ค้นหา :

ผลการค้นหา "ภาษีน้ำมัน"

เศรษฐกิจ
14 พ.ย. 62

5 สายการบิน บุกคลัง ขอลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน โอดต้นทุนสูง ขาดทุนหนัก

ตัวแทน 5 สายการบิน ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย / ไทยเวียดเจ็ท / นกแอร์ / ไทยไลออนแอร์ และบางกอกแอร์เวย์ เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้พิจารณาลดการเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น    นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทย แอร์เอเชีย ระบุว่า ขณะนี้สายการบิน ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะสายการบินโลว์คอสต์ ประสบปัญหาภาวะขาดทุนสะสม โดยมีปัจจัยหลักจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งกระทบให้คนใช้จ่ายน้อยลง และบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องทำให้การท่องเที่ยวชะลอตัว ผู้โดยสารต่อเที่ยวบินเฉลี่ยเหลือเพียง 70% ถึง 80% จากเดิม 80% ถึง 100%    แม้เงินบาทแข็ง จะทำให้สายการบินซื้อน้ำมันได้ในราคาที่ถูกลง แต่ยังคงมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น สวนทางกับรายได้ลดลง ไม่สามารถผลักภาระให้ผู้บริโภคโดยการขึ้นค่าโดยสารได้ ซึ่งสายการบินต้องแบกรับภาระตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นที่อัตรา 4.726 บาทต่อลิตร   เบื้องต้น การแก้ไขปัญหามี 2 แนวทาง คือ 1. ลดอัดตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสำหรับเครื่องบินไอพ่นลงจาก 4.726 บาทต่อลิตร สู่ระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้ง และอาจกำหนดเป็นช่วงเวลาเยียวยา 2 ถึง 3 ปี จนกว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น   2. กำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสำหรับเครื่องบินไอพ่นเป็นขั้นบันได ตามอัตราแลกเปลี่ยน โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป   ทั้งนี้ ทั้ง 5 สายการบิน ต้องชะลอแผนการเปิดเที่ยวบิน และเพิ่มเครื่องบินอย่างน้อยในช่วงปีหน้าไปก่อน ด้วยต้นทุนน้ำมัน ซึ่งคิดเป็น 30 ถึง 35% ของต้นทุนทั้งหมด และหากไม่มีแนวทางแก้ไขใดๆ อาจส่งผลกระทบให้สายการบินบางสายต้องหยุดบิน   ขณะที่แอร์เอเชีย ยืนยัน ยังไม่มีแผนปรับลดพนักงาน และข่าวที่นำเสนอว่าให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหยุดทำงาน 3 เดือน ที่มีการแชร์กันบนโซเชียล เป็นข่าวปลอม     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p1ufoROvp6s

 2,376
เศรษฐกิจ
13 มิ.ย. 61

กบง.ชงเก็บค่าเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ หาเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม อุ้มดีเซลไม่ให้เกิน 30 บ./ลิตร

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ซึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธานการประชุม เห็นชอบแนวทางการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กองทุนฯ รองรับความผันผวนของราคาน้ำมันในอนาคต   โดยใช้กลไกปรับลดการชดเชยควบคู่กับการปรับลดค่าการตลาด สำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E 20 และแก๊สโซฮอล์ E85 รวมทั้งการลดชดเชยเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทั้งกลุ่ม ซึ่งมี 5 ประเภท ให้มีค่าใกล้เคียงศูนย์ เพื่อให้เกิดสภาพคล่องแก่กองทุนฯ ได้แก่     น้ำมันเบนซิน เดิม 6.31 เป็น 6.68 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 E10 เดิม 0.35 เป็น 0.72 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 E10 เดิม 0.35 เป็น 0.72 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 E20 เดิม -3.00 (ลบ 3) เป็น -2.63 (ลบ 2.63) บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 E85 เดิม -9.35 (ลบ 9.35) เป็น -8.98 (ลบ 8.98) บาทต่อลิตร   รวมทั้ง มีมติสนับสนุนการผลิตและการใช้น้ำมันดีเซลที่มีสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลไม่เกิน 20% (B20) ให้มีราคาต่ำ คือ ถูกกว่า B7 ในอัตรา 3 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนค่าบริการขนส่งและค่าโดยสารสาธารณะ จึงมีมติให้กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง พิจารณาลดอัตราเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันดีเซล หรือ B20 ลงเหลือ 5.1523 บาทต่อลิตร   พร้อมทั้งมีมติให้กรมสรรพสามิต พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันดีเซล 0.14 บาทต่อลิตร เป็น 5.9895 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้กระทบต่อรายรับของประเทศ และเพื่อไม่ให้ผู้ใช้น้ำมันดีเซลได้รับผลกระทบจากการเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตข้างต้น จึงมีมติให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในอัตตรา 0.14 บาทต่อลิตร คาดว่าจะมีผลตั้งแต่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A9AjonXxLIQ

 3,462

Top