'ประยุทธ์' วานหาเบื้องหลัง 'กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง' ห่วงเป็นนศ.จบมาแล้วไม่มีใครรับทำงาน สมช.เชื่อไม่บานปลาย

พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ตั้งใจจะเดินทางจาก ม.ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ไปที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ขณะนี้รูปแบบการชุมนุมยังไม่ชัดเจน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด รวมถึงการประสานขอความร่วมมือกับแกนนำ ให้ชุมนุมอย่างสงบ มั่นใจว่าสถานการณ์จะไม่บานปลายเพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้บ้านเมืองสงบ และผู้ชุมนุมเองก็รู้ขอบเขตของกฎหมายดีอยู่แล้ว   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เตรียมบุกมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 พ.ค.นี้ ว่าอยากให้ดูพฤติกรรมและเบื้องหลังของคนกลุ่มนี้    "เขาเป็นนักศึกษา มีความรู้ น่าจะฟังรู้เรื่องว่า เราวางโรดแมปไปแล้ว ว่าเราจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เวลาใด ซึ่งต่างประเทศเขาก็ยอมรับ แล้วทำไมคนเหล่านี้ จึงไม่ยอมรับอะไรเลย เขาต้องการอะไรไปดูสิ ช่วยหาข้อมูลให้ผมหน่อยว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ   พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ตนเป็นห่วงคนพวกนี้ เพราะถ้าเขาถูกดำเนินการตามกฎหมาย ก็จะเรียนหนังสือไม่จบ หรือไม่มีคนรับเข้าทำงาน ซึ่งตนคิดว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้คงไม่มีใครกล้ารับเข้าทำงาน นั่นคือสิ่งที่เป็นอนาคตของเขา ตนจึงอยากให้เขาเลิกการกระทำดังกล่าว เพราะมันไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ ผู้ปกครอง

 2,333
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ค. 61

"น้องแบม" นศ.แฉโกงเงินคนไร้ที่พึ่ง นำทีมร้อง "ประยุทธ์" หลังถูกหลอกเป็นตัวแทนขายสินค้าเครือ "เมจิกสกิน"

นางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม นักศึกษาที่เคยออกมาเปิดโปงการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ล่าสุด เธอเป็นหนึ่งในผู้เสียหายถูกหลอกให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าในเครือบริษัทเมจิกสกิน พร้อมด้วยผู้เสียหายราว 100 ราย เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์บริการประชาชน ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย หลังตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้เสียเงินจากการสั่งซื้อสินค้าหรือสมัครเป็นตัวแทนหลักจนสูญเสียเงินรวมกันเป็นมูลค่าหลายล้านบาท   โดยน้องแบมเปิดเผยว่า แบรนด์สินค้ามีพฤติกรรมที่อาจจะฉ้อโกงประชาชน จากการเชิญชวนให้สมัครเป็นตัวแทนหลักและมีระบบการขายแบบไม่เหมือนใคร จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็น วีไอพี ซุปเปอร์วีไอพีจนเป็นดีลเลอร์ ต้องสต็อกของล็อตแรก 1,000 ซองและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนถึง 50,000 ซอง และแทบไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าระบบนี้จะทำให้มีเงินเก็บเลี้ยงพ่อแม่และส่งตัวเองเรียนได้ จึงนำทองไปจำนำ และขอเงินพ่อแม่มาลงทุน จนสุดท้ายสูญเงินหลายล้านบาท    จากนั้น เมื่อมีข่าวการจับกุมผู้บริหารบริษัท เมจิกสกิน ตนจึงยุติการขายทันทีและทำให้สินค้าค้างสต๊อกกว่า 1,240 ซอง จึงขอความยุติธรรมจากนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลผู้เสียหาย โดยเรียกร้องให้ขบวนการยุติธรรมเร่งรัดเรื่องการยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องมาเยียวยาผู้เสียหายทุกคน  

 2,510

Top